ตอนที่ 9 ครอบครัว
เจ้าของเรือนผมสีทองนอนหลับขดตัวซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ ในขณะที่อัลฟ่าซึ่งตื่นขึ้นมาก่อน ทำได้แค่คอยวอแว แกล้งขยับพลิกตัวไปมา สลับหอมแก้มซ้าย จูบแก้มขวา หวังว่าจะทำให้คนหลับรำคาญจนรู้สึกตัวตื่น มือขยำคลำลงไปบีบบั้นท้ายกลมนุ่มนิ่มเต็มมัดเต็มมืออย่างมันเขี้ยว
“หื้อ...คุณนาวีอย่าแกล้งสิ”
“โอเชี่ยน...นายต่างหากที่กำลังแกล้งฉันอยู่”
“หือ ผมไปแกล้งอะไรคุณ ตาผมยังลืมไม่ขึ้นด้วยซ้ำ” เปลือกตาขยับเปิดขึ้นมาได้ในที่สุด เข้าทางนายจ้างเจ้าเล่ห์ ที่รอจังหวะเพราะอย่างนี้ถือว่าคนขี้เซาตื่นแล้วจริงๆ
“ก็นายมานอนเบียด ทำให้ฉันตื่น เพราะฉะนั้นนายต้องลุกขึ้นมา ทำให้มันกลับลงไปหลับอย่างเดิม”
ผ้าห่มถูกสลัดออกไปกองอยู่ด้านข้างเปิดทางให้เสาแข็งแท่งหนึ่ง ดีดผึ่งตั้งขึ้นมากลางเตียง ตาปรือเปิดกว้างค้างโตขึ้นมาทันที เมื่อเห็นสิ่งที่อัลฟ่างัดมันขึ้นมาทักทายในเช้าวันใหม่
“มันตื่นแล้วดูสิ”
“มันยังมีน้ำเหลืออยู่อีกเหรอครับ เมื่อคืนก็ตั้งหลายรอบแล้ว”
“อยากรู้ก็มาพิสูจน์สิ”
“แต่ผมไม่มีแรงแล้วนี่ครับ แขนขาสั่นไปหมดแล้ว”
“ขอรอบเดียวนะ ถ้าไม่ได้ปล่อยออกมาฉันต้องตายแน่เลย”
บนเตียงใหญ่ร่างเปลือยทั้งสองกอดรัดนัวเนียคลอเคลียอยู่ด้วยกัน กลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าฟุ้งกระจายแผ่ออกไปจนถึงหน้าประตู เสื้อคลุม ผ้าขนหนู หรือแม้กระทั่งหมอนหนุน หมอนข้าง กระจัดกระจายเกลื่อนห้อง หัวหน้าบอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งเลขาคนสนิท หยิบเสื้อคลุมอาบน้ำซึ่งยังชื้นอยู่ขึ้นมาจากพื้นห้อง ตามองบั้นท้ายขาวกลมกลึงซึ่งกำลังยกขยับตอกกลับลงไปซ้ำๆ บนแท่งเอ็นแข็ง
“อ๊า..” ร่างชุ่มฉ่ำเหงื่อล้มฟุบลงไปบนแผงอกกว้าง ท่อนล่างกระตุกเกร็งเป็นจังหวะถี่ๆ
“ขอโทษครับ คุณนาวี” คนที่ยืนรอจังหวะอยู่นานกระแอมผ่านลำคอออกมาเบาๆ แต่ทำเอาเจ้าของแผ่นหลังมันเลื่อมสะดุ้งโหยง
“อ๊ากกก คุณนาวีเขาเข้ามาอีกแล้ว” โอเมก้าผวากอดเจ้านายก่อนจะชี้นิ้วไปยังคนไร้มารยาทที่ชอบดอดเข้าห้องมาโดยไม่รู้จักเคาะให้สัญญาณ
“นายมีอะไรชาร์ค เห็นหรือเปล่าว่าฉันยุ่งอยู่”
“เรื่องด่วนครับ”
