เข้าสู่ระบบ"เฮือก! ตกใจหมดเลย!"
แพรขวัญที่เพิ่งเปลี่ยนกลับมาใส่ชุดแสนธรรมดาของตัวเองเสร็จ ผลักประตูห้องแต่งตัวออกมาก็ต้องสะดุ้งสุดตัว
ร่างบางถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อเห็นร่างสูงของบรู๊คยืนล้วงกระเป๋ากางเกงพิงกำแพงรออยู่หน้าประตู
"มาลอบสังหารกันหรือไงคุณลุง มายืนเงียบๆหน้าประตูคนอื่นแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย ขวัญเอ๊ยขวัญมานะยัยแพร" เด็กสาวบ่นอุบอิบ ยกมือขึ้นลูบอกตัวเองป้อยๆ
บรู๊คมองท่าทางเกินจริงของยัยเด็กดื้อแล้วก็อดไม่ได้ที่จะระบายรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก
นัยน์ตาทอดมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ไร้เครื่องสำอางหนาเตอะด้วยความรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด
ทว่าบรรยากาศสงบสุขนั้นก็อยู่ได้เพียงไม่กี่วินาที
"คุณบรู๊คขาาา"
เสียงแหลมปรี๊ดคุ้นหูดังแหวกอากาศมาแต่ไกล ก่อนที่ร่างระหงของลิเดียในชุดเดรสรัดรูปสุดเปรี้ยวจะวิ่งถลาเข้ามาหาชายหนุ่ม
ดาราสาวแทรกตัวเบียดแพรขวัญจนกระเด็นไปด้านข้าง ก่อนจะคว้าท่อนแขนแกร่งของบรู๊คไปกอดหมับ ซบหน้าลงกับไหล่กว้างอย่างออดอ้อน
"คุณบรู๊คคุยธุระกับเจ๊เหมยเสร็จแล้วเหรอคะ รอนานไหมเอ่ย? ลิเดียเปลี่ยนชุดเสร็จพอดีเลยค่ะ วันนี้ลิเดียถ่ายแบบเหนื่อยมากเลย คุณบรู๊คพาลิเดียไปทานข้าวนะคะ นะคะๆ"
ลิเดียดัดเสียงเล็กเสียงน้อย ช้อนตามองมาเฟียหนุ่มอย่างยั่วยวน
แพรขวัญที่ยืนเบ้ปากอยู่ด้านหลัง แอบกรอกตามองบน ความหมั่นไส้ตีตื้นขึ้นมาจนทนไม่ไหว
เด็กสาวจึงแอบทำปากขมุบขมิบ ล้อเลียนคำพูดและการกระทำอันแสนจะโอเวอร์ของดาราสาวอย่างเมามัน
‘บรู๊คขาาา เหนื่อยมากเลยค่าาา พาไปกินข้าวหน่อยนะค้าาา แหวะ! เลี่ยนจนจะอ้วก’
ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังอินกับการล้อเลียนอยู่นั้น ลิเดียที่หางตาไวก็ตวัดสายตาหันมาเห็นพอดี
"นี่เธอ! ทำอะไรของเธอน่ะยัยเด็กเส้น! ล้อเลียนฉันงั้นเหรอ!" ลิเดียแหวลั่น ชี้หน้าแพรขวัญอย่างเอาเรื่อง
"หะ หืม? ใคร? ฉันเหรอคะ?"
แพรขวัญสะดุ้ง รีบยกมือขึ้นโบกปฏิเสธพัลวัน ปั้นหน้าซื่อตาใสพร้อมกับยิ้มแหยๆส่งไปให้
"เปล่านะคะ แพรไม่ได้ทำอะไรเลย แค่... แค่ท่องบทรายงานอาจารย์ในใจเฉยๆค่ะ สงสัยปากมันจะขยับไปเอง แหะๆ"
บรู๊คที่มองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านหางตาตั้งแต่ต้น ลอบกลั้นขำจนไหล่สั่นไหวเล็กน้อย
มุมปากหยักกระตุกยิ้มอย่างชอบใจกับความแสบและแถสีข้างถลอกของเด็กสาว แต่เขาก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปรายตามองลิเดียที่ยังคงเกาะแขนเขาแน่น
"กลับยัง?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้นลอยๆ
ลิเดียได้ยินดังนั้นก็หูผึ่ง นึกว่าชายหนุ่มเป็นห่วงและกำลังถามตัวเอง ดาราสาวจึงรีบฉีกยิ้มกว้าง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นทันที
"วันนี้ผู้จัดการลิเดียไม่ได้เอารถมาค่ะ ลิเดียว่าจะกวนให้คุณบรู๊คไปส่งที่คอนโดหน่อย..."
