Share

๔ ใครว่ากระต่ายไม่มีกรงเล็บ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-01 00:28:05

ใครว่ากระต่ายไม่มีกรงเล็บ

กระต่ายดูเป็นสัตว์ไร้พิษสง แต่ใครว่ากระต่ายจะไม่มีกรงเล็บ ยิ่งเป็นกระต่ายที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีไม่ให้ต้องใช้เล็บขุดดิน เล็บยิ่งยาวกว่ากระต่ายป่า

หากดื้อรั้นขึ้นมาเสือก็ยังต้องยอมแพ้!

“ข้ารู้เจ้าค่ะว่าจวนแห่งนี้เป็นของฟูจวิน แต่ในเมื่อเรือนผิงอันถูกจัดสรรให้เป็นเรือนส่วนตัวของข้าแล้ว ฟูจวินก็ต้องเคารพความเป็นส่วนตัวของข้าโดยการนอนตั่ง ข้าในฐานะที่เป็นเจ้าของห้องนอนเตียง”

ชิงป๋ายทู่กอดอกชี้แจงอย่างจริงจัง นางปฏิเสธครั้งนี้เป็นครั้งที่ห้าแล้ว!

หากเขาดื้อรั้นจะนอนเตียงเดียวกับนางให้ได้ ไม่แคล้วถูกนางต่อว่าว่าใช้กำลังบังคับฝืนใจกัน สุดท้ายคืนนี้เขาก็ต้องระเห็จตัวเองมานอนที่ตั่งโดยนางหาที่นอนมาให้…

ส่วนเขาเป็นคนปูที่นอนเอง!

“ฟูจวินก็เห็นว่าข้าแรงน้อย จะฆ่าไก่สักตัวยังไม่ได้เลยเจ้าค่ะ เรื่องปูที่นอนฟูจวินต้องลงแรงเองแล้ว”

อูต้าฉงปูที่นอนเองโดยไม่เรียกสาวใช้หรือองครักษ์ให้เข้ามาช่วย ทั้งยังไม่ให้หญิงสาวทำเพราะเอ็นดูที่นางตัวเล็กบางเพียงเท่านี้

“หากฟูจวินไม่ใช่แม่ทัพที่ผ่านการนอนกลางดินกินกลางทรายมาแล้ว คงต้องพูดประโยคนี้ ข้าก็คุณชายเจ้าก็คุณหนูแล้ว ใครปูที่นอน”

ชิงป๋ายทู่นิ่งไปหลังคิดตามคำพูดของชายหนุ่ม

เมื่อคิดว่าตนดูเอาเปรียบเขาเกินไปก็เดินเข้าไปช่วยอีกฝ่ายปูที่นอน ทว่าเมื่อนางเดินไปเขาก็ปูเสร็จแล้ว…

เอนกายลงนอนในตอนที่นางมายืนตรงหน้าพอดี!

“เปลี่ยนใจอยากให้ฟูจวินไปนอนเตียงนุ่มด้วยหรือ”

ชิงป๋ายทู่หันหลังใส่เขาแล้วเดินหนีในทันที เพราะเช่นนี้ถึงไม่เห็นรอยยิ้มมุมปากของเขา

ชิงป๋ายทู่เอนกายลงนอน ไม่ได้เปลี่ยนไปใส่ชุดบางเบาเช่นเดียวกับตอนที่นอนคนเดียว

นางถอดเสื้อคลุมแขวนเอาไว้โดยที่เสื้อด้านในยังเป็นตัวเดิมกับที่ใส่ไปผิงไฟด้านนอก ทำให้กว่าจะนอนหลับก็ต้องพลิกกายซ้ายขวาอยู่หลายครั้ง ท่าทางของนางทำให้ชายหนุ่มที่มองผ่านความสลัวของโคมไฟไปทีเตียงนอนเล็กนั้นเป็นประกายอ่อนโยน

