تسجيل الدخول“อยู่ใกล้ ๆ พ่อจะเอา...ตบปากแตก” เขาพูดกึ่งดุกึ่งหยอก น้ำเสียงเหมือนขู่แต่ความจริงก็คิดเช่นนั้น
ธีร์ถอดเสื้อตัวเองออก เผยให้เห็นหน้าอกแกร่ง ระหว่างเธอกับเขาต่างโชว์เรือนร่างใส่กัน แต่กลับไม่เคยเห็นหน้า...ไม่มีความหวาดกลัว มีแต่ความตื่นเต้นและเร้าใจ
น้อยหน้าเดินออกไปอีกมุมหนึ่งที่กล้องจับไม่ได้ เธอกลับมาพร้อมกับไอศกรีมแท่งรสตอเบอร์รี่ แท่งยาว สีชมพู
“เฮีย...”
“หื้ม?”
“แผล็บ! พายอยากกินไอติมเฮีย” เธอแลบลิ้นนิด ๆ ก่อนจะค่อย ๆ หยิบไอศกรีมแท่งนั้นสอดเข้าไปในร่องอก หนีบมันไว้และก้มหน้าโลมเลียอย่างยั่วยวน ทำเอาแกนกายคนมองแข็งขืนขึ้น ส่วนหัวสั่นหงึก ๆ ในหัวจินตนาการว่าเธอกำลงอมให้เขาอยู่
“อื้ออออ อ่อก” น้อยหน่าแตะลิ้นเลียไอศกรีม สองมือช้อนหน้าอกให้รัดไอศกรีมแน่น ๆ ไม่ให้ร่วง ภาพทุกอย่างอยู่ในสายตาธีร์
“ฮร้า พาย” มือหนารูดรั้งแกนกายตัวเอง เขาปรือตามองภาพเธอในหน้าจอ พายกำลังเอาของเขาเข้าปาก พร้อมกับเรียกเสียงไม่เป็นภาษา
“เอียอา (เฮียขา) ”
ฟรึ่บ! ฟรึ่บ!
ทุกอย่างคือจินตนาการของคนสองคนที่ไม่ได้สัมผัสกันแต่มองเห็นกันกระจ่าง ภาพที่คนหนึ่งชัก อีกคนดูดเลียไอศกรีมเหมือนกำลังอมให้ ภาพ ๆ นี้แฟนคลับของพายไม่มีใครได้เห็น มีเพียงเฮียธีร์เท่านั้นที่เธอทำให้
“เฮียชอบพายไหมคะ”
“ชอบสิค่ะ” ธีร์ตอบอย่างไม่ลืมหูลืมตา มือสาวความเป็นชายตามจังหวะของเขา
“ถ้าชอบก็ดูดี ๆ นะคะ พายน่ะ เอ็นวีให้เฮียคนเดียว” คราวนี้พายไม่ได้ทำแค่เลีย เธอกลับก้มลงครอบไอศกรีมเข้าปากทั้งแท่ง ริมฝีปากเล็ก ๆ นั้นจนถึงโคนแท่ง ก่อนจะขยับเข้าออกโพล่งปากนุ่มราวกับล้อเล่นกับมัน
“พาย อื้มม เฮียจะเสร็จแล้ว” แต่สำหรับธีร์ ยิ่งน้อยหน่าทำแบบนั้นเขาก็เริ่มปวดหนึบไปทั่วแกนกาย อยากจะเสร็จสม
หากมีอะไรมาให้เขากระแทกก็คงดี
ฟรึ่บ ๆ
มือหนารูดรั้งความเป็นชายอย่างเนือง ๆ สายตาก็มองผ่านหน้าจอคอมที่ปรากฏภาพตรงหน้า
“แฮ่ก…เสร็จแล้ว”
“เสร็จใส่ปากพายเลย…อ่อก”
พรวด! น้ำสีขาวพุ่งออกจากแกนกาย มันกระเด็นไปติดหน้าจอคอมจนเลอะเทอะ น้อยหน่าที่เห็นภาพหน้าจอมัว ๆ เพราะมีน้ำกามไหลย้อยผ่านกล้อง เธอกลับยิ้มอย่างชอบใจที่ทำให้เฮียธีร์ของเธอสุขสมได้
“เฮียขา~” น้อยหน่าเรียกเสียงหวาน สองขาเรียวเบียดเข้าหากันแน่น เธอสัมผัสได้ถึงความชื้นแฉะในชั้นในแต่ก็ไม่อยากแสดงออก จึงพยายามเปลี่ยนเรื่องชวนเขาคุยอีกครั้ง
“หื้ม ว่าไงคะ~”
“เฮีย สรุปเฮียจะไม่ยอมมาเจอพายจริง ๆ เหรอ” น้อยหน่าพูดเสียงเบาลง เธอพยายามจะถามเขาอีกครั้ง...หวังให้เขาใจอ่อนหลังจากที่ทำเรื่องเมื่อกี้ไป
“แล้วพายแน่ใจเหรอคะว่าถ้ามาเจอเฮียแล้ว พายจะรับไหว?”
