LOGIN"พี่โจ้ สวัสดีค่ะ" คนเพิ่งมาถึงยกมือไหว้ชายตรงหน้าทันที ผู้กำกับแถวหน้าของประเทศ เจ้าของผลงานระดับตำนานที่วงการต่างยอมรับ แต่ในอีกด้านคนวงในต่างรู้ดีว่าเขามีเงามืด เงาของผู้ชายที่มักมีความสัมพันธ์ลับกับใครต่อใคร ทั้งที่มีภรรยาและลูกอย่างเปิดเผย
โจ้เป็นคนตาแหลม มองคนขาด เขารู้ว่าใครมีแวว ใครไปได้ไกล และเขาก็มักใช้อำนาจกับโอกาสในมือ แลกเปลี่ยนกับบางอย่างที่อีกฝ่ายจำเป็นต้องยอมให้
และลูกพีช…ก็คือหนึ่งในนั้น
เธอมีฝีมือ มีแวว เพียงแค่ยังไม่ถูกดันขึ้นมา หากได้แรงผลักที่ถูกจุด เธอไปได้ไกลกว่านี้มาก
"สวัสดี นั่งก่อนสิพีช" เขาตอบรับพร้อมไล่สายตามองคนตรงหน้าอย่างไม่ปิดบัง สายตาสำรวจเรือนร่างในชุดเดรสเข้ารูปสีดำเปิดไหล่ แต่งด้วยระบายชีฟองสีครีม เนื้อผ้าแนบลำตัวขับรูปร่างให้ดูเด่นชัดจนเขาเผลอกลืนน้ำลายลงคอ ความต้องการในสายตานั้นชัดเจนเกินกว่าจะซ่อน
"ขอบคุณค่ะ" ลูกพีชดันตัวนั่งลงตรงข้ามโต๊ะอาหารที่ถูกจัดเตรียมรอไว้ก่อนแล้ว ห้องอาหารส่วนตัวของโรงแรมหรูมองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืนสวยงามจับใจ แต่ไม่อาจกลบเสียงหัวใจของเธอที่เต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก
"ดื่มไวน์ไหม พี่สั่งไว้ให้" เขายิ้มให้อย่างอ่อนโยน น้ำเสียงทุ้มฟังดูสุภาพ แต่สายตากลับไล้ร่างเธออย่างหิวกระหาย
"ไม่ดีกว่าค่ะ วันนี้พีชไม่ค่อยอยากดื่ม" เธอปฏิเสธอย่างสุภาพ ทั้งที่ในใจปั่นป่วนราวกับมีเสียงสองฝั่งกำลังดึงรั้ง ระหว่างความถูกต้องกับความจำเป็นจนเธอแทบยืนอยู่ตรงกลางไม่ไหว
หากเขาไม่มีครอบครัวอยู่แล้ว บางทีการตัดสินใจของเธอคงง่ายกว่านี้มาก ถึงตอนนี้ลูกพีชรู้ดีว่าศักดิ์ศรีอาจไม่ใช่สิ่งที่เธอควรยึดไว้แน่นอีกต่อไป หากแต่คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตเธอไม่ใช่ตัวเองแต่คือแม่กับน้องเท่านั้น
ระหว่างทางที่นั่งรถมาเธอคิดซ้ำไปซ้ำมา สุดท้ายเสียงของความจำเป็นก็ชนะเสียงของความถูกต้อง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เธอมานั่งอยู่ตรงนี้
แต่พอได้มาอยู่จริง ๆ เธอกลับยังตัดสินใจไม่ได้
อยากได้เงินมารักษาแม่มากแค่ไหน ก็ยังไม่อาจทำใจยอมเป็นผู้หญิงที่ทำลายครอบครัวคนอื่นเพื่อประโยชน์ของตัวเอง มันเจ็บเกินไปสำหรับคนที่รู้ดีที่สุดว่าการถูกทรยศในครอบครัวมันทรมานแค่ไหน
"ดื่มเถอะ มายด์บอกว่าพีชเดือดร้อนเรื่องเงินไม่ใช่เหรอ?" ประโยคนั้นทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก
ความจริงที่ถูกพูดออกมาตรง ๆ มันเหมือนมีดที่กรีดลึกลงกลางใจ ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องใช้ร่างกายแลกกับโอกาส และที่โหดร้ายกว่านั้นคือเธอต้องแลกมันกับความเจ็บปวดของผู้หญิงอีกคนที่แทบไม่รู้เรื่องอะไรเลย
"พี่ช่วยพีชได้นะ ความสามารถระดับพีช ถ้ามีคนดันยังไงก็ดัง" เธอรู้ว่าเขาพูดความจริง โจ้มีอำนาจพอจะดันเธอขึ้นไปอยู่จุดนั้นได้ และแน่นอนใครบ้างจะไม่อยากได้โอกาสแบบนั้น
แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีนี้
"วันนี้พีชแค่อยากมาขอบคุณ ที่พี่ให้โอกาสพีชได้เล่นละครเรื่องนี้ค่ะ"
