LOGINเช้าวันต่อมา
เอเลนอร์เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าร่างกายเริ่มดีขึ้นเล็กน้อยจึงค่อย ๆ ลืมตามองดูรอบห้องที่ยังไร้เงาของนาธาเนียล คิดไปเองว่าสิ่งที่เธอได้ยินตอนไม่ได้สตินั้นเป็นเพียงฝันร้าย
ทว่า เอมี่กลับยืนยันว่าเขากลับมาแล้วตั้งแต่เมื่อวาน
“นายท่านมีงานด่วนต้องตรวจตราเลยรีบออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ค่ะ แต่นายท่านบอกว่าจะรีบกลับมาถ้าเสร็จธุระแล้ว” เธอพยายามบอกคนตรงหน้าที่ใจไม่ดีสักเท่าไหร่ แววตาอีกฝ่ายสลดลงเพราะคิดว่าอย่างน้อยควรจะปลุกเธอแล้วบอกให้รู้สักนิดก็ยังดี
คำปลอบประโลมเล็กน้อยหรือการอยู่เคียงข้างกันในเวลานี้ดูเป็นคำขอที่มากเกินไปอย่างนั้นเหรอ
“ฉันคงจัดการทุกอย่างเองไม่ได้ ฝากด้วยนะเอมี่” เธอฝากเรื่องอาหารมื้อเย็นให้สาวใช้รับผิดชอบ สายตาเหม่อมองไปนอกห้องก่อนลุกเดินไปยังห้องนอนของนาธาเนียล
กลิ่นสบู่หอมอ่อน ๆ ที่เขาชอบใช้ยังคงอบอวล เธอคิดถึงเขามากเหลือเกินจนคิดไปว่า “เขาโกรธที่ฉันแท้งเหรอ เอมี่”
สาวใช้ตกใจรีบปฏิเสธทันควัน “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ อย่าได้คิดโทษตัวเองเลยนะคะ” เธอรู้ดีว่าคนตรงหน้าร่างกายไม่แข็งแรง และหากจะโทษใครแล้วล่ะก็ นายท่านของเธอคงจะมีส่วนไม่น้อย ไม่รู้ทำไมถึงไม่บอกใครบ้างเลยว่าตอนนั้นหายไปไหน แล้วทำไมถึงทำตัวห่างเหินกันถึงขนาดนี้ มิหนำซ้ำยังไม่ให้แจ้งไปทางคฤหาสน์อาเบอร์ลีนอีกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่นี่
เคานต์ เดอ ลีแวร์ใจร้ายกับนายหญิงมากเกินไปแล้ว ถ้าไม่ติดว่าเขาเป็นเจ้านายที่เห็นกันมานานคงมีโวยวายแทนคนตรงหน้าจนกว่าจะสำนึก
“เอมี่ ช่วยเตรียมของทำขนมอบได้ไหม นาธาเนียลชอบทานเล่นเวลาอารมณ์ไม่ดี” เอเลนอร์ยิ้มให้สาวใช้อย่างอ่อนโยน พยายามฝืนตัวเองลุกไปที่ครัวด้านล่าง
บรรดาสาวใช้เห็นนายหญิงกระตือรือร้นสดชื่นขึ้นมาบ้างจึงไม่อยากห้ามเพราะอย่างน้อยพวกเขาก็ได้เห็นรอยยิ้มของเธอในรอบหลายวันตั้งแต่เหตุการณ์นั้นพลางช่วยเหลือทำทุกอย่างเต็มที่
ตะวันคล้อยลอยลับ ลมหนาวยามค่ำคืนพัดผ่านมาเป็นระลอก เอเลนอร์สวมชุดหลายชั้นนั่งมองไปที่ระเบียงห้อง เฝ้าคอยว่าเขาจะกลับมาเวลาไหนจนกระทั่งได้ยินจากพ่อบ้านว่างานที่เขาทำคงล่าช้าไปอีกหลายวัน
เธอผล็อยหลับไปทั้งอย่างนั้นโดยที่ไม่ได้ทานมื้อเย็น ขดตัวนอนด้วยความอ้างว้างและโดดเดี่ยวในคฤหาสน์หลังใหญ่
ไม่กี่วันต่อมารู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่มีแขกมารอพบเธอข้างล่างจึงรีบล้างหน้าตาเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยเร็วไว หากแต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้ใจสั่นระริก หน้าถอดสีเพราะคนในตระกูลเคานต์เอเวอร์เลตอยู่ครบพร้อมหน้าพร้อมตา
