LOGINสองวันต่อมา
“เฮ้ย ตุ๊กตาไรวะไอ้โซ่” “พวงกุญแจรถกู” “อย่างมึงเนี่ยนะ ใช้ของแบบนี้ ขนลุกสัด!” “อย่า เสือก!” โซ่พูดเสียงแข็งพร้อมกับเน้นย้ำทุกคำพูด เขาปรายตามองเพื่อนทั้งสามด้วยสีหน้าใช้ความคิด “เย็นนี้กูจะไปแก้” “เอาดิ หน้าหล่อ ๆ กูเสียโฉมเลยสัด แค้นว่ะ!” “เออ งั้นกูไปรวมรุ่นก่อน” พูดจบสงครามก็ลุกขึ้นจากโต๊ะและเดินออกไปทันที ไม่ว่าอะไรก็ตามเรื่องต่อยตีสำหรับพวกเขามาก่อนเสมอ “มึงทำไมรีบไปแก้จังวะ ปกติกูเห็นรอเจอ ไม่เห็นต้องไปถึงที่” “หรือว่ามันล้ำเส้นมึง” “...” ทั้งเมฆและน่านต่างมองที่โซ่อย่างรอคำตอบ แต่เขากลับไม่ตอบอะไรนอกจากมองโทรศัพท์ในมือของตัวเอง ตกเย็นทั้งสี่คนเดินเรียงหน้ากันเข้าไปในซอยหนึ่งหลังสถาบันคู่อริของพวกเขา ในมือถืออาวุธครบมือโซ่เขามีเพียงสนับมือเท่านั้น ส่วนคนอื่นก็ตามที่ถนัด พวกเขาและรุ่นน้องรวมกันมาก็เกือบสามสิบคน “มาแก้เหรอวะ” “...” “ถามจริง ตั้งใจมาแก้หรือว่ามากระทืบเพราะกูไปเจอมึงที่ถนนคนเดินกับ...” “กู มา แก้” “งั้นก็เข้ามา!” พูดจบอาร์ทก็คว้าเอาไม้ที่อยู่ใกล้มือขึ้นมาถือไว้ ทั้งสองกลุ่มต่อยตีกันจนเป็นเรื่องปกติที่ชาวบ้านเห็นบ่อย พวกเขาเลือกที่จะหลบเข้าบ้านใครบ้านมันไม่ออกมายุ่งหรือห้ามปราม ปึก ปึก ปึก มือหนาของโซ่กระชากที่คอเสื้อของอีกฝั่งไว้และสาดหมัดใส่ไม่ยั้ง ใบหน้าแตกตามรอยหมัดที่กระทบเลือดไหลเป็นทางยาวลงมาตามแรงโน้มถ่วง อั่ก! “พูดมา มึงเห็นหน้าเธอไหม!” “กู...ไม่บอก” “ไอ้เหี้ย!” “อั่ก” “ไม่บอกเหรอ ไม่บอกเหรอไอ้สัด!” โซ่เลือดขึ้นหน้าลมออกหู ใบหน้าของอาร์ทมีแต่เลือดที่ไหลอาบจนทั่ว เมฆและน่านยืนมองด้วยความไม่เข้าใจ จนต้องเข้าไปห้ามไว้ ไม่อย่างนั้นอีกฝั่งตายแน่ “พอไอ้สัด ปล่อย!” “พวกมึงปล่อยกู” “มึงกะเล่นมันถึงตายรึไง กลับ!” สงครามรีบเข้ามาห้ามพร้อมกับลากตัวโซ่ช่วยน่านและเมฆ ทุกครั้งที่มีเรื่องต่อยตีก็ไม่เคยเล่นกันถึงตายสักครั้ง แต่เหมือนครั้งนี้โซ่จะไม่แค่แก้คืนเหมือนทุกครั้ง ทุกคนต่างกลับมารวมกันที่บ้านของเมฆเพราะพ่อแม่ของเขาไปทำงานที่กรุงเทพ เมฆจึงมักจะชวนเพื่อนมามั่วสุมที่นี่หรือไม่เวลาที่ไปมีเรื่องมาก็มาทำแผลกันที่นี่ “มึงไม่ทำแผลว่ะไอ้โซ่” “พวกมึงทำก่อนเลย” เขามองดูทั้งเพื่อนและรุ่นน้องที่บาดเจ็บกันเล็กน้อยเมื่อเทียบกับอีกฝั่งที่เรียกว่าปางตาย “กูกลับก่อน” พูดจบร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนเดินไปยังรถของตัวเองและขับออกไปทันที