“แล้วทำไมพายจะรับไม่ไหวละคะ” น้อยหน่าขมวดคิ้วทันที เสียงแข็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความดื้อเริ่มโผล่ขึ้นมา เธอไม่ชอบที่เขาพยายามกันเธอออกไปแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ก็รู้จักกันมาสองปีแล้ว
“พาย...เฮียไปรับสายก่อนนะ” ธีร์พูดตัดบทอย่างรวดเร็ว มือคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาทำเหมือนว่ามีใครกำลังโทรมาจริง ๆ และเขาก็กดออกจากห้องแชทไป ทิ้งให้น้อยหน่าอยู่เพียงลำพัง
“อีกแล้ว...เป็นแบบนี้อีกแล้ว”
“เฮ้ย!” เจ้าของร้านตะโกนเสียงดัง กลายเป็นว่าตอนนี้น้อยหน่าโดนปิดประตูใส่และยืนอยู่ในร้าน แต่เป็นโซนนอก ไม่ให้เข้าไปข้างในเหลือจะเชื่อ...โดนหลบหน้าไม่พอ แถมยังโดนปิดประตูใส่อีกน้อยหน่าที่มีความอดทนมากพอ ตอนนี้คิ้วเธอกระตุก กำหมัดแน่น อยากจะตะโกนด่าออกไป แต่ยังไม่ทันได้ปริปาก เสียงของชายหนุ่มข้าง ๆ ก็ตะโกนแซงหน้าเธอไป“ไอ้ตี๋ เปิดประตู! ร้านกูนะเว้ย!” ไม่ว่าเปล่า เขายังทุบประตูร้านระรัว น้อยหน่าถอยหลังออกมานิดหนึ่งอย่างตกใจ“เอ่อ...ใจเย็น ๆ ก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวกระจกร้านแตก”เจ้าของร้านหันไปตะโกนอีก“เฮ้ยไอ้ติ๋ม! มึงไม่เปิดกูจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ!”“พังมาเลย ร้านพี่ไม่ใช่ร้านผม” เสียงตอบกลับมาจากด้านในอย่างเย็นชา ทั้งร้านเงียบลงทันที น้อยหน่ายืนนิ่ง ความรู้สึกบางอย่างจุกขึ้นมาในอก เธอก้มมองพื้นนิดหนึ่งก่อนจะพูดเบา ๆ“ถ้าเขาไม่อยากเจอ เดี๋ยวหนูกลับก่อนก็ได้ค่ะ”“อ้าว...ไม่อยู่รออีกนิดล่ะ” เจ้าของร้านทำหน้าลำบากใจ ปกติน้องชายเขาไม่ใช่คนแบบนี้ ไม่รู้ว่าอีนังหนูนี่ไปทำไรให้ไอตี๋โกรธเขา“ไม่เป็นไรค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” น้อยหน่าส่ายหัวเบา ๆ เธอหันหลังเดินออกไป พยายามทำเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรแกร
น้อยหน่ามาหยุดยืนอยู่หน้าร้านบอร์ดเกมเล็ก ๆ ตรงหัวมุมซอย ร้านเดิมที่เธอเคยมากับตี๋ตอนสมัยเรียนมัธยมป้ายร้านไม้สีซีดยังแขวนเอียง ๆ อยู่ตรงที่เดิม โต๊ะไม้ด้านในที่มองผ่านกระจกก็ยังเหมือนเดิมแทบทุกอย่าง เหมือนเวลาที่นี่แทบไม่ได้เดินไปไหนเลย‘ร้านยังเหมือนเดิมเลยแฮะ…’น้อยหน่ามองเข้าไปด้านในผ่านกระจกใส ใจเธอเต้นแรงขึ้นมาเสียงหัวเราะตอนสมัยมัธยม เสียงเถียงกันเรื่องกติกาเกม เสียงที่ตี๋เคยสอนเธอเล่นเกม ทุกอย่างวนเวียนเข้ามาในหัว เธอเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่จะตั้งสติได้ว่าทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว เรื่องของเธอกับตี๋มันจบไปนานแล้ว‘ขอให้อยู่ทีเถอะ’กริ๊ง เสียงกระดิ่งเหนือประตูดังขึ้นเบา ๆ ตอนเธอผลักประตูเข้าไปกลิ่นกาแฟจาง ๆ กับเสียงพูดคุยของกลุ่มนักศึกษาหลายโต๊ะลอยเข้ามาในทันทีเด็กผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์หันมามองเธอ ก่อนจะยิ้มกว้างแบบคนขายของที่คุ้นเคยกับการต้อนรับลูกค้า“โอ๊ะ พึ่งมาครั้งแรกเหรอครับ เชิญด้านในได้เลยคร้าบ พี่คนสวย”น้อยหน่ารีบโบกมือปฏิเสธทันที“อ่ะ ไม่เป็นไรค่ะ แต่เออ…ช่วยเรียกตี๋ให้หน่อยได้ไหมคะ”“หื้อ ได้ครับ~”จากนั้นก็หันไปตะโกนเข้าไปด้านในร้านเสียงดังลั่น“พร
