แชร์

ตอนที่ 4 ออกเดินทาง

ผู้เขียน: กัญจารีย์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-21 14:10:33

“องค์หญิงใหญ่โตขึ้นแล้วจริง ๆ” ฟื้นจากความตายคราวนี้ องค์หญิงใหญ่ของนางไม่ได้ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจอีกเลยแม้แต่น้อย 

           ข่าวการปลิดชีพตนเองขององค์หญิงใหญ่ ฉินตงฮ่องเต้ไม่ได้รับรู้ด้วยซ้ำหรือถึงรู้เขาก็ไม่สนใจ มีเพียงสือกุ้ยเฟยกับองค์หญิงรองเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ เพราะตอนที่สาวใช้เจียวฝางมาตามหมอหลวง นางต้องรายงานเรื่องนี้ต่อสือกุ้ยทราบเสียก่อนถึงจะนำตัวหมอหลวงออกมาได้

           ตำหนักจิ้งซื่อเตี้ยน

           ฉินเฟินเยว่กำลังสนทนาอยู่กับมารดา “เสด็จแม่จะปล่อยนางไปจริง ๆ หรือเจ้าคะ” ถึงนางจะยินดีที่ฉินมี่ออกจากแคว้นฉินไปได้ แต่ฉินเฟินเยว่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามารดาจะปล่อยให้ศัตรูจากไปง่าย ๆ เพียงนี้เชียวหรือ

           สือกุ้ยเฟยเผยรอยยิ้มเยือกเย็น “ปล่อยนางไปแล้วนางจะทำอะไรได้ นางไปอยู่แคว้นเว่ยก็เหมือนก้าวขาไปสู่ประตูนรกแล้ว” คนผู้นั้นจะปล่อยให้นางมีชีวิตรอดได้อย่างไรกัน นางได้ยินว่าเว่ยอ๋องผู้นั้นเกลียดสมรสพระราชทานเป็นที่สุด หากเขาไม่พิการ เซียวเจ๋อฮ่องเต้ผู้มีศักดิ์เป็นหลานชายก็คงทำอะไรเขาไม่ได้ สำคัญกว่านั้นเขาเกลียดสตรีแคว้นศัตรูเป็นอย่างยิ่ง

           “เสด็จแม่ฉลาดยิ่งนัก” ฉินเฟินเยว่ยิ้มประจบ

           “ทุกอย่างแม่ล้วนทำเพื่อเจ้า” ว่าแล้วก็โน้มตัวบุตรสาวเข้ามากอดด้วยความรักใคร่

           ฉินตงฮ่องเต้มอบหน้าที่ให้พระสนมคนโปรดสือกุ้ยเฟยเป็นคนจัดการเรื่องสินเดิมให้องค์หญิงใหญ่ นางจัดสินเดิมให้องค์หญิงใหญ่อย่างสมเกียรติ ราวกับว่าเป็นองค์หญิงที่บิดามารดารักใคร่เป็นอย่างมากคนหนึ่ง

           ก่อนออกเดินทางหนึ่งวัน สือกุ้ยเฟยจึงมาพบฉินมี่ที่ตำหนักของนาง สือกุ้ยเฟยไม่แม้แต่จะแสดงความเคารพองค์หญิงใหญ่ด้วยซ้ำ

           ฉินมี่ไม่ได้ถือสาหาความเรื่องนี้ เพราะรู้ว่าอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ ตนไม่มีค่าให้ใครต้องเคารพอยู่แล้ว แต่ก็อดสงสัยในจำนวนสินเดิมไม่ได้ แต่น้ำเสียงที่กล่าวออกกลับไม่ได้ตื่นเต้นอะไร “สินเดิมนี้กุ้ยเฟยเป็นคนจัดให้ข้าหรือ”

           “เจ้าค่ะ”

           “มากถึงเพียงนี้”

           สือกุ้ยเฟยยิ้มละมุน กล่าวออกเสียงนุ่มนวลน่าฟังยิ่ง “องค์หญิงใหญ่เป็นถึงธิดาของฮ่องเต้แคว้นฉิน สมรสทั้งทีจะน้อยหน้าผู้อื่นได้อย่างไร”

