เข้าสู่ระบบเช้าวันต่อมา
เอเลนอร์นอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รัก ในขณะที่เขามองดูคนตรงหน้าพลางกระชับอ้อมแขนโอบรอบให้แน่นขึ้น หลงใหลในตัวเธอโดยไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนใจเขาได้
ชายหนุ่มเคยมีใบหน้าและรูปร่างงดงาม เรือนผมสีเทา ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเปล่งประกาย แต่เพราะสงครามแต่ละครั้งหนักหนาสาหัสจึงทิ้งร่องรอยคมดาบเอาไว้นับไม่ถ้วน
ดวงตาข้างหนึ่งถูกคมดาบในสงครามปราบกบฏครั้งสุดท้ายกลายเป็นแผลผ่าเหนือคิ้วดวงตาข้างขวาลากยาวลงมาถึงกลางแก้ม นัยน์ตาข้างนั้นเปลี่ยนเป็นสีเทาและบอดสนิท เขาไม่กล้ามาพบเธอด้วยรูปลักษณ์เช่นนั้น คิดว่าคงจะน่าเกลียดในสายตาหญิงสาวที่มีบุรุษชนชั้นสูงต่อแถวรออยู่มากมาย
แต่กระนั้น เอเลนอร์กลับยิ้มให้เขาเหมือนในวันวาน ปฏิบัติกับเขาไม่เปลี่ยนแปลง
พลันคิดถึงบทสนทนาคืนที่ผ่านมาแล้วยิ่งรักเธอมากกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวของคนตรงหน้าเอื้อมแตะรอยแผลเป็นยาวพาดผ่านดวงตาข้างนั้น สัมผัสรอยแผลตามลำตัวเอ่ยถามเขาว่า “นาธาเนียล ยังเจ็บอยู่ไหมคะ”
“ไม่เจ็บแล้วครับ คุณไม่รังเกียจจริง ๆ เหรอ” แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเธอเลือกเขาแล้วแต่ยังอยากได้ยินคำยืนยันอีกครั้งเพราะน้ำเสียงของเธอเวลาพูดปลอบใจเขาช่างไพเราะ
“ไม่ว่าจะยังไงฉันก็รักคุณค่ะ นาธาเนียล” เอเลนอร์ยิ้มให้เขา “คุณยังคงเป็นคนเดิมในความทรงจำของฉันเสมอ”
ขณะกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ร่างบางในอ้อมกอดเริ่มขยับเขาจึงรอกล่าวอรุณสวัสดิ์กับเธอด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่สาวเจ้ากลับหลบหน้าเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดทั้งคืน กว่าจะยอมหันมองเขาเล่นต้องขู่ว่าขอทำอีกสักครั้งตอนเช้าคงจะดีไม่น้อย
หลังจากหยอกล้อกันหนำใจแล้ว นาธาเนียลจึงปล่อยให้เธอได้จัดการล้างหน้าล้างตา เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมาทานอาหารเช้าร่วมกันกับคนอื่น ๆ ในครอบครัว
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านพ่อ ท่านแม่” เอเลนอร์ทักทายดยุกและดัชเชสอาเบอร์ลีนด้วยน้ำเสียงนอบน้อม สีหน้าอิดโรยเล็กน้อยจนทำให้พวกเขามองหน้ากันแล้วจ้องบุตรชายคนที่สามด้วยสายตาตำหนิเพราะอีกฝ่ายกลับยิ้มร่าเริงสดใสกระชุ่มกระชวย
เขาเบือนหน้าหนีความผิด ทำตัวใกล้ชิดภรรยาไม่สนใจใครทั้งนั้นราวกับมีกันอยู่สองคน
บรรยากาศในคฤหาสน์อาเบอร์ลีนยังคงเต็มไปด้วยชีวิตชีวา อาจจะเป็นเพราะสงครามสงบลงแล้วและบุตรชายทั้งสามกลับบ้านเกิดโดยไม่บาดเจ็บสาหัส ดยุกและดัชเชสอาเบอร์ลีนเลยพลอยโล่งใจไปเปราะหนึ่ง