“ลูกพ่อ เป็นอย่างไรบ้าง” เคานต์เอเวอร์เลตทักทายเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ลูกสบายดีค่ะ” เอเลนอร์ไม่กล้าสบตาพวกเขา “ท่านพ่อมาที่นี่ทำไมหรือ”
“เอเลนอร์น้องรัก” คราวนี้โจเซลีนพี่สาวคนโตเอ่ยขึ้นมาบ้าง “พวกเรามาที่นี่ก็เพราะคิดถึงเธออย่างไรเล่า ไม่ได้เห็นหน้าค่าตากันตั้งหลายเดือน ไม่ได้รับจดหมายจากพวกเราบ้างเหรอ”
“จดหมายเหรอคะ” เอเลนอร์ไม่รู้ว่าพวกเขาพูดเรื่องจริงหรือไม่เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ครั้นหันมองเอมี่ สาวใช้ก็ส่ายหน้าไม่รับรู้เรื่องนี้เช่นกัน
“ไม่เป็นไรหรอก คนส่งจดหมายคงทำตกหล่นที่ไหน อย่ากังวลไปเลย” โจเซลีนกล่าวกับเธอแล้วเหลือบตามองข้างกายราวกับอยากอยู่ในห้องนี้กันแค่คนในตระกูล
เอเลนอร์จึงบอกให้สาวใช้ออกไปทำงานที่คั่งค้างไว้ แล้วอยู่ในห้องรับแขกกับคนในครอบครัวเพียงลำพัง
คล้อยหลังทุกคน เคานต์เอเวอร์เลตไม่รอช้าโพล่งถามเธอว่า “ทำไมถึงไม่ส่งเงินมา คิดจะเบี้ยวกันหรือไง หรือคิดว่าแต่งงานเข้าตระกูลอื่นแล้วเลยได้โอกาสตัดขาดกับครอบครัว นังคนอกตัญญู”
“ลูกขอโทษค่ะ แต่ว่าพอมาอยู่ที่นี่ ร่างกายไม่แข็งแรง สามวันดีสี่วันไข้…” เธอยังพูดไม่จบแต่โดนคนเป็นบิดาขัดขึ้นมาก่อน
“อย่ามาสำออยนักเลย ตอนแกอยู่ที่พัลเลเน่ก็ไม่เห็นจะเคยเจ็บป่วยอะไร คิดจะแกล้งหลอกฉัน มันไม่โง่ไปหน่อยเหรอ” เขาสบถอารมณ์เสียที่ทุกอย่างไม่เป็นดังใจ
เคานต์เอเวอร์เลตอ้างว่าเวลานี้การเงินของตระกูลลดน้อยลงมาก ไม่กี่เดือนก่อนยังถูกคนคดโกงไป ในเมื่อบุตรสาวคนรองได้แต่งงานกับเคานต์ เดอ ลีแวร์ ตระกูลที่มีทั้งอำนาจและทรัพย์สินมหาศาลใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด หากแบ่งมาให้ครอบครัวบ้างจะเป็นไรไป
เอเลนอร์เพิ่งจะรู้ตัวว่าเงินที่เธอควรได้รับในแต่ละเดือนแทบไม่มีเลยเพราะเธอไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าการเงินของนาธาเนียลมีมากน้อยแค่ไหนจึงเจียมเนื้อเจียมตัวใช้เท่าที่เขาให้มาเท่านั้น
“ลูกไม่มีจริง ๆ นะคะ” เธอยืนยันหนักแน่นไปตามความจริง
“ไม่มีก็ขอสิ แกไม่มีปากหรือไง เป็นถึงเคาน์เตส เดอ ลีแวร์แต่ยังทำตัวเหมือนเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าไปได้
ข้างนอกห้องรับแขกนั้น เอมี่และสาวใช้ที่เหลือกำลังเข็นรถน้ำชาและของว่างมาให้ครอบครัวฝั่งเอเลนอร์พลันได้ยินเรื่องหนึ่งเข้าโดยปริยาย