           ด้วยรู้ว่าที่ผ่านมาไม่มีใครหวังดีกับเจ้าของร่างนี้จากใจจริง ฉินมี่จึงไม่ได้ยินดียินร้ายกับสินเดิมเหล่านี้ แต่ในใจของกุ้ยเฟยมีแผนอะไรนางก็สุดรู้ และถึงจะบอกว่าไม่ยินดียินร้ายกับสินเดิมแต่ในใจลึก ๆ นางก็แอบยินดีอยู่บ้าง เพราะสินเดิมมากมายขนาดนี้อย่างน้อยภายภาคหน้านางก็ไม่อดตาย “นับเป็นบุญของข้ายิ่งนัก”

           ถ้าไปถึงแคว้นเว่ยแล้ว หากบุรุษผู้นั้นไม่รักนางและยอมให้นางเป็นอิสระก็คงดี

           “ขอให้องค์หญิงใหญ่เดินทางโดยปลอดภัย” แม้ภายนอกใบหน้าจะสงบนิ่ง แต่ภายในกลับกำลังยิ้มเยาะ ทำไมนางจะจัดสินเดิมให้ฉินมี่มากไม่ได้เล่า เพราะเมื่อนางสิ้นใจแล้ว สินเดิมเหล่านี้ก็จะถูกส่งกลับมาเป็นสมบัติของนางทันที

           “ขอบคุณ ข้ายังต้องเตรียมของอีก ข้าขอตัว” 

           “เช่นนั้นข้าลา”

           สือกุ้ยเฟยเดินออกมาแล้ว หลงกงกงจึงเอ่ยขึ้น “องค์หญิงใหญ่เปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้” ก่อนหน้ายามที่ไม่พอใจสิ่งใดนางเอาแต่กรีดร้องโวยวายเสียงดังลั่นตำหนักคล้ายกับคนเสียสติ แต่วันนี้ตั้งแต่สือกุ้ยเฟยมาถึงจวบจนกระทั่งเดินทางกลับ ฉินมี่กลับไม่แม้แต่จะแสดงสีหน้าไม่พอใจให้ใครเห็น

           “ให้นางหยิ่งผยองไปเถิด อีกไม่นานนางก็จะรู้ว่านรกที่แท้จริงเป็นอย่างไร”

           

           ถึงวันออกเดินทาง รถม้าของเจ้าสาวอยู่ด้านหน้าขบวน ตามด้วยสินเดิมเจ้าสาว ส่วนเครื่องบรรณาการทั้งหลายอยู่ด้านหลัง ผู้ที่นำเครื่องบรรณาการไปส่งในครั้งนี้ก็คือแม่ทัพหยวน หยวนหงเจี๋ย อดีตชายในดวงใจขององค์หญิงใหญ่นั่นเอง

           กล่าวถึงชายในดวงใจขององค์หญิงใหญ่ ต้องเท้าความถึงวันปักปิ่นครบรอบสิบห้าปีของนาง วันนั้นเป็นวันที่หยวนหงเจี๋ยเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากรบข้าศึกชนะพอดี และเขาก็ได้เข้าร่วมพิธีปักปิ่นของนางด้วย

วันนั้นเป็นครั้งแรกที่เจ้าของร่างนี้ได้เห็นผู้คนและบุรุษมากหน้าหลายตา ตัวนางสั่นเทาจนก้าวขาแทบไม่ออก และคนที่ทำให้นางประทับใจมากที่สุดเมื่อแรกเจอก็คือแม่ทัพหยวนคนนี้ เขาทั้งหล่อเหลาทั้งองอาจ ร่างกายสูงใหญ่กำยำ ในตอนนั้นนางแอบฝันกลางวันว่าหากได้เขามาเป็นคู่ชีวิตเขาคงปกป้องนางได้ และคงพานางออกไปจากพระราชวังที่คล้ายคุกแห่งนี้อย่างแน่นอน

ทั้งสองแอบส่งจดหมายถึงกันเรื่อยมา กระทั่งหนึ่งปีต่อมาเจ้าของร่างนี้ถึงได้รู้ว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะหลังจากที่นางถูกจับได้ว่าแอบนัดพบกับเขาที่หอสุราจันทร์หอมวันนั้น เขากับนางก็ไม่เคยติดต่อกันอีกเลย ทั้งที่วันนั้นเขาพ่นคำหวานมากมายว่าจะมีนางเพียงคนเดียว