ทำเอาทุกคนต่างงุนงงที่เห็นว่าโซ่กลับไปทั้งที่ยังไม่ได้ทำแผล โซ่ขับรถกลับมาถึงหอฟ้าก็ใกล้มืดเต็มทีแล้ว เขากำลังจะเข้าห้องของตัวเองแต่ก็ชะงักและเบี่ยงตัวเดินเลยไป ก่อนจะหยุดยืนที่หน้าห้องไลลา มือหนากำลังจะยกขึ้นเคาะประตูห้อง แต่คนด้านในกลับเปิดออกมาเสียก่อน เธอมองเขาด้วยสีหน้าตกใจ เพราะเนื้อตัวของโซ่มีแต่แผล และเหมือนจะมากกว่าวันที่เขามาเจอเธออีก “พะ พี่ไปโดนอะไรมา” “ทำแผลให้หน่อย” ร่างบางรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องทั้งที่ตอนแรกจะเดินเอาขยะไปทิ้งด้านนอก เธอหยิบกล่องพยาบาลมาและเดินมาหาโซ่ที่นั่งลงบนเตียงนอนตำแหน่งเดิม พรึบ! “พี่ถอดเสื้อ... พี่!” จากตอนแรกที่จะถามว่าเขานั้นถอดเสื้อออกทั้งหมดทำไมเป็นอันต้องเงียบปากลง ที่หน้าท้องแกร่งของเขามีแผลถลอกแต่เหมือนจะเริ่มเขียวช้ำรอบ ๆ บวมขึ้นมาเพิ่มอีก “อะไร แค่นี้จะร้อง” “ไปหาหมอเถอะ เร็ว! ลุกสิ บอกให้ลุก!” ร่างเล็กที่ใช้แรงทั้งหมดดึงโซ่ให้ลุกขึ้นแต่เขาก็ไม่ขยับ แถมยังดึงรั้งเธอจนล้มมาอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีก “เฮ้ย! พี่เจ็บไหม” “ไม่ ทำแผลให้หน่อย” “ก็ได้ ปล่อยก่อน” โซ่ยอมปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระใบหน้าหล่อยกยิ้มเพราะตอนนี้เธอทำอะไรไม่ถูกมือไม้สั่นไปหมด ความตื่นตระหนกนี้มันช่างหน้าเอ็นดูในสายตาเขา “จะรอดไหม” “รอดสิ พี่นอนลง ไลลาทำไมถนัด” ร่างหนาทิ้งตัวลงนอนบนหมอนที่มือเล็กคว้ามาวางรองไว้ให้เขาหนุน ไลลาเริ่มทำแผลจากที่ใบหน้าหล่อของเขาก่อน และตามตัวจนถึงหน้าท้องแกร่งที่ตอนนี้ขึ้นรอยแดงเหมือนถูกไม้ฟาดใส่ โซ่มองไลลาทำแผลเงียบ ๆ เพราะความเหนื่อยล้าและเหมือนจะมีไข้ทำให้เขาเผลอหลับไป “เสร็จแล้ว อ้าว หลับ” “...” “จะมีสักครั้งไหม ที่เจอกันแล้วพี่ไม่มีแผล” ร่างเล็กลงจากที่นอนอย่างเงียบ ๆ เพราะกลัวโซ่ตื่น เธอเดินเอาอุปกรณ์ทำแผลไปเก็บและเอาขยะออกไปทิ้ง ปล่อยให้คนที่นอนหลับบนเตียงเธอได้พักผ่อน นานหลายชั่วโมงแล้วที่ไลลานั่งทำรายงานเงียบ ๆ คนเดียว แต่สายตาก็เหลือบมองโซ่อยู่ตลอด ร่างหนาเริ่มกอดรัดตัวเองไว้ไลลารีบลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อจะไปดึงผ้าห่มที่เอวให้สูงขึ้นอีก “โห ตัวร้อนมาก” เพียงแค่เข้าใกล้เขาไอความร้อนที่แผ่กระจายออกมาทำให้ไลลารับรู้ถึงอุณหภูมิร่างกายของเขาที่พุ่งสูงได้เป็นอย่างดี “พี่ ลุกมากินยาก่อน” “อื้อ” “ลุกไหวไหม ไลลาจะไปหยิบยามาให้” “ปวดหัว” น้ำเสียงแหบพร่าเปล่งออกมาขาดช่วง ไลลารีบวิ่งกลับมาที่เตียงนอนพร้อมกับแก้วน้ำและยาลดไข้ในมือ ร่างหนาของโซ่ยันตัวเองขึ้นมานั่งพร้อมกับมองหญิงสาวข้างกาย “กินยาก่อนนะ เดี๋ยวไลลาเช็ดตัวให้” มือหนาของโซ่ยืนมารับยาและน้ำไปดื่มกินอย่างว่าง่าย พิษไข้เล่นงานเขาจนแทบไม่มีแรงพูด ร่างหนาทิ้งตัวลงนอนอย่างหมดแรง ไม่นานความเย็นจากผ้าผืนเล็กที่ถูกชุบน้ำหมาดนั้นก็ลูบไล้ที่แขนแกร่ง จากนั้นก็ไล่เช็ดจนทั่วทั้งร่างหนา เธอเปลี่ยนน้ำใหม่โดดขึ้นลงไปมาอย่างนั้น โซ่รับรู้การกระทำของเธอทั้งหมดแต่ตอนนี้เขาไม่มีแรงจะลืมตามองเธอด้วยซ้ำ “เฮ้อ กี่โมงแล้วเนี่ย” ร่างเล็กมองเวลาตอนนี้เกือบตีสองแล้ว ดีที่พรุ่งนี้อาจารย์ยกคลาสเพราะติดธุระไลลาจึงไม่ได้เข้ามหาลัย เธอเอื้อมไปปิดไฟห้องนอนและเปิดโคมไฟหัวเตียงไว้แทน “ให้นอนสักคืนก็แล้วกัน” ไลลาที่ดึงผ้าห่มอีกผืนขึ้นมาห่มร่างกายของตัวเอง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนข้างโซ่อย่างหมดแรงเช่นกัน เมื่อความเงียบเริ่มทำงานมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงาน ไลลาก็หลับตามคนข้างกายไปเช่นกัน ครืด ครืด ครืด “อื้อ” เสียงโทรศัพท์มือที่สั่นอยู่ที่หัวเตียง ไลลาที่ได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมงก็นิ่วหน้าขมวดคิ้วยุ่งที่ถูกรบกวน มือเล็กควานหาจนเจอก่อนจะกดรับสายทันที ไลลา : [ค่ะ] ปลายสาย : [เอ่อ น้องครับ] ไลลา : [ค่ะ พูดเลยค่ะ] ปลายสาย : [ไอ้โซอยู่กับน้องเหรอ] ไลลา : [คะ!] จากที่งัวเงียตอนนี้ไลลาตื่นเต็มตา มือเล็กเอาโทรศัพท์มือถึงมาดูไม่ใช่ของเธอแต่เป็นของอีกคน พอหันไปก็เห็นว่าเขาเท้าแขนนอนมองเธออยู่ “พี่!” เธอรีบยื่นไปตรงหน้าเขาโซ่รับไว้พร้อมกับพูดตอบกลับปลายสาย ส่วนไลลาเหมือนคนน้ำท่วมปากที่ได้แต่นั่งมองเขาตาปริบ ๆ “เออ ไม่สบาย” “...” “อย่าเสือก!” “...” “ลาอาจารย์ให้กูด้วย” โซ่วางสายเมฆที่โทรมาตามเขาไปเรียนทันที เมื่อหันมาก็เห็นว่าไลลานั่งมองเขาตาแป๋วอยู่ “อะไรยัยฟันเหล็ก” “นี่! จะเอาออกแล้วเหอะ พี่เป็นไงบ้าง” “ปวดตัว” พูดจบโซ่ก็ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง มือเล็กเปิดผ้าห่มดูอย่างถือวิสาสะทำเอาใบหน้าหล่อชะงัก