LOGIN
บทนำ
3 ปีก่อน “จะเอาแบบนี้ใช่ไหมพี!” เสียงหวานตะคอกถามแฟนหนุ่มที่เอาแต่นั่งเล่นเกมไม่สนใจอะไรเลยสักอย่าง “อย่าเพิ่ง!” เขาตอบกลับ แต่สองมือยังคงจับโทรศัพท์ไม่ปล่อย “ผู้หญิงคนนั้นคือใคร!!” เธอตวาดเสียงใส่ แต่อีกคนก็ยังง่วนอยู่กับการเล่นเกมอย่างเอาเป็นเอาตาย จนความอดทนของเธอหมดลง ฟรึ่บ “เฮ๊ย นับดาว!!” คิ้วเข้มขมวดเป็นปมทันทีที่โทรศัพท์ในมือถูกกระชากออกไป ปฐพีลุกขึ้นพยายามแย่งของตัวเองกลับมา “เฮ๊ย!!” “ถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร!!” “ก็บอกว่าพี่ในคณะไงวะ ถามทำไมนักหนางงอะไร!” “พี่ในคณะจำเป็นต้องแอดไลน์มาปะ แอบคุยกันมานานแค่ไหนแล้วอะ” “อย่างี่เง่าว่ะนับ เอาโทรศัพท์มาจะเล่นเกม” “ไม่ นับไม่ได้งี่เง่า” “ที่กำลังทำนี่แหละที่เรียกว่างี่เง่า จะระแวงอะไรขนาดนั้นวะ!” “ก็เพราะที่ผ่านมาไม่เคยทำให้เชื่อใจได้เลยไง!!” เธอตะคอกใส่เขาสุดเสียง ดวงตาร้อนผ่าว ๆ ก่อนจะรู้สึกว่ามีน้ำใส ๆ กำลังไหลอาบแก้มตัวเอง ใช่ เธอร้องไห้ อีกแล้ว… ช่วงแรกคบกันดูแลกันดี มีอะไรบอกทุกอย่าง ไม่เคยมีความลับให้เกียรติกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง แต่พอผ่านไปได้แค่ปีเดียวอีกฝ่ายก็เริ่มมีพฤติกรรมที่ต่างจากเดิม เขามักจะมีความลับ หวงโทรศัพท์และมีจำนวนยอดฟอลโล่ในช่องทางโซเชี่ยลจากผู้หญิงมากหน้าหลายตาเพิ่มขึ้นในทุก ๆ วัน จนนับดาวอดสงสัยไม่ได้ว่าอีกคนมีแค่เธอจริง ๆ หรือไม่ แต่พอเอาประเด็นพวกนี้ขึ้นมาพูดทีไร ก็จะจบด้วยคำพูดเดิม ๆ ไม่มีอะไร แค่ฟอลเอง นี่เพื่อน นั่นน้อง คนนี้เพื่อนของเพื่อนอีกที ไม่ได้คิดอะไร แต่ล่าสุดที่เธอเจอคือมีผู้หญิงคนหนึ่งทักหาแฟนของตัวเองทางแชทส่วนตัว ด้วยข้อความที่ว่า ‘จะมาอีกไหม?’ ถึงแม้ปฐพีจะอธิบายเหตุผลไปแล้วว่าหมายถึงไปเตะบอลที่สนามอีกไหม เพราะทั้งคู่เจอกันที่นั่น แต่คำถามคือ แลกฟอลกันทำไม? เพิ่งเจอกันแต่กดฟอลกันทั้งยังมาถามแบบนี้หมายความว่ายังไง เป็นใครบ้างจะไม่สงสัย บวกกับพักหลังมานี้ ปฐพีไม่ค่อยอยู่ห้อง เขาชอบออกไปข้างนอกและกลับมาในเวลาดึกดื่น อยู่ด้วยกันน้อยลง พูดคุยกันน้อยลง จนความเหินห่างในความสัมพันธ์เริ่มขยายวงกว้าง แล้วยิ่งมีเรื่องให้คอยระแวงแบบนี้ นับดาวก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาไม่ได้มีแค่เธออย่างปากว่า “ร้องไห้อีกละ ทะเลาะกันทีไรร้องไห้ตลอด” “แล้วจะทำให้ร้องทำไมวะ” เธอตอบกลับทั้งน้ำตา เสียงสั่นไปหมด “คิดมากเองแล้วก็มาลงที่พีตลอดปะ!” “ไม่ได้คิดมาก ที่ถามก็เพราะมันเกิดขึ้นจริงหมดแล้วเลยถาม