หญิงสาวทิ้งตัวลงบนที่นอนแล้วเอาหน้าซุกหมอนอย่างทำอะไรไม่ถูก ภาพสิ่งนั้นยังติดตาทั้งที่เห็นแค่แว้บเดียวราวกับต้องการตามมาหลอกหลอนโทษฐานที่เธอบังอาจไปลองดีกับเขา
เธอเห็นของพี่ดินแล้ว! เธอเห็นไอ้นั่นของเขาแล้ว!
แล้วต่อไปนี้จะทำอย่างไรดี จะกล้ามองหน้าเขาตรง ๆ หรือ เกรงแต่ว่าสายตาไม่รักดีของเธอจะหลุบต่ำลงมองแต่ตรงนั้นของเขามากกว่า
“โอ๊ย...ออกไปจากหัวฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ” หญิงสาวสะบัดหน้าไปมากับหมอนราวกับต้องการให้มันช่วยลบภาพนั้นออกไปจากหัว แต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไร
ใช่ว่าตนจะไม่เคยเห็นไอ้นั่นของผู้ชายมาก่อน เพราะในอินเทอร์เน็ตก็มีพวกชอบโชว์เยอะแยะ ภัทรวียังเคยเปิดคลิปการช่วยตัวเองของผู้ชายคนหนึ่งที่ส่งมาให้เจ้าตัวทางกล่องแชตให้เธอกับเพื่อนในกลุ่มดูด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่เห็นจะติดตาเหมือนอย่างวันนี้
หรือเพราะเป็นนฤบดินทร์ เธอถึงได้รู้สึกหวิว ๆ ในใจและเขินเขาอย่างบอกไม่ถูก หากรู้แต่แรกว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น เธอคงไม่ขึ้นไปป่วนเขาบนห้องแน่นอน
ครั้นพอคิดถึงอุบัติเหตุเมื่อครู่ พราวนภาก็ลุกพรวดขึ้นนั่งบนเตียงพลางเบิกตากว้างเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ริมฝีปากอิ่มเผยอค้างด้วยความตกตะลึงพร้อมกับพึมพำแผ่วเบาเพียงลำพัง
“เอ๊ะเดี๋ยวนะ พี่ดินเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ เขาล้มทับเราแล้วผ้าหลุด แต่ตอนที่เราเห็นไอ้นั่นของเขามันกำลัง...” ตื่นตัวเต็มที่!
สี่คำสุดท้ายหญิงสาวไม่ได้พูดออกมาเพราะเอามือปิดปากตัวเองเสียก่อน ในสมองตีกันยุ่งเหยิงว่าการที่อาวุธประจำกายของเขาตื่นตัวพรักพร้อมนั้นเกิดจากเธอ หรือจากอะไรกันแน่
ทันใดนั้นภาพวินาทีที่นฤบดินทร์โน้มหน้าเข้ามาใกล้ตนเรื่อย ๆ ก็ผุดวาบขึ้นมา จะว่าไปแล้วหากสายตาของเธอไม่มองไปเห็นไอ้นั่นของเขาก่อน บางทีชายหนุ่มอาจจะจูบเธอไปแล้วก็ได้
“เฮ้อ! เสียดายเหมือนกันแฮะ คิดแล้วก็เขิน” พราวนภายกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองไว้ทั้งสองข้างทั้งที่รอยยิ้มยังเต็มวงหน้า แววตาฉายแววซุกซนระคนเขินอายพลางคิดในใจ
ไม่อยากเชื่อเลยว่าของพี่ดินจะใหญ่ขนาดนี้ กรี๊ด!
