LOGINเช้าวันต่อมา
สาวใช้ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าหญิงสารเลวคนนี้จะต้องได้รับความทุกข์ทรมานให้สาสมกับสิ่งที่เธอทำกับเจ้านายและคนรักของเขา
เซซิเลีย คือชื่อที่ถูกเรียกขานอีกครั้งนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ในเมื่อเคานต์ เดอ ลีแวร์ไม่ว่ากล่าวอะไร พวกเธอจึงกลั่นแกล้งหญิงสาวให้ประสบความลำบากทีละนิด คอยระวังยั้งมือไม่ให้มากจนเกินไปเพราะกลัวว่าเธอจะตายจากไปเสียก่อนที่จะชดใช้ความผิด
“นาธาเนียล” เซซิเลียยังคงเรียกคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงดังเดิมราวกับว่าเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เกิดขึ้น แต่อีกฝ่ายกลับแสยะยิ้มให้ด้วยสายตาเย็นชา
“เรียกทำไมนักหนา คิดว่าฉันเป็นสามีของเธอจริง ๆ หรือไง” ชายหนุ่มสบถน้ำเสียงไม่สบอารมณ์แต่เช้า
“คุณฟังฉันก่อนได้ไหมคะ ฉันไม่รู้ว่าคุณเข้าใจผิดไปตั้งแต่ตอนไหน แต่ว่าฉันไม่เคยพูดโกหกอะไรกับคุณเลยนะ” เซซิเลียพยายามโน้มน้าวใจให้เขายอมหยุดฟังเธอบ้าง อย่างน้อยให้เธอได้แก้ไขความเข้าใจผิดสักเล็กน้อยก็ยังดี
“กล้าพูดมาได้ว่าไม่เคยโกหก เธอแกล้งเป็นเอเลนอร์อยู่นี่ไง คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเธอทำอะไรกับคนรักฉันบ้าง” นาธาเนียลเกรี้ยวกราดยิ่งกว่าเดิม เมื่ออีกฝ่ายเปิดปากพูดเมื่อไหร่ก็แทบควบคุมสติตัวเองไม่อยู่ สิ่งที่เคยอดกลั้นมาได้ตลอดเริ่มถูกระบายออกมาทีละนิด
“คนรักของคุณเหรอคะ คุณรักฉันต่างหาก นาธาเนียล คุณสัญญากับฉันแล้วนี่คะว่าโตขึ้นเราจะแต่งงานกัน ตอนนั้นฉันต้องบอกว่า...”
เพียะ
ฝ่ามือหนาวาดลงบนใบหน้านวลเสียงดังจนแม้แต่สาวใช้ยังสะดุ้งเฮือก ไม่คิดว่าเจ้านายของตนเองจะแสดงมุมโหดร้ายที่เอาไว้ใช้ในยามอยู่สนามรบกับหญิงสาวตรงหน้า แต่ในใจกลับคิดว่าสมควรแล้ว
“หุบปาก!” เขาตวาดดังลั่น “อย่าได้พูดจาโกหกอย่างนี้อีก ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอต้องการอะไรจากฉัน แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร เธอจะไม่มีวันได้ไปเด็ดขาด” ครั้นพูดจบก็หันหลังให้ทันที
เซซิเลียยืนนิ่งงัน น้ำตาเอ่อคลอเบ้า ได้แค่ยืนมองรถม้าที่วิ่งออกไปทางประตูด้วยหัวใจเจ็บแปลบพึมพำแผ่วเบา “ทำไมถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ บอกฉันทีได้ไหมว่าคุณแค่เข้าใจผิด”
หญิงสาวไม่ทันได้อ้อยอิ่งนานนักเพราะพ่อบ้านเดินเข้ามาหาเธอแจ้งเรื่องราวที่นาธาเนียลฝากเอาไว้ ต่อจากนี้ให้เธอย้ายไปอยู่ที่กระท่อมด้านหลัง ทำงานทุกอย่างเหมือนที่สาวใช้ทำเพื่อแลกกับเงินและอาหารในแต่ละมื้อ ไม่มีสิทธิ์เหยียบย่างเข้ามาในคฤหาสน์ถ้านาธาเนียลไม่สั่ง
