Home / มาเฟีย / ใต้กลลวงของคนเลว / วันแรกของการทำงาน

Share

วันแรกของการทำงาน

last update publish date: 2026-08-30 21:44:53

เมื่ออลันหมุนตัวเดินออกจากห้องประชุมไปแล้ว แม็กซ์ก็ก้าวกลับเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน ซึ่งช่วยบรรเทาบรรยากาศตึงเครียดอันหนักอึ้งที่ยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศให้เจือจางลง เขากวาดสายตามองกระดาษสัญญาบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะช้อนสายตามองไอรีนด้วยความเข้าใจ

“เซ็นเรียบร้อยแล้วสินะครับ” เขาเอ่ยพลางยื่นมือไปเก็บเอกสารใส่แฟ้มอย่างคล่องแคล่ว

“ยินดีด้วยครับ ตอนนี้คุณคือพนักงานคนใหม่ของเราอย่างเป็นทางการแล้ว”

ไอรีนพยักหน้ารับช้าๆ ความรู้สึกในใจยังคงล่องลอยอยู่กลางอากาศ ไม่แน่ใจเสียด้วยซ้ำว่าเรื่องราวหนี้สินสิบสองล้านบาทที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้คือความจริง หรือเป็นเพียงฝันร้ายที่แสนสมจริงกันแน่ แม็กซ์สังเกตเห็นความสับสนบนที่ฉายชัดบนสีหน้าของเธอ จึงแย้มยิ้มปลอบประโลมอย่างมีมารยาท ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญให้เธอเดินตามเขาออกจากห้องประชุม

“เดี๋ยวผมจะพาคุณไปดูโต๊ะทำงานนะครับ”

เขาก้าวเดินนำหน้าผ่านแถวโต๊ะทำงานซึ่งเรียงรายไปด้วยพนักงานที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานกันอย่างเคร่งเครียด พนักงานบางคนช้อนสายตาขึ้นมองไอรีนด้วยความสนใจเพียงครู่เดียว ก่อนจะรีบก้มหน้ากลับไปจดจ่อกับงานตรงหน้า ราวกับทุกคนในบริษัทแห่งนี้ได้เรียนรู้กฎเหล็กที่จะไม่แสดงความอยากรู้อยากเห็นเกินความจำเป็น

โต๊ะทำงานของไอรีนตั้งอยู่มุมหนึ่งริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ที่เปิดรับทัศนียภาพกว้างไกลของเมืองหลวงที่ทอดยาวสุดสายตา บนโต๊ะมีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรุ่นใหม่เอี่ยมวางไว้ พร้อมกับกองเอกสารที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และข้างหน้าโต๊ะมีป้ายชื่อเล็กๆ มีข้อความสลักประณีตระบุว่า "วนัสนันท์ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน" ไว้อย่างชัดเจน ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าตั้งแต่นานแล้ว... ก่อนที่เธอจะตัดสินใจตอบรับข้อเสนอนี้เสียอีก

“งานหลักของคุณคือการตรวจสอบและปรับปรุงรายการบัญชีของบริษัทในเครือสี่แห่งครับ”

แม็กซ์อธิบายพลางผายมือไปยังกองเอกสารบนโต๊ะ

“ทั้งหมดเป็นธุรกิจที่ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีทั้งอสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร ธุรกิจนำเข้าส่งออก และบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุน คุณเพียงแค่ทำหน้าที่นักบัญชีตามปกติ ตรวจสอบตัวเลข จัดทำรายงานสรุป ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่างานที่คุณเคยผ่านมือมาหรอกครับ”

น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและเป็นกันเอง ราวกับพยายามโน้มน้าวให้เธอคลายความกังวล ไอรีนพยักหน้ารับรู้โดยไม่แสดงความคลางแคลงใจออกไป แม้ลึกๆ ในใจจะตระหนักดีว่า ธุรกิจที่ถูกฉาบทับไว้ด้วยคำว่า

ถูกกฎหมาย เหล่านี้ คงไม่ใช่ภาพความจริงทั้งหมดของเอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง อย่างแน่นอน