“อ๊ะจริงสิ โทรศัพท์!” หญิงสาวมองไปทั่วเตียงและโต๊ะเขียนหนังสือแต่ก็ไม่เห็นโทรศัพท์มือถือของตน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนั้นเธอวิ่งหน้าตั้งออกมาจากห้องของนฤบดินทร์โดยไม่ได้หยิบมันมาด้วย และป่านนี้มันก็คงอยู่บนเตียงของเขาเป็นแน่
“บ้าจริง แล้วจะไปเอาคืนยังไงเนี่ย ใครจะกล้าไป”
พราวนภาทำปากยื่น ในใจนึกโทษตัวเองที่สะเพร่าลืมโทรศัพท์เอาไว้อีกแล้ว วันนี้เธออุตส่าห์ให้แม่จันทร์ขับรถมาส่งที่บ้านในช่วงสายเพราะตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์นฤบดินทร์ ซึ่งพอเข้าไปในบ้านของเขาก็เห็นโทรศัพท์ของเธอวางไว้บนโต๊ะรับแขกพอดี จึงหยิบมันขึ้นไปบนห้องของชายหนุ่มด้วย และสุดท้ายกลับกลายเป็นว่าเธอถูกเขาเซอร์ไพรส์เสียเอง
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงปรบมือตอนเชียร์กีฬาสีที่โรงเรียน ทำให้พราวนภารู้ทันทีว่าเป็นภัทร์นรินท์ น้องสาวมาเคาะเรียกจึงเดินไปเปิดประตูให้
“พี่พราว มีคนมาหา” เด็กหญิงยิ้มกว้างจนตาโค้งเป็นสระอิ
“มาหาพี่หรือ ใครล่ะ” เธออดสงสัยไม่ได้เพราะหากเป็นเพื่อนมาหาที่บ้านก็ต้องโทรศัพท์มาบอกกันก่อนไม่ใช่หรือ
“เป็นผู้ชาย ตัวสูงหุ่นดี หน้าขาวเวอร์ ปากแดงแป๊ดเหมือนพระเอกเกาหลี สรุปแล้ว...ล้อหล่อ...” สองคำหลังภัทร์นรินท์ลากเสียงยาวจนพราวนภาต้องดีดหน้าผากน้องสาวด้วยความมันเขี้ยวเพราะทะเล้นเหลือเกิน
จากนั้นหญิงสาวก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะหากเป็นผู้ชายที่ตัวสูงหุ่นดี หน้าขาว ปากแดง ผู้ชายเพียงคนเดียวที่เธอจะนึกถึงได้ก็มีแต่นฤบดินทร์เท่านั้น
“อย่าบอกนะว่าพี่ดิน” แม้จะค่อนข้างมั่นใจ แต่ก็อดถามย้ำอีกครั้งไม่ได้ เพราะหากเป็นนฤบดินทร์จริง น้องสาวตัวแสบของเธอก็ควรจะบอกมาเลยไม่ใช่หรือว่าเขามาหา แต่การผงกศีรษะขึ้นลงไปมาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคนตรงหน้านั้นก็เป็นคำตอบได้อย่างดี
“ยายพาย! ทำไมไม่บอกพี่มาเลยว่าเป็นพี่ดินมา ปล่อยให้พี่งงอยู่ได้”
“เอ๊า บอกตรง ๆ ก็ไม่ตื่นเต้นสิ ชีวิตก็ต้องมีลุ้นกันบ้าง” พูดจบเด็กหญิงวายร้ายก็วิ่งหนีลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว เพราะรู้ดีว่าหากหนีไม่ทันตนอาจโดนพี่สาวเล่นงานเอาได้
พราวนภารีบผลุบหายเข้าไปในห้องทันที จากนั้นก็วิ่งไปส่องกระจกที่ตู้เสื้อผ้าเพราะอยากรู้ว่าตอนนี้สภาพของตนเป็นอย่างไรบ้าง ครั้นพอเห็นเงาตัวเองที่สะท้อนออกมา หญิงสาวก็ต้องยกมือขึ้นกุมแก้มของตัวเองไว้
