เข้าสู่ระบบบทที่ 5
“คุณกำลังถืออะไรอยู่ในมือ... แพคฮายอน!”
สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังกึกก้องไปทั่วห้องทำงานปีกตะวันออก แววตาคมกริบของชเวแทกยอมที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องฉายประกายดุดันจนร่างโปร่งสะดุ้งสุดตัว เอกสารแผ่นบางในมือของฮายอนสั่นระริกตามแรงเต้นของชีพจร
“ท... ท่านประธานาธิบดี...” ฮายอนละล่ำละลัก ใบหน้าหวานซีดเผือด “คือ... เอกสารแผ่นนี้ร่วงหล่นลงมาจากก้นกล่องไม้โบราณครับ ผมกำลังคัดแยกสัญญาสมัยก่อตั้งรัฐ แล้วพบว่ามีช่องลับซ่อนอยู่ด้านล่าง”
แทกยอมก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานเพียงไม่กี่ก้าว รังสีความกดดันอันเยียบเย็นแผ่ซ่านออกมาจนฮายอนแทบจะกลั้นหายใจ มือหนาเอื้อมออกไปคว้าแผ่นกระดาษจากมือที่สั่นเทาของฮายอนขึ้นมาอ่านในทันที
สายตาคมกวาดมองหัวกระดาษที่พิมพ์ตราประทับสัญญาความร่วมมือด้านเวชภัณฑ์และรายชื่อสารตั้งต้นเคมีรุ่นทดลอง ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ตราประทับสีแดงชาดของตระกูลคังและลายเซ็นของคังจินฮวัน ส.ส. ฝ่ายค้าน
สันกรามของแทกยอมขบแน่นจนขึ้นสันนูน นัยน์ตาสีรัตติกาลลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ ‘คังจินฮวัน... มึงแอบสอดไส้สัญญาฟอกเงินและลักลอบนำเข้าสารเคมีเถื่อนไว้ในกล่องจดหมายเหตุของบรรพบุรุษเพื่อใช้เป็นที่ซุกซ่อนเอกสารชั่วร้ายอย่างนั้นหรือ’
“ท่านครับ... เอกสารนี้เป็นของสำคัญใช่ไหมครับ” ฮายอนเอ่ยถามเสียงแผ่ว พลางมองสีหน้าเคร่งเครียดของผู้นำหนุ่มด้วยความกังวลใจ
“ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องกังวล” แทกยอมพับกระดาษแผ่นนั้นเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อสูทอย่างรวดเร็ว “และห้ามพูดเรื่องเอกสารแผ่นนี้ให้ใครได้ยินแม้แต่ครึ่งคำ เข้าใจที่ผมสั่งไหม”
“เข้าใจครับท่าน... ผมจะไม่บอกใครเด็ดขาดครับ” ฮายอนพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น
ทว่าในวินาทีนั้นเอง ชเวแทกยอมกลับชะงักนิ่งไป ร่างสูงตระหง่านเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ยกมือขึ้นกุมขมับที่เริ่มปวดตุบๆ เส้นเลือดที่ข้างขมับปูดโปน ลมหายใจเริ่มติดขัดและร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟสุมอยู่ภายในทรวงอก
กลิ่นฟีโรโมนไม้ซีดาร์ที่เคยสุขุมเยือกเย็นพลันปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงและปั่นป่วน ไอร้อนแผ่กระจายออกมาจากเรือนกายหนาจนอุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!
“ท่านประธานาธิบดี! ท่านเป็นอะไรไปครับ!” ฮายอนร้องออกมาด้วยความตกใจ รีบถลันตัวเข้าไปประคองแขนแกร่งไว้โดยสัญชาตญาณ
ผิวเนื้อของแทกยอมร้อนจัดจนฮายอนสัมผัสได้ผ่านเนื้อผ้าสูท นัยน์ตาของผู้นำหนุ่มเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ สัญชาตญาณสัตว์ป่าของอัลฟ่าอินิกมากำลังถูกปลุกเร้าด้วยภาวะรัทระยะเริ่มต้นที่ปะทุขึ้นมาโดยไม่อาจควบคุม!
“อึก... ถอยออกไปฮายอน...” แทกยอมกัดฟันกรอด พยายามสะกดกลั้นลมหายใจ “ออกไปให้พ้นตัวผมเดี๋ยวนี้...”
“แต่ท่านตัวร้อนมากเลยนะครับ หน้าผากมีเหงื่อท่วมไปหมด จะให้ผมทิ้งท่านไปได้ยังไงครับ!” ฮายอนไม่ยอมถอย ทั้งยังจับแขนแทกยอมไว้แน่นขึ้นเพื่อพยุงไม่ให้เขาล้มลง
กลิ่นหอมหวานของลูกพีชขาวฉ่ำน้ำที่แผ่ออกมาจากกายของฮายอนด้วยความตื่นตระหนก ลอยเข้ากระทบประสาทสัมผัสของแทกยอมอย่างจัง มันเปรียบเสมือนหยาดน้ำทิพย์ที่รดลงบนกองเพลิงอันบ้าคลั่ง!