อัลฟ่าซึ่งเมื่อครู่ เพิ่งเดินผ่านพ้นประตูสวรรค์อันวาบหวิว หันไปหอมแก้มเจ้าของร่องเนื้อฉ่ำ จากนั้นยื่นมือออกไปกระดิกเรียกขอเสื้อคลุมอาบน้ำมาจากมือเลขา หากทว่าเขาไม่ได้นำมันมาสวมใส่เอง เสื้อคลุมสะอาดวางพาดลงไปบนร่างเปลือยสมส่วนชวนมอง พร้อมคล้องผูกสายรัดปกปิดเนื้อขาวจากสายตาขวาง
“เดี๋ยวฉันมานะ...จุ๊บ”
คล้อยหลังอัลฟ่าทั้งสอง โอเชี่ยนพยุงร่างสะบักสะบอมปวดเมื่อยขึ้นมาจากเตียง จากนั้นรีบลุกไปอาบน้ำจัดการล้างคราบต่างๆ ออก จมูกพยายามสูดดมกลิ่นตัวเพราะกลัวว่ากลิ่นโอเมก้าจะเผยความลับของตนออกมาให้คนอื่นรู้ ในความคิดร้อนรนกระวนกระวายเร่งคิดหาทางหนีทีไล่ จะทำอย่างไรเพื่อเอาตัวรอดลงจากเรือลำนี้ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ถูกอัลฟ่าลากไปรุมโทรม ขมขื่นหรือฆ่าทิ้ง
ข้อเสียของโอเมก้า คือมีกลิ่นฟีโรโมนอันยั่วเย้ารัญจวนใจ จนกลายเป็นความเชื่อฝังอยู่ในหัวทุกคนว่า โอเมก้าเกิดมาเพื่อยั่วยวน ปลุกปั่นอารมณ์กำหนัดของผู้คน โดยไม่สนว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร บ่อยครั้งจึงมักเกิดเหตุการณ์อันน่าสังเวช อาทิเช่นผิดลูก ผิดเมีย ได้เสียกันอย่างไม่สมยอม ท้องโดยไม่ตั้งใจเพราะไม่อาจปกป้องตัวได้ในยามร่างกายอ่อนแอ หรือถูกข่มเหงกดขี่จากอำนาจที่มากกว่าอย่างอัลฟ่า
“เอ๋...กลิ่นนี้” มือหยิบเสื้อผ้าของอัลฟ่า ซึ่งถอดกองอยู่บนอ่างล้างหน้าตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นมาดม ก่อนจะนึกอุบายบางอย่างขึ้นมาได้
โอเมก้าวิ่งกลับออกไปยังเตียงนอน มองไปบนผ้าปูเตียง ซึ่งยังพอเห็นคราบน้ำรักเหนียวแฉะเปียกชื้นติดอยู่ โอเชี่ยนตลบผ้าปูที่นอนขึ้นมา เดินมองหาของที่พอมีคมอยู่บ้าง กรีดฉีกส่วนนั้นแล้วพับมันเหน็บใส่เข้าไปในกระเป๋า กางเกงใน ถุงเท้าของเจ้านาย ถูกสวมใส่ทับเพราะต้องการอาศัยฟีโรโมนอัลฟ่า ช่วยกลบกลิ่นโอเมก้าตัวเอง
“โอเชี่ยน”
“ฮะ ครับ”
“ทำอะไร”
“เอ่อ...คือผม ผมไม่มีเสื้อผ้าใส่ ผมขอใส่เสื้อผ้าของคุณได้มั้ย” เสื้อสูทตัวใหญ่ถูกชูขึ้นมาพร้อมคำถาม
“เดี๋ยวฉันให้คนเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้” ตาคมมองไล่ขึ้นมาตั้งแต่ปลายเท้ากางเกงจนถึงเสื้อหลวม
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยววันนี้เราก็กลับขึ้นฝั่งแล้วใช่มั้ยล่ะ ผมใส่เสื้อของคุณก็ได้” มือจับกระชับเสื้อตัวหลวมจากนั้นรีบติดกระดุมอย่างรวดเร็ว
“แต่มันมีกลิ่นเหงื่อ กลิ่นไคลของฉันอยู่...”