“ตายแล้ว หน้ายังแดงอยู่เลย ทำยังไงดี”
พราวนภาเดินลงจากห้องแล้วมองหานฤบดินทร์ เพราะในห้องนั่งเล่นมีเพียงปู่กับย่าเท่านั้น และเหมือนว่าพวกท่านจะรู้ว่าหลานสาวกำลังมองหาใคร ผู้เป็นย่าจึงบุ้ยหน้าไปทางสนามหน้าบ้าน
“ตาดินนั่งรออยู่หน้าบ้านแน่ะลูก”
หญิงสาวยิ้มให้ท่านก่อนจะเดินออกไปหาชายหนุ่ม เธอเห็นเขากำลังนั่งก้มหน้าดูโทรศัพท์มือถืออยู่ในศาลาไม้ จึงอดประหม่าไม่ได้เพราะไม่รู้จะเริ่มคุยกับเขาอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ เธอไม่กล้ามองหน้าเขาแน่นอน
พราวนภาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเขาด้วยท่าทีที่พยายามให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ใบหน้าจะเชิดขึ้นและลำคอตั้งตรง หากแต่สองตากลับมองแต่พื้นไปตลอดทาง หญิงสาวจึงไม่เห็นรอยยิ้มร้ายกาจของคนที่นั่งอยู่ก่อนและกำลังมองมาทางตนแทบไม่วางตา
ครั้นพอพราวนภาเดินมาถึงก็ทรุดตัวบนม้านั่งฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่ม แต่กระนั้นเธอก็ยังเอาแต่มองโต๊ะตรงหน้าทั้งที่ปกติแล้วเจ้าตัวจะเอาแต่นั่งเท้าคางมองหน้าเขาแล้วก็ยิ้ม
“พราวลืมโทรศัพท์ไว้บนเตียงน้าน่ะ น้าก็เลยเอามาให้” เขาพูดพลางเลื่อนโทรศัพท์มือถือมาให้ตรงหน้าช้า ๆ แต่พอเธอจะเอื้อมมือไปรับ ชายหนุ่มกลับหยุดมือค้างเอาไว้จนเธอเผลอเงยหน้ามองเขาอย่างลืมตัว
ครั้นพอได้สบตากับเขาแล้วเธอก็รู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างตรึงเอาไว้จนไม่สามารถละสายตาออกมาจากใบหน้าของนฤบดินทร์ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสายตาวาววามเกินปกติของเขาหรือเพราะรอยยิ้มมุมปากสะกดใจนั้นกันแน่ที่กำลังร่ายมนตร์ใส่เธออยู่ หญิงสาวรู้แต่ว่าวันนี้พี่ดินของเธอดูแปลกไป
กว่าจะได้สติอีกครั้งก็ตอนที่เขายัดโทรศัพท์ใส่มือให้เสียเอง
“ขอบคุณค่ะ” พราวนภาละสายตาจากชายหนุ่มแล้วหลุบมองมือของตัวเอง
“แล้วทำไมวันนี้ถึงกลับบ้านได้ ก็ไหนว่าอยู่อีกหลายวัน”
เสียงทุ้มของนฤบดินทร์ทำให้หัวใจที่กำลังเต้นระรัวของหญิงสาวค่อย ๆ สงบลง เธอจึงเงยหน้ามองเขาอีกครั้งแล้วตอบทั้งรอยยิ้มว่า
“ก็พอพี่ดินบอกว่าโทรศัพท์พราวตกอยู่ในรถ พราวก็เลยคิดว่าวันนี้กลับบ้านดีกว่า เพราะจะได้เอาพวกเท็ดดี้ที่ซื้อมาใหม่จัดใส่ตู้ด้วย”
“ขี้เห่อไม่เปลี่ยนเลยนะเรา” แม้น้ำเสียงของชายหนุ่มจะราบเรียบเหมือนไม่แสดงความรู้สึกอื่นใด หากแต่พราวนภาก็รับรู้ได้ถึงความเอื้อเอ็นดูจากคนตรงหน้า
