ログイン“ฮึก ตี๋กำลังเอาคืนเรื่องที่ตอนนั้นเราบอกเลิกตี๋ใช่ไหม”“ใช่แล้วมันจะทำไม” คำพูดของตี๋ ทำเอาน้อยหน่าเงียบไป เธอพยายามกลั้นเสียงสะอึก ไม่ได้อยากร้องไห้ต่อหน้าตี๋คนนี้“ทำไมเงียบ”“ใจร้าย”ยิ่งพูด น้อยหน่าก็ยิ่งร้องไห้ ตี๋ที่กำลังนอนอยู่ก็ต้องลุกขึ้นมานั่งจ้องหน้าเธอ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังร้องไห้ไม่เลิกจนเขาหน้าเหวอ“เฮ้ย ๆ อย่าร้องไห้ดิ มึงก็รู้ว่ากูปลอบใจไม่เป็น”“ตี๋คนเก่าไม่เห็นจะเป็นงี้เลย” น้อยหน่าตัดพ้อ แต่ประโยคต่อมาของตี๋ทำเอาน้อยหน่าเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม“อ่อเหรอ”เพี๊ยะ!“คนใจร้าย ฮึกฮือออ”เพี๊ยะ!น้อยหน่าฟาดมือไปสะเปสะปะ น้ำตาไหลอาบแก้ม ตี๋ในเวลานี้ทั้งนิสัยเสีย ทั้งใจร้าย ชอบแกล้ง เธอสู้เขาไม่ได้ ทำได้แค่ตีลมเท่านั้นหมับ! ตี๋รีบคว้ามือเธอเอาไว้แน่น แม้น้อยหน่าจะไม่ได้ออกแรง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลาโดนฟาดหรือโดนแบบเฉียด ๆ เขาเองก็แสบเหมือนกัน“หยุดตีกูได้แล้ว ถ้าไม่หยุดตีกูจะจูบนะ” ไม่ใช่แค่ขู่ แต่ถ้าน้อยหน่ายังตีเขาไม่เลิก เขาจูบแน่“นิสัยไม่ดี อื้ออออออ” สิ้นคำด่า มือหนาก็คว้าท้ายทอยเธอมาประกบริมฝีปากทันที จูบนี้เป็นจูบแรกของน้อยหน่า แม้จะเคยเป็นแฟนเก่า แต่ ณ เวลาที่คบกั
ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูห้องนอนของตี๋ดังขึ้นในช่วงเวลาเที่ยงของวัน แสงแดดด้านนอกส่องลอดผ้าม่านเข้ามาเป็นริ้วบาง ๆบ้านหลังใหญ่ที่วันนี้ไม่มีใครอยู่เลย ผ่านมาสองวันตั้งแต่วันที่น้อยหน่าไปหาเขาที่ร้าน ตี๋ก็เรียกใช้เธออยู่ทุกวัน วันนี้ก็เช่นเดียวกัน อยู่ ๆ ก็ทักมา พร้อมเหตุผลง่าย ๆ ว่าไม่มีใครอยู่บ้าน ไม่มีอะไรกิน และขี้เกียจเรียกไรเดอร์น้อยหน่ายืนอยู่หน้าประตู มือทั้งสองหิ้วของพะรุงพะรัง ทั้งแก้วกาแฟ ถุงขนม และของกินจุกจิกอีกสามสี่อย่างที่เขาสั่งมาแบบไม่เกรงใจสักนิด แขนเริ่มล้าเล็ก ๆ แต่ก็ยังพยายามประคองไว้ไม่ให้หก สีหน้าดูหงุดหงิดนิด ๆ ปนเหนื่อยใจ เป็นเบ๊ก็ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ…“เข้ามา” เสียงของตี๋ดังมาจากด้านในน้อยหน่าผลักประตูเข้าไปทันที สภาพผมเธอดูยุงเหยิงรุงรัง ผมที่เคยจัดลอนไว้ดีตอนออกจากบ้านเริ่มยุ่งเพราะรีบมา แถมยังต้องถือของเต็มไม้เต็มมือจนไม่มีเวลาจะจัดอะไรให้เรียบร้อยน้อยหน่าในวันนี้สวมเสื้อยืดสีขาวโอเวอร์ไซต์ตัวหลวม กับกางเกงยีนขาสั้น เผยให้เห็นเรียวขาขาว ๆ แม้มันจะเป็นลุคธรรมดาที่เธอใส่อยู่บ่อย ๆ แต่พออยู่ในสายตาของตี๋ มันกลับดูน่ารักขึ้นมา“มาถึงเร็วดีนี่” ตี๋หันมามอ
