คอนโดมิเนียมแห่งนี้ไม่ใช่คอนโดฯ ระดับห้าดาว สภาพค่อนข้างเก่าไปตามกาลเวลาแต่ไม่ถึงกับทรุดโทรมมากนัก ฉะนั้นการรักษาความปลอดภัยจึงไม่เข้มงวดเหมือนคอนโดฯ สร้างใหม่ที่ราคาแพงระยับ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่ตำรวจนอกเครื่องแบบสามสี่นายจะสามารถขับรถเข้าไปได้โดยที่ไม่ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยขอแลกบัตรผ่านเข้าออก
นฤบดินทร์ฟังเพลงรอในรถอย่างใจเย็น กระทั่งเวลาผ่านไปยี่สิบนาทีเขาจึงทำทีเป็นโทร. เข้าไปที่เครื่องของเกรซอีกครั้ง ทว่ารออยู่นานเธอก็ไม่รับสายเขาจึงกดตัดสายไป
ใบหน้าหล่อเหล่าคลี่ยิ้มร้ายกาจเพราะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนนี้เกรซคงกำลังถูกควบคุมตัวแล้วเป็นแน่ และการที่เขาโทร. เข้าไปนั้นก็เพื่อตัดตัวเองออกจากการเป็นผู้ต้องสงสัยของหญิงสาวกับแฟนหนุ่มว่าเขาเป็นสายให้ตำรวจ
หลังจากนั้นประมาณสิบนาที นฤบดินทร์เห็นรถกระบะคันเดิมขับออกมาจากคอนโดมิเนียม จากสายตาของเขาที่มองไปนั้นเห็นผู้พักอาศัยหลายคนต่างพากันจับกลุ่มพูดคุยกันบางอย่างขณะที่มองไล่หลังรถกระบะออกไป
“จบเรื่องสักที” เขายิ้มพลางเคลื่อนรถออกจากบริเวณนั้นเพื่อกลับบ้าน พร้อมกับคิดเรื่องของเกรซกับแฟนหนุ่มไปด้วย
แม้ครั้งนี้เกรซจะถูกจับไปแค่คนเดียว แต่เขาเชื่อว่าหญิงสาวจะต้องซัดทอดไปที่เวย์และพรรคพวกของอีกฝ่ายแน่นอน เพราะคนอย่างเกรซไม่ยอมเข้าปิ้งคนเดียวแน่
ช่วงเที่ยงของวันต่อมา นฤบดินทร์เดินออกจากห้องน้ำในสภาพผ้าขนหนูผืนเดียวเช่นเคย ชายหนุ่มใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กยีผมที่เปียกจากการสระไปมา ก่อนจะเบิกตากว้างพร้อมกับหยุดเท้ายืนนิ่งอยู่ที่เดิมเมื่อเห็นใครบางคนที่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่เวลานี้ กำลังนอนคว่ำและเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนเตียง
เจ้าตัวก็คงรู้แล้วว่าเขาออกจากห้องน้ำมาแล้ว จึงหันมายิ้มกว้างให้เขาจนแก้มบุ๋ม
“เซอร์ไพรส์!”
เสียงใสของเธอพูดอย่างรื่นเริงโดยไม่ได้ตะขิดตะขวงใจที่จู่ ๆ มานอนอยู่บนเตียงของผู้ชาย แต่ผู้เป็นเจ้าของห้องและเจ้าของเตียงอย่างเขากลับร้อนรุ่มขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นร่างอรชรนอนทอดกายอยู่บนเตียงของตน และมันช่วยไม่ได้เลยที่ในหัวของชายหนุ่มตอนนี้จะมีแต่ฉากเร่าร้อนระหว่างเขากับเธอที่ตนเคยจินตนาการหลายครั้งหลายหนว่าได้ทำอะไรลงไปบ้าง และเพียงแค่คิดเท่านั้น ร่างกายของเขาก็ตอบสนองขึ้นมาทันที
นฤบดินทร์รีบเอาผ้าเช็ดผมมาบังบริเวณกึ่งกลางกายอย่างแนบเนียนเพื่อไม่ให้พราวนภาเห็นความเปลี่ยนแปลงตรงจุดนั้น และพูดกับเธอเสียงเข้ม
“พราว! ออกจากห้องน้าไปเดี๋ยวนี้!”
