LOGIN“ผมสั่งให้ไปนั่ง” น้ำเสียงเข้มขึ้นทำให้ฮายอนต้องรีบก้าวเท้าไปนั่งลงบนโซฟาทันที
แทกยอมลุกจากโต๊ะ เดินตามมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้าม รินชาร้อนลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบแล้วเลื่อนมาตรงหน้าฮายอน พร้อมกับจานขนมปังอบเนยสด
“ดื่มซะ แล้วกินขนมให้หมด” แทกยอมสั่ง “อย่าปล่อยให้ตัวเองขาดน้ำจนเป็นลมตายในห้องทำงานของผม มันจะทำให้ผมเสียเวลาทำงาน และทำให้ประวัติการทำงานของผมมัวหมอง”
แม้ถ้อยคำจะฟังดูเย็นชาและกระด้างกระเดื่อง ทว่าไออุ่นจากถ้วยชาและกลิ่นหอมของคาโมมายล์กลับช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ในท้องของฮายอนได้อย่างประหลาด ฮายอนประคองถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ กัดขนมปังเข้าปากคำเล็กๆ ความอุ่นซ่านแผ่กระจายไปทั่วอก
“รสชาติดีไหม” แทกยอมถามเรียบๆ
“อร่อยมากครับท่าน... ขอบคุณมากนะครับ” ฮายอนเอ่ยแผ่วเบา สบตากับแทกยอมที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาเรียบเฉย
“ถ้าดื่มเสร็จแล้วก็พักสักสิบนาที แล้วค่อยกลับไปทำงานต่อ วันนี้ผมต้องออกไปประชุมสภาตอนบ่าย คุณจะต้องอยู่ตรวจเอกสารที่นี่คนเดียว ห้ามเดินเพ่นพ่านไปไหนเด็ดขาด”
ช่วงบ่ายโมง แทกยอมพร้อมคณะติดตามเดินทางออกจากทำเนียบเพื่อเข้าร่วมการประชุมสภาความมั่นคง ปล่อยให้ห้องทำงานใหญ่ตกอยู่ในความเงียบสงบอีกครั้ง
ฮายอนนั่งทำงานอย่างตั้งใจ กลิ่นชาคาโมมายล์และฟีโรโมนซีดาร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในห้องช่วยให้เขามีสมาธิมากขึ้น ร่างโปร่งคัดแยกเอกสารโบราณไปได้หลายสิบแผ่นอย่างคล่องแคล่ว
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่จองดงฮยอกจะก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารราชการอีกปึกหนึ่ง
“เป็นไงบ้างคุณฮายอน อยู่กับไอ้... เอ่อ อยู่กับท่านประธานาธิบดีทั้งเช้า อึดอัดแย่เลยสิ” ดงฮยอกเอ่ยทักอย่างเป็นกันเอง พลางเดินเข้ามาหยุดข้างโต๊ะทำงานของฮายอน
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับท่านเลขาฯ ท่านประธานาธิบดีมีเมตตามากครับ ให้ชาร้อนกับของว่างผมด้วย” ฮายอนตอบพร้อมรอยยิ้มละมุน
ดงฮยอกเลิกคิ้วสูงอย่างไม่อยากจะเชื่อ ‘ไอ้แทกยอมเนี่ยนะมีเมตตา สั่งคนรินชาให้โอเมก้า... ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมันใส่ใจใครขนาดนี้มาก่อน’
ดงฮยอกกวาดสายตามองรอบห้อง ก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง
