تسجيل الدخولแทกยอมทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงหนานุ่ม เขาเงยหน้าขึ้นมองฮายอน แววตาที่เคยมั่นคงแฝงไว้ด้วยความเว้าวอนอย่างที่ไม่มีประชาชนคนใดในประเทศเคยพบเห็น
“อย่ากลัวผมเลยนะครับคุณฮายอน...” แทกยอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า “ผมจะไม่ทำอะไรเกินเลยถ้าคุณไม่อนุญาต... ผมสัญญา”
คำสัญญาที่หนักแน่นทว่าเปี่ยมไปด้วยความเกรงใจทำให้น้ำตาของฮายอนรื้นขึ้นมาเบาๆ ร่างโปร่งก้าวเข้าไปหาแทกยอมช้าๆ
“ผมไม่กลัวครับ... ถ้ากลิ่นของผมช่วยท่านได้ ผมยอมครับ”
สิ้นเสียงหวาน แทกยอมก็เอื้อมมือหนาไปรวบเอวคอดของฮายอนเข้ามาแนบชิด ก่อนจะยกร่างโปร่งขึ้นมานั่งคร่อมบนตักแกร่งของเขาอย่างนุ่มนวล!
“อ๊ะ ท่านประธานาธิบดี...” ฮายอนอุทานแผ่วเบา สองมือวางทาบลงบนบ่ากว้างของแทกยอมโดยอัตโนมัติเพื่อพยุงตัว
แทกยอมไม่รอช้า เขากอดรัดเอวคอดไว้แน่น ซุกใบหน้าคมสันลงกับซอกคอขาวเนียนของฮายอนทันที ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้ออ่อนบางจนฮายอนขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“อืม... ฮายอน...” แทกยอมส่งเสียงครางต่ำในลำคอ พลางสูดดมกลิ่นฟีโรโมนลูกพีชขาวฉ่ำน้ำที่ไหลรินออกมาจากต่อมฟีโรโมนหลังใบหูและลำคออย่างหิวกระหาย
กลิ่นพีชที่หอมหวาน นุ่มละมุน และสดชื่น ดุจดั่งผลท้อสุกงอมท่ามกลางสวนสวรรค์ แทรกซึมเข้าสู่ปอดและเส้นเลือดของแทกยอม ค่อยๆ ปลอบประโลมความทรมานและบรรเทาความบ้าคลั่งของฟีโรโมนอินิกมาลงทีละน้อย
ฮายอนหลับตาแน่น แผ่นอกบางกระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจ เขาปล่อยให้ฟีโรโมนของตนเองไหลเวียนออกมาอย่างเป็นอิสระ โอบล้อมร่างสูงใหญ่ที่กำลังสั่นเทาจากความเจ็บปวดเอาไว้อย่างทะนุถนอม
“ดีขึ้นไหมครับท่าน...” ฮายอนกระซิบถามข้างใบหูของแทกยอม
“ดีขึ้นมาก... กลิ่นของคุณทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง” แทกยอมตอบพลางกระชับอ้อมกอดให้แนบแน่นยิ่งขึ้น จนแผ่นอกของทั้งคู่บดเบียดแนบชิดกันแทบไร้ช่องว่าง
ทว่ายิ่งฟีโรโมนทั้งสองสายหลอมรวมเข้าด้วยกัน สัญชาตญาณความต้องการทางกายภาพก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น แทกยอมค่อยๆ ถอนใบหน้าออกจากซอกคอ เลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับดวงตากลมโตคู่สวยที่สั่นระริก
ริมฝีปากหยักได้รูปของแทกยอมเลื่อนไปประทับจูบแผ่วเบาที่ขมับชื้นเหงื่อของฮายอน ไล่ลงมาตามแนวพวงแก้มเนียนนุ่ม ปลายจมูกโด่งคลอเคลียข้างแก้มใส
“ขอผมจูบคุณได้ไหม...” แทกยอมกระซิบถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อนระคนเรียกร้อง
ฮายอนรู้สึกราวกับถูกมนต์สะกด ใบหน้าหวานแดงซ่านลามไปถึงใบหู ร่างเล็กพยักหน้าลงช้าๆ อย่างจำนน
แทกยอมไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย ริมฝีปากร้อนระอุประกบแนบลงบนกลีบปากอวบอิ่มของฮายอนในทันที สัมผัสแรกนั้นนุ่มนวลและอ่อนโยนดุจปุยหิมะ ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นลึกซึ้งและดูดดื่มขึ้นตามแรงขับดันของสัญชาตญาณ
“อื้อ~” ฮายอนครางประท้วงในลำคอเมื่อปลายลิ้นร้อนชื้นของแทกยอมแทรกผ่านเข้ามาเกี่ยวตวัด รสชาติหวานล้ำของลูกพีชและรสฝาดลุ่มลึกของไม้ซีดาร์ผสมผสานกันอย่างลงตัว ปลุกเร้าให้เลือดในกายของฮายอนร้อนฉ่า
มือหนาของแทกยอมเลื่อนผ่านเนื้อผ้าฝ้าย ลูบไล้แผ่นหลังเนียน สัมผัสความโค้งเว้าของเอวคอด และเลื่อนลงมาบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงผ่านกางเกงนอนเบาๆ ทำให้ฮายอนต้องแอ่นกายเข้าหาอกแกร่งอย่างลืมตัว
แทกยอมผละริมฝีปากออกชั่วครู่ ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว แทกยอมขยับตัวให้ฮายอนเอียงคอเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยกัดฟันเดิมที่ท้ายทอยซึ่งยังคงทิ้งรอยจางๆ เอาไว้ตั้งแต่คืนฝนตก
รอยกัดนั้นเริ่มเปล่งประกายความร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีที่รับรู้ถึงการมีอยู่ของเจ้าของฟีโรโมน!
