LOGINเธอได้แต่จ้องมองภาพของคนที่กำลังสนใจอยู่กับการหามุมกล้อง เพื่อจะบันทึกวิดีโอเหตุการณ์ต่อไปที่กำลังจะเกิดขึ้นใช้เป็นเครื่องมือที่จะข่มขู่ฝันร้ายของเธอไปตลอดชีวิต
และเมื่อพอใจโจ้ก็เลือกที่จะเดินเข้าห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี รอเวลาที่ยาตัวใหม่ออกฤทธิ์ โดยชะล่าใจไปว่าเธอคงไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะหนีไปได้
และนั่นคือความผิดพลาดของเขา
ลูกพีชรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ฝืนฤทธิ์ยาที่กำลังกดทับสติ ใช้สองมือยันเตียงแล้วตะเกียกตะกายลงมาจากเตียงกว้าง ขาอ่อนแรงจนแทบทรุดแต่เธอกัดฟันฝืนยืน ใช้ผนังเป็นที่พยุงกายอย่างไม่สนใจว่าจะดูน่าเวทนาขนาดไหน แต่ขอแค่ได้ออกไปจากห้องนี้ให้ได้
และเธอก็ทำสำเร็จ
ทันทีที่ประตูถูกปลดล็อก มือสั่น ๆ ก็ดันมันออกก่อนที่ร่างจะโซซัดโซเซออกสู่ทางเดินยาวของโรงแรม แสงไฟสีส้มอ่อนทำให้ทุกอย่างดูพร่าเลือน เธอเดินเซด้วยเท้าเปล่า หายใจหอบ เหมือนโลกทั้งใบหมุนช้าลง
แต่ยังไม่ทันจะไปได้ไกล เสียงประตูอีกบานก็เปิดผางตามมา เขารู้ตัวแล้ว
โจ้คว้าเสื้อคลุมสวมลวก ๆ ก่อนจะรีบวิ่งตามออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหัวเสียและโกรธจัด
"พีช" เสียงนั้นดังตามหลังมาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
ลูกพีชฝืนขยับขาให้เร็วขึ้น ทั้งที่หัวหมุน หน้ามืด แข้งขาเหมือนจะไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป จนกระทั่ง...
พรึ่บ!
เธอล้มลงกับพื้นอย่างแรง โลกทั้งใบกระแทกเข้ามาพร้อมกับน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
แต่เพียวเสี้ยววินาทีเธอก็รีบกัดฟันยันพื้นพยายามลุกขึ้นใหม่
ยังไม่ใช่เวลาจะยอมแพ้ เธอฝืนวิ่งต่อทั้งที่แทบไม่มีแรงเหลืออยู่แล้ว และครั้งนี้…ร่างกายก็เหมือนจะไม่ไหวเข้าจริง ๆ
เธอทรุดลงเป็นครั้งที่สอง แต่ก่อนที่ร่างจะกระแทกพื้นเต็มแรงก็กลับมีแขนของใครบางคนรับเธอไว้
"ยะ อย่าทำอะไรฉันเลย" ลูกพีชพนมมือหลับตาปี๋ คิดว่าคนที่มาถึงตัวเธอคือโจ้
แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นใกล้หู
"คุณครับ…" เสียงนั้นไม่ใช่เสียงที่เธอกลัว
ลูกพีชลืมตาขึ้นทันที ก่อนจะรีบคว้าแขนเสื้ออีกฝ่ายแน่นราวกับมันเป็นเส้นสุดท้ายของความหวัง
"ช่วยด้วย ชะ ช่วยฉันด้วยนะคะ" น้ำเสียงเธอสั่นพร่า เปราะบางจนแทบแตกสลาย
นอกจากชายที่ประคองเธอไว้ ยังมีผู้ชายอีกคนยืนอยู่ด้านหลัง สีหน้าตึงเครียดเหมือนเพิ่งรับรู้ว่ามีบางอย่างไม่ปกติเกิดขึ้นตรงหน้า
และนั่นคือวินาทีที่ลูกพีชรู้ว่า…
"คะ คุณเสื้อสูท คุณช่วยฉันด้วย" ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือฟ้าตั้งใจส่งเขามาให้ เธอจำเขาได้ทันทีว่าคนเดียวกับที่ช่วยพาเธอออกจากดงนักข่าวเมื่อเช้า
ตอนนั้นเขาเป็นแค่คนใจดีคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เขาเป็นเหมือนแสงสุดท้ายของความหวัง
ชายหนุ่มทั้งสองยืนมองเธอเงียบ ๆ ราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่างก่อนที่เสียงฝีเท้าเร่งรีบจะดังขึ้นจากปลายทางเดิน
