Mag-log in“มาคุยเรื่องของเราดีกว่าเนอะ”
“เรื่องอะไรคะ” ธีร์ถามยิ้ม ๆ แววตาเจ้าเล่ห์เหมือนกำลังรอดูว่าเธอจะงัดไม้ไหนออกมาเล่น เพราะเขาเริ่มจับทางได้แล้วว่ายามที่เธออ้อนเสียงหวานแบบนี้มักจะมีอะไรซ่อนเร้นอยู่
“เฮีย...เมื่อไหร่พายจะได้เจอเฮียอ่า” ทั้งที่ถามคำนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ในใจก็ยังแอบหวังว่าเขาจะตอบจริงจังสักครั้ง เธออยากเจอเขา…แต่เขากลับไม่เคยรับปากเลยสักครั้งนี่สิ
“หื้ม พายอยากเจอเฮียขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”
“เฮียมาเจอพายหน่อยได้ไหม น้า” น้อยหน่าลากเสียงออดอ้อน ศีรษะเอียงนิด ๆ ตามนิสัย ทั้งที่รู้ว่าตัวเองงอแง แต่ก็ยังอยากลองเผื่อเขาจะใจอ่อน…อยากเจอเฮียธีร์ใจจะขาดแล้ว
“ช่วงนี้เฮียเบื่อ ๆ ถ้ามีแมวมาเล่นด้วยสักตัวก็คงดี” ธีร์พยายามเปลี่ยนเรื่อง ไม่ให้เธอเข้าประเด็นนัดเจออีก
หลังหน้าจอ ตี๋ ชายหนุ่มรูปร่างสูงนั่งเอนอยู่บนเก้าอี้เกมมิ่ง เสื้อฟิตแนบลำตัวเผยกล้ามเนื้อแน่น ผมยาวไม่เป็นทรงถูกรวบด้วยที่คาดผม เผยใบหน้าคมเข้มกับแววตาเจ้าเล่ห์ เขามองทุกท่าทีของเธอด้วยความพอใจ ทั้งที่ไม่เคยคิดจะเจอจริง ๆ เพราะในใจยังมีแค่แฟนเก่าคนเดียว
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็อยากเล่นกับเธออีกอยู่ดี :)
“ให้พายเป็นแมวให้เฮียดีไหมคะ เมี้ยวว~”
น้อยหน่าหยิบที่คาดผมหูแมวที่วางอยู่ข้างโต๊ะขึ้นมาเปลี่ยนแทนที่หูกระต่าย เธอเอียงหน้าเล็กน้อยทำเสียงเลียนแบบแมวอย่างตั้งใจ
ถ้าได้เจอเฮียธีร์ ต่อให้ต้องเป็นหมา น้อยหน่าก็ยอม เพราะความต้องการของเธอที่มีต่ออีกฝ่าย ไม่ใช่แค่อยากเจอ แต่อยากสานสัมพันธ์กับเขาให้มากว่านั้น มากกว่าเพื่อนในเกม
“แต่แมวมันต้องคลานสี่ขารึเปล่าน้า~” ธีร์พูดเสียงหวาน คำพูดนั้นทำให้น้อยหน่าอยากแสดงความกล้าของเธอยิ่งกว่าเดิม
“แบบนี้รึเปล่าน้า” เธอโน้มตัวเข้าหากล้อง สองมือยันโต๊ะ คล้ายท่าคลานให้มากที่สุด เห็นใบหน้าครึ่งล่างและหน้าอกที่แทบจะล้นเต้า
“อ่า...พาย คิดจะยั่วกันรึไง” คำพูดแต่ละคำเร้นออกมาจากฟันราวกับกำลังสะกดกลั้นอารมณ์ แกนกายใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าแข็งปึง
...แม่ง ชอบยั่วฉิบหาย
“อือ ไม่ได้เหรอคะ” น้อยหน่ายิ้มซน รู้ดีว่ากำลังทำให้เขาเสียอาการ แม้จะไม่ได้ชอบเธอเหมือนคนรัก แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเขาเองก็แอบรู้สึกไปกับการยั่วยวนของเธอทุกครั้ง...มีผู้หญิงแต่งตัวโป๊ ๆ มาอ้อน ใครบ้างจะไม่มีอารมณ์
“อยู่ใกล้ ๆ พ่อจะเอา...ตบปากแตก” เขาพูดกึ่งดุกึ่งหยอก น้ำเสียงเหมือนขู่แต่ความจริงก็คิดเช่นนั้น