ดวงตาคมหลุบมองไลลาที่ยื่นหน้าเข้ามาตรงหน้าท้องแกร่งก่อนจะเป่าที่แผลของเขาเบา ๆ “เป่าให้พี่ไง” “ใครสอน” “พ่อของไลลาเอง เป็นไง หายใช่ไหมล่ะ” “มานี่ เร็ว” ไลลาหยัดตัวขึ้นจากที่นอนเล็กน้อย และเบี่ยงตัวขยับขึ้นไปหาโซ่ตามที่เขาบอก “ดูแผลที่มุมปากให้หน่อย แตกเยอะไหม” “อืม ก็นิดหนึ่ง” ใบหน้าสวยจ้องมองที่แผลอย่างใสซื่อ จังหวะที่หันไปสบตาเข้ากับใบหน้าหน้าหล่อ หัวใจดวงน้อยก็เต้นโครมครามอย่างรุนแรง “จุ๊บ!” “!”เมื่อถูกน้องแคร์จุ๊บ คนพี่ถึงกับรีบโดดลงจากแคร่ไม้ ทุกคนถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เด็กน้อยเขินสาวงั้นเหรอ “ป๊า!! มานี่” “โห เรียกใช้กูเหมือนเพื่อนเลย” ถึงจะบ่นอุบแต่ก็ยอมลุกตามไป นี่ถือเป็นครั้งแรกที่สิงขรเรียกว่าป๊า แต่อันที่จริงจะเรียกพ่อแบบบ้านคนไทยที่ไลลาใช้ก็ไม่ติดอะไรอยู่แล้ว “เอาไร” “ติม จะไปแบ่งน้อง” “เออ เข้าท่า ชอบเหรอวะ” “ชอบดิ มาก” สิงขรพูดไปก็ยิ้มไป มือเล็กรีบหยิบรับไอศกรีมในมือของโซ่แล้ววิ่งหนีออกไป ใบหน้าส่ายไปมาให้กับความทะเล้นของสิงขร ได้กูหมดเลยเหรอวะ “ให้” “โอ้! น่ารัก” “น้องแคร์แบ่งพี่สิงด้วยสิลูก” เจ้าใจยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูหลานชาย แม้จะแบ่งครึ่งได้แต่ก็ยื่นให้น้องทั้งหมด ร่างเล็กปีนขึ้นไปนั่งบนแคร่ข้างกัน ก่อนมือเล็กจะหักครึ่งและส่งให้ โซ่ที่เดินออกมาเห็นลูกชายถือไอกรีมพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เด็กน้อยไร้เดียงสา แม้จะเสียดายที่ไม่เท่ากันแต่ก็ยอมเสียสละให้น้อง “สิงขร ถ้าโตมาจะรักน้องแบบนี้ไหมเนี่ย” “ว่าไง ไอ้เปี๊ยก!” แผ่นดินหันไปถามเสียงเข้ม ทุกคนล้วนเงียบเสียง ราวกับกำลังรอฟังสิ่งที่เด็กน้อยจะพูดออกมา ดวงตาใสไร้เดียงสา หันไปมองร่างเล็กข้
ทุกวันไลลาจะตื่นแต่เช้า มาเตรียมอาหารให้โซ่ และอีกชุดเตรียมไปกินข้าวพร้อมเทียนหอมทุกวัน ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ล่วงเลยมาเดือนกว่าแล้ว “พี่โซ่ ไลลาเตรียมข้าวเช้าไว้ให้แล้ว วันนี้ไม่ต้องไปส่งนะ” “ไม่เอา พี่ไปส่ง” “พี่กลับมาดึก ไลลาอยากให้พัก” “ไม่ได้เหนื่อยครับ เห็นหน้าหนูทุกวันพี่หายเหนื่อยเลย” “ตามใจพี่ค่ะ แต่ว่าพรุ่งนี้เรากลับบ้านกันนะ เจ้าใจกับพี่แผ่นดินก็มา งานวันเกิดพ่อค่ะ” “ได้ครับ พี่เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” โซ่หายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าสบาย