“โยธางั้นเหรอ!?” ลูเซียโน่กระชากเสียงเอ่ยประโยคนั้นออกมาทันที นัยน์ตาที่เคยสั่นไหวด้วยแรงตัณหาเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าทว่าดุดันจนน่าขนลุก มันเป็นแววตาของคนที่กำลังหลุดเข้าไปในโลกของความรุนแรงอย่างเต็มตัว
ถิงถิงอาศัยจังหวะที่เขาชะงักรีบผลักไสแผงอกแกร่งออกห่าง เธอตัวสั่นเทาพยายามจัดแจงเสื้อผ้าให้บดบังร่ายกายทันทีที่ภาพใบหน้าของโยธาแวบเข้ามาเตือนสติว่าสิ่งที่เธอกำลังทำมันผิดมหันต์
“คุณออกไปเถอะ ฉันอยากพักผ่อน!”
“เธอคิดว่าฉันพาเธอมาที่นี่เพื่อพักผ่อนงั้นเหรอ!” ร่างสูงใหญ่โถมเข้าหาอย่างรวดเร็วปานสัตว์ร้ายที่กำลังคลั่ง เขาคว้าต้นแขนเรียวทั้งสองข้างไว้ก่อนจะออกแรงบีบเค้นราวกับคนลืมตัว อารมณ์ที่ขุ่นมัวจนดำมืดกำลังบิดเบี้ยวกลายเป็นความรุนแรงที่เกินจะควบคุม
เขาเคยคำรามเตือนเธอแล้วว่าห้ามพูดถึงมัน แต่เธอกล้าดียังไงถึงได้ส่งเสียงเรียกชื่อชายอื่นออกมาในขณะที่ร่างกายกำลังหลอมรวมอยู่กับเขา!
“คุณลูเซียโน่ ฉะ ฉันเจ็บ ฮึก...” ถิงถิงหน้าถอดสีจนขาวซีด หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด แรงบีบมหาศาลจากฝ่ามือหนาที่กดลงบนผิวเนื้อบอบบางจนขึ้นรอยนิ้วมือแดงก่ำและเริ่มห้อเลือด มันรุนแรงเสียจนเธอรู้สึกราวกับกระดูกแขนกำลังจะแตกละเอียดคามือของเขาจริงๆ
“...” ลูเซียโน่ในตอนนี้ดูเหมือนไม่ใช่คนเดิมที่เธอเคยรู้จัก สายตาของเขาจ้องมองความเจ็บปวดของเธอด้วยความนิ่งเฉยอย่างน่าประหลาด เขาไม่แม้แต่จะสะทกสะท้านหรือแสดงความสงสารออกมาเมื่อเห็นน้ำตาของเธอ
“ปะ ปล่อยนะ ฉันเจ็บ ฮึก...ฮืออออ” ถิงถิงพยายามสลัดแขนออกจากการเกาะกุมที่แน่นหนาปานคีมเหล็ก มือเล็กอีกข้างพยายามช่วยแกะนิ้วแกร่งของเขาออกแต่มันกลับไร้ผล
ยิ่งเธอขัดขืน เขากลับยิ่งเพิ่มแรงบีบมากขึ้นเรื่อยๆ จนร่างเล็กแทบจะขาดใจคามือเขาตรงนั้น
ถิงถิงหันซ้ายแลขวาด้วยความลนลาน หาทางรอดจากกรงเล็บของคนไร้หัวใจที่กำลังจะบีบเธอให้ตายคามือ
และแล้วสายตาก็พลันเห็นแจกันเซรามิกที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหัวเตียง ในนาทีที่ความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายคว้ามันมาถือไว้แน่น ก่อนจะตัดสินใจทำสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิต นั่นคือการทุบมันใส่หัวของชายที่เธอไม่แม้แต่อยากจะทำร้ายเขา
เพล้ง!
