“คุณโอเคหรือเปล่า...จะให้ผมบอกคาราเมลมาอยู่เป็นเพื่อนไหม?” เลออนเอ่ยถามทำลายความเงียบที่ปกคลุมอยู่ภายในรถ ตลอดทางที่ผ่านมาถิงถิงเอาแต่นั่งนิ่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ จนคนมองเริ่มใจไม่ดี เขาจึงตัดสินใจเสนอชื่อคู่หมั้นของตนหรือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธออย่างคาราเมลให้มาช่วยดูแล
ทว่ายังไม่ทันที่ถิงถิงจะได้ตอบอะไร ปลายสายที่พวกเขากำลังพูดถึงก็โทรเข้ามาพอดี
ครืดดดดด…
เลออนพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้เธอรับสายได้ตามสะดวก ขณะที่ถิงถิงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อสะกดกั้นความอ่อนแอ ก่อนจะกดรับสายแล้วพยายามกรอกเสียงให้ดูปกติที่สุดเพื่อไม่ให้เพื่อนรักจับพิรุธได้
“ไม่ได้ทำอะไรเลย กำลังว่างพอดี” ถิงถิงตอบปลายสายไปตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน ปกติแล้วเธอกับคาราเมลจะตัวติดกัน เพราะทำงานอยู่ในสายงานเดียวกัน แต่ช่วงหลังมานี้มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายกับคาราเมลจนขาดการติดต่อกันไปพักใหญ่ ความคิดถึงจึงเริ่มทำงานและความเหงาปนความหวาดกลัวในใจเริ่มเรียกร้องหาที่พึ่งพิง
“เมลว่างไหม เรามาเจอกันหน่อยได้ไหม” วินาทีนี้ถิงถิงรู้ดีว่าเธอไม่อาจกลับไปอยู่ที่ห้องเพียงลำพังได้ ภาพจอมมารในคราบลูเซียโน่ที่เพิ่งเจอมากำลังตามหลอกหลอนจนเธอเริ่มฟุ้งซ่าน หากแต่ได้ใครสักคนมานั่งอยู่ข้างๆ ในตอนนี้ คนที่เธอไว้ใจที่สุดก็คงมีเพียงแค่คาราเมลเท่านั้น
ปลายสายตอบรับคำชวนอย่างไม่รีรอ เมื่อนัดแนะสถานที่และร้านอาหารเรียบร้อยแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็วางสายกันไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่กลับมาปกคลุมรถอีกครั้ง
“เรื่องไอ้ลูเซียโน่...” เลออนตัดสินใจพูดทำลายความเงียบขึ้นมา เขาลังเลอยู่นานว่าควรจะพูดมันออกไปดีไหม แต่สุดท้ายความอึดอัดก็ทำให้เขาเก็บไว้ไม่ไหว
“ที่มันทำลงไป มันไม่ได้ตั้งใจ ผมกล้ารับประกัน” เลออนหันมาสบตาเธอครู่หนึ่ง แววตาของเขาเหมือนมีคำอธิบายอีกเป็นพันคำที่อยากจะบอก แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเงียบไป
ขณะที่หญิงสาวไม่ได้ตอบโต้อะไร เธอทำเพียงเหม่อมองออกไปนอกตัวรถด้วยความว่างเปล่าเช่นเดิม ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังคิดอะไร จนกระทั่งรถหรูจอดสนิทที่หน้าร้านคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นที่เธอนัดกับเพื่อนไว้
“ถิงถิง!” หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวจนไหล่สั่น เรื่องราวร้ายแรงที่เพิ่งผ่านพ้นไปทำให้เธอนั่งเหม่อลอยอยู่ภายในร้านอย่างคนไร้สติ เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าคาราเมลเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามตั้งแต่เมื่อไหร่
“ฮะ ฮื้อ เมลมาแล้วเหรอ?”