อีกทั้งนางยังได้ยินข่าวมาว่า ตอนนี้เขายังแอบบ่มเพาะความรักกับองค์หญิงรองฉินเฟินเยว่น้องสาวต่างมารดาของนางอีกด้วย

           ฉินมี่ก้าวขาขึ้นรถม้าด้วยท่วงท่าสง่างาม เพราะถึงแม้จะบอกว่าฉินตงฮ่องเต้ไม่ได้รักและทะนุถนอมธิดาองค์นี้ แต่เขาก็ยังจ้างอาจารย์มาสอนศาสตร์ทั้งสี่ อันได้แก่ พิณ หมากล้อม เขียนพู่กัน และวาดภาพ ให้กับนาง รวมถึงมารยาทและการวางตัวของคนชั้นสูง

           นั่นยิ่งทำให้หยวนหงเจี๋ยแปลกใจยิ่ง นางไม่ชายตามาทางเขาแม้แต่น้อย เมื่อว่าที่พระชายาเว่ยอ๋องขึ้นไปนั่งในรถม้าเรียบร้อยแล้ว เสียงอันทรงพลังจึงดังขึ้น “ออกเดินทางได้” เมื่อนั้นขบวนบรรณาการจึงเริ่มเคลื่อนออกจากที่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 45 ตอนจบ

    ช่วงนี้เซียวเหิงฮ่องเต้มีราชกิจรัดตัว เพราะต้องจัดการงานหลายอย่างที่ฮ่องเต้องค์ก่อนและอดีตไทเฮาได้ทำค้างไว้ อีกทั้งยังต้องแต่งตั้งขุนนางและอ๋องต่างสกุลที่ไว้ใจได้ไปทำงานตามเมืองต่าง ๆ ทั้งแคว้นฉิน และแคว้นเว่ย เพื่อแบ่งเบาภาระของเขาการทำงานของเซียวเหิงเป็นลำดับขั้นตอน อีกทั้งยังชัดเจนและเด็ดขาด เน้นการช่วยเหลือราษฎรที่อดอยากทั้งสองแคว้นเป็นหลัก และดำเนินการปราบขุนนางกังฉินอย่างจริงจัง เมื่อตรวจสอบแล้วใครผิดจริงก็ริบทรัพย์และตัดสินโทษประหารชีวิตทันทีไม่มีผ่อนปรนแม้แต่น้อยทำให้ในราชสำนักและตามหัวเมืองต่าง ๆ ต่างมีขุนนางต้องโทษประหารชีวิตไปหลายร้อยคนในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ท้องพระคลังที่เคยว่างเปล่า กลับมีทรัพย์สมบัติเพิ่มเข้ามาอย่างมากมายมหาศาล ทรัพย์สินส่วนนี้จึงถูกจัดสรรออกเป็นหลายส่วน เพื่อช่วยเหลือกรมกองต่าง ๆ อีกทั้งยังแบ่งไปช่วยเหลือราษฎรตามถิ่นทุรกันดาน ทั้งเรื่องปากท้อง อาชีพ และการศึกษาเมื่อเซียวเหิงฮ่องเต้ประกาศราชโองการอย่างชัดเจนว่าจะไม่รับสนมเข้าวังอีก ขุนนางทั้งหลายก็ไม่กล้ามีปากเสียง เพราะการทำงานของเขาเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคนแล้วว่า ทั้งเที่ยงธรรมและให้ความช