ถามหาเหตุผลไม่ใช่แค่การขึ้นเสียงใส่แล้วปัดตกคำถามของนับ!” “ปัดตกตรงไหน ก็บอกว่าพี่ในคณะไง!” “พี่ในคณะจะทักมาทำไมวะ คุยที่คณะมันไม่พอรึไง ทำไมจะต้องติดต่อกันทางโซเชี่ยลอีก!!” “โคตรงี่เง่าเลย ก็บอกว่าพี่ พี่ พี่อะเข้าใจไหม!!!” ปฐพีตะคอกใส่ เขากระชากโทรศัพท์มาจากมือของเธอ ซึ่งนับดาวก็ยอมปล่อยมันแต่โดยดี เธอยืนมองหน้าเขาทั้งน้ำตา ไม่มีคำพูดอะไรเล็ดลอดมา มีเพียงเสียงสะอื้นและร่างบางที่สั่นเทา คนตัวเล็กปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอยู่อย่างนั้นโดยไม่คิดที่จะเช็ดมันออก เพราะต่อให้เช็ด มันก็ไหลออกมาอีกรอบอยู่ดี ปฐพีเล่นโทรศัพท์ต่อหน้าตาเฉย ไม่ได้สนใจแฟนสาวที่ยืนร้องไห้อยู่ข้างกาย เสียงร้องไห้ของเธอดังเข้ามาในโสตประสาทไม่หยุด จนความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ เขาเป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหง่ายและขี้หงุดหงิด ทุกครั้งที่ทะเลาะกันเขาจึงเผลอตะคอกใส่เธอตลอด ทั้งตั้งใจให้อีกฝ่ายเงียบและไม่ได้ตั้งใจ แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่เธอกังวล เขาไม่ได้มีใครนอกจากนับดาว พวกผู้หญิงพวกนั้นก็แค่ใครไม่รู้ที่อยากทำความรู้จักกับเขา ทั้งที่ตัวปฐพีเองตั้งใจปฏิเสธไป แต่เพราะเพื่อนในกลุ่มอยากได้ช่องทางติดต่อจึงใช้บัญชีโซเชี่ยลของเขาเป็นช่องทางในการทักหาผู้หญิงพวกนั้นได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องไปเสียเวลาสืบหรือตามหาภายหลัง และนั่นทำให้นับดาวเกิดระแวงเขาเอง “อยากมีกันอยู่ไหม” หลังจากเงียบไปนาน คำถามแรกหลุดออกจากปากหญิงสาว ปฐพีชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่ได้ตอบเธอแต่กลับเลือกที่จะเงียบ เพราะเขายังใจร้อนอยู่ หากพูดอะไรไปตอนนี้จะทำให้ทะเลาะกันมากกว่าเดิม “ถาม” “อือ” เขาตอบผ่านเสียงในลำคอโดยที่ไม่หันมองหน้าเธอด้วยซ้ำ “เลิกกันเถอะ” “…” “เหนื่อยแล้วว่ะ” เธอบอกเสียงสั่น “ไม่อยากทนอยู่อย่างนี้แล้ว” “…” มือที่จับโทรศัพท์อยู่ทิ้งลงข้างตัว เขามองหน้าแฟนคนแรกด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “เลิกกันเหอะ เหนื่อยฉิบหายเลย” เธอบอกอีกรอบก่อนจะปล่อยเสียงร้องไห้โฮอีกครั้ง น้ำตามากมายพลั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ปฐพีรีบลุกขึ้นตั้งใจจะเข้าไปกอดปลอบเธออย่างที่เคยทำเป็นประจำ แต่คนตัวเล็กดันแผงอกเขาออกทั้งยังถดตัวถอยหลังหนี เสียงสะอื้นดังก้องไปทั่วทั้งห้อง ยิ่งได้ยินยิ่งเจ็บที่หัวใจ “อย่าเข้ามาใกล้กันอีก