Partager

ตอนที่ 3 ร่างใหม่

last update Date de publication: 2026-04-21 14:10:13

กว่าเจียวฝางจะพาหมอหลวงมาที่ตำหนักของผู้เป็นนายได้ก็เกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว เมื่อนางเปิดประตูเข้ามาก็ต้องตกตะลึงพรึงเพริดเป็นอย่างมาก องค์หญิงใหญ่ฟื้นแล้วมิหนำซ้ำยังนั่งพับผ้าอยู่บนตั่งไม้อย่างสบายอกสบายใจ อีกทั้งโต๊ะตัวนั้นกับแถบผ้าสีขาวยังถูกเก็บไปแล้ว เป็นไปได้อย่างไร 

           “องค์หญิงใหญ่ ท่าน…” 

           เมื่อเห็นองค์หญิงใหญ่ยังมีสุขภาพดีอยู่เช่นนั้นหมอหลวงที่รีบวิ่งมาด้วยความตื่นตระหนกพร้อมกับสาวใช้ก็พูดออกอย่างเดือดดาล “นี่เจ้าหลอกข้ามาอีกแล้วหรือ” เพราะองค์หญิงใหญ่ไม่เป็นที่โปรดปราน ผู้คนในพระราชวังจึงไม่ให้ความยำเกรง

           “ข้าไม่ได้หลอกท่านนะเจ้าคะ เมื่อครู่นี้องค์หญิงใหญ่ยัง…” นอนแน่นิ่งไม่หายใจอยู่เลย เจียวฝางหมดคำจะพูดต่อจริง ๆ ก่อนที่นางจะวิ่งร้องไห้ออกไป นางมั่นใจว่าองค์หญิงใหญ่สิ้นใจไปแล้ว ไม่รู้ว่าเหตุการณ์มันกลับตาลปัตรเช่นนี้ได้อย่างไร

           “องค์หญิงใหญ่ก็เลิกทำตัวเหมือนเด็กได้แล้ว ถึงท่านจะเรียกร้องความสนใจมากเพียงใด ฝ่าบาทก็คงไม่มาสนใจท่าน อีกอย่างเรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับแคว้นเว่ยก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว” หมอหลวงเข้าใจว่าที่สาวใช้ไปตามเขามาวันนี้ก็เพราะฉินมี่เอาความตายมาขู่เพื่ออยากให้ฮ่องเต้ยกเลิกราชโองการ

           ฉินมี่ไม่ได้สนใจหมอหลวงแม้แต่น้อย กล่าวออกเสียงเนิบช้า “ข้าทราบแล้ว เจ้ากลับไปเถิด” 

           หมอหลวงจึงเดินจากไปด้วยท่าทางไม่ค่อยสบอารมณ์นักที่โดนหลอกให้มา เจียวฝางยืนมองหมอหลวงเดินจากไปด้วยความมึนงง มึนงงที่องค์หญิงใหญ่ไม่ตวาดหมอหลวงคนนั้นกลับไปที่บังอาจมาสั่งสอนนาง และมึนงงที่ผู้เป็นนายของนางกำลังนั่งพับผ้าอย่างใจเย็นเหมือนไม่รู้สึกรู้สากับเรื่องที่เกิดขึ้น

           “องค์หญิงใหญ่ ท่านพับผ้าทำไมหรือเจ้าคะ” แม้ยังรู้สึกสับสนกับผู้เป็นนายอยู่มาก แต่ในเมื่อนางไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว เหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อครู่ องค์หญิงใหญ่อาจจะเรียกร้องความสนใจจากบิดาจริง ๆ ก็เป็นได้ แต่เรียกร้องอย่างไรให้สมจริงเช่นนี้

           “อีกไม่กี่วันเราก็ต้องเดินทางไปแคว้นเว่ยแล้วไม่ใช่หรือ” หลังจากฟื้นขึ้นมาเธอก็ใช้เวลาอยู่เกือบครึ่งชั่วยามเช่นกันกว่าจะยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นกับตนเองได้ ตอนนี้จึงได้แต่หายใจเข้าออกลึกยาวและอยู่ในความสงบให้มากขึ้น ความเป็นจริงนางอยากกรีดร้องออกมาดัง ๆ ด้วยซ้ำ

