Partager

สัมผัสที่อุ่นใจ

Auteur: Luffy.g
last update Date de publication: 2025-05-20 01:32:10

บทที่ 8 สัมผัสที่อุ่นใจ

“หลานเอ๋อร์...เจ้าลูกคนนี้...พูดจาอะไรเช่นนั้น” ฉู่อี้เหรินเอ่ยปรามออกมา ก่อนจะหันไปยิ้มอย่างขอโทษขอโพยให้หยางตงหยางอีกครั้ง “องค์ชายหยาง เจ้าอย่าถือสาหลานเอ๋อร์เลยนะ เด็กคนนี้โดนตามใจเสียจนเคยตัว ต่อไปคงต้องให้ท่านช่วยสั่งสอนนางแทนเสียหน่อยแล้ว”

“ท่านแม่...นี่ท่านว่าข้าหรือ...ท่านพ่อ...ท่านดูสิ เวลานี้ท่านแม่กลับเข้าข้างคนอื่นไปเสียแล้ว ท่านพ่อต้องช่วยลูกนะ” ฉู่อันหลานตัดพ้ออย่างแง่งอนออกมา พร้อมหันไปหาฉู่ม่อเย่อย่างต้องการหาพวก

หยางตงหยางได้แต่นั่งอมยิ้มโดยไม่ปริปากพูดสิ่งใดออกมา ความรู้สึกอบอุ่นของครอบครัวที่เขาไม่เคยได้พบพานทำให้บัดนี้หัวใจของเขาพองฟูขึ้นมาอย่างรู้สึกตื้นตัน

“หลานเอ๋อร์...เจ้าโตจนออกเรือนแล้ว...ฟังท่านแม่เจ้าเสียบ้างเถิด” ฉู่ม่อเย่เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่คำกล่าวกลับโอนเอนไปยังฮูหยินของตนอย่างเห็นได้ชัด

“ท่านพ่อ...” ฉู่อันหลานพ้อออกมาเมื่อทั้งบิดาและมารดาต่างไม่เข้าข้างตนเอง นางจึงสะบัดหน้าหันไปจ้องมองหยางตงหยางตาเขม็งด้วยความไม่พอใจ

หยางตงหยางสบตากับฉู่อันหลานจึงหัวเราะหึๆ ในลำคออีกครั้ง เขายกมือขึ้นคีบกับข้าวบนโต๊ะแล้ววางลงบนถ้วยของฉู่อันหลาน “เจ้าทานเถิด”

ฉู่อันหลานค้อนขวับใส่ชายหนุ่ม แล้วก็ได้เห็นรอยยิ้มที่ปรากฏที่มุมปากของเขาในชั่วแวบหนึ่ง นางเผลอกลืนน้ำลายลงคอ หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทันรู้ตัว ใบหน้าที่ปกตินั้นเรียบเฉยออกไปทางเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลา บัดนี้กลับปรากฏรอยยิ้มน้อยๆ ออกมา นั่นยิ่งทำให้ใบหน้าที่ดูหล่อเหลากลับยิ่งมีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลมากยิ่งขึ้นไปอีก

ฉู่อันหลานกระแอมออกมา พร้อมรีบเบือนหน้าหนี นางเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทานข้าวอย่างไม่ปริปากสิ่งใดอีก

หยางตงหยางก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มกว้างออกมา นี่สินะที่เรียกว่าครอบครัว สัมผัสที่แสนอุ่นใจเช่นนี้ทำให้เขาอดนึกอิจฉาฉู่อันหลานอย่างเสียมิได้ แต่เขาเองก็นึกขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เขาได้มีโอกาสสัมผัสกับมัน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เช่นนี้ก็ตาม

         เวลาใกล้เที่ยง ฉู่อันหลานและหยางตงหยางก็เดินกลับเข้ามาภายในเรือน ฉู่อันหลานนั้นมีสีหน้าที่บึ้งตึงเล็กน้อย นางกระแทกตัวลงนั่งที่เก้าอี้อย่างไม่พอใจนัก