"ลูกพีช…" เสียงนั้นทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ ความกลัวถาโถมเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก เธอเงยหน้ามองพวกเขาอีกครั้ง มือสั่น ๆ เกาะแขนเสื้อสูทของคนมีรูปหน้าคล้ายชาวต่างชาติไว้แน่น ก่อนจะพูดทั้งน้ำตา ทั้งคำไทยและอังกฤษที่ปะปนกันมั่วเผื่อจะทำให้เขาเข้าใจได้
"มะ มันมาแล้ว ได้โปรด Help me!" เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง
"คุณหนีใครมาครับ" ในที่สุดชายคนประคองก็เป็นฝ่ายถาม
"มะ มัน-" แต่เธอยังไม่ทันได้พูดจบ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็มาหยุดตรงหน้า
"ขอโทษทีครับ เมียผมเธอเมา" โจ้สวมบทบาทอย่างแนบเนียน ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่ซ้อมมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ก่อนจะก้าวเข้ามาดึงร่างเธอเข้าไปหาอย่างถือสิทธิ์
แขนที่เคยโอบเธอไว้ถูกปล่อย มือที่เธอเกาะไว้ถูกแกะออกทีละนิ้ว
"เมียคุณเหรอครับ?" ภีมถาม เสียงเรียบแต่สายตาไม่คลายความระแวง
"ใช่ครับ ขอตัวก่อนนะครับ" โจ้ไม่เปิดโอกาสให้ใครซักไซ้มากกว่านั้น เขารีบประคองร่างเธอพาออกไปอีกทางอย่างรวดเร็ว
ลูกพีชทำได้เพียงหันกลับไปมอง มองคนที่เธอคิดว่าจะเป็นที่พึ่ง มองแสงสว่างเพียงจุดเดียวในความมืดสายตาเธอร้องขอแต่ไม่มีใครตอบรับ และแล้วแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ก็ดับลงตรงหน้าต่อตาเธออย่างโหดร้าย
"ถึงห้อง เธอโดนดีแน่" โจ้กระซิบบอกเสียงแผ่วขบกรามไว้แน่น เขาชะล่าใจที่คิดว่าลูกพีชจะไม่มีแรงทำอะไรอีก ไม่ได้คิดว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะฝืนยาเสียสาวที่กินเข้าไปจนวิ่งมาถึงที่นี่
"เย้ ๆ ยินดีด้วย..." เสียงพลุกระดาษดังขึ้นพร้อมกับเสียงไชโยโห่ร้องอย่างพร้อมเพรียงจากกลุ่มคนที่เธอรักที่สุดที่พากันปรากฏตัวออกมา ทั้งทับทิม พลอยใส และแม้แต่แตงโมที่ยอมบินลัดฟ้ากลับมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ รวมไปถึงภีมที่ยืนยิ้มกว้างแสดงความยินดีกับเพื่อนรักอย่างไคเซอร์ที่ในที่สุดเจ้านายวายร้ายผู้เย็นชาก็ฉลาดในเรื่องความรักเสียที"พีชจะเป็นเจ้าสาวแล้วนะ" หญิงสาวหันกลับยิ้มกว้าง จากนั้นก็พูดออกมาพร้อมกับชูนิ้งนางข้างซ้ายที่ประดับด้วยพันธนาการแห่งรักให้ทุกคนได้ดู ก่อนจะโถมตัวเข้าสวมกอดว่าที่เจ้าบ่าวไว้แน่น วันนี้ล้วนแต่มีเรื่องราวดี ๆ ที่ทำให้เธอจำไม่ลืม"จูบเลย! จูบเลย! จูบเลย!" เสียงเชียร์จากเหล่าสักขีพยานที่แปรพักตร์กลายเป็นกองเชียร์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำเอาลูกพีชรีบเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมส่งสายตาเว้าวอนไม่ให้เขาทำตามคำยุยงแต่มีหรือที่คนอย่างไคเซอร์จะปล่อยโอกาสทองนี้ให้หลุดลอยไปเขาประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากหวานอย่างดูดดื่มเพื่อเป็นการจองจำเธอไว้ ผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเขาในฐานะเด็กใต้เงาในวันนั้น มาวันนี้กลับกลายเป็นคนเดียวที่กุมหัวใจของพญางูผู้ยิ่งใหญ่ไว้ได้......สี่ปีผ่านไปไวเ
