Compartir

ตอนที่ 4 สะเทือนใจ

last update Última actualización: 2026-02-25 09:00:00

ก่อนเดินทางออกจากดวาลินน์ นาธาเนียลเข้าไปเยี่ยมหลุมฝังศพของเอเลนอร์ในสุสาน วางดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่เธอชอบข้างป้ายชื่อที่เขียนไว้ว่า 

REST IN PEACE

CECILIA EVERLET

911 - 932

ชายหนุ่มเศร้าใจยิ่งนักที่เวลานี้ไม่อาจทำอะไรให้เธอได้เลย แม้แต่ป้ายยังเป็นชื่อของคนอื่น เขาจึงให้สัญญาว่าจะไม่ยอมให้หญิงคนนั้นถูกโทษประหารแล้วตายจากไปอย่างง่ายดายเพราะเธอจะต้องได้สัมผัสกับความทุกข์แสนสาหัสตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ให้สาสม

คฤหาสน์ตระกูลอาเบอร์ลีน

ดัชเชสอาเบอร์ลีนและเลดี้เมเบลเข้ามาช่วยเอเลนอร์เตรียมสัมภาระตั้งแต่เช้าตรู่ จัดหาข้าวของจำเป็น สมุนไพร ยารักษาอาการของเธอไว้ให้พร้อมเพราะกลัวว่าเธอจะลำบาก

“ท่านแม่ ทำไมจู่ ๆ นาธาเนียลถึงได้เปลี่ยนใจเร็วขนาดนี้คะ หรือว่ามีการเคลื่อนไหวของพวกเชื้อพระวงศ์ที่เราไม่รู้” เลดี้เมเบลเอ่ยถามเธอด้วยความสงสัยเพราะก่อนหน้านี้ยังพูดกันเสียดิบดีว่าจะอยู่ดวาลินน์ต่อเพราะเป็นห่วงสุขภาพของภรรยา

“…” เอเลนอร์ไม่นึกหนักใจอะไรคิดแต่เพียงว่าหน้าที่ภรรยาของเธอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นย่อมต้องอยู่เคียงข้างสามี หากการตัดสินใจนี้เป็นเพราะถูกบีบจากทางราชวงศ์ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ เธอจะพยายามรักษาตัวเองให้แข็งแรงเพื่อที่เขาจะไม่ต้องกังวลเรื่องของเธอเพิ่มขึ้น

“ไม่ต้องห่วงนาธาเนียลมากเกินไปหรอก ถึงอย่างไรก็เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว ผ่านศึกสงครามมาตั้งเท่าไหร่ แค่ไปอยู่ดินแดนห่างไกลคงเหมือนออกไปเที่ยวนอกเมืองหลวงก็เท่านั้น” ดัชเชสอาเบอร์ลีนกุมมือหญิงสาวตรงหน้า สายตาห่วงใย “ห่วงก็แต่เอเลนอร์ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจรีบบอกนาธาเนียล แค่เห็นสีหน้ากังวลของเธอ เขาก็แทบคุมสติตัวเองไม่อยู่แล้ว”

“ค่ะ ท่านแม่” เอเลนอร์ยิ้มให้ทั้งสองคนและขอบคุณที่มาช่วยจัดข้าวของในวันนี้เหลือแต่รออีกฝ่ายกลับมาแล้วออกเดินทางไปพร้อมกัน

เอเลนอร์ไม่รู้ตัวเลยว่าบรรยากาศรอบ ๆ เปลี่ยนไปทีละน้อย เดิมทีนาธาเนียลมักถามไถ่และชวนเธอพูดคุยถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้อยู่เสมอแต่เวลานี้กลับนิ่งเฉย สายตาเหม่อลอยออกไปนอกรถม้าและไม่มีทีท่าว่าจะเอ่ยคำใดตลอดทั้งการเดินทาง

