แชร์

๕ ฟูจวินคำนี้ไม่ใช่ใครจะเรียกก็ได้

ผู้เขียน: ซูเมี่ยวหลิง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-01 00:28:40

ฟูจวินคำนี้ไม่ใช่ใครจะเรียกก็ได้

ชิงป๋ายทู่ดีใจที่ฟูจวินของนางไม่ได้มาทานอาหารเที่ยงด้วยกันเพราะติดงานในกองทัพ นางจึงผลัดเปลี่ยนไปใส่ชุดผ้าลื่น อาศัยช่วงเวลาที่เป็นเจ้าของห้องเพียงคนเดียวนอนอย่างสบายในชุดเบาสบายตัวบาง

“…คุณหนูเจ้าคะ”

การนอนที่แสนสบายของชิงป๋ายทู่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเรียกของเสี่ยวเซฺว่

ทักษะการนอนของชิงป๋ายทู่ไม่ธรรมดา ทักษะการปลุกของเสี่ยวเซฺว่ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

นางอาศัยว่าตัวเองตัวใหญ่กว่าชิงป๋ายทู่ อุ้มนางขึ้นจากเตียงแล้วพานางไปหลังฉากบังลมเพื่อแต่งตัว

อุ้มกันขนาดนี้แล้ว ชิงป๋ายทู่ไม่อยากตื่นก็ต้องตื่น นางอำนวยความสะดวกให้สาวใช้ทุกอย่าง

ยืนนิ่ง ๆ ยื่นแขนให้นางสวมชุดชั้นสามและสี่ให้ตามด้วยเสื้อคลุมกันหนาว บิดผ้าที่อยู่ในถังน้ำอุ่นให้หมาดแล้วส่งผ้าให้ชิงป๋ายทู่เช็ดหน้าเอง

“เสี่ยวเซฺว่ เราจะไปไหนกันหรือ ถึงต้องแต่งตัวด้วยชุดหลายชั้นขนาดนี้”

“ไปทานข้าวที่เรือนใหญ่เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพกลับมาจากค่ายทหารแล้ว”

ชิงป๋ายทู่ตื่นเต็มตาในทันที

“ไปทานข้าวเรือนใหญ่!”

“เจ้าค่ะ บ่าวเห็นอนุของท่านแม่ทัพวนเวียนอยู่แถวเรือนใหญ่ ไม่แน่ว่าอยากมาสำรวจคู่ต่อสู้ คุณหนูจะแพ้ไม่ได้นะเจ้าคะ”

เสี่ยวเซฺว่พูดอย่างใส่อารมณ์ไม่น้อย แต่พอเห็นสีหน้าของคุณหนู ท่าทีก็เบาลง

“บะ บ่าวพูดอันใดผิดหรือเจ้าคะคุณหนู”

“เจ้าเห็นตำแหน่งฮูหยินเอกของข้าเป็นอะไร อยู่ในตำแหน่งนี้แล้วต้องไปประชันกับใครอีก ได้เป็นเอกแล้วยังจะต้องกุมหัวใจให้ได้ด้วยหรือ”

เสี่ยวเซฺว่ก้มหน้างุด เริ่มเข้าใจความหมายของคุณหนูแล้ว เรียกเจ้านายเสียงอ่อย

“คุณหนู…”

“เรื่องหัวใจห้ามกันไม่ได้ หากหัวใจรักใครไม่ต้องพยายามก็รัก ชาติตระกูลข้าอยู่ในระดับนี้ ไม่ต้องแข่งกับใครข้าก็สามารถมีชีวิตที่ดีได้จนช่วงสุดท้ายของชีวิต แต่อนุสอง

คนนั้นไม่เหมือนกัน หากนางไม่แข่งขันก็ไม่มีที่ยืนในจวนนี้ เพราะฉะนั้นเราอย่าไปเพิ่มความกดดันให้พวกนางเลย”

เสี่ยวเซฺว่ถอนหายใจในความใจดีของคุณหนูตน ไม่คะยั้นคะยอให้กระต่ายน้อยต้องย้อมสีของตัวเอง