“แกอยากให้เขารู้หรือไงว่าแกไม่ใช่เอเลนอร์” เขาโพล่งถามบุตรสาว สายตามาดร้ายแสยะยิ้ม “นังเด็กสารเลว กล้าเสแสร้งเป็นลูกสาวที่ตายไปแล้วของฉัน มาตบตาฉัน อย่างน้อยก็ต้องสำนึกบุญคุณที่ฉันเลี้ยงแกมา สำนึกที่พี่สาวตายเพราะแกสิ”
สาวใช้คนอื่น ๆ มองหน้าเอมี่ หูผึ่งกับสิ่งที่ได้ยินจึงหยุดยืนอยู่ด้านนอกแล้วฟังอย่างตั้งใจ
“ท่านพ่อพูดอะไรแบบนั้นคะ ท่านพ่อก็รู้ว่า…” เอเลนอร์พยายามแก้ต่างให้ตัวเองแต่ถูกตบหน้าเสียงดังเพียะ
“ท่านพ่อ ลูกไม่ได้ทำแบบนั้น…”
เพียะ
ใบหน้าซีดเซียวเกิดเป็นรอยนิ้วแดงเถือกขึ้นมาเป็นปื้น เธอนิ่งงันเจ็บแปลบทั้งที่หน้าและหัวใจ
หลังจากนั้นไม่นานเคานต์เอเวอร์เลตก็ทิ้งให้บุตรสาวนั่งหดหู่ใจอยู่เพียงลำพัง ก่อนจะจากไปกำชับเธอไว้ว่าอย่าลืมส่งเงินมาให้อีกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นสามีของเธอจะต้องได้รู้เรื่องราวพวกนี้
เอเลนอร์ปาดน้ำตา ไม่เข้าใจว่าทำไมมาถึงขั้นนี้แล้ว คนเป็นบิดายังจงเกลียดจงชังเธอนักหนา เรื่องที่เขาพูดมาล้วนไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น แต่ไม่ว่าจะทั้งอดีตหรือตอนนี้ ผู้คนคงเลือกเชื่อเขามากกว่าเธอเหมือนเดิม
หญิงสาวกลัวว่านาธาเนียลจะหลงเชื่อคำพูดพวกนั้นแล้วตีตัวออกหาก แม้จะรู้ว่าเขาและเธอมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมาเนิ่นนานแล้วคงไม่คล้อยตามคำพูดเหล่านั้น แต่ในใจแอบกลัวไม่น้อย กลัวว่าคนที่รักเธอหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่จะหมดเยื่อใย
สาวใช้เคาะประตูห้องขออนุญาต เอเลนอร์บอกแต่เพียงว่าวันนี้เธออยากอยู่คนเดียว พวกเขาจึงไม่เข้ามาวุ่นวายแต่จับกลุ่มพูดถึงเรื่องราวที่ได้ยินให้กันฟังอย่างออกรส
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเป็นเรื่องจริง” หนึ่งในสาวใช้เอ่ยปาก สีหน้าระคนหลายความรู้สึก “ใครจะไปคิดว่าเธอสวมหน้ากากไร้เดียงสาปิดบังความจริงทุกอย่าง”
“ตอนนั้นก็คิดอยู่ว่าแปลก ๆ นึกว่าเป็นแค่พี่น้องกันแต่ว่าเป็นถึงแฝดหน้าเหมือนสินะ” สาวใช้อีกคนพูดถึงข่าวคราวที่ได้ยินมา ในขณะที่เอมี่นั่งครุ่นคิดด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วพูดออกมาว่า “พวกเธอคิดว่านายหญิงแกล้งทำเป็นใสซื่อเหรอ ตั้งหลายเดือนเชียวนะ แถมยังทนไม่สบายแพ้อากาศหนาวอีก”
“เสแสร้งไงล่ะ คนมารยาร้อยเล่ห์ย่อมทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว ไม่ได้ยินเหรอว่าเคานต์เอเวอร์เลตพูดว่าเธออิจฉาเลดี้เอเลนอร์มาตั้งแต่เด็กแล้ว พอเห็นนายท่านของเราจึงคิดอยากได้เป็นของตัวเอง แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะกล้า”