"ฉันไม่ได้ถามเธอ"
น้ำเสียงเย็นชาและราบเรียบของบรู๊ค ตัดบทลิเดียดังฉับราวกับกรรไกรตัดกระดาษ
ลิเดียหน้าเจื่อนลงในพริบตา รอยยิ้มหวานหยดย้อยค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า มือที่เกาะแขนแกร่งอยู่ค่อยๆกำเข้าหากันแน่นด้วยความอับอายและโกรธจัดที่ถูกหักหน้าตรงๆ
บรู๊คสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของดาราสาวอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันไปเลิกคิ้วใส่คนที่ยืนทำหน้าเหลอหลาอยู่ไม่ไกล
"ฉันถามเธอแพรขวัญ กลับยังไง?"
"อ๋อ... ถามหนูหรอกเหรอคะ?"
แพรขวัญชี้ที่ตัวเอง งุนงงเล็กน้อยที่จู่ๆเขาก็มาสนใจเรื่องการเดินทางของเธอ
"ก็... อาจจะนั่งรถเมล์ค่ะ ถ้าสายไหนมาก็ขึ้นสายนั้นแหละ ไม่ก็อาจจะแท็กซี่มั้งคะ ทำไมเหรอคะ?"
"เดี๋ยวฉันไปส่ง" บรู๊คเอ่ยเสียงเรียบ ตัดสินใจแทนเสร็จสรรพ
"ห๊ะ? ไปส่งหนู? ไปส่งทำไมคะ ไม่เป็นไรค่ะ หนูเกรงใจ อีกอย่างทางกลับหอหนูมันไม่ได้ไปทางเดียวกับคฤหาสน์คุณสักหน่อย" แพรขวัญรีบปฏิเสธ พยายามโบกมือไปมา
"คุณบรู๊คคะ! ทำไมคุณถึงต้องไปส่งยัยเด็กนี่ด้วยล่ะคะ ลิเดียไม่ยอมนะ" ลิเดียทนไม่ไหว โวยวายขึ้นมาอีกครั้ง กระทืบเท้าเร่าๆเหมือนเด็กถูกขัดใจ
"ลิเดียเป็นคนรู้จักคุณนะคะ ยัยนี่มันก็แค่นางแบบโนเนมกระจอกๆ คุณจะลดตัวไปส่งมันทำไม!"
คำพูดดูถูกที่หลุดออกมาจากปากของดาราสาว ทำให้แพรขวัญที่ตอนแรกกะจะปฏิเสธบรู๊คถึงกับคิ้วกระตุก ความดื้อรั้นและอยากเอาชนะปะทุขึ้นมาในอกทันที
ด่าฉันกระจอกงั้นเหรอ ได้! งั้นมาดูกันว่าคนกระจอกๆอย่างฉันจะทำอะไรได้บ้าง
เด็กสาวเหยียดยิ้มร้ายกาจในใจ ก่อนจะปรับสีหน้าให้ดูไร้เดียงสา เธอเดินนวยนาดเข้าไปประชิดตัวร่างสูงใหญ่ของบรู๊ค แล้วถือวิสาสะสอดแขนเล็กเรียวเข้าไปควงแขนแกร่งของมาเฟียหนุ่มเอาไว้แน่น ซบหัวลงบนต้นแขนของเขาอย่างออดอ้อน
"อุ๊ย! จริงเหรอคะคุณบรู๊ค จะไปส่งหนูจริงๆหรอคะ แหม... เกรงใจจังเลย"
แพรขวัญดัดเสียงหวานเจี๊ยบ ช้อนตากลมโตขึ้นมองบรู๊คปริบๆ ก่อนจะปรายตาไปมองลิเดียที่กำลังยืนหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธจัด
"แต่ในเมื่อคุณบรู๊คอุตส่าห์เสนอตัวอยากไปส่งหนูขนาดนี้ หนผุจะปฏิเสธก็คงดูเสียมารยาทแย่เลย งั้นเรารีบไปกันเถอะค่ะคุณบรู๊คขาาา หนูหิวข้าวแล้ว"
ลิเดียอ้าปากค้าง กรีดร้องลั่นในใจเมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจ ยัยเด็กหน้าจืดนั่นกล้าควงแขนผู้ชายที่เธอแอบชอบมาหลายปีหน้าตาเฉย
บรู๊คก้มลงมองยัยเด็กแสบที่กำลังใช้เขาเป็นเครื่องมือยั่วโมโหศัตรู นัยน์ตาพราวระยับไปด้วยความพึงพอใจ เขาไม่ได้สะบัดแขนเธอออกเหมือนที่ทำกับลิเดีย แต่กลับปล่อยให้เธอควงแขนเขาเอาไว้หลวมๆ
