หลายชั่วโมงต่อมา...
"คุณเคย์จะให้ผมตามไปดูแลคุณหนูกับคุณน้ำขิงไหมครับ" ธันวาลูกน้องคนสนิทของเคย์เดนที่คอยดูแลตั้งแต่เคย์เดนอายุสิบเก้าปีรายงานความเคลื่อนไหวของน้องสาวกับคู่หมั้นให้เจ้านายทราบ
เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มลูกน้องที่เคย์เดนส่งตามไปดูแลสองสาวอยู่ห่างๆ ตั้งแต่ช่วงเย็นได้ส่งคลิปมารายงานว่าทั้งคู่อยู่ในผับแห่งหนึ่งที่ไคร่าเคยมีปัญหากับลูกชายนักการเมืองดังเมื่อคราวก่อน
ธันวาเห็นว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงและอันตรายต่อตัวไคร่ากับน้ำขิงเขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปรายงานเคย์เดนที่นั่งพักเบรคจากการซ้อมต่อยมวยกับเพื่อนสนิทอย่างออสตินและจอมทัพตามสมควร คนที่นั่งพักเหนื่อยเหงื่อเต็มตัวขณะที่กำลังหายใจเร็วเพราะความเหนื่อยอย่างเคย์เดนจึงต้องเอี่ยวใบหน้าหล่อเหลาครึ่งซีกเพื่อเอ่ยถามธันวาที่ยืนก้มโค้งเล็กน้อยอยู่ด้านหลังว่ามีเรื่องอะไร
"มีอะไรหรือเปล่า"
"เอ่อ...คุณไคร่าไปผับนั่นอีกแล้วครับ" ทันทีที่ได้ยินคำตอบจากลูกน้องคนสนิทเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากเคย์เดนก็ดังขึ้นด้วยความเบื่อหน่ายทันที ก่อนจะถามต่อว่า
"ไคร่าไปกับใคร"
"ไปกับคุณน้ำขิงครับ"
"น้ำขิง?"
"ครับคุณจอมทัพ" จอมทัพญาติผู้พี่ที่รักและคอยดูแลน้ำขิงมาตั้งแต่เด็กๆ หันขวับไปทางธันวาทันทีที่ได้ยินว่าน้องสาวตัวเองไปเที่ยวผับ เนื่องจากน้ำขิงไม่เคยเที่ยวกลางคืน ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่บ้านและมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่พอจะขึ้นปีสองแล้วนึกยังไงถึงได้เที่ยวกลางคืนแบบนั้น
เพราะคิดว่าตัวเองโตแล้วงั้นเหรอ?
"ปกติน้ำขิงไม่เคยเที่ยวกลางคืน น้องสาวมึงนี่มันไม่ธรรมดาเลยนะไอ้เคย์" จอมทัพแอบตำหนิเคย์เดนเบาๆ ที่ปล่อยให้น้องสาวอย่างไคร่าที่ชอบหาเรื่องให้พี่ชายปวดหัวลากน้องสาวของเขาไปเที่ยวกลางคืนแบบนั้น
"กูว่ามึงต้องหาคนมาปราบยัยตัวแสบนั่นอย่างจริงจังแล้วว่ะไอ้เคย์ เอาไอ้ทัพไหมมันปราบเด็กเก่งนะเว้ย" ออสตินญาติของเคย์เดนและไคร่าเสนอไอเดียพร้อมกับพยักหน้าโบ้ยไปทางจอมทัพเจ้าของผับที่มีลูกน้องในร้านมากกว่าสิบคนที่ต้องดูแลและเป็นคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุให้มาดูแลไคร่าที่ทั้งแสบและซนให้สยบสักที
"ขนาดกูยังเอาไม่อยู่ แล้วใครมันจะเอายัยนั่นอยู่ว่ะ" เป็นเคย์เดนที่ตอบออสตินด้วยความปลงใจในเรื่องการจัดการน้องสาวจอมแสบของตัวเอง
