เข้าสู่ระบบ“ใครน้อง ฉันเป็นพี่”
“นายมาทำไม”
“หลบดิ๊”
ร่างสูงของโซ่เดินแทรกตัวเข้ามาในห้องของไลลาอย่างไร้มารยาท เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ แต่ที่ไลลาไม่เข้าใจที่สุดคือเขามาทำไม
“...”
ไลลาเลือกที่จะมองเขานิ่ง ๆ ปากเล็กไม่ขยับปากพูดอะไรแม้แต่น้อย ทำเอาคนที่นั่งอยู่ปลายเตียงเริ่มหงุดหงิดในความนิ่งของเธอ
“มานี่หน่อย”
“...”
“ไลลา ทำไมดื้อจังวะ”
“แล้วทำไมนายหน้าด้านจัง เข้าห้องคนอื่นอย่างหน้าด้าน ๆ แล้วยังมาบังคับอีก”
ในที่สุดความอดทนของเธอก็หมดไปและหันไปโต้ตอบคนที่นั่งลอยหน้าลอยตา แต่เหมือนคำพูดของเธอมันทะลุออกจากหูเขาไปหมดแล้ว
“เลือกเอา ถ้าฉันเดินไปถึงตัว เธอจะไม่โดนแค่จูบแน่”
ไลลามองหน้าคนพูดอย่างข่มอารมณ์ไว้ ในใจก็คิดว่าเธอ
ไม่น่าช่วยคนอย่างเขาเลย น่าจะปล่อยให้โดนกระทืบตาย สองขาเล็กก้าวเดินช้า ๆ ก่อนจะไปหยุดยืนที่หน้าเขา“เจ็บข้อเท้าทำไมไม่บอก”
“ไม่...”
ยังไม่ทันพูดจบร่างเล็กก็ถูกดึงรั้งลงไปนั่งบนตักแกร่งของเขา ใบหน้าสวยเห่อร้อนพูดยังไม่จบประโยค เสียงของเธอก็ขาดห้วงไป
“พี่ทายาให้”
พูดจบแขนแกร่งก็อุ้มร่างนุ่มนิ่มลงไปวางข้างกาย ตัวเขาเองลุกขึ้นและหยิบล้วงหลอดยาออกมา เขาย่อตัวลงนั่งระดับเดียวกับเตียงนอนของไลลา
“เดี๋ยวทาเอง เอามา”
“อย่าดื้อ”
มือหนาดึงรั้งขาเรียวของเธอไว้ พร้อมกับตวัดสายตาไปมองเพื่อดุเธอ เมื่อเห็นว่าไม่มีทางสู้แรงเขาได้ ไลลาจึงมองไปทางอื่นเพื่อหลีกหนีความเขินอายที่ก่อเกิดในใจ
เจลยาเนื้อเย็นสัมผัสที่ข้อเท้าเล็กของไลลาด้วยความแผ่วเบา นิ้วยาวของโซ่ลากไล้วนไปมาเบา ๆ เขาไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครมาก่อน ไลลาคือคนแรก
“ขอโทษ”
คำพูดของโซ่ดึงความสดใจของไลลากลับมามองที่เขาอีกครั้ง ใบหน้าสวยจ้องมองคนตรงหน้าชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าตอบกลับไป
“กินข้าวยัง ไปกินข้าวเป็นเพื่อนหน่อยดิ”
“กินแล้ว”
“ไปเป็นเพื่อนหน่อย หิว”
“อืม ขอเปลี่ยนชุดก่อน”
เมื่อได้คำตอบที่พอใจใบหน้าหล่อก็ยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี แต่จังหวะที่ขาเรียวก้าวลงจากที่นอน กระโปรงของเธอก็เปิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ เพราะความลืมตัวด้วยที่ไม่เคยมีใครเข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้
พรึ่บ!
“เฮ้ย!”