“วันนี้เฮียดูแปลก ๆ นะคะ”ตี๋เลิกคิ้ว มองหน้าจอ เสื้อผ้าก็เปลี่ยนแล้ว กล้องก็มองไม่เห็นหน้า แปลกยังไงวะ“ยังไงคะ”“พายก็บอกไม่ถูกค่ะ”“สงสัยวันนี้เฮียจะคิดถึงพายมากไปค่ะ” ตี๋พยายามเปลี่ยนเรื่อง ตกใจเหมือนกันที่โดนทักว่าแปลกไป กลัวน้อยหน่าจะสงสัยอะไรขึ้นมา“…เฮียอ่า” เสียงปลายสายดูเขินขึ้นมา หมุนเก้าอี้ไปมาช้า ๆ ริมฝีปากยกยิ้มอย่างมีความสุขถ้าตอนนี้เขาไม่รู้ว่าพาย คนในสายคือคนเดียวกับน้อยหน่า ตี๋อาจไม่ได้สนุกแบบนี้ เขาคงเห็นเธอเป็นที่ระบายคนหนึ่ง“สรุปว่าพายมีเรื่องอะไรอยากจะคุยค่ะ”“เปล่าค่ะ พายแค่อยากระบายอะไรนิดหน่อยเฉย ๆ ค่ะ”“พูดมาสิคะ”“วันนี้พายไปเจอเพื่อนคนนั้นมา” น้อยหน่าถอนหายใจเบา ๆ ตี๋เหลือบมองหน้าจอคอมอีกครั้ง“เขายอมช่วยพายนะคะ แต่เขาก็แกล้งพายเยอะมากเลยอะ ฮือ” รอยยิ้มของตี๋กว้างขึ้น แทนที่เขาจะสงสารเธอ แต่ไม่รู้ทำไมเวลาเห็นน้อยหน่างอแงเขาถึงสนุก…ยัยนี่ น่ารักชะมัด“แกล้งยังไง หื้ม”“เขาให้พายเป็นเบ๊” เสียงเธอฟังดูงอแงเล็ก ๆ แต่สำหรับน้อยหน่า เธอคิดว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น“พายว่าเขาต้องเอาคืนพายแน่ ๆ” ตี๋หัวเราะเบา ๆ“อาจไม่ใช่แบบนั้นก็ได้ พายรู้ไหมคะว่าผู้ชายนะชอบแกล้งค
ตี๋กลับมาถึงบ้านในช่วงดึก บ้านเงียบสนิท พ่อ แม่ พี่น้องของเขาหลับหมดแล้ว มีเพียงเสียงพัดลมเพดานหมุนเอื่อย ๆ อยู่ในห้องทำงานเล็ก ๆ ที่แยกออกมาจากห้องนอนเขาวางเครื่องซีพียูของน้อยหน่าบนโต๊ะ ที่มีอุปกรณ์ช่างเรียงรายอยู่เต็มไปหมด“ไหน ดูดิ คอมมันเป็นอะไร” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางเริ่มไขน็อตใต้เครื่องอย่างชำนาญแกร็ก…แกร็กฝาหลังถูกเปิดออก“โชคดีที่แรมไม่เสียหาย” ตี๋บ่นพึมพำขณะตรวจเช็กชิ้นส่วนด้านใน สายตาไล่ดูทีละจุดอย่างคนที่คุ้นเคยกับงานแบบนี้ แรมไม่เสียหาย แต่อื่น ๆ ด้านในช็อตจากการถูกน้ำ แค่มีแรม ทุกอย่างที่สำคัญก็ไม่หายแล้วตี๋ถอด SSD ของน้อยหน่าออก เขาเดินถือขึ้นไปบนห้อง ก่อนที่จะเอาไปเสียบแทนที่ในคอมของเขา คอมของตี๋แรงมากพอและมีช่องใส่ที่จะใส่ได้หลายตัว เขาเสียบ SSD กลับเข้าที่ ทดลองเปิดไฟล์ข้อมูลสำรองหน้าจอโหลดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจู่ ๆ สายตาก็ปะทะเข้ากับโฟรเดอร์หนึ่งที่มีชื่อว่า... [ยังไม่ได้ตัด]“อะไรของเธอวะ...หรือจะเป็นคลิปที่บอกว่าสำคัญ” เขาพึมพำก่อนจะกดเปิดดู และในวินาทีนั้นภาพวิดีโอปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอ“อะอ๊าส์ ฮะเฮียขาาา”เสียงหวาน ๆ ดังออกมาจากลำโพง ตี๋สะดุ้งทันทีเฮือก รี
