Masukก่อนเดินทางออกจากดวาลินน์ นาธาเนียลเข้าไปเยี่ยมหลุมฝังศพของเอเลนอร์ในสุสาน วางดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่เธอชอบข้างป้ายชื่อที่เขียนไว้ว่า
REST IN PEACE
CECILIA EVERLET
911 - 932
ชายหนุ่มเศร้าใจยิ่งนักที่เวลานี้ไม่อาจทำอะไรให้เธอได้เลย แม้แต่ป้ายยังเป็นชื่อของคนอื่น เขาจึงให้สัญญาว่าจะไม่ยอมให้หญิงคนนั้นถูกโทษประหารแล้วตายจากไปอย่างง่ายดายเพราะเธอจะต้องได้สัมผัสกับความทุกข์แสนสาหัสตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ให้สาสม
คฤหาสน์ตระกูลอาเบอร์ลีน
ดัชเชสอาเบอร์ลีนและเลดี้เมเบลเข้ามาช่วยเอเลนอร์เตรียมสัมภาระตั้งแต่เช้าตรู่ จัดหาข้าวของจำเป็น สมุนไพร ยารักษาอาการของเธอไว้ให้พร้อมเพราะกลัวว่าเธอจะลำบาก
“ท่านแม่ ทำไมจู่ ๆ นาธาเนียลถึงได้เปลี่ยนใจเร็วขนาดนี้คะ หรือว่ามีการเคลื่อนไหวของพวกเชื้อพระวงศ์ที่เราไม่รู้” เลดี้เมเบลเอ่ยถามเธอด้วยความสงสัยเพราะก่อนหน้านี้ยังพูดกันเสียดิบดีว่าจะอยู่ดวาลินน์ต่อเพราะเป็นห่วงสุขภาพของภรรยา
“…” เอเลนอร์ไม่นึกหนักใจอะไรคิดแต่เพียงว่าหน้าที่ภรรยาของเธอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นย่อมต้องอยู่เคียงข้างสามี หากการตัดสินใจนี้เป็นเพราะถูกบีบจากทางราชวงศ์ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ เธอจะพยายามรักษาตัวเองให้แข็งแรงเพื่อที่เขาจะไม่ต้องกังวลเรื่องของเธอเพิ่มขึ้น
“ไม่ต้องห่วงนาธาเนียลมากเกินไปหรอก ถึงอย่างไรก็เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ผ่านศึกสงครามมาตั้งเท่าไหร่ แค่ไปอยู่ดินแดนห่างไกลคงเหมือนออกไปเที่ยวนอกเมืองหลวงก็เท่านั้น” ดัชเชสอาเบอร์ลีนกุมมือหญิงสาวตรงหน้า สายตาห่วงใย “ห่วงก็แต่เอเลนอร์ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจรีบบอกนาธาเนียล แค่เห็นสีหน้ากังวลของเธอ เขาก็แทบคุมสติตัวเองไม่อยู่แล้ว”
“ค่ะ ท่านแม่” เอเลนอร์ยิ้มให้ทั้งสองคนและขอบคุณที่มาช่วยจัดข้าวของในวันนี้เหลือแต่รออีกฝ่ายกลับมาแล้วออกเดินทางไปพร้อมกัน
เอเลนอร์ไม่รู้ตัวเลยว่าบรรยากาศรอบ ๆ เปลี่ยนไปทีละน้อย เดิมทีนาธาเนียลมักถามไถ่และชวนเธอพูดคุยถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้อยู่เสมอแต่เวลานี้กลับนิ่งเฉย สายตาเหม่อลอยออกไปนอกรถม้าและไม่มีทีท่าว่าจะเอ่ยคำใดตลอดทั้งการเดินทาง
“นาธาเนียล ทานของว่างสักนิดไหมคะ ท่านแม่กับท่านพี่สะใภ้ช่วยกันเตรียมให้พวกเราอยู่นานเลยค่ะ” น้ำเสียงห่วงใยเปล่งออกมา สีหน้ากังวลเล็กน้อยที่เขาดูไม่หือไม่อือจนเผลอคิดไปว่าการเมืองระหว่างราชวงศ์กับตระกูลดยุกอาเบอร์ลีนคงหนักหนาเสียจนไม่อาจปล่อยวางใจได้เลย