เศษเครื่องเคลือบแตกกระจายเกลื่อนพื้นห้องเพราะคนตัวโตไหวตัวทัน เขาใช้มือป้องศีรษะไว้ได้หวุดหวิด แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขายอมปล่อยแขนเธอให้เป็นอิสระ
ถิงถิงรีบคลานถอยหลังหนีจนหลังชนกับพนักเตียง เนื้อตัวสั่นเทาพยายามกอดตัวเองไว้
แววตาของลูเซียโน่ในตอนนี้วาวโรจน์ยิ่งกว่าเดิม มันดำมืดและไร้ความปรานีเสียจนเธอรู้ทันทีว่าสถานการณ์ต่อจากนี้ เธอจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
“ฮึก...คะ คุณลูเซียโน่” น้ำตาสีใสไหลไม่ขาดสาย เธอสะอื้นไห้จนตัวโยนด้วยความกลัวที่กัดกินไปถึงขั้วหัวใจ
“เธอกล้าทำร้ายฉันงั้นเหรอ...” น้ำเสียงเย็นยะเยือกดังมาจากคนที่กำลังย่างเท้าเข้ามาหาช้าๆ ราวกับมัจจุราชที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ทว่าในวินาทีที่ความมืดดำกำลังจะกลืนกินทุกอย่าง...
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นราวกับเป็นเสียงจากสวรรค์ส่งมาโปรดในนาทีสุดท้าย
“ออกไป!” ลูเซียโน่ตวาดกร้าวเสียงสนั่นห้อง ดวงตาคมกริบยังคงจับจ้องร่างที่สั่นเทาราวกับลูกนกในกำมือไม่วางตา
ก๊อกๆ
“ไอ้ลูเซีย เปิดประตู!” คราวนี้ไม่ได้มาแค่เสียงเคาะ แต่ตามมาด้วยเสียงตะโกนทรงพลังที่แฝงไปด้วยความเดือดร้อนใจ
และถิงถิงเองก็จำเสียงนั้นได้แม่นยำ
“คะ คุณเลออน คุณเลออนช่วยฉันด้วย ฮือออ เขาจะฆ่าฉัน!” เสียงหวีดร้องด้วยความกลัวสุดขีดของเธอดังพ้นขอบประตูออกไป มันดังพอที่จะทำให้เลออนที่อยู่ข้างนอกร้อนรนจนสั่งให้แม่บ้านรีบนำกุญแจสำรองมาไขประตูเข้ามาในทันที
ทว่า...
เสียงนั้นกลับไม่ดังพอที่จะเรียกสติที่ขาดผึงของลูเซียโน่ได้เลย เขายังคงย่างสามขุมเข้าหาเธออย่างช้าๆ ด้วยแววตาที่น่าสยดสยอง
กระทั่ง...
“กรี๊ดดดดด!” ถิงถิงหลับตากรีดร้องสุดเสียง พลางก้มหน้าหนีมัจจุราชที่เอื้อมมือมาจนถึงตัวเธอ
ในวินาทีที่คิดว่าคงไม่รอด ประตูบานยักษ์ก็ถูกกระแทกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของเลออน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของลูเซียโน่และยังเป็นเจ้านายที่ถิงถิงเคารพรักในที่ทำงาน
“ไอ้ลูเซีย มึงตั้งสติหน่อยสิวะ!” เลออนพุ่งเข้าชาร์จตัวเพื่อนรักออกห่างจากเลขาของเขาในทันที เขาใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีกักตัวลูเซียโน่ไว้พลางออกแรงเขย่าตัวเพื่อเรียกสติที่หลุดลอยไปของคนคลั่ง
ขณะที่แม่บ้านวัยกลางคนรีบโผเข้ามากอดร่างเล็กที่สั่นเทาไว้แนบอก แล้วกึ่งเดินกึ่งพยุงพาเธอหนีออกมาจากห้องนอนที่กลายเป็นนรกบนดินในทันที
“ฮึก...ฮือออออ” ความหวาดกลัวที่พุ่งทะลุขีดจำกัดทำให้ถิงถิงกอดแม่บ้านพลางปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจกั้น