ในบรรดาพี่น้องเขาคือคนที่นิ่งและดุที่สุดในบ้านและเป็นคนที่บรรดาลูกน้องเกรงใจและเกรงกลัวที่สุดแล้ว เพราะเป็นคนที่สุขุมไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้าเวลาที่อยู่ข้างนอก จึงไม่แปลกใจที่คนนอกจะมองว่าเขาไม่น่าเข้าหา
แต่สำหรับไคร่ารายนั้นถูกตามใจตั้งแต่เด็กๆ เธอจึงไม่เกรงกลัวใครในบ้าน ยิ่งเป็นแคสเปอร์พี่ชายคนรองเธอยิ่งได้ใจเพราะแคสเปอร์จะชอบตามใจมากกว่าดุ
"มึงก็ลองเปิดใจใช้บริการไอ้ทัพดิวะ" ออสตินเสนออีกครั้งพร้อมกับแอบยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ใส่จอมทัพที่กำลังมองกลับด้วยห่างตาด้วยความไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่
ปราบไคร่าเหรอ ให้เขาไปปราบผีดีกว่า
"ลองเลิงเหี้ยไร กูไม่ชอบผู้หญิงสอนยากสอนเย็นยิ่งดื้อกูยิ่งไม่เอา แค่งานที่ผับก็ปวดหัวจะตายห่าอยู่แล้ว" จอมทัพตอบกลับน้ำเสียงขยาดอย่างเอือมระอา
เพราะกิตติมศักดิ์ของไคร่าที่เห็นกันมาแต่เด็กๆ และเป็นคนช่วยเลี้ยงเองมากับมือด้วย เขาจึงรู้จักไคร่าดีไม่น้อยไปกว่าพี่ชายอย่างเคย์เดน เพราะฉะนั้นถ้าจะให้เขาปราบเด็กดื้อเอาแต่ใจแบบนั้น ขอหนีไปบวชดีกว่า
"อย่าเอาใครมาผูกกับน้องกูเลย กูขี้เกียจขึ้นโรงขึ้นศาล นิสัยเอาแต่ใจแบบนั้นอยู่คนเดียวนั่นแหละดีแล้ว" ขณะที่เพื่อนทั้งสองคนกำลังคิดหาวิธีจะปราบไคร่า เคย์เดนที่กำลังนึกเป็นห่วงน้ำขิงอยู่เงียบๆ ก็พูดลอยๆ ออกมาก่อนที่จะนั่งเงียบพร้อมกับความลังเลกับสิ่งที่กำลังคิดอยู่ในหัวอีกครั้ง
เขากำลังคิดว่าจะลุกไปหาน้ำขิงที่ผับนั่นดีไหม แต่ถ้าไปน้ำขิงจะเข้าใจผิดคิดว่าเขาตามไปสอดส่องเธอหรือเปล่า
"เอ่อคุณเคย์จะให้ผมตามไปดูไหมครับ"
"อืม อย่าให้ใครเข้าใกล้น้ำขิงเด็ดขาด" แต่พอได้ยินธันวาถามแบบนั้น เขาจึงตัดสินใจให้ธันวาไปดูแทน
"แล้วคุณไคร่าละครับ"
"ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ยัยนั่นหรอก"
"ครับ" ธันวาตอบครับจบเขาก็ก้มโค้งให้เจ้านายตัวเองเล็กน้อยก่อนที่จะหมุนตัวเดินออกไปจากยิมในที่สุด ออสตินที่เห็นลูกน้องของเคย์เดนเดินออกไปแล้วก็อดไม่ได้ที่จะแซวเรื่องของทั้งคู่
"ก็ดูมึงเป็นห่วงน้องไอ้ทัพดีนี่หว่า ไหนบอกว่าไม่สนใจไม่ชอบหมั้นเฉยๆ ไง แล้วทำไมมึงแสดงออกว่าห่วงขนาดนั้นว่ะ ไม่สมกับเป็นมึงเลยนะไอ้เคย์"
ไม่สมกับเป็นเคย์เดน ความหมายก็คือ ไม่สมกับที่เคย์เดนเป็นคนนิ่งๆ ดูไม่สนใจใครรวมถึงไม่สนใจน้ำขิงด้วย เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใคร ไม่เคยมีความรัก ไม่เคยมีผู้หญิงเข้ามาพัวพัน