“อื้อ ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือ”
“ตามใจ”
บนโต๊ะอาหารมื้อเที่ยงเรียงรายเต็มไปด้วยอาหารนานาชนิด เบื้องหน้าบนจานอาหารหรูหรา กุ้งล็อบเตอร์ตัวใหญ่เท่าแขน ถูกผ่ากลางแบะออกมีเนยผสมชีสอย่างดีพ่นไฟส่งกลิ่นหอมตลบอบอวนชวนน้ำลายสอ
“ไม่กินเหรอ” เจ้านายอัลฟ่าหันไปถามคนที่นั่งมองจานอาหารตาละห้อย
“เอ่อ...ผมไม่กินอาหารทะเล” โอเมก้าเบือนหน้าหันมองไปทางอื่น
“ทำไม นายแพ้อาหารทะเลอย่างนั้นเหรอ”
“เปล่าครับ แต่ผมว่ายน้ำเล่นกับพวกมันทุกวัน ทำใจกินไม่ลง”
เพราะฟีโรโมนประจำตัวคือกลิ่นของสัตว์ทะเล ยามลงไปแหวกว่ายใต้น้ำ เขาจึงสามารถส่งถ่ายกลิ่นอายความรัก ความปรารถนาดีแผ่กระจายออกไปผ่านกลิ่นกาย สัตว์น้ำใต้ท้องทะเลทั้งน้ำตื้น น้ำลึก มีกระดอง ไม่มีกระดอง ทั้งมีครีบ มีหาง ล้วนแล้วแต่เหมือนคนในครอบครัว แล้วจะให้ทำใจกินเพื่อน กินพี่ กินน้อง โอเมก้าหนุ่มจึงทำใจไม่ได้จริงๆ
“ชาร์ค จัดการที”
อัลฟ่าพยักหน้าหันไปหาเลขาซึ่งยืนเยื้องอยู่ด้านหลัง เป็นการออกคำสั่งโดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมาเป็นคำ เลขาคนสนิทที่รู้ใจเจ้านาย เพียงยกนิ้วกระดิกเรียกบริการ ให้ยกจานล็อบเตอร์นั้นออกไป แล้วนำเมนูใหม่มาเสิร์ฟแทน
“คุณนาวีจะอยู่ชมการแสดงพิเศษคืนนี้หรือเปล่าครับ” หุ้นส่วนคนหนึ่งเอ่ยถามมาจากอีกฟากของโต๊ะอาหารยาว
“ผมมีธุระสำคัญต้องกลับไปจัดการครับ เชิญพวกคุณตามสบาย” ลมหายใจยาวอย่างโล่งอกของเงือกรับจ้าง ถูกผ่อนออกมาเบาๆ จากคนที่เพิ่งได้รับสเต๊กเนื้อจานใหม่ ตาเหลือบขึ้นมามองพร้อมยิ้มให้เจ้านายอย่างโล่งอก ปากยิ้มยินดีให้อาหารจานอร่อย ส่วนหูเงี่ยฟังข่าวดีว่า ในที่สุดก็จะได้ออกไปให้ไกลจากฝูงอัลฟ่าตัวอันตรายเสียที
“ลองชิมอันนี้สิ นายน่าจะชอบ” เนื้อฉ่ำชิ้นโตถูกเฉือนนำไปวางให้ในจาน
“ขอบคุณครับ”
“คุณนาวีดูจะใส่ใจ หวงแหนนายเงือกตัวนี้เหลือเกินนะครับ” นักธุรกิจสายเลือดอัลฟ่าคนหนึ่งสูดกลิ่นความหวงแหนลอยมาจากเจ้าของเรือ
“ผมใส่ใจและหวงแหนทุกอย่าง...ที่เป็นของผม”
โอเมก้าขยับยืดตัวตรงแสร้งเคี้ยวเนื้อคำใหญ่อย่างช้าๆ ทั้งที่หน้าอกแน่นเพราะแรงบีบอัดมวลอากาศจากรอบด้าน ฟีโรโมนของอัลฟ่าหลายคน หลายกลิ่นตบตีรอบกาย จนทำให้โอเมก้าหนึ่งเดียวเกือบเอาตัวเองไม่รอด