สาวใช้ที่เคยดูแลเธอมาหลายเดือนต่างยืนมองด้วยสีหน้าระคนกันไป บ้างสมเพชเวทนา บ้างสะใจคิดอยากก่นด่าจนกว่าจะพอใจ เริ่มลงมือกลั่นแกล้งเธอทีละนิดทั้ง ๆ ที่รู้ว่าร่างกายคนตรงหน้าไม่แข็งแรง
ทว่า เซซิเลียกลับยิ้มรับโชคชะตา คิดว่าอย่างน้อยเขายังอนุญาตให้เธอได้อยู่ในรั้วเดียวกัน ไม่แน่ว่าสักวันหนึ่งจะมีโอกาสได้บอกเขาให้เข้าใจ
เธอเชื่อว่านาธาเนียลจะใจอ่อนยอมฟังสิ่งที่เธอพูด ต่อให้ต้องรอนานแค่ไหนเธอจะอดทนเพราะเขาคือคนที่รักเธอเพียงคนเดียวในโลกนี้ที่เหลืออยู่ เซซิเลียไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว
หญิงสาวเดินขึ้นไปด้านบนเพื่อเก็บข้าวของตัวเองแต่ถูกสาวใช้ห้ามเอาไว้
เอมี่พูดขึ้นมาว่า “ของที่เธอต้องการอยู่ในตะกร้านั่นแล้ว ส่วนของอื่น ๆ ในห้อง นายท่านบอกว่าทิ้งไปให้หมดเพราะมันไม่ใช่ของที่เธอควรจะได้มาตั้งแต่แรก”
“เอมี่” น้ำเสียงสั่นเครือเรียกสาวใช้ที่คอยดูแลกันมาหลายเดือน ครั้นเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปเหมือนคนเป็นเจ้านายจึงกวาดตามองทุกคนในที่แห่งนั้นพลันได้เข้าใจว่าเธอคือคนแปลกหน้า หญิงสารเลวในสายตาของทุกคนจึงทำได้แค่เพียงฝืนยิ้มให้เอมี่แล้วบอกว่า “ขอบคุณนะ เอมี่” ก่อนจะก้มลงแบกตะกร้าใบใหญ่ที่ใส่ของจำเป็นสำหรับสาวใช้เดินไปที่กระท่อมน้อยด้านหลังคฤหาสน์เพียงลำพัง
เธอกวาดตามองรอบกระท่อม สภาพทรุดโทรมทำให้นึกถึงสถานที่ที่เคยอาศัยอยู่ในวัยเด็กพาลคิดในใจว่าเธอคงจะเหมาะกับกระท่อมหลังเล็กมากกว่าคฤหาสน์ใหญ่โตกระมังจึงได้หวนกลับมายังจุดเดิมอีกครั้ง
เมื่อเปิดประตูเข้าไปข้างใน เตียงนอน โต๊ะ และเก้าอี้เต็มไปด้วยฝุ่นเขรอะ ด้านบนเพดานมีหยากไย่ระโยงระยาง รอยยิ้มบางปรากฏเพราะเห็นว่าอย่างน้อยยังมีเตาผิงเล็ก ๆ อยู่ตรงกลางห้อง
หญิงสาวจึงรีบจัดการเก็บกวาดภายในให้สะอาดสะอ้าน เทียวไปเทียวมาหาฟูกนอน ผ้าห่มและฟืนท่อนใหญ่มาเตรียมไว้สำหรับคืนนี้จนลืมไปเลยว่าไม่ได้ทานอาหารมาตั้งแต่เช้าแล้ว
ถึงอย่างนั้น หญิงสาวที่เคยใช้ชีวิตเป็นเคาน์เตส เดอ ลีแวร์กลับไม่ปริปากบ่นแม้แต่น้อยจนใครหลายคนคิดว่าเธอกำลังอดทนอยู่ วันต่อมาจึงมอบหมายหน้าที่สำคัญให้อย่างการซักผ้าหลายตะกร้าเพียงคนเดียว รีดนมวัวหรือกระทั่งทำความสะอาดชั้นล่างของคฤหาสน์
วันหนึ่ง เอเลนอร์กำลังปูที่นอนห้องของนาธาเนียล เขากลับบ้านก่อนเวลาจึงได้เจอหน้ากัน สภาพของเธอดูไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก แม้ใบหน้าซูบผอมลงเล็กน้อยแต่โดยรวมแทบจะเรียกได้ว่ามีความสุขดี