“นาธาเนียล ทานของว่างสักนิดไหมคะ ท่านแม่กับท่านพี่สะใภ้ช่วยกันเตรียมให้พวกเราอยู่นานเลยค่ะ” น้ำเสียงห่วงใยเปล่งออกมา สีหน้ากังวลเล็กน้อยที่เขาดูไม่หือไม่อือจนเผลอคิดไปว่าการเมืองระหว่างราชวงศ์กับตระกูลดยุกอาเบอร์ลีนคงหนักหนาเสียจนไม่อาจปล่อยวางใจได้เลย

เอเลนอร์จึงทำตัวราวกับเป็นอากาศ นั่งมองเขาตาไม่กะพริบเผื่อจะมีสักจังหวะได้สบตากัน แม้จะช่วยอะไรไม่ได้มากแต่เธอยินดีรับฟังความกลัดกลุ้มใจของเขา

ตั้งแต่มาถึง เดอ ลีแวร์ ดินแดนทางตอนเหนือ นาธาเนียลยังคงทำเหมือนเธอไร้ตัวตนจนบางครั้งหญิงสาวนึกเจ็บปวดใจโดยไม่รู้ตัว

อีกฝ่ายมีท่าทีห่างเหิน วันทั้งวันยุ่งงานเอกสารกองพะเนิน บางครั้งหายหน้าหายตาไปโดยไม่บอกกล่าวจนเธอนึกเป็นห่วง ร่างกายกำยำซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด

วันนี้เธอจึงลงมือทำอาหารให้เขาด้วยตัวเอง เลือกทำแต่สิ่งที่เขาชอบเผื่อว่าเขาจะรู้สึกอยากอาหารขึ้นมาบ้าง

จนแล้วจนเล่า หญิงสาวได้แต่รอเก้อ ทั้ง ๆ ที่เขาบอกว่าเย็นนี้จะรีบกลับแต่ดันโผล่หน้ามาให้เห็นในช่วงเช้าสามวันต่อมา

“ใช้ชีวิตสุขสบายดีเลยนี่” น้ำเสียงที่เธอไม่ได้ยินหลายวันเอ่ยพึมพำ ในใจเขาคิดแค่ว่าผู้หญิงคนนี้หน้าด้านเกินไปแล้ว อาการป่วยไม่ถูกกับหน้าหนาวก็คงจะเป็นเรื่องหลอกลวงให้เขาตายใจด้วยเช่นกัน

ทั้ง ๆ ที่ทำลายชีวิตคนอื่นไปถึงขนาดนั้น แต่กลับยิ้มระรื่นไม่รู้สึกผิดบาป “แพศยา”

“…” ดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์จ้องมองคนตรงหน้า คิดว่าเธอได้ยินอะไรบางอย่างแต่เขากลับนิ่งเฉย เห็นสีหน้าหม่นหมองยังนึกเป็นห่วง “ทานอะไรสักนิดไหมคะ หรือว่าจะอาบน้ำก่อน ฉันจะให้คนเตรียมน้ำอุ่นให้”

“…” สีหน้าเรียบเฉยแต่สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายที่เอเลนอร์ไม่เคยเห็นมาก่อนจึงทึกทักไปเอง

“นาธาเนียล เหนื่อยมากเลยเหรอคะ ถ้ามีอะไรที่ฉันทำให้คุณได้บ้างบอกมาได้เลยนะคะ” ความห่วงใยของเธอเหมือนส่งไปไม่ถึงเพราะเขาไม่แยแสเลยสักนิด

“คุณทำแบบนั้นไม่ได้หรอก” อีกฝ่ายแสยะยิ้ม เพราะเวลานี้เขาต้องการเพียงแค่ให้คนรักหวนกลับมา

“คุณยังไม่ได้บอกฉันเลยว่าต้องทำยังไง” เอเลนอร์ตั้งใจฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูด “นาธาเนียล ฉันเป็นห่วงคุณนะคะ”

