ถิงถิงนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ทำงาน จิตใจของเธอว้าวุ่นสับสนจนคุมสติแทบไม่อยู่ ตั้งแต่วินาทีที่ลูเซียโน่ก้าวเข้ามาในบริษัท เลออนก็พาเขาหายเข้าไปในห้องรับรองทันที ทิ้งให้เธอนั่งจมอยู่กับความกังวลอยู่ที่โต๊ะเลขาหน้าห้องเพียงลำพัง
เธอรู้ดีว่าการมาเยือนของเขาในครั้งนี้ไม่มีทางเป็นเรื่องอื่นไปได้นอกจากเรื่องของเธอ ไม่อย่างนั้นเจ้านายคงไม่เอ่ยเตือนให้เธอเตรียมใจล่วงหน้า
หญิงสาวพยายามปลอบใจตัวเองว่าเลออนคงจะช่วยเธอให้พ้นจากเงื้อมมือของจอมมารร้ายได้เหมือนครั้งก่อน แต่ลึกๆ ในใจเธอกลับสั่นไหวด้วยความกลัวเกรง เธอเพียงแค่กังวลว่าอำนาจของมัจจุราชอย่างลูเซียโน่ที่กลับมาพร้อมความยิ่งใหญ่และน่ากลัวเกินกว่าที่ใครจะต้านทานได้ไหว
แต่แล้ว...
แรงสั่นเตือนจากโทรศัพท์ทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว
เลออน : คุณถิงถิง มาหาผมที่ห้องรับรองหน่อยครับ
เพียงแค่อ่านข้อความจบ หัวใจของถิงถิงก็เต้นรัวแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ร่างกายทุกส่วนสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ แม้แต่ในจังหวะที่เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องรับรอง เรียวขาก็กลับหนักอึ้งจนก้าวไม่ออก เธอต้องยืนรวบรวมลมหายใจและทำใจอยู่นานหลายนาที ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือที่สั่นระริกเคาะประตูให้สัญญาณคนด้านใน
ก๊อกๆ
ทันทีที่บานประตูเปิดออก ลมหายใจของเธอก็พลันสะดุดลง เมื่อสายตาทั้งสามคู่ภายในห้อง ไม่ว่าจะเป็นเลออน ลูเซียโน่ หรือแม้แต่มือขวาอย่างไทเลอร์ ต่างตวัดมองมาที่เธอเป็นจุดเดียวราวกับนัดหมาย
“ค่ะบอส...” ถิงถิงขานรับเสียงแผ่วเบา พยายามก้มหน้าให้ต่ำที่สุดเพื่อสบตาแค่เลออนเพียงคนเดียว
แม้จะรับรู้ได้ถึงรังสีคุกคามอันเยือกเย็นจากสายตาของลูเซียโน่ที่จ้องมองมาอย่างไม่ลดละ แต่มวลความหวาดกลัวที่ฝังลึกอยู่ในใจก็ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะปรายตาไปมองเขาแม้เพียงเสี้ยววินาที
“ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกคุณ...” เลออนเอ่ยออกมา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความลำบากใจและหนักอึ้งอย่างเห็นได้ชัด
“ต่อจากนี้ไปผมอยากขอให้คุณไปทำงานอยู่กับทาง GD ชั่วคราว”
“คะ?” ใบหน้าสวยเงยขึ้นด้วยความตกใจ ก่อนจะเผลอตวัดสายตาไปมองคนคนนั้นที่เจ้านายเพิ่งเอ่ยถึง
ทว่าเพียงแค่แวบเดียวที่สบเข้ากับดวงตาคมกริบดุจพญามัจจุราช เธอก็รีบหันหนีราวเขาเป็นคนต้องห้ามสำหรับเธอไปแล้ว
“เรากำลังมีโปรเจ็กต์ใหม่กับทาง GD ซึ่งต้องใช้ความปลอดภัยด้านข้อมูลสูงมาก ผมเลยอยากให้คุณไปช่วยประสานงานระหว่างเรากับทางนั้นที่นู่น” เลออนพยายามอธิบายเหตุผลด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับฟังไม่ขึ้นในความรู้สึกของถิงถิง
“ทั้งที่...”