“นาธาเนียล กลับมาแล้วเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยเรียกคนตรงหน้าด้วยความดีใจ หวังลึก ๆ ว่าเขาจะยอมพูดกับเธอสักคำ
“ออกไป” เคานต์ เดอ ลีแวร์ไม่รอช้าสั่งหญิงสาวโดยไม่หันมามอง
“นาธาเนียล ฉันทำดาร์กช็อกโกแลตมาให้คุณด้วยค่ะ ลองชิมดูได้ไหมคะ” เซซิเลียรู้ว่าเขาชอบดาร์กช็อกโกแลตมากแค่ไหนจึงตั้งใจทำให้เขาเป็นพิเศษแต่อีกฝ่ายกลับปัดทิ้งลงพื้นไม่แยแส “ฉันบอกให้ออกไป ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง”
“นาธาเนียล ฉันขอโทษที่ทำให้คุณโมโห ถ้าอย่างนั้น ขอฉันเก็บกวาดห้องให้เรียบร้อยก่อนนะคะ”
“ไม่ต้อง” สีหน้าเลือดเย็นแสดงออกมาจนเซซิเลียตัวสั่นระริก ชายหนุ่มบีบแขนข้างหนึ่งของเธอลากออกมานอกห้องแล้วเหวี่ยงสุดแรง
แขนขาวนวลเกิดรอยแดงขึ้นมาทันใด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ็บมากแค่ไหนแต่เซซิเลียไม่ปริปากร้องสักแอะราวกับว่าพบเจอเรื่องแบบนี้จนเคยชินไปแล้ว
เมื่อถูกอีกฝ่ายปิดประตูใส่หน้า หญิงสาวจึงได้แต่เดินคอตกกลับกระท่อมของตัวเอง หยิบยาที่เก็บไว้ในลิ้นชักมาทารอยแดงพวกนั้น สายตาเหม่อมองไปที่คฤหาสน์คิดแต่เพียงว่าคงต้องใช้ความพยายามมากกว่านี้
เงินเดือนที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อมากเกินครึ่งถูกส่งไปให้เคานต์เอเวอร์เลตตามที่ตกลงกันไว้ แม้จะน้อยนิดแต่อีกฝ่ายกลับไม่โวยวายเพราะเธอให้เหตุผลไปว่านาธาเนียลรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว
ดินแดนเดอ ลีแวร์หนาวยาวนานถึงหกเดือนจนกระทั่งวันหนึ่งดอกหยาดหิมะสีขาวเริ่มแทรกผ่านเกล็ดน้ำแข็งบาง ๆ ที่เริ่มละลายบนหย่อมหญ้า
เซซิเลียยิ้มกว้างที่ฤดูหนาวอันยาวนานได้ผ่านพ้นไปแล้ว ต่อจากนี้อีกหกเดือนข้างหน้าเธอก็ไม่จำเป็นต้องนอนขดบนเตียงเพราะอีกต่อไปพลางวางแผนเย็บผ้าห่มให้หนาขึ้นเพื่อเตรียมรับมือกับฤดูหนาวปีถัดไป
หญิงสาวยังคงหาจังหวะและโอกาสเข้าพบนาธาเนียลเสมอ แม้ว่าทุกครั้งจะถูกปฏิเสธอย่างไม่ไยดี
“อย่ามาให้ฉันเห็นหน้า”
“งานซักผ้ามันคงน้อยเกินไปจนเธอว่างเสนอหน้ามาหาฉันสินะ เอมี่ ต่อจากนี้ไปก็ให้เธอทำคนเดียวทั้งหมด”
“ห้ามใครแบ่งอาหารให้เธอเด็ดขาด”
“จะยิ้มอะไรนักหนา ไม่นึกถึงพี่สาวที่จากไปบ้างหรือไง ทำตัวมีความสุขอยู่ได้”
“เลิกเสแสร้งทำเป็นอ่อนแอได้แล้ว ฉันไม่หลงกลเธอหรอกนะ ไม่ต้องคิดมาพูดอธิบายอะไรด้วยเพราะคำพูดของเธอมันเชื่อถือไม่ได้สักนิดเดียว”
“ไปให้พ้น”
แม้ว่าเซซิเลียจะได้ยินคำพูดเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เธอกลับทำหูทวนลม ไม่ฟังและยังคงตั้งใจยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองอยู่เสมอ