"อืม ไปสิ"
ชายหนุ่มตอบรับสั้นๆ ก่อนจะเดินนำพาแพรขวัญที่ยังคงเกาะแขนเขาแน่นออกไปจากสตูดิโอ ทิ้งให้ลิเดียยืนกระทืบเท้า กรีดร้องโวยวายด้วยความแค้นอยู่เบื้องหลังเพียงลำพัง
บรรยากาศภายในรถคันหรูเงียบสงบ แพรขวัญนั่งชิดฝั่งหน้าต่าง เธอลอบถอนหายใจยาว แอบรู้สึกผิดนิดๆที่เผลอทำตัวบ้าบิ่นควงแขนมาเฟียสุดโหดไปแบบนั้น
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายดังขึ้นทำลายความเงียบ
แพรขวัญรีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าผ้าแคนวาสใบเก่งของตัวเองเพื่อหยิบโทรศัพท์ออกมาดู แต่เพราะความรีบร้อนและของในกระเป๋าที่อัดแน่นจนเกินไป ทำให้จังหวะที่เธอดึงโทรศัพท์ออกมา มีบางสิ่งบางอย่างร่วงหล่นตามออกมาด้วย
แกร๊ก...
วัตถุชิ้นเล็กๆหล่นกระทบพรมปูพื้นรถเสียงเบา ทว่าในพื้นที่แคบๆมันกลับชัดเจน
บรู๊คที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบาะข้างๆปรายตามองตามเสียงสัญชาตญาณ ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปหมายจะช่วยเก็บของชิ้นนั้นให้
ทว่าวินาทีที่ปลายนิ้วแกร่งสัมผัสเข้ากับวัตถุเย็นเฉียบโลหะ นัยน์ตาคมกริบของเขาก็เบิกกว้างขึ้น ร่างสูงชะงักค้างไปราวกับถูกแช่แข็ง
มันคือ 'เข็มกลัดรูปผีเสื้อ' ประดับคริสตัลเม็ดเล็กๆที่ดูเก่าและหมองลงตามกาลเวลา
ลวดลายของมัน...
ขนาดของมัน...
และรอยตำหนิเล็กๆที่ปลายปีกฝั่งขวา...
มันเหมือนกับเข็มกลัดที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในตู้เซฟนิรภัยของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
"เอ๊ะ! ขอบคุณค่ะคุณลุง หนูเก็บเอง..." แพรขวัญกำลังจะยื่นมือไปรับของคืน
หมับ!
ทว่าบรู๊คกลับกำเข็มกลัดชิ้นนั้นไว้แน่น ฝ่ามือหนาอีกข้างพุ่งเข้าคว้าหมับที่ต้นแขนเล็กของเด็กสาว บีบรัดแน่นจนแพรขวัญนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
นัยน์ตาที่เคยเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ดุดัน และเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่อัดอั้นอยู่ภายใน
"เธอเอาเข็มกลัดอันนี้มาจากไหน?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาด ดังก้องไปทั่วทั้งจนทิมที่นั่งอยู่ด้านหน้ายังต้องสะดุ้งมองผ่านกระจกมองหลัง
แพรขวัญตกใจสุดขีด ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองใบหน้าถมึงทึงของเขาด้วยความหวาดกลัว
"โอ๊ย! ปล่อยนะ! หนูเจ็บ! คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย จู่ๆมาบีบแขนหนูทำไม!"