“มีอะไรก็ไปทำเถอะ ผมจะพักผ่อน อย่าเข้ามารบกวน” ชายหนุ่มบอกเธอไปอย่างนั้นแล้วเดินหนีเข้าห้องทันทีปล่อยให้เธอเศร้าใจอยู่คนเดียวเพราะตั้งแต่กลับมาจากฮันนีมูน ทั้งคู่แยกห้องนอนกันจนเธอคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดจึงพยายามถามเขาไปตามตรงแต่อีกฝ่ายกลับบอกว่าไม่มีอะไร

ยิ่งย้ายมาอยู่ดินแดนตอนเหนือ ความสัมพันธ์ที่เคยหวานชื่นช่วงนั้นหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น ความเงียบเหงาอ้างว้างเริ่มแทรกซึมเข้ามาในใจเอเลนอร์ทีละนิด

ลับหลังนาธาเนียล ไม่ใช่ว่าเธอแข็งแรงอะไรนักหรอก หญิงสาวคนนี้ดื่มสมุนไพรและยาไปตั้งเท่าไหร่เพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้อบอุ่นเพราะเกรงว่าจะป่วยไข้สร้างความเดือดร้อนให้ผู้เป็นสามี

บางคืนแทบไม่ได้หลับนอนเพราะหนาวเจ็บไปถึงกระดูก แม้จะมีเตาผิงที่จุดไฟตลอดเวลาแต่กลับไม่ช่วยสักเท่าไหร่ ถึงอย่างนั้นเธอยังคงอดทนหวังว่าสักวันหนึ่งจะเอาชนะมันไปให้ได้

วันเวลาล่วงเลยไปสองเดือน ความสัมพันธ์ของพวกเขายังคงเหมือนอย่างเคย ห่างเหิน ไร้ชีวิตชีวา ภาพลักษณ์แตกต่างจากที่ใครหลายคนเห็นในวันแต่งงานจนสาวใช้พูดถึงไม่เว้นแต่ละวัน

ทั้งคำพูด สายตา การกระทำ ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนที่รักกันปานกลืนกิน จนพวกเขานึกสงสัยว่าหลังจากฮันนีมูนครั้งนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่

สองสามวันมานี้ เอเลนอร์อยู่ในคฤหาสน์ เดอ ลีแวร์เพียงลำพัง สายตาเหม่อมองไปยังประตูใหญ่ด้านหน้ารอคอยว่าเมื่อใดสามีของเธอจะกลับมา

“นายท่านคงมีงานด่วนจริง ๆ จึงไม่ได้แจ้งนายหญิงไว้ก่อน อย่าคิดมากไปเลยนะคะ” เอมี่ สาวใช้ของเธอกล่าวปลอบใจเจ้านายตนเองเพราะเห็นสีหน้าไม่สู้ดีมาหลายวันแล้ว อีกทั้งช่วงเวลาที่เคานต์ เดอ ลีแวร์ไม่อยู่ยังอาการย่ำแย่ลงไปอีก

“ฉันแค่เป็นห่วงนาธาเนียล หวังว่าเขาจะไม่เป็นอะไร” เธอยิ้มกว้างให้สาวใช้ตรงหน้า แต่รอยยิ้มนั้นไม่สดใสเหมือนอย่างเคย

ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าคืนนั้น ร่างกายของเอเลนอร์จะทรุดหนัก เหงื่อเม็ดเล็กผุดเต็มใบหน้าเนื้อตัว สีหน้าริมฝีปากซีดเซียว หายใจติดขัดเจ็บปวดทั่วกาย

เอมี่ได้ยินเสียงโอดครวญจึงผลักประตูเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยพลันได้เห็นว่าเลือดจำนวนมากไหลกองตรงหว่างขาของเธอ เปรอะเปื้อนที่นอนสีขาวจนพาลทำอะไรไม่ถูก