เอเลนอร์จึงทำตัวราวกับเป็นอากาศ นั่งมองเขาตาไม่กะพริบเผื่อจะมีสักจังหวะได้สบตากัน แม้จะช่วยอะไรไม่ได้มากแต่เธอยินดีรับฟังความกลัดกลุ้มใจของเขา
ตั้งแต่มาถึง เดอ ลีแวร์ ดินแดนทางตอนเหนือ นาธาเนียลยังคงทำเหมือนเธอไร้ตัวตนจนบางครั้งหญิงสาวนึกเจ็บปวดใจโดยไม่รู้ตัว
อีกฝ่ายมีท่าทีห่างเหิน วันทั้งวันยุ่งงานเอกสารกองพะเนิน บางครั้งหายหน้าหายตาไปโดยไม่บอกกล่าวจนเธอนึกเป็นห่วง ร่างกายกำยำซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด
วันนี้เธอจึงลงมือทำอาหารให้เขาด้วยตัวเอง เลือกทำแต่สิ่งที่เขาชอบเผื่อว่าเขาจะรู้สึกอยากอาหารขึ้นมาบ้าง
จนแล้วจนเล่า หญิงสาวได้แต่รอเก้อ ทั้ง ๆ ที่เขาบอกว่าเย็นนี้จะรีบกลับแต่ดันโผล่หน้ามาให้เห็นในช่วงเช้าสามวันต่อมา
“ใช้ชีวิตสุขสบายดีเลยนี่” น้ำเสียงที่เธอไม่ได้ยินหลายวันเอ่ยพึมพำ ในใจเขาคิดแค่ว่าผู้หญิงคนนี้หน้าด้านเกินไปแล้ว อาการป่วยไม่ถูกกับหน้าหนาวก็คงจะเป็นเรื่องหลอกลวงให้เขาตายใจด้วยเช่นกัน
ทั้ง ๆ ที่ทำลายชีวิตคนอื่นไปถึงขนาดนั้น แต่กลับยิ้มระรื่นไม่รู้สึกผิดบาป “แพศยา”
“…” ดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์จ้องมองคนตรงหน้า คิดว่าเธอได้ยินอะไรบางอย่างแต่เขากลับนิ่งเฉย เห็นสีหน้าหม่นหมองยังนึกเป็นห่วง “ทานอะไรสักนิดไหมคะ หรือว่าจะอาบน้ำก่อน ฉันจะให้คนเตรียมน้ำอุ่นให้”
“…” สีหน้าเรียบเฉยแต่สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายที่เอเลนอร์ไม่เคยเห็นมาก่อนจึงทึกทักไปเอง
“นาธาเนียล เหนื่อยมากเลยเหรอคะ ถ้ามีอะไรที่ฉันทำให้คุณได้บ้างบอกมาได้เลยนะคะ” ความห่วงใยของเธอเหมือนส่งไปไม่ถึงเพราะเขาไม่แยแสเลยสักนิด
“คุณทำแบบนั้นไม่ได้หรอก” อีกฝ่ายแสยะยิ้ม เพราะเวลานี้เขาต้องการเพียงแค่ให้คนรักหวนกลับมา
“คุณยังไม่ได้บอกฉันเลยว่าต้องทำยังไง” เอเลนอร์ตั้งใจฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูด “นาธาเนียล ฉันเป็นห่วงคุณนะคะ”
“มีอะไรก็ไปทำเถอะ ผมจะพักผ่อน อย่าเข้ามารบกวน” ชายหนุ่มบอกเธอไปอย่างนั้นแล้วเดินหนีเข้าห้องทันทีปล่อยให้เธอเศร้าใจอยู่คนเดียวเพราะตั้งแต่กลับมาจากฮันนีมูน ทั้งคู่แยกห้องนอนกันจนเธอคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดจึงพยายามถามเขาไปตามตรงแต่อีกฝ่ายกลับบอกว่าไม่มีอะไร
ยิ่งย้ายมาอยู่ดินแดนตอนเหนือ ความสัมพันธ์ที่เคยหวานชื่นช่วงนั้นหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น ความเงียบเหงาอ้างว้างเริ่มแทรกซึมเข้ามาในใจเอเลนอร์ทีละนิด
ลับหลังนาธาเนียล ไม่ใช่ว่าเธอแข็งแรงอะไรนักหรอก หญิงสาวคนนี้ดื่มสมุนไพรและยาไปตั้งเท่าไหร่เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้อบอุ่นเพราะเกรงว่าจะป่วยไข้สร้างความเดือดร้อนให้ผู้เป็นสามี