“เอ่อ ขอโทษ”
โซ่ถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจที่เห็นว่าสองมือของไลลารีบตะครุบกระโปรงไว้จนเธอเกือบหงายหลังตกที่นอน ใบหน้าสวยยิ้มแหยออกมาไม่ใช่ว่าเธอเขิน แต่เธอกำลังอายต่างหาก
ใบหน้าหล่อมองตามหลังไลลาที่เดินหายเข้าไปในห้องน้ำด้วยสายตาที่เอ็นดู ใจนึงก็นึกเสียดายหากเธอจับกระโปรงไม่ทันเขาคงได้เห็นของดี
“จืดชืดไม่พอ โก๊ะอีกต่างหาก”
ไม่นานร่างบางของไลลาก็เปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ เธอเปลี่ยนเป็นใส่เสื้อยืดสีเทาอ่อนกับกางเกงขาสั้นสบาย ๆ เข้าเซตกัน ผมที่ตอนแรกปล่อยสยายเตรียมนอนก็ถูกมัดมวยขึ้นเปิดให้เห็นใบหน้าสวยชัดขึ้น
“ไปกันเลยไหม”
“อืม อยากไปที่ไหน”
“นายหิวข้าว ก็เลือกสิ”
“พี่”
“อะไรนะ”
“เรียกฉันว่าพี่ เธออายุน้อยกว่า”
“อืม”
เมื่อทนต่อสายตาที่มองมาอย่างกดดันไม่ไหว ไลลาจึงตอบรับเขาพร้อมกับเดินไปหยิบกระเป๋าใบเล็กมาสะพายไว้
ไลลาหยุดยืนมองโซ่กับรถบิ๊กไบค์ของเขาด้วยสายตาตื่นกลัว เธอไม่เคยนั่งมาก่อน อีกอย่างเธอเจ็บข้อเท้าจะปีนขึ้นไปนั่งก็ยากลำบาก
“เดินมา”
“ไลลาไม่เคยนั่ง ขึ้นไม่เป็น”
“มานี่”
สองขาขยับก้าวเดินไปหาโซ่ เอวบางถูกจับไว้และอุ้มเธอขึ้นไปด้านหน้า พร้อมกับตามมาด้วยร่างหนาของเขาซ้อนหลังเธอ
“หะ ให้นั่งแบบนี้เหรอ”
“อืม นั่งได้ไหม”
“ได้”
โซ่ในตอนนี้ที่หลุบมองคนตัวเล็กเขาไม่สามารถหุบยิ้มได้เลย เธอน่าเอ็นดูไปหมดในสายตาเขา ไม่ว่าจะการพูดหรือการกระทำ
ถนนคนเดิน
เพราะดึกมากแล้วทำให้ร้านข้าวทั่วไปปิดจนแทบหมด โซ่จึงขับรถพาไลลามาที่ถนนคนเดิน ที่จริงเขาไม่ได้หิวหรอก เพียงแค่หาเรื่องอยู่กับเธอก็เท่านั้น
“จับทำไม”
“เดี๋ยวหลง เธอดูโง่”
“นี่!”
ใบหน้าสวยของไลลายุ่งเหยิงไปหมด เธอไม่เคยมีใครเข้ามากวนประสาทเท่าโซ่มาก่อน ทั้งที่ไลลาหน้าบูดบึ้งไม่พอใจ แต่เขากลับยิ้มและหัวเราะออกมาราวกับกำลังสนุกที่ได้หลอกด่าเธอ
“อยากกินอะไร ชี้”
“พี่หิวไม่ใช่เหรอ ทำไมมาถามไลลา”
“ไม่หิวแล้ว”
เธอมองเขาด้วยแววตาไม่เข้าใจ ตอนนั้นทำหน้าเหมือนหิวจะเป็นจะตาย ตอนนี้กลับพูดหน้าตาเฉยว่าไม่หิว
“นั่น อยากดูร้านนั้น”
“ไร้สาระ”
“เรื่องของพี่ ไลลาอยากได้”
พรึบ!