“หากมีข้อสงสัยอะไรระหว่างวัน ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะฝั่งโน้นครับ”

แม็กซ์ชี้มือไปยังโต๊ะทำงานอีกฝั่งของชั้น ซึ่งห่างออกไปพอสมควรแต่ยังอยู่ในระยะสายตา

“หรือถ้ามีเรื่องด่วนจริงๆ คุณโทรหาผมได้ตลอดเวลาครับ”

เขาวางนามบัตรใบเล็กไว้ข้างคีย์บอร์ด “ยินดีต้อนรับอีกครั้งนะครับ คุณไอรีน หวังว่าเราจะร่วมงานกันได้อย่างราบรื่น”

เมื่อแม็กซ์เดินลับตาไป ไอรีนจึงค่อยๆ หยัดกายลงนั่งบนเก้าอี้สำนักงานตัวใหม่ เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะกดเปิดสวิตช์คอมพิวเตอร์ หน้าจอแสดงผลสว่างวาบขึ้นพร้อมโลโก้ของ เอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง ที่ปรากฏขึ้นตรงกลาง หญิงสาวกรอกรหัสผ่านชั่วคราวที่แม็กซ์ให้ไว้ จากนั้นระบบจึงเปิดออกสู่หน้าซอฟต์แวร์บัญชีระดับสูงที่ทันสมัยและครบครันยิ่งกว่าระบบใดๆ ที่เธอเคยใช้งาน

ตลอดช่วงเช้า ไอรีนพาตัวเองจมลงไปกับการทำความคุ้นเคยกับระบบใหม่ ตรวจสอบโครงสร้างรายการบัญชีของบริษัทในเครือทีละแห่ง พร้อมทั้งจดบันทึกข้อสังเกตลงในสมุดโน้ตเล่มเล็กส่วนตัว ความรู้สึกหวาดหวั่นและตื่นในตอนแรกค่อยๆ เจือจางลงเมื่อเธอเริ่มจดจ่ออยู่กับตัวเลขที่คุ้นเคย นี่คือสิ่งที่เธอเชี่ยวชาญที่สุด และการได้กลับมาจับต้องทักษะของตนเองอีกครั้งก็ช่วยให้เธอสัมผัสได้ถึงความมั่นคงในจิตใจขึ้นมาบ้าง

บรรยากาศของพนักงานคนอื่นๆ ในแผนกดูเป็นมิตรในระดับกำลังดี หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันชื่อ เบญจ์ ซึ่งนั่งประจำโต๊ะละแวกข้างๆ ได้แวะเวียนมาทักทายและอธิบายระบบงานพื้นฐานให้ฟังด้วยความเต็มใจ ทว่าไอรีนกลับสังเกตเห็นว่า ทุกครั้งที่บทสนทนาเริ่มเฉียดใกล้รายละเอียดเชิงลึกของบริษัทหรือเรื่องราวของผู้บริหารระดับสูง เบญจ์จะรีบเปลี่ยนประเด็นอย่างมีชั้นเชิง หรือไม่ก็ตอบด้วยน้ำเสียงติดตลก ที่ไม่ได้ให้เบาะแสอะไรเพิ่มเติมเลยแม้แต่น้อย

“ที่นี่ทำงานสบายนะ เงินดี สวัสดิการเยี่ยม”

เบญจ์กระซิบพลางส่งยิ้ม “แต่มีกฎสำคัญอยู่ข้อหนึ่งที่ทุกคนต้องจำใส่หัวไว้ให้ขึ้นใจ”

เธอโน้มตัวลงมาลดเสียงต่ำลง แม้จะไม่มีใครอยู่ในระยะที่พอจะได้ยิน “ทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย อย่าตั้งคำถามเกินขอบเขต และอย่าเอาเอกสารออกนอกตึกโดยไม่ได้รับอนุญาต แค่นี้เอง... แล้วชีวิตคุณจะราบรื่น”