คงไม่ชินกับการมีใครนอนในห้องด้วยสิท่า ไม่เป็นไร ต่อไปเดี๋ยวเจ้าก็ชินเอง

เช้าวันต่อมาเรื่องที่อูต้าฉงกลับมาเมืองหลวงวันแรกก็ไปค้างที่เรือนผิงอันนั้นกระจายไปทั่วจวนแม่ทัพ

หลายคนที่เคยหนักใจว่าสองอนุจะทำให้ฮูหยินเอกตกที่นั่งลำบากเริ่มเบาใจ

และฝ่ายที่เคยมีความมั่นใจมาเสมออย่างสองอนุก็เริ่มหนักใจว่าตนจะมีชีวิตอย่างไรในจวนแม่ทัพ

ทางด้านพ่ายพ่ายอนุวัย 29 หนาวไก่แก่แม่ปลาช่อนนั้นเคยคิดว่าทรวดทรงกระชากใจบุรุษของนางจะต้องมัดใจชายหนุ่มไปได้อีกนานแน่ก็เริ่มสั่นคลอน

“...ทำอย่างไรดีพ่ายพ่าย ท่านแม่ทัพยิ่งเป็นคนที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ด้วย ทำอย่างไรถึงจะเรียกความสนใจจากท่านแม่ทัพมาได้”

พ่ายพ่ายเดินไปเดินมาในเรือนหลังเล็กที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง แม้จะไม่ได้หรูหราเท่าเรือนใหญ่แต่ก็ถือว่าดีกว่าบ่าวรับใช้ในจวน

นางเดินมาหยุดอยู่หน้าคันฉ่องบานใหญ่ หมุนซ้ายหมุนขวาก่อนที่ความมั่นใจจะกลับมา มุมปากที่แต้มสีแดงชาดเอาไว้เหยียดยิ้มเมื่อนึกถึงหน้าเสี่ยวหลิน

“ยายเด็กนั่นก็มาตั้งนานแล้วมิใช่หรือพ่ายพ่าย แต่สุดท้ายท่านแม่ทัพก็หนีความหวานมาหาความเผ็ดร้อนอย่างข้า นอกจากข้าแล้วใครจะรับความหนักหน่วงของเขาได้เท่าข้า อย่างไรข้าก็ยังมีที่ยืนในจวนนี้”

เมื่อสบายใจแล้ว พ่ายพ่ายก็เดินไปเลือกชุดใหม่ในหีบ เมื่อเห็นว่าชุดดูเรียบร้อยเกินไป นางก็อาศัยที่ตนมีฝีมือในการตัดเย็บตัดแต่งชุดใหม่ให้ดูเป็นตัวเองมากขึ้น

สำคัญที่สุดต้องเน้นทรวดทรงขยี้ใจชาย!

ทางด้านเสี่ยวหลินอนุภรรยาวัย 20 หนาวที่มีภาพลักษณ์สดใสคล้ายชิงป๋ายทู่นั้นนับว่าหนักใจกว่าพ่ายพ่ายนางเป็นสาวใช้ของอูต้าฉงมาก่อนย่อมทราบอะไรมาไม่น้อย

“ทู่ทู่ ชิงป๋ายทู่ ข้าอยากจะเห็นนักว่าเป็นสตรีเช่นไร เป็นแบบไหนถึงทำให้ท่านแม่ทัพ…ฮึ่ม!”