“เหนื่อยเหรอ” ร่างสูงเดินหอบหายใจถี่ออกมาจากห้องอาหาร ขณะกำลังเดินไต่บันไดขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ เพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์กลับฝั่ง
“ครับ สงสัยเมื่อคืนนอนน้อยไปหน่อย”
นอนน้อยนั้นส่วนหนึ่ง ใช้พลังงานไปกับกิจกรรมบนเตียงนั่นก็ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเกิดจากการต้องมาตกอยู่ภายใต้วงล้อมของอัลฟ่านับร้อยบนเรือ ไม่ว่าจะหันไปทางไหน หลบไปทางใด โอเชี่ยนต้องผจญกับแรงกดดันจากรอบด้านหวาดระแวงจนแทบไม่เป็นตัวเอง
“ถ้าอย่างนั้นกลับไปแล้วรีบพักผ่อนนะ เพราะเดี๋ยวคืนนี้คงต้องนอนน้อยอีก”
“ฮะ!”
โอเชี่ยนกลับมาถึงห้องพักสิ่งแรกที่ทำคือตรงไปเปิดลิ้นชักแล้วกินยาระงับฮอร์โมน จากนั้นรีบถอดเสื้อ สลัดกางเกง กางเกงใน ถุงเท้าของเจ้านายออกไปใส่ตะกร้า นั่นเองจึงค่อยหายใจโล่งคอขึ้นมาได้บ้าง นักดำน้ำรับจ้างเปลี่ยนสวมกางเกงว่ายน้ำ แล้วเดินออกไปยังระเบียงห้อง ก่อนจะพุ่งหลาว กระโจนดำลงไปยังใต้น้ำ ใช้ความเย็นสบายจากท้องทะเล บำบัดอาการอ่อนเพลียของร่างกาย การได้ว่ายน้ำหรือลอยตัวไปมาอยู่บนผิวน้ำคือความผ่อนคลายและทำให้ร่างกายนั้นสดชื่นมีความสุข
“ไหนว่าเหนื่อยไง ทำไมถึงยังลงไปว่ายน้ำอีก” เจ้านายอัลฟ่าเดินลงมาตามขั้นบันไดวนก่อนจะหยุดนั่งยองลงไปยังบันไดเกือบขั้นสุดท้าย
“ก็เพราะเหนื่อยไงครับ เลยลงมาผ่อนคลายสักหน่อย” เจ้าของเรือนผมสีทองนอนแผ่กางแขน กางขา แหงนหน้าท้าแสงแดด แล้วปล่อยให้ตัวเองลอยไปตามแรงพัดพากระแสคลื่น
“ดูเหมือนนายจะชอบทะเลมาก”
“ครับ ผมชอบมาก เรียกว่ารักมันก็ได้”
“ฉันเกลียดทะเล” สายตาเหม่อมองไกลออกไปยังสุดปลายขอบฟ้า เบื้องหน้าไกลออกไปนั้น คือทะเลสีครามอันกว้างใหญ่ไพศาล
“แต่ผมรักทะเล” มือวักน้ำเค็มขึ้นมาลูบหน้า ก่อนจะว่ายน้ำกลับมาเกาะอยู่ตรงราวบันไดเหล็กขั้นสุดท้ายติดปลายเท้าอัลฟ่าหนุ่ม
“ทะเล...มันทำลายครอบครัวของฉัน” นิ้วเท้าสีขาวขยับเกร็งจิกลงบนพื้นบันไดราวกับไม่อยากให้ถูกน้ำทะเล
“แต่สำหรับผม ท้องทะเลคือบ้าน กุ้ง หอย ปู ปลา พวกมันคือครอบครัวผม” คนที่ลอยตัวอยู่ในทะเลช้อนสายตาเงยหน้าขึ้นมามอง
