เข้าสู่ระบบ“เป็นหมา ก็ต้องไปคาบมา” เขาสั่งเธอ น้อยหน่าไม่มีทางเลือก ท้ายที่สุดเธอก็ยอมคลานและใช้ปากคาบให้ ยามที่เธอก้ม ตี๋ก็มองเห็นหน้าอกคัพอีของเธอนั่นไปไหนต่อไหนขณะที่น้อยหน่าก้มใช้ปากเก็บไขขวงนั้นเธอก็เหลือบไปเห็นท่อนขาของตี๋ที่ยามนี้เขากำลังค่อย ๆ อ้าขาออกอย่างไม่รู้ตัว เผยให้เห็นแกนกายขนาดใหญ่ที่นูนคับเป้ากางเกงอึก น้อยหน่ากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ...ใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ น้อยหน่าหน้าแดงซ่าน เธอสะบัดไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ก่อนจะคาบไขขวงแล้วคลานเข่าเข้าไปหาเขา“นี่” ไขขวงวางลบบนตักแกร่ง ตี๋ยกยิ้มอย่างผู้ชนะ ไม่วายลูบหัวเธอไปหนึ่งทีราวกับเจ้าของกำลังลูบหัวให้รางวัลเธอน้อยหน่าเธอถูกลูบหัว แทนที่จะต่อต้าน แต่ไม่รู้ทำไมเธอกลับรู้สึกดีจนเผลอเอียงหัวรับสัมผัสนั้น“ดี เจ้านายสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ” เขายิ้มบาง ๆ เห็นเธอเริ่มยอมก็ยิ่งได้ใจ“อื้อ”เพี๊ยะ!“อ้าส์…ตีทำไม” น้อยหน่าสะดุ้งที่จู่ ๆ ก็โดนตีที่ก้น ทั้ง ๆ ที่ตี๋ก็พึ่งลูบหัวเธอไปหยก แต่ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว...เพี๊ยะ!“ถ้าไม่ได้สั่ง ก็อย่าพูด” ตี๋แกล้งดุ น้อยหน่าลูบก้นตัวเองปรอย ๆ ไม่ได้เจ็บหรอก แค่แสบนิด ๆ เธอไม่ได้พูดหรือร้องออกมาเพราะกลัวว่าจะถูกลงโทษ
“อ่ะ! ใส่ชุดนี่ส่ะ” ตี๋ยื่นถุงชุดให้น้อยหน่าอย่างไม่คิดจะอธิบาย สีหน้าดูนิ่ง ๆ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ พอเธอเปิดดู ดวงตาก็เบิกกว้างทันที เมื่อเห็นชุดชั้นในขนฟูฟ่องกับที่คาดผมหูสุนัขสีน้ำตาล“ตะตี๋ ชอบอะไรแบบนี้เหรอ” เธอเงยหน้าขึ้นถามอย่างระแวงเล็ก ๆ แก้มเริ่มร้อนผ่าวทั้งอายทั้งงง ใจเต้นแรงเพราะไม่คิดว่าเขาจะยื่นอะไรแบบนี้มาให้..แม้ว่าเธอจะใส่จนชินก็เถอะ แต่ก็ไม่คิดว่าตี๋จะมีชุดอะไรแบบนี้ด้วย“เปล่า กู เฮ้อ ฉันคิดว่าเธอน่าจะชอบเลยซื้อมา” เขาชะงักคำพูดตัวเองนิดหนึ่งก่อนเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเอง เพราะรู้ว่าน้อยหน่าไม่ชอบให้เขาพูดคำหยาบ“นิสัยเสีย!” น้อยหน่ารีบสวนทันที คิ้วขมวดแน่น หันหน้าหนีเพื่อซ่อนความเขินที่เริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆอย่าบอกนะว่าตี๋ดูคลิปเธอแล้ว ถึงได้รู้ว่าเธอชอบอะไรแบบนี้!“อย่ามัวแต่บ่น รีบใส่” ตี๋พูดตัดบท แต่สายตายังคงจับจ้องมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ถ้าน้อยหน่ายอมใส่ชุดนี้ คงจะเซ็กซี่ไม่น้อย“จิ๊! รู้แล้วหน่า” เธอสะบัดเสียงใส่ก่อนคว้าชุดไปอย่างจำใจ ใจหนึ่งก็อยากเถียง แต่อีกใจก็ไม่กล้าขัดมากนัก“ไอ้บ้าเอ้ย…” เสียงบ่นพึมพำดังลอดออกมาจากหลังประตู เธอก้มมองชุดในมือ