เดิมทีเธอชื่อวนิดาเป็นพยาบาลอยู่ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด เธอทำงานอยู่ในโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคอีสานของประเทศไทย แต่เพราะต้องการเงินไปจุนเจือครอบครัว เธอจึงรับควงกะติดต่อกันถึงสามวัน พอกลับบ้านก็นอนราวกับซ้อมตาย ผลลัพธ์ออกมาก็เป็นอย่างที่เห็น เธอแค่ซ้อมไม่คิดว่าจะตายจริง ๆ แต่เธอก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าวิญญาณของตนจะย้อนเวลามาอยู่ในยุคโบราณที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้ อีกทั้งร่างนี้ยังผอมบางจนลมพัดมาทีหนึ่งก็คงปลิวแล้ว

ตอนที่ตื่นขึ้นมาวนิดาเอาแต่นั่งถอนหายใจอยู่นานสองสองนาน เมื่อทำใจยอมรับสภาพของตนได้แล้ว อีกทั้งยังรับรู้เรื่องราวของเจ้าของร่างนี้ทั้งหมดนางจึงลุกขึ้นมาเก็บกวาดหลักฐาน ทำราวกับว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แล้วค่อยมานั่งพับผ้าเตรียมเดินทางอีกไม่กี่วันข้างหน้า

“เรื่องนี้ให้บ่าวทำเถิดเจ้าค่ะ” เจียวฝางยื่นมือไปจับผ้าจากมือองค์หญิงไว้

แต่ฉินมี่กลับไม่ยอม “ให้ข้าช่วยเจ้าเถิด” ก่อนหน้าเจ้าของร่างนี้ชอบใช้อารมณ์กับสาวใช้ อีกทั้งยังคิดว่าตนเป็นองค์หญิงผู้สูงศักดิ์จึงไม่ยอมหยิบจับอะไรทั้งสิ้น แม้ฉินตงฮ่องเต้จะให้นางมีบ่าวรับใช้เพียงคนเดียวก็ตาม ยามนี้ชีวิตของนางเหลือเพียงเจียวฝางคนเดียว เช่นนั้นอะไรพอช่วยได้นางก็จะช่วย

           เมื่อองค์หญิงไม่ยอมวางมือ สาวใช้อย่างนางก็ได้แต่ตามใจ แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ “องค์หญิงจะไปแคว้นเว่ยจริง ๆ หรือเจ้าคะ” ก่อนหน้าองค์หญิงยังร้องไห้โวยวายอยู่เลย เหตุใดตอนนี้ถึงยอมสงบลงได้ หรือนางจะคิดได้แล้ว

           “ตั้งแต่เล็กจนโตข้าไม่เคยได้ออกไปเที่ยวนอกตำหนักเลย บางทีการไปแคว้นเว่ยก็อาจจะไม่เลวร้ายถึงเพียงนั้น”

มีครั้งเดียวที่นางได้ออกไปเที่ยวนอกพระราชวังเพราะแอบปลอมกายเป็นบุรุษเพื่อไปพบชายในดวงใจที่หอสุราจันทร์หอมในวันเทศกาลซั่งหยวนตอนนางอายุสิบหก แต่เพราะน้องสาวก็ชอบผู้ชายคนนั้นเหมือนกัน จึงเปิดโปงให้คนนอกรู้ว่าองค์หญิงใหญ่ทำเรื่องเสื่อมเสียเกียรติของราชวงศ์

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานางก็ถูกบิดาเกลียดมากขึ้นกว่าเก่า มิหนำซ้ำยังลงโทษนางไม่ให้ออกนอกตำหนักอีก เรื่องออกเรือนจึงไม่ถูกกล่าวถึง อีกทั้งยังไม่มีคุณชายบ้านใดกล้ามาทาบทามเกี่ยวดองกับสตรีฉาวโฉ่ที่บิดาไม่รัก เพราะเหตุนี้นางจึงครองโสดจนอายุครบยี่สิบปี