ๆ ออกมา ทุกวันนี้เขาต้องเข้าไปคุมที่ร้านกับเมฆสลับกัน เพราะสงครามเข้าไปวิ่งเล่นในที่แคบ ส่วนน่านก็คอยดูแลเมียที่ท้องเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นภาระหนักมาตกอยู่ที่โซ่ เพราะเมฆเมียทิ้ง มาดูงานก็เหมือนมาอาบเหล้าแล้วนอนตามนั้น ร่างบางขางไลลาเดินเข้ามาภายในโรงพยาบาลเหมือนเดิม ซึ่งเป็นภาพที่หมอและพยาบาลส่วนใหญ่ค่อนข้างคุ้นตา “สวัสดีค่ะ เทียนหอมเป็นไงบ้างคะ” “ดีค่ะ วันนี้หมออนุญาตให้ออกไปที่สวนได้ค่ะ” “ดีเลย ขอบคุณนะคะ” ไลลาเดินตรงไปยังสวนดอกไม้สำหรับให้คนไข้ได้ออกมา ร่างบางของเที
“เฮ๊ย!! พูดให้ชัดหน่อยสิวะ” ทุกคนในโต๊ะถึงกับใจหายใจคว่ำไปตาม ๆ กัน ส่วนน้องแคร์ตอนนี้ก็เคี้ยวไก่ในปากตุ้ย ๆ มือป้อมยื่นมาหยิกแก้มของสองขร ก่อนจะทำท่าทางขัดเขินยุกยิก “น่ารักกันจังเลย” “ใช่ไหม เจ้ไลลาต้องยกสิงขรให้น้องแคร์แล้วนะ” “พี่ไม่...” “ยกให้เลย” โซ่กับแผ่นดินถึงกับจ้องหน้ากัน โซ่ออกไปทางทะเล้นปั่นประสาทมากกว่า ส่วนอีกคนก็หายใจแรง “นี่ กินอีก นี่ไก่” “จ้ะ!” “ดูแลเก่งขนาดนี้ ผ่านไหมครับว่าที่พ่อตาไอ้สิง” “เดี๋ยวกูจะเป่ากระโหลกมึง หุบปาก!” “น่ากลัวสัด” “เงียบ พอเลยทั้งคู่!” ศึกระหว่างพ่อลูกหนึ่งหยุดลง เพราะเมียรักทั้งสองสั่ง แผ่นดินได้แต่นั่งหน้าหงิกงอ ปัญหาคือน้องแคร์ก็ดันไปชอบด้วย เมื่อกินข้าวกันเสร็จไลลาและโซ่ก็แยกตัวมาหาหม่าม้าที่บ้าน สิงขรพอได้อยู่กับโซ่มากขึ้น ก็ได้ทำอะไรตามประสาลูกชาย “สิง หลับเหรอ” “หึ” “สิงขรครับ แม่สอนว่าไง” “ยังไม่หลับ” โซ่ยกยิ้มมุมปากออกมาอย่างพอใจ ดวงตาคบเหลือบมองกระจกมองหลัง สิงขรก็มองอยู่เช่นกัน แต่ตาขวาง เมื่อรถจอดโซ่ก็เดินไปเปิดประตู ปลดเข็มขัดนิรภัยออกให้ลูกชาย โซ่ห่วงเรื่องความปลอดภัยมาก แต่สิงขรไม่ยอมนั่งคา
โซ่และภูผาเดินลัดเลาะตามคันนามาเรื่อย ๆ ทั้งคู่ต่างมีใบหน้าหงิกงอพอสมควร สำหรับโซ่พ่อตาคงตั้งใจแกล้ง แต่ภูผาพ่อดันให้มาด้วย “ใช่เถียงนาข้างหน้าไหมวะ” “เออ” ทั้งสองคนเอาข้าวของมาวางบนเถียงนา บรรยากาศรอบ ๆ เงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดและแมลงที่ส่งเสียงขับขาน โซ่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหวังจะส่งข้อความไปอ้อนเมีย แต่ก็ต้องหงุดหงิดกว่าเดิม เพราะตรงนี้ไม่มีสัญญาณ “มึงกลับมาครั้งนี้ แน่ใจไหมว่าจะไม่ทำพี่สาวกูเจ็บ” “กูจะใช้ทั้งชีวิตดูแลไลลากับไอ้สิงให้ดี