Masuk"เฮือก! ตกใจหมดเลย!"
แพรขวัญที่เพิ่งเปลี่ยนกลับมาใส่ชุดแสนธรรมดาของตัวเองเสร็จ ผลักประตูห้องแต่งตัวออกมาก็ต้องสะดุ้งสุดตัว
ร่างบางถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อเห็นร่างสูงของบรู๊คยืนล้วงกระเป๋ากางเกงพิงกำแพงรออยู่หน้าประตู
"มาลอบสังหารกันหรือไงคุณลุง มายืนเงียบๆหน้าประตูคนอื่นแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย ขวัญเอ๊ยขวัญมานะยัยแพร" เด็กสาวบ่นอุบอิบ ยกมือขึ้นลูบอกตัวเองป้อยๆ
บรู๊คมองท่าทางเกินจริงของยัยเด็กดื้อแล้วก็อดไม่ได้ที่จะระบายรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก
นัยน์ตาทอดมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ไร้เครื่องสำอางหนาเตอะด้วยความรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด
ทว่าบรรยากาศสงบสุขนั้นก็อยู่ได้เพียงไม่กี่วินาที
"คุณบรู๊คขาาา"
เสียงแหลมปรี๊ดคุ้นหูดังแหวกอากาศมาแต่ไกล ก่อนที่ร่างระหงของลิเดียในชุดเดรสรัดรูปสุดเปรี้ยวจะวิ่งถลาเข้ามาหาชายหนุ่ม
ดาราสาวแทรกตัวเบียดแพรขวัญจนกระเด็นไปด้านข้าง ก่อนจะคว้าท่อนแขนแกร่งของบรู๊คไปกอดหมับ ซบหน้าลงกับไหล่กว้างอย่างออดอ้อน
"คุณบรู๊คคุยธุระกับเจ๊เหมยเสร็จแล้วเหรอคะ รอนานไหมเอ่ย? ลิเดียเปลี่ยนชุดเสร็จพอดีเลยค่ะ วันนี้ลิเดียถ่ายแบบเหนื่อยมากเลย คุณบรู๊คพาลิเดียไปทานข้าวนะคะ นะคะๆ"
ลิเดียดัดเสียงเล็กเสียงน้อย ช้อนตามองมาเฟียหนุ่มอย่างยั่วยวน
แพรขวัญที่ยืนเบ้ปากอยู่ด้านหลัง แอบกรอกตามองบน ความหมั่นไส้ตีตื้นขึ้นมาจนทนไม่ไหว
เด็กสาวจึงแอบทำปากขมุบขมิบ ล้อเลียนคำพูดและการกระทำอันแสนจะโอเวอร์ของดาราสาวอย่างเมามัน
‘บรู๊คขาาา เหนื่อยมากเลยค่าาา พาไปกินข้าวหน่อยนะค้าาา แหวะ! เลี่ยนจนจะอ้วก’
ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังอินกับการล้อเลียนอยู่นั้น ลิเดียที่หางตาไวก็ตวัดสายตาหันมาเห็นพอดี
"นี่เธอ! ทำอะไรของเธอน่ะยัยเด็กเส้น! ล้อเลียนฉันงั้นเหรอ!" ลิเดียแหวลั่น ชี้หน้าแพรขวัญอย่างเอาเรื่อง
"หะ หืม? ใคร? ฉันเหรอคะ?"
แพรขวัญสะดุ้ง รีบยกมือขึ้นโบกปฏิเสธพัลวัน ปั้นหน้าซื่อตาใสพร้อมกับยิ้มแหยๆส่งไปให้
"เปล่านะคะ แพรไม่ได้ทำอะไรเลย แค่... แค่ท่องบทรายงานอาจารย์ในใจเฉยๆค่ะ สงสัยปากมันจะขยับไปเอง แหะๆ"
บรู๊คที่มองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านหางตาตั้งแต่ต้น ลอบกลั้นขำจนไหล่สั่นไหวเล็กน้อย
มุมปากหยักกระตุกยิ้มอย่างชอบใจกับความแสบและแถสีข้างถลอกของเด็กสาว แต่เขาก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปรายตามองลิเดียที่ยังคงเกาะแขนเขาแน่น
"กลับยัง?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้นลอยๆ
ลิเดียได้ยินดังนั้นก็หูผึ่ง นึกว่าชายหนุ่มเป็นห่วงและกำลังถามตัวเอง ดาราสาวจึงรีบฉีกยิ้มกว้าง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นทันที
"วันนี้ผู้จัดการลิเดียไม่ได้เอารถมาค่ะ ลิเดียว่าจะกวนให้คุณบรู๊คไปส่งที่คอนโดหน่อย..."
"ฉันไม่ได้ถามเธอ"
น้ำเสียงเย็นชาและราบเรียบของบรู๊ค ตัดบทลิเดียดังฉับราวกับกรรไกรตัดกระดาษ
ลิเดียหน้าเจื่อนลงในพริบตา รอยยิ้มหวานหยดย้อยค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า มือที่เกาะแขนแกร่งอยู่ค่อยๆกำเข้าหากันแน่นด้วยความอับอายและโกรธจัดที่ถูกหักหน้าตรงๆ
บรู๊คสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของดาราสาวอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันไปเลิกคิ้วใส่คนที่ยืนทำหน้าเหลอหลาอยู่ไม่ไกล
"ฉันถามเธอแพรขวัญ กลับยังไง?"