           “แล้วเรื่อง…แต่งงานกับเว่ยอ๋องเล่าเจ้าคะ เขาเป็นคน…พิการ” 

           “ถึงอยู่ที่นี่ก็ไม่สู้ตาย มิสู้ข้าไปตายเอาดาบหน้าไม่ดีกว่าหรือ” อยู่ที่แคว้นฉินก็ไม่มีใครรักนางอยู่แล้ว ทุกวันนี้ทุกคนก็คงลืมกันหมดแล้วว่ายังมีนางอยู่ แถมอยู่ที่นี่นางยังถูกกักบริเวณไม่ให้ออกไปเห็นโลกภายนอก มิสู้นางเดินทางไปแคว้นเว่ย อย่างน้อยระหว่างเดินทางเกือบหนึ่งเดือนนางก็ได้ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง ส่วนเรื่องไปถึงแคว้นเว่ยแล้วนั้นนางก็สุดรู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

           

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 45 ตอนจบ

    ช่วงนี้เซียวเหิงฮ่องเต้มีราชกิจรัดตัว เพราะต้องจัดการงานหลายอย่างที่ฮ่องเต้องค์ก่อนและอดีตไทเฮาได้ทำค้างไว้ อีกทั้งยังต้องแต่งตั้งขุนนางและอ๋องต่างสกุลที่ไว้ใจได้ไปทำงานตามเมืองต่าง ๆ ทั้งแคว้นฉิน และแคว้นเว่ย เพื่อแบ่งเบาภาระของเขาการทำงานของเซียวเหิงเป็นลำดับขั้นตอน อีกทั้งยังชัดเจนและเด็ดขาด เน้นการช่วยเหลือราษฎรที่อดอยากทั้งสองแคว้นเป็นหลัก และดำเนินการปราบขุนนางกังฉินอย่างจริงจัง เมื่อตรวจสอบแล้วใครผิดจริงก็ริบทรัพย์และตัดสินโทษประหารชีวิตทันทีไม่มีผ่อนปรนแม้แต่น้อยทำให้ในราชสำนักและตามหัวเมืองต่าง ๆ ต่างมีขุนนางต้องโทษประหารชีวิตไปหลายร้อยคนในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ท้องพระคลังที่เคยว่างเปล่า กลับมีทรัพย์สมบัติเพิ่มเข้ามาอย่างมากมายมหาศาล ทรัพย์สินส่วนนี้จึงถูกจัดสรรออกเป็นหลายส่วน เพื่อช่วยเหลือกรมกองต่าง ๆ อีกทั้งยังแบ่งไปช่วยเหลือราษฎรตามถิ่นทุรกันดาน ทั้งเรื่องปากท้อง อาชีพ และการศึกษาเมื่อเซียวเหิงฮ่องเต้ประกาศราชโองการอย่างชัดเจนว่าจะไม่รับสนมเข้าวังอีก ขุนนางทั้งหลายก็ไม่กล้ามีปากเสียง เพราะการทำงานของเขาเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคนแล้วว่า ทั้งเที่ยงธรรมและให้ความช