ผิดกับหยางตงหยางที่แสดงสีหน้าสดใสและดูอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก “คุณหนูฉู่...ข้าอยากพาเจ้าไปที่แห่งหนึ่ง” หยางตงหยางกล่าวพร้อมกับใบหน้าที่ดูมีเลศนัย

ฉู่อันหลานหรี่ตาลงเล็กน้อย “องค์ชายเช่นท่าน...มีที่แห่งใดที่จะพาข้าไปด้วยหรือ”

คำพูดเหน็บแนมดังกล่าวส่งผลให้หยางตงหยางถึงกับใบหน้าเคร่งขรึมลงไป เขาเบือนหน้าพร้อมกับกำมือแน่นด้วยความไม่พอใจ

ฉู่อันหลานชะงักค้างเมื่อตนเองได้พูดจาเกินเลยไปเสียแล้ว อันที่จริงน่าแค่นึกหมั่นไส้ชายหนุ่มเพียงเท่านั้น จึงเผลอพูดจาให้เขารู้สึกเจ็บแสบเสียหน่อย แต่ไม่คิดว่าคำพูดดังกล่าวจะไปสะกิดปมในใจของเขาเข้าให้อย่างจัง

“เอ่อ...เช่นนั้นพวกเราก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถิด...” ฉู่อันหลานตัดบทออกไป พร้อมสั่งให้หลงจูจัดเตรียมเสื้อผ้าให้พร้อม

หยางตงหยางยิ้มเยาะขึ้นมา เมื่อเห็นท่าทีโอนอ่อนของฉู่อันหลาน เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินไปด้านหลังฉากเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเช่นกัน

รถม้าแล่นเข้าไปภายในตลาด จนกระทั่งจอดสนิทอยู่ด้านหน้าสถานที่แห่งหนึ่ง “หออี้หรู”

ฉู่อันหลานเงยหน้าขึ้นมองด้านหน้าหออี้หรู ความสงสัยของนางก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ที่แห่งนี้มิใช่ร้านอาหารโดยทั่วไป หากแต่เป็นสถานที่รวมตัวของเหล่าขุนนางและคหบดี การที่หยางตงหยางจะพานางไปที่นี่ย่อมต้องมีเจตนาอื่นแอบแฝงเป็นแน่

หยางตงหยางไม่รอช้า เขาจูงมือฉู่อันหลานเดินเข้าไปด้านในทันที เขาพานางตรงไปยังห้องส่วนตัวด้านบนสุด ฉู่อันหลานเกร็งขืนอย่างระแวดระวัง ดวงตากลมโตจ้องมองชายหนุ่มด้านหน้าอย่างไม่วางตา แม้ว่านางจะเต็มไปด้วยข้อกังขามากมาย แต่เพราะความอยากรู้ทำให้นางยอมอ่อนข้อให้เขาอย่างมาก

“ท่านมีอะไรก็รีบว่ามาเถิด” ฉู่อันหลานโพล่งออกมาเมื่อทั้งสองเอาแต่นั่งเงียบกันอยู่พักใหญ่

หยางตงหยางไม่ตอบในทันที เขายกถ้วยชาแตะริมฝีปาก ดวงตาจ้องมองกำแพงห้องด้านข้างอย่างเงียบงัน

จากนั้นเพียงครู่เดียว หยางตงหยางก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมดึงร่างของฉู่อันหลานอย่างถือวิสาสะ ร่างบางปลิวไปตามแรงดึง ก่อนจะแนบกายติดผนังด้านข้างที่คั่นระหว่างห้อง

“ท่านคิดจะทำสิ่งใด” ฉู่อันหลานโวยวายขึ้นมาอย่างตกใจ เมื่อสัมผัสดังกล่าวแนบชิดจนเกินงามไปเสียแล้ว นางพยายามผลักอกของเขาให้ออกห่างในทันที

หยางตงหยางจ้องมองดวงตาคู่งาม เขายกมือขึ้นปิดปากหญิงสาวเอาไว้ บัดนี้ใบหน้าของคนทั้งสองแนบชิดใกล้กันเพียงลมหายใจเป่ารด

“อย่าส่งเสียงดัง...”