“มาตั้งนานแล้ว ถิงนั่นแหละมัวเหม่ออะไร มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?” คาราเมลถามด้วยความเป็นห่วง
ถิงถิงรีบส่ายหน้าหวือพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอไม่อยากให้เพื่อนต้องมาพลอยเครียดหรือรับรู้เหตุการณ์ป่าเถื่อนก่อนหน้านี้
“เปล่าหรอก แต่เมล...ถิงมีเรื่องอยากปรึกษาอะไรหน่อยได้ไหม?” สุดท้ายเรื่องของลูเซียโน่ก็ยังคงวนเวียนกวนใจเธออยู่อย่างนั้น จนต้องตัดสินใจหาทางออกผ่านเพื่อนที่ไว้ใจที่สุด
“ว่ามาสิ” คาราเมลละสายตาจากแก้วกาแฟแล้วตั้งใจฟังอย่างจริงจัง
“คือตอนนี้ถิงมีแฟนแล้วนะ”
“จริงเหรอ!?” เพื่อนสนิทเบิกตากว้างพลางฉีกยิ้มกว้างด้วยความยินดี หากแต่ถิงถิงกลับไม่มีรอยยิ้มตอบกลับมาเลย ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลจนปิดไม่มิด
“แต่เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นหรอก ประเด็นคือแฟนเก่าของถิงเขากลับมาวุ่นวาย”
“เขามาขอคืนดีเหรอ?”
“เขาไม่ได้พูดคำนั้น แต่เขา…เขาบังคับให้ถิงเลิกกับคนปัจจุบัน” ภาพเหตุการณ์ที่โยธาขอเธอเป็นแฟนยังคงวนเวียนอยู่ในหัว และตอนนี้เธอก็ไม่กล้าแม้แต่จะโทรไปหาโยธาเพราะความหวาดกลัวในอิทธิพลของลูเซียโน่
“แล้วถิงก็ยอมเขาเหรอ?” คาราเมลเผลอทำเสียงหงุดหงิดใส่ความเจ้ากี้เจ้าการของแฟนเก่าเพื่อน
ขณะที่ถิงถิงเม้มปากแน่น เธออยากจะตะโกนบอกเหลือเกินว่าเธอจะไม่ยอมได้ยังไง ในเมื่อเขาใช้วิธีที่ดิบเถื่อนและคุกคามชีวิตเธอขนาดนั้น
“ถิงไม่รู้จะทำยังไงดีเมล ถิงหาทางออกไม่เจอ”
“เมลถามจริงนะถิง ถิงยังรักเขาอยู่หรือเปล่า?” คำถามจี้จุดของเพื่อนทำให้ถิงถิงถึงกับสะอึกไปชั่วครู่
“ปะ เปล่า ไม่ได้รักแล้ว” ถิงถิงเบือนหน้าหนีทันทีที่พูดจบ แววตาสั่นไหวและหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาคลอเบ้าเป็นอาการที่แสดงออกสวนทางกับคำพูดอย่างชัดเจนจนคนมองอย่างคาราเมลต้องถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ
“ถ้าถิงไม่ได้รักเขา ถิงจะไม่เก็บคำพูดของเขามาใส่ใจจนเป็นกังวลขนาดนี้หรอก” คำพูดของเพื่อนสนิทเหมือนค้อนที่ทุบลงบนความรู้สึกที่เธอพยายามซ่อนไว้ นั่นสินะ...ขนาดเขาใจร้ายและทำรุนแรงกับเธอถึงขนาดนั้น เธอกลับไม่แม้แต่จะเลิกรักเขาได้เลยสักวินาทีเดียว
“ถิงยอมรับนะเมล ว่าถิงยังลืมเขาไม่ได้ เขาเป็นรักแรก และเป็นรักเดียวของถิงมาตลอด” ถิงถิงสารภาพออกมาเสียงแผ่ว ความจริงข้อนี้ทำให้เธอรู้สึกละอายใจต่อใครอีกคนที่อยู่ข้างหลัง