“ครอบครัวนาย...ทำลายครอบครัวฉัน”
“ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของคุณ แต่ผมเชื่อว่าครอบครัวของผมไม่เคยทำร้ายใคร เอาอย่างนี้ดีมั้ยครับ ผมจะพาคุณ...ไปเที่ยวบ้านของผม” มือเปียกยื่นยกชูขึ้นมา นาวีก้มลงไปมองฝ่ามือสีขาวนั้นอย่างช่างใจ
“หมายความว่ายังไง”
“ไปดำน้ำกัน”
“ฉัน...ว่ายน้ำไม่เก่ง”
“แต่ผมว่ายน้ำได้เหมือนปลา มาเถอะครับ...เชื่อใจผม”
นักดำน้ำมืออาชีพโหนตัวขึ้นมาจากน้ำ จากนั้นขยับเข้ามาช่วยปลดกระดุมถอดเสื้อ รูดซิปกางเกงให้ สายตาตื่นกลัวไม่มั่นใจของอัลฟ่ามาพร้อมกลิ่นฟีโรโมนแปรปรวนไม่มั่นคง เงือกรับจ้างเดินกลับไปเลือกหาอุปกรณ์ดำน้ำมาให้เจ้านายอย่างคล่องแคล่ว
“โอเชี่ยน”
“ไม่ต้องกลัวครับ ไว้ใจผม” ริมฝีปากประกบจูบหนุ่มอัลฟ่านุ่มนวล กระทั่งจังหวะลมหายใจของเจ้านายกลับมาเป็นปกติ โอเชี่ยนจึงดึงแว่นตาดำน้ำแล้วส่งสน็อคเกิ้ลให้เจ้านาย
“ผมจะว่ายอยู่ข้างๆ คุณเอง”
คนเชี่ยวชาญชำนาญการดำน้ำหย่อนตัวลงไปลอยคอ จากนั้นยื่นมือขึ้นมาส่งให้ คนที่มีความหลังเพราะเคยสูญเสียครอบครัวไปกับอุบัติเหตุทางทะเลค่อยๆ นั่งลงไปยังบันไดขั้นสุดท้าย ปลายขาหย่อนจมลงไปยังท้องทะเลลึกเบื้องล่าง
“คุณนาวี ไม่ต้องกลัวนะครับ”
“นายจะไม่ทิ้งฉันใช่หรือเปล่า”
“โอเชี่ยน....แปลว่ามหาสมุทร ผมจะพยุงเรือลำนี้ แล้วพาคุณกลับมาส่งจนถึงฝั่งอย่างปลอดภัย ผมสัญญา”
บนผิวน้ำซึ่งคลื่นลมแปรปรวน ชวนให้อัลฟ่ารู้สึกหวาดกลัวไม่มั่นคง หากแต่เมื่อถูกดึงให้จมลงไปยังท้องทะเล เบื้องล่างนั้นกลับมีเพียงความเงียบสงบ เย็นสบาย ใต้ท้องทะเลสีคราม เคียงข้างคือเงือกรับจ้างซึ่งวันนี้ไม่ได้ใส่หางนายเงือก คอยว่ายวนคลอเคลียอยู่เคียงข้าง นิ้วเรียวชี้ต่ำลงไปยังพื้นทรายสีสว่างมองเห็นอยู่ลึกลงไป ก่อนจะดึงรั้งแขนเขาให้ดำดิ่งลึกลงไปอีก
ปลาทะเลสีสวยฝูงใหญ่ ซึ่งเขาเคยเห็นมันผ่านหน้าต่างห้องนอน บัดนี้พวกมันกำลังว่ายน้ำ ตีวงโอบล้อมเข้ามาใกล้ จนปลายหางเล็กๆ สะบัดมาถูกแก้ม ถูกตัว เหมือนพวกมันกำลังมาทักทายเชื้อเชิญแขกผู้มาเยือน แนวปะการัง โขดหินที่เขาคิดเสมอว่ามันเป็นของจำลองในตู้ปลาอยู่ต่อหน้าดูแปลกตากว่าทุกคราว
‘ยินดีต้อนรับ สู่ครอบครัวของผม’