พราวนภาหน้าตึงพร้อมกับทำเสียงกระเง้ากระงอด
“อะไรกันเนี่ย เจอหน้าปุ๊บก็ไล่ปั๊บเลยนะ นิสัยไม่ดี”
นฤบดินทร์พยายามมองไปทางอื่นพลางลอบสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อระงับคลื่นอารมณ์บางอย่างที่กำลังก่อตัวอย่างเงียบงัน ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งอันเป็นเอกลักษณ์
“นี่มันห้องนอนของน้า บอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามขึ้นมาบนนี้เด็ดขาด ลงไปรอข้างล่างเดี๋ยวนี้เลย” เธอไม่กลัวเขาแต่เขากลัวตัวเอง ช่างไม่รู้อะไรเสียบ้างเลยว่าสร้างความลำบากให้คนอื่นเขามากแค่ไหน
“จะรอที่ไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ พี่ดินก็แต่งตัวไปสิ พราวก็นอนรออยู่ตรงนี้ไงไม่เห็นเป็นไรเลย” เจ้าตัวยังคงรั้นไม่ยอมทำตามคำสั่งเขา
“มันไม่เหมาะสม” เขาเน้นเสียงเข้ม แต่หญิงสาวกลับปั่นป่วนอารมณ์เขาอีกคราเมื่อเธอเปลี่ยนอิริยาบถจากนอนคว่ำเป็นนอนตะแคงโดยใช้มือข้างหนึ่งยันศีรษะไว้ และมืออีกข้างก็วางบนสะโพกที่มีกางเกงขาสั้นสีขาวสวมอยู่ เปิดเปลือยเรียวขาขาวลออนวลเนียน
“ไม่เหมาะสมตรงไหน เมื่อก่อนพราวก็ขึ้นมาหาพี่ดินบ่อยไป มาปลุกพี่ตอนเช้าก็ตั้งหลายครั้งแล้ว”
เธอลอยหน้าลอยตาเถียง ยังไม่มีทีท่าจะขยับลุกออกจากเตียงไปไหน สุดท้ายนฤบดินทร์จึงต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างก่อนที่ความอดทนของเขาจะสิ้นสุดลง และความปรารถนาที่กักเก็บไว้จะระเบิดออกมา
ชายหนุ่มปรี่เข้าไปหาพราวนภาโดยพยายามไม่มองร่างอรชรอ้อนแอ้นบนเตียง จากนั้นก็คว้าข้อมือของหญิงสาวแล้วฉุดให้เธอลุกขึ้น แต่เขาก็ไม่กล้าลงแรงมากนักเพราะเกรงว่าเธอจะเจ็บ
“ลุกไปรอข้างล่างเดี๋ยวนี้!” เขาฉุดแขนเธอให้ลุกขึ้นยืน แต่เจ้าตัวก็โวยวายพร้อมกับขืนตัวเองไว้เต็มกำลัง
“ไม่เอา! จะอยู่ตรงนี้” ไม่พูดเปล่าแต่หญิงสาวยังเตะขาไปมาเพื่อต่อต้านจนกระทั่งเตะไปโดนข้อพับของชายหนุ่มเข้า ส่งผลให้ร่างสูงโปร่งของเขาเสียหลักจนล้มลงมาทับพราวนภาเข้าเต็ม ๆ
ใบหน้าของนฤบดินทร์ซุกอยู่กับอกนุ่มหยุ่นของหญิงสาวอย่างไม่ตั้งใจ กลิ่นหอมอ่อน ๆ เฉพาะตัวของวัยแรกสาวกับความอ่อนนุ่มที่สัมผัสได้ ส่งผลให้ชายหนุ่มรู้สึกรุ่มร้อนไปทั้งร่าง เขารีบยันแขนบนที่นอนเพราะกลัวเธอหนัก ทว่าพอชายหนุ่มยกตัวขึ้นมาเท่านั้น ใบหน้าแดงระเรื่อกับสายตาตื่นตระหนกของคนใต้ร่างก็อยู่ห่างจากหน้าของเขาแค่คืบ
“พี่ดิน!”