ก่อนที่ฉู่อันหลานจะได้ขัดขืนต่อ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากอีกฝั่งห้องด้านข้าง

เสียงนั้นทำเอาฉู่อันหลานชะงักค้างไปในทันที เสียงทุ้มต่ำที่แสนจะคุ้นเคยกำลังหยอกเย้าอยู่กับสตรีนางหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด นางขยับกายออกห่างจากกำแพงอย่างต้องการชั่งใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ฉู่อันหลานเบิกตากว้างพร้อมจ้องมองหยางตงหยางอย่างมีคำถาม สองมือกำแน่นด้วยความประหม่ากับสิ่งที่เขาพยายามแสดงให้นางได้รับรู้

“ท่านหมายความว่า...”

“หากคุณหนูฉู่ไม่กล้ารับความจริง...เช่นนั้นพวกเราก็กลับจวนกันเถิด” หยางตงหยางกระซิบแผ่วเบาที่ริมใบหูของนางอย่างยั่วยุ

“ใครว่าข้าไม่กล้า...ท่านเงียบปากไปเสียเถิด” ฉู่อันหลานที่โดนยั่วยุก็เกิดทิฐิขึ้นมา นางเชิดหน้าขึ้นพร้อมกับแนบใบหูไปที่กำแพงกั้นนั่นอีกครั้ง

หยางตงหยางยกยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมกับฉวยโอกาสแนบลำตัวเข้าหาร่างบาง โดยทำทีเป็นตั้งใจฟังเสียงจากห้องตรงข้ามเช่นกัน

ฉู่อันหลานที่กำลังจดจ่ออยู่กับห้องด้านข้างก็มิได้เฉลียวใจนัก บัดนี้สติและสมาธิของนางพุ่งตรงไปยังห้องด้านข้างไปจนสิ้นแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   วันใหม่

    บทที่ 58 วันใหม่ ฤดูใบไม้ผลิที่แคว้นหนานกลับมาอีกครา กลีบดอกเหมยผลิบานสะพรั่งไปทั่วลานกว้างในสวนหลวง ทว่าครั้งนี้กลับอบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ หยางตงหยางเดินเคียงข้างมากับฉู่อันหลาน ฮองเฮาของเขา และหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในวังหลังแห่งนี้ แม้ว่าจะมีเสียงทัดทานมากมายที่ต้องการให้ชายหนุ่มรับสนมเข้ามาภายในวังหลังเพื่อเติมเต็มอำนาจและบารมีของฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ แต่เขากลับยืนกรานเสียงแข็งและมิยอมรับหญิงใดเข้ามาแม้แต่คนเดียว ร่างสูงใหญ่โอบประคองร่างระหงอย่างแนบแน่นและทะนุถนอม ทั้งสองเดินทอดน่องไปตามทางเดินในสวนหลวงอย่างเชื่องช้า ดื่มด่ำกับช่วงเวลาอันแสนสุขราวกับช่วงเวลาได้หยุดชะงักลงไป “หลานเอ๋อร์...” หยางตงหยางเอ่ยขึ้นพร้อมเลิกคิ้วอย่างสงสัย “เหตุใดวันนี้เจ้าลูกดื้อทั้งสองถึงได้เงียบเชียบนัก มิเห็นวิ่งวุ่นสร้างเรื่องให้ข้าปวดหัวเหมือนเช่นเคย” ฉู่อันหลานหัวเราะเบาๆ พร้อมยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย โดยมิได้กล่าวสิ่งใด หากนางบอกออกไปมีหวังชายหนุ่มคงได้ควันออกหูอีกครั้งเป็นแน่ ณ ศาลาริมสระ หยางฟางซินและหยางซูเมิ่งน