พูดจบมือเล็กก็สะบัดออกจากการเกาะกุมของมือหนาและเดินไปร้านที่เธอชี้อย่างไม่รอ ทำเอาโซ่ส่ายหัวถึงเธอจะดูเรียบร้อยหรือพูดน้อยแต่ลึก ๆ เข้ารู้สึกได้ว่าเธอดื้อเงียบ
“อันนี้คืออะไรคะ น่ารักจัง”
“เป็นกล่องจุ่มพวงกุญแจค่ะ มีกลิ่นหอมด้วยนะ”
“อะไร”
“พวงกุญแจ แบบสุ่ม พี่ดูสิน่ารักนะ”
“เลือกสิ”
“ฮื่อ อยากได้สองตัวนี้ เอาสองกล่องเลยค่ะ”
มือเล็กของไลลาเลือกหยิบขึ้นมาสองกล่องพร้อมกับเขย่ามันไว้ในมือและยื่นให้แม่ค้า เธอกำลังก้มหยิบเงินในกระเป่าพอเงยหน้ามาก็เห็นว่าถุงกล่องจุ่มไปอยู่ในมือของโซ่และเขาก็ตัดหน้าจ่ายเงินไปก่อนแล้ว
“ไปได้แล้ว ยืนบื้ออยู่ได้”
“กี่บาท ไลลาคืนให้”
“เก็บไว้เถอะ แค่นี้ฉันซื้อให้ได้”
“ขอบคุณค่ะ แต่ว่าขออีกสิบกล่องได้ไหม”
“ได้ จะกลับไปเหมาตอนนี้เลยไหม”
“ไม่ ๆ แค่ล้อเล่น”
สองมือเล็กรีบปัดป่ายห้ามโซ่ไม่ให้เดินวนกลับไปเหมาร้านกล่องจุ่ม เธอแค่อยากหยอกเขาเล่นบ้างก็เท่านั้น
“ไอ้อาร์ทมึงดูดิ๊ ใช่ไอ้โซ่ไหมวะ”
“หันหลัง แล้วห้ามหันกลับมาถ้าพี่ไม่สั่ง”
ไลลาหันหลังทำตามคำสั่งของโซ่อย่างว่าง่าย ร่างหนาของเขาบังไลลาไว้จนมิดใบหน้าหล่อที่หันกลับไป เขามองคู่อริตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมอย่างอาร์ท ด้วยแววตาแข็งกร้าว
“มากับเมียเหรอวะ อย่างมึงนี่นะมีเมีย”
“อย่า เสือก”
น้ำเสียงนิ่งเรียบถูกเปล่งออกมา เขาไม่มีอาการเกรงกลัวคนนับสิบตรงหน้าแม้แต่น้อย ในใจแกร่งมีเพียงความกังวลเขาไม่อยากให้ใครเห็นหน้าเธอ และไม่อยากให้เธอมาเสี่ยงอันตรายกับเขา
“เอาเถอะวะ มากับสาวพวกกูจะไม่เล่นมึง ไว้เจอกันรอบหน้า กูย่ำหน้ามึงแน่”
มือของไลลาจับที่มือหนาของโซ่ไว้แน่น เธอตื่นกลัวแม้จะได้ยินแค่เสียง มือหนาของโซ่จับกระชับแน่นเพื่อจะสื่อให้เธอกังวลน้อยลง
“อย่างน้อยมึงก็ถือว่าไม่ได้เหี้ยมาก”
“ถือว่าเป็นโชคดีของมึงแล้วกันวะ ไปกลับ!”