“ไม่เห่อได้ไง พี่ดินอุตส่าห์ซื้อให้นี่นา” พอเขาชวนคุย เธอก็เริ่มคุยกับเขาได้ไหลลื่นมากขึ้น
“พูดอย่างกับน้าไม่เคยซื้ออะไรให้” นฤบดินทร์ยิ้มอ่อน เธอชอบมองเวลาเขายิ้มเพราะนฤบดินทร์เป็นผู้ชายที่ยิ้มแล้วสวยที่สุดในโลก แต่เธอไม่กล้าพูดออกไปเพราะรู้ดีว่าชายหนุ่มไม่ชอบให้ใครมาพูดว่าตนหน้าสวยเหมือนผู้หญิง
“เยี่ยมเลยเมียจ๋า” วิเศษยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะ ณ เวลานี้นอกจากเขาจะได้นอนมองภูเขาไฟฟูจิแล้ว ตรงหน้าเขาก็ยังมีสาวเปลือยหุ่นเซ็กซี่มาส่ายบั้นท้ายสวย ๆ สร้างความสุขให้เขาอีกด้วย แม้จะเห็นแค่แผ่นหลังของเธอ แต่แสงแดดอ่อน ๆ ที่ส่องมากระทบร่างของหญิงสาวจนทำให้ดูเหมือนร่างทั้งร่างของเธอเปล่งประกายขึ้น ก็ยิ่งทำให้ภาพเบื้องหน้าเขาตอนนี้สวยงามราวกับศิลปะชิ้นเอกสองปีกว่าที่อยู่ในฐานะคู่หมั้น แต่เขากับเธอใช้ชีวิตร่วมกันในคอนโดฯ ไม่ต่างจากสามีภรรยาคู่หนึ่ง จะต่างก็แค่พราวนภาไม่ได้นอนค้างกับเขาเพราะต้องกลับไปนอนที่บ้าน เขาเองก็เช่นกันที่ต้องกลับไปนอนบ้านของตัวเอง นอกเหนือจากนั้นเราสองคนต่างดูแลกันและกันเป็นอย่างดีเขาคอยเป็นที่ปรึกษาให้พราวนภาทั้งเรื่องการเรียน การทำงาน รวมไปถึงเรื่องอื่น ๆ ทั่วไป ให้เงินเธอใช้ และดูแลให้เธอสุขสบายเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ ส่วนพราวนภาก็คอยมาดูแลทำความสะอาดห้องในคอนโดฯ ให้เขา ทำกับข้าวให้กิน และดูแลเขาในเรื่องอื่น ๆ ไม่ต่างจากภรรยาคนหนึ่งดังนั้นเขาจึงเห็นว่าถ้าพราวนภาเรียนจบเมื่อไรจึงอยากจัดงานแต่งงานทันที เพราะอยา
พราวนภาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงียจากนั้นก็เดินไปเข้าห้องน้ำราวกับยังไม่ตื่นดี เธอเข้าไปสักพักก็ออกมาด้วยสีหน้าแจ่มใส ตามไรผมมีหยดน้ำเกาะอยู่ประปรายบ่งบอกว่าเจ้าตัวล้างหน้าเพื่อความสดชื่น“พี่ดินทำเสร็จแล้วหรือ” หญิงสาวมองไปยังคอมพิวเตอร์ที่วางเรียงรายกันหกเครื่องแล้วก็ห่อปากทำตาโต“โห อย่างกับฐานปฏิบัติการในซีรีส์ฝรั่งเลย แต่พี่ต้องรอให้เขามาติดอินเทอร์เน็ตให้ก่อนใช่ไหม”“ใช่ แต่ทำเรื่องขอไปแล้วละ รอเขาติดต่อกลับมา พราวหิวรึยัง แล้วทำไมดูเหมือนเดินขาสั่น ๆ ล่ะ”เขาแกล้งถามทั้งที่รู้ดีแก่ใจ วันนี้เขาให้หญิงสาวขึ้นคุมเกมทั้งควบทั้งขย่มได้ตามต้องการ เธอเร่าร้อนได้อย่างไม่น่าเชื่อ และเขาก็ชอบมากที่หญิงสาวปลดปล่อยอารมณ์ปรารถนาออกมาอย่างเต็มที่ คู่หมั้นของเขาแซ่บลืมโลกขนาดนี้แล้วทำไมเขาต้องรับไมตรีจากผู้หญิงคนอื่นมาทำให้ชีวิตคู่ของเขาต้องวุ่นวายอีกเล่า“ยังจะถามอีกนะ” เธอหันมาค้อนให้วงใหญ่ก่อนจะพูดอีกว่า“พราวไม่คิดมาก่อนเลยนะว่าคนนิ่ง ๆ แบบพี่ดินจะหื่นจัดได้ขนาดนี้”นฤบดินทร์ห