ช่วยชิงป๋ายทู่ถอดชุดออกจนใส่เพียงสามชั้นเท่านั้น คือชั้นในสุดสีขาว ชั้นที่สองสีเหลืองอ่อนและชั้นที่สามเป็นเสื้อคลุมกันหนาวตัวนอกสุด

“ค่อยเบาตัวหน่อย ไปเถอะ”

ชิงป๋ายทู่เบาตัวและเบาใจเพิ่มขึ้นมาก นางเดินนำเสี่ยวเซฺว่ที่ถือร่มกันหิมะสีน้ำตาลตามหลังคุณหนู

เมื่อเดินออกมานอกชายคาแล้วก็กางร่มให้นางแล้วพากันเดินฝ่าหิมะไปที่เรือนใหญ่ ไม่คิดว่าระหว่างทางจะได้พบเห็นเหตุการณ์บางอย่างเข้า

“มีเรื่องอันใดกับข้า”

เสี่ยวเซฺว่สัญชาตญาณสตรีร้องเตือนให้นางดึงตัวคุณหนูหลบเข้าที่ซ่อนก่อน ชิงป๋ายทู่ทันเห็นว่าสองร่างที่ยืนอยู่หน้าเรือนใหญ่คืออูต้าฉงและอนุภรรยาของเขา

“เสี่ยวเซฺว่ เสียมารยาท”

“ไม่เสียเจ้าค่ะ เราจะเดินไปทางนี้อยู่แล้ว เป็นสองคนนั้นมาสนทนาตัดหน้าเราเอง”

ชิงป๋ายทู่ยอมรับการกระทำนี้ไม่ได้ ดันตัวให้สาวใช้ไปแอบฟังเพียงคนเดียว ส่วนนางถอยห่างออกมาไม่อยากได้ยินไม่อยากเห็นเรื่องที่ทั้งคู่สนทนากัน

“…ท่านแม่ทัพเจ้าคะ ในเมื่อให้โอกาสข้าเข้าเมืองหลวงมาแล้ว ไยไม่ยอมให้ข้าปรนนิบัติเจ้าคะ จะในฐานะสาวใช้ก็ดี อนุก็ดี คืนนี้มาหาข้าที่เรือนได้หรือไม่”

“ข้ามีหน้าที่ต้องปรนนิบัติเจ้าหรือ ที่พาเจ้ามาที่นี่ ให้การดูแล มอบเรือนให้ก็นับว่ามีความรับผิดชอบต่อเจ้ามากแล้ว”

เสี่ยวหลินน้ำตาร่วงเผาะ ยื่นมือไปหาชายหนุ่มหวังจะจับแขน ทว่าเขากลับแสดงท่าทางรังเกียจนางด้วยการถอยหลังออกห่าง

“ที่นี่ไม่ใช่ชายแดน ฮูหยินของข้ายังอยู่ที่นี่ทั้งคน นอกจากข้าจะต้องให้เกียรตินางแล้ว เจ้าก็ต้องให้เกียรตินางเช่นกัน”

เสี่ยวหลินเม้มปากแสดงท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจที่ตนไม่ได้เกิดมาฐานะสูงส่ง

“ท่านแม่ทัพจะทอดทิ้งข้าหรือเจ้าคะ ฟูจวิน…”

“หุบปาก!”

เสี่ยวหลินสะดุ้งเพราะไม่เคยได้รับการตวาดเช่นนี้จากอูต้าฉงมาก่อน

“ท่านแม่ทัพ เสี่ยวหลินไม่ใช่ภรรยาของท่านแม่ทัพหรือเจ้าคะ”

“คนที่จะเรียกข้าว่าฟูจวินได้คือฮูหยินเอกของข้าเท่านั้น ก่อนหน้าที่ข้าจะพาเจ้ากลับมาที่นี่ด้วย เจ้ารับปากกับข้าว่าอย่างไรจำไม่ได้แล้ว หรือจะต้องให้ข้าช่วยเตือนความจำอีกครั้ง”