เสี่ยวหลินสะกดความไม่พอใจเอาไว้ เดินตึง ๆ ออกจากเรือนไปเรือนใหญ่

ไม่มีใครห้ามนางให้อยู่แต่เรือนของตนเองเท่านั้น ดังนั้นนางจึงถือวิสาสะมาหาแม่ทัพหนุ่มที่เรือนใหญ่ ก่อนที่จะได้คำตอบว่าเขายังอยู่ที่เรือนผิงอัน

“เรือนผิงอันของฮูหยินหรือ”

“อนุหลินฟังไม่ผิด ได้โปรดกลับไปรอที่เรือนก่อน หากท่านแม่ทัพกลับมาที่เรือนใหญ่แล้วมีคำสั่งใดจะให้สาวใช้ไปบอกที่นั่น”

อูไน่เป็นคนที่พูดคำไหนคำนั้น สีหน้าเรียบเฉยของเขาทำให้นางไม่กล้าขัดคำพูด หมุนตัวเดินกลับไปรอที่เรือนตนเองแม้ในใจจะไม่ยินยอม

เมื่อเสี่ยวหลินเดินจากไปแล้ว เก่ออินที่ไม่ได้รู้จักนิสัยของอนุสาวดีก็เดินเข้ามาหาอูไน่

“หน้าคล้ายฮูหยินน้อยนัก”

อูไน่หันไปมองตามหลังเสี่ยวหลินก่อนที่จะตวัดสายตามามองสหาย

“ท่านแม่ทัพช่วยนางไว้จากโจรป่า เพราะหน้าตาที่คล้ายกับฮูหยินน้อยกระมังถึงรับนางเป็นสาวใช้ก่อนที่จะ…

นั่นแหละ! ท่านแม่ทัพสั่งไว้แล้วให้เจ้าส่งสาวใช้เข้าไปเป็นสายในเรือนนาง ฮูหยินเป็นพระนัดดาฮองเฮา อย่าให้ความหึงหวงของสตรีทำให้เกิดภัยต่อจวนแม่ทัพเป็นอันขาด”

เก่ออินพยักหน้ารับ เตรียมไปช่วยพ่อบ้านเหมาคัดบ่าวรับใช้ส่งเข้าไปในเรือนของอนุทั้งสอง อูไน่ยังรั้งอยู่ที่เรือนใหญ่ ส่วนอูตูนั้นรอติดตามอูต้าฉงที่เรือนผิงอัน

ณ เรือนผิงอัน

ชิงป๋ายทู่นั่งตาปรืออยู่หน้าโต๊ะอาหารที่ส่งกลิ่นหอมฉุยเพราะถูกปลุกก่อนเวลานอนปรกติเพื่อมาทานอาหารเช้า สายตาของนางว่างเปล่ามาก แม้แต่ตอนที่คีบเต้าหู้ร้อน ๆ เข้าปากก็ยังหลับตาเคี้ยว

“ฮูหยินทานก่อน อยากจะนอนค่อยไปนอนต่อก็ได้ อาหารเช้าสำคัญที่สุด”

ชิงป๋ายทู่กลืนเต้าหู้ลงท้อง

“อาหารเช้าสำคัญสำหรับคนที่ใช้พลังงานตอนเช้า ข้าไม่ได้ทำงาน ไม่ได้ทำอันใดเลยเจ้าค่ะ ทานไข่ต้มแค่ฟองเดียวพลังงานก็ถมเถ”

นี่ไม่ใช่เวลาอาหารของนาง ชิงป๋ายทู่แทบจะกลืนข้าวไม่ลง หากทานต่อไปอีกสักสามคำนางคิดว่าตนสามารถอาเจียนออกมาได้

เมื่อฝืนกายไม่ไหวก็วางตะเกียบลง ส่ายหน้าให้เขาบอกว่าตนทานต่อไม่ไหวแล้ว…

อยากนอน!