“อย่าพูด!” เสียงเรียกแผ่วเบาของพราวนภา หากเป็นในเวลาปกติเขาคงไม่รู้สึกอะไร แต่นี่ไม่ใช่ เขาจึงต้องห้ามไม่ให้เธอเอ่ยอะไรออกมาทั้งนั้นเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง
นฤบดินทร์รู้สึกได้ถึงความปวดหนึบที่กึ่งกลางกาย รู้ตัวว่าตอนนี้เขาตื่นตัวเต็มที่แล้ว และหากพราวนภากับเขายังอยู่ด้วยกันบนเตียงอย่างนี้อีกต่อไป เขาคงไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองได้อีก
ชายหนุ่มไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนกำลังโน้มใบหน้าลงไปหาหญิงสาวทีละนิด แต่แล้วเขาก็หยุดตัวเองไว้เมื่อเห็นว่าจู่ ๆ คนใต้ร่างก็อ้าปากค้าง และเบิกตาโพลงขณะที่เจ้าตัวผงกศีรษะขึ้นมา
“ว้าย! พี่ดินบ้า”
พราวนภากรีดร้องลั่นห้องพร้อมกับใช้สองมือผลักอกเขาอย่างแรงจนต้องหงายตัวไปด้านข้าง จากนั้นหญิงสาวก็ผุดลุกขึ้นด้วยความรวดเร็ว แล้วเอามือปิดหน้ารีบวิ่งออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
ชายหนุ่มแค่นยิ้มมุมปากขณะที่นอนแผ่หราอยู่กลางเตียงทั้งที่ร่างกายเปลือยเปล่า เพราะผ้าขนหนูทั้งผืนเล็กผืนใหญ่หล่นกองอยู่ที่พื้น เขาหลุบตามองอาวุธประจำกายที่กำลังตื่นตัวพรักพร้อมราวกับต้องการประกาศศักดาเต็มที่ก็อดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ ยายตัวแสบเห็นไปเต็มตาแบบนั้นคงไม่กล้ามาลองดีเขาอีกนาน
เสียงโทรศัพท์มือถือส่งสัญญาณว่ามีสายเรียกเข้า นฤบดินทร์หันมองไปตามเสียงก็เห็นโทรศัพท์ของพราวนภาวางอยู่ข้างหมอนของเขา ชายหนุ่มหยิบมาดูชื่อคนที่โทร. เข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นชื่อของผู้ชายเขาจึงตัดสายทิ้งไปแล้วจัดการปิดเครื่องเสีย
เขามองโทรศัพท์แล้วก็ยิ้ม ในหัวนึกเรื่องแกล้งคนขึ้นมาได้ทันที
“เอาไปให้ที่บ้านดีกว่า”
อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเจอหน้ากันอีกที พราวนภาจะทำหน้าอย่างไร
ชายหนุ่มพยายามสะกดใจตัวเองให้เย็นลง แต่กลิ่นและการสัมผัสยังติดตรึงอยู่ในความรู้สึกอย่างยากจะจางหาย ดูเหมือนว่าความปรารถนาที่มีต่อตัวพราวนภาจะยิ่งเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน จนเขากลัวว่าสักวันหนึ่งตนจะลืมตัวแล้วทำตามใจตัวเอง คิดถึงตรงนี้เขาก็นึกอยากเร่งวันคืนที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศให้มาถึงเร็ว ๆ เสียแล้ว
นฤบดินทร์ลุกขึ้นแล้วก้มหยิบผ้าเช็ดตัวมาถือไว้ จากนั้นก็เดินตัวเปล่าเข้าห้องน้ำไปอีกครั้ง เพราะเขารู้ดีว่าหากความต้องการนี้ไม่ได้รับการปลดปล่อย เขาก็คงไม่สามารถไปเจอหน้าพราวนภาในตอนนี้ได้เช่นกัน
ผู้หญิงคนนี้เป็นตัวอันตรายต่อความอดทนอดกลั้นของเขาเสียจริง!