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 44 ตั้งครรภ์แฝด

    หมอฉีที่ตามเสด็จมาด้วยจึงเข้ามาตรวจชีพจรให้นาง สีหน้าของเขาดูประหลาดใจเล็กน้อย “มีสิ่งใดผิดปกติหรือ” เซียวเหิงอดเป็นห่วงพระชายาไม่ได้ “พระชายาน่าจะตั้งครรภ์แฝดพ่ะย่ะค่ะ” “ครรภ์แฝดรึ” เซียวเหิงมีท่าทางไม่อยากเชื่อ เขาเก่งถึงเพียงนี้ ฉินมี่หันมองหมอฉีพลางกล่าวออกด้วยความตื่นเต้น “ท่านแน่ใจหรือ” “คราวก่อนไม่มั่นใจจึงไม่ได้กราบทูล แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ” คราวก่อนชีพจรของนางยังไม่มั่นคงขนาดนี้ หมอฉีจึงไม่กล้าพูดออกไป เชียวเหิงจับมือนางมากุมไว้ มือของนางเย็นเฉียบ “เจ้าจงรักษาร่างกายให้ดี” “เพคะ” ทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้วเซียวเหิงจึงขึ้นไปนอนเอนกายเคียงข้างนาง โอบกอดนางไว้แล้วถาม “เจ้าจะไม่บอกเราจริง ๆ หรือ ว่าเจ้ามาจากที่ใด” “ฝ่าบาทยังไม่ลืมเรื่องนี้อีกหรือเพคะ” “เรื่องของเจ้าเราไม่เคยลืม” ฉินมี่จึงไม่คิดปิดบังเขาอีก “หม่อมฉันมาจากอนาคตเพคะ” “มาจากอนาคตอย่างนั้นหรือ” “เพคะ น่าจะห่างจากที่นี่ราว ๆ หนึ่งพันปี” เซียวเหิงไม่อยากเชื่อเลยส

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 43 เจ้ายินดีเป็นฮองเฮาหรือไม่

    ทางด้านของฉินมี่ ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาก็นั่งเหม่อมองภูเขาอยู่เกือบสองชั่วยามแล้ว เจียวฝางเดินยกยาบำรุงมาให้พร้อมกล่าว “องค์หญิง ดื่มยาสักหน่อยนะเจ้าคะ” ฉินมี่ตื่นจากภวังค์หันมายกยาขึ้นดื่มอย่างช้า ๆ ช่วงนี้นางรู้สึกแพ้ท้องอย่างหนักจึงต้องดื่มยาแก้คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย เจียวฝางกล่าวต่อ “ได้ยินว่าท่านอ๋อง ไม่สิ ได้ยินว่าฮ่องเต้พระองค์ใหม่รวมสองแคว้นเข้าด้วยกันแล้วเจ้าค่ะ” แต่ฉินมี่ยังคงเงียบงัน เจียวฝางจึงพูดขึ้นอีก “องค์หญิงไม่ยินดีหรือเจ้าคะ” “เขากลับมาอย่างปลอดภัยข้าก็ดีใจแล้ว” ตอนนี้เขาเป็นถึงฮ่องเต้ เรื่องระหว่างนางกับเขายิ่งลำบากขึ้นไปอีก “เช่นนี้ ฝ่าบาทจะทรงตามหาองค์หญิงหรือไม่เจ้าคะ” “ข้าก็ไม่รู้” เดิมทีนางคิดว่าการแอบซ่อนจดหมายไว้ใต้หมอนจะทำให้เขารู้ที่อยู่ของนาง แต่นี่ก็ผ่านมาสองเดือนกว่าแล้ว เขาคงไม่คิดตามหานางแล้ว ทหารที่เซียวเหิงฮ่องเต้ส่งออกไปตามหาพระชายากลับมารายงานว่าไม่พบร่องรอยของฉินมี่สักคน เซียวเหิงรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก ห้าวันแล้วที่เขากลับมาพักที่จวนอ๋องแต่กลับไม่ได้นอนเลยสักคืน เอาแต่นั่