“เห็นทีสองปีมานี้เจ้าจะใช้ชีวิตอิสระจนเกินไป…แต่ไม่เป็นไร! วันนี้ถือว่าเจ้ายังไม่คุ้นเคย ต่อไปฟูจวินจะทำให้เจ้าชินกับการตื่นตอนเช้าและนอนในเวลากลางคืน มิใช่กลางวันนอนหลับ กลางคืนตาสว่างใส”

เหตุใดเขาพูดเหมือนต้าเกอของข้าไม่มีผิด เขากับต้าเกอคงไม่ได้เป็นสหายกันกระมัง

“ฟูจวินอายุ 27 เท่าต้าเกอของข้าเลยเจ้าค่ะ ไม่ได้เป็นสหายกันใช่หรือไม่”

“จะเป็นสหายกันได้ต้องอายุเท่ากันด้วยหรือ ไท่จื่อ 26 ชันษา ฟูจวินยังเป็นสหายร่วมเรียนของพระองค์เลย”

พี่ชายคนโตของชิงป๋ายทู่นามว่าชิงชาง อายุ 27 หนาวเป็นรองเสนาบดีกระทรวงการคลัง ขุนนางบุ๋นอนาคตไกล ส่วนพี่ชายคนรองชิงยี่ถาน ศิลปินที่ผลงานภาพวาดมีราคาเป็นอันดับของเมืองหลวงวัย 25 หนาว

มารดาของชิงป๋ายทู่รอมานานหลายปีกว่าจะได้ลูกสาวคนนี้ เพราะฉะนั้นจึงรักและตามใจนางที่สุด ให้อิสระในการใช้ชีวิตเต็มที่ หากการออกเรือนครั้งนี้นางไม่มีความสุขก็พร้อมทวงคืนบุตรสาวกลับมาได้ทุกเมื่อ

“อ้อ เช่นนั้นแล้วเป็นสหายกันหรือไม่เจ้าคะ”

ชิงป๋ายทู่ตีสีหน้าจริงใจใส่ชายหนุ่ม หนึ่งเพราะอยากทราบจริง ๆ สองเพราะจะได้หาเรื่องเบี่ยงเบนความสนใจของเขาให้เลิกบังคับนางทานอาหารเช้าเสียที

“แน่นอน ชิงชางก็เป็นสหายร่วมเรียนของไท่จื่อ ว่าแต่เจ้าถามเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม หรือจะหาเรื่องไม่ทานอาหารเช้า คิดว่าฟูจวินรู้ไม่ทันเจ้าหรือ”

ไยฉลาดเช่นนี้

“ทานต่ออีกสักคำ ฟูจวินรู้นะว่าเจ้าอยู่จวนก็ชอบไม่ทานอาหารเช้า ท่านพ่อตาตามใจเจ้า ท่านแม่ยายยิ่งไม่คิดขัดใจเจ้า นอกจากชิงชางแล้วก็ไม่มีใครบังคับเจ้าได้”

ชิงป๋ายทู่จากที่หดคอลงเพราะไม่อยากทานยืดกายขึ้นทันทีเพราะสนใจเรื่องของเหล่าเกอเกอทั้งหลายแล้ว

“ฟูจวินรู้เรื่องของข้าเยอะเพียงนี้ เราไม่ได้เพิ่งเจอกันครั้งแรกที่ห้องหอหรือเจ้าคะ”

อูต้าฉงอยากยื่นมือไปบีบปลายจมูกเล็กนัก

นางไม่เคยชายตามองข้าสักครั้งเลยหรือ

“เสี่ยวทู่ทู่ ข้าเป็นสหายพี่ชายเจ้า แม้จะไม่สนิทกันมากนัก แต่เจ้าไม่เคยเห็นหน้าข้าในตอนที่เข้าวังเลยหรือ”

สรรพนามเปลี่ยนแล้ว กระต่ายน้อยตื่นตูมรับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบตัวได้ง่ายเผลอหดคอลง

“แค่เดินเข้าวังก็เหนื่อยแล้วเจ้าค่ะ อีกอย่างท่านก็อายุมากกว่าข้าถึง 10 ปี ใครจะคิดว่าวันหนึ่งจะได้แต่งงานเป็นสามีภรรยากัน”

อาหารเช้าวันนี้ไม่น่ารับประทานสำหรับแม่ทัพหนุ่มแล้ว ที่ผ่านมาเขามักได้รับความสนใจจากสตรีในเมืองหลวงขนานนามให้เขาเป็นแม่ทัพทรงเสน่ห์ ต่างตามหาภาพเหมือนของเขากันให้ควั่ก

ทว่าฮูหยินที่เขาตบแต่่งด้วยกลับเพิ่งเห็นหน้าตาเขาเป็นครั้งแรกก็ในห้องหอ

แล้วเขาจะไม่เสียความมั่นใจได้อย่างไร!