พราวนภาวิ่งขึ้นห้องของตัวเองด้วยใบหน้าแดงก่ำ โชคดีที่เวลานี้บิดามารดาออกไปทำงานกันแล้ว ในบ้านจึงมีแค่ปู่กับย่าที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องนั่งเล่น และน้องสาวน้องชายฝาแฝดที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมแข่งกันอยู่
“เยี่ยมเลยเมียจ๋า” วิเศษยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะ ณ เวลานี้นอกจากเขาจะได้นอนมองภูเขาไฟฟูจิแล้ว ตรงหน้าเขาก็ยังมีสาวเปลือยหุ่นเซ็กซี่มาส่ายบั้นท้ายสวย ๆ สร้างความสุขให้เขาอีกด้วย แม้จะเห็นแค่แผ่นหลังของเธอ แต่แสงแดดอ่อน ๆ ที่ส่องมากระทบร่างของหญิงสาวจนทำให้ดูเหมือนร่างทั้งร่างของเธอเปล่งประกายขึ้น ก็ยิ่งทำให้ภาพเบื้องหน้าเขาตอนนี้สวยงามราวกับศิลปะชิ้นเอกสองปีกว่าที่อยู่ในฐานะคู่หมั้น แต่เขากับเธอใช้ชีวิตร่วมกันในคอนโดฯ ไม่ต่างจากสามีภรรยาคู่หนึ่ง จะต่างก็แค่พราวนภาไม่ได้นอนค้างกับเขาเพราะต้องกลับไปนอนที่บ้าน เขาเองก็เช่นกันที่ต้องกลับไปนอนบ้านของตัวเอง นอกเหนือจากนั้นเราสองคนต่างดูแลกันและกันเป็นอย่างดีเขาคอยเป็นที่ปรึกษาให้พราวนภาทั้งเรื่องการเรียน การทำงาน รวมไปถึงเรื่องอื่น ๆ ทั่วไป ให้เงินเธอใช้ และดูแลให้เธอสุขสบายเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ ส่วนพราวนภาก็คอยมาดูแลทำความสะอาดห้องในคอนโดฯ ให้เขา ทำกับข้าวให้กิน และดูแลเขาในเรื่องอื่น ๆ ไม่ต่างจากภรรยาคนหนึ่งดังนั้นเขาจึงเห็นว่าถ้าพราวนภาเรียนจบเมื่อไรจึงอยากจัดงานแต่งงานทันที เพราะอยา
พราวนภาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงียจากนั้นก็เดินไปเข้าห้องน้ำราวกับยังไม่ตื่นดี เธอเข้าไปสักพักก็ออกมาด้วยสีหน้าแจ่มใส ตามไรผมมีหยดน้ำเกาะอยู่ประปรายบ่งบอกว่าเจ้าตัวล้างหน้าเพื่อความสดชื่น“พี่ดินทำเสร็จแล้วหรือ” หญิงสาวมองไปยังคอมพิวเตอร์ที่วางเรียงรายกันหกเครื่องแล้วก็ห่อปากทำตาโต“โห อย่างกับฐานปฏิบัติการในซีรีส์ฝรั่งเลย แต่พี่ต้องรอให้เขามาติดอินเทอร์เน็ตให้ก่อนใช่ไหม”“ใช่ แต่ทำเรื่องขอไปแล้วละ รอเขาติดต่อกลับมา พราวหิวรึยัง แล้วทำไมดูเหมือนเดินขาสั่น ๆ ล่ะ”เขาแกล้งถามทั้งที่รู้ดีแก่ใจ วันนี้เขาให้หญิงสาวขึ้นคุมเกมทั้งควบทั้งขย่มได้ตามต้องการ เธอเร่าร้อนได้อย่างไม่น่าเชื่อ และเขาก็ชอบมากที่หญิงสาวปลดปล่อยอารมณ์ปรารถนาออกมาอย่างเต็มที่ คู่หมั้นของเขาแซ่บลืมโลกขนาดนี้แล้วทำไมเขาต้องรับไมตรีจากผู้หญิงคนอื่นมาทำให้ชีวิตคู่ของเขาต้องวุ่นวายอีกเล่า“ยังจะถามอีกนะ” เธอหันมาค้อนให้วงใหญ่ก่อนจะพูดอีกว่า“พราวไม่คิดมาก่อนเลยนะว่าคนนิ่ง ๆ แบบพี่ดินจะหื่นจัดได้ขนาดนี้”นฤบดินทร์ห