เสี่ยวหลินนึกถึงสถานการณ์ก่อนที่จะได้นั่งรถม้ากลับมาที่เมืองหลวงด้วย ตอนนั้นอูต้าฉงมอบเงินหนึ่งหีบใหญ่ให้นางไปตั้งตัว เพื่อเป็นการตัดขาดกับนางไม่ให้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งไปยิ่งกว่านี้

ที่ผ่านมานางรู้ว่าตนจะไม่ได้สถานะใดไปมากกว่าสาวใช้อุ่นเตียง เพราะวันแรกที่เขาช่วยเหลือนางจากโจรป่า นางก็คุกเข่าขอร้องเขาว่าจะดูแลรับใช้เขาตลอดไปในฐานะสาวใช้ แต่เมื่อได้ข้ามขั้นถึงขั้นอุ่นเตียงมาแล้ว

ต่อให้จะเทียบกับพ่ายพ่ายที่เติบโตมาจากหอคณิกาไม่ได้ แต่นางก็นับว่าตนเป็นสตรีของชายหนุ่มไปแล้ว

ก่อนที่จะกลับเมืองหลวง เสี่ยวหลินได้คุกเข่าอีกครั้งว่าไม่ขออันใดเพียงแค่ได้ตามกลับมารับใช้เขาที่เมืองหลวง หากไม่มีเขานางก็ไม่มีที่ให้ไป อูต้าฉงเห็นนางไร้พ่อขาดแม่ ไม่มีครอบครัวถึงได้ยอมให้นางตามกลับมาด้วย แต่ต้องแลกกับการที่นางห้ามเรียกร้องสิ่งใดต่อจากนี้อีกแล้ว

หากขัดขืนไล่ออกจากจวน!

“เมื่อครู่เจ้ากลืนคำพูดตัวเองแล้วรู้ตัวหรือไม่”

เสี่ยวหลิวสะดุ้งเฮือก รีบคุกเข่าลง นางยังทำใจไม่ได้ที่จะต้องไปจากจวนแม่ทัพในตอนนี้

“เสี่ยวหลินทราบแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ เสี่ยวหลิวจะไม่เรียกร้องสิ่งใดจากท่านแม่ทัพแล้วเจ้าค่ะ”

ภาพสาวงามน้ำตาไหลพรากไม่ได้ทำให้อูต้าฉงใจอ่อนเลยสักนิด เขาไม่มีความละอายใจต่อนางเพราะนี่คือสิ่งที่เขาตกลงกับนางตั้งแต่เริ่ม

หากเขายังไม่เด็ดขาด คนที่ต้องเจ็บปวดกับเรื่องนี้ย่อมเป็นฮูหยินเอกที่เขาเต็มใจมอบสถานะคนร่วมเรียงเคียงหมอนให้ เขาก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่มีอารมณ์และความต้องการ แม้เขาจะไถ่ถอนพ่ายพ่ายมาจากหอคณิกา ข้ามขั้นกับสาวใช้ แต่เสร็จสมอารมณ์หมายแล้วก็แยกย้าย

ไม่มีใครเคยได้ค้างคืนกับเขา!

“จำไว้ ไม่ว่าเจ้าหรือพ่ายพ่ายก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวข้า หากยังอยากมีชีวิตที่สุขสบายไม่ต้องดิ้นรนหาเช้ากินค่ำแบบเมื่อก่อน อย่าคิดกระทำการใดให้ฮูหยินของข้าไม่สบายใจ”

เอ่ยเพียงเท่านั้นเขาก็เดินขึ้นเรือนจากไป ไม่หันมามองหน้าเสี่ยวหลินอีกเลย

เสี่ยวหลินน้ำตานองหน้า เดินกลับเรือนของตนเองปล่อยโฮโดยไม่อายใคร เมื่อสถานการณ์ตรงหน้าคลี่คลายแล้ว เสี่ยวเซฺว่ก็เดินกลับไปหาคุณหนูของนางที่กำลังย่อกายนั่งมองปลาในสระ