แทกยอมสูดลมหายใจเข้าลึก นัยน์ตาคมกริบจ้องมองดวงหน้าหวานที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ลำคอแห้งผาก
“คืนนี้... อาการรัทของผมมันเริ่มแล้ว...” แทกยอมเอ่ยเสียงพร่าต่ำ “สัญญาที่คุณเซ็นไว้... ถึงเวลาที่คุณต้องทำตามข้อตกลงแล้วคุณฮายอน”
ฮายอนชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเต้นกระหน่ำในอก แต่เมื่อเห็นแววตาทรมานของชายตรงหน้า ความกลัวทั้งหมดก็มลายหายไป เหลือเพียงความสงสารและความต้องการช่วยเหลือ
“ผมพร้อมครับท่าน... ผมจะช่วยท่านเองครับ”
แทกยอมจับข้อมือบางของฮายอนไว้แน่น ก่อนจะพาเดินผ่านประตูลับที่เชื่อมต่อระหว่างห้องทำงานเข้าสู่ห้องนอนส่วนตัวของประธานาธิบดีในปีกตะวันออก
ภายในห้องนอนโอ่โถงถูกปิดม่านหน้าต่างหนาทึบจนแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาได้เพียงรำไร อากาศเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศไม่สามารถดับความร้อนรุ่มของฟีโรโมนอินิกมาที่กำลังหมุนวนอยู่ในห้องได้เลย เตียงนอนขนาดคิงไซส์ปูด้วยผ้าปูสีเทาเข้มตั้งเด่นอยู่กลางห้อง
แทกยอมถอดเสื้อสูทและเนกไททิ้งลงบนโซฟาข้างเตียง ปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ดเพื่อระบายความร้อน ลมหายใจของเขาเริ่มหนักหน่วงและขาดห้วง
ฮายอนยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง สองมือบีบเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า แม้จะเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาแล้วในคืนพายุฝน แต่ในสภาพที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนเช่นนี้ ทุกอย่างกลับดูน่าหวาดหวั่นและชวนให้ใจสั่นยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า
“ฝันดีนะครับเด็กดีของแม่” ฮายอนกระซิบแผ่วเบา รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มบนดวงหน้าหวานแทกยอมที่ยืนพิงกรอบประตูเฝ้ามองภาพนั้นด้วยความรัก เดินเข้ามากุมมือฮายอนเบาๆ ก่อนจะพากันก้าวเดินออกจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตามระเบียงหินอ่อนทอดยาว มุ่งหน้าสู่ระเบียงปีกตะวันออกของทำเนียบอันเป็นมุมสงบส่วนตัวสายลมอุ่นยามค่ำคืนพัดพากลีบดอกท้อสีชมพูอ่อนจากสวนพฤกษศาสตร์ด้านล่างให้ลอยละล่องขึ้นมาตามกระแสลม กลิ่นหอมหวานของดอกท้อและลูกพีชขาวผสานเข้ากับกลิ่นไม้ซีดาร์ลุ่มลึกอย่างแนบแน่น เบื้องหน้าคือทัศนียภาพของเมืองชองซองยามราตรี แสงไฟระยิบระยับดั่งทะเลดวงดาวทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า สะท้อนถึงความสงบสุขและความมั่นคงของบ้านเมืองแทกยอมก้าวมายืนซ้อนด้านหลังของฮายอน สองแขนแกร่งสอดประสานโอบรัดรอบเอวบางไว้แน่น ดึงแผ่นหลังของคนรักเข้ามาแนบชิดกับอกกว้างอันอบอุ่น ฮายอนเอนศีรษะพิงไหล่หนาอย่างผ่อนคลาย ปล่อยให้ไออุ่นของคู่แท้แทรกซึมเข้าสู่หัวใจ“เหนื่อยไหมครับคนดีของพี่ วันนี้ต้องรับแขกทั้งคืนเลย” แทกยอมเกยคางลงบนไหล่มน กระซิบถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน“ไม่เหนื่อยเลยครับพี่แทกยอม มีความสุขมากจนล้นหัวใจเลย