เมื่อเห็นว่าเอเลนอร์กุมท้องนอนขดด้วยความทรมาน เสียงร้องของนางพลันกระตุ้นเรียกสติของเอมี่กลับมา เธอตะโกนเรียกคนให้ไปตามหมออย่างเร่งด่วนพลางวิ่งเข้าไปประคองคนตรงหน้า

ร่างกายเคาน์เตส เดอ ลีแวร์เริ่มไร้ไออุ่นจนความกังวลพลุ่งพล่าน สาวใช้เขย่าตัวเรียกสติเธอและสั่งให้ใครสักคนนำเรื่องนี้รายงานเคานต์ เดอ ลีแวร์

เอมี่คิดในใจ ไม่รู้จะแจ้งข่าวกับเจ้านายอย่างไรเพราะไม่มีใครรู้เลยว่าเขาหายไปที่ไหน ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นตอนที่เขาไม่อยู่ด้วย

ไม่นานนัก หมอประจำเมืองจึงมาถึงคฤหาสน์ ตรวจตรานายหญิงอย่างละเอียดพลางมองใบหน้าหลับใหลเพราะฤทธิ์ยา เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่พูดกับหัวหน้าสาวใช้และพ่อบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“เคาน์เตส เดอ ลีแวร์ร่างกายอ่อนแอมาก ทั้งยังแพ้อากาศหนาวเป็นทุนเดิม แม้จะดื่มสมุนไพรชั้นดีแต่ร่างกายกลับไม่สามารถฟื้นฟูได้เท่าที่ควร ส่งผลให้สูญเสียเด็กในท้องไป”

“…” หัวหน้าสาวใช้และพ่อบ้านมองหน้ากันด้วยความตะลึงงัน สงสารนายหญิงที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอะไร 

ระหว่างรอเจ้านายกลับมาจึงทำได้แค่เพียงดูแลเธออย่างดีที่สุด ทั้งที่ในใจไม่รู้เหตุผลที่เขาเปลี่ยนไปเลยจริง ๆ การสูญเสียลูกไปในครั้งนี้จะทำให้เคานต์ เดอ ลีแวร์ตระหนักถึงอะไรบางอย่างได้ไหมย่อมไม่มีใครรู้

ห้าวันผ่านพ้นไป นาธาเนียลกลับมายังคฤหาสน์ สัมผัสได้ถึงบรรยากาศหม่นหมอง พ่อบ้านรีบเข้าไปรายงานเรื่องราวให้เจ้านายได้ทราบทันที

หากแต่เขากลับไม่สะทกสะท้านใด ๆ ทั้งสิ้น เดินตรงไปยังห้องของเอเลนอร์จนใครหลายคนคิดว่าเขาคงสะเทือนใจมากแน่ ๆ

ห้องนอนกว้างใหญ่เงียบสงบเพราะหญิงสาวเพิ่งหลับไปได้เพราะฤทธิ์ยา แม้จะสะลึมสะลือรู้สึกตัวอยู่บ้างแต่ไม่มีแรงพอลืมตามองว่าแขกผู้มาเยือนเป็นใคร

กระนั้น เธอยังคงจำน้ำเสียงทุ้มได้เป็นอย่างดี เสียงของคนรักที่เธอรอว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่ คำพูดมากมายดังก้องในหัวอยากขอโทษที่ดูแลลูกของเราเอาไว้ไม่ได้พลันหัวใจเจ็บแปลบราวถูกเหล็กเสียดแทงกระหน่ำเพราะน้ำเสียงเยือกเย็นของเขา

“ดีแล้วล่ะที่เป็นอย่างนี้ เด็กคนนั้นคงไม่อยากเกิดมามีแม่อย่างเธอนักหรอก”

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • โปรดรับฟังคำวิงวอน   ตอนที่ 7 ห่างเหินและเย็นชา