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 42 จัดการให้สิ้นซาก

    “เจ้าไปทำอันใด เขาถึงได้ตามฆ่าเจ้า” เรื่องที่ตู้ซือซงถูกสังหารเขาทราบแล้ว แต่ไม่คิดว่าตู้หนิงอวี่จะกล้ากลับมาอยู่ที่จวนของเขา “เพราะข้า เพราะข้ารู้ความลับของเขาเจ้าค่ะ” “ความลับอะไร” “เอ่อ… ความลับที่พวกเขาส่งทองคำให้แคว้นฉินเพื่อแลกกับสิบเมืองนั้นเจ้าค่ะ” ตู้หนิงอวี่คุกเข่าลงบนพื้นแล้วคลานไปกอดขาเขาไว้แน่น “ท่านอ๋องต้องช่วยข้านะเจ้าคะ ข้าไม่มีที่ให้ไปแล้วจริง ๆ ท่านอ๋องจะให้ข้าเป็นชายารองหรืออนุภรรยาก็ได้เจ้าค่ะ ขอแค่ให้อยู่รับใช้ท่านอ๋อง ข้ายอมทุกอย่าง” เซียวเหิงแค่นยิ้ม พลางสะบัดขาแรง มือของนางที่เกาะกุมอยู่จึงหลุดออก ร่างของนางฟุบลงกับพื้น แต่เซียวเหิงหาได้สนใจไม่ ตู้หนิงอวี่ตกใจกับการกระทำของเขาเป็นอย่างมาก “ท่านอ๋อง” เขาไม่อ่อนโยนกับนางเหมือนที่เคยเป็นแล้ว “ตอนที่เจ้าหนีไปจากที่นี่เคยไปอยู่ที่ใดก็จงกลับไปอยู่ที่นั่น” “ไม่นะเจ้าคะท่านอ๋อง ข้าจะอยู่กับท่าน ข้าสัญญาว่าจะไม่หนีท่านไปอีกแล้ว” เว้นช่วงไปสองลมหายใจนางจึงกล่าวต่อ “ที่ผ่านมาข้าหนีไปสวดมนต์ที่วัดเพื่อขอพรให้ท่านอ๋องหายเป็นปกติโดยเร็ว และท่านอ๋องก็หายจริง

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 41 ได้รับชัย

    สิบวันต่อมาเว่ยอ๋องกวาดต้อนข้าศึกกระทั่งเข้ายึดเมืองเจิ้งโจวได้สำเร็จ เติ้งคุณต่อสู้อยู่กับขงซีห่าวเพื่อแก้แค้นที่เขาบังอาจมาหลอกลวงเขาถึงค่ายทหาร แม้ตอนนี้เลือดหลั่งไหลท่วมกายแล้วยังเอ่ย “ข้าจะฆ่าเจ้า” ว่าจบก็ถือดาบวิ่งเข้าหาขงซีห่าวอีกครั้ง ทั้งสองฟาดฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สุดท้ายเติ้งคุณก็โดนขงซีห่าวฟันเอวจนร่างกายขาดเป็นสองท่อน หยวนหงเจี๋ยฮ่องเต้ที่กำลังต่อสู้อยู่กับเว่ยอ๋องเห็นแม่ทัพเติ้งสิ้นใจไปแล้วถึงกับหน้าถอดสี อีกทั้งความแค้นยิ่งเพิ่มมากขึ้น “หากวันนี้ข้าฆ่าเจ้าไม่ได้ก็อย่ามาเรียกข้าว่าฮ่องเต้” เซียวเหิงยิ้มหยัน “ข้าไม่เคยเรียกเจ้าว่าฮ่องเต้อยู่แล้ว” “หากเจ้าตายวันนี้ข้าจะเอามี่มี่ของข้ากลับแคว้นฉินไปด้วย” “หุบปากเน่า ๆ ของเจ้าเสีย หากเจ้าอยากได้มี่มี่ก็ข้ามศพข้าไปก่อน ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าแตะต้องแม้แต่เส้นผมของนางอีก” สิ้นคำเว่ยอ๋องก็ออกกระบวนท่าพร้อมกับดาบคู่ใจ หยวนหงเจี๋ยยังแปลกใจว่าเหตุใดแว่ยอ๋องถึงได้แสดงท่าทีว่าหึงหวงฉินมี่ออกมา ทั้งที่เขาให้นางเป็นเพียงสาวใช้ อีกทั้งยังทำให้เขาออกกระบวนท่าอย่างบ้าคลั่งเ