พวกมันถอยหลังเดินกลับออกไปจากตรงนี้ทันที พ่อค้าแม่ค้างต่างโล่งใจคิดว่าถ้าหากวัยรุ่นกลุ่มนี้ตีกันพวกเขาคงไม่ได้ขายของต่อกันแน่
“หันมา”
ไลลาหันกลับมาหาโซ่ตามคำสั่งของเขาอย่างว่าง่าย ใบหน้าสวยมีเหงื่อผุดขึ้นตามกรอบหน้าเล็กน้อย เพราะอากาศที่ร้อนบวกกับความตื่นกลัวของเธอก่อนหน้านี้ด้วย
“ไปกันแล้วเหรอคะ”
“อืม อยากกินไรอีกไหม”
“ไม่ กลับกันเถอะ”
“อืม”
ระหว่างทางที่กลับโซ่และไลลาต่างไม่มีใครพูดอะไรออกมา เมื่อมาถึงสองแขนแกร่งก็จับที่เอวบางและอุ้มเธอลงเหมือนอย่างเคย
“จะแกะเลยไหม ไอ้กล่องนั่น”
“นี่เหรอ พี่อยากช่วยลุ้นไหม ถ้าอยากจะแกะเลย”
“เอาสิ”
ใบหน้าสวยฉีกยิ้มออกมาจนเห็นเหล็กจัดฟันวาววับ เธอหันเดินนำโซ่เข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ในตอนนี้เธอกลับรู้สึกเฉย ๆ ที่มีโซ่เข้ามาเดินวนเวียน มันเป็นความรู้สึกสบายใจยังไงก็ไม่รู้
“อยากได้ตัวไหน”
“ไม่อยากได้ตัวนี้ ตัวนี้”
“ถามว่าอยากได้ตัวไหน”
ทั้งสองคนนั่งอยู่บนที่นอนเดียวกัน มือหนาของโซ่หยิบจับกล่องนั่นมาถือในมือ ข้างกล่องมีให้ดูว่าอาจจะสุ่มได้ตัวไหน พอเขาถามไลลาที่ทำสีหน้าตื่นเต้นอยู่ฝั่งตรงข้ามว่าอยากได้ตัวไหน แต่เธอกลับตอบไม่ตรงคำถาม
“มันเป็นเคล็ดต่างหาก พี่ห้ามพูดนะว่าได้ตัวไหน อัดคลิปให้หน่อย”
“เด็กบื้อ!”
มือหนาของโซ่หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดถ่ายวีดีโอ ทำให้ไลลาไม่ทันสนใจมัวแต่หลับตาแล้วคลำมือแกะกล่องจุ่มพร้อมกับรอยยิ้ม
“แกะแล้วนะ”
“อืม”
“เห็นตัวน้องยัง อย่าแอบดูการ์ดนะ”
“ยังไม่เห็น”
ใบหน้าหล่อยิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นว่าเธออยากได้สมใจต้องการ มือเล็กฉีกซองด้านในด้วยความตื่นเต้นก่อนจะยิ้มออกมา มือเล็กก็คลำจนทั่วก่อนจะลืมตา
“กรี๊ดดดดดด นี่ไง หนูได้แล้ว”
“อืม หูจะแตก”
“ทำไมพี่ใช้โทรศัพท์พี่ถ่ายล่ะ
“ค่อยส่งให้ก็ได้ รีบแกะอีกกล่องสิ คลิปมันจะยาว”
“ได้ หนูหลับตาแล้วนะ”
หลังจากนั้นไลลาก็ทำเหมือนเดิมทั้งที่เป็นกล่องที่สอง เธอก็ยังคงตื่นเต้นเหมือนเดิม พูดเหมือนเดิมราวกับท่องจำบทพูดนี้มา ส่วนโซเองก็ตอบกลับเธอเหมือนเดิมเช่นกัน
“ฮื่อ ถูกใจมาก ๆ เลย จะห้อยตัวไหนก่อนดีน้า”
ร่างเล็กรีบไปหยิบกระเป๋าสะพายคู่ใจขึ้นมาก่อนจะมองพวงกุญแจตุ๊กตารูปร่างหน้าตาเหมือนกันต่างกันแค่สีดำกับชมพู
“จะใช้คนเดียวสองตัวเลยรึไง”