ใบหน้าน่ารักส่งยิ้มให้ปลาตัวน้อยคล้ายเอ็นดูนัก ไม่ได้สนใจเลยว่าฟูจวินของตนสนทนาเรื่องใดกับเสี่ยวหลิน

“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวได้ความมาแล้วเจ้าค่ะ”

“หยุด! ไม่ต้องพูด ข้าไม่อยากฟัง เรื่องนี้เป็นเจ้าที่แอบฟังผู้อื่น ข้าไม่เกี่ยว”

ชิงป๋ายทู่รีบยกมือขึ้นอุดหู ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินไปที่เรือนใหญ่โดยมีเสี่ยวเซฺว่วิ่งดุกดิกตามมาด้วย

เก่อยินที่กอดอกมองภาพนี้ผ่านหน้าต่างมุมปากผุดรอยยิ้มเอ็นดู

อูต้าฉงที่นั่งจิบชาอยู่เห็นเช่นนั้นก็ยื่นหน้าไปดู ดวงตาที่ฉายความคุกรุ่นเมื่อครู่เริ่มมีความอ่อนโยนเข้ามาแทนที่ อดใจรอไม่นานร่างบางในชุดสีที่เหมาะกับนางก็เดินนำเสี่ยวเซฺว่เข้ามาในห้องอาหาร

“ฟูจวิน”

นางย่อกายลงคารวะเขาตามธรรมเนียม เมื่อเขาผายมืออนุญาตให้นั่งได้ นางก็หย่นก้นลงนั่งเก้าอี้ที่เก่ออินเลื่อนออกให้ เดินผสมวิ่งเมื่อครู่ทำให้นางเผลอหายใจทางปาก ริมฝีปากเผยอออกน้อย ๆ

ดวงตาของนางมองเขาเพียงตอนที่เดินเข้ามาเท่านั้น แต่เมื่อนั่งลงก็โดนอาหารตรงหน้าแย่งความสนใจไปจนสิ้น เป็นอีกครั้งที่อูต้าฉงรู้สึกว่าตนไม่ได้เป็นที่น่าสนใจของฮูหยิน

“ฮูหยิน ทานได้”

ชิงป๋ายทู่พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มติดมุมปากน้อย ๆ ตอนเที่ยงคือเวลาอาหารของนาง ดังนั้นไม่ต้องฝืนทานนางก็สามารถอิ่มเอมกับอาหารตรงหน้าได้เต็มที่

อาหารวันนี้มีทั้งหมดห้าอย่าง พระกระโดดกำแพง เคาหยก ปลานึ่งซีอิ๊ว น้ำแกงเผ็ด กุ้งนึ่งน้ำจิ้มซื่อชวน ส่วนข้าวนั้นมีทั้งข้าวสวยและข้าวต้ม

ชิงป๋ายทู่เลือกทานข้าวต้ม เสี่ยวเซฺว่ตักข้าวต้มผักให้นายสาวหนึ่งถ้วยแล้วถอยออกห่าง ชิงป๋ายทู่ตักข้าวต้มคำน้อย ๆ ทานในขณะเดียวกันดวงตาก็จับจ้องไปที่อาหารแต่ละจานตาละห้อย

ไม่ใช่ว่านางไม่อยากทานปลาและกุ้ง แต่นางไม่ชอบให้มือเปื้อนอาหารจึงคีบเฉพาะส่วนที่ตะเกียบของนางคีบได้เท่านั้น เสี่ยวเซฺว่เห็นคุณหนูไม่ทานกุ้งของโปรดก็ปวดใจ แต่ด้วยความเกรงใจอูต้าฉงจึงไม่ได้ไปยืนแกะกุ้งให้คุณหนูเช่นตอนที่ตนทำอย่างทุกที

“ฟูจวินได้ยินมาว่าเจ้าชอบกินกุ้ง เหตุใดไม่แตะเลย”