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ร่ำลา

    บทที่ 57 ร่ำลา ข่าวการเสียชีวิตของฮองเฮาแห่งแคว้นเว่ยพร้อมกับบุตรทั้งสองถูกกระพือไปทั่วแคว้นไม่ต่างจากไฟลามทุ่ง ภายในวังหลวงของแคว้นเว่ย จัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ เสวียนเฟยหลงในฉลองพระองค์สีขาวขลิบทองยืนอยู่ด้านหน้าโลงเปล่า ใบหน้าที่เรียบเฉยจ้องมองโลงเปล่านั้นด้วยแววตาเศร้าหมองคล้ายจะอาลัยอยู่ในที “ข้าหวังว่าเจ้าจะมีความสุขในหนทางที่เจ้าเลือก” ชายหนุ่มพึมพำออกมาราวกับกระซิบให้กับหญิงอันเป็นที่รักยิ่งเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากพิธีศพผ่านพ้นไปได้ไม่นาน เหล่าขุนนางต่างพากันยื่นฎีกาขึ้นมาหลายต่อหลายฉบับ...เรียกร้องให้เสวียนเฟยหลงแต่งตั้งฮองเฮาคนใหม่โดยเร็ว ด้วยเหตุผลที่ว่าแคว้นเว่ยต้องการผู้ปกครองที่เหมาะสมในวังหลังเพื่อให้บัลลังก์มั่นคงและเป็นปึกแผ่น และผู้ใดจะเหมาะสมไปกว่า "โม่ชิงโหล" สนมเฟยผู้เป็นที่โปรดปราน ธิดาของใต้เท้าโม่ซางเหวินไปได้ เสวียนเฟยหลงปรายตามองฎีกาเหล่านั้นด้วยใบหน้าที่เฉยชา ก่อนจะยกยิ้มมุมปากราวกับคนที่มีแผนการในใจ “เรียกตัวแม่ทัพหลี่มาเข้าเฝ้าเดี๋ยวนี้” แม่ทัพหลี่มาถึงในเวลาไม่ช้า พร้อมกับคุกเข่าลง “ฝ่าบาท...มีรับสั่งสิ่งใ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ถวิลหา

    บทที่ 56 ถวิลหา หลังจากฉู่อันหลานพาเสวียนฟางซินและเสวียนซูเมิ่งกลับเรือน นางก็อยู่กล่อมบุตรชายบุตรสาวจนกระทั่งพวกเขาเข้านอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นหญิงสาวก็ตัดสินใจเดินตรงไปยังเรือนนอนของหยางตงหยางอีกครั้ง “เฮ้อ..เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจหนักดังถี่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฉู่อันหลานถึงกับยกยิ้มขึ้นมาอย่างนึกขบขันและเห็นใจชายหนุ่มในเวลาเดียวกัน เวลานี้หยางตงหยางยังคงนอนเอนกายก่ายหน้าผากด้วยความหนักใจ สายตาเหม่อลอยจ้องมองไปยังเพดานอย่างไร้จุดหมาย หัวสมองของเขาเอาแต่ครุ่นคิดอย่างหนักกับความสัมพันธ์ของบุตรทั้งสอง แม้ว่าเวลานี้ระยะห่างระหว่างเขากับเด็กน้อยจะเขยิบเข้ามาใกล้อีกนิด แต่ก็ระยะห่างนั้นกลับช่างดูห่างไกลเสียเหลือเกิน ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกแผ่วเบาตามด้วยร่างระหงของฉู่อันหลานที่ย่างกรายเข้ามาอย่างเชื่องช้า ดวงตาทอดมองไปยังหยางตงหยางพร้อมกับรอยยิ้มที่แต้มบนใบหน้านวล หยางตงหยางสะดุ้งเฮือกสุดตัว พร้อมหยัดกายขึ้น ดวงตาของเขาเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง หกเดือนแล้วที่ชายหนุ่มได้แต่เฝ้ามองหญิงสาวตาละห้อย คำพูดน้อยครั้งทีเดียวที่นางจะยอมปริปากพูดคุยกับเ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   เปิดใจ