ทั้งที่ผู้ชายคนนี้เพิ่งจะทำร้ายร่างกายและจิตใจของฉันขนาดนั้นน่ะเหรอ
เธอพยายามจะโต้แย้งออกไปด้วยความอัดอั้น หากแต่ประโยคที่สวนกลับมาของเลออนทั้งที่เธอยังพูดไม่จบกลับเย็นเฉียบจนทำให้เธอต้องกลืนทุกคำพูดที่คิดลงคอ
“คุณต้องแยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวให้ได้คุณถิงถิง”
“...” ร่างบางก้มหน้าลงไม่เอ่ยคำใดออกมาอีก ความศรัทธาที่เคยมีต่อเลออนพังทลายลงในพริบตา เพราะเธอเคยเชื่อมาตลอดว่าเขาจะเป็นคนที่เข้าใจและปกป้องเธอได้ดีที่สุด แต่ตอนนี้เขากลับเป็นคนผลักเธอลงขุมนรกด้วยมือของเขาเองเสียอย่างนั้น
“กูขอเวลาคุยกับพนักงานเป็นการส่วนตัว มึงออกไปรอข้างนอกก่อน” เลออนหันไปเอ่ยกับคนที่นั่งทำตัวเป็นหุ่นปั้นฟังการสนทนาเงียบๆ มาพักใหญ่
ขณะที่ลูเซียโน่ขมวดคิ้วมุ่น แววตาฉายแววไม่สบอารมณ์ และไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน
“เรื่องภายในบริษัท ส่วนมึงมันคนนอก” เลออนย้ำชัดอีกครั้ง
“อืม อย่าช้านักล่ะ กูมีเวลาไม่มาก” สุดท้ายลูเซียโน่ก็ยอมหยัดยืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะสาวเท้าเดินออกไปพร้อมกับมือขวาที่ตามติด ทิ้งไว้เพียงรังสีอำมหิตที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ
“ฉันขอปฏิเสธงานนี้ค่ะบอส” ทันทีที่แผ่นหลังหนาพ้นประตูไป ถิงถิงก็โพล่งออกมาด้วยน้ำตาที่รื้นขอบตา จะให้เธอไปอยู่ใต้ปีกของคนที่จ้องจะทำลายชีวิตเธออย่างนั้นเหรอ...
สู้ให้เธอกรอกใบลาออกไปเสียตอนนี้ยังจะดีกว่า
“ฟังผมก่อน” เลออนรีบดึงสติหญิงสาวที่กำลังเตลิดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เขารีบเปิดลิ้นชักข้างกายออกแล้วหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมา ก่อนจะคลี่รูปถ่ายสามสี่ใบส่งให้เธอตรงหน้าประกอบคำอธิบาย
“คนของผมรายงานว่าช่วงนี้มีกลุ่มคนหลายกลุ่มกำลังพยายามเข้าถึงตัวคุณอย่างผิดสังเกต” ถิงถิงรับรูปมาดูด้วยมือที่สั่นเทา มันเป็นรูปแอบถ่ายตัวเธอในจังหวะต่างๆ ระหว่างรอรถกลับบ้านในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ใบหน้าสวยซีดเผือดเมื่อเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์แปลกหน้าที่คอยเดินตามเธออยู่ห่างๆ ในเงามืด
หากแต่มันยังมีเรื่องที่เลออนยังเล่าความจริงที่น่ากลัวกว่านั้น
“แต่ที่ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ ก็เพราะคนพวกนี้” เลออนวางรูปใบถัดไปลงบนโต๊ะตามมา
ในรูปนั้นเป็นกลุ่มชายแปลกหน้าที่เคยตามเธอถูกจัดการจนนอนจมกองเลือดสลบไสลอยู่ริมทาง โดยมีกลุ่มชายชุดดำที่ดูน่าเกรงขามยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ
ถิงถิงมองเจ้านายสลับกับรูปถ่ายอย่างไม่เข้าใจ ในหัวมีแต่คำถามวนเวียนไปมาซ้ำๆ
เธอเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่ไม่มีศัตรู และไม่มีผลประโยชน์มหาศาลพอจะให้ใครมาตามล่า
แล้วคนพวกนี้ต้องการอะไรจากเธอกันแน่?