    คำพูดของเธอทำให้เขาแสยะยิ้ม ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลไม่เป็นมิตรเลยแม้แต่น้อยราวกับถูกกระตุ้น ความคิดในใจถาโถมเข้าหานาธาเนียล เธอกล้าดียังไงจะหย่ากับฉัน เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าเธอต้องทุกข์ทรมานข้าง ๆ ฉันไปตลอดชีวิตเมื่อเห็นเขาไม่ตอบจึงพูดออกมาอีกครั้ง “ฉันจะหย่ากับคุณค่ะ”“เธอไม่มีสิทธิ์และฉันก็ไม่อนุญาตให้เธอไปไหนทั้งนั้น” เขาพูดข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อยากอยู่กับฉันไม่ใช่หรือไง ทำไมตอนนี้ถึงคิดหนีไปอย่างนั้นล่ะ”“นาธาเนียล” เซซิเลียเรียกเขาเสียงแข็งเพื่ออีกฝ่ายจะได้สติบ้าง “ฉันอยู่ที่นี่ต่อไป คนที่ทรมานก็คือคุณ ฉันไม่อยากให้เป็นแบบนั้นค่ะ เพราะฉะนั้น หย่ากับฉันเถอะนะคะ แล้วฉันจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก”เธอพูดไปแบบนั้นเพราะทุกครั้งที่เจอหน้ากัน เขามักจะหงุดหงิดอารมณ์เสียอยู่เสมอ เมื่อเห็นแบบนั้นบ่อย ๆ เข้าเซซิเลียจึงนึกสงสารเพราะคิดว่าต้นเหตุล้วนมาจากเธอ“เสแสร้งทำเป็นห่วงกันอย่างนั้นเหรอ เธอมันร้ายกาจ จำใส่ใจเอาไว้ว่าฉันไม่มีทางหย่ากับเธอ ต่อให้ฉันต้อ

  • โปรดรับฟังคำวิงวอน   ตอนที่ 6 ไปให้พ้นหน้าฉัน

    เช้าวันต่อมาสาวใช้ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าหญิงสารเลวคนนี้จะต้องได้รับความทุกข์ทรมานให้สาสมกับสิ่งที่เธอทำกับเจ้านายและคนรักของเขาเซซิเลีย คือชื่อที่ถูกเรียกขานอีกครั้งนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในเมื่อเคานต์ เดอ ลีแวร์ไม่ว่ากล่าวอะไร พวกเธอจึงกลั่นแกล้งหญิงสาวให้ประสบความลำบากทีละนิด คอยระวังยั้งมือไม่ให้มากจนเกินไปเพราะกลัวว่าเธอจะตายจากไปเสียก่อนที่จะชดใช้ความผิด“นาธาเนียล” เซซิเลียยังคงเรียกคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงดังเดิมราวกับว่าเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เกิดขึ้น แต่อีกฝ่ายกลับแสยะยิ้มให้ด้วยสายตาเย็นชา“เรียกทำไมนักหนา คิดว่าฉันเป็นสามีของเธอจริง ๆ หรือไง” ชายหนุ่มสบถน้ำเสียงไม่สบอารมณ์แต่เช้า“คุณฟังฉันก่อนได้ไหมคะ ฉันไม่รู้ว่าคุณเข้าใจผิดไปตั้งแต่ตอนไหน แต่ว่าฉันไม่เคยพูดโกหกอะไรกับคุณเลยนะ” เซซิเลียพยายามโน้มน้าวใจให้เขายอมหยุดฟังเธอบ้าง อย่างน้อยให้เธอได้แก้ไขความเข้าใจผิดสักเล็กน้อยก็ยังดี“กล้าพูดมาได้ว่าไม่เคยโกหก เธอแกล้งเป็นเอเลนอร์อยู่นี่ไง คิดว่าฉันไม่รู้เ