ชิงป๋ายทู่ช้อนตาขึ้นมองเขา กำลังคิดอยู่ว่าจะตอบไปตามความจริงดีหรือไม่

ชายหนุ่มที่อ่านสีหน้าเสี่ยวเซฺว่ออกก็ยื่นมือไปยกจานกุ้งมาใกล้ ๆ แล้วลงมือแกะกุ้งจากหนึ่งตัวเป็นสองตัว จากสองตัวเป็นทั้งหมด

จะเอาคนเดียวหมดจานเลยหรือ

ชิงป๋ายทู่กลืนน้ำลาย ในใจคิดไปแล้วว่าเขาจะฮุบจานนี้เพียงคนเดียว จนกระทั่งเขายื่นจานกุ้งที่แกะเปลือกแล้วมาให้ เอ่ยถ้อยคำที่นางอยากได้ยินที่สุดในตอนนี้

“ฟูจวินให้เจ้าหมดเลย”

เพียงเท่านี้เขาก็ได้รับรอยยิ้มงดงามจากฮูหยินน้อยในทันที ในตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มคิด…

ฮูหยินของข้าซื้อด้วยกุ้งเพียงจานเดียวได้แล้วหรือ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน   ๑๘ ในคืนที่เหน็บหนาวเตาเผาอันนี้อุ่นที่สุด (จบ)

    ๑๘ในคืนที่เหน็บหนาวเตาเผาอันนี้อุ่นที่สุด“คุณหนู เก่ออินบอกว่ากองทัพของท่านแม่ทัพมาถึงหน้าเมืองแล้วเจ้าค่ะ ครั้งนี้ไม่มีรถม้าอนุมาด้วย เรารีบไปต้อนรับท่านแม่ทัพกันเจ้าค่ะ”ครั้งนี้ชิงป๋ายทู่ไม่ได้ออกไปต้อนรับสามีโดยให้เหตุผลว่ากลัวเห็นรถม้าบรรทุกคนงามกลับมาด้วย“ช่างเถิด อย่างไรก็ไปไม่ทันแล้ว รอฟูจวินกลับมาที่จวนเลยก็แล้วกัน”ชิงป๋ายทู่ในชุดที่พร้อมออกไปข้างนอกกลับมานอนรออยู่บนเตียงเช่นเดิม นางหลับตาลงสงบใจตัวเองไม่ให้เต้นรัวกับการกลับมาของเขา สงบใจไปสงบใจมาก็ผล็อยหลับไปไม่รู้ตัวเลยว่าในขณะที่ตนกำลังเข้าสู่ห้วงนิทรานั้นกำลังมีผู้บุกรุก!อูต้าฉงที่ยังอยู่ในเสื้อเกราะเพราะหวังจะให้ฮูหยินได้เห็นความองอาจของตนเต็ม ๆ เป็นต้องผิดหวังเมื่อเห็นว่าหญิงสาวหลับไป“ท่านแม่ทัพ ให้บ่าวปลุกฮูหยินหรือไม่เจ้าคะ”อูต้าฉงยกนิ้วชี้อังริมฝีปากเอาไว้ สัญลักษณ์ให้นางเงียบเสียง เสี่ยวเซฺว่ยกนิ้วชี้อังริมฝีปากตามเขา พยักหน้ารับเบา ๆ แล้วเดินออกไปจากห้องนอนชายหนุ่มคิดจะนั่งลงบนเตียงนางไม่ดีกว่า สกปรกแต่เมื่อคิดได้ว่าตนไม่สะอาดพอก็ทำเพียงยืนข้างเตียง มองใบหน้าน่ารักที่กำลังหลับตาพริ้มด้วยสายตาคิดถึง โหยหา

  • ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน   ๑๗ สองปีเทียบไม่ได้เลยกับสองเดือนนี้