ไอรีนยิ้มรับคำแนะนำนั้นด้วยท่าทีสงบนิ่ง แม้ในใจจะรู้สึกถึงคำเตือนที่ซ้อนทับกับสิ่งที่แม็กซ์เคยเอ่ยไว้ก่อนหน้านี้อย่างน่าประหลาด ราวกับคนในตึกนี้ทุกคนต่างท่องจำกฎเหล็กฉบับเดียวกันไว้จนขึ้นใจ และไม่มีใครกล้าฝืนก้าวข้ามเส้นนั้นแม้แต่นิดเดียว

กระทั่งช่วงบ่าย ไอรีนได้รับมอบหมายงานชิ้นแรกอย่างเป็นทางการ นั่นคือการตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายของร้านอาหารหรูริมแม่น้ำในเครือที่มีชื่อว่า ริเวอร์ไซด์ การ์เดน ซึ่งเป็นสถานที่สังสรรค์ยอดนิยมของเหล่าบรรดานักธุรกิจและผู้มีอิทธิพล หญิงสาวเปิดไฟล์ข้อมูลการเงินขึ้นมาศึกษาอย่างละเอียด ไล่ตรวจดูรายการรายรับนับตั้งแต่มกราคมจนถึงปัจจุบัน

ในคราวแรก ทุกอย่างดูเรียบร้อยและถูกต้องตามหลักการ ยอดขายอาหารและเครื่องดื่มสอดคล้องกับปริมาณโต๊ะและช่วงเวลาให้บริการ ต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงพนักงานอยู่ในสัดส่วนที่สมเหตุสมผลสำหรับร้านอาหารระดับไฮเอนด์ ทว่าเมื่อไอรีนเจาะลึกลงไปในรายการโอนเงินย้อนหลังของเดือนที่ผ่านมา สายตาอันแหลมคมของนักบัญชีมืออาชีพก็เริ่มมองเห็นความผิดปกติเล็กๆ ที่ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้

มีรายการโอนเงินจำนวนมหาศาลที่ระบุเพียงคำว่า "ค่าที่ปรึกษาพิเศษ" โอนออกไปยังบัญชีปลายทางที่ไม่มีชื่อองค์กรหรือบริษัทรับรองอย่างชัดเจน ตัวเลขเงินวิ่งขึ้นลงอย่างไม่มีแบบแผน บางเดือนสูงลิ่วถึงหลักร้อยล้าน แต่บางเดือนกลับเป็นศูนย์ ไร้ซึ่งรูปแบบการดำเนินธุรกิจตามปกติ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีรายการค่าใช้จ่ายด้าน การบำรุงรักษาพิเศษ ที่สูงเกินจริงเมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ของร้าน ราวกับว่ามีตัวเลขบางอย่างถูกซุกซ่อนไว้ใต้บัญชีนี้

ไอรีนวางมือลงบนขอบโต๊ะ เลื่อนสายตาสำรวจรอบห้องทำงานอย่างระมัดระวัง เบญจ์กำลังง่วนอยู่กับงานของตนเอง และไม่มีใครจ้องมองมาที่เธอ หญิงสาวหันกลับมาเพ่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง นิ้วเรียวยาวสั่นเกร็งอยู่เหนือคีย์บอร์ด ในหัวเกิดการต่อสู้กันอย่างหนักระหว่างสองความคิด... ฝ่ายหนึ่งบอกให้เธอสืบเจาะลึกต่อไปเพื่อความกระจ่างแจ้งของตนเอง ขณะที่อีกฝ่ายกลับส่งเสียงเตือนถึงคำพูดของแม็กซ์ที่ยังคงก้องกังวานในหัว

อย่าเข้าไปยุ่งกับเอกสารที่คุณไม่ได้ทำหน้าที่ดูแล

แต่นี่คือเอกสารที่เธอได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบโดยตรงไม่ใช่หรือ... เธอพยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจหยิบปากกาขึ้นมาจดบันทึกความผิดปกติเหล่านั้นลงในสมุดโน้ตเล่มเล็กส่วนตัวอย่างเงียบเชียบ โดยไม่ลงบันทึกใดๆ ไว้ในระบบของบริษัท เธอบอกตัวเองว่านี่เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่อย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่ลึกลงไปในใจ เธอก็รู้ดีว่าตนเองกำลังสืบเท้าเข้าใกล้ขอบเขตอันตรายที่แม็กซ์เคยเตือนไว้มากกว่าที่ควรจะเป็นเสียแล้ว

กระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงห้าโมงครึ่ง นาฬิกาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์แจ้งเตือนเวลาเลิกงาน พนักงานส่วนใหญ่เริ่มทยอยเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน ไอรีนจัดแจงปิดโปรแกรมบัญชี ซุกสมุดโน้ตเล่มเล็กไว้ลึกที่สุดในกระเป๋าสะพายอย่างมิดชิด ก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงไปยังลิฟต์พร้อมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ

ขณะยืนรอลิฟต์เปิดออก ไอรีนพลันสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาจากทางเดินฝั่งตรงข้าม เมื่อเธอเหลียวสายตากลับไปมอง ก็พบร่างสูงใหญ่ของอลันยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตูห้องทำงานเล็กๆ บนชั้นเดียวกัน เขาอยู่ในชุดสูทสีดำเข้มตัวเดิม แววตาสีดำล้ำลึกคู่นั้นจับจ้องตรงมาที่เธอโดยไร้ซึ่งการแปรเปลี่ยนของอารมณ์ใดๆ

หัวใจของไอรีนกระตุกวูบและเต้นระทึกขึ้นมาทันควัน เธอไม่แน่ใจว่าควรรอบอกลาหรือน้อมศีรษะทักทายเขาในบรรยากาศที่เป็นทางการเช่นนี้ดีหรือไม่ แต่ก่อนที่เธอจะได้ตัดสินใจ ประตูลิฟต์ก็เปิดออกเสียก่อน หญิงสาวจำต้องก้าวเท้าเข้าไปข้างในพร้อมกับพนักงานคนอื่น และในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดเลื่อนเข้าหากัน เธอก็ลอบมองกลับไปอีกครั้ง

อลันยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาเย็นชาคู่นั้นยังคงทอดมองตรงมาที่เธอไม่คลาดสายตา และตรงมุมปากหยักของเขาก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ยากจะคาดเดาความหมาย ก่อนที่บานประตูโลหะจะปิดสนิท ตัดภาพของเขาไปจากสายตา

ไอรีนนิ่งเงียบอยู่ภายในลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่าง อกข้างซ้ายยังคงเต้นแรงด้วยจังหวะอันถี่รัว เธอไม่อาจตอบตัวเองได้เลยว่า ความรู้สึกที่กำลังแล่นปราดไปทั่วร่างในยามนี้ เป็นเพราะความหวาดหวั่นต่อโลกมืดใบใหม่ที่เธอเพิ่งก้าวเข้ามา... หรือเป็นเพราะสายตาคู่นั้นของชายหนุ่ม ที่ดูเหมือนจะคอยจับจ้องและครอบงำทุกจังหวะชีวิตของเธออยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทิ้งระยะห่างไว้ไกลเพียงใดก็ตาม

หญิงสาวก้าวเท้าออกจากตึกเอเวอร์กรีน สู่บรรยากาศภายนอกที่วุ่นวายไปด้วยผู้คนยามเย็น สายลมเย็นปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอเบาๆ ทว่าภายในใจกลับยังคงร้อนรุ่มด้วยคำถามนับไม่ถ้วนที่ไร้ซึ่งคำตอบ

วันแรกของการทำงานได้ผ่านพ้นไปแล้ว... แต่ไอรีนตระหนักดีว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของวงจรชีวิตที่ซับซ้อนและอันตรายยิ่งกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้ ทั้งเรื่องราวความลับมืดดำที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ตัวเลขบัญชี และความรู้สึกประหลาดที่เริ่มก่อตัวขึ้นทุกครั้งที่สายตาของเธอประสานเข้ากับดวงตาของเขา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใต้กลลวงของคนเลว   คำมั่นสัญญา