เช้าวันถัดมา น้อยหน่าตื่นขึ้นตามเวลาของบ้าน แสงแดงอ่อน ๆ ส่องผ่านหน้าต่างลงมาที่ห้อง เธอลุกจากเตียงด้วยใจเบิกบานก่อนจะลงมาที่โต๊ะอาหาร วันนี้ค่อนข้างสบาย เพราะเธอไม่ต้องไปช่วยพ่อหาเสียง พ่อนั่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยท่าทางนิ่งขรึมเหมือนทุกวัน แต่ครั้งนี้น้อยหน่ากลับรู้สึกว่าพ่อกำลังดี เพราะระหว่างเดินลงมาเธอได้ยินเสียงพ่อฮัมเพลงผเธอเพิ่งนั่งลง ยังไม่ทันได้แตะอาหาร พ่อก็เอ่ยขึ้นทันที“ช่วยนัดพ่อแม่ไอ้เด็กนั่นให้ด้วย” คำพูดของพ่อทำให้น้อยหน่าใจเต้น ตื่นระรัว คำพูดนี้เป็นสิ่งที่น้อยหน่าอยากจะได้ยิน“ตี๋เหรอคะ”“อืม หรือแกมีใครอีก” พ่อเลิกคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงกึ่งประชด แต่กลับเต็มไปด้วยการสังเกต“ไม่ใช่นะคะ…เอ๊ะ คุณพ่อ หรือว่า…” น้อยหน่าชะงัก อย่าบอกนะว่าพ่ออนุญาตแล้ว...“อืม ฉันจะยอมให้พวกแกคบกัน แต่ต้องอยู่ในสายตาผู้ใหญ่”“ขอบคุณนะคะคุณพ่อ” น้อยหน่ายิ้มกว้าง ดวงตาเอ่อประกายเหมือนยกภูเขาออกจากอก ทุกแรงกดดันที่เธอเก็บไว้มาหลายวันหายไปทันที“อืม”“งั้นหนูขอไปโทรหาตี๋ก่อนนะคะ”“อืม ไปเถอะ”“ว้าว ท่านยอมรับว่าที่ลูกเขยแล้วเหรอครับ” ลูกน้องแซวขึ้นทันทีเมื่อน้อยหน่าเดินออกไป“คนเก่ง ฉันก็ให้โอกาส”
“มาช่วยคุณพ่อหาเสียงครับ” ตี๋ตอบสุภาพ ยืนตรงไม่หลบสายตา“ฉันไม่ต้องการ” เขาพูดตัดทันที ยิ่งเห็นหน้าตี๋ชายวัยกลางคนก็เริ่มไม่พอใจ ไม่ได้อยากได้ไอ้เด็กนี่เป็นลูกเขยเลยสักนิด“คุณพ่ออย่าพูดแบบนี้สิคะ ถ้ามีใครมาได้ยินคุณพ่อจะเสียคะแนนนะคะ” น้อยหน่ารีบพูดแทรก พยายามลดแรงปะทะ แต่มุมปากกลับยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะรู้ดีว่าพ่อตัวเองเป็นคนยังไง“หึ เจ้าแผนการนักนะ” เขาหรี่ตามองลูกสาว“จะทำอะไรก็เรื่องของแก อย่ามาทำให้ฉันเสียหน้า” เขาหันไปพูดกับตี๋“ครับ”“น้อยหน่าขึ้นรถ” พ่อสั่งต่อทันที โดยรถที่ว่าเป็นรถกระบะ มีแซง และป้ายหาเสียงติดอยู่“ตี๋” เธอหันไปมองอีกคน หมายจะให้ตี๋ไปด้วย“ไม่เป็นไรน้อยหน่า เดี๋ยวตี๋เดินไปกับทีมงาน” ตี๋พุดด้วยรอยยิ้ม ไม่วายพยักหน้าไปยังรถกระบะคันข้างหลังที่เป็นรถหาเสียงเหมือนกัน ในมือถือกล้องตัวใหญ่ เขาตั้งใจจะทำคอนเทนต์ให้พ่อเธอ ยังไงการที่ได้ไปอยู่ข้างหลังก็สามารถเก็บภาพมุมกว้างได้“จะดีเหรอ”“อื้อ ดีสิ”รถหาเสียงดำเนินไปเรื่อย ๆ ระหว่างวัน ทั้ง ๆ ที่อากาศอบอ้าว แต่ตี๋ก็ยังทำงานด้วยความเต็มใจ เขากับน้อยหน่าแม้จะอยู่ไกลกันแต่ก็ยังสบตาและพยักหน้าให้กันเป็นระยะ ราวกับให้