"แค่นั้นเหรอ…"
"ค่ะ" คำตอบสั้น ๆ แต่เป็นการตัดสินใจที่หนักแน่นที่สุดแล้ว เพราะถึงความลำบากของเธอจะหนักหนาแค่ไหน เธอก็ไม่อยากให้มันไปเหยียบย่ำชีวิตของคนอื่นเพื่อให้ตัวเองรอด
"แค่บทนางรองธรรมดา ๆ เอง หรือพีชอยากเป็นนางเอกล่ะ พี่ให้ค่าตัวมากกว่าหลายเท่าเลยนะ" โจ้พยายามหว่านล้อมอีกครั้งหลังจากความหวังเริ่มริบหรี่ ทั้งที่สเต็กเนื้อพรีเมียมตรงหน้ากำลังจะได้ถูกแตะต้องอยู่แล้วแท้ ๆ กลับต้องเปลี่ยนทิศทางของมื้อค่ำไปอย่างน่าขัดใจ
"ไม่ดีกว่าค่ะ" ลูกพีชตอบเสียงหนักแน่นกว่าเดิม ครั้งนี้ไม่ใช่การปฏิเสธเลี่ยง ๆ แต่เป็นการตัดสินใจจริงจังว่าเธอจะไม่ยอมก้าวข้ามเส้นศีลธรรมของตัวเอง ไม่ว่ามันจะแลกมาด้วยความลำบากแค่ไหนก็ตาม
"โอเค ไม่ก็ไม่ งั้นเรากินกันก่อนดีกว่า เรื่องงานค่อยว่ากัน" คำพูดนั้นเหมือนปลดน้ำหนักก้อนใหญ่ที่กดทับอกเธอ ลูกพีชรู้สึกโล่งขึ้น แม้จะยังไม่เห็นหนทางว่าจะหาเงินค่าผ่าตัดที่เหลือจากไหน แต่การเลือกไม่ทำให้ครอบครัวใครต้องพัง ก็เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอยังรู้สึกภูมิใจกับตัวเองอยู่ได้
"เย้ ๆ ยินดีด้วย..." เสียงพลุกระดาษดังขึ้นพร้อมกับเสียงไชโยโห่ร้องอย่างพร้อมเพรียงจากกลุ่มคนที่เธอรักที่สุดที่พากันปรากฏตัวออกมา ทั้งทับทิม พลอยใส และแม้แต่แตงโมที่ยอมบินลัดฟ้ากลับมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ รวมไปถึงภีมที่ยืนยิ้มกว้างแสดงความยินดีกับเพื่อนรักอย่างไคเซอร์ที่ในที่สุดเจ้านายวายร้ายผู้เย็นชาก็ฉลาดในเรื่องความรักเสียที"พีชจะเป็นเจ้าสาวแล้วนะ" หญิงสาวหันกลับยิ้มกว้าง จากนั้นก็พูดออกมาพร้อมกับชูนิ้งนางข้างซ้ายที่ประดับด้วยพันธนาการแห่งรักให้ทุกคนได้ดู ก่อนจะโถมตัวเข้าสวมกอดว่าที่เจ้าบ่าวไว้แน่น วันนี้ล้วนแต่มีเรื่องราวดี ๆ ที่ทำให้เธอจำไม่ลืม"จูบเลย! จูบเลย! จูบเลย!" เสียงเชียร์จากเหล่าสักขีพยานที่แปรพักตร์กลายเป็นกองเชียร์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำเอาลูกพีชรีบเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมส่งสายตาเว้าวอนไม่ให้เขาทำตามคำยุยงแต่มีหรือที่คนอย่างไคเซอร์จะปล่อยโอกาสทองนี้ให้หลุดลอยไปเขาประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากหวานอย่างดูดดื่มเพื่อเป็นการจองจำเธอไว้ ผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเขาในฐานะเด็กใต้เงาในวันนั้น มาวันนี้กลับกลายเป็นคนเดียวที่กุมหัวใจของพญางูผู้ยิ่งใหญ่ไว้ได้......สี่ปีผ่านไปไวเ
สองปีผ่านไปท่ามกลางแสงแฟลชที่รัวสาดส่องลงมายังเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว สายตาของคนทั้งฮอลล์ต่างจับจ้องไปที่ลูกพีช หญิงสาวผู้เจิดจรัสที่สุดในค่ำคืนแห่งนี้เนื่องจากดาราสาวเพิ่งคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นรางวัลทรงเกียรติที่นักแสดงทั่วทั้งวงการต่างใฝ่ฝันอยากจะครอบครองสักครั้งในชีวิตบรรยากาศการเผชิญหน้ากับกองทัพนักข่าวยังคงเป็นของคู่กันสำหรับดาราสาว ทว่าครั้งนี้ต่างออกไปจากเดิม...