กลับมาที่ปัจจุบันน้อยหน้าเดินกลับมาที่บ้านของตี๋พร้อมกับขนม ทั้ง ๆ ที่เมื่อตอนมาเธอก็ซื้อให้เขาแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมเธอยังตามใจเขาอีก ตอนแรกก็ปฏิเสธส่ะดิบดี รู้ตัวอีกทีก็ซื้อมาหลายอย่างแล้ว ทั้งเบเกอรี่ ทั้งขนมกรุบกรอบ“อ่ะ ขนม” เธอยื่นถุงขนมให้ แต่ไม่กล้าสบตา พอเห็นตี๋เธอก็แทบทำอะไรไม่ถูก ยังเขินอายกับจูบนั้นอยู่“หน้าแดง ไม่สบายเหรอ”“ชะ..ใช่!” น้อยหน่ารีบหลบสายตา กลัวเขาจับได้ว่าเขิน ใครใช้ให้มาจูบกันเล่า ไม่อย่างนั้นก็ไม่เป็นแบบนี้หรอก อีตาบ้าเอ้ย!“ตี๋ซ่อมคอมอยู่แบบนี้…แสดงว่าใกล้เสร็จแล้วใช่ไหม” เธอถาม พยายามเปลี่ยนเรื่อง“ยัง”“…”“ขาดกำลังใจ”“ฮะ!?” เธอร้องหน้าเหวอ คำตอบของตี๋ทำเอาน้อยหน่ามึนงงไปชั่วขณะ ขนมก็ซื้อให้ กาแฟก็ซื้อให้ ยอมทำตามทุกอย่างที่ร้องขอแล้ว ยังมาขาดกำลังใจอะไรอีก แต่ถึงอย่างนั้นน้อยหน่าก็ปฏิเสธไม่ได้“กำลังใจอะไร...”“ฉันกำลังซ่อมของสำคัญให้เธออยู่นะ”“...แล้ว”“ก็ต้องมีแรงบันดาลใจหน่อยสิ” เขายิ้มมุมปาก เหมือนมีแผน“อย่าบอกนะว่าตี๋จะหาเรื่องใช้น้อยหน่าอีก” เธอจ้องเขา เริ่มระแวงจริงจังตั้งแต่มาที่นี่เนี่ย เธอยังไม่ได้หยุดพักเลยนะ ถ้ายังจะใช้กันอีก จะงอแงจริง ๆ
“ไอ้บ้า ไอ้บ้า!” น้อยหน่าร้องงอแงอยู่บนรถ เธอทุบพวงมาลัยรถราวกับคนบ้า มือแตะริมฝีปากตัวเองเบา ๆ เธอไม่ได้โกรธ ไม่ได้รังเกียจ แต่เธอกำลังเขิน...หึ้ย ไม่อยากยอมรับเลยว่าเขินไปกับไอ้ตี๋บ้านั่น พูดไปก็ยิ่งหงุดหงิดตัวเองที่ยังคิดถึง คนนิสัยเสียแบบนั้นเนี่ยนะ!เธอสะบัดหน้าเล็กน้อย พยายามปฏิเสธความรู้สึกในใจติ้ง เสียงข้อความทักมา ไม่ใช่จากใครที่ไหน แต่จากคนที่กำลังทำให้เธอเป็นบ้าอยู่แบบนี้…ตี๋[ไปไหน ซื้อขนมมาส่งหน่อย]ตี๋บอกให้เธอซื้อขนมไปให้เขา แต่เธอไม่อยากไป ไม่รู้จะมองหน้าอีกฝ่ายยังไง“จ้างให้ก็ไม่ไปหรอก! เลิกกันแล้ว ใครใช้ให้มาทำแบบนั้นกัน ฮือออ คนบ้า!”เธอโวยวายลั่น แต่ปลายนิ้วยังแตะริมฝีปากเบา ๆ อย่างเผลอคิดถึงตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก“ไม่ได้…ห้ามหวั่นไหวนะ ตอนนี้เรามีเฮียแล้ว” เธอพึมพำ กำมือแน่น พยายามกดหัวใจที่เต้นแรงพยายามคิดคำพูด น้ำเสียง หุ่นของเฮียธีร์เพื่อไม่ให้คิดถึงตี๋ แต่ไม่ว่าจะห้ามความคิดยังไง ภาพตอนที่เธอจูบกับตี๋ก็ลอยเข้ามาวนเวียนอยู่ไม่เลิกติ้ง![เธอ ตี๋อยากกินขนม]คราวนี้ตี๋ทักหาเธออีกรอบ ทว่าคราวนี้มันดูเหมือนเป็นการอ้อนผ่านตัวอักษร หวนให้คิดถึงวันวานในอดีต เมื่อก่อ