“ผมเดาว่าคนที่คอยช่วยคุณลับๆ ก็น่าจะเป็นคนของ Golden Hawk”
“Golden Hawk เหรอคะ?” หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงงงวย ชื่อองค์กรนี้ฟังดูหรูหราแต่กลับให้ความรู้สึกหนาวเหน็บอย่างประหลาด
“มันคือหนึ่งในขั้วอำนาจมาเฟียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทยโดยมีลูเซียโน่เป็นผู้นำ”
“ผะ ผู้นำมาเฟีย?” ถิงถิงอ้าปากค้าง หัวใจเต้นผิดจังหวะจนแทบจะหยุดหายใจ
ความทรงจำในอดีตเกี่ยวกับพี่โซ่วิศวกรเทคนิคผู้แสนดีที่เคยทะนุถนอมเธอทุกอย่าง พลันแตกสลายกลายเป็นผุยผงเมื่อต้องซ้อนทับกับภาพลักษณ์ของหัวหน้ากลุ่มมาเฟียผู้โหดเหี้ยม
สามปีที่เขาหายไป เขาไม่ได้แค่ทิ้งเธอไปธรรมดา แต่เขากลับเดินไปสู่โลกที่มืดมิดและอันตรายเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการถึง
“ผมขอโทษนะที่ก่อนหน้านี้บอกเรื่องนี้กับคุณไม่ได้” เลออนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด เขาถูกเพื่อนสนิทบังคับให้ปิดปากเงียบสนิท แม้จะอึดอัดใจแค่ไหนแต่เขาก็จำต้องรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับเพื่อนรัก
“แล้วตอนนี้ทำไมบอสถึงตัดสินใจบอกฉันล่ะคะ” ถิงถิงถามเสียงแผ่วเบา ในใจยังสับสนวุ่นวายจนแทบจะประมวลผลไม่ทัน
ทั้งที่ทุกคนร่วมมือกันปกปิดและปล่อยให้เธอตกอยู่ในมุมมืดมาตลอดสามปี แต่ทำไมจู่ๆ ในวันนี้เขาถึงอยากให้เธอเข้าถึงความลับที่แสนอันตรายนั่นขึ้นมาแทน
“เพราะผมอยากให้คุณไปหาความจริงด้วยตัวคุณเอง ผมมั่นใจว่าที่ไอ้ลูเซียโน่มันอยากได้ตัวคุณไปอยู่ใกล้ๆ มันต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้แน่นอน” เลออนพยักเพยิดไปยังรูปภาพในมือของเธอที่แสดงถึงกลุ่มคนลึกลับที่กำลังตามล่าเธอ
“ถ้าคุณไปอยู่ที่นั่น เราจะได้รู้สักทีว่ามันพยายามปกปิดอะไรเรากันแน่”
“แต่เขา... เขาไม่ได้รักฉันแล้ว” หยาดน้ำตาคลอเคลียเต็มดวงตาคู่สวย ยามที่ความจริงอันเจ็บปวดจากการกระทำเย็นชาของเขาแล่นเข้ามาในหัว
“คุณเชื่อแบบนั้นจริงๆ เหรอถิงถิง?”
“...” หญิงสาวเม้มปากเป็นเส้นตรง ใช่…มันก็ไม่เสมอไป
เธอไม่รู้ว่าตัวเองคิดไปเองมากน้อยแค่ไหน แต่ในบางจังหวะที่จอมมารร้ายอย่างเขาเผลอเรอ เธอกลับสัมผัสได้ถึงเงาของโซ่คนเดิมที่ยังแอบหลบซ่อนอยู่ในคราบของมาเฟียผู้โหดเหี้ยมคนนั้น
อย่างเช่นตอนที่เขาทำแผลให้ตอนนั้น…
“ฉะ ฉัน...” ร่างบางเริ่มแสดงท่าทีอึกอักขึ้นมา หัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยความลังเล
กระทั่งได้ยินประโยคถัดมาของเลออนที่เหมือนเป็นการตอกหมุดความเชื่อมั่นให้ มันก็เหมือนเป็นการฟันธงว่าเธอคิดจะเอายังไงต่อไป
“ถ้าคุณหามันคนเดิมเจอ คุณก็จะได้มันกลับคืน”