“แหม่ เด็กดีจริง ๆ”แม่ของตี๋หัวเราะอย่างถูกใจก่อนจะลุกขึ้น ไม่ได้เซ้าซี้ออะไรต่อ เพราะกลัวว่าลูกค้าจะเข้าร้าน วันนี้วันพระ คนเยอะนิดนึง เลยจะรีบไปเรียกลูกชายให้“งั้นนั่งรอตรงนี้ก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่ไปเรียกตี๋ให้”“ขอบคุณค่ะคุณแม่”หญิงวัยกลางคนเดินไปทางขึ้นบันไดบ้าน ตะโกนเรียกเสียงดัง“ตี๋! มีเพื่อนมาหา!”เงียบ...ไม่มีเสียงตอบ แม่ของตี๋ขมวดคิ้ว“เอ…ไปไหนของเขานะ”จู่ ๆ เด็กผู้ชายอีกคนก็โผล่หน้าออกมาจากหลังบ้าน“พี่ตี๋ออกไปข้างนอกแล้วครับแม่”“ไปไหนอีกล่ะ”“น่าจะไปร้านบอร์ดเกมครับ”แม่ของตี๋ถอนหายใจ“โธ่เอ๊ย เด็กคนนี้นะ มีเพื่อนมาหาถึงบ้านแท้ ๆ ยังออกไปเล่นอีก” แม่ของตี๋ถอนหายใจ น้อยหน่าที่ได้ยินแบบนั้นก็ลุกขึ้นด้วยความเกรงใจ“ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ เดี๋ยวพายไปหาเขาที่นั่นก็ได้ค่ะ”“เดี๋ยวก่อนลูก เดี๋ยวให้เด็กไปตามมันมาให้ก็ได้”น้อยหน่าส่ายหน้า เธอไม่อยากรบกวนแม่ของตี๋ไปมากกว่านี้ และดูที ตี๋คงหลบหน้าเธอเป็นแน่ ยังไงเธอก็ต้องไปตามตัวเขาให้ได้“ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ ร้านนั้นพายพอจะรู้จักอยู่ ตอนสมัยมัธยมเคยมาบ้างค่ะ”“แน่ใจนะลูก” แม่ของตี๋มองเธออย่างลังเล“แน่ใจค่ะ” เธอยกมือไหว้อีกครั้ง“ขอโ
“สวัสดีค่ะ…ขอโทษนะคะ ที่นี่บ้านของตี๋ มงคลใช่หรือเปล่าคะ”น้อยหน่ายืนอยู่หน้าร้านขายสังฆทานขนาดใหญ่ในตลาดสด พลางรวบรวมความกล้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามออกไป เสียงของเธอฟังดูสุภาพ แต่ในใจกลับเต้นแรงบ้านหลังนี้เธอจำได้ดีถึงจะไม่ได้เคยเข้ามาข้างใน แต่สมัยเรียนมัธยมเธอเคยนั่งรถผ่านเส้นนี้บ่อย ๆ ร้านสังฆทานขนาดใหญ่ที่มีพระพุทธรูปเรียงอยู่เต็มหน้าร้าน และมีธูปเทียนลอยกลิ่นจาง ๆ อยู่ในอากาศแบบนี้ จำยังไงก็ไม่มีทางจำผิดผู้หญิงวัยกลางคนที่กำลังจัดชุดสังฆทานอยู่หน้าร้านเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มใจดีแบบคนที่คุ้นเคยกับการต้อนรับลูกค้า“ใช่จ้ะ หนูมาหาใครเอ่ย”น้อยหน่ากำถุงขนมในมือแน่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบ“หนูเป็นเพื่อนตี๋นะคะ”“อ๋อ เพื่อนตี๋สินะ มาหาตี๋ใช่ไหม”เธอมองน้อยหน่าตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนกำลังพิจารณา ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้น“เข้ามานั่งก่อนสิลูก ยืนอยู่หน้าร้านแดดมันร้อน เดี๋ยวจะเป็นลม”น้อยหน่าหันไปมองแดดที่ส่องอยู่บนพื้นปูนหน้าร้านอย่างเกรงใจ ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ“ขอบคุณค่ะ”เธอเดินตามเข้าไปในร้านอย่างระมัดระวังด้านในร้านเต็มไปด้วยของใช้ทางศาสนา ทั้งชุดสังฆทาน ธูป เทียน หนังส
เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่ ประตูห้องประชุมก็เริ่มเปิดออก นักศึกษาปีสามทยอยเดินออกมาเป็นกลุ่ม ๆ เสียงพูดคุยดังขึ้นทันที บรรยากาศที่เคยเงียบเริ่มคึกคักขึ้นน้อยหน่ายืนตัวตรงขึ้นทันที ดวงตากวาดมองไปตามผู้คนอย่างตั้งใจ คนแล้วคนเล่าเดินผ่านไป…แต่ไม่มีใครเป็นเขาพอเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาคนเดียว เธอก็รวบรวมความกล้า รีบก้าวเข้าไปขวางไว้“อ่ะ ขอโทษนะคะ ตัวเองอยู่ปีสามรึเปล่าคะ” เธอถามขึ้น น้ำเสียงสุภาพ แต่แฝงความรีบร้อนอยู่เล็ก ๆ“ใช่ครับ มีอะไรรึเปล่าครับ”“เอ่อ ตี๋อยู่ไหมคะ” ขอให้เจอทีเถอะ“ไม่เห็นนะครับ ลองไปดูห้องสมุดคณะหรือยัง”น้อยหน่าหลุดถอนหายใจออกมาอย่างเซ็ง ๆตี๋นะตี๋ ทำไมถึงได้ตามหายากขนาดนี้ โธ่เอ๊ย หายไปไหนของเขากันนะ“หาใครอยู่เหรอครับ” อีกคนเดินเข้ามาถาม“ตี๋ มงคล รู้จักรึเปล่าคะ”“อ๋อ ไอ้ติ๋มน่ะเหรอ” อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ แต่น้อยหน่ากลับไม่ได้ตลกด้วยนี่สิ ยืนรอตั้งนาน ไม่เจอ เสียเวลา แล้วยังมาเจอคนที่นิสัยเสียชอบล้อคนอื่นอีก“เขาชื่อตี๋ค่ะ” น้อยหน่าพูดทันที สีหน้าจริงจัง จะเรียกติ๋มอะไรนักหนา คนเขามีชื่อนะที่น้อยหน่าไม่พอใจเพราะรู้ว่าคนพวกนี้ล้อเลียนตี๋ แฟนเก่าของเธอนั้นค่อนข้างเป็
10:48 น. มหาวิทยาลัย“เฮ้อออ” น้อยหน่าถอนหายใจ นั่งเหม่ออยู่ในห้องเรียน เธอไม่มองกระดานด้วยซ้ำ ไม่สนอาจารย์ที่กำลังสอนอยู่เลย มือเอาแต่กดเปิด ปิดหน้าจอโทรศัพท์ซ้ำไปซ้ำมา เหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง ทั้งที่ลึก ๆ ก็รู้ดีว่าคนที่เธอรอคงยังไม่ตอบเร็ว ๆ นี้ หรือจริง ๆ เขาแค่ไม่อยากตอบกันแน่“สรุปเป็นไง มงคลยอมช่วยแกรึเปล่า” มีนกระซิบจากโต๊ะข้าง ๆ พลางชะโงกหน้ามามองอย่างอยากรู้ ตั้งแต่เช้าเธอก็เห็นเพื่อนจ้องโทรศัพท์ไม่วางตา คงจะเครียดมากแหละ“หึ อย่าว่าแต่จะช่วยเลย แชทยังอ่านไม่ตอบเลยด้วยซ้ำ”น้อยหน่ากลอกตา พูดเสียงหงุดหงิดยิ่งเห็นคำว่าอ่านแล้ว แต่ไม่มีข้อความตอบกลับ ความรู้สึกเหมือนถูกเมินก็ยิ่งทำให้เธอหงุดหงิดขึ้นเรื่อย ๆ อ่านแล้วก็ไม่ตอบ จะมีมารยาทหน่อยไม่ได้หรือไง“อ้าว งั้นก็ไปหาที่คณะสิ” มีนพูดเหมือนเป็นเรื่องง่าย“คณะอะไร”น้อยหน่าถามทันที ขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะชะงักไป เธอเพิ่งนึกได้ว่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเรียนคณะอะไร เป็นแฟนเก่าอะไรของเธอกันนะ“เป็นแฟนเก่าประสาอะไรเนี่ย ไม่รู้ว่ามันเรียนอะไร” มีนส่ายหัวเบา ๆ ทั้งขำทั้งเอือม“...”น้อยหน่าเงียบไปทันที ได้แต่เม้มปากแน่น น่าอายชะมัด“ว