มึงเชื่อใจกูอีกสักครั้งเถอะ” “...” ดวงตาคมของโซ่เหลือบไปมองยังปลายทุ่งนาไกล ๆ เงาคนยืนนิ่งอยู่ไม่ขยับ เขาไม่คิดจะเอ่ยทักหรืออะไร ถึงจะอยู่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็พอรู้เรื่องพวกนี้บ้าง “ไอ้ผา” “เออ เดี๋ยวมันก็มา” “เดี๋ยวมันก็มาห่าอะไร มึงรู้ไหมเนี่ยว่ากูจะพูดอะไร” “กูรู้ มันก็มาแบบนี้ประจำ” ภูผายังคงนั่งนิ่งพูดต่อ ดวงตาคมของโซ่ยังคงมองเงานั้นไม่วางตา และที่สำคัญมันกำลังมาอย่างที่ภูผาพูดไปจริง ๆ ใบหน้าหล่อยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าทีของโซ่ เขานั่งนิ่งตาแข็ง นักเลงจริงไหมวะแค่นี้ก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี “เฝ้านาให้ลุงนายเ
“พี่เป็นอะไร ไลลาเห็นยุกยิกไปมา” “ตื่นเต้นว่ะ พ่อหนูจะยิงพี่ทิ้งไหม” “กลัวเหรอ” “ไม่ พูดไปงั้น” โซ่หันมามองใบหน้าสวยของไลลาด้วยรอยยิ้ม เกิดมาต่อยตีแทบจะทั้งชีวิต เอาอะไรมากลัวแค่พ่อตากระทืบ สำหรับเขาน้อยนิดมาก รถเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ บรรยากาศโดยรอบรายล้อมไปด้วยทุ่งนา กลิ่นไอดินตีเข้าจมูกหอมสดชื่น แสงเหนือที่กำลังนั่งเฝ้าสิงขรกาดน้ำไก่ หรือที่จริงกำลังถอนขนมันก็ไม่รู้ หนังไก่แดงเถือกแทบจะหลุดติดมือ “พ่อคะ สวัสดีค่ะ” “...ออกไปจากบ้านกู” “ผมไม่ไปครับพ่อตา” ไลลาถึงกับเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก แสงเหนือยังคงจ้องโซ่ตาแข็ง ดูก็รู้ว่าคงขุ่นเคืองใจเรื่องในอดีตอยู่ “ใครพ่อตามึง ไอ้สิงขรลุก!!” “สิงขรครับ มาหาป๊าเร็ว” เด็กชายที่ตอนแรกนั่งอยู่กับไก่ไม่สนใจใคร พอคนเป็นตาเรียกก็ลุกขึ้นยืน สิงขรมองหน้าโซ่นิ่ง ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร “สิงขรไปไหนลูก” ไลลาที่เห็นว่าลูกชายวิ่งหนีกลับเข้าไปในบ้านก็รีบตามไป ทิ้งให้สงครามพ่อตาและลูกเขยเกิดขึ้นอีกครั้ง “มึงมาทำไม” “ผมตั้งใจมาขอโทษสำหรับทุกอย่าง” “ไม่จำเป็น มึงรีบไสหัวกลับไปก่อนที่กูจะหมดความอดทน” ปั่ก! “ใครมันโยนมะม่วงใส่