  • โปรดรับฟังคำวิงวอน   ตอนที่ 5 หญิงชั่วช้า

    เช้าวันต่อมาเอเลนอร์เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าร่างกายเริ่มดีขึ้นเล็กน้อยจึงค่อย ๆ ลืมตามองดูรอบห้องที่ยังไร้เงาของนาธาเนียล คิดไปเองว่าสิ่งที่เธอได้ยินตอนไม่ได้สตินั้นเป็นเพียงฝันร้ายทว่า เอมี่กลับยืนยันว่าเขากลับมาแล้วตั้งแต่เมื่อวาน“นายท่านมีงานด่วนต้องตรวจตราเลยรีบออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ค่ะ แต่นายท่านบอกว่าจะรีบกลับมาถ้าเสร็จธุระแล้ว” เธอพยายามบอกคนตรงหน้าที่ใจไม่ดีสักเท่าไหร่ แววตาอีกฝ่ายสลดลงเพราะคิดว่าอย่างน้อยควรจะปลุกเธอแล้วบอกให้รู้สักนิดก็ยังดีคำปลอบประโลมเล็กน้อยหรือการอยู่เคียงข้างกันในเวลานี้ดูเป็นคำขอที่มากเกินไปอย่างนั้นเหรอ“ฉันคงจัดการทุกอย่างเองไม่ได้ ฝากด้วยนะเอมี่” เธอฝากเรื่องอาหารมื้อเย็นให้สาวใช้รับผิดชอบ สายตาเหม่อมองไปนอกห้องก่อนลุกเดินไปยังห้องนอนของนาธาเนียลกลิ่นสบู่หอมอ่อน ๆ ที่เขาชอบใช้ยังคงอบอวล เธอคิดถึงเขามากเหลือเกินจนคิดไปว่า “เขาโกรธที่ฉันแท้งเหรอ เอมี่”สาวใช้ตกใจรีบปฏิเสธทันควัน “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ อย่าได้คิดโทษตัวเองเลย

  • โปรดรับฟังคำวิงวอน   ตอนที่ 4 สะเทือนใจ

    ก่อนเดินทางออกจากดวาลินน์ นาธาเนียลเข้าไปเยี่ยมหลุมฝังศพของเอเลนอร์ในสุสาน วางดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่เธอชอบข้างป้ายชื่อที่เขียนไว้ว่าREST IN PEACECECILIA EVERLET911 - 932ชายหนุ่มเศร้าใจยิ่งนักที่เวลานี้ไม่อาจทำอะไรให้เธอได้เลย แม้แต่ป้ายยังเป็นชื่อของคนอื่น เขาจึงให้สัญญาว่าจะไม่ยอมให้หญิงคนนั้นถูกโทษประหารแล้วตายจากไปอย่างง่ายดายเพราะเธอจะต้องได้สัมผัสกับความทุกข์แสนสาหัสตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ให้สาสมคฤหาสน์ตระกูลอาเบอร์ลีนดัชเชสอาเบอร์ลีนและเลดี้เมเบลเข้ามาช่วยเอเลนอร์เตรียมสัมภาระตั้งแต่เช้าตรู่ จัดหาข้าวของจำเป็น สมุนไพร ยารักษาอาการของเธอไว้ให้พร้อมเพราะกลัวว่าเธอจะลำบาก“ท่านแม่ ทำไมจู่ ๆ นาธาเนียลถึงได้เปลี่ยนใจเร็วขนาดนี้คะ หรือว่ามีการเคลื่อนไหวของพวกเชื้อพระวงศ์ที่เราไม่รู้” เลดี้เมเบลเอ่ยถามเธอด้วยความสงสัยเพราะก่อนหน้านี้ยังพูดกันเสียดิบดีว่าจะอยู่ดวาลินน์ต่อเพราะเป็นห่วงสุขภาพของภรรยา“&hellip

