LOGINบัตรถูกระงับครับ…เสมือนฟ้าถล่ม ‘ทิศเหนือ’ หน้าหดเหลือสองนิ้ว แต่โชคดีแม้จะโดนสาวที่ดีลไว้เทก็ยังมีเทพบุตรนามว่า ‘ฟาร์’ เข้ามาช่วยเหลือแลกกับทิศต้องผันตัวเองจากทายาทเศรษฐีกลายเป็นเพื่อนเที่ยวให้เขา
View More“ถ้าฟาร์อยากไปขนาดนั้นลองขอคุณท่านสิ ถ้าเขาอนุญาตผมก็จะไปด้วย” ชายผิวสีแทนใบหน้าคร้ามคมกล่าวพลางปลดนาฬิกาข้อมือวางบนโต๊ะนั่งเล่น วางมือถือไว้ข้างกันก่อนย้ายร่างขึ้นคร่อมหน้าตักแกร่งของคนรักลับ ๆ
“มันอนุญาตแล้ว เดี๋ยวมันกลับมาเราก็ไปกันเลย” ปลายนิ้วไล้แก้มแผ่วเบา มืออีกข้างจับแว่นคาดผมที่ปรกหน้าแล้วดูดชิมริมฝีปากเย็นชืดก่อนผละออก “น้องแก้มเป็นไงบ้าง”
“อาการดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณที่ช่วยพูดกับคุณท่านให้นะ แฟนใครครับน่ารักจัง” กวียิ้มกว้างจนดวงตาปิดสนิท สีหน้าสดใสผิดจากปกติที่มักไม่แสดงอารมณ์จนดูไม่น่าคบหา
“ก็ไม่อยากเห็นแฟนตัวเองทำหน้าเศร้าทุกวันไง” ท่อนแขนแข็งแรงกระชับร่างสันทัด ทำท่าจะเล้าโลมก่อนการร่วมรักเช่นเคย ทว่าเสียงข้อความจากโทรศัพท์คู่ขาดังรัวไม่หยุด ฟาร์จึงเอื้อมไปหยิบมันด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“ใครเหรอฟาร์” เห็นอีกฝ่ายเงียบจนน่าใจหาย กวีเดาว่ามันไม่ใช่เรื่องดีจึงรีบแย่งของส่วนตัวคืน
[ไหนโรงแรมที่นายแกไปพัก ทำไมต้องให้รอตลอด คิดว่าฉันแค่ขู่เหรอ]
“มะ…มันไม่มีอะไรเลยฟาร์” มือหนาพุ่งตะปบคางมนแล้วบีบอย่างแรง ขู่เข็ญกระชากของในมือกลับไป “มะ…ไม่ใช่นะ”
“หุบปาก!” ผลักตัวคนร่างบนออก สวมรอยเป็นเจ้าของเครื่องไล่อ่านข้อความทั้งหมด กวีรายงานชีวิตประจำวันของเคลย์และซิลไม่มีบกพร่อง
ความโกรธแล่นปราดขึ้นขมับ แต่นั่นไม่เท่าการได้เห็นบางอย่างหลังสิ้นสุดข้อความนั้น มันคือคลิปน่าสมเพชของคนรักตัวเองกับอดีตคนของเคลย์
“นี่พวกมึง…” ในใจฟาร์คัดค้าน แต่สิ่งปรากฎกลับแจ่มชัดทั้งเสียงครวญครางเรียกชื่อก็สะท้อนก้องในหูซ้ำแล้วซ้ำเล่า คล้ายถูกค้อนเหล็กทุบกระแทกตอกย้ำความเจ็บปวด
“ฟาร์…ผมกับคุณแจ๊สเราแค่เมา”
ยิ่งเพิ่มโทสะถึงขีดสุดจนกลั่นออกมาเป็นหยาดน้ำตารื้น มือไม้สั่นระริกอยากสาดความรุนแรงใส่คนรักให้เจ็บแสบ แต่หัวใจมันเจ็บจนไม่มีแรงเหลือ “ข้ออ้างโง่ ๆ! ถ้าเมาแล้วไปเอากับใครก็ได้มันจะต่างอะไรกับหมาจรจัดวะ!!”