สามพี่น้องจึงได้มีเวลาว่างพูดคุยกันอย่างสบาย ๆ ไม่ต้องมีเรื่องการเมืองมากวนใจเสียที ระหว่างนั้น เอเลนอร์จามออกมาเพราะรู้สึกไม่สบาย เธอยังคงแพ้อากาศหนาวเหมือนอย่างเคยคงเป็นเพราะมาจากเมืองเขตอบอุ่นอย่างพัลเลเน่จนนาธาเนียลนึกเป็นห่วงคนข้างกาย
“พาเอเลนอร์ไปฮันนีมูนที่ดิโมนาสิ ช่วงนั้นอยู่คฤหาสน์ตากอากาศไปเลยก็ได้” เอโลอิชพี่ชายคนโตแนะนำเพราะเคยไปเที่ยวเมืองชายทะเลแถบนั้นมาก่อน
ดิโมนาคือจุดหมายที่ศิลปินในยุคสมัยนี้ต้องไปให้ได้เพราะสวยงามราวกับเป็นสถานที่ที่ไม่มีอยู่จริง บรรยากาศโรแมนติกก่อให้เกิดความคิดเชิงสร้างสรรค์จนใครหลายคนยกย่องให้เป็นเมืองสำคัญของจักรวรรดิไลซีเทีย
ภาพวาดที่แขวนอยู่ในหอศิลปะจึงมักจะมีภาพของเมืองชายทะเลแห่งนี้ปรากฏอยู่เสมอ
“ฉันรู้ว่านายคงจะเป็นห่วงเรื่องหลังจากนี้ แต่พอเกษียณมาแล้ว องค์จักรพรรดิคงไม่ว่าอะไรนักหรอก หากเคานต์ เดอ ลีแวร์ยืนยันหนักแน่นว่าต้องอยู่ดวาลินน์ต่อไปเพราะภรรยาสุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่” ฟินน์ พี่ชายคนรองกล่าวเสริม ในเมื่อมีเหตุผลเพียงพอ สหายคนสนิทของบิดาคงจะอนุโลมให้ได้
“นาธาเนียล ถ้าต้องไปอยู่ดินแดนทางเหนือจริง ๆ ฉันทนได้ค่ะ จุดเตาผิง ทานชาร้อน อยู่ไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ชิน” เอเลนอร์ไม่อยากให้เขาลำบากใจ ปล่อยให้เขากังวลเรื่องงานเพียงอย่างเดียวก็พอแล้วเพราะเธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงเขา
“แต่ไหน ๆ ก็อยู่ในช่วงหลังแต่งงาน ไปเที่ยวพักผ่อนให้สบายใจเถอะ” เลดี้เมเบล ภรรยาของเอโลอิชบอกน้องเขย ในใจนึกอยากช่วยเอเลนอร์จัดการเตรียมข้าวของสำหรับเดินทางไกลตั้งแต่ตอนนี้
หวังว่าทั้งคู่จะมีช่วงเวลาแสนสุขกันเพียงลำพังเพราะต่างฝ่ายต่างผ่านอะไรมามากเหลือเกิน
พี่ชายเห็นแววตาห่วงใยที่เขามีให้น้องสะใภ้ รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าสุขุมของหัวหน้าหน่วยกองอารักขาที่หนึ่ง ไม่นึกว่านาธาเนียลจะเผยให้เห็นมุมนี้อย่างง่ายดาย
สองสามวันต่อมา เคานต์ เดอ ลีแวร์จึงพาภรรยาเดินทางด้วยรถม้ามุ่งสู่เมืองดิโมนาตามกำหนดการ
เอเลนอร์มองภาพทิวทัศน์ฤดูหนาวระหว่างทางด้วยความตื่นเต้น เธอไม่เคยรู้เลยว่าสถานที่ข้างนอกเมืองพัลเลเน่จะสวยงามมากขนาดนี้
หิมะโปรยปรายปกคลุมต้นสนใหญ่ ขาวโพลนไปทั่วทั้งภูเขาเหมือนปุยเมฆจนนึกอยากกระโดดลงไปนอนเล่นแล้วปั้นตุ๊กตาหิมะ
หากเธอแข็งแรงกว่านี้สักหน่อยคงทำอะไรตามใจไปนานแล้ว เวลานี้จึงนึกเสียดายเล็กน้อยเอาไว้ฤดูหนาวปีหน้าค่อยเอ่ยชวนนาธาเนียลเล่นลากเลื่อนเหมือนเด็กน้อยสักครั้งในชีวิต
การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยความทรงจำใหม่ ๆ มากมาย เธอนึกขอบคุณเขาอยู่เสมอที่ยังคงรักษาสัญญา แม้ตอนนั้นจะยังเยาว์วัยมากจนอาจลืมคำมั่นไปแล้วก็ตาม
เขาเห็นเธอเอาแต่สนใจภาพด้านนอกรถม้าจึงเอนศีรษะพิงไหล่เธอพลางสอดแขนรอบเอวกอดแนบกาย
“คุณไม่สนใจผมเลยเหรอครับ” น้ำเสียงนั้นฟังดูน้อยใจเล็กน้อยแต่เป็นเพียงเพื่อหยอกเล่นเท่านั้น กระนั้น หญิงสาวกลับลนลานรีบบอกเขาไปเพราะไม่อยากให้เข้าใจผิด
“เปล่านะคะ ฉันแค่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ขอโทษนะคะ นาธาเนียล” แววตาใสซื่อราวกับสำนึกผิดจ้องคนข้างกาย ดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์ยังคงทำให้เขาตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ถ้าคุณอยากจะขอโทษจริง ๆ หอมแก้มผมได้ไหมครับ” เขายื่นข้อเสนอออกไปคิดว่าหญิงสาวคงจะรีรอเขินอายแต่เพราะกลัวว่าเขาอาจน้อยใจจึงรีบโผเข้าหาแล้วหอมแก้มอย่างที่เขาบอก พลันพูดด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา “อย่าโกรธฉันเลยนะคะ”
“ผมจะกล้าโกรธคุณได้ยังไง ผมรักคุณมากขนาดไหนรู้ไหมครับ”
“แต่เมื่อกี้…”
“ผมแค่อยากให้คุณสนใจผมมากกว่าภาพข้างนอกรถม้า อยากให้คุณหอมแก้มแล้วก็กอดผมเท่านั้นเอง” นาธาเนียลไม่ปิดบังความในใจ รู้ว่าเวลานี้อยากได้อะไรคนตรงหน้าคงเต็มใจทำให้หมด
ชายหนุ่มยังคงออดอ้อนให้เธอทำอย่างนั้นอย่างนี้ตามใจตลอดหนึ่งเดือนที่ทั้งคู่ฮันนีมูนในเมืองดิโมนา ผ่านวันและคืนไปด้วยกันอย่างเชื่องช้า สร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกันในฐานะสามีภรรยาและสาบานต่อหน้ารูปปั้นโบสถ์อันเลื่องชื่อว่าจะรักและดูแลกันตลอดไป
ทว่า ยิ่งได้ใช้ชีวิตกับเธอมากขึ้นเท่าไหร่ ความสงสัยเรื่องบางอย่างในใจของเขากลับเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น
ก่อนหน้านี้เอเลนอร์ถูกคนทำร้ายได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ คนในตระกูลเคานต์เอเวอร์เลตเป็นห่วงเธอมากนักเพราะอาการร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียความทรงจำ
ในช่วงนั้น เขากำลังเดินทางกลับจากเมืองชายแดนจึงไม่รู้เลยว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ได้ยินเพียงคำบอกเล่าของเคานต์เอเวอร์เลตเท่านั้น
เขากล่าวว่าถ้าเธอพยายามนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นหรือเรื่องในอดีตเมื่อใด เอเลนอร์จะเป็นลมหมดสติไปทุกครั้ง ดังนั้นหมอที่ทำการรักษาจึงให้คำแนะนำว่าการรื้อฟื้นคงไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปเพราะอาจทำให้เธอจดจำวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตได้
วันนั้น เซซิเลีย เอเวอร์เลต น้องสาวแม่เดียวกันกับเธอถูกคนร้ายคนเดียวกันแทงที่ท้องจนเสียชีวิต อาจจะเป็นสาเหตุที่เธอไม่อยากจดจำเรื่องเลวร้ายนั้นเพราะเธอรักน้องสาวคนนี้มาก