บางคืนแทบไม่ได้หลับนอนเพราะหนาวเจ็บไปถึงกระดูก แม้จะมีเตาผิงที่จุดไฟตลอดเวลาแต่กลับไม่ช่วยสักเท่าไหร่ ถึงอย่างนั้นเธอยังคงอดทนหวังว่าสักวันหนึ่งจะเอาชนะมันไปให้ได้
วันเวลาล่วงเลยไปสองเดือน ความสัมพันธ์ของพวกเขายังคงเหมือนอย่างเคย ห่างเหิน ไร้ชีวิตชีวา ภาพลักษณ์แตกต่างจากที่ใครหลายคนเห็นในวันแต่งงานจนสาวใช้พูดถึงไม่เว้นแต่ละวัน
ทั้งคำพูด สายตา การกระทำ ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนที่รักกันปานกลืนกิน จนพวกเขานึกสงสัยว่าหลังจากฮันนีมูนครั้งนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่
สองสามวันมานี้ เอเลนอร์อยู่ในคฤหาสน์ เดอ ลีแวร์เพียงลำพัง สายตาเหม่อมองไปยังประตูใหญ่ด้านหน้ารอคอยว่าเมื่อใดสามีของเธอจะกลับมา
“นายท่านคงมีงานด่วนจริง ๆ จึงไม่ได้แจ้งนายหญิงไว้ก่อน อย่าคิดมากไปเลยนะคะ” เอมี่ สาวใช้ของเธอกล่าวปลอบใจเจ้านายตนเองเพราะเห็นสีหน้าไม่สู้ดีมาหลายวันแล้ว อีกทั้งช่วงเวลาที่เคานต์ เดอ ลีแวร์ไม่อยู่ยังอาการย่ำแย่ลงไปอีก
“ฉันแค่เป็นห่วงนาธาเนียล หวังว่าเขาจะไม่เป็นอะไร” เธอยิ้มกว้างให้สาวใช้ตรงหน้า แต่รอยยิ้มนั้นไม่สดใสเหมือนอย่างเคย
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าคืนนั้น ร่างกายของเอเลนอร์จะทรุดหนัก เหงื่อเม็ดเล็กผุดเต็มใบหน้าเนื้อตัว สีหน้าริมฝีปากซีดเซียว หายใจติดขัดเจ็บปวดทั่วกาย
เอมี่ได้ยินเสียงโอดครวญจึงผลักประตูเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยพลันได้เห็นว่าเลือดจำนวนมากไหลกองตรงหว่างขาของเธอ เปรอะเปื้อนที่นอนสีขาวจนพาลทำอะไรไม่ถูก
เมื่อเห็นว่าเอเลนอร์กุมท้องนอนขดด้วยความทรมาน เสียงร้องของนางพลันกระตุ้นเรียกสติของเอมี่กลับมา เธอตะโกนเรียกคนให้ไปตามหมออย่างเร่งด่วนพลางวิ่งเข้าไปประคองคนตรงหน้า
ร่างกายเคาน์เตส เดอ ลีแวร์เริ่มไร้ไออุ่นจนความกังวลพลุ่งพล่าน สาวใช้เขย่าตัวเรียกสติเธอและสั่งให้ใครสักคนนำเรื่องนี้รายงานเคานต์ เดอ ลีแวร์
เอมี่คิดในใจ ไม่รู้จะแจ้งข่าวกับเจ้านายอย่างไรเพราะไม่มีใครรู้เลยว่าเขาหายไปที่ไหน ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นตอนที่เขาไม่อยู่ด้วย
ไม่นานนัก หมอประจำเมืองจึงมาถึงคฤหาสน์ ตรวจตรานายหญิงอย่างละเอียดพลางมองใบหน้าหลับใหลเพราะฤทธิ์ยา เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่พูดกับหัวหน้าสาวใช้และพ่อบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เคาน์เตส เดอ ลีแวร์ร่างกายอ่อนแอมาก ทั้งยังแพ้อากาศหนาวเป็นทุนเดิม แม้จะดื่มสมุนไพรชั้นดีแต่ร่างกายกลับไม่สามารถฟื้นฟูได้เท่าที่ควร ส่งผลให้สูญเสียเด็กในท้องไป”