“น่าสงสารเลดี้เอเลนอร์จริง ๆ” เธอส่ายหน้ารู้สึกเห็นใจกับความโชคร้ายที่ผู้หญิงคนนั้นได้รับ ก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า “แสดงว่านายท่านรู้เรื่องนั้นแล้วหรือเปล่า”
“เรื่องอะไรกัน” เอมี่เลิกคิ้วสงสัย ยังคงจมปลักกับความคิดตัวเอง
“นายท่านรู้เรื่องว่าเลดี้เอเลนอร์ตัวจริงตายไปแล้ว ผู้หญิงที่นายท่านรักจากไปแล้วไงล่ะ” เธอโพล่งขึ้นมา ทำสีหน้าประหนึ่งว่าตัวเองไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการกระทำของเจ้านายในช่วงหลังฮันนีมูนได้แล้ว
“จริงสิ” ใครอีกคนเห็นด้วย “ตอนนั้นได้ข่าวว่าจับตัวคนร้ายได้แล้ว หลังจากนั้นนายท่านก็แยกห้องกับเธอแล้วทำตัวห่างเหินเลยทันทีไม่ใช่หรือไง ฉันเคยได้ยินมาว่าก่อนหน้านั้นนายท่านยืนยันว่าจะอยู่ดวาลินน์ต่อเพราะอาการของเธอไม่สู้ดี แต่นี่อะไร รู้ว่าเธอแพ้อากาศหนาวแต่ยังพาเธอมาด้วยราวกับจะทรมานกันให้ตาย”
พวกเธอพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันทั้งคืน ส่วนใหญ่แล้วเห็นดีเห็นงามด้วยที่นาธาเนียลปฏิบัติกับหญิงสาวแบบนั้น ในขณะที่บางส่วนยังคงเชื่อว่าเอเลนอร์ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นจนกระทั่งได้เห็นสิ่งที่นาธาเนียลทำในอีกไม่กี่วันต่อมา
เคานต์ เดอ ลีแวร์ดื่มเหล้าเมามายเป็นครั้งแรกในชีวิต เขาเข้าไปในห้องนอนของเอเลนอร์ สีหน้าเย็นชา สติเหมือนไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วเริ่มพร่ำเพ้อความรู้สึกในใจที่เก็บเอาไว้มานาน
“ไหนใคร ๆ ก็บอกว่าน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่อิลิโอสามารถขอพรได้หนึ่งข้อไม่ใช่เหรอ” น้ำเสียงนั้นเจือปนความผิดหวังที่บั่นทอนจิตใจ
“…” เอเลนอร์ยังคงนิ่งไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไรจากเธอกันแน่ที่จู่ ๆ ก็บุกเข้ามาในห้องนอนหลังจากไม่ได้เจอกันนานกว่าหนึ่งเดือน
พอกลับมาถึงยังพูดเรื่องตำนานนั้นโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ใครเล่าจะรู้ว่าสาวใช้ทุกคนแอบฟังอยู่ด้านนอกโดยพร้อมเพรียงกัน
“ทำไมฉันสวดวิงวอนเท่าไหร่ ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย ทำไมเอเลนอร์ถึงไม่กลับมาหาฉัน ทำไมถึงเป็นเธอที่อยู่ต่อหน้าฉัน ทำไมต้องเป็นเธอ เซซิเลีย” น้ำตาของเขาเอ่อคลอดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล แววตาเจ็บปวดสะท้อนออกมาจนเธอรู้สึกอย่างนั้นไปด้วย
ความคิดพลันสับสนขึ้นมาทันใดว่าทำไมเขาจึงคิดแบบนั้น เรื่องราวทุกอย่างมันผิดพลาดไปตอนไหนหรือ เหตุใดคนที่เขาอยากอยู่ด้วยจึงเป็นพี่สาวที่ล่วงลับไปแต่ไม่ใช่เธอ คนที่เขาสัญญาว่าจะรักและดูแลตลอดไป