“จิ๊ จำของโปรดแฟนเก่าไม่ได้รึไง”อ่อน้อยหน่าพยักหน้ารับ มุมปากยกยิ้ม ที่แท้อีตานี่ก็หาเรื่องนี้เอง กะอีแค่ของโปรดแฟนเก่าทำไมเธอจะจำไม่ได้ล่ะ“กะเพราเครื่องในไก่ใส่ขิง ไข่ดาวไม่สุก”ตึกตึก ตึกตัก ตึกตักหัวใจของตี๋สั่นระรัวหลังจากที่ได้ยินว่าน้อยหน่าพูดว่าของโปรดคืออะไร สีหน้าที่อยู่ใต้เรือนผมช็อกไปชั่วขณะ‘จำได้ด้วยเหรอวะ’“งั้นเดี๋ยวน้อยหน่ามานะ” แต่น้อยหน่ากลับไม่ปล่อยให้ตี๋เงียบ เธอรีบตัดบทโดยการออกไปทันที อยากรีบทำ รีบกลับ จะได้ไปคุยกับเฮียธีร์ที่เธอเฝ้ารอ...ไม่รู้ว่าตอนนี้เฮียจะคิดถึงเราอยู่ไหมนะคล้อยหลังที่น้อยหน่าเดินออกไปแล้ว ตี๋ก็นั่งลงแทนที่เธอ เขาหยิบมาม่าของทอยมากินอย่างสนิทสนม ก็แหง่ล่ะ เขาเป็นพี่น้องกันนี่หน่า“ไอ้เหี้ย ไอ้ติ๋ม แฟนเก่ามึงสวยจังวะ” ทอยรีบพูดด้วยความตื่นเต้น หลังจากที่ได้ยินน้อยหน่าแนะนำตัวเองว่าเป็นเพื่อนมัธยม เขากลับไม่เชื่อ เพราะเคยเห็นหน้าเธอมาก่อน...เหมือนไอ้ติ๋มจะเคยพามาเล่นเกมที่ร้านเมื่อสามสี่ปีก่อน“ก็งั้น ๆ แหละ ไม่เห็นจะสวยตรงไหน” ตี๋ยักไหล่ตอบตรงกันข้าม ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มอย่างภูมิใจน้อยหน่าน่ะสวย แต่ติดตรงที่เป็นแฟนเก่านี่สิ! ถ้าตอนนี้ไม่
“น้องไม่ไปเล่นกับไอ้ติ๋มอ่ะ” เจ้าของร้านพูดขึ้นพลางยกชามมาม่าร้อน ๆ มาวางตรงหน้าตัวเอง ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างสบาย ๆ ท่าทางไม่ห่างเหินราวกับคุยกับคนรู้จัก“อ่อ ไม่เป็นไรค่ะพี่ พอดีหนูเล่นบอร์ดเกมไม่เป็นนะคะ”หลังจากที่คุยตกลงกันเสร็จว่าเธอจะเป็นเบ๊ให้ จนตอนนี้ตี๋ก็ยังไม่ยอมให้เธอกลับ ให้นั่งคอยอยู่ในร้าน โดยให้เหตุผลว่า เป็นเบ๊ ก็ต้องอยู่รับใช้แต่น้อยหน่ากลับไม่คิดแบบนั้น ความรู้สึกเธอตอนนี้ ไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่มาเฝ้าแฟนเล่นเกม ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้เธอควรจะได้กลับไปคุยกับเฮียธีร์มากกว่ามาติดแหง็กอยู่ตรงนี้ซู้ดดด เสียงดูดเส้นมาม่าดังขึ้น“กินไหมน้อง”ชายหนุ่มตรงหน้าถามพลางใช้ตะเกียบชี้ไปที่ชาม กลิ่นหอมลอยมาแตะปลายจมูกชัดเจน“ตามสบายเลยค่ะพี่”น้อยหน่าส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมยิ้ม ทั้งที่กลิ่นมันหอมจนท้องควรจะร้อง แต่เธอกลับไม่รู้สึกหิว หรืออาจเพราะสิ่งที่กำลังรบกวนอยู่ในใจมันแรงกว่าความหิวธรรมดาไปแล้ว“เอ่อ พี่ทอยนะ เซ็กทอย”เขาแนะนำตัวพร้อมยิ้มกว้าง สีหน้าดูขำกับมุกของตัวเอง“...”น้อยหน่าชะงักไปเล็กน้อย ความคิดหยุดไปชั่วขณะ เหมือนสมองยังไม่ทันประมวลคำพูดเมื่อครู่“ฮ่า ๆ พี่ล้อเล