“มันน่ารัก ถ้าไม่ใช้จะน้อยใจกัน”
“แล้วไม่คิดจะแบ่งฉันบ้างเลย”
“พี่อยากได้ไหม ดมสิ หอมนะ ตัวสีดำก็น่ารัก”
ใบหน้าหล่อโน้มไปดมพวกกุญแจขนปุยตรงหน้าที่มือเล็กยื่นมาหา มันมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ จริง แต่เหมือนจะเป็นกลิ่นเธอมากกว่า
“อืม เอาตัวนี้
เมื่อถูกน้องแคร์จุ๊บ คนพี่ถึงกับรีบโดดลงจากแคร่ไม้ ทุกคนถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เด็กน้อยเขินสาวงั้นเหรอ “ป๊า!! มานี่” “โห เรียกใช้กูเหมือนเพื่อนเลย” ถึงจะบ่นอุบแต่ก็ยอมลุกตามไป นี่ถือเป็นครั้งแรกที่สิงขรเรียกว่าป๊า แต่อันที่จริงจะเรียกพ่อแบบบ้านคนไทยที่ไลลาใช้ก็ไม่ติดอะไรอยู่แล้ว “เอาไร” “ติม จะไปแบ่งน้อง” “เออ เข้าท่า ชอบเหรอวะ” “ชอบดิ มาก” สิงขรพูดไปก็ยิ้มไป มือเล็กรีบหยิบรับไอศกรีมในมือของโซ่แล้ววิ่งหนีออกไป ใบหน้าส่ายไปมาให้กับความทะเล้นของสิงขร ได้กูหมดเลยเหรอวะ “ให้” “โอ้! น่ารัก” “น้องแคร์แบ่งพี่สิงด้วยสิลูก” เจ้าใจยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูหลานชาย แม้จะแบ่งครึ่งได้แต่ก็ยื่นให้น้องทั้งหมด ร่างเล็กปีนขึ้นไปนั่งบนแคร่ข้างกัน ก่อนมือเล็กจะหักครึ่งและส่งให้ โซ่ที่เดินออกมาเห็นลูกชายถือไอกรีมพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เด็กน้อยไร้เดียงสา แม้จะเสียดายที่ไม่เท่ากันแต่ก็ยอมเสียสละให้น้อง “สิงขร ถ้าโตมาจะรักน้องแบบนี้ไหมเนี่ย” “ว่าไง ไอ้เปี๊ยก!” แผ่นดินหันไปถามเสียงเข้ม ทุกคนล้วนเงียบเสียง ราวกับกำลังรอฟังสิ่งที่เด็กน้อยจะพูดออกมา ดวงตาใสไร้เดียงสา หันไปมองร่างเล็กข้
ทุกวันไลลาจะตื่นแต่เช้า มาเตรียมอาหารให้โซ่ และอีกชุดเตรียมไปกินข้าวพร้อมเทียนหอมทุกวัน ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ล่วงเลยมาเดือนกว่าแล้ว “พี่โซ่ ไลลาเตรียมข้าวเช้าไว้ให้แล้ว วันนี้ไม่ต้องไปส่งนะ” “ไม่เอา พี่ไปส่ง” “พี่กลับมาดึก ไลลาอยากให้พัก” “ไม่ได้เหนื่อยครับ เห็นหน้าหนูทุกวันพี่หายเหนื่อยเลย” “ตามใจพี่ค่ะ แต่ว่าพรุ่งนี้เรากลับบ้านกันนะ เจ้าใจกับพี่แผ่นดินก็มา งานวันเกิดพ่อค่ะ” “ได้ครับ พี่เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” โซ่หายเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าสบาย ๆ ออกมา ทุกวันนี้เขาต้องเข้าไปคุมที่ร้านกับเมฆสลับกัน