    หกเดือนผ่านไปอย่างเงียบงัน ราวกับกาลเวลาได้ตั้งใจทอดตัวให้ทุกบาดแผลค่อยๆ สมานลงทีละน้อย คฤหาสน์หลังงามใจกลางเมืองซึ่งครั้งหนึ่งเคยปกคลุมด้วยเงาแห่งความหวาดระแวง บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้สด เสียงหัวเราะแผ่วใส และแสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านม่านโปร่งเข้ามาแต้มพื้นหินอ่อนเป็นประกายอ่อนโยน ทุกมุมของบ้านคล้ายได้รับชีวิตใหม่ อลันยังคงอยู่เคียงข้างไอรีนไม่ห่าง ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เขาเฝ้าดูชีวิตของเธออย่างใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยที่สุด ไอรีนในชุดคลุมท้องสีอ่อนยืนอยู่ริมหน้าต่าง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสงบ หน้าท้องที่นูนขึ้นตามอายุครรภ์หกเดือนทำให้เธอดูอ่อนโยนกว่าเดิมอย่างประหลาด และทุกครั้งที่ปลายนิ้วของเธอแตะลงบนชีวิตน้อยๆ ใต้ฝ่ามือ อลันก็มักจะมองภาพนั้นด้วยแววตาแน่นิ่งลึกซึ้ง ราวกับทั้งโลกของเขาถูกย่ออยู่ตรงหน้าเพียงเท่านี้หลังการขอแต่งงานในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงเทียนและคำสัญญา งานวิวาห์ของทั้งคู่ก็ผ่านพ้นไปอย่างงดงาม มิใช่เพราะความหรูหราของสถานที่หรือเสียงชื่นชมจากผู้คน หากเพราะในวันนั้น ไอรีนได้เห็นชายผู้เคยแบกรับทุกอย่างเพียงลำพังยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยหัวใจที่เปิดเผยที่สุด อลันไม

  • ใต้กลลวงของคนเลว   คลี่คลาย 1.2

    "เธอเหนื่อยมามากแล้วนะไออุ่น..." แม็กซ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลกว่าทุกครั้ง มือหนาที่แข็งแรงขึ้นตามลำดับเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของเธอไว้เบาๆ "ตลอดหนึ่งเดือนเต็ม เธอยอมทิ้งชีวิตตัวเองมานั่งเฝ้าผู้ชายเลือดเย็นอย่างฉัน... ไม่เหนื่อยบ้างเลยหรือไง"ไออุ่นส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคมของเขาอย่างมั่นคง“เหนื่อยดิ คิดว่าฉันเป็นหุ่นยนต์หรือไง” ไออุ่นตอบทันควัน ทำเอาแม็กซ์ชะงักไปเล็กน้อย เธอถอนหายใจพรืดแล้วเหลือบมองเขาด้วยแววตาดื้อๆ “แต่เหนื่อยแล้วไง นายยังหายใจอยู่ ฉันก็ต้องดูแลต่อสิ คนอย่างนายถ้าปล่อยไว้คนเดียวไม่เกินครึ่งวันก็คงดื้อจนแผลฉีกอีก แล้วก็อย่ามาทำหน้าเหมือนตัวเองเป็นภาระนะ ฉันไม่ชอบ” น้ำเสียงห้าวของเธอแข็งอยู่เพียงเปลือกนอก แต่ท้ายประโยคกลับเบาลงเหมือนคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งอย่างอ่อนโยน “อีกอย่าง...ถ้าวันนั้นไม่มีนาย ฉันก็คงไม่ได้มายืนด่านายตรงนี้เหมือนกัน เพราะงั้นเลิกคิดมาก แล้วกินซุปซะ”แม็กซ์มองเธออยู่ครู่ใหญ่ เหมือนต้องการแน่ใจว่าทุกคำของเธอเป็นจริง “ฉันเคยคิดว่าถ้าไม่ผูกพันกับใคร ก็จะไม่มีใครใช้เป็นจุดอ่อนของฉันได้” เขาพู