“จริง ๆ นะ ที่ผมต้องขายเรื่องคุณท่านก็เพราะ…ผมกลัว”
ฟาร์แค่นหัวเราะทั้งน้ำตา โคตรสมเพชตัวเอง…คนที่เขามอบความหวังดีให้ตลอดสองปี โบนัส เงินเดือนและความช่วยเหลือที่อุตส่าห์ร้องขอเจ้านายเพื่อคนรัก “ตลกดีว่ะ กูต้องมาใช้เมียร่วมกับไอ้เหี้ยนั่น แม่ง…”
“มันแค่ครั้งเดียวเท่านั้นฟาร์ ผมไม่เคย…”
“เงียบ!” เขาไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องการรับรู้อะไรอีกแล้ว
“ฮึก!…ให้โอกาสผมสักครั้งนะ ผมสัญญาจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก” กวีทิ้งศักดิ์ศรีคุกเข่า ร่ำไห้อ้อนวอน แต่แม้เศษเสี้ยวความสงสารเขาก็ไม่เห็นจากแววตาที่คุ้นเคยนั่น
คลิปถูกส่งต่อเข้าแชทเจ้าตัวพร้อมคำบอกลา “ผูกเองก็แก้เองแล้วกัน ส่วนเรื่องของเราให้มันจบแค่นี้”
----------
กวัดแกว่งแก้วเหล้าในมือหยอกล้อกับแสงไฟสลัวภายในร้านชื่อดังก่อนทอดถอนใจให้กับความโง่เขลา
เขาไม่สงสารกวีหรือ…ถูกแล้ว ไม่เลย สงสารตัวเองมากกว่าที่ยังทำหน้าที่คนรักอย่างดีในขณะที่บนกบาลมีเขางอกยาวขึ้นทุกวัน
หากมันเป็นความผิดพลาดจริง ๆ กวีควรปรึกษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ถึงแน่นอนอยู่แล้วว่าเขาต้องโกรธ แต่คงช่วยแก้ไขได้ ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องมันเลยเถิดอย่างนี้
“บัตรเครดิตถูกระงับครับ”
“ลองใบนี้ได้ไหมครับ”
“ใบนี้ก็ถูกระงับครับ”
ฟาร์หันไปสนใจเสียงถกเถียงของพนักงานกับลูกค้ารายหนึ่งแทน ดวงตาหม่นจับจ้องคนที่นั่งถัดไปสองช่วงเก้าอี้อย่างใคร่รู้ แล้วจู่ ๆ ริมฝีปากก็ยกขึ้น
“พี่รับโอนไหมครับ” พนักงานหนุ่มพยักหน้าแล้วยื่นแผ่นคิวอาร์โค้ดให้ “เอ่อ…ลืมไปว่าค่าขนมยังไม่ออก”
“ไม่ตลกนะครับคุณลูกค้า”
“ไม่ได้ตลกนะพี่ ช่วงนี้การเงินผมวิกฤตจริง ๆ”
“โทรยืมเพื่อนได้ไหมครับ”
“เท่าไรครับ” ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดอะไรอยู่ แต่เห็นท่าทีอับจนหนทางแล้วสงสาร ยื่นเครดิตการ์ดให้พนักงานแทน อีกฝ่ายจึงเหลียวมามองเต็มตา ตอนนั้นฟาร์ถึงได้รู้ว่าเด็กคนนี้ตรงสเป็กมาก
“เฮงซวย!” ไม่ใช่เสียงของคนได้รับการช่วยเหลือ แต่เป็นของคู่ขา “คราวหน้าไม่มีเงินก็ไปซื้อเหล้าขาวแดกซะ!”
“เอ้าอีนี่!” เด็กหนุ่มหน้าคมเผยอปากด่าได้ไม่กี่คำ หญิงสาวรายนั้นก็หุนหันออกไปแล้ว
ฟาร์มองทุกอย่างเงียบ ๆ รับบัตรคืนมาดูยอดแล้วแค่นขำ “คอติดหรูนะ”
“ขอบคุณนะครับ” ยกมือไหว้จรดหัวคิ้วก่อนยื่นโทรศัพท์ให้
“พี่ไม่รับจำนำของ”
“เปล่าครับ ขอเบอร์พี่ไว้หน่อย ค่าขนมออกแล้วผมจะโอนคืน”
“จะออกเมื่อไรล่ะ พี่เป็นมนุษย์เงินเดือนนะ”
“ถ้าตึงขนาดนั้นก็ไม่ต้องช่วยคนอื่นเขาสิ พี่ไม่เคยได้ยินเหรอ เอ็นดูเขาเอ็นเราขาด” พลันพี่ชายสวมแว่นแววตาเจื่อนลง เด็กหนุ่มจึงตระหนักว่าตนอาจพูดอะไรผิด “ขอโทษครับ”
“เรื่อง?”