สองปีผ่านไปท่ามกลางแสงแฟลชที่รัวสาดส่องลงมายังเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว สายตาของคนทั้งฮอลล์ต่างจับจ้องไปที่ลูกพีช หญิงสาวผู้เจิดจรัสที่สุดในค่ำคืนแห่งนี้เนื่องจากดาราสาวเพิ่งคว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นรางวัลทรงเกียรติที่นักแสดงทั่วทั้งวงการต่างใฝ่ฝันอยากจะครอบครองสักครั้งในชีวิตบรรยากาศการเผชิญหน้ากับกองทัพนักข่าวยังคงเป็นของคู่กันสำหรับดาราสาว ทว่าครั้งนี้ต่างออกไปจากเดิม...ลูกพีชยืนตระหง่านพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ มือเรียวโอบกอดถ้วยรางวัลไว้แนบอกด้วยความภาคภูมิใจ เธอขยับกายโพสต์ท่าให้ช่างภาพรัวชัตเตอร์อย่างเป็นมืออาชีพ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงการสัมภาษณ์ถึงอนาคตของดาราสาวที่นับว่าประสบความสำเร็จสูงสุดในเวลานี้"แพลนต่อจากนี้ของคุณลูกพีชคืออะไรคะ?" นักข่าวคนหนึ่งยิงคำถามสำคัญ ซึ่งเรียกนิ้วเรียวให้ขยับแก้ปอยผมเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่แสดงถึงการสามารถรับมือกับการถูกถามโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร"รางวัลครั้งนี้เปรียบเสมือนเครื่องยืนยันว่าพีชทำสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้แล้วค่ะ" เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายอย่างมีความหมาย"หลังจากนี้พีชอาจจะโฟกัสงานในวงการน้อยลง
วินาทีนั้นบรรยากาศที่แสนกดดันรอบตัวไคเซอร์กลับละลายหายไปเพียงแค่เขาได้สบตากับเธอ เธอที่เป็นทั้งชีวิตของเขา คนที่เขายอมทิ้งทุกอย่างอย่างไม่ลังเลสายตาของเขาไม่ได้มีความสั่นคลอนหรือเสียดายต่ออำนาจมหาศาลที่กำลังจะหลุดลอยไป แต่มันกลับเปล่งประกายด้วยความเทิดทูนและมั่นคงอย่างที่สุด ราวกับจะบอกเธอผ่านแววตานั้นว่าต่อให้บัลลังก์นี้จะยิ่งใหญ่และค้ำฟ้าเพียงใด มันก็เทียบไม่ได้กับหัวใจของเธอที่มีค่ามากเกินกว่าสิ่งอื่นใดที่เขาจะมอบให้ไคเซอร์ก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงไปยังไคแอลที่คุกเข่ารอรับบัญชาด้วยแววตาเรียบนิ่ง ชายหนุ่มบรรจงสวมแหวนตราอสรพิษทับทิมลงบนนิ้วของน้องชาย ราวกับการส่งมอบภาระอันหนักอึ้งและเกียรติยศที่เขารองรับมาเกือบ 15 ปี"ต่อจากนี้มึงคือ King Cobra คนต่อไป" ไคเซอร์เอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำแต่ดังกังวานไปทั่วห้องโถง"มึงทำได้ และมึงทำได้ดีมาตลอด ดูแลจักรวาลของมึงให้ดี" ทันใดนั้นบรรยากาศภายในห้องก็พลิกผันไปในพริบตา ไคเซอร์เป็นคนแรกที่ก้มศีรษะโค้งคำนับให้แก่ประมุขคนใหม่ เป็นสัญญาณบอกให้เหล่าบอดี้การ์ดและหัวหน้าสาขาทั้งหมดทำตาม จนเกิดเป็นภาพการโค้งคำนับที่พร้อมเพรียงและทรงพลังเพื่อต้อนรับประมุขคนให
ไคเซอร์ไม่ปล่อยให้ความเงียบทำงานนานกว่านั้น เขาโน้มตัวลงไปปิดริมฝีปากบางด้วยจูบที่นุ่มนวลทว่าหนักแน่น จูบที่เต็มไปด้วยคำขอโทษและความโหยหา ลิ้นร้อนค่อย ๆ สอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับความหวานที่เขาแสนรักมากมาย ในขณะที่มือหนาก็เริ่มทำหน้าที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างทะนุถนอม"อื้อ...