로그인ทางด้านราเชนทร์คิดหาทางกำจัดวาติยาให้ออกไปจากบ้าน แต่ไม่ว่าจะทำยังไงวาติยายังไม่มีท่าทีที่จะออกไปจากบ้านเลยสักนิด ก็ให้มันรู้ไปว่าระหว่างเขาและวาติยาใครจะชนะ และราเชนทร์ได้คิดแผนใหม่ขึ้นมาซึ่งคิดว่าน่าจะได้ผล
ราเชนทร์เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับสาวหมวหุ่นดี เขาโอบเอวสาวคนนั้นมานั่งบนโซฟา ก่อนเรียกสาวใช้ที่กำลังเดินไปยังห้องครัว
“สร้อย” เจ้าของชื่อเดินมาหาเจ้านายเอาแต่ใจ มองหญิงสาวข้างร่างใหญ่แล้วนึกสงสารวาติยาขึ้นมาทันใด
“คะคุณเชนทร์”
“ไปตามแก้วมาหาฉันที่ห้องของเขา ตอนนี้เลยนะ”
“ค่ะคุณเชนทร์” สร้อยพอเดาออกว่า อะไรจะเกิดขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยวาติยาได้อย่างไร เธอเป็นเพียงสาวใช้กินเงินเดือน ยุ่งเรื่องเจ้านายมากเกินไปไม่ส่งผลดีต่อตัวเองแน่นอน
สร้อยเดินไปยังห้องครัว ที่ในห้องนั้นมีร่างสาวสวยนิสัยดีและน่าสงสารกำลังยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา
“คุณแก้วคะ คุณแก้ว คุณเชนทร์เรียกให้คุณแก้วไปหาที่ห้องค่ะ” สร้อยรีบพูดทันที วินาทีที่ได้ยินคำพูดสร้อย วาติยาเกิดความสงสัย เนื่องจากราเชนทร์ไม่เคยเรียกให้ตนไปหาที่ไหนทั้งนั้น หน้าเธอยังไม่อยากมอง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม
“ห้อง ห้องไหนจ๊ะ” วาติยาถามเสียงอ่อนหวาน
“ห้องของคุณแก้วค่ะ” สร้อยตอบ
“ฉันขอทำซุปเสร็จก่อนนะ” วาติยาหันมาสนใจซุปในหม้อ
“คุณเชนทร์ให้คุณแก้วไปหาตอนนี้เลยค่ะ คุณแก้วรีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณเชนทร์อารมณ์ไม่ดี ส่วนซุปสร้อยทำต่อเองค่ะ”
“เคี่ยวต่อสักสิบนาทีนะแล้วปิดแก๊สได้เลย” วาติยาสั่งสร้อย ก่อนถอดผ้ากันเปื้อนวางลงบนโต๊ะ ก้าวเดินออกไปจากห้องครัวทันที โดยไม่ได้ซักถามอันใด
วาติยาเปิดประตูห้องด้วยมืออันสั่นเทา นี่เป็นครั้งแรกที่ราเชนทร์เรียกหาเธอ หรือว่าเขาจะเปลี่ยนใจยอมรับตนเป็นภรรยา แม้ว่าวาติยาจะไม่รู้สึกอะไรกับราเชนทร์นอกจากความละอายใจ แต่ก็ยังอยากได้การยอมรับจากเขาและมารดาของเขา ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องทั้งทางพฤตินัยและนิตินัย
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห้งเหือดลง เมื่อวาติยาเห็นสองร่างกำลังก่ายกอดกันบนเตียง โดยฝ่ายหญิงไม่มีเสื้อผ้าสวมเลยสักชิ้นเดียว ส่วนราเชนทร์สวมเพียงกางเกงลำลองเท่านั้น
“ว่าไงที่รัก ฉันชวนเธอมาร่วมวงด้วย อาชีพเก่าเธอไม่ใช่เหรอ เร็ว ถอดเสื้อผ้าแล้วเดินมาขึ้นเตียง มาทำให้ฉันมีความสุขเหมือนกับที่โสเภณีคนนี้ทำ”
ราเชนทร์พูดอย่างไม่สะทกสะท้าน เช่นเดียวกับฝ่ายหญิงที่นั่งคร่อมร่างของเขาอยู่ ใบหน้าของเธอกำลังดูดเม้มอยู่ที่ยอดอกของเขา โดยไม่สนใจว่ามีบุคคลที่สามยืนอยู่ ส่วนราเชนทร์ทำใบหน้าเคลิบเคลิ้มรัญจวนโดยไม่สนใจเธอเช่นกัน
วาติยาตัวสั่น มือสั่น ขาสั่นเรียกได้ว่าสั่นทั้งตัว เธอไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน และความอดทนก็ถึงจุดสิ้นสุดลง วาติยาวิ่งออกไปจากห้องทันที