ลูกพีชยืนตระหง่านพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ มือเรียวโอบกอดถ้วยรางวัลไว้แนบอกด้วยความภาคภูมิใจ เธอขยับกายโพสต์ท่าให้ช่างภาพรัวชัตเตอร์อย่างเป็นมืออาชีพ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงการสัมภาษณ์ถึงอนาคตของดาราสาวที่นับว่าประสบความสำเร็จสูงสุดในเวลานี้"แพลนต่อจากนี้ของคุณลูกพีชคืออะไรคะ?" นักข่าวคนหนึ่งยิงคำถามสำคัญ ซึ่งเรียกนิ้วเรียวให้ขยับแก้ปอยผมเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่แสดงถึงการสามารถรับมือกับการถูกถามโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร"รางวัลครั้งนี้เปรียบเสมือนเครื่องยืนยันว่าพีชทำสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้แล้วค่ะ" เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายอย่างมีความหมาย"หลังจากนี้พีชอาจจะโฟกัสงานในวงการน้อยลง
วินาทีนั้นบรรยากาศที่แสนกดดันรอบตัวไคเซอร์กลับละลายหายไปเพียงแค่เขาได้สบตากับเธอ เธอที่เป็นทั้งชีวิตของเขา คนที่เขายอมทิ้งทุกอย่างอย่างไม่ลังเลสายตาของเขาไม่ได้มีความสั่นคลอนหรือเสียดายต่ออำนาจมหาศาลที่กำลังจะหลุดลอยไป แต่มันกลับเปล่งประกายด้วยความเทิดทูนและมั่นคงอย่างที่สุด ราวกับจะบอกเธอผ่านแววตานั้นว่าต่อให้บัลลังก์นี้จะยิ่งใหญ่และค้ำฟ้าเพียงใด มันก็เทียบไม่ได้กับหัวใจของเธอที่มีค่ามากเกินกว่าสิ่งอื่นใดที่เขาจะมอบให้ไคเซอร์ก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงไปยังไคแอลที่คุกเข่ารอรับบัญชาด้วยแววตาเรียบนิ่ง ชายหนุ่มบรรจงสวมแหวนตราอสรพิษทับทิมลงบนนิ้วของน้องชาย ราวกับการส่งมอบภาระอันหนักอึ้งและเกียรติยศที่เขารองรับมาเกือบ 15 ปี"ต่อจากนี้มึงคือ King Cobra คนต่อไป" ไคเซอร์เอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำแต่ดังกังวานไปทั่วห้องโถง"มึงทำได้ และมึงทำได้ดีมาตลอด ดูแลจักรวาลของมึงให้ดี" ทันใดนั้นบรรยากาศภายในห้องก็พลิกผันไปในพริบตา ไคเซอร์เป็นคนแรกที่ก้มศีรษะโค้งคำนับให้แก่ประมุขคนใหม่ เป็นสัญญาณบอกให้เหล่าบอดี้การ์ดและหัวหน้าสาขาทั้งหมดทำตาม จนเกิดเป็นภาพการโค้งคำนับที่พร้อมเพรียงและทรงพลังเพื่อต้อนรับประมุขคนให
ไคเซอร์ไม่ปล่อยให้ความเงียบทำงานนานกว่านั้น เขาโน้มตัวลงไปปิดริมฝีปากบางด้วยจูบที่นุ่มนวลทว่าหนักแน่น จูบที่เต็มไปด้วยคำขอโทษและความโหยหา ลิ้นร้อนค่อย ๆ สอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับความหวานที่เขาแสนรักมากมาย ในขณะที่มือหนาก็เริ่มทำหน้าที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างทะนุถนอม"อื้อ...แด๊ดดี้" ลูกพีชครางแผ่วในลำคอ เมื่อสัมผัสจากฝ่ามือที่ร้อนระอุของเขาปลุกปั่นอารมณ์วาบหวามให้พุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างชุดนอนผ้าซาตินเนื้อละเอียดถูกรั้งออกจากร่างบางอย่างเชี่ยวชาญ เผยให้เห็นผิวขาวนวลเนียนที่ต้องแสงไฟสลัว ไคเซอร์จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหล เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวที่เขามักจะบอกว่ามันคือกลิ่นหอมของความสุข ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมายังทรวงอกอวบอิ่มที่ยอดถันชูชันรอรับสัมผัสจากปลายลิ้นร้าย"แด๊ดดี้ขา... อ๊ะ" เสียงหวานครางกระเส่าเมื่อเขาปรนเปรอความเสียวซ่านให้เธออย่างไม่เร่งร้อน มือเรียวสอดเข้าไปขยำกลุ่มผมสั้นของเขาเพื่อระบายความรัญจวนใจไคเซอร์เงยหน้าขึ้นสบตาคนใต้ร่าง แววตาของเขาในตอนนี้พร่าเลือนไปด้วยแรงอารมณ์"หนูเองก็เอาเก่ง รู้ไหมคะ..." ลูกพี
"จีน่าผมไคเซอร์เองนะ ต่อไปนี้เราเลิกติดต่อกันซะ ผมมีเมียแล้ว และผมก็รักเมียผมมากด้วย แค่นี้นะครับ" ไคเซอร์ไม่เปิดโอกาสให้ปลายสายได้โต้ตอบเขาก็กดตัดสายทิ้งอย่างไม่ไยดีจีน่าคือหนึ่งในอดีตคู่ควงคนไทยที่เขาเคยนัดเจอบ่อยครั้งตามความพอใจโดยไม่มีพันธะสัญญา แต่นับตั้งแต่ตอนนี้เธอก็จะเป็นเพียงคนแปลกหน้าสำหรับเขาแน่นอนลูกพีชถึงกับเบิกตากว้าง ประโยคภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำที่เขาบอกกับปลายสายนั้นเข้าหูเธอทุกคำจนหัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ"พอแล้วค่ะ ไม่ต้องโทรแล้ว" สายที่สองยังไม่ทันจะได้กดออก ก็ถูกมือบางคว้าโทรศัพท์ไว้ทันควัน นี่เขาตั้งใจจะไล่โทรหาผู้หญิงทั้งห้าสิบคนในลิสต์จริง ๆ หรือไงกัน"ทำไมล่ะครับ หรือแด๊ดต้องทำมากกว่านี้หนูถึงจะยอมหายโกรธ หนูต้องการอะไรบอกแด๊ดมาได้เลย แด๊ดทำให้หนูได้ทุกอย่าง ขออย่างเดียว...อย่าโกรธแด๊ดเป็นเดือน ๆ เลยนะ ไม่อย่างนั้นแด๊ดคงขาดใจตายแน่ ๆ""ใครบอกแด๊ดคะว่าหนูจะโกรธเป็นเดือน ๆ?""แตงโมไง แด๊ดทำตามที่น้องบอกทุกอย่างแล้ว อย่าโกรธแด๊ดเลยนะครับคนดี" พอได้ยินชื่อตัวต้นคิด ลูกพีชก็ถึงกับหลุดยิ้มกว้างออกมา คนอย่างเธอเนี่ยนะจะโกรธใครได้เป็นเดือน ๆ แค่ต้องเงียบใส่เขาเพียงคื
ตลอดทางกลับบ้านบรรยากาศภายในรถถูกปกคลุมด้วยความเงียบเชียบจนน่าอึดอัด โดยเฉพาะลูกพีชที่นั่งนิ่งสนิท ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่หันมาสบตาใคร แม้แต่ทับทิมและแตงโมที่นั่งมาด้วยก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง"แย่แน่ ๆ พี่พีชเป็นคนห่วงของมากนะคะ รักมากก็หวงมาก ยิ่งเป็นคนรักด้วยแล้ว..." แตงโมกระซิบกระซาบกับพี่เขยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คล้ายจะให้กำลังใจแต่กลับเป็นคำพูดที่ทำให้คนฟังใจเสียยิ่งกว่าเดิม"แล้วพี่ต้องง้อยังไง..." ไคเซอร์กระซิบตอบเสียงแผ่ว พญางูผู้ไม่เคยเกรงกลัวความตาย ตอนนี้กลับเหงื่อซึมที่ฝ่ามือเมื่อต้องเผชิญหน้ากับฤทธิ์แมวขนฟูเวลางอนจริงจัง"ตอนนั้นกว่าพี่พีชจะยอมหายโกรธโม ก็ล่อไปเป็นเดือนเลยค่ะ""เป็นเดือนเลยเหรอ!" ไคเซอร์อุทานลืมตัวจนเกือบหลุดมาด"แค่โมแอบกินช็อกโกแลตที่พี่พีชแช่ไว้ในตู้เย็นเองค่ะ" แค่เรื่องช็อกโกแลตยังโกรธนานขนาดนั้น... แล้วเรื่องผู้หญิงอิตาลีที่เดินมากระซิบข้างหูเขาต่อหน้าต่อตาล่ะ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าบทลงโทษจะยาวนานกี่ปี"แล้วพี่ต้องทำยังไง พีชถึงจะยอมหายโกรธเร็ว ๆ พี่รอเป็นเดือนไม่ไหวหรอกครับ" ไคเซอร์ถามอย่างร้อนรน"วิธีเดียวคือต้องสารภาพผิดให้หมดเ