"ฉันถามว่าเธอเอาเข็มกลัดนี่มาจากไหน! ตอบมาเดี๋ยวนี้แพรขวัญ!"
บรู๊คเค้นเสียงลอดไรฟัน แรงบีบที่ต้นแขนเพิ่มมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำในอดีตที่ถูกฝังกลบลึกตีตื้นขึ้นมาจนทำให้เขาควบคุมสติตัวเองไม่อยู่
"โอ๊ย! เจ็บนะลุง! ทำบ้าอะไรเนี่ย!"
แพรขวัญนิ่วหน้า พยายามแกะมือคีมเหล็กของเขาออก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บปวด
เสียงร้องประท้วงและหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอของเด็กสาว ทำให้สติของบรู๊คถูกดึงกลับมา
ชายหนุ่มชะงัก รีบคลายมือออกจากต้นแขนเล็กทันที เขามองรอยแดงปื้นที่ปรากฏบนผิวขาวเนียนของเธอด้วยความรู้สึกผิดที่วาบขึ้นมาในอก แต่ความสงสัยและอยากรู้ก็ยังมีมากกว่า
บรู๊คสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านให้สงบลง แบมือที่กำเข็มกลัดผีเสื้อออกตรงหน้าเธอ
"ตอบฉันมาของชิ้นนี้ เธอได้มันมาจากไหน?" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงมาก แต่ยังคงแฝงไปด้วยความจริงจังขั้นสุด
แพรขวัญลูบต้นแขนตัวเองป้อยๆ มองชายหนุ่มด้วยสายตาหวาดระแวง ก่อนจะรีบคว้าเข็มกลัดคืนมาจากมือเขา นำมาปัดฝุ่นเบาๆอย่างหวงแหน
"มันเป็นของหนู แม่ทิ้งมันเอาไว้ให้หนูก่อนที่ท่านจะเสีย"
เด็กสาวตอบเสียงแผ่วลง แววตาเศร้าสร้อยเมื่อนึกถึงมารดาผู้ล่วงลับ
"แม่เคยบอกหนูไว้ว่า... เข็มกลัดอันนี้มันสำคัญมาก ให้หนูเก็บรักษามันเอาไว้ให้ดีที่สุด ห้ามทำหายเด็ดขาด เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงถึงคนสำคัญ แล้ววันหนึ่งคนๆนั้นอาจจะกลับมาปกป้องหนูได้"
บรู๊คฟังคำตอบนั้น นัยน์ตาคมกริบสั่นไหวอย่างรุนแรง กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
"แม่เธองั้นเหรอ?"
เขาเอ่ยทวนคำเสียงพร่า หัวใจที่ด้านชามานานนับสิบปีเต้นกระหน่ำรัวเร็วอย่างไม่อาจควบคุม
"ใช่ค่ะ แม่ของหนูเอง คุณมีปัญหาอะไรกับเข็มกลัดอันนี้หรือเปล่าคะ? ทำไมถึงต้องทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นด้วย" แพรขวัญขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย
แต่ยังไม่ทันที่บรู๊คจะได้ตอบอะไร รถคันหรูก็แล่นมาจอดเทียบที่หน้าหอพักของเด็กสาวพอดี
"อ๊ะ ถึงหอหนูพอดีเลย งั้นหนูขอตัวลงตรงนี้นะคะ"
แพรขวัญรีบคว้ากระเป๋าสะพายของตัวเอง รูดซิปเก็บเข็มกลัดผีเสื้อลงไปอย่างมิดชิด เธอไม่อยากอยู่บนรถคันนี้ต่อแล้ว บรรยากาศมันอึดอัดและน่ากลัวแปลกๆ
เด็กสาวเปิดประตูรถ ก่อนจะหันกลับมาเอ่ยขอบคุณตามมารยาท
"เอ่อ... ขอบคุณนะคะคุณบรู๊ค ที่อุตส่าห์มาส่ง แล้วก็ขอบคุณเรื่องงานวันนี้ด้วยค่ะ สวัสดีค่ะ"
แพรขวัญก้าวลงจากรถ แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในตัวหอพักอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย
บรู๊คนั่งนิ่งอยู่บนเบาะหลัง นัยน์ตาทอดมองตามแผ่นหลังเล็กจนลับสายตา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน โหยหา และความหวังที่ริบหรี่ซึ่งถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง
เข็มกลัดผีเสื้อ...