“…” หัวหน้าสาวใช้และพ่อบ้านมองหน้ากันด้วยความตะลึงงัน สงสารนายหญิงที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอะไร
ระหว่างรอเจ้านายกลับมาจึงทำได้แค่เพียงดูแลเธออย่างดีที่สุด ทั้งที่ในใจไม่รู้เหตุผลที่เขาเปลี่ยนไปเลยจริง ๆ การสูญเสียลูกไปในครั้งนี้จะทำให้เคานต์ เดอ ลีแวร์ตระหนักถึงอะไรบางอย่างได้ไหมย่อมไม่มีใครรู้
ห้าวันผ่านพ้นไป นาธาเนียลกลับมายังคฤหาสน์ สัมผัสได้ถึงบรรยากาศหม่นหมอง พ่อบ้านรีบเข้าไปรายงานเรื่องราวให้เจ้านายได้ทราบทันที
หากแต่เขากลับไม่สะทกสะท้านใด ๆ ทั้งสิ้น เดินตรงไปยังห้องของเอเลนอร์จนใครหลายคนคิดว่าเขาคงสะเทือนใจมากแน่ ๆ
ห้องนอนกว้างใหญ่เงียบสงบเพราะหญิงสาวเพิ่งหลับไปได้เพราะฤทธิ์ยา แม้จะสะลึมสะลือรู้สึกตัวอยู่บ้างแต่ไม่มีแรงพอลืมตามองว่าแขกผู้มาเยือนเป็นใคร
กระนั้น เธอยังคงจำน้ำเสียงทุ้มได้เป็นอย่างดี เสียงของคนรักที่เธอรอว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่ คำพูดมากมายดังก้องในหัวอยากขอโทษที่ดูแลลูกของเราเอาไว้ไม่ได้พลันหัวใจเจ็บแปลบราวถูกเหล็กเสียดแทงกระหน่ำเพราะน้ำเสียงเยือกเย็นของเขา
“ดีแล้วล่ะที่เป็นอย่างนี้ เด็กคนนั้นคงไม่อยากเกิดมามีแม่อย่างเธอนักหรอก”
แคชตันเลิกคิ้วแล้วเอื้อมไปจับมือเธอ “รีบกลับกันเถอะ”หญิงสาวยิ้มร่าเริงเพราะอีกฝ่ายไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนแล้วจับมือคนข้างกายไว้แน่น พูดพึมพำว่า “วันนี้มีความสุขจังเลย สงสัยคืนนี้คงนอนหลับฝันดี” แล้วคว้าแขนเขามากอดพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย“เธอนี่นะ…” แคชตันไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรได้แต่ยอมปล่อยให้เธอทำอย่างที่ใจต้องการคฤหาสน์ เดอ ลีแวร์นาธาเนียลนั่งจิบน้ำชายามบ่ายสบาย ๆ อยู่ในสวนดอกไม้พลางมองดูบุตรชายทั้งสองคนวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน ข้างกายเขามีเด็กหญิงตัวน้อยผมสีเทายาวสยายกำลังทานเค้กช็อกโกแลตด้วยความเอร็ดอร่อย แก้มจ้ำม่ำ ผมม้าเต่อและดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลทำให้เธอดูเหมือนเทพธิดาตัวน้อย ๆ แสนน่ารักมือข้างหนึ่งที่ว่างอยู่เอื้อมไปจับคนที่นั่งข้าง ๆ อีกคนอย่างมีความนัย สะกิดต้นขาของเธอราวกับส่งสัญญาณจนถูกตีเพียะที่หลังมือเบา ๆ เพื่อเตือนสตินาธาเนียลยิ้มยียวนเหมือนอย่างเคย วันนี้ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเพราะแคชตันและเอเลนอร์จะมาช่วยเลี้ยงลูก ๆ ให้เพื่อที่เขาและเธอจะได้มีเวลาออกเดตในวันครบรอบแต่งงานท่าทางตื่นเต้นของนาธาเนียลทำให้เธอแอบอมยิ้มพลันรู้สึกได้ว่าเขายังเหมือนคนเดิมในวันวาน “คุณคงไม่ได้วางแผนทำอะ
หลายเดือนผ่านไป ความวุ่นวายของสงครามอาณาเขตได้สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของจักรวรรดิ นาธาเนียลเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับความดีความชอบสำหรับผลงานในครั้งนี้สร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลมากยิ่งขึ้นจนฝ่ายเชื้อพระวงศ์หวาดระแวงว่าพวกเขาจะแว้งกัดในสักวันหนึ่งทว่า บุตรชายแต่ละคนของดยุกอาเบอร์ลีนยังคงยืนยันหนักแน่นว่าจะจงรักภักดีต่อราชวงศ์เลทีอัสเหมือนเมื่อครั้งในอดีต หากพวกเขาตั้งอยู่ในครรลองของความดีงามบรรดาศักดิ์ของเคานต์ เดอ ลีแวร์ยังคงเป็นของนาธาเนียลเหมือนอย่างอดีต เขามองหน้าคู่ชีวิตแล้วกอดเธอไว้ด้วยความหนักใจเล็กน้อยเซซิเลียยิ้มให้เขาเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ “ครั้งนี้ร่างกายฉันสบายดีค่ะ แล้วก็ฉันชอบอยู่ในที่สงบเงียบ ถ้ามีคุณอยู่ด้วยแล้วต่อให้ต้องนอนในถ้ำ ฉันก็จะไม่ปล่อยมือจากคุณค่ะ”“นอนในถ้ำอย่างนั้นเหรอครับ” รอยยิ้มมุมปากดูน่าสงสัยไม่น้อย “คุณอยากเปลี่ยนบรรยากาศเหรอครับ”“ใจเย็นก่อนนะคะ ทำใจให้สงบเข้าไว้เพราะฉันแค่เปรียบเทียบให้คุณเข้าใจ ไม่ได้จะไปทำอะไรในถ้ำเสียหน่อย” หญิงสาวส่ายหน้ารีบห้ามปรามคนที่กำลังคิดจินตนาการไปไกล“แต่ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ” นาธาเนียลยิ้มยียวนแล้วพูดอีกว่า “ถ้
หลังจากพักรักษาตัวอยู่นานเกือบสองเดือน บาดแผลบนร่างกายของนาธาเนียลจึงค่อย ๆ สมานจนหายดี เวลานี้ข้างกายเขามีหญิงสาวที่รักคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง แม้บาดแผลพวกนั้นทิ้งร่องรอยของสงครามเอาไว้แต่หากมีโอกาสเมื่อใดเขามักจะทำตัวน่าสงสารประหนึ่งเด็กน้อยที่ต้องรับการปลอบโยนจากใครสักคน“นาธาเนียล ยังเจ็บอยู่เหรอคะ” เซซิเลียตามเขาไม่ทันเหมือนอย่างเคย ดวงตาคู่นั้นมองเขาด้วยความเป็นห่วง นิ้วมือเรียวสัมผัสรอยแผลเป็นแผ่วเบา“ผมอยากกอดคุณครับ” เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้ายังรักเขาอยู่ ทั้งยังอนุญาตให้เขารักเธอได้อีกครั้ง นับตั้งแต่วันนั้นมาจึงพูดออกไปอย่างที่คิดโดยไม่มีปิดบังครั้นสวมกอดกันอย่างที่ใจเขาต้องการ แต่การกระทำแค่นี้ไม่เคยเพียงพอเพราะเขารอมาเนิ่นนานเหลือเกินและอยากสัมผัสคนที่เขารักมากกว่านี้“ผมขอจูบคุณได้ไหมครับ” แม้ว่าจะถามออกไปอย่างนั้นราวขออนุญาตแต่เซซิเลียจะปฏิเสธได้อย่างไร ในเมื่อมือข้างหนึ่งของเขาจับท้ายทอยเธอไว้ อีกค้างประคองใบหน้าเข้าใกล้ ริมฝีปากแทบจะบดเบียดกันอยู่แล้วหญิงสาวอมยิ้มกับสิ่งที่เขาทำ