แทกยอมก้มลงใช้ปลายลิ้นร้อนชื้นเลียไล้รอยกัดนั้นอย่างเชื่องช้า ดูดดึงเบาๆ เพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าของและถ่ายทอดฟีโรโมนซีดาร์เข้มข้นเข้าสู่ต่อมฟีโรโมนของฮายอนโดยตรง
“อ๊า~ ท่านประธานาธิบดีครับ... อึก...” ฮายอนหวีดร้องแผ่วเบา ร่างกายสั่นด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง สองมือเรียวเลื่อนขึ้นไปโอบกอดรอบคอของแทกยอมไว้แน่น เล็บมนจิกเข้ากับท้ายทอยของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว
“คุณฮายอน... ร่างกายของคุณตอบรับผมขนาดนี้... คุณรู้สึกเหมือนกันใช่ไหม” แทกยอมกระซิบเสียงพร่า พลางขบฟันลงบนผิวเนื้อข้างรอยกัดเบาๆ
“อึก... ท่านประธานาธิบดีครับ... มันร้อน... มันร้อนไปหมดแล้วครับ...” ฮายอนหอบหายใจรดซอกคอแทกยอม สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือนด้วยความสุขสมที่ท่วมท้น
“ฝันดีนะครับเด็กดีของแม่” ฮายอนกระซิบแผ่วเบา รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มบนดวงหน้าหวานแทกยอมที่ยืนพิงกรอบประตูเฝ้ามองภาพนั้นด้วยความรัก เดินเข้ามากุมมือฮายอนเบาๆ ก่อนจะพากันก้าวเดินออกจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตามระเบียงหินอ่อนทอดยาว มุ่งหน้าสู่ระเบียงปีกตะวันออกของทำเนียบอันเป็นมุมสงบส่วนตัวสายลมอุ่นยามค่ำคืนพัดพากลีบดอกท้อสีชมพูอ่อนจากสวนพฤกษศาสตร์ด้านล่างให้ลอยละล่องขึ้นมาตามกระแสลม กลิ่นหอมหวานของดอกท้อและลูกพีชขาวผสานเข้ากับกลิ่นไม้ซีดาร์ลุ่มลึกอย่างแนบแน่น เบื้องหน้าคือทัศนียภาพของเมืองชองซองยามราตรี แสงไฟระยิบระยับดั่งทะเลดวงดาวทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า สะท้อนถึงความสงบสุขและความมั่นคงของบ้านเมืองแทกยอมก้าวมายืนซ้อนด้านหลังของฮายอน สองแขนแกร่งสอดประสานโอบรัดรอบเอวบางไว้แน่น ดึงแผ่นหลังของคนรักเข้ามาแนบชิดกับอกกว้างอันอบอุ่น ฮายอนเอนศีรษะพิงไหล่หนาอย่างผ่อนคลาย ปล่อยให้ไออุ่นของคู่แท้แทรกซึมเข้าสู่หัวใจ“เหนื่อยไหมครับคนดีของพี่ วันนี้ต้องรับแขกทั้งคืนเลย” แทกยอมเกยคางลงบนไหล่มน กระซิบถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน“ไม่เหนื่อยเลยครับพี่แทกยอม มีความสุขมากจนล้นหัวใจเลย
“แน่นอนสิครับ หลานรักของพี่ทั้งทีจะให้น้อยหน้าใครได้ยังไง” ซูยองยิ้มร่าพลางโน้มตัวลงจี้เอวฮายังจนเด็กหญิงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “โตขึ้นมาหนูฮายังต้องสวยระดับโลกแน่ๆ ส่วนเจ้าแทฮอนก็ถอดแบบความเก๊กมาจากคุณพ่อเขาเป๊ะๆ ไม่มีผิดเพี้ยน”“เขาเรียกว่าความสุขุมต่างหากล่ะคุณซูยอง พูดจาให้เกียรติหลานชายคนโปรดของผมหน่อยสิครับ” เสียงทุ้มต่ำเข้มของซังฮยอนชอลดังแทรกขึ้น อดีตผู้ช่วยหน่วยข่าวกรองที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งระดับสูงและเพิ่งได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติชั้นสูงสุดด้านความมั่นคง เดินเข้ามาร่วมวงด้วยท่วงท่าองอาจ“คุณลุงฮยอนชอล!” แทฮอนหันขวับ ดวงตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นคุณลุงคนโปรด “พรุ่งนี้คุณลุงจะมาสอนวิชายิงธนูโบราณให้ผมตามสัญญาใช่ไหมครับ”“แน่นอนสิครับท่านชายตัวน้อย ลุงเตรียมคันธนูไม้จำลองไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้เจอกันที่ลานฝึกหลังทำเนียบได้เลย” ฮยอนชอลย่อตัวลงตบบ่าเด็กชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้น“เบาๆ มือหน่อยเถอะคุณฮยอนชอล หลานเพิ่งจะห้าขวบ จะฝึกให้กลายเป็นสายลับหน่วยพิเศษหรือยังไงกัน” อันมีแรเดินก้าวเข้ามาสมทบด้วยชุดราตรีสีน้ำเงินครามสง่าผ่าเผย ปัจจุบันเธอได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุ
ตอนพิเศษ 3โคมไฟระย้าคริสตัลขนาดยักษ์บนเพดานห้องจัดเลี้ยงกลางของทำเนียบบลูการ์เดนเปล่งประกายระยิบระยับ ขับเน้นบรรยากาศโอ่อ่าและอบอุ่นในค่ำคืนสำคัญระดับชาติ เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแว่วหวานผสานกับเสียงพูดคุยของแขกผู้มีเกียรติจากทั่วทุกสารทิศ ค่ำคืนนี้คืองานกาล่าดินเนอร์ฉลองครบรอบห้าปีแห่งการปฏิรูปกฎหมายความเท่าเทียมทางชนชั้น ซึ่งผลักดันให้สาธารณรัฐก้าวสู่ยุคสมัยแห่งความเจริญรุ่งเรืองและสิทธิมนุษยชนอันงดงามแพคฮายอนในชุดสูททักซิโดสีงาช้างตัดเย็บอย่างประณีต ยืนกุมมือลูกน้อยทั้งสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลิ่นหอมหวานของลูกพีชขาวจากกายของสุภาพบุรุษหมายเลขหนึ่งยังคงอบอวลนุ่มละมุนไม่เคยเปลี่ยน แทฮอนในวัยห้าขวบสวมชุดสูททักซิโดสีน้ำเงินเข้มตัวจิ๋วที่เข้าชุดกับบิดา ยืนนิ่งสง่างามด้วยแววตาสุขุมดั่งถอดแบบมาจากประธานาธิบดีไม่มีผิดเพี้ยน ขณะที่ฮายังแฝดผู้น้องสวมชุดกระโปรงผ้าลูกไม้ฟูฟ่องสีพีชอ่อน ดวงตากลมโตสดใสและรอยยิ้มร่าเริงดั่งมารดา“แทฮอนลูก ชายเสื้อสูทตึงไปไหมครับ” ฮายอนก้มลงจัดโบไทสีดำเส้นเล็กให้ลูกชายคนโตด้วยความอ่อนโยน ปลายนิ้วเรียวสัมผัสแก้มเนียนใสของเด็กชายเบาๆ“ไม่เลยครับ พอดีตัวมากครับ” เ
ทั้งสองหยุดยืนอยู่ตรงปลายสะพานไม้ที่ยื่นออกไปกลางทะเล ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงพวกเขาสองคนท่ามกลางความเงียบสงัดของธรรมชาติฮายอนเอนแผ่นหลังพิงอกแกร่ง สองมือหนาของแทกยอมเลื่อนมากุมประสานมือเรียวของคนรักไว้ตรงหน้าท้อง“จำคืนนั้นได้ไหมครับพี่แทกยอม... คืนที่เราสลักพันธะนิรันดร์” ฮายอนเอ่ยถามเสียงหวานแผ่วเบา“พี่จำได้ทุกวินาทีครับคนดี... ไม่มีวันไหนที่พี่จะลืมสัมผัสและความรักที่คุณมอบให้เลย” แทกยอมกดจูบลงบนรอยสลักพันธะที่ท้ายทอยของฮายอน สัมผัสถึงความร้อนผ่าวแห่งจิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกัน“เมื่อก่อน... ฮายอนต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว ฮายอนเคยคิดว่าชีวิตของฮายอนคงไม่มีวันได้พบเจอกับความอบอุ่นแบบนี้ ไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้มีครอบครัว มีลูกที่น่ารัก และมีพี่แทกยอมที่คอยรักและทะนุถนอมฮายอนขนาดนี้ครับ” หยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจเอ่อล้นคลอเบ้าตาคู่สวยแทกยอมประคองร่างโปร่งให้หันกลับมาสบตากัน มือหนาประคองดวงหน้างามขึ้นมารับแสงจันทร์ นิ้วหัวแม่มือช่วยเกลี่ยซับหยาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนที่สุด“คุณคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่โชคชะตามอบให้แก่พี่นะฮายอนอา... ตั้งแต่วินาทีแรกที่พี่ได้กลิ่นพีชของคุณ พี่ก็รู