กระนั้น คนที่สูญเสียความทรงจำไปกลับจำเรื่องราวของเขาได้เป็นอย่างดี นิสัย การพูด ท่าทาง ความคิดของเธอกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงจนนึกว่าคนตรงหน้าเขาในเวลานี้เป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คนรักของตัวเอง
“นาธาเนียล กำลังคิดอะไรอยู่คะ ฉันเรียกคุณตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว” เอเลนอร์รินน้ำชาให้เขาเหมือนอย่างเคย ท่าทางนอบน้อมของเธอยิ่งทำให้เขาแปลกใจ
ไม่ใช่ว่าการกระทำที่เธอมีต่อเขาจะไม่ดีหรืออย่างไร แต่มันกวนใจเขามากเกินไปเพราะหากเป็นเอเลนอร์ที่เขารู้จักคงจะคิดเห็นและกระทำอีกแบบหนึ่งมากกว่า มิหนำซ้ำคนร้ายตัวจริงยังลอยนวลเขาไม่อาจปล่อยให้เป็นอย่างนั้นได้
นาธาเนียลจึงเขียนจดหมายฉบับหนึ่งส่งหาลอร์ดวินสตัน ผู้ช่วยงานของเขาให้ตามหาคนร้ายที่หลบหนีไปและสืบเรื่องราวเพิ่มเติมอย่างลับ ๆ
หลังกลับมาดวาลินน์ได้ไม่ถึงห้าวันพลันได้ข่าวคราวจากผู้ช่วยว่าสามารถจับกุมคนที่ลอบทำร้ายบุตรสาวทั้งสองคนของตระกูลเคานต์เอเวอร์เลตได้แล้ว
คำสารภาพของเคานต์เอ็ดมันด์ ไวแอตต์ คนร้ายในคดีนี้กลับทำให้เขาตะลึงงันไม่คาดฝัน ความจริงที่ว่าเสียดแทงหัวใจไม่มีชิ้นดีเพราะคนที่ถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตายนั้นไม่ใช่เซซิเลียแต่ว่าเป็นเอเลนอร์ เอวอร์เลตผู้หญิงที่เขารัก
หากเป็นเช่นนั้นแล้ว เอเลนอร์ที่อยู่ข้างเขา แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่
แคชตันเลิกคิ้วแล้วเอื้อมไปจับมือเธอ “รีบกลับกันเถอะ”หญิงสาวยิ้มร่าเริงเพราะอีกฝ่ายไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนแล้วจับมือคนข้างกายไว้แน่น พูดพึมพำว่า “วันนี้มีความสุขจังเลย สงสัยคืนนี้คงนอนหลับฝันดี” แล้วคว้าแขนเขามากอดพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย“เธอนี่นะ…” แคชตันไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรได้แต่ยอมปล่อยให้เธอทำอย่างที่ใจต้องการคฤหาสน์ เดอ ลีแวร์นาธาเนียลนั่งจิบน้ำชายามบ่ายสบาย ๆ อยู่ในสวนดอกไม้พลางมองดูบุตรชายทั้งสองคนวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน ข้างกายเขามีเด็กหญิงตัวน้อยผมสีเทายาวสยายกำลังทานเค้กช็อกโกแลตด้วยความเอร็ดอร่อย แก้มจ้ำม่ำ ผมม้าเต่อและดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลทำให้เธอดูเหมือนเทพธิดาตัวน้อย ๆ แสนน่ารักมือข้างหนึ่งที่ว่างอยู่เอื้อมไปจับคนที่นั่งข้าง ๆ อีกคนอย่างมีความนัย สะกิดต้นขาของเธอราวกับส่งสัญญาณจนถูกตีเพียะที่หลังมือเบา ๆ เพื่อเตือนสตินาธาเนียลยิ้มยียวนเหมือนอย่างเคย วันนี้ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเพราะแคชตันและเอเลนอร์จะมาช่วยเลี้ยงลูก ๆ ให้เพื่อที่เขาและเธอจะได้มีเวลาออกเดตในวันครบรอบแต่งงานท่าทางตื่นเต้นของนาธาเนียลทำให้เธอแอบอมยิ้มพลันรู้สึกได้ว่าเขายังเหมือนคนเดิมในวันวาน “คุณคงไม่ได้วางแผนทำอะ