“อย่าร้องไห้เพราะผมเลยนะ ผมสวดวิงวอนให้คุณมีความสุขแล้วนี่นา มันไม่ได้ผลเหรอ อืม… ทำยังไงดี” สีหน้าของเขาสับสนและมึนงง ดูเหมือนว่าฤทธิ์ของยาแก้ปวดจะยังคงอยู่อีกนาน ชายหนุ่มจึงพร่ำเพ้อได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดแรง“ผมขอโทษนะ” เขาพยายามดึงเธอเข้ามากอดแต่บาดแผลทั้งข้างหน้าข้างหลังเจ็บแปลบจนนิ่วหน้า“นาธาเนียล!!!” หญิงสาวร้องลั่นแล้วเป็นฝ่ายขยับเข้าหาเขาแทน เมื่ออยู่ใกล้กันมากพอที่เขาจะเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาเธอได้ นาธาเนียลไม่รอช้าคว้าเธอเข้ามากอดปลอบโยน “ผมขอโทษที่ทำให้คุณร้องไห้อีกแล้ว บอกผมได้ไหมว่าต้องทำยังไง”“นาธาเนียล” เซซิเลียเรียกเขาแผ่วเบา “ฉันเป็นห่วงคุณมากนะคะ เพราะฉะนั้นพักผ่อนให้เต็มที่แล้วตื่นมาเจอฉันนะ”“สัญญาว่าจะไม่ร้องไห้นะ เด็กดี” เขาเปลี่ยนคำเรียกหญิงสาวไปตามอารมณ์ “ทำไมวันนี้ฝันดีจังเลย ได้อยู่กับนางฟ้าที่ผมรักด้วย”“เฮ้อ” เซซิเลียถอนหายใจที่เขายังคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงภาพความฝัน “ผมอยากฝันดีกว่านี้ บอกรักผมหน่อยได้ไหมครับ” นาธาเนียลเปลี่ยนน้ำเสียงออดอ้อนคนตรงหน้า แววตาเป็นประกาย “ไม่ใช่สิ ถ้าคุณไม่ได้รักผมก็คงลำบากใจที่จะพูด แต่ว่าต่อให้คุณพูดโกหกผมก็ยินดีที่จ
คำพูดของคุณยายในวันนั้นทำให้เขาคิดหนักจนถึงขั้นพึมพำคนเดียวหน้าน้ำพุอิลิโอพลางนึกถึงการกระทำของเซซิเลีย กระนั้นเขามั่นใจว่าเธอไม่น่าจำเรื่องราวใด ๆ ได้เพราะเขาวิงวอนให้เธอลืมทุกสิ่งเกี่ยวกับเขาไปให้หมด ถ้าหากเธอจำได้คงจะเกลียดหน้าเขาและไม่มาพบกันอีกด้วยซ้ำไป ไม่มีทางที่จะเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ใบหน้าไร้เดียงสาและมีความสุขเวลาที่ได้อยู่กับเขาอย่างแน่นอนช่วงเวลาของความสับสนถาโถมเข้ามาในจังหวะที่เขาได้ข่าวคราวของกลุ่มกบฏธาลัสซาร์ที่ต้องการลอบสังหารองค์รัชทายาทพอดิบพอดีนาธาเนียลจึงต้องรีบกลับดวาลินน์เพื่อรายงานให้จักรพรรดิได้รู้ถึงความเคลื่อนไหวนั้นแล้วจัดกองกำลังอารักขาจักรวรรดิแทรกซึมเข้าเขตเมืองนาร์วีล่วงหน้าเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เขาสามารถช่วยชีวิตคนสำคัญของจักรวรรดิไลซีเทียรอดพ้นจากความอาฆาตร้ายได้อย่างหวุดหวิดพลันได้รับบรรดาศักดิ์และดินแดน เดอ ลีแวร์เพราะคุณงามความดีในครั้งนี้ทว่า ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าการกระทำนั้นจะเปลี่ยนเหตุการณ์อื่น ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตและเร่งระยะเวลาเข้ามาเร็วขึ้นเพราะหกเดือนต่อมา กลุ่มคนที่เหลือรอดในครั้งนั้นได้ร่วมมือกับพวกคนเถื่อนที่เข้ารุกราน