“พี่ดิน เดี๋ยวพี่ รอผมก่อน” เสียงห้าวของเด็กหนุ่มคนหนึ่งในหมู่บ้านตะโกนเรียกมาแต่ไกล ทำให้นฤบดินทร์ต้องหยุดรออย่างเสียไม่ได้ เมื่อเด็กหนุ่มคนนั้นวิ่งมาถึงก็ยื่นช่อดอกกุหลาบช่อเล็กที่มักทำขายกันในวันวาเลนไทน์มาให้เขาแล้วพูดว่า“ผมฝากให้พราวหน่อยสิพี่ วันนี้ขี่จักรยานผ่านหลายรอบแล้วแต่ก็ไม่เห็นพราวออกจากบ้านเลย นะพี่นะ”นฤบดินทร์ยืนเท้าเอวมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่องทันที “นี่ไอ้อั๋น มึงเอากลับไปเลยนะ หรือจะเอาไปให้สาวที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่พราว น้องมันเพิ่งอยู่ม.สองมึงจะมาให้ดอกไม้บ้าบออะไรเนี่ย เดี๋ยวกูเตะให้เลย”“โธ่พี่ผมไหว้ล่ะ ผมชอบพราวจริง ๆ นะแต่ผมไม่กล้าเอาไปให้ที่บ้าน ผมกลัวพ่อเขาน่ะ” อั๋นยิ้มแหยเมื่อพูดถึงบิดาของพราวนภานฤบดินทร์ทำทีเป็นหักนิ้วดังเป๊าะ ๆ พลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยว่า “แล้วมึงไม่กลัวกูรึไง กูก็มีศักดิ์เป็นน้าของพราวนะเว้ยมึงอย่าลืม หลานกูยังเด็ก โอเค้ มึงไปไกล ๆ ตีนกูเลยก่อนที่กูจะของขึ้น”“โธ่พี่ จะหวงไว้กินเองรึไงเนี่ย เหวอ!”
“ไม่จริงมั้งพี่ต่าย วันก่อนผมเห็นนะว่าพี่ควงสาวไปกินซูชิน่ะ สาวคนนั้นก็หน้าคุ้น ๆ ซะด้วยสิเหมือนว่าจะทำงานที่นี่เหมือนกันด้วยนี่นา” เขาพูดไปแค่นั้น ในแผนกก็ฮือฮาขึ้นทันที ต่างพากันรุมถามกันยกใหญ่ว่าหญิงสาวที่ต่ายพาไปออกเดตนั้นคือใคร แต่นฤบดินทร์ไม่ตอบเพราะต้องการให้เจ้าตัวพูดเอง“แหมไอ้นี่ พี่อุตส่าห์แกล้งทำเป็นไม่เห็นแกกับสาวนักศึกษาคนนั้นแล้วนะ แต่แกเสือกเห็นพี่ด้วยหรือวะ” ต่ายพูดไปยิ้มไป ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย“เห็นสิพี่ ผมยังชี้ให้แฟนผมดูเลยว่านั่นน่ะรุ่นที่พี่แผนก ส่วนสาวคนนั้นก็...พวกพี่ไปสอบถามกันเองละกันนะ ผมพับไมค์ละ” เขาเว้นเอาไว้เพราะจะให้ทุกคนไปถามกับเจ้าตัวเลยดีกว่าหลังจากเลิกงาน นฤบดินทร์รีบไปที่คอนโดมิเนียมที่ตนซื้อเอาไว้เพราะช่างโทรศัพท์มาแจ้งว่าเดินสายไฟเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว และอยากให้เขาเข้าไปตรวจเช็กความเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่งเมื่อตรวจดูและทดสอบทุกจุดแล้วไม่มีปัญหา อีกทั้งช่างก็เก็บงาน และทำรางเก็บสายไฟเอาไว้ให้ด้วยทำให้นฤบดินทร์พอใจมาก จึงโอนเงินค่าจ้างส่วนที่เหลือให้ช่างทันที ครา