“ผมแวะมาเตือนคุณด้วยความหวังดีนะคุณฮายอน ตอนนี้สายข่าวรายงานมาว่า คนของ ส.ส. คังจินฮวัน ฝ่ายค้าน กำลังเริ่มตั้งคำถามเรื่องการย้ายตัวคุณเข้ามาในปีกตะวันออก พวกมันพยายามขุดคุ้ยประวัติของคุณเพื่อเอามาเล่นงานแทกยอมในสภา”
ฮายอนชะงัก ช้อนสายตามองดงฮยอกด้วยความกังวล “ท่านคังจินฮวัน... ทำไมเขาถึงต้องสนใจคนธรรมดาอย่างผมด้วยล่ะครับ”
“เพราะแทกยอมไม่เคยดึงใครเข้ามาทำงานในห้องส่วนตัวแบบนี้มาก่อนไงล่ะ” ดงฮยอกถอนหายใจ “ในสายตาของพวกมัน ทุกอย่างคือการเมือง ทุกคนรอบตัวแทกยอมคือเป้าหมายในการทำลายล้าง พวกมันเคยใช้วิธีสกปรกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งปล่อยข่าวลือ ทั้งแบล็กเมล์ เพราะงั้นอย่าไว้ใจใครในทำเนียบนี้เด็ดขาด ไม่ว่าใครจะมาตีสนิทก็ตาม เข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้วครับท่านเลขาฯ ผมจะระวังตัวให้มากที่สุดครับ”
“ดีมาก มีอะไรน่าสงสัยรีบบอกผมทันทีนะ” ดงฮยอกตบบ่าฮายอนเบาๆ แล้วเดินออกจากห้องไปเพื่อไปจัดการงานประชุมต่อ
หลังจากดงฮยอกกลับไป ฮายอนก็ก้มหน้าทำงานต่อเพื่อคลายความวิตกกังวล ทว่าในจังหวะที่เขากำลังแกะเชือกผูกกล่องไม้โบราณใบหนึ่งที่ระบุว่าเป็นเอกสารสัญญาทางการทูตในอดีต แผ่นกระดาษเนื้อหนาสีขาวนวลแผ่นหนึ่งที่ถูกสอดซ่อนอยู่ใต้ก้นกล่องก็ร่วงหล่นลงมาบนตัก
ฮายอนหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย มันไม่ใช่กระดาษสาโบราณ แต่เป็นกระดาษพิมพ์เอกสารราชการสมัยใหม่ที่หัวกระดาษประทับตรา ‘สัญญาความร่วมมือพิเศษด้านเวชภัณฑ์’
สายตาของฮายอนเลื่อนลงมาอ่านข้อความอย่างรวดเร็ว เนื้อหากล่าวถึงการนำเข้าสารตั้งต้นยาระงับฟีโรโมนรุ่นทดลองที่ยังไม่ผ่านการรับรอง และที่ด้านล่างสุดของเอกสาร... มีตราประทับตระกูลคัง พร้อมลายเซ็นของคังจินฮวัน!
‘นี่มัน... เอกสารอะไรกัน ทำไมถึงมาซ่อนอยู่ในกล่องของตระกูลชเวได้!’
หัวใจของฮายอนเต้นระรัวราวกับกลองศึก สัญชาตญาณบอกเขาว่านี่คือหลักฐานอันตรายระดับชาติ!
แกร๊ก... พรึ่บ!
ยังไม่ทันที่ฮายอนจะได้คิดอ่านประการใด บานประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง!
ชเวแทกยอมก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แววตาดำขลับฉายประกายดุดัน เสื้อสูทตัวนอกถูกถอดพาดไว้บนแขน ร่างสูงชะงักฝีเท้าทันทีเมื่อเห็นแผ่นกระดาษในมือของฮายอนและสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีดของคนตัวเล็ก!
“คุณกำลังถืออะไรอยู่ในมือ... แพคฮายอน!”