ไม่กี่เดือนต่อมา เขากลับเป็นฝ่ายอดรนทนไม่ไหวจึงเดินทางไปที่พัลเลเน่ อ้างว่ามีเรื่องต้องตรวจตราตามหน้าที่บุตรชายของตระกูลดยุกอาเบอร์ลีน ทั้ง ๆ ที่ดินแดนทางแถบนั้นอยู่ใต้อำนาจของฟินน์ อาเบอร์ลีน พี่ชายคนรองของเขาแม้ได้โอกาสอยู่ใกล้กันเพียงนั้นแต่นาธาเนียลก็ทำได้แค่เพียงแอบมอง“อีกแล้วเหรอ” เอเลนอร์และแคชตันมองหน้าแขกผู้มาเยือนที่ถือตะกร้าขนมพัลเลเน่และน้ำผึ้งลาเวนเดอร์มาฝากเซซิเลีย“ทำไมรู้สึกหงุดหงิดแบบนี้นะ” เอเลนอร์ย่นคิ้วครุ่นคิดอย่างหนักเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงไม่สารภาพรักกับน้องสาวตัวเองให้สิ้นเรื่องเธอพอจะมองออกว่าต่างฝ่ายต่างมีใจให้กันแต่กลับทำเหมือนปิดบังอะไรบางอย่างเอาไว้และรักษาระยะห่างอยู่อย่างนี้มาเป็นสิบปีแล้วนาธาเนียลถอนหายใจพลางกล่าวกับแคชตันว่าเขามาที่นี่เพราะต้องการจัดการเรื่องราวที่ค้างคาใจ“นายพร้อมจะดูแลเธอในฐานะคู่หมั้นแทนฉันไหม” เขาเอ่ยกับแคชตันด้วยสีหน้าหลากความรู้สึก “ขอแค่ดูแลเธอให้ดี…”“เฮอะ” เจ้าตัวแสยะยิ้ม การดูแลเซซิเลียเป็นเรื่องที่เขาเต็มใจทำอยู่แล้ว “นายแน่ใจนะว่าจะทำแบบนั้นจริง ๆ”“ไม่เลย” เขาสารภาพไปตามตรง หากแต่แคชตันอยากให้เขาได้ใช้เวลาทบทวนควา
เช้าวันต่อมาสาวใช้ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าหญิงสารเลวคนนี้จะต้องได้รับความทุกข์ทรมานให้สาสมกับสิ่งที่เธอทำกับเจ้านายและคนรักของเขาเซซิเลีย คือชื่อที่ถูกเรียกขานอีกครั้งนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในเมื่อเคานต์ เดอ ลีแวร์ไม่ว่ากล่าวอะไร พวกเธอจึงกลั
เช้าวันต่อมาเอเลนอร์เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าร่างกายเริ่มดีขึ้นเล็กน้อยจึงค่อย ๆ ลืมตามองดูรอบห้องที่ยังไร้เงาของนาธาเนียล คิดไปเองว่าสิ่งที่เธอได้ยินตอนไม่ได้สตินั้นเป็นเพียงฝันร้ายทว่า เอมี่กลับยืนยันว่าเขากลับมาแล้วตั้งแต่เมื่อวาน“นายท่าน
เอ็ดมันด์ ไวแอตต์ วัยสิบแปดปีเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของเคานต์ไวแอตต์ที่ล่วงลับไป ได้รับมรดกตกทอดและบรรดาศักดิ์ในเมืองรอบนอกของดวาลินน์ต่อจากผู้เป็นบิดา ร่ำรวยเงินทองจนสามารถใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยได้อย่างไม่แยแสสิ่งใดเขากลับหลงใหลในหญิงสาวดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์ราวกับ
เช้าวันต่อมาเอเลนอร์นอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รัก ในขณะที่เขามองดูคนตรงหน้าพลางกระชับอ้อมแขนโอบรอบให้แน่นขึ้น หลงใหลในตัวเธอโดยไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนใจเขาได้ชายหนุ่มเคยมีใบหน้าและรูปร่างงดงาม เรือนผมสีเทา ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเปล่งประกาย แต่เพราะสงครา