ตอนพิเศษ กลิ่นไม้ซีดาร์ควันบุหรี่สีเทาจางมีกลิ่นฉุนถูกพ่นออกมาผ่านริมฝีปากหยัก อัลฟ่ากลิ่นไม้ซีดาร์เหม็นไหม้จนขม เดินหลบออกมาจากงานแต่งอันหวานชื่นระหว่างเจ้านายกับโอเมก้า ออกมายืนระงับความรู้สึกผิดหวังของตัวเองอย่างเงียบๆ บนดาดฟ้าเรือสำราญมูลค่าหมื่นล้านเพียงลำพัง“โทษที ขอบุหรี่ให้ผมสักมวนได้หรือเปล่าครับ”เด็กหนุ่มคนหนึ่ง อายุน่าจะราวยี่สิบต้นๆ เดินเข้ามาถามหาสิ่งที่เขาอัดควันมันใส่ปอด ดวงตาคมมองขวางแต่ยอมล้วงสิ่งที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านในสูทสีครีม ส่งให้เจ้าของฟีโรโมนอัลฟ่ากลิ่นดอกเจอราเนียมอ่อนๆ ลอยมา“คุณชื่อชาร์คใช่หรือเปล่าครับ” ปากคาบบุหรี่มวนยาวยื่นหน้ามาใกล้คนที่ถือไฟแช็กในมือ“นายรู้จักฉันอย่างนั้นเหรอ” นิ้วหัวแม่มือทำหน้าที่ขีดส่วนปลาย เพื่อจุดกลไกไฟแช็กแล้วยื่นไปตรงปลายบุหรี่มวนใหม่“ไม่รู้จักก็บ้าแล้ว คุณเป็นไอดอลผมเลยนะ” เจ้าของปอดเล็กที่เพิ่งสูดนิโครตินเข้าไปหัวเราะร่าหันมายิ้มให้“แต่ฉันไม่รู้จักนาย”“โอ้ ขอโทษครับ ผมลืมแน
ตอนที่ 17 หัวใจมหาสมุทรเด็กน้อยวัยสามขวบ ดำน้ำดีดขาดุ๊กดิ๊กแหวกว่ายไปมาใต้ท้องมหาสมุทร เคียงข้างผู้เป็นพ่อ และคุณแม่ท้องโตอย่างคล่องแคล่ว สิ่งนี้เป็นภาพที่ทุกคนเห็นกันชินตา จนหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นายน้อยคนใหม่ของตระกูลอัลฟ่า คงเป็นปลากลับชาติมาเกิด เพราะนอกจากจะว่ายน้ำและดำน้ำเก่งแล้ว “น้องทะเล” ยังมีความสามารถพิเศษไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ คือมีฟีโรโมนดึงดูดสัตว์ทะเลได้“แม่...อันนี้ อันนี้” ลูกชายคนแรกว่ายน้ำมาหา มือเล็กกับนิ้วสั้นป้อมเกาะหัวไหล่พร้อมกับยื่นสิ่งที่จับมาได้จากใต้ทะเลอวดให้แม่ดู“ปลาดาวอย่างนั้นเหรอ ทะเลเอาพี่เขาขึ้นมาทำไมลูก เอาพี่เขาลงไปส่งบ้านเร็ว เดี๋ยวพ่อแม่เขากลับมาไม่เจอพี่อยู่ที่เดิม พ่อแม่เขาต้องเสียใจมากแน่ๆ” โอเชี่ยนหันไปมองดูปลาดาวตัวหนึ่ง ซึ่งลูกชายคงหยิบมาจากพื้นทรายด้านล่าง แล้วชูขึ้นมาเหนือผิวน้ำเพื่ออวดให้ตนเห็น“พี่เขาคิดถึงครอบครัวเหรอ” แววตาแห่งความสำนึกผิดมองกลับมายังปลาดาวตัวใหญ่ในมือเล็ก“ใช่ครับ เขาต้องอยู่กับครอบครัวนะลูก เหม