“เมลแนะนำให้ถิงเลิกกับคนใหม่เถอะ ไม่ใช่เพราะทำตามคำสั่งของใคร แต่เป็นเพราะผู้ชายคนนั้น ถิงไม่ได้รักเขาเลย”
“ถิงสงสารเขาเมล เขาจีบถิงมาตั้งนาน อยู่ๆ ถิงก็ใจอ่อนตอบรับเขา แล้ววันนี้จะให้ถิงไปบอกเลิกเขาเฉยๆ ถิงทำไม่ได้จริงๆ”
“ทำไม่ได้ก็ต้องทำ เจ็บแต่จบ มันยังดีกว่าการให้ความหวังเขาไปเรื่อยๆ แล้วปล่อยให้เขาเจ็บหนักกว่าเดิมทีหลังไม่ใช่เหรอ” คำเตือนของคาราเมลทำให้ถิงถิงนิ่งอึ้งไป หรือจะเป็นเธอเองที่ผิด
ผิดที่ยอมใจอ่อนให้โยธาเข้ามาในชีวิต ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าการลืมลูเซียโน่นั้นเป็นเรื่องที่แทบจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้เลย
“ขอบคุณนะเมล...” ถิงถิงเงียบอยู่นานก่อนจะเอ่ยขอบคุณออกมาจากใจจริง เธอเข้าใจดีว่าสถานการณ์นี้คาราเมลเองก็คงลำบากใจที่จะแนะนำ แต่หากมองในมุมของโยธา วิธีนี้คงเจ็บน้อยกว่าการถูกรักเพียงเพราะความสงสาร
“เมลอย่าบอกเรื่องที่ถิงยังลืมแฟนเก่าไม่ได้กับใครนะ โดยเฉพาะคุณเลออนก็ห้ามบอกเด็ดขาด” ถิงถิงจ้องตาเพื่อนด้วยสีหน้าจริงจัง แม้เลออนจะรู้ว่าเธอเคยคบกับลูเซียโน่ แต่เขาคงไม่รู้แน่ว่าหัวใจของเธอยังไม่เคยลืมผู้ชายคนนั้นได้เลย...แม้แต่สักวันเดียว
“ทำไมล่ะ?” คาราเมลถามด้วยความไม่เข้าใจ
“แฟนเก่าถิง เขาเป็นเพื่อนสนิทของคุณเลออน” ดวงตาของคาราเมลเบิกกว้างขึ้นทันที ความเข้าใจแล่นเข้าสู่สมองในพริบตา ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอคงต้องรูดซิปปากให้แน่นหนาเป็นสองเท่า เพราะเรื่องนี้มันซับซ้อนกว่าที่เธอคิดไว้มากนัก
ทั้งสองคุยเรื่องอื่นเรื่อยเปื่อยเพื่อปรับเปลี่ยนบรรยากาศ ส่วนใหญ่เป็นคาราเมลที่พยายามชวนคุยเรื่องตลกๆ เพื่อให้ถิงถิงลืมความทุกข์ไปได้ชั่วคราว ทว่าทันทีที่ต้องแยกย้ายกันกลับ ความอ้างว้างและความเศร้าก็กลับมาเยือนเธออีกครั้งอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวนั่งจ้องมองเบอร์โทรศัพท์ของโยธาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในอก ใช่...ในทางนิตินัยหรือสัญญาใดๆ เธออาจจะเลิกกับโยธาไปแล้ว แต่ในทางความรู้สึก โยธาคงรอเธอไม่ไปไหน
หากแต่ถิงถิงไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ชีวิตของเธอต้องเจอกับอะไรอีก มารร้ายในคราบแฟนเก่าคนนั้นจะออกอาละวาดหรือทำร้ายเธอด้วยวิธีไหนอีก เธอกลัวโยธาจะติดร่างแหนั่นไปด้วย หากแต่วิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือการบอกเลิกและตัดขาดจากเขาอย่างใจร้ายเหมือนที่คาราเมลแนะนำ