ต่อให้เขาห้ามด้วยสีหน้าเย็นชา แววตาเกรี้ยวกราดจนบรรดาสาวใช้ไม่กล้าหือ กระนั้น เซซิเลียไม่เคยนึกกลัว มีแต่ตกใจบ้างที่เขาขึ้นเสียง สบถต่อหน้า
วันนี้เธอเข้ามาปูผ้าที่ซักใหม่ในห้องนอนของเขาตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่การกระทำเหล่านั้นก็ยังไม่เข้าตาอีกฝ่ายอยู่ดี
“เธอไม่มีสิทธิ์เข้ามาในห้องนอนของฉัน”
“แต่ว่าคุณบอกให้ฉันเป็นคนดูแลเรื่องซักผ้านี่คะ” เซซิเลียยังคงยืนยันอย่างนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเธอเสียหน่อย ทำไมเขาถึงยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“ฉันบอกให้มาตอนที่ฉันไม่อยู่ ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ คำพูดของฉันมันเข้าใจยากหรือไง” เคานต์ เดอ ลีแวร์ เดินเข้ามาใกล้หญิงสาวพลางเอื้อมมือคิดจับแขนคนตรงหน้าเหวี่ยงออกมาแต่ครั้งนี้เซซิเลียไม่ยอมจึงถอยออกมาด้วยตัวเอง
เหตุผลไม่พ้นสิ่งที่เรียกว่า รอยช้ำเขียวตรงต้นแขนที่เขาจับเธอแต่ละครั้งยังคงไม่จางหายและดูท่าจะเป็นอย่างนั้นไปเรื่อย ๆ
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เธอรู้สึกเหนื่อยเพราะตื่นมารีดนมวัวแทนสาวใช้เหล่านั้นตั้งแต่เช้า ซักผ้า ตากผ้าเต็มลานด้านหลังจนข้อมือเจ็บแปลบไปหมด แต่ยังไม่ลืมแอบเอาขนมที่อบไว้ใส่รวมกับของที่สาวใช้ในครัวเตรียมให้นาธาเนียล
ทว่า เขากลับรู้ได้โดยทันทีว่าขนมชิ้นไหนเป็นชิ้นที่เธอทำ สีหน้าไม่สบอารมณ์มองซ้ายขวาตามสัญชาตญาณ เซซิเลียเห็นท่าทีเขาเป็นแบบนั้นจึงหลบเข้ามุมหนึ่งของคฤหาสน์
นาธาเนียลรู้ทันเพราะสัมผัสได้ว่าดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์กำลังมองเขาอยู่จึงปรี่เข้าหาทันที
“คิดจะวางยาฉันหรือไง”
“…” สีหน้าหญิงสาวดูงุนงงไม่น้อย “เปล่านะคะ ฉันไม่ทำแบบนั้นกับคุณหรอก”
“จะให้ฉันเชื่อคนที่หลอกลวงทุกคนแบบเธอเหรอ เซซิเลีย” เขาอดไม่ได้จับแขนทั้งสองข้างโดยไม่รู้ตัว ความโกรธทำให้แรงบีบตรงแขนมากขึ้น หากเป็นหญิงสาวคนอื่นคนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดแต่เซซิเลียกลับทำเหมือนชินชาไปแล้ว
“เข้าใจแล้วค่ะ” เธอสะบัดตัวหนีจากเขาแล้วเดินไปหยิบขนมอบของตัวเองที่ทำไว้ในถาด ห่อใส่ผ้าบาง ๆ เดินกลับกระท่อมด้านหลัง หากเขาไม่อยากกินก็ไม่เป็นไร เธอจะกินเอง
ครั้นฤดูหนาววนเวียนมาอีกครั้ง หัวใจของนาธาเนียลยังคงเป็นเหมือนเดิม รังเกียจเธอแทบอยากให้ตายตามพี่สาวฝาแฝดไปแต่กลับไม่ยอมให้เธอจากไปง่าย ๆ
“นาธาเนียล ฉันมีเรื่องจะพูดกับคุณค่ะ” เซซิเลียกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจัง
“ฉันไม่อยากพูดกับเธอ ไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มตวาดเสียงดังลั่นพลางเดินหนีไปอีกทางแต่ถูกเธอจับมือหนารั้งเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
“ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณรักพี่เอเลนอร์มากแค่ไหน คุณเห็นหน้าฉันทีไรคงจะนึกถึงหน้าเธอ หัวใจของคุณเจ็บปวดทรมานเท่าไหร่ ฉันรู้หมดค่ะ” เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ อากาศหนาวเย็นทำให้พูดลำบาก “ฉันจะหย่ากับคุณค่ะ”
คำพูดของเธอทำให้เขาแสยะยิ้ม ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลไม่เป็นมิตรเลยแม้แต่น้อยราวกับถูกกระตุ้น ความคิดในใจถาโถมเข้าหานาธาเนียล เธอกล้าดียังไงจะหย่ากับฉัน เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าเธอต้องทุกข์ทรมานข้าง ๆ ฉันไปตลอดชีวิตเมื่อเห็นเขาไม่ตอบจึงพูดออกมาอีกครั้ง “ฉันจะหย่ากับคุณค่ะ”“เธอไม่มีสิทธิ์และฉันก็ไม่อนุญาตให้เธอไปไหนทั้งนั้น” เขาพูดข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อยากอยู่กับฉันไม่ใช่หรือไง ทำไมตอนนี้ถึงคิดหนีไปอย่างนั้นล่ะ”“นาธาเนียล” เซซิเลียเรียกเขาเสียงแข็งเพื่ออีกฝ่ายจะได้สติบ้าง “ฉันอยู่ที่นี่ต่อไป คนที่ทรมานก็คือคุณ ฉันไม่อยากให้เป็นแบบนั้นค่ะ เพราะฉะนั้น หย่ากับฉันเถอะนะคะ แล้วฉันจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก”เธอพูดไปแบบนั้นเพราะทุกครั้งที่เจอหน้ากัน เขามักจะหงุดหงิดอารมณ์เสียอยู่เสมอ เมื่อเห็นแบบนั้นบ่อย ๆ เข้าเซซิเลียจึงนึกสงสารเพราะคิดว่าต้นเหตุล้วนมาจากเธอ“เสแสร้งทำเป็นห่วงกันอย่างนั้นเหรอ เธอมันร้ายกาจ จำใส่ใจเอาไว้ว่าฉันไม่มีทางหย่ากับเธอ ต่อให้ฉันต้อ
เช้าวันต่อมาสาวใช้ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าหญิงสารเลวคนนี้จะต้องได้รับความทุกข์ทรมานให้สาสมกับสิ่งที่เธอทำกับเจ้านายและคนรักของเขาเซซิเลีย คือชื่อที่ถูกเรียกขานอีกครั้งนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในเมื่อเคานต์ เดอ ลีแวร์ไม่ว่ากล่าวอะไร พวกเธอจึงกลั่นแกล้งหญิงสาวให้ประสบความลำบากทีละนิด คอยระวังยั้งมือไม่ให้มากจนเกินไปเพราะกลัวว่าเธอจะตายจากไปเสียก่อนที่จะชดใช้ความผิด“นาธาเนียล” เซซิเลียยังคงเรียกคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงดังเดิมราวกับว่าเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เกิดขึ้น แต่อีกฝ่ายกลับแสยะยิ้มให้ด้วยสายตาเย็นชา“เรียกทำไมนักหนา คิดว่าฉันเป็นสามีของเธอจริง ๆ หรือไง” ชายหนุ่มสบถน้ำเสียงไม่สบอารมณ์แต่เช้า“คุณฟังฉันก่อนได้ไหมคะ ฉันไม่รู้ว่าคุณเข้าใจผิดไปตั้งแต่ตอนไหน แต่ว่าฉันไม่เคยพูดโกหกอะไรกับคุณเลยนะ” เซซิเลียพยายามโน้มน้าวใจให้เขายอมหยุดฟังเธอบ้าง อย่างน้อยให้เธอได้แก้ไขความเข้าใจผิดสักเล็กน้อยก็ยังดี“กล้าพูดมาได้ว่าไม่เคยโกหก เธอแกล้งเป็นเอเลนอร์อยู่นี่ไง คิดว่าฉันไม่รู้เ