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 44 ตั้งครรภ์แฝด

    หมอฉีที่ตามเสด็จมาด้วยจึงเข้ามาตรวจชีพจรให้นาง สีหน้าของเขาดูประหลาดใจเล็กน้อย “มีสิ่งใดผิดปกติหรือ” เซียวเหิงอดเป็นห่วงพระชายาไม่ได้ “พระชายาน่าจะตั้งครรภ์แฝดพ่ะย่ะค่ะ” “ครรภ์แฝดรึ” เซียวเหิงมีท่าทางไม่อยากเชื่อ เขาเก่งถึงเพียงนี้ ฉินมี่หันมองหมอฉีพลางกล่าวออกด้วยความตื่นเต้น “ท่านแน่ใจหรือ” “คราวก่อนไม่มั่นใจจึงไม่ได้กราบทูล แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ” คราวก่อนชีพจรของนางยังไม่มั่นคงขนาดนี้ หมอฉีจึงไม่กล้าพูดออกไป เชียวเหิงจับมือนางมากุมไว้ มือของนางเย็นเฉียบ “เจ้าจงรักษาร่างกายให้ดี” “เพคะ” ทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้วเซียวเหิงจึงขึ้นไปนอนเอนกายเคียงข้างนาง โอบกอดนางไว้แล้วถาม “เจ้าจะไม่บอกเราจริง ๆ หรือ ว่าเจ้ามาจากที่ใด” “ฝ่าบาทยังไม่ลืมเรื่องนี้อีกหรือเพคะ” “เรื่องของเจ้าเราไม่เคยลืม” ฉินมี่จึงไม่คิดปิดบังเขาอีก “หม่อมฉันมาจากอนาคตเพคะ” “มาจากอนาคตอย่างนั้นหรือ” “เพคะ น่าจะห่างจากที่นี่ราว ๆ หนึ่งพันปี” เซียวเหิงไม่อยากเชื่อเลยส

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 43 เจ้ายินดีเป็นฮองเฮาหรือไม่

    ทางด้านของฉินมี่ ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาก็นั่งเหม่อมองภูเขาอยู่เกือบสองชั่วยามแล้ว เจียวฝางเดินยกยาบำรุงมาให้พร้อมกล่าว “องค์หญิง ดื่มยาสักหน่อยนะเจ้าคะ” ฉินมี่ตื่นจากภวังค์หันมายกยาขึ้นดื่มอย่างช้า ๆ ช่วงนี้นางรู้สึกแพ้ท้องอย่างหนักจึงต้องดื่มยาแก้คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย เจียวฝางกล่าวต่อ “ได้ยินว่าท่านอ๋อง ไม่สิ ได้ยินว่าฮ่องเต้พระองค์ใหม่รวมสองแคว้นเข้าด้วยกันแล้วเจ้าค่ะ” แต่ฉินมี่ยังคงเงียบงัน เจียวฝางจึงพูดขึ้นอีก “องค์หญิงไม่ยินดีหรือเจ้าคะ” “เขากลับมาอย่างปลอดภัยข้าก็ดีใจแล้ว” ตอนนี้เขาเป็นถึงฮ่องเต้ เรื่องระหว่างนางกับเขายิ่งลำบากขึ้นไปอีก “เช่นนี้ ฝ่าบาทจะทรงตามหาองค์หญิงหรือไม่เจ้าคะ” “ข้าก็ไม่รู้” เดิมทีนางคิดว่าการแอบซ่อนจดหมายไว้ใต้หมอนจะทำให้เขารู้ที่อยู่ของนาง แต่นี่ก็ผ่านมาสองเดือนกว่าแล้ว เขาคงไม่คิดตามหานางแล้ว ทหารที่เซียวเหิงฮ่องเต้ส่งออกไปตามหาพระชายากลับมารายงานว่าไม่พบร่องรอยของฉินมี่สักคน เซียวเหิงรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก ห้าวันแล้วที่เขากลับมาพักที่จวนอ๋องแต่กลับไม่ได้นอนเลยสักคืน เอาแต่นั่