“นาธาเนียล คุณเมามากแล้วนะคะ เดี๋ยวฉันพาไปส่งที่ห้อง” เธอเข้ามาใกล้เขา คิดพยุงอีกฝ่ายไปห้องนอนแต่ถูกผลักออกมาจนล้มข้อมือกระแทกพื้น
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน คิดจะเสแสร้งเป็นเอเลนอร์ไปจนถึงเมื่อไหร่ เธอคิดว่าจะมาแทนที่ผู้หญิงที่ฉันรักได้อย่างนั้นเหรอ” เขาโพล่งออกมาอย่างเดือดดาล “เฮอะ เธอดูถูกความรักที่ฉันมีให้เอเลนอร์มากเกินไปแล้ว”
“นาธาเนียล คุณกำลังเข้าใจฉันผิด ฟังฉันก่อนได้ไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยขอร้องให้เขาฟังในสิ่งที่เธอพูดบ้าง
“หุบปาก อย่าคิดว่าจะใส่ร้ายเอเลนอร์ได้อีก” เคานต์ เดอ ลีแวร์เดินเข้ามาใกล้พลางบีบต้นแขนสองข้างของร่างบางจนเธอสีหน้าเหยเก “ในเมื่ออยากใช้ชีวิตอยู่กับฉันนักจนถึงขนาดทำอย่างนั้นกับเอเลนอร์ เธออย่าหวังว่าจะมีความสุขเลย เธอต้องอยู่ชดใช้ความผิดที่เธอก่อ ต่อให้เธอตายไป ฉันก็จะให้หมอรักษาเธอให้ฟื้น ถ้าฉันไม่บอกให้ตายก็ตายไม่ได้”
แคชตันเลิกคิ้วแล้วเอื้อมไปจับมือเธอ “รีบกลับกันเถอะ”หญิงสาวยิ้มร่าเริงเพราะอีกฝ่ายไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนแล้วจับมือคนข้างกายไว้แน่น พูดพึมพำว่า “วันนี้มีความสุขจังเลย สงสัยคืนนี้คงนอนหลับฝันดี” แล้วคว้าแขนเขามากอดพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย“เธอนี่นะ…” แคชตันไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรได้แต่ยอมปล่อยให้เธอทำอย่างที่ใจต้องการคฤหาสน์ เดอ ลีแวร์นาธาเนียลนั่งจิบน้ำชายามบ่ายสบาย ๆ อยู่ในสวนดอกไม้พลางมองดูบุตรชายทั้งสองคนวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน ข้างกายเขามีเด็กหญิงตัวน้อยผมสีเทายาวสยายกำลังทานเค้กช็อกโกแลตด้วยความเอร็ดอร่อย แก้มจ้ำม่ำ ผมม้าเต่อและดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลทำให้เธอดูเหมือนเทพธิดาตัวน้อย ๆ แสนน่ารักมือข้างหนึ่งที่ว่างอยู่เอื้อมไปจับคนที่นั่งข้าง ๆ อีกคนอย่างมีความนัย สะกิดต้นขาของเธอราวกับส่งสัญญาณจนถูกตีเพียะที่หลังมือเบา ๆ เพื่อเตือนสตินาธาเนียลยิ้มยียวนเหมือนอย่างเคย วันนี้ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเพราะแคชตันและเอเลนอร์จะมาช่วยเลี้ยงลูก ๆ ให้เพื่อที่เขาและเธอจะได้มีเวลาออกเดตในวันครบรอบแต่งงานท่าทางตื่นเต้นของนาธาเนียลทำให้เธอแอบอมยิ้มพลันรู้สึกได้ว่าเขายังเหมือนคนเดิมในวันวาน “คุณคงไม่ได้วางแผนทำอะ