“แกจะต้องไม่กลับไปที่นั่นอีก” พ่อสั่งน้อยหน่าเสียงเข้มหลังจากที่กลับมาถึงคอนโดของลูกสาว เสียงประตูปิดดังปังตามหลังทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที แต่ยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัด“พ่อ…”“ฉันพูดชัดเจนแล้ว”“…หนูยังอยากไปช่วยงานเขา” เธอกลั้นใจพูดออกไป แม้จะรู้ว่าคำตอบที่ได้คงไม่ต่างจากเดิม“ช่วยงาน หรือไปอยู่กับมัน!” เขาหันกลับมาทันที เสียงดังขึ้นจนสะท้อนในห้อง“พ่อ!” เธอเผลอขึ้นเสียงก่อนจะเม้มปากแน่น“อย่าขึ้นเสียงใส่ฉัน” สายตาคมกริบจนเธอต้องหลบตา น้อยหน่าอึดอัดจนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงแล้ว“อย่าไปที่นั่นอีก มันมีแต่จะทำให้แกและฉันเสื่อมเสีย”“…แล้วหนูต้องใช้ชีวิตตามภาพลักษณ์ของพ่อทุกอย่างเลยเหรอ”“น้อยหน่า พ่อทำไปก็เพราะหวังดี ในอนาคตแกจะได้เจอคนดี ๆ ที่เหมาะสมกับแก ฉันพูดแค่นี้หวังว่าแกจะเข้าใจ”“…”“พรุ่งนี้ฉันจะเริ่มหาเสียง แกต้องมาช่วยด้วย เพราะในอนาคต แกจะต้องรับช่วงต่อจากฉัน”“…น้อยหน่าไม่อยากทำ”“แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ แล้วก็อย่าคิดหนีอีก พรุ่งนี้ฉันจะมารับ”ปัง!เสียงประตูปิดสนิท พ่อจากไปแล้ว ทิ้งให้น้อยหน่าอยู่ในห้องเพียงลำพัง เธอร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ ด้วยความน้อยใจ พ่อของเธอไม่เค
“ฉันไม่ใช่พ่อแก”“ให้ผมคบกับน้อยหน่าเถอะครับ ผมไม่รู้ว่าระหว่างคุณพ่อกับคุณแม่ผมเคยมีเรื่องอะไรกัน แต่ผมกับน้อยหน่าไม่เกี่ยว”“สภาพอย่างแกเนี่ยนะ ใครบอกไม่มีอนาคต”“ใครบอกว่าลูกฉันไม่มีอนาคต!” นลินสวนกลับทันที เสียงดังชัด ลูกชายของเธอน่ะได้แชมป์มาตั้งหลายครั้ง วิศวะไอทีไม่ได้มาง่าย ๆ เงินก็มีไม่ได้น้อยหน้าคนอื่น เธอออกโรงปกป้องลูกชายอย่างชัดเจน“แม่...”“ถึงบ้านฉันจะขายสังฆทาน แต่ชาตินี้ทั้งชาติก็เลี้ยงลูกสาวแกให้ไม่อดตายได้ล่ะกัน”“ใจเย็น ๆ ก่อนคุณ” ผู้เป็นสามีที่พึ่งกลับมาที่ร้านก็รีบเข้ามาห้ามผู้เป็นภรรยา เขารู้จักเปี๊ยกดี และเปี๊ยกก็ไม่ชอบเขา“เหอะ กับอีแค่ร้านขายสังฆทานเนี่ยนะ”“คุณพ่อหยุดเถอะค่ะ หนูขอ” เสียงน้อยหน่าสั่นจนแทบขาด บรรยากาศรอบตัวเหมือนอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ“น้อยหน่ากลับไปกับพ่อเขาก่อนนะลูก” พ่อของตี๋พูดขึ้นเบา ๆ แต่ชัดเจน“พ่อ...” ตี๋หันมอง“เชื่อพ่อตี๋ ปล่อยเธอไปก่อน”“น้อยหน่ากลับ!”“พ่อ!”สิ้นเสียงน้อยหน่าก็ถูกพ่อลากขึ้นรถไปทันที ทิ้งให้ตี๋ยืนเคว้งอยู่หน้าร้าน ตอนนี้ไม่รู้ว่าเขาควรจะทำยังไงภายในบ้านสามคนพ่อแม่ลูกนั่งอยู่ที่โซฟานั่งเล่นด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด แววต