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา“ม้า ซินมันหลับ!”“โห่ เฮีย! กลับมาก็หาเรื่องเลยนะ อ้าวพี่!”โซ่มองน้องสาวที่ชี้ไลลาด้วยสีหน้าตกใจเหมือนเคยเจอกันมาก่อน ไลลาเองก็เช่นเดียวกัน “น้องสาวพี่เหรอ”“ใช่ ชื่อซิน เคยเจอเหรอ”“ใช่ ซินเคยเจอ ตอนนั้นพี่ท้องใช่ไหมนะคะ”“ใช่จ้ะ”“ม้า ๆ เฮียโซ่พาเมียมาบ้าน ทำเขาท้องไม่รับผิดชอบด้วย!”“ไอ้โซ่!”ผู้หญิงหน้าตาสะสวยเดินออกมจากด้านหลังบ้านทั้งที่มีอายุแล้วแต่ก็ยังดูดี ไลลายกมือขึ้นไว้ช้า ๆ พร้อมกับยิ้มเล็กน้อย“ดวงตกแล้วลูกได้ไอ้นี่เป็นผัว ไหนหลาน ไอ้ซินพูดไปเรื่อยเหรอ”“เดี๋ยวไปรับมาหาครั้งหน้า”“ลูกเต้าเหล่าใครล่ะเนี่ย น่าสงสารนะลูก”“ม้า!”ไลลาถึงกับขำตามเธอรู้แล้วว่าโซ่นั้นห่ามเหมือนใคร พูดคุยกันไม่นานทั้งคอทั้งข้อมือก็ถูกแม่ของโซ่จับใส่ทองทั้งตัว ให้เหตุผลว่ารับขวัญลูกสะใภ้ตอนแรกม้าเอ่ยชวนไลลาให้มาเที่ยวเล่นและเฝ้าร้านทองช่วยซิน แต่โซ่ไม่ยอมเพราะไม่อยากห่างเมียแม้แต่น้อย เมื่อกลับจากบ้านของโซ่เขาก็ขับรถเธอมานั่งเล่นที่ริมแม่น้ำ ริมทางมีไฟสวยงามประดับชวนให้มอง ร่างบางยืนรับลมเย็นสบายที่ปลิวพัดมากระทบใบหน้าสวย เธอหลับตาลงสูดอากาศสดชื่นเข้าปอด เ
พรึบ!ร่างบางถูกเกี่ยวรั้งด้วยแขนแกร่งของคนที่นอนหงายมองมาที่เธอ จนหน้าของไลลาจิ้มลงที่อกแกร่งของเขา สายตาที่โซ่มองมานั้นเธอรับรู้ได้ว่าเขาตั้งใจแกล้งเธอ“ปล่อยนะ!”“อย่าดิ้น”“พี่ก็ปล่อยสิ”ร่างบางของไลลาดีนดิ้นอยู่อย่างนั้นจนแขนแกร่งของโซ่ทั้งสองข้างรวบเธอมาไว้ในอ้อมกอดก่อนจะออกแรงกอดรัดจนไล
“ใครน้อง ฉันเป็นพี่”“นายมาทำไม”“หลบดิ๊”ร่างสูงของโซ่เดินแทรกตัวเข้ามาในห้องของไลลาอย่างไร้มารยาท เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ แต่ที่ไลลาไม่เข้าใจที่สุดคือเขามาทำไม“...”ไลลาเลือกที่จะมองเขานิ่ง ๆ ปากเล็กไม่ขยับปากพูดอะไรแม้แต่น้อย ทำเอาคนที่นั่งอยู่ปลายเตียงเริ่มหงุดหงิดในความน
ไลลามองหน้าชายหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไร ไหล่เล็กทั้งสองข้างถูกจับไว้แน่น โซ่จ้องมองร่างบางตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ“ตอบสิ! ใบ้แดกเหรอวะ”“พูดบ้าอะไรของนาย”ไลลายังคงจ้องมองตาคู่คมของเขา และตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตไม่เคยมีผู้ชายคนไหนที่เธอใกล้ชิดด้วยนอกจากน้องชายขอ
ไลลาตื่นเช้าเหมือนอย่างทุกวัน เธออยู่ในชุดนักศึกษาเรียบร้อยพร้อมไปเรียน แต่ร่างบางกำลังยืนรีดเสื้อช็อปให้กับคนที่ขอฝากไว้อยู่ เขาส่งข้อความมาบอกเธอว่าช่วงสายจะมาเอาเสื้อ เพราะเขาเองไม่มีใส่แล้ว หากจะปล่อยให้เขาใส่มันแบบยับ ๆ คงจะทำให้เธอรู้สึกไม่ดีเมื่อมาถึงมหา’ลัยโซ่ก็ยังไม่มาเอาเสื้อ ไลลาจึงจำใจ