“ไม่รู้ เห็นพี่ทำหน้าจ๋อย”
“ถ้าพี่ไม่เอาเงินแต่แลกกับความช่วยเหลือแทนล่ะ” คิ้วอีกฝ่ายขมวดมุ่น “ไม่ผิดกฎหมายหรอก”
“งานที่ว่า…”“นายไม่อยากรู้หรอก” ทิศเหนือวิ่งตามฟาร์ไปคุกเข่าข้างโซฟาในขณะที่เจ้าของห้องกำลังทิ้งตัว“ทิศอยากรู้”“ไปนอน” เด็กดื้อไม่ยอมไป ทำตาวาวอยากรู้อยากเห็นอีก“พี่ก็รู้ว่าทิศไม่มีเงิน จ้างหน่อยนะครับ”น้ำเสียงออดอ้อนนี้กระชากใจเป็นบ้า ใจเย็นเว้ยฟาร์ ใจเย็น “จ้างได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้” มุ่ยหน้าพลิกตัวพิงโซฟา แหงนใบหน้ามองฟาร์พลันถอนหายใจ รุ่นพี่เผลอยิ้มก่อนถามความสงสัยว่าทิศเหนือต้องการอะไรอีก “ไปนอนบนเตียงด้วยกันสิครับ เดี๋ยวก็ปวดหลังหรอก” “จะให้พี่ไปนอนด้วยนี่…กล้าเหรอ?” นี่ไม่ใช่คำถามแต่เป็นคำเตือน“ผู้ชายเหมือนกัน”“ลืมเหรอ…พี่ชอบผู้ชาย” ทิศเหนือพลิกตัวกลับ เท้าคางจ้องฟาร์อย่างเต็มตา ฉีกยิ้มกว้างส่ายหัวริก ๆ“เพื่อนสนิททิศที่เป็นแบบพี่ก็มี เคยนอนด้วยกันบ่อย ๆ ทิศก็ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไร”ฟาร์กระตุกยิ้มกวาดขาคร่อมระหว่างร่างสันทัด โน้มใบหน้าประชิดจ้องดวงตาสุกใส “แต่พี่ไม่ใช่เพื่อนนาย กลัวไว้บ้างก็ดี”“ไม่กลัว”“นี่ท้า?” ในจินตนาการของฟาร์มันไปไกลมากแล้ว แต่เขายังยับยั้งใจได้อยู่ แม้ถูขมับเคร่งเครียดหลายครั้ง “อย่าเล่นกับใจคนเพิ่งอกหักได้ไหมทิศ ไปนอนเลย”“ทิศอยากจ้างพี่บ้างจัง” เ
“เพื่อนล่ะ”‘อ้อ! มันไปธุระครับ…ช่างเถอะ ทิศรอนิติก็ได้’“นิติหรือร้านสะดวกซื้อน่ะ นาย…สนใจไปนอนคอนโดราคาห้าล้านไหมล่ะ พี่ไม่คิดเงิน” ไม่นานทิศเหนือก็มาพร้อมกระเป๋าสัมภาระ เห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวมีท่าทีประดักประเดิดซึ่งขัดกับหน้าคมเย่อหยิ่ง มันจึงเป็นความย้อนแย้งที่น่ารัก“ทิศไม่รบกวนพี่เยอะหรอก สัญญาว่าวันนี้วันเดียว” คนถูกรบกวนยิ้มบางพลางยักไหล่ไม่ถือสา รู้สึกทั้งเบาและสบายใจมากที่เด็กตรงสเปกไม่ได้ทำเรื่องแบบนั้น ---------- ห้องของพี่ชายคนนี้ขนาดเล็กกว่าแต่ไม่ได้ทำให้ทิศเหนือรู้สึกอึดอัด เรื่องอื่นต่างหากที่กำลังก่อกวนใจ “แฟนพี่คงไม่มาง้อพี่ตอนนี้ใช่ไหมครับ ทิศแค่ไม่ชอบเรื่องน่ารำคาญ”“ไม่หรอก เขาไม่เคยมา”“แปลก” บ่นว่าแปลกแต่กลับนึกขึ้นได้ ทิศเหนือก็ไม่เคยพาใครเข้าห้องเหมือนกัน เพราะกลัวแม่บ้านที่แม่จ้างมาจะเอาไปฟ้องเสียหาย แค่นี้ลูกชายก็ตกระกำลำบากจะแย่อยู่แล้ว“เขากลัวคนอื่นรู้เลยต้องคบกันแบบลับ ๆ”“พี่เป็นบ้านเล็กเหรอ”“เขาแค่…อาย” ฟาร์แค่นยิ้มเยาะพลางชี้ไปยังห้องน้ำด้านนอก “ส่วนพี่จะไปอาบในห้อง”“พี่ฟาร์ ทิศ…หิว”“บะหมี่อยู่ในตู้เย็น” สองขาชะงักเมื่อเห็นแขกทำหน้าแห้งเหมือนจนปัญ