ตอนพิเศษ 2สายลมฤดูร้อนพัดพากลิ่นไอทะเลสะอาดบริสุทธิ์เข้าปะทะผิวกายอย่างสดชื่น คลื่นสีครามซัดสาดเข้ากระทบหาดทรายขาวเนียนละเอียดของเกาะยองด็อกเป็นฟองคลื่นสีขาว ในช่วงวันหยุดพักผ่อนประจำปี ชเวแทกยอมพาแพคฮายอนและลูกแฝดวัยหนึ่งขวบครึ่งเดินทางกลับมาเยือนวิลล่าริมหน้าผาอีกครั้ง โดยมีเพื่อนสนิททั้งสี่คนร่วมเดินทางมาพักผ่อนด้วยอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศริมชายหาดส่วนตัวจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความคึกคักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนผู้อำนวยการซังฮยอนชอลในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ กำลังให้แทฮอนตัวน้อยขี่คอ วิ่งเหยาะๆ ไปตามแนวชายหาด แทฮอนหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ สองมือน้อยเกาะศีรษะของลุงฮยอนชอลไว้แน่นอย่างไม่กลัวความสูง“เร็วอีกครับลุงฮยอนชอล! แทฮอนบินได้แล้ว!” หนุ่มน้อยอัลฟ่าส่งเสียงเจื้อยแจ้ว แผ่กลิ่นไม้ซีดาร์จางๆ ด้วยความสนุกสนาน“เกาะแน่นๆ นะเจ้าตัวแสบ! วันนี้ลุงจะพาบินข้ามเกาะยองด็อกเลย!” ฮยอนชอลหัวเราะร่า พาหลานชายหมุนตัวไปรอบๆ ท่ามกลางเสียงปรบมือของทุกคนไม่ไกลกันนัก บนร่มชายหาดผืนใหญ่ อันมีแรและท่านทูตยุนซูยอง กำลังนั่งล้อมวงก่อปราสาททรายร่วมกับ ชเวฮายัง ตัวน้อยที่สวมชุดว่ายน้ำลายลูกพีชพร้อม
ทูตหญิงอาวุโสจากยุโรปเอ่ยชื่นชมด้วยความประทับใจ “คุณฮายอนไม่เพียงแต่มีบุคลิกภาพที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เท่านั้น แต่ผลงานการขับเคลื่อนนโยบายสิทธิมนุษยชนของคุณยังกลายเป็นต้นแบบให้แก่นานาชาติด้วยค่ะ ท่านประธานาธิบดีช่างโชคดีเหลือเกินที่มีคู่ชีวิตที่ยอดเยี่ยมและชาญฉลาดเช่นนี้”“ขอบคุณมากครับท่านทูต ความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนจากประชาชนทุกคนและความมุ่งมั่นของท่านประธานาธิบดีครับ” ฮายอนตอบอย่างนอบน้อมและสง่างามมีแรที่ยืนมองอยู่ข้างๆ สะกิดแขนซูยองเบาๆ น้ำตาซึมด้วยความภาคภูมิใจ “ดูฮายอนสิคุณซูยอง... จากเด็กจดหมายเหตุขี้อายที่เคยโดนรังแกในวันนั้น ตอนนี้สง่างามจนผู้นำระดับโลกยังต้องยอมรับนับถือ ฉันภูมิใจในตัวเพื่อนคนนี้จนบรรยายไม่ถูกจริงๆ ค่ะ”“ท่านแทกยอมเลือกคนไม่ผิดหรอกครับมีแร ฮายอนคือเพชรน้ำหนึ่งที่คู่ควรกับตำแหน่งนี้ที่สุด และความดีงามของเขาก็เปล่งประกายให้ทุกคนได้ประจักษ์แล้ว” ซูยองยิ้มรับด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้นในจังหวะนั้นเอง ชเวแทกยอมในชุดสูทประธานาธิบดีเต็มยศก้าวเข้ามาสมทบในศาลาจัดแสดง แทกยอมเดินตรงเข้ามายืนเคียงข้างฮายอน วางมือลงบนเอวคอดของคนรักอย่างเป็นธร