หลายเดือนผ่านไป ความวุ่นวายของสงครามอาณาเขตได้สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของจักรวรรดิ นาธาเนียลเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับความดีความชอบสำหรับผลงานในครั้งนี้สร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลมากยิ่งขึ้นจนฝ่ายเชื้อพระวงศ์หวาดระแวงว่าพวกเขาจะแว้งกัดในสักวันหนึ่งทว่า บุตรชายแต่ละคนของดยุกอาเบอร์ลีนยังคงยืนยันหนักแน่นว่าจะจงรักภักดีต่อราชวงศ์เลทีอัสเหมือนเมื่อครั้งในอดีต หากพวกเขาตั้งอยู่ในครรลองของความดีงามบรรดาศักดิ์ของเคานต์ เดอ ลีแวร์ยังคงเป็นของนาธาเนียลเหมือนอย่างอดีต เขามองหน้าคู่ชีวิตแล้วกอดเธอไว้ด้วยความหนักใจเล็กน้อยเซซิเลียยิ้มให้เขาเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ “ครั้งนี้ร่างกายฉันสบายดีค่ะ แล้วก็ฉันชอบอยู่ในที่สงบเงียบ ถ้ามีคุณอยู่ด้วยแล้วต่อให้ต้องนอนในถ้ำ ฉันก็จะไม่ปล่อยมือจากคุณค่ะ”“นอนในถ้ำอย่างนั้นเหรอครับ” รอยยิ้มมุมปากดูน่าสงสัยไม่น้อย “คุณอยากเปลี่ยนบรรยากาศเหรอครับ”“ใจเย็นก่อนนะคะ ทำใจให้สงบเข้าไว้เพราะฉันแค่เปรียบเทียบให้คุณเข้าใจ ไม่ได้จะไปทำอะไรในถ้ำเสียหน่อย” หญิงสาวส่ายหน้ารีบห้ามปรามคนที่กำลังคิดจินตนาการไปไกล“แต่ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ” นาธาเนียลยิ้มยียวนแล้วพูดอีกว่า “ถ้
หลังจากพักรักษาตัวอยู่นานเกือบสองเดือน บาดแผลบนร่างกายของนาธาเนียลจึงค่อย ๆ สมานจนหายดี เวลานี้ข้างกายเขามีหญิงสาวที่รักคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง แม้บาดแผลพวกนั้นทิ้งร่องรอยของสงครามเอาไว้แต่หากมีโอกาสเมื่อใดเขามักจะทำตัวน่าสงสารประหนึ่งเด็กน้อยที่ต้องรับการปลอบโยนจากใครสักคน“นาธาเนียล ยังเจ็บอยู่เหรอคะ” เซซิเลียตามเขาไม่ทันเหมือนอย่างเคย ดวงตาคู่นั้นมองเขาด้วยความเป็นห่วง นิ้วมือเรียวสัมผัสรอยแผลเป็นแผ่วเบา“ผมอยากกอดคุณครับ” เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้ายังรักเขาอยู่ ทั้งยังอนุญาตให้เขารักเธอได้อีกครั้ง นับตั้งแต่วันนั้นมาจึงพูดออกไปอย่างที่คิดโดยไม่มีปิดบังครั้นสวมกอดกันอย่างที่ใจเขาต้องการ แต่การกระทำแค่นี้ไม่เคยเพียงพอเพราะเขารอมาเนิ่นนานเหลือเกินและอยากสัมผัสคนที่เขารักมากกว่านี้“ผมขอจูบคุณได้ไหมครับ” แม้ว่าจะถามออกไปอย่างนั้นราวขออนุญาตแต่เซซิเลียจะปฏิเสธได้อย่างไร ในเมื่อมือข้างหนึ่งของเขาจับท้ายทอยเธอไว้ อีกค้างประคองใบหน้าเข้าใกล้ ริมฝีปากแทบจะบดเบียดกันอยู่แล้วหญิงสาวอมยิ้มกับสิ่งที่เขาทำ