แม่ของเธอ...
ความสำคัญที่ต้องเก็บรักษาไว้...
ภาพจิ๊กซอว์ในอดีตที่ขาดหายไปนาน เริ่มถูกนำมาปะติดปะต่อกันในหัวของผู้นำมาเฟียแห่งเบรคคิง
ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองแรงๆหนึ่งครั้ง ก่อนจะเอ่ยบอกกับทิมที่นั่งอยู่ด้านหน้า
"ทิม" น้ำเสียงของบรู๊คเย็นเยียบและเด็ดขาด
"ครับนาย"
"สั่งคนของเรา ไปสืบประวัติแม่ของแพรขวัญมาให้ละเอียดที่สุด ตั้งแต่ก่อนที่แพรขวัญจะเกิด จนถึงวันที่แม่ของเธอเสียชีวิต กูอยากรู้ทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆ"
"รัับทราบครับนาย"
บรู๊คตัดเอนหลังพิงพนักเบาะ หลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบสงบภายในรถโอบล้อมความคิดที่กำลังตีกันวุ่นวายอยู่ในหัว
ถ้าสิ่งที่เขาคิดมันเป็นความจริง
โลกใบนี้... ก็คงจะกลมเกินกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มากจริงๆ
ช่วงเย็นรถคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าคฤหาสน์อย่างนุ่มนวล ทันทีที่ประตูรถเปิดออก แพรขวัญก็ก้าวลงมาด้วยท่าทีร่าเริงผิดกับตอนเช้าลิบลับเด็กสาวในชุดเดรสสีขาวเดินกระโดดเหยงๆฮัมเพลงไปพลาง แกว่งแขนไปมาอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่ได้ไปนั่งเล่นและป่วนในห้องทำงานของผู้นำมาเฟียมาทั้งวัน แถมยังได้กินของอร่อยระดับวีไอพีจนพุงกางบรู๊คก้าวตามลงมาติดๆ ชายหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกง มองแผ่นหลังเล็กที่กำลังเดินดุ๊กดิ๊กนำหน้าไปด้วยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก"อารมณ์ดีเชียวนะ" เสียงทุ้มเอ่ยแซวไล่หลัง"แน่นอนสิคะ! วันนี้หนูได้ไปเปิดหูเปิดตาตั้งเยอะ แถมยังได้ช่วยจับทุจริตด้วย ผลงานชิ้นโบแดงขนาดนี้ จะไม่ให้อารมณ์ดีได้ยังไงล่ะคะ" แพรขวัญหันกลับมาฉีกยิ้มกว้าง ยักคิ้วให้อย่างทะเล้นทว่าในจังหวะที่แพรขวัญกำลังจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในโถงคฤหาสน์ แม่บ้านสาวคนหนึ่งก็เดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าประหม่าเล็กน้อย ในมือถือกล่องพัสดุกล่องกระดาษสีน้ำตาลขนาดกลางเอาไว้"เอ่อ คุณแพรขวัญคะ" แม่บ้านเอ่ยเรียกเสียงสั่น "เมื่อสักครู่นี้ มีพัสดุมาส่งค่ะ จ่าหน้ากล่องถึงคุณแพรขวัญโดยตรงเลยค่ะ""พัสดุของแพรหรอคะ?" แพรขวัญขมวดคิ้วมุ่น หยุดเด
บรรยากาศภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของเบรคคิงคาสิโนวันนี้ ช่างแตกต่างไปจากทุกวันอย่างสิ้นเชิงปกติแล้วห้องนี้มักจะอบอวลไปด้วยความตึงเครียด กลิ่นอายของความกดดัน และรังสีอำมหิตของผู้นำแก๊งที่ทำให้บรรดาลูกน้องต้องหายใจไม่ทั่วท้องทุกครั้งที่ก้าวเข้ามารายงานตัว แต่ทว่าวันนี้...