ถิงถิงถึงโยธา :
พี่โยธาไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ถิงสบายดี ถิงขอโทษที่ทำให้พี่ต้องลำบากไปกับถิงด้วย เราเลิกกันเถอะนะคะ ถิงไม่อยากทำร้ายพี่ไปมากกว่านี้แล้ว
หลายวันผ่านไป
ชีวิตของถิงถิงดูเหมือนจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติสุขอีกครั้ง เธอยังคงทำหน้าที่เลขาให้เลออนได้อย่างเหมือนเดิม นับจากค่ำคืนที่เป็นฝันร้ายเมื่อสามวันก่อน
ขณะที่ลูเซียโน่หายเงียบไปราวกับคนละมิติ ไม่มีทั้งการติดต่อหรือการตามรังควานอย่างที่เธอหวาดระแวงไว้
ทั้งที่มันควรจะเป็นเรื่องที่ทำให้เธอสบายใจและกลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุข หากแต่ในส่วนลึกของหัวใจเธอกลับว้าวุ่นอย่างประหลาด ความรู้สึกหนึ่งที่เธอไม่อยากยอมรับกับตัวเองที่สุดคือตอนนี้เธอกำลังเป็นห่วงเขา
ภาพบาดแผลบนใบหน้าของเขาในวันนั้นยังคงติดตา ทั้งบทสนทนาระหว่างเลออนกับหัวหน้าแม่บ้านที่บอกเป็นนัยว่าเขากำลังเผชิญกับปัญหาบางอย่างที่หนักหนาเกินกว่าจะรับมือเพียงลำพังมันทำเธอคิดมากวนเวียนอยู่อย่างนั้น
ครืดดดด…
แต่แล้วเสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือก็ดึงเธอออกจากภวังค์ความนึกคิด ปลายสายขึ้นชื่อว่าโยธาโทรหาเธอไม่ต่ำกว่าร้อยสายตลอดสามวันที่ส่งข้อความบอกเลิกไป
ช่วงนี้ถิงถิงเลือกที่จะกลับไปพักที่คอนโดส่วนตัวแทนบ้านของพ่อแม่ เพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับโยธาที่ยังอยากได้คำอธิบายมากกว่านั้น หากแต่สำหรับเธอแล้วการให้เขาเข้าใจว่าเธอใจร้ายแบบนี้มันดีที่สุดแล้ว
(คุณถิงถิง) เสียงทุ้มที่ดังมาจากโทรศัพท์ภายในออฟฟิศทำให้เธอต้องรีบกดรับสายเพื่อฟังคำสั่งจากเจ้านาย
“ค่ะบอส มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
(เดี๋ยวจะมีแขกมาพบผมที่ห้อง ผมอยากให้คุณเตรียมตัวให้พร้อม) ถิงถิงรีบกวาดสายตามองตารางงานประจำวันในแท็บเล็ตทันที ทว่าในช่องนัดหมายช่วงบ่ายกลับว่างเปล่า ไม่มีการระบุชื่อของใครที่จะเข้ามาหาเลออนในเวลานี้
“ฉันขอทราบชื่อแขกได้ไหมคะ จะได้เตรียมข้อมูลและเครื่องดื่มได้ถูกต้อง”
(ไอ้ลูเซียโน่...มันกำลังขึ้นมา) ประโยคสั้นๆ จากเลออนทำให้หัวใจของถิงถิงแทบจะหยุดเต้นเสียตอนนั้น มือที่ถือปากกาสั่นระริกจนต้องวางมันลงทันใด
ความสงบสุขที่เพิ่งสร้างขึ้นมาเพียงสามวันพังทลายลงเมื่อรู้ว่ามารร้ายที่เธอกำลังพยายามลบภาพจำกำลังจะปรากฏตัวต่อหน้าเธออีกครั้งในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้…