หลายเดือนผ่านไป ความวุ่นวายของสงครามอาณาเขตได้สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของจักรวรรดิ นาธาเนียลเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับความดีความชอบสำหรับผลงานในครั้งนี้สร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลมากยิ่งขึ้นจนฝ่ายเชื้อพระวงศ์หวาดระแวงว่าพวกเขาจะแว้งกัดในสักวันหนึ่งทว่า บุตรชายแต่ละคนของดยุกอาเบอร์ลีนยังคงยืนยันหนักแน่นว่าจะจงรักภักดีต่อราชวงศ์เลทีอัสเหมือนเมื่อครั้งในอดีต หากพวกเขาตั้งอยู่ในครรลองของความดีงามบรรดาศักดิ์ของเคานต์ เดอ ลีแวร์ยังคงเป็นของนาธาเนียลเหมือนอย่างอดีต เขามองหน้าคู่ชีวิตแล้วกอดเธอไว้ด้วยความหนักใจเล็กน้อยเซซิเลียยิ้มให้เขาเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ “ครั้งนี้ร่างกายฉันสบายดีค่ะ แล้วก็ฉันชอบอยู่ในที่สงบเงียบ ถ้ามีคุณอยู่ด้วยแล้วต่อให้ต้องนอนในถ้ำ ฉันก็จะไม่ปล่อยมือจากคุณค่ะ”“นอนในถ้ำอย่างนั้นเหรอครับ” รอยยิ้มมุมปากดูน่าสงสัยไม่น้อย “คุณอยากเปลี่ยนบรรยากาศเหรอครับ”“ใจเย็นก่อนนะคะ ทำใจให้สงบเข้าไว้เพราะฉันแค่เปรียบเทียบให้คุณเข้าใจ ไม่ได้จะไปทำอะไรในถ้ำเสียหน่อย” หญิงสาวส่ายหน้ารีบห้ามปรามคนที่กำลังคิดจินตนาการไปไกล“แต่ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ” นาธาเนียลยิ้มยียวนแล้วพูดอีกว่า “ถ้
หลังจากพักรักษาตัวอยู่นานเกือบสองเดือน บาดแผลบนร่างกายของนาธาเนียลจึงค่อย ๆ สมานจนหายดี เวลานี้ข้างกายเขามีหญิงสาวที่รักคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง แม้บาดแผลพวกนั้นทิ้งร่องรอยของสงครามเอาไว้แต่หากมีโอกาสเมื่อใดเขามักจะทำตัวน่าสงสารประหนึ่งเด็กน้อยที่ต้องรับการปลอบโยนจากใครสักคน“นาธาเนียล ยังเจ็บอยู่เหรอคะ” เซซิเลียตามเขาไม่ทันเหมือนอย่างเคย ดวงตาคู่นั้นมองเขาด้วยความเป็นห่วง นิ้วมือเรียวสัมผัสรอยแผลเป็นแผ่วเบา“ผมอยากกอดคุณครับ” เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้ายังรักเขาอยู่ ทั้งยังอนุญาตให้เขารักเธอได้อีกครั้ง นับตั้งแต่วันนั้นมาจึงพูดออกไปอย่างที่คิดโดยไม่มีปิดบังครั้นสวมกอดกันอย่างที่ใจเขาต้องการ แต่การกระทำแค่นี้ไม่เคยเพียงพอเพราะเขารอมาเนิ่นนานเหลือเกินและอยากสัมผัสคนที่เขารักมากกว่านี้“ผมขอจูบคุณได้ไหมครับ” แม้ว่าจะถามออกไปอย่างนั้นราวขออนุญาตแต่เซซิเลียจะปฏิเสธได้อย่างไร ในเมื่อมือข้างหนึ่งของเขาจับท้ายทอยเธอไว้ อีกค้างประคองใบหน้าเข้าใกล้ ริมฝีปากแทบจะบดเบียดกันอยู่แล้วหญิงสาวอมยิ้มกับสิ่งที่เขาทำ