“แน่นอนสิครับ หลานรักของพี่ทั้งทีจะให้น้อยหน้าใครได้ยังไง” ซูยองยิ้มร่าพลางโน้มตัวลงจี้เอวฮายังจนเด็กหญิงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “โตขึ้นมาหนูฮายังต้องสวยระดับโลกแน่ๆ ส่วนเจ้าแทฮอนก็ถอดแบบความเก๊กมาจากคุณพ่อเขาเป๊ะๆ ไม่มีผิดเพี้ยน”“เขาเรียกว่าความสุขุมต่างหากล่ะคุณซูยอง พูดจาให้เกียรติหลานชายคนโปรดของผมหน่อยสิครับ” เสียงทุ้มต่ำเข้มของซังฮยอนชอลดังแทรกขึ้น อดีตผู้ช่วยหน่วยข่าวกรองที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งระดับสูงและเพิ่งได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติชั้นสูงสุดด้านความมั่นคง เดินเข้ามาร่วมวงด้วยท่วงท่าองอาจ“คุณลุงฮยอนชอล!” แทฮอนหันขวับ ดวงตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นคุณลุงคนโปรด “พรุ่งนี้คุณลุงจะมาสอนวิชายิงธนูโบราณให้ผมตามสัญญาใช่ไหมครับ”“แน่นอนสิครับท่านชายตัวน้อย ลุงเตรียมคันธนูไม้จำลองไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้เจอกันที่ลานฝึกหลังทำเนียบได้เลย” ฮยอนชอลย่อตัวลงตบบ่าเด็กชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้น“เบาๆ มือหน่อยเถอะคุณฮยอนชอล หลานเพิ่งจะห้าขวบ จะฝึกให้กลายเป็นสายลับหน่วยพิเศษหรือยังไงกัน” อันมีแรเดินก้าวเข้ามาสมทบด้วยชุดราตรีสีน้ำเงินครามสง่าผ่าเผย ปัจจุบันเธอได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุ
ตอนพิเศษ 3โคมไฟระย้าคริสตัลขนาดยักษ์บนเพดานห้องจัดเลี้ยงกลางของทำเนียบบลูการ์เดนเปล่งประกายระยิบระยับ ขับเน้นบรรยากาศโอ่อ่าและอบอุ่นในค่ำคืนสำคัญระดับชาติ เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแว่วหวานผสานกับเสียงพูดคุยของแขกผู้มีเกียรติจากทั่วทุกสารทิศ ค่ำคืนนี้คืองานกาล่าดินเนอร์ฉลองครบรอบห้าปีแห่งการปฏิรูปกฎหมายความเท่าเทียมทางชนชั้น ซึ่งผลักดันให้สาธารณรัฐก้าวสู่ยุคสมัยแห่งความเจริญรุ่งเรืองและสิทธิมนุษยชนอันงดงามแพคฮายอนในชุดสูททักซิโดสีงาช้างตัดเย็บอย่างประณีต ยืนกุมมือลูกน้อยทั้งสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลิ่นหอมหวานของลูกพีชขาวจากกายของสุภาพบุรุษหมายเลขหนึ่งยังคงอบอวลนุ่มละมุนไม่เคยเปลี่ยน แทฮอนในวัยห้าขวบสวมชุดสูททักซิโดสีน้ำเงินเข้มตัวจิ๋วที่เข้าชุดกับบิดา ยืนนิ่งสง่างามด้วยแววตาสุขุมดั่งถอดแบบมาจากประธานาธิบดีไม่มีผิดเพี้ยน ขณะที่ฮายังแฝดผู้น้องสวมชุดกระโปรงผ้าลูกไม้ฟูฟ่องสีพีชอ่อน ดวงตากลมโตสดใสและรอยยิ้มร่าเริงดั่งมารดา“แทฮอนลูก ชายเสื้อสูทตึงไปไหมครับ” ฮายอนก้มลงจัดโบไทสีดำเส้นเล็กให้ลูกชายคนโตด้วยความอ่อนโยน ปลายนิ้วเรียวสัมผัสแก้มเนียนใสของเด็กชายเบาๆ“ไม่เลยครับ พอดีตัวมากครับ” เ
ทั้งสองหยุดยืนอยู่ตรงปลายสะพานไม้ที่ยื่นออกไปกลางทะเล ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงพวกเขาสองคนท่ามกลางความเงียบสงัดของธรรมชาติฮายอนเอนแผ่นหลังพิงอกแกร่ง สองมือหนาของแทกยอมเลื่อนมากุมประสานมือเรียวของคนรักไว้ตรงหน้าท้อง“จำคืนนั้นได้ไหมครับพี่แทกยอม... คืนที่เราสลักพันธะนิรันดร์” ฮายอนเอ่ยถามเสียงหวานแผ่วเบา“พี่จำได้ทุกวินาทีครับคนดี... ไม่มีวันไหนที่พี่จะลืมสัมผัสและความรักที่คุณมอบให้เลย” แทกยอมกดจูบลงบนรอยสลักพันธะที่ท้ายทอยของฮายอน สัมผัสถึงความร้อนผ่าวแห่งจิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกัน“เมื่อก่อน... ฮายอนต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว ฮายอนเคยคิดว่าชีวิตของฮายอนคงไม่มีวันได้พบเจอกับความอบอุ่นแบบนี้ ไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้มีครอบครัว มีลูกที่น่ารัก และมีพี่แทกยอมที่คอยรักและทะนุถนอมฮายอนขนาดนี้ครับ” หยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจเอ่อล้นคลอเบ้าตาคู่สวยแทกยอมประคองร่างโปร่งให้หันกลับมาสบตากัน มือหนาประคองดวงหน้างามขึ้นมารับแสงจันทร์ นิ้วหัวแม่มือช่วยเกลี่ยซับหยาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนที่สุด“คุณคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่โชคชะตามอบให้แก่พี่นะฮายอนอา... ตั้งแต่วินาทีแรกที่พี่ได้กลิ่นพีชของคุณ พี่ก็รู
ตอนพิเศษ 2สายลมฤดูร้อนพัดพากลิ่นไอทะเลสะอาดบริสุทธิ์เข้าปะทะผิวกายอย่างสดชื่น คลื่นสีครามซัดสาดเข้ากระทบหาดทรายขาวเนียนละเอียดของเกาะยองด็อกเป็นฟองคลื่นสีขาว ในช่วงวันหยุดพักผ่อนประจำปี ชเวแทกยอมพาแพคฮายอนและลูกแฝดวัยหนึ่งขวบครึ่งเดินทางกลับมาเยือนวิลล่าริมหน้าผาอีกครั้ง โดยมีเพื่อนสนิททั้งสี่คนร่วมเดินทางมาพักผ่อนด้วยอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศริมชายหาดส่วนตัวจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความคึกคักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนผู้อำนวยการซังฮยอนชอลในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ กำลังให้แทฮอนตัวน้อยขี่คอ วิ่งเหยาะๆ ไปตามแนวชายหาด แทฮอนหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ สองมือน้อยเกาะศีรษะของลุงฮยอนชอลไว้แน่นอย่างไม่กลัวความสูง“เร็วอีกครับลุงฮยอนชอล! แทฮอนบินได้แล้ว!” หนุ่มน้อยอัลฟ่าส่งเสียงเจื้อยแจ้ว แผ่กลิ่นไม้ซีดาร์จางๆ ด้วยความสนุกสนาน“เกาะแน่นๆ นะเจ้าตัวแสบ! วันนี้ลุงจะพาบินข้ามเกาะยองด็อกเลย!” ฮยอนชอลหัวเราะร่า พาหลานชายหมุนตัวไปรอบๆ ท่ามกลางเสียงปรบมือของทุกคนไม่ไกลกันนัก บนร่มชายหาดผืนใหญ่ อันมีแรและท่านทูตยุนซูยอง กำลังนั่งล้อมวงก่อปราสาททรายร่วมกับ ชเวฮายัง ตัวน้อยที่สวมชุดว่ายน้ำลายลูกพีชพร้อม
ทูตหญิงอาวุโสจากยุโรปเอ่ยชื่นชมด้วยความประทับใจ “คุณฮายอนไม่เพียงแต่มีบุคลิกภาพที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เท่านั้น แต่ผลงานการขับเคลื่อนนโยบายสิทธิมนุษยชนของคุณยังกลายเป็นต้นแบบให้แก่นานาชาติด้วยค่ะ ท่านประธานาธิบดีช่างโชคดีเหลือเกินที่มีคู่ชีวิตที่ยอดเยี่ยมและชาญฉลาดเช่นนี้”“ขอบคุณมากครับท่านทูต ความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนจากประชาชนทุกคนและความมุ่งมั่นของท่านประธานาธิบดีครับ” ฮายอนตอบอย่างนอบน้อมและสง่างามมีแรที่ยืนมองอยู่ข้างๆ สะกิดแขนซูยองเบาๆ น้ำตาซึมด้วยความภาคภูมิใจ “ดูฮายอนสิคุณซูยอง... จากเด็กจดหมายเหตุขี้อายที่เคยโดนรังแกในวันนั้น ตอนนี้สง่างามจนผู้นำระดับโลกยังต้องยอมรับนับถือ ฉันภูมิใจในตัวเพื่อนคนนี้จนบรรยายไม่ถูกจริงๆ ค่ะ”“ท่านแทกยอมเลือกคนไม่ผิดหรอกครับมีแร ฮายอนคือเพชรน้ำหนึ่งที่คู่ควรกับตำแหน่งนี้ที่สุด และความดีงามของเขาก็เปล่งประกายให้ทุกคนได้ประจักษ์แล้ว” ซูยองยิ้มรับด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้นในจังหวะนั้นเอง ชเวแทกยอมในชุดสูทประธานาธิบดีเต็มยศก้าวเข้ามาสมทบในศาลาจัดแสดง แทกยอมเดินตรงเข้ามายืนเคียงข้างฮายอน วางมือลงบนเอวคอดของคนรักอย่างเป็นธร