    ๑๗สองปีเทียบไม่ได้เลยกับสองเดือนนี้“เปิ่นหวางมีธุระต้องออกไปทำนอกเมือง กล้าขวางเปิ่นหวางเช่นนั้นหรือ”ยามนี้รถม้าองค์ชายห้าถูกขวางเอาไว้โดยทหารรักษาเมือง เขากะเอาไว้แล้วว่าต้องโดนขวางทางจึงได้ให้ชิงป๋ายทู่ซ่อนกายในรถม้า มีองค์ชายห้ายื่นหน้าออกหน้าต่างรถม้าเพียงคนเดียวยามนี้ชิงป๋ายทู่เหงื่อแตกเต็มใบหน้าแล้ว!“ขอประทานอภัยองค์ชายห้า มีรับสั่งจากเบื้องบนให้ค้นรถม้าทุกคันที่ออกจากเมือง แน่นอนว่ารถม้าคันนี้ก็ไม่ได้รับการยกเว้น”องค์ชายห้ากัดฟัน แกล้งทำเสียงเข้มข่มขู่นายกอง“ทหารชั้นผู้น้อยอย่างพวกเจ้าไม่เห็นเปิ่นหวางอยู่ในสายตาเลยสินะ เปิ่นหวางสั่งลงโทษเจ้าฐานหมิ่นเบื้องสูงได้ เจ้าทราบหรือไม่”นายกองส่งยิ้มบางให้องค์ชายห้าพร้อมโค้งตัวลงคารวะ องค์ชายห้าเห็นเช่นนั้นก็หลุดยิ้ม แต่แล้วรอยยิ้มก็หายไปเมื่อนายกองออกคำสั่งให้คนบังคับรถม้าเบี่ยงไปจอดข้างประตูเพื่อไม่ให้การจราจรติดขัดในเมื่อไม่ให้ค้นก็ทำได้แต่ประวิงเวลาไปก่อน ไท่จื่อเสด็จมาเมื่อไรย่อมมีวิธีจัดการอนุชา!“นี่! ข้าคือองค์ชายห้า กล้าออกคำสั่งเช่นนี้กับข้าหรือ…อาเฟิงบังคับรถม้าไปที่เดิม เปิ่นหวางยังไม่ได้สั่งเจ้ากล้าขัดคำสั่งเปิ่นหว

  • ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน   ๑๖ จะเป็นนางเอกเรื่องจอมใจท่านแม่ทัพ

    ๑๖จะเป็นนางเอกเรื่องจอมใจท่านแม่ทัพเช้าวันต่อมาชิงป๋ายทู่ยังคงนอนบนเตียง เพราะกลับสู่สถานการณ์เช่นเมื่อก่อน เสี่ยวเซฺว่จึงไม่ได้ปลุกนายสาว ปล่อยให้นางได้นอนอย่างเต็มที่ ชดเชยเมื่อคืนนี้ที่กว่าจะเข้านอนก็เข้าสู่เที่ยงคืนของวันใหม่แล้วทว่า…แม้เสี่ยวเซฺว่ไม่ปลุกนาง ความคุ้นชินบางอย่างก็ทำให้ชิงป๋ายทู่ได้ยินเสียงคุ้นหูคล้ายดังอยู่ด้านนอกเรือนนอนของนาง เสียงที่มาปลุกนางตลอดเกือบหนึ่งเดือนมานี้‘ฮูหยิน เช้าแล้วตื่นมาทานข้าวเช้าด้วยกันเร็ว’“อื้อ~ขออีกหนึ่งก้านธูปเจ้าค่ะฟูจวิน”ชิงป๋ายทู่บิดขี้เกียจ พูดเสียงอ้อแอ้ในลำคอ จังหวะนั้นเสี่ยวเซฺว่ถือถังน้ำอุ่นเข้ามาในห้องพอดี นางวางถังน้ำอุ่นเอาไว้แล้วยื่นหน้าไปใกล้ ๆ นายสาวฟังว่านางพูดอะไร“...ขอนอนอีกนิดเจ้าค่ะฟูจวิน”เสี่ยวเซฺว่ได้ยินชิงป๋ายทู่ละเมอถึงสามีก็เบะปาก น้ำตาคลอเพราะสงสารคุณหนูที่ต้องห่างจากสามีอีกแล้ว“โธ่~คุณหนูของข้า ทั้งเมืองหลวงนี้จะมีใครน่าสงสารเท่าคุณหนูของข้าอีกหรือไม่”เสี่ยวเซฺว่ขึ้นเตียงเจ้านายแล้วกอดนางเอาไว้ ชิงป๋ายทู่พลันรู้สึกหายใจไม่ออก ชั่วขณะนั้นนางเปลี่ยนเป็นฝันเรื่องอื่น ฝันว่าตนถูกงูรัดพอนางดิ้น เสี่ยวเซฺว่ถึ

  • ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน   ๑๕ สถานการณ์พิเศษเข้าแทรกซ้อน

    ๑๕สถานการณ์พิเศษเข้าแทรกซ้อนเพราะมีประสบการณ์จากงานเลี้ยงในวังหลวงคืนวันนั้นแล้ว อูต้าฉงไม่แตะสุราเลยแม้แต่น้อย พลาดครั้งแรกถูกเล่าลือไปทั้งแวดวงขุนนาง หากเขาพลาดครั้งนี้ไม่แคล้วโดนอูลาลาล้อไปยังลูกเข้าพิธีสวมกวานงานเลี้ยงวันเกิดในคืนนี้เชิญเฉพาะญาติสนิทเท่านั้น เมื่อตู้หลางเห็นว่าแขกที่เชิญมาทุกคนอยู่ด้านในจวนหมดแล้วก็สั่งให้บ่าวปิดจวน เริ่มทยอยยกอาหารขึ้นโต๊ะแล้วเริ่มการแสดงงิ้วคณะดังได้ชิงป๋ายทู่ทานอาหารก่อนใครเริ่มอิ่มแล้ว ตอนนี้นางกำลังดื่มสุราโดยมีขนมแกล้มนางเพียงคนเดียวดื่มไปหมดขวดแล้ว ทว่าท่าทางยังคงปรกติ ไม่มีท่าทีเมามาย เรียกสายตาอึ้งทึ่งจากบุรุษที่นั่งอยู่ข้างกายนางยิ่งแล้ว“ฮูหยินดื่มเก่งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรหรือ”“ข้าดื่มทุกวันเจ้าค่ะ ต้าเกอ ถานเกอกลัวข้าถูกมอมสุราเลยฝึกให้ข้าดื่มเข้าไว้จะได้ไม่เสียทีใคร ฟูจวินเสียอีก ดื่มสามจอกก็เมาแล้ว”“วิชายุทธ์ที่ฟูจวินฝึกอยู่ต่อต้านสุรา หากดื่มเกินสามจอก หน้าผีก็เห็นเป็นหน้าคนได้”อูต้าฉงนึกถึงเหตุการณ์คืนที่ตนเมาสุราแล้วเผลอมีความสัมพันธ์ที่เกินเลยกับเสี่ยวหลินชิงป๋ายทู่เห็นชายหนุ่มเงียบไปก็ยื่นหน้าไปมองเขา โบกมือเบา ๆ ตรงหน้า

  • ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน   ๑๔ สายตาฟูจวินมองหาเจ้ามานานแล้ว