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 40 ตั้งครรภ์

    ราวหนึ่งชั่วยามซูลี่จึงกลับมาพร้อมกับท่าทางเหนื่อยหอบเจือตกใจ “คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ…” “พูดให้มันดี ๆ” “คือว่า คือว่ายานี้ ยานี้เป็นยาบำรุงครรภ์เจ้าค่ะ” นัยน์ตาของตู้หนิงอวี่ขยายใหญ่ขึ้น พูดออกเสียงแผ่ว “ยาบำรุงครรภ์อย่างนั้นหรือ” ทำท่าคล้ายคิดหนัก “ไม่ได้การแล้ว ต้องรีบกำจัดนางเสีย” “บ่าวต้องทำอย่างไรบ้างเจ้าคะ” “เจ้าเต็มใจช่วยข้าหรือไม่” “เต็มใจเจ้าคะ ข้าเต็มใจทำเพื่อท่านทุกอย่าง” เพื่อในอนาคตนางจะได้ใกล้ชิดกับเว่ยอ๋อง ซูลี่ย่อมทำได้ทุกอย่าง “เช่นนั้นก็ดี เข้ามาใกล้ ๆ ข้า” ซูลี่ขยับกายเข้าไปใกล้ ตู้หนิงอวี่โน้มใบหน้าเข้าใกล้หูพลางกระซิบ ดวงตาของซูลี่วาวโรจน์เมื่อได้ยินแผนการนั้น “บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” สามวันต่อมาตู้หนิงอวี่ออกมาเดินเล่นที่ริมสระน้ำข้างเรือนรับรอง จึงบอกซูลี่ว่าอยากดื่มชาดอกไม้ของเรือนดอกโบตั๋น ซึ่งฉินมี่เป็นคนทำเอง นางจึงเข้าไปบอกแก่เจ้าของเรือน และให้เจียวฝางยกออกไปให้ และยังกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “เพียงแค่นี้คงไม่เป็นการรบกวนเจ้ามากเกินไ

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 3 ร่างใหม่

    กว่าเจียวฝางจะพาหมอหลวงมาที่ตำหนักของผู้เป็นนายได้ก็เกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว เมื่อนางเปิดประตูเข้ามาก็ต้องตกตะลึงพรึงเพริดเป็นอย่างมาก องค์หญิงใหญ่ฟื้นแล้วมิหนำซ้ำยังนั่งพับผ้าอยู่บนตั่งไม้อย่างสบายอกสบายใจ อีกทั้งโต๊ะตัวนั้นกับแถบผ้าสีขาวยังถูกเก็บไปแล้ว เป็นไปได้อย่างไร “องค์หญิงใหญ่ ท่า

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 2 ทางออกที่ดีที่สุด

    “ไว้ชีวิตเจ้าหรือ แล้วชีวิตข้าล่ะ เสด็จพ่อเห็นข้าเป็นอะไร ถึงให้ข้าไปแต่งงานกับปีศาจผู้นั้น” ฉินมี่กล่าวออกทั้งน้ำตา ถึงนางจะถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในตำหนัก แต่ทุกวันฉู่หมัวมัวผู้เคยรับใช้มารดาย่อมนำข่าวสารในราชสำนักมารายงานให้นางทราบเสมอรวมถึงข่าวที่แคว้นเว่ยยึดดินแดนแคว้นฉินไปได้ทั้งหมดสิบเมือง แ

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 1 แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์

    สงครามระหว่างแคว้นฉินกับแคว้นเว่ยยืดเยื้อกันมานานแรมปี แคว้นเว่ยค่อย ๆ ยึดครองดินแดนของแคว้นฉินเข้ามาเรื่อย ๆ และในที่สุดแคว้นเว่ยก็สามารถยึดดินแดนทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นฉินได้ถึงสิบเมือง นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ฉินตงฮ่องเต้ของแคว้นฉินยอมยกธงขาวขอเจรจาสงบศึก การเจรจาระหว่างฮ่องเต้ทั้ง

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 11 อ๋องพิการ

    เดินมาถึงประตูเรือนยั่งยืนเฉียนฟู่กับหวู่เอินสบตากับชิวหมัวมัวด้วยท่าทางลำบากใจ ชิวหมัวมัวมององครักษ์ทั้งสองด้วยความฉงน พลางกล่าวออก “ท่านอ๋อง แม่นางฉินมาแล้วเจ้าค่ะ” “ให้นางเข้ามา” เสียงนั้นเคร่งขรึมอีกทั้งยังทรงพลังชวนให้คนฟังขนลุกซู่ ชิวหมัวมัวพาฉินมี่เดินเข้า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status