สนใจแต่เรื่องการเรียนกับเรื่ององค์กรและตำแหน่งที่จะรอรับในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเท่านั้น ขนาดตอนอยู่มหาวิทยาลัยเคย์เดนเป็นที่ถูกจับตามองมากๆ เพราะเป็นถึงทายาทเจ้าของมหาวิทยาลัยอีกทั้งยังมีหน้าตาที่หล่อเหลาอย่างกับลูกรักพระเจ้า ฐานะทางบ้านก็ร่ำรวย แถมยังเรียนเก่งจนมีคนอยากเข้าหามากมาย แต่เคย์เดนกลับไม่สนใจใครเลย
แต่พอพ่อแม่สั่งให้หมั้นกับน้ำขิง เขากลับตอบตกลงโดยที่ไม่ต้องคิด ผู้ใหญ่ว่ายังไงเขาก็ว่าอย่างนั้น ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก
"ก็น้ำขิงเป็นคนของกูแล้ว กูก็แค่ดูแลคนในปกครองของตัวเอง แปลกตรงไหนวะ"
"หึ มึงมันเย็นชาสมกับที่เป็นมึงเลยนะไอ้เคย์ แถมยังเยือกเย็นได้โล่ด้วย คนอะไรหมั้นกับคนที่ตัวเองไม่ได้ชอบได้ด้วย" จอมทัพที่คอยสังเกตสีหน้าและพิรุธจากใบหน้าของเคย์เดนที่มีแต่ความเรียบนิ่งพูดจนจบเมื่อกี้ ก็เหยียดยิ้มตรงมุมปากขึ้นบางๆ พร้อมกับจ้องนัยน์ตาเคย์เดนอย่างต้องการหาคำตอบกับสิ่งที่กำลังถูกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งและสายตาที่ดูเรียบเฉยคู่นั้น
เขาไม่รู้ว่าเคย์เดนมีเหตุผลอะไรที่จะต้องหมั้นกับน้ำขิงทั้งๆ ที่ไม่ได้รักกันและคนอย่างเคย์เดนก็ด้านชาเกินไปที่จะมอบความรักให้กับใครได้ด้วย แต่ทำไมถึงได้ยอมหมั้นด้วยแบบนั้น
"น้ำขิงน้องสาวมึงก็ไม่ธรรมดานะไอ้ทัพที่ยอมหมั้นกับมันเหมือนกันอะ" ออสตินที่เป็นบุคคลที่สามและเห็นภาพระหว่างเพื่อนทั้งสองคนที่กำลังจ้องตากันนิ่งท่ามกลางบรรยากาศที่รู้สึกเสียววาบเบาๆ กับสายตานิ่งๆ ของทั้งสองคนจึงเอ่ยขึ้นเพื่อให้ทุกคนผ่อนคลายลง แน่นอนว่าเรื่องนี้เขาไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่การที่เห็นสายตาคมดุของเพื่อนทั้งสองคนจ้องตากันนิ่งขนาดนี้ มันก็ไม่ค่อยจะเป็นเรื่องที่ดีสักเท่าไหร่นัก
"ก็แค่หมั้นกันเพราะผู้ใหญ่เห็นดีเห็นงามบวกกับมีผลประโยชน์ร่วมกัน พวกมึงจะคิดอะไรมากว่ะ" เป็นเคย์เดนที่เอ่ยออกมาเสียงเรียบขณะที่สายตายังจ้องที่จอมทัพไม่วางตา แต่คำพูดของเคย์เดนที่จอมทัพได้ยินกลับทำให้เขารู้สึกขุ่นเคืองในใจจนเผลอกำหมัดแน่น
และด้วยความรู้สึกหมั่นไส้กับสีหน้าของเคย์เดนที่น่าแจกหมัดตอนนี้เขาจึงอดท้าทายเพื่อนตัวดีตรงหน้าไม่ได้
"แล้วมึงไม่กลัวใจตัวเองว่าจะชอบน้องสาวกูหรือไง"
"…น้ำขิงไม่ใช่สเปคกู"
"เหอะ ไอ้เหี้ยเคย์มึงแม่ง!"
ตุบ! ผัวะ! ผัวะ!
.
.
.