ทันทีที่ลงมาถึงชั้นล่าง หญิงสาวก็ทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างคนหมดแรง ร่างกายที่เคยอรชรตอนนี้สั่นสะท้านไปถึงกระดูก ภาพของจอมมารร้ายที่จ้องจะบีบคอเธอวนเวียนอยู่ในหัวไม่จบไม่สิ้น
เธอไม่เคยเห็นใครที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อน และที่เจ็บปวดที่สุดคือเธอไม่เคยคิดเลยว่าปีศาจตนนั้น จะเป็นคนเดียวกับโซ่ ผู้ชายที่แสนดีที่สุดในชีวิตของเธอ
“ไม่เป็นไรนะคะคุณผู้หญิง ปลอดภัยแล้วค่ะ ปลอดภัยแล้ว” แม่บ้านลูบแผ่นหลังที่สะอื้นจนตัวโยนด้วยความเวทนา พลางเหลือบมองขึ้นไปยังห้องพักชั้นสองที่ยังมีเสียงโครมครามของการยื้อยุดฉุดกระชากสติกัน
จนกระทั่งผ่านไปไม่กี่นาทีที่ยาวนานสำหรับคนที่นี่ เลออนก็เดินกลับออกมาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดและเหนื่อยล้าอย่างถึงที่สุด
“ถิงถิงเป็นยังไงบ้าง” เลออนเอ่ยถามหัวหน้าแม่บ้านที่ยังคงโอบกอดปลอบประโลมหญิงสาวไม่ห่าง เขาเลี่ยงที่จะถามถิงถิงโดยตรงเพราะรู้ดีว่านาทีนี้สติของเจ้าตัวแตกกระเจิงจนเกินกว่าจะตอบคำถามใดๆ ได้
“ยังขวัญเสียอยู่ค่ะ แล้วนายท่านล่ะคะ?” แม่บ้านรีบถามถึงเจ้านายด้วยความกังวล สายตาพลันเหลือบไปเห็นรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่บนหลังมือของเลออน เธอจึงรู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์ในห้องเมื่อครู่น่าจะรุนแรงจนคนคุมสติอย่างเลออนต้องออกแรงหนักไม่แพ้กัน
“มันได้สติแล้ว ปล่อยมันนอนจมกองเลือดอยู่อย่างนั้นแหละ ไปเรียกไอ้ไทเลอร์มาดูมันด้วย ส่วนถิงถิงผมจะพากลับเอง” เลออนออกคำสั่งเสียงเรียบ ทว่าแม่บ้านยังคงมีท่าทีลังเลและไม่ยอมคลายอ้อมกอดจากร่างเล็ก
“หรือคุณจะรอให้เธอตายคามือเจ้านายคุณจริงๆ”
“…” เงียบ
“ถ้ามันฟื้นขึ้นมาแล้วจะเอาเรื่อง ก็บอกให้มันติดต่อมาหาผมคนเดียว” เลออนเน้นเสียงเข้มเมื่อเห็นความลังเล
กระทั่งได้ยินเช่นนั้น แม่บ้านก็พยักหน้ารับทันที เธอรีบช่วยพยุงและเรียกสติถิงถิงที่แม้จะหยุดร้องไห้ไปแล้ว แต่ดวงตาคู่สวยกลับเหม่อลอยออกไปไกล
“ไปเถอะถิงถิง ผมไปส่ง” เลออนปรับน้ำเสียงให้อ่อนโยนลง เพราะรู้ดีว่าเลขาของเขากำลังบอบช้ำเพียงใด
หญิงสาวก้าวตามแรงจูงของเจ้านายไปอย่างไม่ลังเล ใจของเธออยากจะไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ทว่าในจังหวะที่เดินพ้นประตูเพนท์เฮ้าส์ เธอกลับสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองลงมาจากระเบียงชั้นสอง
ลูเซียโน่ยืนอยู่ตรงนั้น
ใบหน้าคมคายเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเลือดจากแผลที่ถูกเลออนตะบันหมัดใส่เพื่อเรียกสติไปหลายต่อหลายครั้ง ดวงตาที่แดงก่ำของเขาจ้องมองตามหลังเธอไปอย่างเงียบงัน
และมันเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด โหยหา และพ่ายแพ้ แต่สำหรับถิงถิงในตอนนี้ แววตานั้นกลับน่ากลัวเกินกว่าที่เธอจะกล้าหันกลับไปมองซ้ำเป็นครั้งที่สอง