ตอนที่ 16 โอเชี่ยนน้อย“แต่งงานเหรอครับ” โอเมก้าในอ้อมกอดผลุดลุกขึ้นมานั่งทำตาโต“ใช่แต่งงาน ฉันว่ากำหนดการเดิม คงต้องเลื่อนให้เร็วขึ้นซะแล้วล่ะ เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ในท้องของนายนี่คงมีนาวี หรือโอเชี่ยนตัวน้อยๆ นอนหลับปุ๋ยอยู่แน่” ฝ่ามืออบอุ่นวางลงบนหน้าท้องราบ ส่วนมืออีกข้างยังกำกางเกงในสีขาวของเขาเอาไว้แน่น“โอเชี่ยนน้อย กับนาวีน้อยอย่างนั้นเหรอครับ”“โอเชี่ยน นายรู้ตัวใช่มั้ยว่า สิ่งที่นายกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันไม่ปกติ” นาวีเอื้อมมือลงไปหยิบเปลือกหอยขึ้นมาชิ้นหนึ่ง“คุณหมายถึง..อันนี้เหรอ” เจ้าของกระโจมหันไปมองทุกอย่างรอบตัว จากนั้นค่อยคลานกลับขึ้นไปนั่งขดอยู่ภายในอ้อมกอดอบอุ่น“เชี่ยนน้อย”“ใช่...โอเชี่ยนน้อยของฉัน”“แต่ผมยังไม่ได้บอกแม่เลยนะครับ”“เรื่องอื่นนายไม่ต้องเป็นห่วง เป็นกังวลอะไรทั้งนั้น ตอนนี้หน้าที่เดียวของนายคือกินเยอะๆ นอนเยอะๆ ส่วนที่เหลือฉันจะเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง ตกลงมั้ย”
ตอนที่ 15 โอเมก้าสร้างรังทันทีเมื่อเจ้านายโผล่หน้าขึ้นมาพ้นผิวน้ำ หัวหน้าบอดี้การ์ดซึ่งยืนชะเง้อคอ รออยู่ตรงตีนบันไดก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก กระทั่งกลิ่นฟีโรโมนแปลกๆ ลอยมาแตะจมูก สันกรามสองข้างจึงขบกัดเข้าหากันแน่น พร้อมสายตาขวางมองผ่านไปยังต้นคอของโอเมก้า ซึ่งมาร่องรอยจากการผูกพันธะให้เห็นเต็มสองตา“ชาร์ค ขอเสื้อคลุมให้โอเชี่ยนหน่อย ได้หรือเปล่า” น้ำเสียงทุ้มอบอุ่นอ่อนโยนเอ่ยถามเป็นเชิงสั่ง ท่อนแขนยังรั้งไม่ยอมให้โอเมก้าขึ้นจากน้ำเนื่องจากเวลานี้ไม่มีแม้สิ่งช่วยปกปิดติดกายสักชิ้นเดียว“นี่ครับ” มือส่งเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดตัวใหม่ไปให้ แต่สายตายังไม่อาจละไปจากรอยรักการผูกพันธะสัญญาใจของเจ้านายและเงือกรับจ้าง“คุณนาวีครับ” เจ้าของฝ่ามือเย็นกระตุกแขนเจ้านาย“หือ”“คือ...ชุดเงือกของผม” ตาละห้อยพยายามกวาดมองไปทั่วท้องทะเล เพราะไม่รู้ว่าชุดเงือกที่ถูกถอดโยนทิ้งไปเมื่อครู่ มันลอยน้ำหายไปทางไหนแล้ว“เดี๋ยวฉันให้คนลงไปงมให้ ตอนนี้เรากลับห้องก่อนเถอะ เธ