มือหนาวางตะเกียบลงโต๊ะแล้วดื่มชาเป็นการปิดท้ายอาหารมื้อเช้า ชิงป๋ายทู่เห็นเช่นนั้นก็ก้มหน้ายิ้มในทันที

รอดแล้วข้า

“อย่าเพิ่งดีใจไป ตอนเที่ยงฟูจวินจะมาทานด้วย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน   ๑๘ ในคืนที่เหน็บหนาวเตาเผาอันนี้อุ่นที่สุด (จบ)

    ๑๘ในคืนที่เหน็บหนาวเตาเผาอันนี้อุ่นที่สุด“คุณหนู เก่ออินบอกว่ากองทัพของท่านแม่ทัพมาถึงหน้าเมืองแล้วเจ้าค่ะ ครั้งนี้ไม่มีรถม้าอนุมาด้วย เรารีบไปต้อนรับท่านแม่ทัพกันเจ้าค่ะ”ครั้งนี้ชิงป๋ายทู่ไม่ได้ออกไปต้อนรับสามีโดยให้เหตุผลว่ากลัวเห็นรถม้าบรรทุกคนงามกลับมาด้วย“ช่างเถิด อย่างไรก็ไปไม่ทันแล้ว รอฟูจวินกลับมาที่จวนเลยก็แล้วกัน”ชิงป๋ายทู่ในชุดที่พร้อมออกไปข้างนอกกลับมานอนรออยู่บนเตียงเช่นเดิม นางหลับตาลงสงบใจตัวเองไม่ให้เต้นรัวกับการกลับมาของเขา สงบใจไปสงบใจมาก็ผล็อยหลับไปไม่รู้ตัวเลยว่าในขณะที่ตนกำลังเข้าสู่ห้วงนิทรานั้นกำลังมีผู้บุกรุก!อูต้าฉงที่ยังอยู่ในเสื้อเกราะเพราะหวังจะให้ฮูหยินได้เห็นความองอาจของตนเต็ม ๆ เป็นต้องผิดหวังเมื่อเห็นว่าหญิงสาวหลับไป“ท่านแม่ทัพ ให้บ่าวปลุกฮูหยินหรือไม่เจ้าคะ”อูต้าฉงยกนิ้วชี้อังริมฝีปากเอาไว้ สัญลักษณ์ให้นางเงียบเสียง เสี่ยวเซฺว่ยกนิ้วชี้อังริมฝีปากตามเขา พยักหน้ารับเบา ๆ แล้วเดินออกไปจากห้องนอนชายหนุ่มคิดจะนั่งลงบนเตียงนางไม่ดีกว่า สกปรกแต่เมื่อคิดได้ว่าตนไม่สะอาดพอก็ทำเพียงยืนข้างเตียง มองใบหน้าน่ารักที่กำลังหลับตาพริ้มด้วยสายตาคิดถึง โหยหา

  • ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน   ๑๗ สองปีเทียบไม่ได้เลยกับสองเดือนนี้