เพราะสงครามเข้าไปวิ่งเล่นในที่แคบ ส่วนน่านก็คอยดูแลเมียที่ท้องเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นภาระหนักมาตกอยู่ที่โซ่ เพราะเมฆเมียทิ้ง มาดูงานก็เหมือนมาอาบเหล้าแล้วนอนตามนั้น ร่างบางขางไลลาเดินเข้ามาภายในโรงพยาบาลเหมือนเดิม ซึ่งเป็นภาพที่หมอและพยาบาลส่วนใหญ่ค่อนข้างคุ้นตา “สวัสดีค่ะ เทียนหอมเป็นไงบ้างคะ” “ดีค่ะ วันนี้หมออนุญาตให้ออกไปที่สวนได้ค่ะ” “ดีเลย ขอบคุณนะคะ” ไลลาเดินตรงไปยังสวนดอกไม้สำหรับให้คนไข้ได้ออกมา ร่างบางของเที
“เฮ๊ย!! พูดให้ชัดหน่อยสิวะ” ทุกคนในโต๊ะถึงกับใจหายใจคว่ำไปตาม ๆ กัน ส่วนน้องแคร์ตอนนี้ก็เคี้ยวไก่ในปากตุ้ย ๆ มือป้อมยื่นมาหยิกแก้มของสองขร ก่อนจะทำท่าทางขัดเขินยุกยิก “น่ารักกันจังเลย” “ใช่ไหม เจ้ไลลาต้องยกสิงขรให้น้องแคร์แล้วนะ” “พี่ไม่...” “ยกให้เลย” โซ่กับแผ่นดินถึงกับจ้องหน้ากัน โซ่ออกไปทางทะเล้นปั่นประสาทมากกว่า ส่วนอีกคนก็หายใจแรง “นี่ กินอีก นี่ไก่” “จ้ะ!” “ดูแลเก่งขนาดนี้ ผ่านไหมครับว่าที่พ่อตาไอ้สิง” “เดี๋ยวกูจะเป่ากระโหลกมึง หุบปาก!” “น่ากลัวสัด” “เงียบ พอเลยทั้งคู่!” ศึกระหว่างพ่อลูกหนึ่งหยุดลง เพราะเมียรักทั้งสองสั่ง แผ่นดินได้แต่นั่งหน้าหงิกงอ ปัญหาคือน้องแคร์ก็ดันไปชอบด้วย เมื่อกินข้าวกันเสร็จไลลาและโซ่ก็แยกตัวมาหาหม่าม้าที่บ้าน สิงขรพอได้อยู่กับโซ่มากขึ้น ก็ได้ทำอะไรตามประสาลูกชาย “สิง หลับเหรอ” “หึ” “สิงขรครับ แม่สอนว่าไง” “ยังไม่หลับ” โซ่ยกยิ้มมุมปากออกมาอย่างพอใจ ดวงตาคบเหลือบมองกระจกมองหลัง สิงขรก็มองอยู่เช่นกัน แต่ตาขวาง เมื่อรถจอดโซ่ก็เดินไปเปิดประตู ปลดเข็มขัดนิรภัยออกให้ลูกชาย โซ่ห่วงเรื่องความปลอดภัยมาก แต่สิงขรไม่ยอมนั่งคา
โซ่และภูผาเดินลัดเลาะตามคันนามาเรื่อย ๆ ทั้งคู่ต่างมีใบหน้าหงิกงอพอสมควร สำหรับโซ่พ่อตาคงตั้งใจแกล้ง แต่ภูผาพ่อดันให้มาด้วย “ใช่เถียงนาข้างหน้าไหมวะ” “เออ” ทั้งสองคนเอาข้าวของมาวางบนเถียงนา บรรยากาศรอบ ๆ เงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดและแมลงที่ส่งเสียงขับขาน โซ่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหวังจะส่งข้อความไปอ้อนเมีย แต่ก็ต้องหงุดหงิดกว่าเดิม เพราะตรงนี้ไม่มีสัญญาณ “มึงกลับมาครั้งนี้ แน่ใจไหมว่าจะไม่ทำพี่สาวกูเจ็บ” “กูจะใช้ทั้งชีวิตดูแลไลลากับไอ้สิงให้ดี