“ฝันดีนะครับเด็กดีของแม่” ฮายอนกระซิบแผ่วเบา รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มบนดวงหน้าหวานแทกยอมที่ยืนพิงกรอบประตูเฝ้ามองภาพนั้นด้วยความรัก เดินเข้ามากุมมือฮายอนเบาๆ ก่อนจะพากันก้าวเดินออกจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบ ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตามระเบียงหินอ่อนทอดยาว มุ่งหน้าสู่ระเบียงปีกตะวันออกของทำเนียบอันเป็นมุมสงบส่วนตัวสายลมอุ่นยามค่ำคืนพัดพากลีบดอกท้อสีชมพูอ่อนจากสวนพฤกษศาสตร์ด้านล่างให้ลอยละล่องขึ้นมาตามกระแสลม กลิ่นหอมหวานของดอกท้อและลูกพีชขาวผสานเข้ากับกลิ่นไม้ซีดาร์ลุ่มลึกอย่างแนบแน่น เบื้องหน้าคือทัศนียภาพของเมืองชองซองยามราตรี แสงไฟระยิบระยับดั่งทะเลดวงดาวทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า สะท้อนถึงความสงบสุขและความมั่นคงของบ้านเมืองแทกยอมก้าวมายืนซ้อนด้านหลังของฮายอน สองแขนแกร่งสอดประสานโอบรัดรอบเอวบางไว้แน่น ดึงแผ่นหลังของคนรักเข้ามาแนบชิดกับอกกว้างอันอบอุ่น ฮายอนเอนศีรษะพิงไหล่หนาอย่างผ่อนคลาย ปล่อยให้ไออุ่นของคู่แท้แทรกซึมเข้าสู่หัวใจ“เหนื่อยไหมครับคนดีของพี่ วันนี้ต้องรับแขกทั้งคืนเลย” แทกยอมเกยคางลงบนไหล่มน กระซิบถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน“ไม่เหนื่อยเลยครับพี่แทกยอม มีความสุขมากจนล้นหัวใจเลย
“แน่นอนสิครับ หลานรักของพี่ทั้งทีจะให้น้อยหน้าใครได้ยังไง” ซูยองยิ้มร่าพลางโน้มตัวลงจี้เอวฮายังจนเด็กหญิงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก “โตขึ้นมาหนูฮายังต้องสวยระดับโลกแน่ๆ ส่วนเจ้าแทฮอนก็ถอดแบบความเก๊กมาจากคุณพ่อเขาเป๊ะๆ ไม่มีผิดเพี้ยน”“เขาเรียกว่าความสุขุมต่างหากล่ะคุณซูยอง พูดจาให้เกียรติหลานชายคนโปรดของผมหน่อยสิครับ” เสียงทุ้มต่ำเข้มของซังฮยอนชอลดังแทรกขึ้น อดีตผู้ช่วยหน่วยข่าวกรองที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งระดับสูงและเพิ่งได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติชั้นสูงสุดด้านความมั่นคง เดินเข้ามาร่วมวงด้วยท่วงท่าองอาจ“คุณลุงฮยอนชอล!” แทฮอนหันขวับ ดวงตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นคุณลุงคนโปรด “พรุ่งนี้คุณลุงจะมาสอนวิชายิงธนูโบราณให้ผมตามสัญญาใช่ไหมครับ”“แน่นอนสิครับท่านชายตัวน้อย ลุงเตรียมคันธนูไม้จำลองไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้เจอกันที่ลานฝึกหลังทำเนียบได้เลย” ฮยอนชอลย่อตัวลงตบบ่าเด็กชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้น“เบาๆ มือหน่อยเถอะคุณฮยอนชอล หลานเพิ่งจะห้าขวบ จะฝึกให้กลายเป็นสายลับหน่วยพิเศษหรือยังไงกัน” อันมีแรเดินก้าวเข้ามาสมทบด้วยชุดราตรีสีน้ำเงินครามสง่าผ่าเผย ปัจจุบันเธอได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุ
ตอนพิเศษ 3โคมไฟระย้าคริสตัลขนาดยักษ์บนเพดานห้องจัดเลี้ยงกลางของทำเนียบบลูการ์เดนเปล่งประกายระยิบระยับ ขับเน้นบรรยากาศโอ่อ่าและอบอุ่นในค่ำคืนสำคัญระดับชาติ เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแว่วหวานผสานกับเสียงพูดคุยของแขกผู้มีเกียรติจากทั่วทุกสารทิศ ค่ำคืนนี้คืองานกาล่าดินเนอร์ฉลองครบรอบห้าปีแห่งการปฏิรูปกฎหมายความเท่าเทียมทางชนชั้น ซึ่งผลักดันให้สาธารณรัฐก้าวสู่ยุคสมัยแห่งความเจริญรุ่งเรืองและสิทธิมนุษยชนอันงดงามแพคฮายอนในชุดสูททักซิโดสีงาช้างตัดเย็บอย่างประณีต ยืนกุมมือลูกน้อยทั้งสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลิ่นหอมหวานของลูกพีชขาวจากกายของสุภาพบุรุษหมายเลขหนึ่งยังคงอบอวลนุ่มละมุนไม่เคยเปลี่ยน แทฮอนในวัยห้าขวบสวมชุดสูททักซิโดสีน้ำเงินเข้มตัวจิ๋วที่เข้าชุดกับบิดา ยืนนิ่งสง่างามด้วยแววตาสุขุมดั่งถอดแบบมาจากประธานาธิบดีไม่มีผิดเพี้ยน ขณะที่ฮายังแฝดผู้น้องสวมชุดกระโปรงผ้าลูกไม้ฟูฟ่องสีพีชอ่อน ดวงตากลมโตสดใสและรอยยิ้มร่าเริงดั่งมารดา“แทฮอนลูก ชายเสื้อสูทตึงไปไหมครับ” ฮายอนก้มลงจัดโบไทสีดำเส้นเล็กให้ลูกชายคนโตด้วยความอ่อนโยน ปลายนิ้วเรียวสัมผัสแก้มเนียนใสของเด็กชายเบาๆ“ไม่เลยครับ พอดีตัวมากครับ” เ
ทั้งสองหยุดยืนอยู่ตรงปลายสะพานไม้ที่ยื่นออกไปกลางทะเล ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงพวกเขาสองคนท่ามกลางความเงียบสงัดของธรรมชาติฮายอนเอนแผ่นหลังพิงอกแกร่ง สองมือหนาของแทกยอมเลื่อนมากุมประสานมือเรียวของคนรักไว้ตรงหน้าท้อง“จำคืนนั้นได้ไหมครับพี่แทกยอม... คืนที่เราสลักพันธะนิรันดร์” ฮายอนเอ่ยถามเสียงหวานแผ่วเบา“พี่จำได้ทุกวินาทีครับคนดี... ไม่มีวันไหนที่พี่จะลืมสัมผัสและความรักที่คุณมอบให้เลย” แทกยอมกดจูบลงบนรอยสลักพันธะที่ท้ายทอยของฮายอน สัมผัสถึงความร้อนผ่าวแห่งจิตวิญญาณที่เชื่อมถึงกัน“เมื่อก่อน... ฮายอนต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว ฮายอนเคยคิดว่าชีวิตของฮายอนคงไม่มีวันได้พบเจอกับความอบอุ่นแบบนี้ ไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้มีครอบครัว มีลูกที่น่ารัก และมีพี่แทกยอมที่คอยรักและทะนุถนอมฮายอนขนาดนี้ครับ” หยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจเอ่อล้นคลอเบ้าตาคู่สวยแทกยอมประคองร่างโปร่งให้หันกลับมาสบตากัน มือหนาประคองดวงหน้างามขึ้นมารับแสงจันทร์ นิ้วหัวแม่มือช่วยเกลี่ยซับหยาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนที่สุด“คุณคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่โชคชะตามอบให้แก่พี่นะฮายอนอา... ตั้งแต่วินาทีแรกที่พี่ได้กลิ่นพีชของคุณ พี่ก็รู