“อย่าร้องไห้เพราะผมเลยนะ ผมสวดวิงวอนให้คุณมีความสุขแล้วนี่นา มันไม่ได้ผลเหรอ อืม… ทำยังไงดี” สีหน้าของเขาสับสนและมึนงง ดูเหมือนว่าฤทธิ์ของยาแก้ปวดจะยังคงอยู่อีกนาน ชายหนุ่มจึงพร่ำเพ้อได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดแรง“ผมขอโทษนะ” เขาพยายามดึงเธอเข้ามากอดแต่บาดแผลทั้งข้างหน้าข้างหลังเจ็บแปลบจนนิ่วหน้า“นาธาเนียล!!!” หญิงสาวร้องลั่นแล้วเป็นฝ่ายขยับเข้าหาเขาแทน เมื่ออยู่ใกล้กันมากพอที่เขาจะเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาเธอได้ นาธาเนียลไม่รอช้าคว้าเธอเข้ามากอดปลอบโยน “ผมขอโทษที่ทำให้คุณร้องไห้อีกแล้ว บอกผมได้ไหมว่าต้องทำยังไง”“นาธาเนียล” เซซิเลียเรียกเขาแผ่วเบา “ฉันเป็นห่วงคุณมากนะคะ เพราะฉะนั้นพักผ่อนให้เต็มที่แล้วตื่นมาเจอฉันนะ”“สัญญาว่าจะไม่ร้องไห้นะ เด็กดี” เขาเปลี่ยนคำเรียกหญิงสาวไปตามอารมณ์ “ทำไมวันนี้ฝันดีจังเลย ได้อยู่กับนางฟ้าที่ผมรักด้วย”“เฮ้อ” เซซิเลียถอนหายใจที่เขายังคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงภาพความฝัน “ผมอยากฝันดีกว่านี้ บอกรักผมหน่อยได้ไหมครับ” นาธาเนียลเปลี่ยนน้ำเสียงออดอ้อนคนตรงหน้า แววตาเป็นประกาย “ไม่ใช่สิ ถ้าคุณไม่ได้รักผมก็คงลำบากใจที่จะพูด แต่ว่าต่อให้คุณพูดโกหกผมก็ยินดีที่จ
คำพูดของคุณยายในวันนั้นทำให้เขาคิดหนักจนถึงขั้นพึมพำคนเดียวหน้าน้ำพุอิลิโอพลางนึกถึงการกระทำของเซซิเลีย กระนั้นเขามั่นใจว่าเธอไม่น่าจำเรื่องราวใด ๆ ได้เพราะเขาวิงวอนให้เธอลืมทุกสิ่งเกี่ยวกับเขาไปให้หมด ถ้าหากเธอจำได้คงจะเกลียดหน้าเขาและไม่มาพบกันอีกด้วยซ้ำไป ไม่มีทางที่จะเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ใบหน้าไร้เดียงสาและมีความสุขเวลาที่ได้อยู่กับเขาอย่างแน่นอนช่วงเวลาของความสับสนถาโถมเข้ามาในจังหวะที่เขาได้ข่าวคราวของกลุ่มกบฏธาลัสซาร์ที่ต้องการลอบสังหารองค์รัชทายาทพอดิบพอดีนาธาเนียลจึงต้องรีบกลับดวาลินน์เพื่อรายงานให้จักรพรรดิได้รู้ถึงความเคลื่อนไหวนั้นแล้วจัดกองกำลังอารักขาจักรวรรดิแทรกซึมเข้าเขตเมืองนาร์วีล่วงหน้าเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เขาสามารถช่วยชีวิตคนสำคัญของจักรวรรดิไลซีเทียรอดพ้นจากความอาฆาตร้ายได้อย่างหวุดหวิดพลันได้รับบรรดาศักดิ์และดินแดน เดอ ลีแวร์เพราะคุณงามความดีในครั้งนี้ทว่า ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าการกระทำนั้นจะเปลี่ยนเหตุการณ์อื่น ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตและเร่งระยะเวลาเข้ามาเร็วขึ้นเพราะหกเดือนต่อมา กลุ่มคนที่เหลือรอดในครั้งนั้นได้ร่วมมือกับพวกคนเถื่อนที่เข้ารุกราน