  • ใต้กลลวงของคนเลว   คลี่คลาย 1.1

    เวลาล่วงเลยผ่านไป ราวกับ เพื่อปล่อยให้ร่างกายที่บอบช้ำและหัวใจที่ผ่านคืนเลวร้ายได้ค่อยๆ เยียวยาตัวเอง บ้านพักริมทะเลหลังเดิมซึ่งเคยเป็นสมรภูมิของเสียงปืน ถูกซ่อมแซมทีละส่วนจนเกือบไม่เหลือร่องรอยของคืนนั้น รอยกระสุนบนเสาไม้หน้าระเบียง แม้ช่างจะเสนอให้เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ไออุ่นกลับขอให้เก็บรอยเล็กๆ รอยหนึ่งไว้ มันอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาเสียจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น แต่สำหรับเธอ รอยนั้นไม่ใช่อนุสรณ์ของความรุนแรง หากเป็นเครื่องเตือนใจว่าพวกเขารอดมาแล้วจริงๆ และชีวิตหลังจากนี้ไม่ควรถูกใช้ไปกับการหวาดกลัวเพียงอย่างเดียวในสัปดาห์แรก บ้านทั้งหลังยังมีกลิ่นสี กลิ่นยาฆ่าเชื้อ และกลิ่นเค็มของทะเลปะปนกันจนแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร เสียงค้อนจากช่างซ่อมดังขึ้นตั้งแต่สายและเงียบลงก่อนตะวันตกดิน ไออุ่นเป็นคนเดินตรวจทุกมุมด้วยตัวเอง เธอถามตั้งแต่ชนิดของสกรูที่ใช้ยึดบานพับ ไปจนถึงระยะเวลาสำรองไฟของสัญญาณเตือนภัย นายช่างวัยกลางคนพยายามอธิบายอย่างละเอียด ทว่าเมื่อเห็นหญิงสาวกอดอกขมวดคิ้ว เขาก็รีบยืนยันว่าได้ทดสอบทุกอย่างแล้วถึงสามรอบ เธอพยักหน้าเพียงนิด ก่อนทิ้งท้ายเสียงห้าวว่า “ดี ถ้าดังช้ากว่าคนร้ายครึ

  • ใต้กลลวงของคนเลว   บทสรุป 1.2

    ครั้งหนึ่ง วิกเตอร์เคยเชื่อว่าโซเฟียไม่ใช่น้องสาวของอลันจริงๆ เชื่อหลักฐานปลอมที่ถูกจัดฉาก เชื่อในศักดิ์ศรีของตนมากกว่าดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของหญิงสาวคนนั้น คืนที่เขาลงมือ เขาจำได้ว่าโซเฟียไม่ได้ร้องขอชีวิตให้นานนัก เธอเพียงเรียกชื่อเขาเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่สั่นจนแทบไม่เป็นคำ เหมือนคนที่ยังเชื่อว่าเขาจะหยุดได้ในวินาทีสุดท้าย ทว่าความโกรธในตอนนั้นทำให้เขาหูหนวกและตาบอด เขาเลือกจะฟังเสียงของตนเองมากกว่าความจริง และเมื่อความทรงจำเหล่านั้นย้อนกลับมาในคืนนี้ มันจึงไม่ใช่เพียงภาพอดีต หากเป็นคำพิพากษาที่ไม่มีศาลใดเมตตาได้อีกเสียงหัวเราะของวิกเตอร์แปรเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นที่บิดเบี้ยวและเจ็บปวด เขาทรุดลงกับพื้นชั่วขณะก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาว่างเปล่า คนที่เคยเชื่อว่าตนควบคุมทุกอย่างได้กำลังแตกสลายอยู่ตรงหน้าทุกคน เขาล้วงปืนออกมาจากเสื้อคลุมด้วยมือที่สั่นเทา ปลายกระบอกปืนยกขึ้นจ่อขมับตนเองอย่างเชื่องช้า “โซเฟีย...พี่ขอโทษ” คำพูดนั้นหลุดออกจากปากเขาเหมือนเสียงของคนที่ถูกความผิดบาปฉีกทึ้งจนไม่เหลือศักดิ์ศรีใด ๆ อีกต่อไป อลันตะโกนห้าม แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะใช้คำพูดหยุดยั้งได้วา