    บทที่ 55 เปิดใจ วันถัดมาหยางตงหยางออกไปเดินด้านนอกและเห็นเสวียนซูเมิ่งที่กำลังปลูกต้นไม้อยู่ตามลำพัง ดวงหน้าเล็กแต่กลับจิ้มลิ้มน่ารัก บัดนี้เปื้อนดินเปื้อนทรายเต็มไปหมด “เจ้าชอบดอกเหมยหรือ” หยางตงหยางเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ พร้อมหย่อนกายนั่งลงด้านข้าง เสวียนซูเมิ่งหันมองหน้าชายหนุ่มที่มารดาบอกว่าเป็นบิดาของตนอย่างนึกชั่งใจ แม้ว่านางจะมิได้รู้สึกรังเกียจอันใด แต่เมื่อพี่ชายไม่คิดจะยอมรับเขา เช่นนั้นนางเองก็ต้องทำตามเช่นกัน “เสด็จพ่อบอกว่าดอกเหมยแม้จะดูบอบบาง แต่กลับทนทานหิมะยิ่ง...ข้าก็อยากเป็นเช่นนั้น” หยางตงหยางยิ้มกริ่มออกมาอย่างใจชื้นเมื่อบุตรสาวตัวน้อยยอมพูดคุยกับเขาขึ้นมา “แล้วเจ้ารู้ไหมว่าตอนข้าอายุเท่าเจ้า...ข้าก็ปลูกดอกเหมยเช่นกัน...แต่ทว่ากลับไม่มีต้นใดรอดเสียเลย...นั่นเพราะว่าข้ารดน้ำให้มันมากเกินไป” เสวียนซูเมิ่งอดที่จะหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว เมื่อเห็นชายหนุ่มผู้เป็นบิดาของนางนั้นช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย “ข้าว่าเพราะท่านดูแลต้นเหมยไม่เป็นอย่างใดเล่า...ท่านมาช่วยข้าปลูกเสียสิ...รับรองต้นเหมยของท่านต้องงอกงามเป็นแน่” หยางตงหยางเ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   พิสูจน์ตนเอง

    บทที่ 54 พิสูจน์ตนเอง นับตั้งแต่สงครามสงบลง หยางตงหยางก็ย้ายมาปักหลักอยู่ที่แคว้นเว่ย ข้อตกลงหนึ่งปีที่เขาต้องพิสูจน์ตนเองให้ได้ตามสัญญา ชายหนุ่มพักอยู่ที่จวนร่วมกับฉู่อันหลานและบุตรทั้งสอง โดยฉู่อันหลานมิยอมให้เขาร่วมห้องกับตนเองเป็นอันขาด ทางด้านแคว้นหนาน หยางตงหยางที่วางรากฐานการปกครองอย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเรื่องปัญหาจุกจิกต่างๆ เขาจึงมอบหมายให้จางเซี่ยเหวิน ขุนนางผู้ภักดีเป็นผู้ตัดสินใจแทน จะมีก็เพียงเรื่องเร่งด่วนที่จางเซี่ยเหวินจะส่งม้าเร็วมามอบสารให้แก่เขาเป็นผู้ตัดสินใจ ในขณะที่ราชวังแคว้นเว่ย ข่าวลือเรื่องอาการเจ็บป่วยของฮองเฮาและบุตรทั้งสองแพร่กระจายไปทั่ว โรคประหลาดที่หมอหลวงทั้งหลายต่างจนปัญญาจะรักษาทำให้สามแม่ลูกต้องย้ายออกมาพำนักอยู่ที่ตำหนักนอกเมืองเพื่อหาวิธีรักษาตัว โดยมิให้ผู้ใดรบกวนเป็นอันขาด ในช่วงเย็นวันหนึ่งหยางตงหยางนั่งอยู่ที่ห้องอักษร สองมือกำพู่กันค้างอยู่เหนือแผ่นกระดาษ สายตาพยายามจับจ้องตัวอักษรตรงหน้า แต่สมาธิกลับมิได้จดจ่อแต่อย่างใด สุดท้ายเขาก็กระแทกพู่กันลงกับโต๊ะด้วยความหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์อย่างแรง ยิ่