“ร้านนี้ใช่ไหม” ชายวัยกลางคนลงจากรถตู้คันหนู ข้างกายมีลูกน้องคนสนิทคอยถือร่มอยู่ข้าง ๆ สายตามองร้านสังฆทานตรงหน้าอย่างไม่วางตา ลูกสาวเขามาติดพันลูกชายบ้านนี้เองสินะ“ครับนาย” ลูกน้องตอบทันทีชายวัยกลางคนกวาดสายตามองร้านตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ร้านสังฆภัณฑ์ผสมร้านดอกไม้ที่ดูเรียบง่าย แต่กลับมีลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย กลิ่นดอกไม้สดลอยอ่อน ๆ คลุกเคล้ากับกลิ่นธูปเทียนมันไม่ใช่สถานที่ที่เขาคิดว่าลูกสาวควรจะมายืนอยู่“รับอะไรดีคะ...” เสียงของนลินเอ่ยทักขึ้นตามมารยาท ก่อนจะชะงักไป“ไอ้เปี๊ยก!”นลินอุทานเสียงดัง สีหน้าที่เคยเรียบสงบเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวในทันที“นลิน!”สายตาของทั้งสองปะทะกันเหมือนประกายไฟที่รอวันปะทุ“แกมาทำอะไรที่นี่” เธอถามเขา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจหลังจากเห็นหน้าเพื่อนรักในวันวาน เหอะ คนอย่างท่านเปี๊ยก ลดตัวลงมาร้านเธอ พายุคงจะเข้าแล้ววันนี้“แกนั่นแหละมาทำอะไรที่นี่”“ลูกสาวฉันอยู่ที่นี่...”“อย่าบอกนะว่าผู้ชายที่ลูกสาวฉันมาติดพันคือลูกแก”บรรยากาศรอบร้านเงียบลงทันที ลูกค้าที่อยู่ใกล้ ๆ เริ่มชะลอฝีเท้า เหมือนรับรู้ถึงความตึงเครียด“…คุณพ่อ”เสียงน้อยหน่าดังขึ้นเบา
“ตี๋!” น้อยหน่าตกใจเมื่ออยู่ดี ๆ แฟนหนุ่มของเธอก็มานั่งข้าง ๆ แถมยังซบเธออยากอ้อน ๆ ไม่รู้จักอายแม่ตี๋ไม่อาย แต่น้อยหน่าน่ะอาย“อะไร”“มาซบอะไรตรงนี้เนี่ย ไม่อายแม่รึไง” น้อยหน่าทำหน้าดุใส่นิด ๆ ก่อนที่จะใช้มือผลักหัวเขาออก แต่ผลักออกได้แค่แปปเดียว ตี๋ก็ซบหน้าลงกับไหล่เธอต่อ“ไม่อายหรอก”“สมัยพ่อกับแม่คบกันใหม่ ๆ ก็แบบนี้แหละลูก” คุณแม่พูดแซวขึ้น ยิ้มขำ ๆ ก่อนที่เธอจะนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับใช้ความคิด“น้อยหน่า พ่อแม่หนูรู้รึเปล่าว่าคบกับตี๋น่ะ” คุณแม่หันมาถามด้วยความเป็นห่วง“แหะ ๆ หนูยังไม่ได้คุยกับแม่เลยค่ะ” น้อยหน่าเกาหัวเบา ๆ อย่างเขิน ๆ เธอรรู้ว่าการที่มาคลุกอยู่ที่บ้านตี๋โดยที่พ่อแม่เธอไม่ได้รับรู้ มันไม่ใช่เรื่องดี แต่เธอยังไม่กล้าบอกพ่อกับแม่แม้น้อยหน่าจะหัวเราะเบา ๆ แต่นลินกำลังสัมผัสได้ว่าน้อยหน่ากำลังมีอะไรในใจ เธอที่ผ่านโลกมาเยอะก็พอเข้าใจได้ว่าน้อยหน่าน่ะ คงจะกลัวพ่อแม่ลูก เธอเองก็เป็นแม่คน เลยอยากจะทำให้มันถูกต้อง ทั้งน้อยหน่าและลูกชายเธอจะได้ไม่มีเรื่องให้เสียหาย คบกันก็ควรอยู่ในสายตาผู้ใหญ่“ให้แม่ไปคุยให้ไหม ผู้ใหญ่จะได้รับรู้”“ว่าไงตี๋” คุณแม่หันไปถามลูกชาย“ผมยังไ