  • ใต้กลลวงของคนเลว   บทสรุป 1.1

    ค่ำคืนนั้น คฤหาสน์หลังใหญ่จมอยู่ใต้ความเงียบอันหนักอึ้ง ราวกับทุกเสียงในโลกถูกกลืนหายไปพร้อมกับความหวังที่ค่อย ๆ ริบหรี่ลงในหัวใจ ไอรีนนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมมานานเกินกว่าจะนับเวลาได้ สองมือของเธอประสานแน่นจนปลายนิ้วเย็นเฉียบ ริมฝีปากสั่นระริกขณะพึมพำคำภาวนาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาคู่สวยแดงช้ำจากการร้องไห้ แต่เธอก็ไม่กล้าปิดเปลือกตาลงแม้เพียงวินาทีเดียว เพราะทุกครั้งที่หลับตา ภาพของไออุ่น น้องสาวสุดที่รัก ก็จะฉายชัดขึ้นมาในความมืดด้วยใบหน้าซีดเผือด เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ไม่มีใครรู้ว่าจะไปถึงทันหรือไม่ ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจเธออย่างเงียบงัน หากวันนั้นเธอระวังมากกว่านี้ หากเธอปกป้องน้องได้ดีกว่านี้ เหตุการณ์ทั้งหมดอาจไม่เดินทางมาถึงจุดที่ทุกลมหายใจต้องแลกกับความหวาดหวั่นเช่นนี้ก็เป็นได้ภายในบ้าน ไม่มีใครกล้าพูดเสียงดัง ผู้ติดตามยืนกระจายตัวอยู่ตามมุมห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เสียงนาฬิกาบนผนังดังติ๊กต่อกเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าในความรู้สึกของไอรีน มันกลับดังราวกับเสียงตอกย้ำวินาทีแห่งการรอคอยอันโหดร้าย ทุกนาทีที่ผ่านไปหมายถึงอันตรายที่อาจเพิ่มขึ้นอีกห

  • ใต้กลลวงของคนเลว   เงื่อนงำที่คลี่คลาย

    บรรยากาศภายในคฤหาสน์ของอลันหนักอึ้งราวกับอากาศทั้งหลังถูกกดทับด้วยเงามืดแห่งความสูญเสีย ทุกคนในบ้านต่างเงียบงัน ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใดออกมาเกินความจำเป็น เสียงฝีเท้าของบอดี้การ์ดที่วิ่งเข้าออกด้านนอกดังแว่วมาเป็นระยะ แต่ภายในห้องรับรองใหญ่กลับเต็มไปด้วยความเงียบที่บีบรัดหัวใจยิ่งกว่าสิ่งใด ๆไอรีนนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง ร่างบางสั่นสะท้านจนแทบทรงตัวไม่อยู่ น้ำตาไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย ดวงตาคู่สวยแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนัก เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เมื่อภาพน้องสาวเพียงคนเดียวถูกพาตัวไปยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า“ไออุ่น... ฮึก... อลัน ไออุ่นจะเป็นอะไรไหม” เสียงของเธอสั่นพร่าแทบไม่เป็นคำ “ฉันควรอยู่กับน้อง ฉันไม่ควรปล่อยให้น้องต้องเจอเรื่องแบบนั้นเลย”อลันนั่งอยู่ข้างเธอ แขนแกร่งโอบร่างคนที่กุมหัวใจของเขาเอาไว้แน่น เขากดศีรษะทุยของเธอให้ซบลงกับอกกว้าง แล้วลูบแผ่นหลังเล็กอย่างปลอบประโลม แม้สีหน้าของเขาจะนิ่งขึง แต่แววตาคมกริบกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกผิดกัดกินอยู่ลึก ๆ ในใจ เขาเป็นคนที่ควรปกป้องทุกคนในครอบครัว แต่ในค่ำค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status