เช้าวันต่อมาเอเลนอร์เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าร่างกายเริ่มดีขึ้นเล็กน้อยจึงค่อย ๆ ลืมตามองดูรอบห้องที่ยังไร้เงาของนาธาเนียล คิดไปเองว่าสิ่งที่เธอได้ยินตอนไม่ได้สตินั้นเป็นเพียงฝันร้ายทว่า เอมี่กลับยืนยันว่าเขากลับมาแล้วตั้งแต่เมื่อวาน“นายท่านมีงานด่วนต้องตรวจตราเลยรีบออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ค่ะ แต่นายท่านบอกว่าจะรีบกลับมาถ้าเสร็จธุระแล้ว” เธอพยายามบอกคนตรงหน้าที่ใจไม่ดีสักเท่าไหร่ แววตาอีกฝ่ายสลดลงเพราะคิดว่าอย่างน้อยควรจะปลุกเธอแล้วบอกให้รู้สักนิดก็ยังดีคำปลอบประโลมเล็กน้อยหรือการอยู่เคียงข้างกันในเวลานี้ดูเป็นคำขอที่มากเกินไปอย่างนั้นเหรอ“ฉันคงจัดการทุกอย่างเองไม่ได้ ฝากด้วยนะเอมี่” เธอฝากเรื่องอาหารมื้อเย็นให้สาวใช้รับผิดชอบ สายตาเหม่อมองไปนอกห้องก่อนลุกเดินไปยังห้องนอนของนาธาเนียลกลิ่นสบู่หอมอ่อน ๆ ที่เขาชอบใช้ยังคงอบอวล เธอคิดถึงเขามากเหลือเกินจนคิดไปว่า “เขาโกรธที่ฉันแท้งเหรอ เอมี่”สาวใช้ตกใจรีบปฏิเสธทันควัน “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ อย่าได้คิดโทษตัวเองเลย
ก่อนเดินทางออกจากดวาลินน์ นาธาเนียลเข้าไปเยี่ยมหลุมฝังศพของเอเลนอร์ในสุสาน วางดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่เธอชอบข้างป้ายชื่อที่เขียนไว้ว่าREST IN PEACECECILIA EVERLET911 - 932ชายหนุ่มเศร้าใจยิ่งนักที่เวลานี้ไม่อาจทำอะไรให้เธอได้เลย แม้แต่ป้ายยังเป็นชื่อของคนอื่น เขาจึงให้สัญญาว่าจะไม่ยอมให้หญิงคนนั้นถูกโทษประหารแล้วตายจากไปอย่างง่ายดายเพราะเธอจะต้องได้สัมผัสกับความทุกข์แสนสาหัสตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ให้สาสมคฤหาสน์ตระกูลอาเบอร์ลีนดัชเชสอาเบอร์ลีนและเลดี้เมเบลเข้ามาช่วยเอเลนอร์เตรียมสัมภาระตั้งแต่เช้าตรู่ จัดหาข้าวของจำเป็น สมุนไพร ยารักษาอาการของเธอไว้ให้พร้อมเพราะกลัวว่าเธอจะลำบาก“ท่านแม่ ทำไมจู่ ๆ นาธาเนียลถึงได้เปลี่ยนใจเร็วขนาดนี้คะ หรือว่ามีการเคลื่อนไหวของพวกเชื้อพระวงศ์ที่เราไม่รู้” เลดี้เมเบลเอ่ยถามเธอด้วยความสงสัยเพราะก่อนหน้านี้ยังพูดกันเสียดิบดีว่าจะอยู่ดวาลินน์ต่อเพราะเป็นห่วงสุขภาพของภรรยา“&hellip