ไม่! เธอจะไม่ทนอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว
เธอต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด มีเพียงคนเดียวที่หญิงสาวนึกถึงตอนนี้ คนเดียวที่โอบกอดเธอในยามที่ท้อแท้และยามทุกข์ เธอจะระบายและถ่ายทอดให้คนคนนี้ฟังเสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน วาติยาจะไปหาคนคนนั้น คนที่เธอไม่ได้เจอมานานถึงเจ็ดเดือนแล้ว
ธาริกา พี่สาวฝาแฝด
ราเชนทร์เมื่อเห็นวาติยาวิ่งออกไปจากห้องแล้ว เขาได้ลุกไปดูที่หน้าต่างเห็นร่างของวาติยาวิ่งออกไปจากบ้าน รอยยิ้มของเขาปรากฏขึ้นบนใบหน้าก่อนจะเดินมายังเตียงนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คืนนี้ฉันจะให้เงินเธอเพิ่มอีกสามเท่า เป็นรางวัลที่เธอทำงานได้ดีเกินคาด” ราเชนทร์ถอดกางเกงลำลองของเขาออกพร้อมด้วยชั้นในชาย สิ่งที่ผงาดอยู่กลางลำตัวของเขาทำให้ดวงตายาวรีของผู้หญิงที่นอนเปลือยกายบนเตียงเบิกกว้าง ก่อนจะแย้มยิ้มและลุกขึ้นไปหาราเชนทร์ที่ยืนอยู่ข้างเตียง ปรนนิบัติและปรนเปรอให้ราเชนทร์อย่างเต็มที่ เสียงครางระงมของผู้หญิงคนนั้นดังลั่นห้องก่อนจะสงบลงในอีกสองชั่วโมงต่อมา
ร่างสูงใหญ่นอนเอกเขนกอยู่ที่เตียงนอน หลังจากที่ผ่านกิจกรรมบนเตียงเร่าร้อนเมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมา เขาอาบน้ำทันทีที่ผละออกจากร่างโสเภณีคนนั้น วันนี้เขารู้สึกสบายใจและดีใจเป็นอย่างมากที่สามารถทำให้วาติยาออกไปจากบ้านหลังนี้ได้ ระยะเวลาเจ็ดเดือนที่ผ่านมาต้องทนเห็นผู้หญิงที่เขาเกลียด ผู้หญิงหิวเงินอย่างวาติยา ทำให้เขาไม่อยากกลับบ้าน ทั้งๆ ที่บ้านหลังนี้เป็นบ้านของคุณตาของเขา บ้านที่เขารักมากที่สุด จะให้ทิ้งไปก็ทิ้งไม่ได้ ชายหนุ่มจึงต้องทนอยู่และวันนี้เขาไม่ต้องทนอีกต่อไป เพราะวาติยาได้ออกไปจากชีวิตของเขาแล้ว
พรุ่งนี้เขาจะให้คนของเขาขนเสื้อผ้าและของใช้ของวาติยาไปทิ้งให้หมด ตกแต่งห้องนั้นเสียใหม่ และจะทำบุญบ้านให้พระมาไล่เสนียดจัญไรออกไปจากห้องนั้นและบ้านของเขาให้หมด คืนนี้และทุกคืนหลังจากนี้เขาจะได้หลับสนิทสักที
โดยที่ตัวเขาไม่รู้หรอกว่าจะต้องเจอกับวาติยาคนใหม่ ที่ร้ายและร้อนแรงกว่าวาติยาคนเก่าหลายร้อยเท่า และเขาเองที่จะต้องเป็นฝ่ายรับมือวาติยาคนใหม่ด้วยหัวใจของเขา
Chapter 5พูดจบก็เข้าไปรายงานเจ้านายในบ้าน ไม่นานเกินรอราเชนทร์ก้าวดุ่มๆ ออกมานอกบ้านพร้อมด้วยคุณหญิงรุ่งระวีราเชนทร์จ้องมองผู้หญิงที่ยืนยิ้มและก้าวเท้าเข้ามาหาตนตาไม่กระพริบ เขาแน่ใจว่าใช่วาติยา เมียไม่ปรารถนา แต่ที่ไม่แน่ใจคือการแต่งตัวของเธอที่เปลี่ยนไปจากเดิม เปลี่ยนชนิดที่ว่าหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้ วาติยาที่ยืนอยู่ตรงหน้าราเชนทร์ตอนนี้ สวมเสื้อเกาะอกสีแดงสดกับกางเกงยีนขาสั้นชนิดที่ว่าสั้นมาก ผมยาวสลวยหยักศกเป็นธรรมชาติปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง ใบหน้าถูกปกปิดด้วยแว่นตาสีน้ำตาลเข้ม“แหมพี่เชนทร์ขา เห็นเมียตัวเองใส่ชุดเซ็กซี่แค่เนี้ยมองตาไม่กะพริบเลยนะคะ”ธาริกาถอดแว่นตาออก พร้อมกับเดินเข้ามาหาราเชนทร์ที่ยืนใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาไม่นึกว่าวาติยาจะหน้าด้านหน้าทนขนาดนี้ และไม่คิดว่าเธอจะกลับมาที่นี่อีก“กลับมาทำไม ฉันอุตส่าห์นิมนต์พระมาไล่เสนียดจัญไรออกไปจากบ้านฉันแล้วนะ นึกว่าความร้อนจากน้ำมนต์จะช่วยปัดเป่าสิ่งเลวทรามให้ออกไปจากชีวิตฉันถาวร ไม่น่าเชื่อน้ำมนต์ยังเอาชนะความหน้าด้านหน้าทนของเธอไม่ได้เลย”ราเชนทร์ต่อว่าอย่างเผ็ดร้อน ปากอย่างนี้นี่เองที่ทำให้น้องสาวของเธออยู่ที่นี่ไม
Chapter 4“จะว่าไปเรื่องนี้แก้วกับแม่ที่ผิด พี่เชนทร์เป็นแค่หมากตัวหนึ่ง ไม่แปลกที่เขาจะไม่พอใจ โกรธและเกลียดแก้ว” วาติยาแย้ง ข้อนี้ธาริการู้ดี แต่มันอดไม่ได้ ราเชนทร์ทำกับน้องสาวตนเกินไป มีหรือที่พี่สาวจะยอม“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ พูดดีๆ ขอหย่าแบบเงียบๆ ก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย เอาเป็นว่าพี่ขอไปแก้แค้นแทนแก้วสักอาทิตย์นึงแล้วกัน จากนั้นพี่จะเจรจาขอหย่ากับนายราเชนทร์แบบสันติวิธี บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น” วาติยายิ้มได้ ความกังวลหายไปเกินครึ่ง“ดีค่ะพี่ไหม”“ไปส่งผักกับพี่ดีกว่า ที่ตลาดน่ะมีอะไรให้ทำตั้งเยอะแยะเลย แก้วจะได้ไม่เหงา ส่งผักเสร็จแล้วพี่จะพาแก้วไปกินของอร่อยๆ ขุนให้แก้วอ้วนขึ้นกว่านี้อีกสักหน่อยจะได้มีน้ำมีนวล”ธาริกาจูงมือน้องสาวไปที่รถกระบะคันเก่งของตน วาติยารู้สึกสบายใจและมีความสุขเมื่ออยู่ใกล้พี่สาว ไม่ว่ายามทุกข์หรือยามสุขมือของพี่สาวคนนี้อบอุ่นเสมอราเชนทร์เดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขามีความสุขที่สุดในรอบเจ็ดเดือนที่ผ่านมา มีความสุขที่ไม่ต้องทนเห็นผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าภรรยาเดินอยู่ในเรือนกุหลาบของเขา บ้านที่เป็นมรดกตกทอดของคุณตาที่ยกให้เขา คุณหญิง
Chapter 3สวนผักเขียวขจีซึ่งมีผักนานาชนิดปลูกเต็มพื้นที่กว่ายี่สิบไร่ หญิงสาวร่างบางสวมเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนกับกางเกงยีนพอดีตัวสีน้ำเงินเข้ม บนศีรษะสวมหมวกปีกกว้างกำบังแสงอาทิตย์อันร้อนแรง เธอใช้แขนเสื้อปาดเหงื่อที่ไหลลงมาจากหน้าผาก ก่อนจะก้มลงหยิบเข่งผักใส่ท้ายรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ของเธอ“เสร็จหรือยังไอ้จ้อย เร็วๆ สิ เดี๋ยวไม่ทันส่งผักหรอก”ธาริกาเจ้าของสวนผักธารทิพย์บ่นกับลูกน้องวัยสิบเจ็ดปีที่ทำงานช้าไม่ได้ดั่งใจ“โธ่! พี่ไหม จ้อยทำจนมือจะเป็นลิงอยู่แล้ว” จ้อยบ่นกลับ“เร็วๆ เลยไม่ต้องพูดมาก เหลืออีกสี่ห้าเข่งเอง” ธาริกาบ่นจ้อยแต่ก็ช่วยกันยกเข่งผักขึ้นไปบนรถกระบะจนหมด ธาริกากำลังนั่งประจำที่คนขับ ลุงหมายคนดูแลสวนผักก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเธอ“หนูไหม หนูแก้วมา นั่งร้องไห้โฮอยู่ที่ศาลาแน่ะ”ลุงหมายบอกกับธาริกาวิ่งลงจากรถทันทีที่ได้ยิน ไม่สนใจว่าจะต้องรีบไปส่งผัก เพราะน้องสาวของเธอสำคัญที่สุดวาติยาโผเข้าหาร่างของพี่สาวทันที ใบหน้าน้องสาวมีแต่น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ธาริกาแฝดผู้พี่กอดร่างของน้องสาวไว้แน่นอย่างปกป้องและคุ้มครอง“เป็นอะไรแก้ว แม่บังคับให้ทำอะไร” วาติยายิ่งร้องไห้หนักขึ้นก