อย่ามาเจอหน้ากันอีกนับแต่นี้ต่อไป” “…” “เลิกกันแล้วอย่าวนกลับมาหากันอีกเลย” “…” “ให้วันนี้เป็นวันสุดท้ายพอ” “แต่วันนี้วันครบรอบ… หนึ่งปี” ปฐพีเอ่ย “หนึ่งปีหนึ่งเดือน” “…” “อย่าให้มีเดือนต่อไปเลย พอแค่นี้” “นับดาว...” มือใหญ่พยายามคว้าข้อมือของเธอไว้แต่นับดาวกลับชักแขนหนี “เลิกกัน เลิกกันเถอะพี” “…” ปฐพีเงียบ เขาจ้องมองใบหน้าแฟนสาวที่กำลังจะกลายเป็นอดีตแฟนด้วยแววตาสั่นไหว “อย่ามาเจอกันอีกเลย” พูดจบร่างบางก็เดินออกจากห้องไปทั้งน้ำตา เขาที่กำลังยืนงงกับสถานการณ์ตรงหน้าทำได้แค่มองแผ่นหลังของเธอที่กำลังห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ เขายืนอยู่ตรงนั้น… ที่เดิม… ไม่ได้ขยับ คิดว่านับดาวคงจะกลับมาหาเขาอย่างที่เคยทำเป็นประจำ แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีวี่แววว่าคนตัวเล็กจะกลับมา และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ปฐพีได้เห็นนับดาวในระยะใกล้ เธอจากเขาไปและไม่คิดหันกลับตอนพิเศษ #3“ไอ้พีมานี่!!” เสียงนับดาวตะโกนลั่น “จะหนีไปไหนมานี่เลยนะ!!”“นับดาวทำบ้าอะไรเนี่ย ฟังก่อน!!”“ไม่ฟัง” เธอตะคอกใส่เขา ถือไม้เรียวไล่ตีปฐพีตั้งแต่ในห้องจนออกมานอกห้อง“ใจเย็น ๆ วางไม้ในมือลงก่อน มีอะไรค่อนพูดค่อยจากันนะ” ปฐพีเอ่ยบอกเขา“ใครสั่งให้พาลูกไปย้อมผมแบบนั้นฮะ!” นับดาวตะคอกใส่ “ผิวเด็กเล็กมันโดนสารเคมีได้ที่ไหน!”“เดี๋ยว ฟังก่อน มันไม่ใช่สารเคมี”“ไม่ใช่บ้าอะไร ลูกหัวเหลืองเหมือนขี้แบบนั้น!”“โอ๊ยนับดาวนั่นมันวิกไม่ใช่สีย้อม!” ปฐพีร้องบอก “วิกอะ!”“อะไร” นับดาววางไม้ลง “วิกบ้าอะไรเนียนขนาดนั้น” เธอขมวดคิ้วถาม“วิกจริง ๆ ไม่เชื่อไปลองถอดดู”“แม่ครับ~” ไดมอนด์วิ่งออกมา เขาถือวิกผมสีทองติดมือมาด้วย “พ่อพาผมไปซื้ออันนี้มา เท่ไหม”“เท่มากเลยครับ ไหนใส่แบบไหนใส่ให้แม่ดูหน่อย” นับดาวนั่งลงข้างกายลูกชาย ทำท่าช่วยใส่วิกให้เขาอย่างเบามือ“อ้าว เมื่อกี้ยังไล่ตีอยู่เลย!” ปฐพีแหวเสียงใส่“พ่อตะคอกแม่ทำไม” ไดมอนด์หันไปถามผู้เป็นพ่อคิ้วขมวด “ไม่น่ารักเลยนะ”“ครับ พ่อขอโทษครับ จะไม่ทำแล้วครับ” ปฐพีอาศัยช่
ตอนพิเศษ #2 “สวัสดีค่ะคุณปฐพี” พนักงานผู้หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้ม “วันนี้พาลูกชายมาด้วยเหรอคะเนี่ย” “ครับ เขาอยากทำสีผมน่ะ” ปฐพีเอ่ยตอบ เขาชี้ไปทางไดมอนด์ที่ยืนมองหน้าพนักงานตาปริบ ๆ “กี่ขวบคะ” “สองจะสามแล้วครับ” “โอ้โห ยังเล็กเกินไปย้อมไม่ได้นะคะ” พนักงานเอ่ยบอก “คือน้ำยาที่ร้านค่อนข้างจะแรงมาก กลัวว่าย้อมไปแล้วจะแสบหนังหัวน่ะค่ะ” “อ้าว” ปฐพีมองหน้าไดมอนด์ “ย้อมไม่ได้นะครับ สารเคมีมันแรงทำให้เจ็บตัวได้นะ” “แต่ผมอยากเปลี่ยนสีนี่” “มันอันตราย ทำแบบนั้นเดี๋ยวแม่ดุเอานะ” ไดมอนด์ทำหน้าหงอย “ขอบคุณมากนะครับ” เขาหันไปขอบคุณพนักงานก่อนจะอุ้มลูกชายแล้วพาเดินกลับไปที่รถของตัวเอง ไดมอนด์ทำหน้าบูดบึ้งไม่ยอมคุยกับเขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตา ปฐพีขึ้นมาบนรถคาดเข็มขัดให้ลูกชาย แต่ไดมอนด์กลับไม่ยอมมองหน้าเขาเลย เอาแต่หันหน้าหนีอยู่ร่ำไป “งอนอะไรครับ” “ไม่” ไดมอนด์กอดอก “ไม่คุย” “ไดมอนด์” “ไหนพ่อบอกได้ทุกอย่างถ้าอยู่กับพ่อ” เขาหันมาพูดใส่แ
ตอนพิเศษ #1 “จะไปไหนเนี่ยแต่งตัวซะสวยเชียว” ปฐพีเดินอ้อมมาดูนับดาวที่กำลังแต่งหน้าแต่งตัวราวกับกำลังจะออกไปไหนยังไงยังงั้นเลย “นัดเมญ่าไว้” เธอทาลิปสติกสีสวยก่อนจะหันมาทำปากจู๋ใส่สามีตัวเอง “สวยไหม” จุ้บ “สวยที่สุดเลยครับ” ปฐพีจุ้บปากเธอเบา ๆ ทั้งยังเอ่ยปากชมนับดาวด้วยรอยยิ้มอีกด้วย “เมียฉันสวยที่สุดในโลก” “น่ารัก” นับดาวหยิกแก้มของเขาอย่างหมั่นเขี้ยว “แล้วรักไหมล่ะ” ฝ่ามือหนาวางทาบทับมือเล็กของเธอที่จับประคองแก้มตัวเองเอาไว้ “นับดาวครับ รักหมาเด็กคนนี้ไหมตอบให้ชื่นใจหน่อยเร็วว~” “รักจ้า ทำตัวเหมือนไดมอนด์ไม่มีผิด” นับดาวบอกก่อนจะลุกขึ้นยืนเตรียมกระเป๋าสะพายไหล่ เธอใส่ชุดเดรสรัดรูปสีชมพูอ่อนที่สั้นเหนือเข่าเล็กน้อย ซ้ำยังเปิดไหล่เปิดหลังโชว์ผิวขาวเนียนอีกต่างหาก ปฐพียืนมองชุดของเธออย่างพินิจพิจารณา “โป๊ไปไหม” “อะไร” นับดาวมองหน้าเขา “โป๊ตรงไหน ออกจะสวยน่ารัก” “โชว์เยอะไปนะนับดาว มีลูกแล้วก็ต้องแต่งตัวให้มิดชิดสิ แต่งแบบนี้ใครจะเชื่อว่ามีลูกมีผัวแล้ว” “ก
บทที่ 46 “ตื่น ๆ” ปฐพีตะโกนลั่น เขาดึงรั้งผ้าห่มที่ปิดหน้านับดาวออกก่อนจะขึ้นไปกระโดดโลดเต้นบนเตียง “โอ๊ยยย เป็นบ้าอะไร!!” นับดาวตะโกนตอบตั้งแต่ยังไม่ลืมตาตื่นดี “จะนอน!” “นอนอะไร นี่มันสายแล้วเนี่ย!” ปฐพีดึงตัวเธอให้ลุก “ลุกเร็ววว~” “ไม่เอาจะนอน ปล่อย!” นับดาวฝืนตัวสุด ๆ เขาดันหน้าปฐพีออก “ปล่อยฉันนน~” “ไปเดินเล่นกันเร็ว” “เดินเล่นอะไรแต่เช้าวะ” เธอพูดอย่างหงุดหงิด เพราะถูกรบกวนเวลานอนมากเกินไป “ขอนอนเหอะ ไปเดินคนเดียวไป” “ไม่ได้ดิ เรามาทะเลกันทั้งทีนะ พี่ศิลากับอัญญายังออกไปเดินเล่นเลย พาสมายด์วิ่งเล่นสนุกจะตาย!” “ไปเหอะ ไปสนุกเลยนายน่ะ ฉันขอนอนนะ” นับดาวสลัดแขนตัวเองออก แต่ปฐพีไม่ยอมปล่อยยังคงเกาะเธอไว้แน่นอยู่อย่างนั้น “โห่ไรอะ” ปฐพีงอแง “ไปเร็ววว~” “ไม่ ๆ ไปเลย ชิ่ว ๆ” นับดาวสะบัดมือไล่ ก่อนจะนอนคลุมโปงหลับต่ออย่างไม่สนใจปฐพี คนตัวโตกระทืบเท้าปึงปังอย่างงอแง อุตส่าห์ครบรอบหนึ่งปีที่คบหากันมาแล้วตรงกับทริปเที่ยวของครอบครัวแท้ ๆ แต่นับดาวกลับเอาแต่นอนหลับไม่ตื่