ท่ามกลางกองเอกสารและตัวเลขผลกำไรมหาศาลบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ บรู๊คกลับนั่งเซ็นเอกสารด้วยใบหน้าที่ผ่อนคลาย มุมปากหยักลึกประดับด้วยรอยยิ้มจางๆอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นสาเหตุก็ไม่ใช่เรื่องอื่นไกล เป็นเพราะร่างบางของใครบางคนที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวหรูฝั่งตรงข้ามแพรขวัญกำลังนั่งกินมาการองสีพาสเทลแก้มตุ่ย นิ้วเรียวเล็กกดหน้าจอสมาร์ตโฟนยิกๆรัวคอมโบในเกมมือถืออย่างเมามัน เสียงเอฟเฟกต์เกมดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะในห้องทำงานที่เงียบสงบ แต่มันกลับไม่ได้ทำให้มาเฟียหนุ่มรู้สึกรำคาญเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกว่าห้องทำงานที่เคยกว้างใหญ่และอ้างว้าง บัดนี้มันมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด"เยส! ชนะแล้ว!"เสียงใสเจื้อยแจ้วดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง แพรขวัญกดล็อกหน้าจอสมาร์ตโฟนหลังจากจบแมตช์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นม
แสงแดดอ่อนๆยามเช้าตรู่สาดส่องเข้ามาภายในห้องนอนสุดหรู ร่างสูงของบรู๊คในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพอดีตัวยืนจัดเนกไทอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชายหนุ่มจัดการเซตผมที่เคยปล่อยปรกหน้าผากให้เสยขึ้นไปอย่างเนี้ยบกริบ คืนคราบผู้นำมาเฟียแห่งเบรคคิงผู้ทรงอำนาจและเยือกเย็นทว่าเมื่อนัยน์ตาคมกริบตวัดมองผ่านเงาสะท้อนในกระจก ไปยังเตียงคิงไซส์กลางห้อง แววตาดุดันกลับทอประกายอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดบนเตียงกว้าง ร่างบางของแพรขวัญยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา หลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียจากบทพิสูจน์ที่กินเวลาลากยาวไปค่อนคืน ใบหน้าจิ้มลิ้มยามหลับใหลดูไร้เดียงสา เส้นผมนุ่มสยายเต็มหมอนใบโต บรู๊คระบายยิ้มมุมปาก เขาหมุนตัวเดินตรงเข้าไปหาคนตัวเล็ก ค่อยๆทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เธอตื่นมือหนาแกร่งปัดปอยผมที่ปรกแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปประทับริมฝีปากลงบนพวงแก้มใสอย่างรักใคร่"ฉันจะไปทำงานก่อน." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดใบหูเล็ก "อยู่บ้านก็อย่าดื้อล่ะ เข้าใจไหม ยัยตัวแสบ"ชายหนุ่มผละออก เตรียมจะลุกขึ้นยืน ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ...หมับ!ฝ่ามือเล็กที่
เสียงน้ำไหลจากก๊อกกระทบกับชามกระเบื้องดังก้องเบาๆในห้องครัวกว้างขวาง แพรขวัญนั่งห้อยขาอยู่บนเคาน์เตอร์หินอ่อน นัยน์ตากลมโตทอดมองแผ่นหลังกว้างของร่างสูงที่กำลังยืนล้างจานชามที่เธอเพิ่งกินเสร็จให้อย่างเงียบๆผู้นำมาเฟียแห่งแก๊งเบรคคิง... ผู้ชายที่มีลูกน้องนับร้อยนับพันคอยก้มหัวให้ แต่ตอนนี้เขากลับมายืนล้างจานให้เธอตอนตีสองเนี่ยนะ? ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจจนเธอไม่อาจเก็บความสงสัยเอาไว้ได้อีกต่อไป"นี่... คุณบรู๊คคะ" แพรขวัญเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาดื้อๆบรู๊คปิดน้ำ รับจานใบสุดท้ายไปคว่ำลงบนชั้นพัก ท่าทีของเขาดูผ่อนคลายขณะหันกลับมามองเธอ "มีอะไร อิ่มจนจุกแล้วหรือไง""เปล่าค่ะ" เด็กสาวส่ายหน้าช้าๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด "หนูแค่สงสัย... ทำไมคุณถึงดีกับหนูขนาดนี้คะ?"ชายหนุ่มดึงผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดมือ นัยน์ตาสบเข้ากับดวงตากลมโต "ไม่ใช่ว่าฉันบอกเธอไปแล้วเหรอ แพรขวัญ""ไม่ใช่สิคะ" แพรขวัญรีบแย้ง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ "เรื่องที่คุณแม่ของหนูเคยช่วยคุณเอาไว้ มันก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง แต่ที่คุณดีกับหนูแบบนี้ ดูแลหนู ตามใจหนูแบบนี้ คือคุณไม่... คือ
กลิ่นยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์จางๆ ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังไม่ได้ทำให้บรรยากาศดูน่าอึดอัดเท่ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคนที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้องหลังจากที่แพทย์เวรและพยาบาลช่วยกันทำแผล นำเศษแก้วที่บาดฝ่าเท้าออก และพันผ้าก๊อซให้แพรขวัญเสร็จเรียบร้อยด้วยความเกร็งสบรู๊คก็ไม่รอช้า ชายหนุ่มก้าวเข้ามาที่เตียงผู้ป่วย ก่อนจะตวัดวงแขนช้อนร่างบางขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย"ว้าย! คุณบรู๊ค! ทำอะไรคะ ปล่อยหนูลงนะ" แพรขวัญร้องอุทานเสียงหลง รีบตวัดแขนโอบรอบคอแกร่งตามสัญชาตญาณกันตก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆก็ถูกอุ้มต่อหน้าหมอและพยาบาลที่ยืนหน้าเหวออยู่"อยู่เฉยๆ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเรียบๆแต่เด็ดขาด"หนูเดินเองได้ค่ะ แค่เศษแก้วบาด ไม่ได้ขาขาดสักหน่อย ปล่อยหนูลงเถอะนะคะ หนูอายคนอื่นเขา" แพรขวัญยังคงดิ้นขลุกขลัก พยายามประท้วงด้วยความเขินอาย ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงซ่านไปถึงใบหูบรู๊คก้มลงมองยัยเด็กดื้อในอ้อมแขน นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย "ฉันบอกให้เงียบ ถ้าเธอยังขืนดิ้นและส่งเสียงโวยวายอีก ฉันจะจูบปิดปากเธอโชว์หมอกับพยาบาลตรงนี้แหละ
"เป๊ะมาก สวยสับไม่หลับในเลยลูกสาวเจ๊ องศานี้แหละ ฟาดเรียบตั้งแต่หัวรันเวย์ยันหน้าประตูกระจก"เสียงของเจ๊เหมย ผู้จัดการส่วนตัวควบตำแหน่งสไตลิสต์กิตติมศักดิ์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือรัวๆ ร่างท้วมเดินวนรอบตัวแพรขวัญที่ตอนนี้อยู่ในชุดฟินาเล่สีแดงเพลิงขับผิวขาวจัดให้ดูโดดเด่นสะกดทุกสายตา หญิงสาวส่งยิ้มบางๆผ่านกระจกบานใหญ่พลางขยับเครื่องประดับที่คอให้เข้าที่"เจ๊ก็ชมเกินไปค่ะ แพรยังตื่นเต้นอยู่เลย มือเย็นไปหมดแล้วเนี่ย" แพรขวัญหัวเราะเบาๆ"ระดับแพรขวัญไม่มีคำว่าพลาดค่ะลูก วันนี้หนูคือควีน เข้าใจไหม? เชิดหน้าเข้าไว้"ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นในมุมแต่งตัวของวีไอพี อีกฟากหนึ่งของห้องพักนักแสดง สายตาแข็งกร้าวคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาอย่างไม่วางตา ลิเดียนางแบบรุ่นพี่ที่ถูกลดบทบาทลงไปเดินในเซ็ตธรรมดากำมือแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อ เธอเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะหันไปกระซิบกับมีนนางแบบรุ่นน้องลูกไล่ที่ยืนอยู่ข้างๆ"เห็นแล้วมันขัดหูลูกตาจริงๆ ทำตัวเป็นนางพญา ทั้งที่ก็แค่เด็กเส้นที่เพิ่งปีนขึ้นมาได้ไม่กี่วัน" ลิเดียแค่นเสียงเหยียดหยาม"นั่นสิคะพี่ลิเดีย มีนล่ะหมั่นไส้นังเด็กนี่เต็มทน ทำหน้าซื่อๆ