    ๑๗สองปีเทียบไม่ได้เลยกับสองเดือนนี้“เปิ่นหวางมีธุระต้องออกไปทำนอกเมือง กล้าขวางเปิ่นหวางเช่นนั้นหรือ”ยามนี้รถม้าองค์ชายห้าถูกขวางเอาไว้โดยทหารรักษาเมือง เขากะเอาไว้แล้วว่าต้องโดนขวางทางจึงได้ให้ชิงป๋ายทู่ซ่อนกายในรถม้า มีองค์ชายห้ายื่นหน้าออกหน้าต่างรถม้าเพียงคนเดียวยามนี้ชิงป๋ายทู่เหงื่อแตกเต็มใบหน้าแล้ว!“ขอประทานอภัยองค์ชายห้า มีรับสั่งจากเบื้องบนให้ค้นรถม้าทุกคันที่ออกจากเมือง แน่นอนว่ารถม้าคันนี้ก็ไม่ได้รับการยกเว้น”องค์ชายห้ากัดฟัน แกล้งทำเสียงเข้มข่มขู่นายกอง“ทหารชั้นผู้น้อยอย่างพวกเจ้าไม่เห็นเปิ่นหวางอยู่ในสายตาเลยสินะ เปิ่นหวางสั่งลงโทษเจ้าฐานหมิ่นเบื้องสูงได้ เจ้าทราบหรือไม่”นายกองส่งยิ้มบางให้องค์ชายห้าพร้อมโค้งตัวลงคารวะ องค์ชายห้าเห็นเช่นนั้นก็หลุดยิ้ม แต่แล้วรอยยิ้มก็หายไปเมื่อนายกองออกคำสั่งให้คนบังคับรถม้าเบี่ยงไปจอดข้างประตูเพื่อไม่ให้การจราจรติดขัดในเมื่อไม่ให้ค้นก็ทำได้แต่ประวิงเวลาไปก่อน ไท่จื่อเสด็จมาเมื่อไรย่อมมีวิธีจัดการอนุชา!“นี่! ข้าคือองค์ชายห้า กล้าออกคำสั่งเช่นนี้กับข้าหรือ…อาเฟิงบังคับรถม้าไปที่เดิม เปิ่นหวางยังไม่ได้สั่งเจ้ากล้าขัดคำสั่งเปิ่นหว

  • ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน   ๑๖ จะเป็นนางเอกเรื่องจอมใจท่านแม่ทัพ

    ๑๖จะเป็นนางเอกเรื่องจอมใจท่านแม่ทัพเช้าวันต่อมาชิงป๋ายทู่ยังคงนอนบนเตียง เพราะกลับสู่สถานการณ์เช่นเมื่อก่อน เสี่ยวเซฺว่จึงไม่ได้ปลุกนายสาว ปล่อยให้นางได้นอนอย่างเต็มที่ ชดเชยเมื่อคืนนี้ที่กว่าจะเข้านอนก็เข้าสู่เที่ยงคืนของวันใหม่แล้วทว่า…แม้เสี่ยวเซฺว่ไม่ปลุกนาง ความคุ้นชินบางอย่างก็ทำให้ชิงป๋ายทู่ได้ยินเสียงคุ้นหูคล้ายดังอยู่ด้านนอกเรือนนอนของนาง เสียงที่มาปลุกนางตลอดเกือบหนึ่งเดือนมานี้‘ฮูหยิน เช้าแล้วตื่นมาทานข้าวเช้าด้วยกันเร็ว’“อื้อ~ขออีกหนึ่งก้านธูปเจ้าค่ะฟูจวิน”ชิงป๋ายทู่บิดขี้เกียจ พูดเสียงอ้อแอ้ในลำคอ จังหวะนั้นเสี่ยวเซฺว่ถือถังน้ำอุ่นเข้ามาในห้องพอดี นางวางถังน้ำอุ่นเอาไว้แล้วยื่นหน้าไปใกล้ ๆ นายสาวฟังว่านางพูดอะไร“...ขอนอนอีกนิดเจ้าค่ะฟูจวิน”เสี่ยวเซฺว่ได้ยินชิงป๋ายทู่ละเมอถึงสามีก็เบะปาก น้ำตาคลอเพราะสงสารคุณหนูที่ต้องห่างจากสามีอีกแล้ว“โธ่~คุณหนูของข้า ทั้งเมืองหลวงนี้จะมีใครน่าสงสารเท่าคุณหนูของข้าอีกหรือไม่”เสี่ยวเซฺว่ขึ้นเตียงเจ้านายแล้วกอดนางเอาไว้ ชิงป๋ายทู่พลันรู้สึกหายใจไม่ออก ชั่วขณะนั้นนางเปลี่ยนเป็นฝันเรื่องอื่น ฝันว่าตนถูกงูรัดพอนางดิ้น เสี่ยวเซฺว่ถึ

  • ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน   ๑๕ สถานการณ์พิเศษเข้าแทรกซ้อน

    ๑๕สถานการณ์พิเศษเข้าแทรกซ้อนเพราะมีประสบการณ์จากงานเลี้ยงในวังหลวงคืนวันนั้นแล้ว อูต้าฉงไม่แตะสุราเลยแม้แต่น้อย พลาดครั้งแรกถูกเล่าลือไปทั้งแวดวงขุนนาง หากเขาพลาดครั้งนี้ไม่แคล้วโดนอูลาลาล้อไปยังลูกเข้าพิธีสวมกวานงานเลี้ยงวันเกิดในคืนนี้เชิญเฉพาะญาติสนิทเท่านั้น เมื่อตู้หลางเห็นว่าแขกที่เชิญมาทุกคนอยู่ด้านในจวนหมดแล้วก็สั่งให้บ่าวปิดจวน เริ่มทยอยยกอาหารขึ้นโต๊ะแล้วเริ่มการแสดงงิ้วคณะดังได้ชิงป๋ายทู่ทานอาหารก่อนใครเริ่มอิ่มแล้ว ตอนนี้นางกำลังดื่มสุราโดยมีขนมแกล้มนางเพียงคนเดียวดื่มไปหมดขวดแล้ว ทว่าท่าทางยังคงปรกติ ไม่มีท่าทีเมามาย เรียกสายตาอึ้งทึ่งจากบุรุษที่นั่งอยู่ข้างกายนางยิ่งแล้ว“ฮูหยินดื่มเก่งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรหรือ”“ข้าดื่มทุกวันเจ้าค่ะ ต้าเกอ ถานเกอกลัวข้าถูกมอมสุราเลยฝึกให้ข้าดื่มเข้าไว้จะได้ไม่เสียทีใคร ฟูจวินเสียอีก ดื่มสามจอกก็เมาแล้ว”“วิชายุทธ์ที่ฟูจวินฝึกอยู่ต่อต้านสุรา หากดื่มเกินสามจอก หน้าผีก็เห็นเป็นหน้าคนได้”อูต้าฉงนึกถึงเหตุการณ์คืนที่ตนเมาสุราแล้วเผลอมีความสัมพันธ์ที่เกินเลยกับเสี่ยวหลินชิงป๋ายทู่เห็นชายหนุ่มเงียบไปก็ยื่นหน้าไปมองเขา โบกมือเบา ๆ ตรงหน้า

  • ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน   ๑๔ สายตาฟูจวินมองหาเจ้ามานานแล้ว