  • โปรดรับฟังคำวิงวอน   ตอนที่ 3 ความจริงซ่อนเร้น

    เอ็ดมันด์ ไวแอตต์ วัยสิบแปดปีเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของเคานต์ไวแอตต์ที่ล่วงลับไป ได้รับมรดกตกทอดและบรรดาศักดิ์ในเมืองรอบนอกของดวาลินน์ต่อจากผู้เป็นบิดา ร่ำรวยเงินทองจนสามารถใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยได้อย่างไม่แยแสสิ่งใดเขากลับหลงใหลในหญิงสาวดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์ราวกับถูกมนต์เสน่ห์ของเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น หมายมั่นว่าจะต้องแต่งงานกับเธอให้ได้ “เซซิเลียของผม ทำไมคุณถึงไม่ตอบตกลงสักที คุณมีอะไรปิดบังกันแน่”ในค่ำคืนเงียบสงบช่วงต้นฤดูหนาว เขาบุกเข้ามาหาหญิงสาวในเขตสวนคฤหาสน์เพื่อถามไถ่เหตุผลและเรื่องราวค้างคาใจ หากแต่อีกฝ่ายไม่ตอบสิ่งใดปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า “ฉันไม่ใช่เซซิเลีย ฉันคือเอเลนอร์ต่างหาก เคานต์ไวแอตต์คงสับสนจำผิดคนแล้ว”“ไม่จริง” เขาเชื่อสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้ามากกว่าเพราะตลอดเวลาที่แอบคบกัน ชายหนุ่มไม่เคยเห็นหน้าคนชื่อเอเลนอร์แม้แต่ครั้งเดียว ทั้งยังไม่เคยได้ยินเรื่องราวของพี่สาวคนรักเลยสักครั้ง “ทำไมต้องโกหกผม คุณกล้าพูดไหมว่าไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับองค์ชายมาเวอริค”“…” หญิงสาวนิ่งไปชั่วขณะพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่เขาพูดมา

  • โปรดรับฟังคำวิงวอน   ตอนที่ 2 ความสงสัย

    เช้าวันต่อมาเอเลนอร์นอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รัก ในขณะที่เขามองดูคนตรงหน้าพลางกระชับอ้อมแขนโอบรอบให้แน่นขึ้น หลงใหลในตัวเธอโดยไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนใจเขาได้ชายหนุ่มเคยมีใบหน้าและรูปร่างงดงาม เรือนผมสีเทา ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเปล่งประกาย แต่เพราะสงครามแต่ละครั้งหนักหนาสาหัสจึงทิ้งร่องรอยคมดาบเอาไว้นับไม่ถ้วนดวงตาข้างหนึ่งถูกคมดาบในสงครามปราบกบฏครั้งสุดท้ายกลายเป็นแผลผ่าเหนือคิ้วดวงตาข้างขวาลากยาวลงมาถึงกลางแก้ม นัยน์ตาข้างนั้นเปลี่ยนเป็นสีเทาและบอดสนิท เขาไม่กล้ามาพบเธอด้วยรูปลักษณ์เช่นนั้น คิดว่าคงจะน่าเกลียดในสายตาหญิงสาวที่มีบุรุษชนชั้นสูงต่อแถวรออยู่มากมายแต่กระนั้น เอเลนอร์กลับยิ้มให้เขาเหมือนในวันวาน ปฏิบัติกับเขาไม่เปลี่ยนแปลงพลันคิดถึงบทสนทนาคืนที่ผ่านมาแล้วยิ่งรักเธอมากกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวของคนตรงหน้าเอื้อมแตะรอยแผลเป็นยาวพาดผ่านดวงตาข้างนั้น สัมผัสรอยแผลตามลำตัวเอ่ยถามเขาว่า “นาธาเนียล ยังเจ็บอยู่ไหมคะ”“ไม่เจ็บแล้วครับ คุณไม่รังเกียจจริง ๆ เหรอ” แม้จะรู้อยู่แก่ใจ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status