ตอนพิเศษ 2สายลมฤดูร้อนพัดพากลิ่นไอทะเลสะอาดบริสุทธิ์เข้าปะทะผิวกายอย่างสดชื่น คลื่นสีครามซัดสาดเข้ากระทบหาดทรายขาวเนียนละเอียดของเกาะยองด็อกเป็นฟองคลื่นสีขาว ในช่วงวันหยุดพักผ่อนประจำปี ชเวแทกยอมพาแพคฮายอนและลูกแฝดวัยหนึ่งขวบครึ่งเดินทางกลับมาเยือนวิลล่าริมหน้าผาอีกครั้ง โดยมีเพื่อนสนิททั้งสี่คนร่วมเดินทางมาพักผ่อนด้วยอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศริมชายหาดส่วนตัวจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความคึกคักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนผู้อำนวยการซังฮยอนชอลในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ กำลังให้แทฮอนตัวน้อยขี่คอ วิ่งเหยาะๆ ไปตามแนวชายหาด แทฮอนหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ สองมือน้อยเกาะศีรษะของลุงฮยอนชอลไว้แน่นอย่างไม่กลัวความสูง“เร็วอีกครับลุงฮยอนชอล! แทฮอนบินได้แล้ว!” หนุ่มน้อยอัลฟ่าส่งเสียงเจื้อยแจ้ว แผ่กลิ่นไม้ซีดาร์จางๆ ด้วยความสนุกสนาน“เกาะแน่นๆ นะเจ้าตัวแสบ! วันนี้ลุงจะพาบินข้ามเกาะยองด็อกเลย!” ฮยอนชอลหัวเราะร่า พาหลานชายหมุนตัวไปรอบๆ ท่ามกลางเสียงปรบมือของทุกคนไม่ไกลกันนัก บนร่มชายหาดผืนใหญ่ อันมีแรและท่านทูตยุนซูยอง กำลังนั่งล้อมวงก่อปราสาททรายร่วมกับ ชเวฮายัง ตัวน้อยที่สวมชุดว่ายน้ำลายลูกพีชพร้อม
ทูตหญิงอาวุโสจากยุโรปเอ่ยชื่นชมด้วยความประทับใจ “คุณฮายอนไม่เพียงแต่มีบุคลิกภาพที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เท่านั้น แต่ผลงานการขับเคลื่อนนโยบายสิทธิมนุษยชนของคุณยังกลายเป็นต้นแบบให้แก่นานาชาติด้วยค่ะ ท่านประธานาธิบดีช่างโชคดีเหลือเกินที่มีคู่ชีวิตที่ยอดเยี่ยมและชาญฉลาดเช่นนี้”“ขอบคุณมากครับท่านทูต ความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะการสนับสนุนจากประชาชนทุกคนและความมุ่งมั่นของท่านประธานาธิบดีครับ” ฮายอนตอบอย่างนอบน้อมและสง่างามมีแรที่ยืนมองอยู่ข้างๆ สะกิดแขนซูยองเบาๆ น้ำตาซึมด้วยความภาคภูมิใจ “ดูฮายอนสิคุณซูยอง... จากเด็กจดหมายเหตุขี้อายที่เคยโดนรังแกในวันนั้น ตอนนี้สง่างามจนผู้นำระดับโลกยังต้องยอมรับนับถือ ฉันภูมิใจในตัวเพื่อนคนนี้จนบรรยายไม่ถูกจริงๆ ค่ะ”“ท่านแทกยอมเลือกคนไม่ผิดหรอกครับมีแร ฮายอนคือเพชรน้ำหนึ่งที่คู่ควรกับตำแหน่งนี้ที่สุด และความดีงามของเขาก็เปล่งประกายให้ทุกคนได้ประจักษ์แล้ว” ซูยองยิ้มรับด้วยความเอ็นดูเปี่ยมล้นในจังหวะนั้นเอง ชเวแทกยอมในชุดสูทประธานาธิบดีเต็มยศก้าวเข้ามาสมทบในศาลาจัดแสดง แทกยอมเดินตรงเข้ามายืนเคียงข้างฮายอน วางมือลงบนเอวคอดของคนรักอย่างเป็นธร