@โรงพยาบาลในเครือของตระกูลเคย์เดน
"น้าถามจริงๆ เถอะไปต่อยกับใครมาหืม? หน้าหล่อๆ แหกหมดเลย" หลังจากที่ต่อยกันจนหน้ายับแผลเต็มหน้าทั้งคู่ ออสตินก็ขับรถพาเพื่อนทั้งสองคนเดินทางไปทำแผลที่โรงพยาบาลในเครือของตระกูลเคย์เดน แต่ความโชคร้ายของค่ำคืนนี้ก็คือแม่ของเคย์เดนกับอาของจอมทัพดันอยู่ที่โรงพยาบาลพอดี ตอนเข้าไปทำแผลที่ห้องฉุกเฉินเจ้าหน้าที่พยาบาลที่เป็นหัวหน้าเวรจึงโทรไปรายงานทั้งคู่ให้ทราบ
ภาพเลยเป็นอย่างที่เห็น ตอนนี้โดนสอบปากคำกันใหญ่ว่าไปต่อยกับใครมาหน้าหล่อๆ ถึงได้ยับขนาดนั้น
"นั่นนะสิ ทัพบอกอามาสิว่าไปต่อยกับพวกไหนมา หน้าหล่อๆ เสียโฉมหมดเลย นี่ถ้าเป็นอาเกอร์ตอนหนุ่มๆ นะโดนอาด่าเละแน่ที่ทำให้หน้าหล่อๆ เสียโฉมแบบนี้" น้ำตาลในวัยเลขสี่ปลายๆ เอ่ยถามน้ำเสียงเป็นห่วงกึ่งตำหนิหลานชายพร้อมกับเปรียบเทียบกับเรื่องราวในอดีตของสามีกับตัวเองที่ครั้งหนึ่งเคยมีปัญหาเรื่องต่อยตีจนหน้าช้ำแบบนี้เหมือนกัน
"ก็คนห่วยๆ แถวๆ นี่แหละครับ มันพูดจาไม่เข้าหูผมอะก็เลยสั่งสอนสักหน่อย" จอมทัพตอบพร้อมมองค้อนตาขวางเหลือบไปที่เคย์เดนที่นั่งอยู่บนเตียงคนไข้ข้างๆ โดยมีแพรวาผู้เป็นแม่คอยยืนแสดงสีหน้าเป็นห่วงไม่ห่าง
"ทัพหมายถึงลูกน้าเหรอ เคย์เดนที่ไม่ค่อยพูดเนี่ยนะจะพูดจาไม่น่าฟัง"
"ครับ ลูกน้ามันไม่ใช่คนดีหรอกครับ มันอำมหิตด้วยซ้ำ" ได้ทีจอมทัพก็ฟ้องผู้เป็นแม่ของเคย์เดนเพื่อไม่ให้เสียโอกาสกลับไปทันที แล้วไอ้คำว่าอำมหิตก็มาจากประโยคแสลงหูที่เคย์เดนบอกว่าน้ำขิงไม่ใช่สเปคนี่ละ
น้องสาวของเขาสวยอย่างกับนางวรรณคดีขนาดนั้น แถมตอนเรียนมัธยมก็เป็นดาวเด่นมีแต่คนหมายปองมากมายอีกด้วยแต่เพราะน้ำขิงยังเด็กเขาจึงเป็นคนคอยสกัดกั้นให้ตลอด
แล้วมันมีหน้ามาพูดว่าน้ำขิงไม่ใช่สเปค!
"น้าอย่าไปสนใจพวกมันเลยครับ มันต่อยกันเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเรียนก็นั่งกินข้าวด้วยกันปกติ" ออสตินที่เริ่มเบื่อกับความตึงของทั้งคู่ที่ไม่มีใครยอมใคร จึงอาสาเป็นกรรมการตัดจบเรื่องราวคืนนี้แทน พร้อมกับบอกผู้ใหญ่ทั้งสองคนว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะมันไม่ใช่เรื่องแปลกในกลุ่มของพวกเขาทั้งสามคน
"โอเค งั้นน้าทั้งสองกลับก่อนละกันนะ เราทั้งสามคนก็กลับไปพักผ่อนได้แล้วพรุ่งนี้มหาลัยเปิดเทอมแล้วนี่" แพรวาที่คอยยืนลูบแขนของลูกชายด้วยความเป็นห่วงหันไปพูดกับหลานๆ อีกสองคนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมด้วยแววตาใจดีอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ จอมทัพและออสตินที่เห็นแบบนั้นจึงพร้อมใจพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มบางๆ กลับไป
"ครับ"