บทที่ 45“ใกล้ตื่นหรือยังนับดาว” เขาลูบผมของเธออย่างเบามือ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนสองวันแล้วแต่นับดาวยังคงหลับอยู่ เธอไม่ยอมตื่นมาเจอเขาเลย ปฐพีนั่งเฝ้านอนเฝ้าเธอทุกวัน ทิ้งงานให้พี่ชายทั้งสองดูแลเพราะตัวเขาเองไม่มีกระจิตกระใจในการทำงานเลยสักนิดเขาคอยแต่จะนึกถึงนับดาวจนทำงานต่อไม่ไหว สุดท้ายอัคคีก็บอกให้ปฐพีมานอนเฝ้านับดาว ส่วนงานที่เหลือให้อาโปและศิลาเป็นคนทำแทนไปก่อนในช่วงนี้สองมือแกร่งบีบมือเล็กไว้แน่น เขาแนบหน้ากับมือของเธอ ภาวนาให้นับดาวรีบตื่นขึ้นมาคุยกับเขา หรือเธอจะตื่นมาด่าเขาก็ได้เขาจะไม่โกรธหรือโมโหเธอเลยแม้แต่น้อย“รออยู่นะ รีบฟื้นสินับดาว” ปฐพีเอ่ยบอกจอก~เสียงท้องเขาร้องประท้วงอย่างหนัก เขาไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้า มัวแต่เฝ้านับดาวจนลืมดูแลตัวเองไปด้วยเลย ปฐพีลูบท้องตัวเองเล็กน้อย เขาคงต้องกินข้าวบ้างแล้วก่อนที่จะเป็นอะไรไม่งั้นพี่ชายทั้งสองและพี่สะใภ้ได้สวดยับแน่ เพราะเอาแต่ห่วงคนอื่นจนลืมตัวเอง โดยเฉพาะอัญญาพี่สะใภ้สุดสวยของเขา ที่บ่นเก่งไม่ต่างจากแม่เขาเลยสักนิด“เดี๋ยวมานะ ขอกินข้าวก่อนแป๊บเดียว” ปฐพ
บทที่ 44“อาการตอนนี้คงที่ดีครับ ปลอดภัยหายห่วงไม่ต้องกังวลไปนะครับ” หมอพูดบอกกับปฐพีก่อนจะเดินออกจากห้องไปคนตัวโตรีบพุ่งเข้าหานับดาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ใบหน้าของเธอเริ่มมีเลือดฝาดบ้างแล้วและมือก็อุ่นกว่าเดิมมาก ปฐพีเอื้อมมือเกลี่ยผมที่ปรกหน้าผากเธอออกอย่างแผ่วเบาเขาบีบมือเธอไว้บางเบา หัวใจเต้นระรัวด้วยความดีใจที่อีกฝ่ายปลอดภัยดี เขายิ้มออกมาอย่างสบายใจหลังจากกังวลมาเนิ่นนาน เมื่อวานเขาเผลอหลับไปนานจนถึงเช้า คงจะเพลียมากจากการบริจาคเลือดเลยหลับลึกพอเช้ามาหมอก็เข้ามาตรวจอาการของนับดาวและย้ายเธอไปที่ห้องพิเศษตามที่อาโปได้ทำการจองเอาไว้ หมอแจ้งว่าเธอพ้นวิกฤตอันตรายแล้ว เพียงแค่รอเธอฟื้นขึ้นมาเท่านั้น แต่อาจจะใช้เวลาหน่อยตอนนี้พ่อกับแม่เขาก็รับรู้เรื่องของปฐพีและนับดาวแล้วเหมือนกัน ปานวาดพอรู้ว่าผู้หญิงที่ลูกชายตัวเองมาติดพันคือแฟนเก่าของเขาที่เธอเคยเจอเมื่อสามปีก่อนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเธอรู้จักและรู้ว่านับดาวเป็นคนยังไงจึงไม่มีปากมีเสียงคัดค้านอะไรเพียงแค่ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอ ส่วนอัคคีรู้และรับทราบเรื่องทั้งหมด เขารู้ดีว่าปฐพีลูกชา