“อย่าร้องไห้เพราะผมเลยนะ ผมสวดวิงวอนให้คุณมีความสุขแล้วนี่นา มันไม่ได้ผลเหรอ อืม… ทำยังไงดี” สีหน้าของเขาสับสนและมึนงง ดูเหมือนว่าฤทธิ์ของยาแก้ปวดจะยังคงอยู่อีกนาน ชายหนุ่มจึงพร่ำเพ้อได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดแรง“ผมขอโทษนะ” เขาพยายามดึงเธอเข้ามากอดแต่บาดแผลทั้งข้างหน้าข้างหลังเจ็บแปลบจนนิ่วหน้า“นาธาเนียล!!!” หญิงสาวร้องลั่นแล้วเป็นฝ่ายขยับเข้าหาเขาแทน เมื่ออยู่ใกล้กันมากพอที่เขาจะเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาเธอได้ นาธาเนียลไม่รอช้าคว้าเธอเข้ามากอดปลอบโยน “ผมขอโทษที่ทำให้คุณร้องไห้อีกแล้ว บอกผมได้ไหมว่าต้องทำยังไง”“นาธาเนียล” เซซิเลียเรียกเขาแผ่วเบา “ฉันเป็นห่วงคุณมากนะคะ เพราะฉะนั้นพักผ่อนให้เต็มที่แล้วตื่นมาเจอฉันนะ”“สัญญาว่าจะไม่ร้องไห้นะ เด็กดี” เขาเปลี่ยนคำเรียกหญิงสาวไปตามอารมณ์ “ทำไมวันนี้ฝันดีจังเลย ได้อยู่กับนางฟ้าที่ผมรักด้วย”“เฮ้อ” เซซิเลียถอนหายใจที่เขายังคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงภาพความฝัน “ผมอยากฝันดีกว่านี้ บอกรักผมหน่อยได้ไหมครับ” นาธาเนียลเปลี่ยนน้ำเสียงออดอ้อนคนตรงหน้า แววตาเป็นประกาย “ไม่ใช่สิ ถ้าคุณไม่ได้รักผมก็คงลำบากใจที่จะพูด แต่ว่าต่อให้คุณพูดโกหกผมก็ยินดีที่จ
คำพูดของคุณยายในวันนั้นทำให้เขาคิดหนักจนถึงขั้นพึมพำคนเดียวหน้าน้ำพุอิลิโอพลางนึกถึงการกระทำของเซซิเลีย กระนั้นเขามั่นใจว่าเธอไม่น่าจำเรื่องราวใด ๆ ได้เพราะเขาวิงวอนให้เธอลืมทุกสิ่งเกี่ยวกับเขาไปให้หมด ถ้าหากเธอจำได้คงจะเกลียดหน้าเขาและไม่มาพบกันอีกด้วยซ้ำไป ไม่มีทางที่จะเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ใบหน้าไร้เดียงสาและมีความสุขเวลาที่ได้อยู่กับเขาอย่างแน่นอนช่วงเวลาของความสับสนถาโถมเข้ามาในจังหวะที่เขาได้ข่าวคราวของกลุ่มกบฏธาลัสซาร์ที่ต้องการลอบสังหารองค์รัชทายาทพอดิบพอดีนาธาเนียลจึงต้องรีบกลับดวาลินน์เพื่อรายงานให้จักรพรรดิได้รู้ถึงความเคลื่อนไหวนั้นแล้วจัดกองกำลังอารักขาจักรวรรดิแทรกซึมเข้าเขตเมืองนาร์วีล่วงหน้าเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เขาสามารถช่วยชีวิตคนสำคัญของจักรวรรดิไลซีเทียรอดพ้นจากความอาฆาตร้ายได้อย่างหวุดหวิดพลันได้รับบรรดาศักดิ์และดินแดน เดอ ลีแวร์เพราะคุณงามความดีในครั้งนี้ทว่า ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าการกระทำนั้นจะเปลี่ยนเหตุการณ์อื่น ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตและเร่งระยะเวลาเข้ามาเร็วขึ้นเพราะหกเดือนต่อมา กลุ่มคนที่เหลือรอดในครั้งนั้นได้ร่วมมือกับพวกคนเถื่อนที่เข้ารุกราน