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 42 จัดการให้สิ้นซาก

    “เจ้าไปทำอันใด เขาถึงได้ตามฆ่าเจ้า” เรื่องที่ตู้ซือซงถูกสังหารเขาทราบแล้ว แต่ไม่คิดว่าตู้หนิงอวี่จะกล้ากลับมาอยู่ที่จวนของเขา “เพราะข้า เพราะข้ารู้ความลับของเขาเจ้าค่ะ” “ความลับอะไร” “เอ่อ… ความลับที่พวกเขาส่งทองคำให้แคว้นฉินเพื่อแลกกับสิบเมืองนั้นเจ้าค่ะ” ตู้หนิงอวี่คุกเข่าลงบนพื้นแล้วคลานไปกอดขาเขาไว้แน่น “ท่านอ๋องต้องช่วยข้านะเจ้าคะ ข้าไม่มีที่ให้ไปแล้วจริง ๆ ท่านอ๋องจะให้ข้าเป็นชายารองหรืออนุภรรยาก็ได้เจ้าค่ะ ขอแค่ให้อยู่รับใช้ท่านอ๋อง ข้ายอมทุกอย่าง” เซียวเหิงแค่นยิ้ม พลางสะบัดขาแรง มือของนางที่เกาะกุมอยู่จึงหลุดออก ร่างของนางฟุบลงกับพื้น แต่เซียวเหิงหาได้สนใจไม่ ตู้หนิงอวี่ตกใจกับการกระทำของเขาเป็นอย่างมาก “ท่านอ๋อง” เขาไม่อ่อนโยนกับนางเหมือนที่เคยเป็นแล้ว “ตอนที่เจ้าหนีไปจากที่นี่เคยไปอยู่ที่ใดก็จงกลับไปอยู่ที่นั่น” “ไม่นะเจ้าคะท่านอ๋อง ข้าจะอยู่กับท่าน ข้าสัญญาว่าจะไม่หนีท่านไปอีกแล้ว” เว้นช่วงไปสองลมหายใจนางจึงกล่าวต่อ “ที่ผ่านมาข้าหนีไปสวดมนต์ที่วัดเพื่อขอพรให้ท่านอ๋องหายเป็นปกติโดยเร็ว และท่านอ๋องก็หายจริง

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 41 ได้รับชัย

    สิบวันต่อมาเว่ยอ๋องกวาดต้อนข้าศึกกระทั่งเข้ายึดเมืองเจิ้งโจวได้สำเร็จ เติ้งคุณต่อสู้อยู่กับขงซีห่าวเพื่อแก้แค้นที่เขาบังอาจมาหลอกลวงเขาถึงค่ายทหาร แม้ตอนนี้เลือดหลั่งไหลท่วมกายแล้วยังเอ่ย “ข้าจะฆ่าเจ้า” ว่าจบก็ถือดาบวิ่งเข้าหาขงซีห่าวอีกครั้ง ทั้งสองฟาดฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สุดท้ายเติ้งคุณก็โดนขงซีห่าวฟันเอวจนร่างกายขาดเป็นสองท่อน หยวนหงเจี๋ยฮ่องเต้ที่กำลังต่อสู้อยู่กับเว่ยอ๋องเห็นแม่ทัพเติ้งสิ้นใจไปแล้วถึงกับหน้าถอดสี อีกทั้งความแค้นยิ่งเพิ่มมากขึ้น “หากวันนี้ข้าฆ่าเจ้าไม่ได้ก็อย่ามาเรียกข้าว่าฮ่องเต้” เซียวเหิงยิ้มหยัน “ข้าไม่เคยเรียกเจ้าว่าฮ่องเต้อยู่แล้ว” “หากเจ้าตายวันนี้ข้าจะเอามี่มี่ของข้ากลับแคว้นฉินไปด้วย” “หุบปากเน่า ๆ ของเจ้าเสีย หากเจ้าอยากได้มี่มี่ก็ข้ามศพข้าไปก่อน ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าแตะต้องแม้แต่เส้นผมของนางอีก” สิ้นคำเว่ยอ๋องก็ออกกระบวนท่าพร้อมกับดาบคู่ใจ หยวนหงเจี๋ยยังแปลกใจว่าเหตุใดแว่ยอ๋องถึงได้แสดงท่าทีว่าหึงหวงฉินมี่ออกมา ทั้งที่เขาให้นางเป็นเพียงสาวใช้ อีกทั้งยังทำให้เขาออกกระบวนท่าอย่างบ้าคลั่งเ