มึงเชื่อใจกูอีกสักครั้งเถอะ” “...” ดวงตาคมของโซ่เหลือบไปมองยังปลายทุ่งนาไกล ๆ เงาคนยืนนิ่งอยู่ไม่ขยับ เขาไม่คิดจะเอ่ยทักหรืออะไร ถึงจะอยู่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็พอรู้เรื่องพวกนี้บ้าง “ไอ้ผา” “เออ เดี๋ยวมันก็มา” “เดี๋ยวมันก็มาห่าอะไร มึงรู้ไหมเนี่ยว่ากูจะพูดอะไร” “กูรู้ มันก็มาแบบนี้ประจำ” ภูผายังคงนั่งนิ่งพูดต่อ ดวงตาคมของโซ่ยังคงมองเงานั้นไม่วางตา และที่สำคัญมันกำลังมาอย่างที่ภูผาพูดไปจริง ๆ ใบหน้าหล่อยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าทีของโซ่ เขานั่งนิ่งตาแข็ง นักเลงจริงไหมวะแค่นี้ก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี “เฝ้านาให้ลุงนายเ
“พี่เป็นอะไร ไลลาเห็นยุกยิกไปมา” “ตื่นเต้นว่ะ พ่อหนูจะยิงพี่ทิ้งไหม” “กลัวเหรอ” “ไม่ พูดไปงั้น” โซ่หันมามองใบหน้าสวยของไลลาด้วยรอยยิ้ม เกิดมาต่อยตีแทบจะทั้งชีวิต เอาอะไรมากลัวแค่พ่อตากระทืบ สำหรับเขาน้อยนิดมาก รถเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ บรรยากาศโดยรอบรายล้อมไปด้วยทุ่งนา กลิ่นไอดินตีเข้าจมูกหอมสดชื่น แสงเหนือที่กำลังนั่งเฝ้าสิงขรกาดน้ำไก่ หรือที่จริงกำลังถอนขนมันก็ไม่รู้ หนังไก่แดงเถือกแทบจะหลุดติดมือ “พ่อคะ สวัสดีค่ะ” “...ออกไปจากบ้านกู” “ผมไม่ไปครับพ่อตา” ไลลาถึงกับเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก แสงเหนือยังคงจ้องโซ่ตาแข็ง ดูก็รู้ว่าคงขุ่นเคืองใจเรื่องในอดีตอยู่ “ใครพ่อตามึง ไอ้สิงขรลุก!!” “สิงขรครับ มาหาป๊าเร็ว” เด็กชายที่ตอนแรกนั่งอยู่กับไก่ไม่สนใจใคร พอคนเป็นตาเรียกก็ลุกขึ้นยืน สิงขรมองหน้าโซ่นิ่ง ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร “สิงขรไปไหนลูก” ไลลาที่เห็นว่าลูกชายวิ่งหนีกลับเข้าไปในบ้านก็รีบตามไป ทิ้งให้สงครามพ่อตาและลูกเขยเกิดขึ้นอีกครั้ง “มึงมาทำไม” “ผมตั้งใจมาขอโทษสำหรับทุกอย่าง” “ไม่จำเป็น มึงรีบไสหัวกลับไปก่อนที่กูจะหมดความอดทน” ปั่ก! “ใครมันโยนมะม่วงใส่
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา“ม้า ซินมันหลับ!”“โห่ เฮีย! กลับมาก็หาเรื่องเลยนะ อ้าวพี่!”โซ่มองน้องสาวที่ชี้ไลลาด้วยสีหน้าตกใจเหมือนเคยเจอกันมาก่อน ไลลาเองก็เช่นเดียวกัน “น้องสาวพี่เหรอ”“ใช่ ชื่อซิน เคยเจอเหรอ”“ใช่ ซินเคยเจอ ตอนนั้นพี่ท้องใช่ไหมนะคะ”“ใช่จ้ะ”“ม้า ๆ เฮียโซ่พาเมียมาบ้าน ทำเขาท้องไม่รับผิดชอบด้วย!”