เอ็ดมันด์ ไวแอตต์ วัยสิบแปดปีเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของเคานต์ไวแอตต์ที่ล่วงลับไป ได้รับมรดกตกทอดและบรรดาศักดิ์ในเมืองรอบนอกของดวาลินน์ต่อจากผู้เป็นบิดา ร่ำรวยเงินทองจนสามารถใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยได้อย่างไม่แยแสสิ่งใดเขากลับหลงใหลในหญิงสาวดวงตาสีม่วงลาเวนเดอร์ราวกับถูกมนต์เสน่ห์ของเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น หมายมั่นว่าจะต้องแต่งงานกับเธอให้ได้ “เซซิเลียของผม ทำไมคุณถึงไม่ตอบตกลงสักที คุณมีอะไรปิดบังกันแน่”ในค่ำคืนเงียบสงบช่วงต้นฤดูหนาว เขาบุกเข้ามาหาหญิงสาวในเขตสวนคฤหาสน์เพื่อถามไถ่เหตุผลและเรื่องราวค้างคาใจ หากแต่อีกฝ่ายไม่ตอบสิ่งใดปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า “ฉันไม่ใช่เซซิเลีย ฉันคือเอเลนอร์ต่างหาก เคานต์ไวแอตต์คงสับสนจำผิดคนแล้ว”“ไม่จริง” เขาเชื่อสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้ามากกว่าเพราะตลอดเวลาที่แอบคบกัน ชายหนุ่มไม่เคยเห็นหน้าคนชื่อเอเลนอร์แม้แต่ครั้งเดียว ทั้งยังไม่เคยได้ยินเรื่องราวของพี่สาวคนรักเลยสักครั้ง “ทำไมต้องโกหกผม คุณกล้าพูดไหมว่าไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับองค์ชายมาเวอริค”“…” หญิงสาวนิ่งไปชั่วขณะพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่เขาพูดมา
เช้าวันต่อมาเอเลนอร์นอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รัก ในขณะที่เขามองดูคนตรงหน้าพลางกระชับอ้อมแขนโอบรอบให้แน่นขึ้น หลงใหลในตัวเธอโดยไม่มีอะไรจะมาเปลี่ยนใจเขาได้ชายหนุ่มเคยมีใบหน้าและรูปร่างงดงาม เรือนผมสีเทา ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเปล่งประกาย แต่เพราะสงครามแต่ละครั้งหนักหนาสาหัสจึงทิ้งร่องรอยคมดาบเอาไว้นับไม่ถ้วนดวงตาข้างหนึ่งถูกคมดาบในสงครามปราบกบฏครั้งสุดท้ายกลายเป็นแผลผ่าเหนือคิ้วดวงตาข้างขวาลากยาวลงมาถึงกลางแก้ม นัยน์ตาข้างนั้นเปลี่ยนเป็นสีเทาและบอดสนิท เขาไม่กล้ามาพบเธอด้วยรูปลักษณ์เช่นนั้น คิดว่าคงจะน่าเกลียดในสายตาหญิงสาวที่มีบุรุษชนชั้นสูงต่อแถวรออยู่มากมายแต่กระนั้น เอเลนอร์กลับยิ้มให้เขาเหมือนในวันวาน ปฏิบัติกับเขาไม่เปลี่ยนแปลงพลันคิดถึงบทสนทนาคืนที่ผ่านมาแล้วยิ่งรักเธอมากกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว นิ้วเรียวของคนตรงหน้าเอื้อมแตะรอยแผลเป็นยาวพาดผ่านดวงตาข้างนั้น สัมผัสรอยแผลตามลำตัวเอ่ยถามเขาว่า “นาธาเนียล ยังเจ็บอยู่ไหมคะ”“ไม่เจ็บแล้วครับ คุณไม่รังเกียจจริง ๆ เหรอ” แม้จะรู้อยู่แก่ใจ