ฟาร์แค่นหัวเราะก่อนหยิบมันใส่กระเป๋าเสื้อ เขาเข้าใจดี มันเป็นวิธีที่ทำให้ใจบอบช้ำกลับมาแข็งแรงได้เร็วที่สุด“มันอาจจะได้ผลหรือไม่ได้ แต่ดีกว่าปล่อยให้ตัวเองเศร้านะพี่”“อืม” เขารู้อยู่แล้ว เคยให้ซิลเข้าหาเพื่อนสนิทเพื่อช่วยปรับสภาพจิตใจหมอนั่นเหมือนกัน แต่ที่มันได้ผลเพราะทั้งคู่ถูกสเปกกันและกันอยู่แล้ว “พี่…เจอคนที่ถูกสเปกไม่บ่อยหรอก”“พี่ชอบมนุษย์ต่างดาวเหรอ หรือชอบเทวดา”“พี่ก็ชอบคนธรรมดานี่แหละ” แต่คนธรรมดาที่ว่าส่วนมาก เทิร์นตัวเองไปเป็นรุกกันหมดแล้ว“งั้นก็ไม่เห็นยาก วันนี้ไม่เจอพรุ่งนี้ก็อาจได้เจอ”ริมฝีปากที่แตะแก้วเหล้าชะงักเล็กน้อย แต่ก็ตัดใจดื่มของเหลวลงคอ ไม่คิดเอ่ยตามตรงว่า ทิศเหนือ น่ะโคตรใช่ ดวงตาคมดุรับกับเส้นคิ้วหนา จมูกโด่งสันทอดยาวเอื้อให้ริมฝีปากเอิบอิ่มสีอ่อนดูโดดเด่น และเพื่อไม่ให้ตัวเองกลับไปเรียนบทเดิม เขาต้องศึกษานิสัยใจคอให้ถี่ถ้วน แล้วค่อยคิดสานต่อหรือปล่อยผ่าน“ดึกแล้ว ทิศขอกลับก่อนได้ไหมครับพรุ่งนี้มีเรียน” เหลียวไปดันขวดเหล้าให้ “ทิศยกให้”“ซาบซึ้งนะ แต่พี่จ่าย” ทิศเหนือยิ้มเผล่ ชายสวมแว่นเห็นอย่างนั้นก็กระแอมไอเบา ๆ “ไม่ต้องมายิ้ม”“อ้าว! อารมณ์ดีไม่ได้เ
“แน่นะ” ยิ้มพลางพยักหน้า “งั้นขอเบอร์กับเรื่องให้ช่วยหน่อยครับ” พิมพ์เบอร์โทรเข้าเครื่องตัวเองแล้วยื่นคืนให้เด็กหน้าดุ “พี่ลาพักร้อนไว้จะไปเที่ยวกับแฟนอีกสองวันข้างหน้า แต่พอดีเกิดเรื่อง…”“แฟนพี่นอกใจ?” ดวงตาเรียวตวัดจ้องกันก่อนแค่นยิ้มไม่ถือสา “พี่ก็แค่ยกเลิก”“ไม่ได้ จ่ายไปหมดแล้วทั้งค่าห้องค่าเครื่อง เสียดายเงิน”“ถ้าผมไปด้วยพี่จะจ่ายเท่าไร” เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้ แต่กว่าค่าขนมจะออกก็เกือบสิ้นเดือน ระหว่างนี้เขาต้องรอด“พี่ไม่รู้เรทราคาซะด้วยสิ”“เดี๋ยวผมถามเพื่อนก่อน” แชทหาเพื่อนที่รับงานเที่ยวแล้วหันไปให้คำตอบ “มันบอกว่ากินข้าวสองชั่วโมงหนึ่งพันบวกเที่ยวสามพัน ออกต่างจังหวัดแปดพันค้างคืนหมื่นสอง”“แพงแฮะ” ฟาร์ยิ้มเร้าถอดแว่นคลึงสันดั้ง ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกแอบถ่ายรูปส่งให้คนอื่นแล้ว“แต่เพื่อนผมบอกว่า ถ้าลูกค้าหล่อต่อเหลือครึ่งราคา” อ่านข้อความตามที่เห็น แต่จงใจทำเมินข้อความที่เหลือ[ลูกค้าหล่อขนาดนี้ ถ้ามึงไม่ไปกูจะเสนอตัวเอง]“พี่ให้วันละหมื่น แค่นอนร่วมห้องไม่ต้องร่วมรัก นายว่าไง”“ถามเพื่อนก่อน…” มือหนาดันโทรศัพท์ให้เด็กหนุ่มเลิกถามคนอื่นสักที มันรำคาญลูกตา “ถ้าจะถามขนาดน