แด๊ดดี้" ลูกพีชครางแผ่วในลำคอ เมื่อสัมผัสจากฝ่ามือที่ร้อนระอุของเขาปลุกปั่นอารมณ์วาบหวามให้พุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างชุดนอนผ้าซาตินเนื้อละเอียดถูกรั้งออกจากร่างบางอย่างเชี่ยวชาญ เผยให้เห็นผิวขาวนวลเนียนที่ต้องแสงไฟสลัว ไคเซอร์จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหล เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวที่เขามักจะบอกว่ามันคือกลิ่นหอมของความสุข ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมายังทรวงอกอวบอิ่มที่ยอดถันชูชันรอรับสัมผัสจากปลายลิ้นร้าย"แด๊ดดี้ขา... อ๊ะ" เสียงหวานครางกระเส่าเมื่อเขาปรนเปรอความเสียวซ่านให้เธออย่างไม่เร่งร้อน มือเรียวสอดเข้าไปขยำกลุ่มผมสั้นของเขาเพื่อระบายความรัญจวนใจไคเซอร์เงยหน้าขึ้นสบตาคนใต้ร่าง แววตาของเขาในตอนนี้พร่าเลือนไปด้วยแรงอารมณ์"หนูเองก็เอาเก่ง รู้ไหมคะ..." ลูกพี
"จีน่าผมไคเซอร์เองนะ ต่อไปนี้เราเลิกติดต่อกันซะ ผมมีเมียแล้ว และผมก็รักเมียผมมากด้วย แค่นี้นะครับ" ไคเซอร์ไม่เปิดโอกาสให้ปลายสายได้โต้ตอบเขาก็กดตัดสายทิ้งอย่างไม่ไยดีจีน่าคือหนึ่งในอดีตคู่ควงคนไทยที่เขาเคยนัดเจอบ่อยครั้งตามความพอใจโดยไม่มีพันธะสัญญา แต่นับตั้งแต่ตอนนี้เธอก็จะเป็นเพียงคนแปลกหน้าสำหรับเขาแน่นอนลูกพีชถึงกับเบิกตากว้าง ประโยคภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำที่เขาบอกกับปลายสายนั้นเข้าหูเธอทุกคำจนหัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ"พอแล้วค่ะ ไม่ต้องโทรแล้ว" สายที่สองยังไม่ทันจะได้กดออก ก็ถูกมือบางคว้าโทรศัพท์ไว้ทันควัน นี่เขาตั้งใจจะไล่โทรหาผู้หญิงทั้งห้าสิบคนในลิสต์จริง ๆ หรือไงกัน"ทำไมล่ะครับ หรือแด๊ดต้องทำมากกว่านี้หนูถึงจะยอมหายโกรธ หนูต้องการอะไรบอกแด๊ดมาได้เลย แด๊ดทำให้หนูได้ทุกอย่าง ขออย่างเดียว...อย่าโกรธแด๊ดเป็นเดือน ๆ เลยนะ ไม่อย่างนั้นแด๊ดคงขาดใจตายแน่ ๆ""ใครบอกแด๊ดคะว่าหนูจะโกรธเป็นเดือน ๆ?""แตงโมไง แด๊ดทำตามที่น้องบอกทุกอย่างแล้ว อย่าโกรธแด๊ดเลยนะครับคนดี" พอได้ยินชื่อตัวต้นคิด ลูกพีชก็ถึงกับหลุดยิ้มกว้างออกมา คนอย่างเธอเนี่ยนะจะโกรธใครได้เป็นเดือน ๆ แค่ต้องเงียบใส่เขาเพียงคื
ตลอดทางกลับบ้านบรรยากาศภายในรถถูกปกคลุมด้วยความเงียบเชียบจนน่าอึดอัด โดยเฉพาะลูกพีชที่นั่งนิ่งสนิท ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่หันมาสบตาใคร แม้แต่ทับทิมและแตงโมที่นั่งมาด้วยก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง"แย่แน่ ๆ พี่พีชเป็นคนห่วงของมากนะคะ รักมากก็หวงมาก ยิ่งเป็นคนรักด้วยแล้ว..." แตงโมกระซิบกระซาบกับพี่เขยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คล้ายจะให้กำลังใจแต่กลับเป็นคำพูดที่ทำให้คนฟังใจเสียยิ่งกว่าเดิม"แล้วพี่ต้องง้อยังไง..." ไคเซอร์กระซิบตอบเสียงแผ่ว พญางูผู้ไม่เคยเกรงกลัวความตาย ตอนนี้กลับเหงื่อซึมที่ฝ่ามือเมื่อต้องเผชิญหน้ากับฤทธิ์แมวขนฟูเวลางอนจริงจัง"ตอนนั้นกว่าพี่พีชจะยอมหายโกรธโม ก็ล่อไปเป็นเดือนเลยค่ะ""เป็นเดือนเลยเหรอ!" ไคเซอร์อุทานลืมตัวจนเกือบหลุดมาด"แค่โมแอบกินช็อกโกแลตที่พี่พีชแช่ไว้ในตู้เย็นเองค่ะ" แค่เรื่องช็อกโกแลตยังโกรธนานขนาดนั้น... แล้วเรื่องผู้หญิงอิตาลีที่เดินมากระซิบข้างหูเขาต่อหน้าต่อตาล่ะ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าบทลงโทษจะยาวนานกี่ปี"แล้วพี่ต้องทำยังไง พีชถึงจะยอมหายโกรธเร็ว ๆ พี่รอเป็นเดือนไม่ไหวหรอกครับ" ไคเซอร์ถามอย่างร้อนรน"วิธีเดียวคือต้องสารภาพผิดให้หมดเ