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 40 ตั้งครรภ์

    ราวหนึ่งชั่วยามซูลี่จึงกลับมาพร้อมกับท่าทางเหนื่อยหอบเจือตกใจ “คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ…” “พูดให้มันดี ๆ” “คือว่า คือว่ายานี้ ยานี้เป็นยาบำรุงครรภ์เจ้าค่ะ” นัยน์ตาของตู้หนิงอวี่ขยายใหญ่ขึ้น พูดออกเสียงแผ่ว “ยาบำรุงครรภ์อย่างนั้นหรือ” ทำท่าคล้ายคิดหนัก “ไม่ได้การแล้ว ต้องรีบกำจัดนางเสีย” “บ่าวต้องทำอย่างไรบ้างเจ้าคะ” “เจ้าเต็มใจช่วยข้าหรือไม่” “เต็มใจเจ้าคะ ข้าเต็มใจทำเพื่อท่านทุกอย่าง” เพื่อในอนาคตนางจะได้ใกล้ชิดกับเว่ยอ๋อง ซูลี่ย่อมทำได้ทุกอย่าง “เช่นนั้นก็ดี เข้ามาใกล้ ๆ ข้า” ซูลี่ขยับกายเข้าไปใกล้ ตู้หนิงอวี่โน้มใบหน้าเข้าใกล้หูพลางกระซิบ ดวงตาของซูลี่วาวโรจน์เมื่อได้ยินแผนการนั้น “บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” สามวันต่อมาตู้หนิงอวี่ออกมาเดินเล่นที่ริมสระน้ำข้างเรือนรับรอง จึงบอกซูลี่ว่าอยากดื่มชาดอกไม้ของเรือนดอกโบตั๋น ซึ่งฉินมี่เป็นคนทำเอง นางจึงเข้าไปบอกแก่เจ้าของเรือน และให้เจียวฝางยกออกไปให้ และยังกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “เพียงแค่นี้คงไม่เป็นการรบกวนเจ้ามากเกินไ

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 11 อ๋องพิการ

    เดินมาถึงประตูเรือนยั่งยืนเฉียนฟู่กับหวู่เอินสบตากับชิวหมัวมัวด้วยท่าทางลำบากใจ ชิวหมัวมัวมององครักษ์ทั้งสองด้วยความฉงน พลางกล่าวออก “ท่านอ๋อง แม่นางฉินมาแล้วเจ้าค่ะ” “ให้นางเข้ามา” เสียงนั้นเคร่งขรึมอีกทั้งยังทรงพลังชวนให้คนฟังขนลุกซู่ ชิวหมัวมัวพาฉินมี่เดินเข้า

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 10 ให้นางมาปรนนิบัติข้า

    “นี่มันจะมากไปแล้วนะเจ้าคะ” เจียวฝางเดือดดาลแทนผู้เป็นนาย ฉินมี่ปรายตามองนาง เจียวฝางจึงก้มหน้าแล้วพูด “บ่าวพูดมากไปแล้วเจ้าค่ะ” แต่มันมากไปจริง ๆ นางไม่คิดว่าเว่ยอ๋องจะใจดำกับสตรีเช่นนี้ เขาคงเกลียดสตรีต่างแคว้นเข้าไส้จริง ๆ “เจ้ากลับไปบอกท่านอ๋องเถิดว่าข้าจะทำตามที่เขาสั่ง

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 9 โจ๊กปลาแสนอร่อย

    คล้อยหลังซูลี่ เจียวฝางที่อดทนอดกลั้นมานานจึงเอ่ยถามพ่อครัวหู “ซูลี่ นางเป็นใครกันถึงได้กล้าพูดเช่นนี้กับองค์หญิง” พ่อครัวหูถอนหายใจออกเบา ๆ “เดิมทีนางเคยเป็นสาวใช้ของอดีตพระชายาที่ท่านอ๋องรักมาก ตอนนี้อดีตพระชายาไม่อยู่แล้ว ท่านอ๋องจึงย้ายนางมาเป็นผู้ช่วยพ่อบ้าน”

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 8 ทำงานที่โรงครัว

    เห็นนางยืนจ้องอยู่นาน ฉินมี่จึงกล่าว “ชิวหมัวมัว” ชิวหมัวมัวได้สติจึงเรียกนาง “แม่นางฉิน” ฉินมี่ขมวดคิ้วกับคำเรียกขานของชิวหมัวมัวที่เปลี่ยนไป แต่เจียวฝางกลับพูดขึ้นก่อน “แม่นางฉินอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ไม่ใช่ว่า…” “แม่นางโปรดอภัยให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ แต่ท่านอ๋องสั่งมาเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status