“ไอ้โซ่!”ผู้หญิงหน้าตาสะสวยเดินออกมจากด้านหลังบ้านทั้งที่มีอายุแล้วแต่ก็ยังดูดี ไลลายกมือขึ้นไว้ช้า ๆ พร้อมกับยิ้มเล็กน้อย“ดวงตกแล้วลูกได้ไอ้นี่เป็นผัว ไหนหลาน ไอ้ซินพูดไปเรื่อยเหรอ”“เดี๋ยวไปรับมาหาครั้งหน้า”“ลูกเต้าเหล่าใครล่ะเนี่ย น่าสงสารนะลูก”“ม้า!”ไลลาถึงกับขำตามเธอรู้แล้วว่าโซ่นั้นห่ามเหมือนใคร พูดคุยกันไม่นานทั้งคอทั้งข้อมือก็ถูกแม่ของโซ่จับใส่ทองทั้งตัว ให้เหตุผลว่ารับขวัญลูกสะใภ้ตอนแรกม้าเอ่ยชวนไลลาให้มาเที่ยวเล่นและเฝ้าร้านทองช่วยซิน แต่โซ่ไม่ยอมเพราะไม่อยากห่างเมียแม้แต่น้อย เมื่อกลับจากบ้านของโซ่เขาก็ขับรถเธอมานั่งเล่นที่ริมแม่น้ำ ริมทางมีไฟสวยงามประดับชวนให้มอง ร่างบางยืนรับลมเย็นสบายที่ปลิวพัดมากระทบใบหน้าสวย เธอหลับตาลงสูดอากาศสดชื่นเข้าปอด เ
พรึบ!ร่างบางถูกเกี่ยวรั้งด้วยแขนแกร่งของคนที่นอนหงายมองมาที่เธอ จนหน้าของไลลาจิ้มลงที่อกแกร่งของเขา สายตาที่โซ่มองมานั้นเธอรับรู้ได้ว่าเขาตั้งใจแกล้งเธอ“ปล่อยนะ!”“อย่าดิ้น”“พี่ก็ปล่อยสิ”ร่างบางของไลลาดีนดิ้นอยู่อย่างนั้นจนแขนแกร่งของโซ่ทั้งสองข้างรวบเธอมาไว้ในอ้อมกอดก่อนจะออกแรงกอดรัดจนไล
สองวันต่อมา“เฮ้ย ตุ๊กตาไรวะไอ้โซ่”“พวงกุญแจรถกู”“อย่างมึงเนี่ยนะ ใช้ของแบบนี้ ขนลุกสัด!”“อย่า เสือก!”โซ่พูดเสียงแข็งพร้อมกับเน้นย้ำทุกคำพูด เขาปรายตามองเพื่อนทั้งสามด้วยสีหน้าใช้ความคิด“เย็นนี้กูจะไปแก้”“เอาดิ หน้าหล่อ ๆ กูเสียโฉมเลยสัด แค้นว่ะ!”“เออ งั้นกูไปรวมรุ่นก่อน”พูดจบสงครา
ไลลามองหน้าชายหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไร ไหล่เล็กทั้งสองข้างถูกจับไว้แน่น โซ่จ้องมองร่างบางตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ“ตอบสิ! ใบ้แดกเหรอวะ”“พูดบ้าอะไรของนาย”ไลลายังคงจ้องมองตาคู่คมของเขา และตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตไม่เคยมีผู้ชายคนไหนที่เธอใกล้ชิดด้วยนอกจากน้องชายขอ
ไลลาตื่นเช้าเหมือนอย่างทุกวัน เธออยู่ในชุดนักศึกษาเรียบร้อยพร้อมไปเรียน แต่ร่างบางกำลังยืนรีดเสื้อช็อปให้กับคนที่ขอฝากไว้อยู่ เขาส่งข้อความมาบอกเธอว่าช่วงสายจะมาเอาเสื้อ เพราะเขาเองไม่มีใส่แล้ว หากจะปล่อยให้เขาใส่มันแบบยับ ๆ คงจะทำให้เธอรู้สึกไม่ดีเมื่อมาถึงมหา’ลัยโซ่ก็ยังไม่มาเอาเสื้อ ไลลาจึงจำใจ