    ๑๔สายตาฟูจวินมองหาเจ้ามานานแล้วชิงป๋ายทู่พลันรู้สึกว่าตั้งแต่กลับมาจากการขี่ม้าวันนั้นนางมองสามีด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แม้จะยังไม่ให้เขาเข้ามานอนในเรือนของนางในตอนกลางคืนแต่ช่วงกลางวันก็ยังยอมให้เขามาดึงตัวไปทานอาหารที่โรงเตี๊ยมด้านนอกบ้าง ไม่ก็สหายของเขาที่เป็นแม่ทัพบ้าง เป็นการเปิดตัวฮูหยินของตนอย่างเป็นทางการวันนี้สามีของอูลาลาคหบดีที่รวยติดอันดับในเมืองหลวงจัดงานวันเกิดที่จวน สองสามีภรรยาย่อมได้รับเทียบเชิญให้ไปร่วมงานด้วยชิงป๋ายทู่ที่นับว่าสนิทกับจวนคหบดีตู้พอสมควรเป็นฝ่ายเตรียมของขวัญไปมอบให้แทนสามี ในขณะที่กำลังนั่งรถม้าไปด้วยกันนั้น อูต้าฉงก็เอื้อมมือมาจับกล่องที่ชิงป๋ายทู่กอดเอาไว้ไม่ปล่อย“ในนี้มีอะไรหรือ เหตุใดไม่วางเลย”ของขวัญชิ้นนี้ไม่ใช่ความลับอยู่แล้ว นางเปิดกล่องให้สามีดูก็เห็นว่าในนี้เป็นขวดที่ใส่น้ำอบ กลิ่นพิเศษที่โชยออกมาแตะจมูกเขาทำให้สีหน้าเขาผ่อนคลายมากขึ้น เริ่มอยากรู้จักของขวัญชิ้นนี้อย่างละเอียดแล้ว“หอมนัก ฮูหยินทำน้ำอบเองหรือ”ชิงป๋ายทู่ไม่กล้ารับความดีความชอบ“ท่านแม่ทำเจ้าค่ะ หลางเกอชอบกลิ่นนี้มาก แต่ท่านแม่ไม่ขายสูตรให้เขา หลางเกอร่ำรวยไม่มีสิ่งใดที

  • ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน   ๑๓ ชิงป๋ายทู่ผู้ที่ไม่พยายามอะไรเลยก็สำเร็จ

    ๑๓ชิงป๋ายทู่ผู้ที่ไม่พยายามอะไรเลยก็สำเร็จจ๋อม!ไม้ไผ่แทงตัวปลาครั้งที่สิบห้า ทว่าเมื่อดึงไม้แทงแหลมขึ้นมาจากน้ำยังคงไร้ตัวปลาเช่นเดิมอูต้าฉงปาดเหงื่อ เขาสัมผัสได้ว่ากำลังถูกจับตามองโดยฮูหยินน้อย ไม่อยากหันไปมองนางเพราะกลัวจะเห็นสีหน้าผิดหวัง เมื่อแทงลงครั้งที่สิบหก ยกไม้ขึ้นมาอีกครั้งแล้วเห็นแต่เพียงความว่างเปล่า เขาก็ต้องหันหน้ามาส่งยิ้มจืดเจื่อนให้นางจนได้“ปลาที่นี่รู้งานนัก แต่ฮูหยินไม่ต้องกังวล เราจะได้ทานปลากันอย่างแน่นอน”ชิงป๋ายทู่ที่ทำสีหน้าลุ้นระทึกยกมือกุมกันไว้พยักหน้ารับเบา ๆ จนเขาแทงปลาครั้งที่ สิบเจ็ด สิบแปด สิบเก้า ยี่สิบแล้วยังคงไร้ปลาเหมือนเดิมนางถึงได้ยื่นมือไปขอไม้แทงกับอูไน่!“รองแม่ทัพอูส่งไม้มาให้ข้า”อยู่ค่ายมีฐานะเป็นรองแม่ทัพ อยู่จวนมีฐานะเป็นองครักษ์ แต่ชิงป๋ายทู่เลือกเรียกเขาในตำแหน่งทางทหารแทน อูไน่ได้ยินเช่นนั้นย่อมรู้สึกถึงการให้เกียรติกัน“ฮูหยินเรียกอูไน่เท่านั้นก็ได้ขอรับ”“อูตูเท่านั้นก็ได้เช่นกันขอรับ”ชิงป๋ายทู่ไม่ติดที่จะสนิทกับทั้งสอง เรียกชื่อพวกเขาให้พวกเขาดีใจก่อนที่จะหมุนตัวไปทางลำธารสังเกตท่าทางแทงปลาของสามี“ฮูหยินน้อยเรียกชื่อข้าแล้ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status