“ฮึก ตี๋กำลังเอาคืนเรื่องที่ตอนนั้นเราบอกเลิกตี๋ใช่ไหม”“ใช่แล้วมันจะทำไม” คำพูดของตี๋ ทำเอาน้อยหน่าเงียบไป เธอพยายามกลั้นเสียงสะอึก ไม่ได้อยากร้องไห้ต่อหน้าตี๋คนนี้“ทำไมเงียบ”“ใจร้าย”ยิ่งพูด น้อยหน่าก็ยิ่งร้องไห้ ตี๋ที่กำลังนอนอยู่ก็ต้องลุกขึ้นมานั่งจ้องหน้าเธอ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังร้องไห้ไม่เลิกจนเขาหน้าเหวอ“เฮ้ย ๆ อย่าร้องไห้ดิ มึงก็รู้ว่ากูปลอบใจไม่เป็น”“ตี๋คนเก่าไม่เห็นจะเป็นงี้เลย” น้อยหน่าตัดพ้อ แต่ประโยคต่อมาของตี๋ทำเอาน้อยหน่าเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม“อ่อเหรอ”เพี๊ยะ!“คนใจร้าย ฮึกฮือออ”เพี๊ยะ!น้อยหน่าฟาดมือไปสะเปสะปะ น้ำตาไหลอาบแก้ม ตี๋ในเวลานี้ทั้งนิสัยเสีย ทั้งใจร้าย ชอบแกล้ง เธอสู้เขาไม่ได้ ทำได้แค่ตีลมเท่านั้นหมับ! ตี๋รีบคว้ามือเธอเอาไว้แน่น แม้น้อยหน่าจะไม่ได้ออกแรง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลาโดนฟาดหรือโดนแบบเฉียด ๆ เขาเองก็แสบเหมือนกัน“หยุดตีกูได้แล้ว ถ้าไม่หยุดตีกูจะจูบนะ” ไม่ใช่แค่ขู่ แต่ถ้าน้อยหน่ายังตีเขาไม่เลิก เขาจูบแน่“นิสัยไม่ดี อื้ออออออ” สิ้นคำด่า มือหนาก็คว้าท้ายทอยเธอมาประกบริมฝีปากทันที จูบนี้เป็นจูบแรกของน้อยหน่า แม้จะเคยเป็นแฟนเก่า แต่ ณ เวลาที่คบกั
ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูห้องนอนของตี๋ดังขึ้นในช่วงเวลาเที่ยงของวัน แสงแดดด้านนอกส่องลอดผ้าม่านเข้ามาเป็นริ้วบาง ๆบ้านหลังใหญ่ที่วันนี้ไม่มีใครอยู่เลย ผ่านมาสองวันตั้งแต่วันที่น้อยหน่าไปหาเขาที่ร้าน ตี๋ก็เรียกใช้เธออยู่ทุกวัน วันนี้ก็เช่นเดียวกัน อยู่ ๆ ก็ทักมา พร้อมเหตุผลง่าย ๆ ว่าไม่มีใครอยู่บ้าน ไม่มีอะไรกิน และขี้เกียจเรียกไรเดอร์น้อยหน่ายืนอยู่หน้าประตู มือทั้งสองหิ้วของพะรุงพะรัง ทั้งแก้วกาแฟ ถุงขนม และของกินจุกจิกอีกสามสี่อย่างที่เขาสั่งมาแบบไม่เกรงใจสักนิด แขนเริ่มล้าเล็ก ๆ แต่ก็ยังพยายามประคองไว้ไม่ให้หก สีหน้าดูหงุดหงิดนิด ๆ ปนเหนื่อยใจ เป็นเบ๊ก็ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ…“เข้ามา” เสียงของตี๋ดังมาจากด้านในน้อยหน่าผลักประตูเข้าไปทันที สภาพผมเธอดูยุงเหยิงรุงรัง ผมที่เคยจัดลอนไว้ดีตอนออกจากบ้านเริ่มยุ่งเพราะรีบมา แถมยังต้องถือของเต็มไม้เต็มมือจนไม่มีเวลาจะจัดอะไรให้เรียบร้อยน้อยหน่าในวันนี้สวมเสื้อยืดสีขาวโอเวอร์ไซต์ตัวหลวม กับกางเกงยีนขาสั้น เผยให้เห็นเรียวขาขาว ๆ แม้มันจะเป็นลุคธรรมดาที่เธอใส่อยู่บ่อย ๆ แต่พออยู่ในสายตาของตี๋ มันกลับดูน่ารักขึ้นมา“มาถึงเร็วดีนี่” ตี๋หันมามอ