Chapter 2ทางด้านราเชนทร์คิดหาทางกำจัดวาติยาให้ออกไปจากบ้าน แต่ไม่ว่าจะทำยังไงวาติยายังไม่มีท่าทีที่จะออกไปจากบ้านเลยสักนิด ก็ให้มันรู้ไปว่าระหว่างเขาและวาติยาใครจะชนะ และราเชนทร์ได้คิดแผนใหม่ขึ้นมาซึ่งคิดว่าน่าจะได้ผลราเชนทร์เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับสาวหมวหุ่นดี เขาโอบเอวสาวคนนั้นมานั่งบนโซฟา ก่อนเรียกสาวใช้ที่กำลังเดินไปยังห้องครัว“สร้อย” เจ้าของชื่อเดินมาหาเจ้านายเอาแต่ใจ มองหญิงสาวข้างร่างใหญ่แล้วนึกสงสารวาติยาขึ้นมาทันใด“คะคุณเชนทร์”“ไปตามแก้วมาหาฉันที่ห้องของเขา ตอนนี้เลยนะ”“ค่ะคุณเชนทร์” สร้อยพอเดาออกว่า อะไรจะเกิดขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยวาติยาได้อย่างไร เธอเป็นเพียงสาวใช้กินเงินเดือน ยุ่งเรื่องเจ้านายมากเกินไปไม่ส่งผลดีต่อตัวเองแน่นอนสร้อยเดินไปยังห้องครัว ที่ในห้องนั้นมีร่างสาวสวยนิสัยดีและน่าสงสารกำลังยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา“คุณแก้วคะ คุณแก้ว คุณเชนทร์เรียกให้คุณแก้วไปหาที่ห้องค่ะ” สร้อยรีบพูดทันที วินาทีที่ได้ยินคำพูดสร้อย วาติยาเกิดความสงสัย เนื่องจากราเชนทร์ไม่เคยเรียกให้ตนไปหาที่ไหนทั้งนั้น หน้าเธอยังไม
Chapter 1“พี่เชนทร์กลับมาแล้ว” วาติยาพูดออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นสามีเดินเข้ามาในบ้าน หลังจากเดินทางไปต่างประเทศเป็นเวลานานเกือบหนึ่งเดือน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ต่างจากบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี เขามีใบหน้าที่เรียบตึง ดวงตาที่มองมายังภรรยาบอกถึงความไม่เป็นมิตร ใบหน้าเย็นชาไร้รอยยิ้ม วาติยาชะงักเท้าที่จะเดินเข้าไปหา เมื่อได้ยินคำพูดที่เธอได้ยินจนขึ้นใจแล้ว “นึกว่ากลับมาบ้านคราวนี้ฉันจะไม่เห็นหัวเธอเดินอยู่ในบ้านของฉัน ที่ไหนได้ ยังลอยหน้าลอยตาทำเป็นคุณนายอยู่ที่นี่ หน้าด้าน ไม่มียางอาย เจ้าของบ้านไม่อยากให้อยู่ยังหน้าด้านหน้าหนา ไล่กี่ทีก็ไม่ยอมไปสักที” ราเชนทร์ อิศราภักดี มหาเศรษฐีติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เจ้าของกิจการหลายอย่าง แต่ที่ทำเงินให้มากที่สุดคงจะเป็นอาคารสำนักงานให้เช่า ที่อยู่ในตึกอาร์ซีเอส ตึกสูง 65 ชั้น ที่ทำรายได้ให้กับเขาตกเดือนละหลายร้อยล้านบาท เขามองหน้าวาติยาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วยสายตาเกลียดชัง ดูแคลน สายตาที่มองมาทำให้วา


![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