“เพิ่งซื้อเมื่อไม่กี่วันนี่เอง เป็นคอนโดฯ สร้างเสร็จพร้อมอยู่น่ะ ความจริงแล้วพี่ซื้อดาวน์ต่อมาจากคนอื่นเพราะเขาผ่อนต่อไม่ไหว จะเอาไว้แอบกินอีหนูคนนี้นี่แหละเพราะมีอยู่คนเดียวเนี่ย” เขายื่นหน้าไปจูบริมฝีปากอิ่ม“พรุ่งนี้พี่ต้องไปทำงานแล้วนะ พราวคงต้องติดรถพ่อไปเรียนเหมือนเดิมแล้วละ”“อืม แต่คุณตากับคุณยายยังไม่รู้เลยใช่ไหมว่าพี่ได้งานทำแล้ว” พราวนภายังคงติดเรียกบิดามารดาของเขาว่าคุณตาคุณยายอยู่ แต่เขาก็ไม่อยากเคี่ยวเข็ญว่าต้องเปลี่ยน เอาที่เธอสบายใจดีกว่า“ใช่ อยากเห็นจริง ๆ ว่าพรุ่งนี้จะทำหน้ากันยังไง คงเหวอน่าดู” เขาหัวเราะคิกคัก คนอื่นอาจจะชอบแกล้งเพื่อนแกล้งแฟน แต่เขาชอบแกล้งบิดามารดาของตัวเอง“คอนโดฯ ที่พี่ดินซื้ออยู่แถวที่ทำงานหรือ” หญิงสาวเปลี่ยนอิริยาบถเป็นนอนคว่ำแล้วยกตัวช่วงบนขึ้น ส่งผลให้ทรวงอกกลมกลึงชูช่ออะร้าอร่ามอวดสายตาจนชายหนุ่มได้แต่มองตาปรอย“ใช่ เพราะบ้านพี่มันไม่มีพื้นที่สำหรับทำห้องทำงานน่ะ บ้านพี่หลังเล็กไม่ใหญ่เหมือนบ้านพราวก็เลยต้องออกมาซื้อข้างนอกไว้ทำออฟฟิศส่
บิดามารดาของนฤบดินทร์มองดูบุตรชายที่กำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟาในห้องรับแขกอย่างไม่ทุกข์ร้อน ตั้งแต่กลับมาจากเมืองนอกจนกระทั่งหมั้นกับสาวข้างบ้านไปแล้วเรียบร้อย เจ้าตัวก็ยังไม่มีทีท่าจะออกไปหางานทำอย่างที่ควรจะเป็น จนในที่สุดผู้เป็นบิดาก็ทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปากถามออกไปในที่สุด“ไอ้ดิน นี่แกไม่คิดจะออกไปหางานหาการทำรึไงเนี่ย แกจะเอ้อระเหยเกินไปแล้วนะ”“ไว้ก่อนครับ ขี้เกียจ” เจ้าตัวตอบมาสั้น ๆ พลางหยิบขนมในจานมากินทั้งที่ยังนอนอยู่“ตาดิน แกจะทำตัวอย่างนี้ไม่ได้นะลูก เรามีคู่หมั้นคู่หมายแล้วนะ นี่ถ้าบ้านโน้นเขาเห็นแกยังนอนไม่รู้ร้อนรู้หนาวไม่ยอมออกไปหางานทำเขาจะคิดยังไง” ผู้เป็นมารดาเอ่ยปากเตือนขึ้นมาบ้าง เพราะกิจวัตรประจำวันของบุตรชายตอนนี้นอกจากไปรับส่งคู่หมั้นสาวที่มหาวิทยาลัยทุกวันแล้วก็ไม่ได้ทำอะไรอีกนอกจากนอนดูโทรทัศน์“เอาน่า ถ้าผมอยากไปหางานทำเมื่อไรเดี๋ยวก็ไปเองนั่นแหละ พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงหรอก” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ ยิ่งได้ยินบิดามารดาบ่นกันตามประสาคนแก่ เขาก็แทบกลั้นขำไม่ไหว นั่นเ