ไม่กี่เดือนต่อมา เขากลับเป็นฝ่ายอดรนทนไม่ไหวจึงเดินทางไปที่พัลเลเน่ อ้างว่ามีเรื่องต้องตรวจตราตามหน้าที่บุตรชายของตระกูลดยุกอาเบอร์ลีน ทั้ง ๆ ที่ดินแดนทางแถบนั้นอยู่ใต้อำนาจของฟินน์ อาเบอร์ลีน พี่ชายคนรองของเขาแม้ได้โอกาสอยู่ใกล้กันเพียงนั้นแต่นาธาเนียลก็ทำได้แค่เพียงแอบมอง“อีกแล้วเหรอ” เอเลนอร์และแคชตันมองหน้าแขกผู้มาเยือนที่ถือตะกร้าขนมพัลเลเน่และน้ำผึ้งลาเวนเดอร์มาฝากเซซิเลีย“ทำไมรู้สึกหงุดหงิดแบบนี้นะ” เอเลนอร์ย่นคิ้วครุ่นคิดอย่างหนักเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงไม่สารภาพรักกับน้องสาวตัวเองให้สิ้นเรื่องเธอพอจะมองออกว่าต่างฝ่ายต่างมีใจให้กันแต่กลับทำเหมือนปิดบังอะไรบางอย่างเอาไว้และรักษาระยะห่างอยู่อย่างนี้มาเป็นสิบปีแล้วนาธาเนียลถอนหายใจพลางกล่าวกับแคชตันว่าเขามาที่นี่เพราะต้องการจัดการเรื่องราวที่ค้างคาใจ“นายพร้อมจะดูแลเธอในฐานะคู่หมั้นแทนฉันไหม” เขาเอ่ยกับแคชตันด้วยสีหน้าหลากความรู้สึก “ขอแค่ดูแลเธอให้ดี…”“เฮอะ” เจ้าตัวแสยะยิ้ม การดูแลเซซิเลียเป็นเรื่องที่เขาเต็มใจทำอยู่แล้ว “นายแน่ใจนะว่าจะทำแบบนั้นจริง ๆ”“ไม่เลย” เขาสารภาพไปตามตรง หากแต่แคชตันอยากให้เขาได้ใช้เวลาทบทวนควา
เช้าวันต่อมาสาวใช้ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าหญิงสารเลวคนนี้จะต้องได้รับความทุกข์ทรมานให้สาสมกับสิ่งที่เธอทำกับเจ้านายและคนรักของเขาเซซิเลีย คือชื่อที่ถูกเรียกขานอีกครั้งนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในเมื่อเคานต์ เดอ ลีแวร์ไม่ว่ากล่าวอะไร พวกเธอจึงกลั
ก่อนเดินทางออกจากดวาลินน์ นาธาเนียลเข้าไปเยี่ยมหลุมฝังศพของเอเลนอร์ในสุสาน วางดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่เธอชอบข้างป้ายชื่อที่เขียนไว้ว่าREST IN PEACECECILIA EVERLET911 - 932
เอ็ดมันด์ ไวแอตต์ วัยสิบแปดปีเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของเคานต์ไวแอตต์ที่ล่วงลับไป ได้รับมรดกตกทอดและบรรดาศักดิ์ในเมืองรอบนอกของดวาลินน์ต่อจากผู้เป็นบิดา ร่ำรวยเงินทองจนสามารถใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยได้อย่างไม่แยแสสิ่งใดเขากลับหลงใหลในหญิงสาวดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์ราวกับ
เช้าวันต่อมาเอเลนอร์นอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รัก ในขณะที่เขามองดูคนตรงหน้าพลางกระชับอ้อมแขนโอบรอบให้แน่นขึ้น หลงใหลในตัวเธอโดยไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนใจเขาได้ชายหนุ่มเคยมีใบหน้าและรูปร่างงดงาม เรือนผมสีเทา ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเปล่งประกาย แต่เพราะสงครา