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   หาข้อยุติ

    บทที่ 53 หาข้อยุติ ฉู่อันหลานหลับตาลงอีกครั้งเมื่อเห็นชายหนุ่มทั้งสองเริ่มตั้งท่าจะฟาดฟันกันอีกหน นางพยายามข่มกลั้นโทสะที่มีเอาไว้และรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับบุรุษทั้งสองที่ทำตัวราวกับเด็กอมมือก็ไม่ปาน “พวกท่านเมื่อไหร่จะพอเสียที” ฉู่อันหลานกล่าวคำหนักออกมาอีกครั้ง พร้อมกับจ้องหน้าคนทั้งสองอย่างต้องการเอาเรื่อง “พวกท่านต่างบอกว่ารักข้า...แต่สิ่งที่พวกท่านทำล้วนแล้วแต่เห็นข้าเป็นเพียงสิ่งของที่คิดจะแย่งชิงกันไปมา...นี่นะหรือสิ่งที่พวกท่านต่างกล่าวว่ารักข้า” หญิงสาวพูดพลางหันไปจ้องหน้าของเสวียนเฟยหลงและหยางตงหยางสลับกันไปมา พร้อมทอดสายตาที่เจ็บปวดและผิดหวังอย่างรุนแรง บุรุษทั้งสองได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความจนใจที่จะหาเหตุผลในการโต้เถียงนาง เมื่อทุกสิ่งที่หญิงสาวพ้อออกมานั้นล้วนแล้วแต่ถูกต้องทุกประการ เสวียนเฟยหลงเงยหน้าขึ้นทอดมองหญิงสาวตรงหน้าสายตาที่อ่อนโยนและจริงจังอีกครั้ง “แล้วเจ้าเล่า...เจ้าอยากอยู่ที่ใด” ฉู่อันหลานนิ่งเงียบไป ในขณะที่เสวียนเฟยหลงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกปลง “หลานเอ๋อร์...ตั้งแต่วันแรกที่ข้าขอเจ้าแต่งงานจนกระทั่งถึงวันนี้...ขอเ

  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ตัดสินใจ

    บทที่ 36 ตัดสินใจ ข่าวลือเกี่ยวกับฉู่อันหลานยังคงถูกแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง มันลุกลามราวกับไฟลามทุ่งที่ไม่มีวันมอดดับ สร้างความเสื่อมเสียและอับอายให้กับหญิงสาวและฉู่ม่อเย่ยิ่งนัก ฉู่ม่อเย่ที่มิอาจอดทนต่อไปได้อีก เขาร้อนใจจนอดรนทนไม่ไหวจึงสั่งให้พ่อบ้านเรียกตัวบุตรสาวมาพบ “พ่อบ้า

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ตั้งครรภ์

    บทที่ 33 ตั้งครรภ์ เวลาผ่านไปกว่าสามเดือนแล้วนับตั้งแต่ฉู่อันหลานลอบหนีจากแคว้นหนานกลับมายังแคว้นเว่ยได้สำเร็จ ฉู่ม่อเย่และฉู่อี้เหรินต่างยินดียิ่งที่ได้พบหน้าบุตรสาวอีกครั้ง หลังจากกลับมาที่จวนสกุลฉู่ ฉู่อันหลานก็เงียบขรึมไปลงกว่าแต่กว่า นางที่เคยเป็นหญิงสาวร่าเริงสดใส เวลานี้กลั

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   ข่าวลือ

    บทที่ 35 ข่าวลือ หลายวันต่อมา ข่าวลือเรื่องฉู่อันหลานก็กลับมาร่ำลือลุกลามไปทั่วเมืองหลวงอีกครั้ง คุณหนูใหญ่สกุลฉู่ที่หน้าด้านไร้ยางอายถึงกับลักลอบหลับนอนกับบุรุษไปทั่ว จนสุดท้ายก็ถูกรัชทายาทถอนหมั้นอย่างไม่ไว้หน้า และจำต้องแต่งงานกับองค์ชายตัวประกันโดยมิมีทางเลือก สุดท้ายนางกลับถู

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
  • ใต้เงาจันทราข้านี้มิอาจเร้น   คำขอ

    บทที่ 34 คำขอ สายฝนโปรยปรายลงมาคล้ายม่านน้ำไหลทอดลงมาตามหลังคาของศาลากลางสวนในจวนสกุลฉู่ กลิ่นดินลอยฟุ้งอบอวลไปในอากาศ ละอองเย็นของช่วงฤดูฝนทำเอาฉู่อันหลานถึงกับสั่นสะท้านขึ้นมา นางกระชับเสื้อคลุมขึ้นแนบกับตัว แต่ก็มิคิดจะเดินกลับเข้าไปภายในห้อง สายตายังคงเหม่อมองสายฝนที่ตกลงมาราวกับต้องกา

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status