“พี่ดิน เดี๋ยวพี่ รอผมก่อน” เสียงห้าวของเด็กหนุ่มคนหนึ่งในหมู่บ้านตะโกนเรียกมาแต่ไกล ทำให้นฤบดินทร์ต้องหยุดรออย่างเสียไม่ได้ เมื่อเด็กหนุ่มคนนั้นวิ่งมาถึงก็ยื่นช่อดอกกุหลาบช่อเล็กที่มักทำขายกันในวันวาเลนไทน์มาให้เขาแล้วพูดว่า“ผมฝากให้พราวหน่อยสิพี่ วันนี้ขี่จักรยานผ่านหลายรอบแล้วแต่ก็ไม่เห็นพราวออกจากบ้านเลย นะพี่นะ”นฤบดินทร์ยืนเท้าเอวมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่องทันที “นี่ไอ้อั๋น มึงเอากลับไปเลยนะ หรือจะเอาไปให้สาวที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่พราว น้องมันเพิ่งอยู่ม.สองมึงจะมาให้ดอกไม้บ้าบออะไรเนี่ย เดี๋ยวกูเตะให้เลย”“โธ่พี่ผมไหว้ล่ะ ผมชอบพราวจริง ๆ นะแต่ผมไม่กล้าเอาไปให้ที่บ้าน ผมกลัวพ่อเขาน่ะ” อั๋นยิ้มแหยเมื่อพูดถึงบิดาของพราวนภานฤบดินทร์ทำทีเป็นหักนิ้วดังเป๊าะ ๆ พลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยว่า “แล้วมึงไม่กลัวกูรึไง กูก็มีศักดิ์เป็นน้าของพราวนะเว้ยมึงอย่าลืม หลานกูยังเด็ก โอเค้ มึงไปไกล ๆ ตีนกูเลยก่อนที่กูจะของขึ้น”“โธ่พี่ จะหวงไว้กินเองรึไงเนี่ย เหวอ!”
“ไม่จริงมั้งพี่ต่าย วันก่อนผมเห็นนะว่าพี่ควงสาวไปกินซูชิน่ะ สาวคนนั้นก็หน้าคุ้น ๆ ซะด้วยสิเหมือนว่าจะทำงานที่นี่เหมือนกันด้วยนี่นา” เขาพูดไปแค่นั้น ในแผนกก็ฮือฮาขึ้นทันที ต่างพากันรุมถามกันยกใหญ่ว่าหญิงสาวที่ต่ายพาไปออกเดตนั้นคือใคร แต่นฤบดินทร์ไม่ตอบเพราะต้องการให้เจ้าตัวพูดเอง“แหมไอ้นี่ พี่อุตส่าห์แกล้งทำเป็นไม่เห็นแกกับสาวนักศึกษาคนนั้นแล้วนะ แต่แกเสือกเห็นพี่ด้วยหรือวะ” ต่ายพูดไปยิ้มไป ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย“เห็นสิพี่ ผมยังชี้ให้แฟนผมดูเลยว่านั่นน่ะรุ่นที่พี่แผนก ส่วนสาวคนนั้นก็...พวกพี่ไปสอบถามกันเองละกันนะ ผมพับไมค์ละ” เขาเว้นเอาไว้เพราะจะให้ทุกคนไปถามกับเจ้าตัวเลยดีกว่าหลังจากเลิกงาน นฤบดินทร์รีบไปที่คอนโดมิเนียมที่ตนซื้อเอาไว้เพราะช่างโทรศัพท์มาแจ้งว่าเดินสายไฟเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว และอยากให้เขาเข้าไปตรวจเช็กความเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่งเมื่อตรวจดูและทดสอบทุกจุดแล้วไม่มีปัญหา อีกทั้งช่างก็เก็บงาน และทำรางเก็บสายไฟเอาไว้ให้ด้วยทำให้นฤบดินทร์พอใจมาก จึงโอนเงินค่าจ้างส่วนที่เหลือให้ช่างทันที ครา