ไม่กี่เดือนต่อมา เขากลับเป็นฝ่ายอดรนทนไม่ไหวจึงเดินทางไปที่พัลเลเน่ อ้างว่ามีเรื่องต้องตรวจตราตามหน้าที่บุตรชายของตระกูลดยุกอาเบอร์ลีน ทั้ง ๆ ที่ดินแดนทางแถบนั้นอยู่ใต้อำนาจของฟินน์ อาเบอร์ลีน พี่ชายคนรองของเขาแม้ได้โอกาสอยู่ใกล้กันเพียงนั้นแต่นาธาเนียลก็ทำได้แค่เพียงแอบมอง“อีกแล้วเหรอ” เอเลนอร์และแคชตันมองหน้าแขกผู้มาเยือนที่ถือตะกร้าขนมพัลเลเน่และน้ำผึ้งลาเวนเดอร์มาฝากเซซิเลีย“ทำไมรู้สึกหงุดหงิดแบบนี้นะ” เอเลนอร์ย่นคิ้วครุ่นคิดอย่างหนักเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงไม่สารภาพรักกับน้องสาวตัวเองให้สิ้นเรื่องเธอพอจะมองออกว่าต่างฝ่ายต่างมีใจให้กันแต่กลับทำเหมือนปิดบังอะไรบางอย่างเอาไว้และรักษาระยะห่างอยู่อย่างนี้มาเป็นสิบปีแล้วนาธาเนียลถอนหายใจพลางกล่าวกับแคชตันว่าเขามาที่นี่เพราะต้องการจัดการเรื่องราวที่ค้างคาใจ“นายพร้อมจะดูแลเธอในฐานะคู่หมั้นแทนฉันไหม” เขาเอ่ยกับแคชตันด้วยสีหน้าหลากความรู้สึก “ขอแค่ดูแลเธอให้ดี…”“เฮอะ” เจ้าตัวแสยะยิ้ม การดูแลเซซิเลียเป็นเรื่องที่เขาเต็มใจทำอยู่แล้ว “นายแน่ใจนะว่าจะทำแบบนั้นจริง ๆ”“ไม่เลย” เขาสารภาพไปตามตรง หากแต่แคชตันอยากให้เขาได้ใช้เวลาทบทวนควา
เช้าวันต่อมาสาวใช้ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าหญิงสารเลวคนนี้จะต้องได้รับความทุกข์ทรมานให้สาสมกับสิ่งที่เธอทำกับเจ้านายและคนรักของเขาเซซิเลีย คือชื่อที่ถูกเรียกขานอีกครั้งนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในเมื่อเคานต์ เดอ ลีแวร์ไม่ว่ากล่าวอะไร พวกเธอจึงกลั
เช้าวันต่อมาเอเลนอร์เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าร่างกายเริ่มดีขึ้นเล็กน้อยจึงค่อย ๆ ลืมตามองดูรอบห้องที่ยังไร้เงาของนาธาเนียล คิดไปเองว่าสิ่งที่เธอได้ยินตอนไม่ได้สตินั้นเป็นเพียงฝันร้ายทว่า เอมี่กลับยืนยันว่าเขากลับมาแล้วตั้งแต่เมื่อวาน“นายท่าน
ก่อนเดินทางออกจากดวาลินน์ นาธาเนียลเข้าไปเยี่ยมหลุมฝังศพของเอเลนอร์ในสุสาน วางดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่เธอชอบข้างป้ายชื่อที่เขียนไว้ว่าREST IN PEACECECILIA EVERLET911 - 932
เอ็ดมันด์ ไวแอตต์ วัยสิบแปดปีเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของเคานต์ไวแอตต์ที่ล่วงลับไป ได้รับมรดกตกทอดและบรรดาศักดิ์ในเมืองรอบนอกของดวาลินน์ต่อจากผู้เป็นบิดา ร่ำรวยเงินทองจนสามารถใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยได้อย่างไม่แยแสสิ่งใดเขากลับหลงใหลในหญิงสาวดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์ราวกับ