    ๑๔สายตาฟูจวินมองหาเจ้ามานานแล้วชิงป๋ายทู่พลันรู้สึกว่าตั้งแต่กลับมาจากการขี่ม้าวันนั้นนางมองสามีด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แม้จะยังไม่ให้เขาเข้ามานอนในเรือนของนางในตอนกลางคืนแต่ช่วงกลางวันก็ยังยอมให้เขามาดึงตัวไปทานอาหารที่โรงเตี๊ยมด้านนอกบ้าง ไม่ก็สหายของเขาที่เป็นแม่ทัพบ้าง เป็นการเปิดตัวฮูหยินของตนอย่างเป็นทางการวันนี้สามีของอูลาลาคหบดีที่รวยติดอันดับในเมืองหลวงจัดงานวันเกิดที่จวน สองสามีภรรยาย่อมได้รับเทียบเชิญให้ไปร่วมงานด้วยชิงป๋ายทู่ที่นับว่าสนิทกับจวนคหบดีตู้พอสมควรเป็นฝ่ายเตรียมของขวัญไปมอบให้แทนสามี ในขณะที่กำลังนั่งรถม้าไปด้วยกันนั้น อูต้าฉงก็เอื้อมมือมาจับกล่องที่ชิงป๋ายทู่กอดเอาไว้ไม่ปล่อย“ในนี้มีอะไรหรือ เหตุใดไม่วางเลย”ของขวัญชิ้นนี้ไม่ใช่ความลับอยู่แล้ว นางเปิดกล่องให้สามีดูก็เห็นว่าในนี้เป็นขวดที่ใส่น้ำอบ กลิ่นพิเศษที่โชยออกมาแตะจมูกเขาทำให้สีหน้าเขาผ่อนคลายมากขึ้น เริ่มอยากรู้จักของขวัญชิ้นนี้อย่างละเอียดแล้ว“หอมนัก ฮูหยินทำน้ำอบเองหรือ”ชิงป๋ายทู่ไม่กล้ารับความดีความชอบ“ท่านแม่ทำเจ้าค่ะ หลางเกอชอบกลิ่นนี้มาก แต่ท่านแม่ไม่ขายสูตรให้เขา หลางเกอร่ำรวยไม่มีสิ่งใดที

  • ในคืนที่เหน็บหนาวข้ามีเตาเผาเป็นเพื่อน   ๑๓ ชิงป๋ายทู่ผู้ที่ไม่พยายามอะไรเลยก็สำเร็จ

    ๑๓ชิงป๋ายทู่ผู้ที่ไม่พยายามอะไรเลยก็สำเร็จจ๋อม!ไม้ไผ่แทงตัวปลาครั้งที่สิบห้า ทว่าเมื่อดึงไม้แทงแหลมขึ้นมาจากน้ำยังคงไร้ตัวปลาเช่นเดิมอูต้าฉงปาดเหงื่อ เขาสัมผัสได้ว่ากำลังถูกจับตามองโดยฮูหยินน้อย ไม่อยากหันไปมองนางเพราะกลัวจะเห็นสีหน้าผิดหวัง เมื่อแทงลงครั้งที่สิบหก ยกไม้ขึ้นมาอีกครั้งแล้วเห็นแต่เพียงความว่างเปล่า เขาก็ต้องหันหน้ามาส่งยิ้มจืดเจื่อนให้นางจนได้“ปลาที่นี่รู้งานนัก แต่ฮูหยินไม่ต้องกังวล เราจะได้ทานปลากันอย่างแน่นอน”ชิงป๋ายทู่ที่ทำสีหน้าลุ้นระทึกยกมือกุมกันไว้พยักหน้ารับเบา ๆ จนเขาแทงปลาครั้งที่ สิบเจ็ด สิบแปด สิบเก้า ยี่สิบแล้วยังคงไร้ปลาเหมือนเดิมนางถึงได้ยื่นมือไปขอไม้แทงกับอูไน่!“รองแม่ทัพอูส่งไม้มาให้ข้า”อยู่ค่ายมีฐานะเป็นรองแม่ทัพ อยู่จวนมีฐานะเป็นองครักษ์ แต่ชิงป๋ายทู่เลือกเรียกเขาในตำแหน่งทางทหารแทน อูไน่ได้ยินเช่นนั้นย่อมรู้สึกถึงการให้เกียรติกัน“ฮูหยินเรียกอูไน่เท่านั้นก็ได้ขอรับ”“อูตูเท่านั้นก็ได้เช่นกันขอรับ”ชิงป๋ายทู่ไม่ติดที่จะสนิทกับทั้งสอง เรียกชื่อพวกเขาให้พวกเขาดีใจก่อนที่จะหมุนตัวไปทางลำธารสังเกตท่าทางแทงปลาของสามี“ฮูหยินน้อยเรียกชื่อข้าแล้ว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status