ตอนที่ 14 พยานรัก“โอเชี่ยนนั่นนายจะไปไหน...ทางนั้นต่างหาก” มือรั้งต้นแขนเงือกรับจ้างที่กำลังเดินแยกกลับไปยังบันไดทางขึ้นกลับห้องบนชั้นสาม“แต่ว่าห้องผมไปทางโน้น” โอเมก้าชี้นิ้วไปตามทางเดิน“แต่ห้องของฉันไปทางนั้น” อัลฟ่าเจ้าของบ้านบุ้ยปากไปยังบันไดซึ่งทอดต่ำลงไปยังชั้นใต้ดิน“หมายความว่า คุณนาวีจะให้ผมไปนอนที่ห้องด้วย อย่างนั้นเหรอครับ”“ทำไมล่ะ นายก็เคยลงไปนอนที่ห้องของฉันอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่เหรอ”“มันก็ใช่ครับ แต่ว่า....” สายตาเหลือบไปทางหัวหน้าบอดี้การ์ดที่ยืนมองตาขวางอยู่ด้านข้างเหมือนไม่วางใจ ขนาดผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมามากมาย นายเลขาขี้หวงคนนี้ก็ยังดูเหมือนไม่เชื่อใจเงือกรับจ้างอย่างเขาอยู่ดี“ฉันให้คนของฉันย้ายเสื้อผ้า ข้าวของในห้องนาย ลงไปไว้ชั้นล่างหมดแล้ว ถึงกลับไปห้องนายก็คงนอนไม่ได้หรอก”“หา..ของผมอย่างนั้นเหรอ”“ใช่ เหลือไว้แค่ชุดดำน้ำ หางปลา ตีนกบ กับอุปกรณ์ดำน้ำเท่านั้นแหละ”
ตอนที่ 13 ความลับโอเมก้า“ผมจะพาคุณลงไปขอโทษครอบครัวของผม”โอเมเก้าใจเด็ดคว้าคอคนใจทราม กระโดดกลับลงสู่ท้องทะเลอันดำมืด เชือกเส้นใหญ่ยังคงผูกรั้งรัดรอบคอเอาไว้ หากแต่โอเชี่ยนจำได้ว่า ปลายข้างหนึ่งของมันถูกวางเอาไว้บนพื้นกระดานของเรือประมง ไม่ได้ผูกโยงยึดติดอะไรไว้ ดังนั้นการพุ่งหลาวลงไปจึงไม่ต้องกลัวว่าคอจะหักตูมมมม อากาศก้อนใหญ่ถูกสูดกักเข้าไปเก็บในปอดลึก ท่อนแขนพยายามเกี่ยวรัดรอบร่างของอัลฟ่าจิตใจต่ำช้าไม่ให้มันหลุดมือหนี หากทว่าหมัดหนักรัวอัดเข้ามาใส่ เชือกรัดรอบคอถูกขึงดึงรัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออก ในขณะที่โอเมก้าพยายามยื้อแย่งปลดเชือกออกจากรอบคอ‘ไอ้บ้านี่ ปล่อยนะโว้ย’ สองมือต่อสู้สุดกำลัง ส่วนสองเท้าพยายามถีบอัลฟ่าที่มันกล้าใส่ร้าย หาว่าทะเลนี้ทำร้าย ทำลายครอบครัวของนาวี บนบกนั้นความชำนาญตนอาจจะน้อยแต่เมื่อไหร่จมลงใต้น้ำมันเหมือนนี่แหละคือที่สำหรับตน ไม่ว่าจะหมุนซ้ายหมุนขวา แหวกว่ายไปมาในท่วงท่าไหน โอเมก้ารู้สึกถึงอิสระของร่างกายทุกส่วน‘คิดจะหลอกให้กูจมน้ำอย่างนั้นเหรอ ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก&rsquo