“เพิ่งซื้อเมื่อไม่กี่วันนี่เอง เป็นคอนโดฯ สร้างเสร็จพร้อมอยู่น่ะ ความจริงแล้วพี่ซื้อดาวน์ต่อมาจากคนอื่นเพราะเขาผ่อนต่อไม่ไหว จะเอาไว้แอบกินอีหนูคนนี้นี่แหละเพราะมีอยู่คนเดียวเนี่ย” เขายื่นหน้าไปจูบริมฝีปากอิ่ม“พรุ่งนี้พี่ต้องไปทำงานแล้วนะ พราวคงต้องติดรถพ่อไปเรียนเหมือนเดิมแล้วละ”“อืม แต่คุณตากับคุณยายยังไม่รู้เลยใช่ไหมว่าพี่ได้งานทำแล้ว” พราวนภายังคงติดเรียกบิดามารดาของเขาว่าคุณตาคุณยายอยู่ แต่เขาก็ไม่อยากเคี่ยวเข็ญว่าต้องเปลี่ยน เอาที่เธอสบายใจดีกว่า“ใช่ อยากเห็นจริง ๆ ว่าพรุ่งนี้จะทำหน้ากันยังไง คงเหวอน่าดู” เขาหัวเราะคิกคัก คนอื่นอาจจะชอบแกล้งเพื่อนแกล้งแฟน แต่เขาชอบแกล้งบิดามารดาของตัวเอง“คอนโดฯ ที่พี่ดินซื้ออยู่แถวที่ทำงานหรือ” หญิงสาวเปลี่ยนอิริยาบถเป็นนอนคว่ำแล้วยกตัวช่วงบนขึ้น ส่งผลให้ทรวงอกกลมกลึงชูช่ออะร้าอร่ามอวดสายตาจนชายหนุ่มได้แต่มองตาปรอย“ใช่ เพราะบ้านพี่มันไม่มีพื้นที่สำหรับทำห้องทำงานน่ะ บ้านพี่หลังเล็กไม่ใหญ่เหมือนบ้านพราวก็เลยต้องออกมาซื้อข้างนอกไว้ทำออฟฟิศส่
บิดามารดาของนฤบดินทร์มองดูบุตรชายที่กำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟาในห้องรับแขกอย่างไม่ทุกข์ร้อน ตั้งแต่กลับมาจากเมืองนอกจนกระทั่งหมั้นกับสาวข้างบ้านไปแล้วเรียบร้อย เจ้าตัวก็ยังไม่มีทีท่าจะออกไปหางานทำอย่างที่ควรจะเป็น จนในที่สุดผู้เป็นบิดาก็ทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปากถามออกไปในที่สุด“ไอ้ดิน นี่แกไม่คิดจะออกไปหางานหาการทำรึไงเนี่ย แกจะเอ้อระเหยเกินไปแล้วนะ”“ไว้ก่อนครับ ขี้เกียจ” เจ้าตัวตอบมาสั้น ๆ พลางหยิบขนมในจานมากินทั้งที่ยังนอนอยู่“ตาดิน แกจะทำตัวอย่างนี้ไม่ได้นะลูก เรามีคู่หมั้นคู่หมายแล้วนะ นี่ถ้าบ้านโน้นเขาเห็นแกยังนอนไม่รู้ร้อนรู้หนาวไม่ยอมออกไปหางานทำเขาจะคิดยังไง” ผู้เป็นมารดาเอ่ยปากเตือนขึ้นมาบ้าง เพราะกิจวัตรประจำวันของบุตรชายตอนนี้นอกจากไปรับส่งคู่หมั้นสาวที่มหาวิทยาลัยทุกวันแล้วก็ไม่ได้ทำอะไรอีกนอกจากนอนดูโทรทัศน์“เอาน่า ถ้าผมอยากไปหางานทำเมื่อไรเดี๋ยวก็ไปเองนั่นแหละ พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงหรอก” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ ยิ่งได้ยินบิดามารดาบ่นกันตามประสาคนแก่ เขาก็แทบกลั้นขำไม่ไหว นั่นเ