"อ๋อ... ถามหนูหรอกเหรอคะ?"
แพรขวัญชี้ที่ตัวเอง งุนงงเล็กน้อยที่จู่ๆเขาก็มาสนใจเรื่องการเดินทางของเธอ
"ก็... อาจจะนั่งรถเมล์ค่ะ ถ้าสายไหนมาก็ขึ้นสายนั้นแหละ ไม่ก็อาจจะแท็กซี่มั้งคะ ทำไมเหรอคะ?"
"เดี๋ยวฉันไปส่ง" บรู๊คเอ่ยเสียงเรียบ ตัดสินใจแทนเสร็จสรรพ
"ห๊ะ? ไปส่งหนู? ไปส่งทำไมคะ ไม่เป็นไรค่ะ หนูเกรงใจ อีกอย่างทางกลับหอหนูมันไม่ได้ไปทางเดียวกับคฤหาสน์คุณสักหน่อย" แพรขวัญรีบปฏิเสธ พยายามโบกมือไปมา
"คุณบรู๊คคะ! ทำไมคุณถึงต้องไปส่งยัยเด็กนี่ด้วยล่ะคะ ลิเดียไม่ยอมนะ" ลิเดียทนไม่ไหว โวยวายขึ้นมาอีกครั้ง กระทืบเท้าเร่าๆเหมือนเด็กถูกขัดใจ
"ลิเดียเป็นคนรู้จักคุณนะคะ ยัยนี่มันก็แค่นางแบบโนเนมกระจอกๆ คุณจะลดตัวไปส่งมันทำไม!"
คำพูดดูถูกที่หลุดออกมาจากปากของดาราสาว ทำให้แพรขวัญที่ตอนแรกกะจะปฏิเสธบรู๊คถึงกับคิ้วกระตุก ความดื้อรั้นและอยากเอาชนะปะทุขึ้นมาในอกทันที
ด่าฉันกระจอกงั้นเหรอ ได้! งั้นมาดูกันว่าคนกระจอกๆอย่างฉันจะทำอะไรได้บ้าง
เด็กสาวเหยียดยิ้มร้ายกาจในใจ ก่อนจะปรับสีหน้าให้ดูไร้เดียงสา เธอเดินนวยนาดเข้าไปประชิดตัวร่างสูงใหญ่ของบรู๊ค แล้วถือวิสาสะสอดแขนเล็กเรียวเข้าไปควงแขนแกร่งของมาเฟียหนุ่มเอาไว้แน่น ซบหัวลงบนต้นแขนของเขาอย่างออดอ้อน
"อุ๊ย! จริงเหรอคะคุณบรู๊ค จะไปส่งหนูจริงๆหรอคะ แหม... เกรงใจจังเลย"
แพรขวัญดัดเสียงหวานเจี๊ยบ ช้อนตากลมโตขึ้นมองบรู๊คปริบๆ ก่อนจะปรายตาไปมองลิเดียที่กำลังยืนหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธจัด
"แต่ในเมื่อคุณบรู๊คอุตส่าห์เสนอตัวอยากไปส่งหนูขนาดนี้ หนผุจะปฏิเสธก็คงดูเสียมารยาทแย่เลย งั้นเรารีบไปกันเถอะค่ะคุณบรู๊คขาาา หนูหิวข้าวแล้ว"
ลิเดียอ้าปากค้าง กรีดร้องลั่นในใจเมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจ ยัยเด็กหน้าจืดนั่นกล้าควงแขนผู้ชายที่เธอแอบชอบมาหลายปีหน้าตาเฉย
บรู๊คก้มลงมองยัยเด็กแสบที่กำลังใช้เขาเป็นเครื่องมือยั่วโมโหศัตรู นัยน์ตาพราวระยับไปด้วยความพึงพอใจ เขาไม่ได้สะบัดแขนเธอออกเหมือนที่ทำกับลิเดีย แต่กลับปล่อยให้เธอควงแขนเขาเอาไว้หลวมๆ
"อืม ไปสิ"
ชายหนุ่มตอบรับสั้นๆ ก่อนจะเดินนำพาแพรขวัญที่ยังคงเกาะแขนเขาแน่นออกไปจากสตูดิโอ ทิ้งให้ลิเดียยืนกระทืบเท้า กรีดร้องโวยวายด้วยความแค้นอยู่เบื้องหลังเพียงลำพัง
บรรยากาศภายในรถคันหรูเงียบสงบ แพรขวัญนั่งชิดฝั่งหน้าต่าง เธอลอบถอนหายใจยาว แอบรู้สึกผิดนิดๆที่เผลอทำตัวบ้าบิ่นควงแขนมาเฟียสุดโหดไปแบบนั้น
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายดังขึ้นทำลายความเงียบ
แพรขวัญรีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าผ้าแคนวาสใบเก่งของตัวเองเพื่อหยิบโทรศัพท์ออกมาดู แต่เพราะความรีบร้อนและของในกระเป๋าที่อัดแน่นจนเกินไป ทำให้จังหวะที่เธอดึงโทรศัพท์ออกมา มีบางสิ่งบางอย่างร่วงหล่นตามออกมาด้วย
แกร๊ก...
วัตถุชิ้นเล็กๆหล่นกระทบพรมปูพื้นรถเสียงเบา ทว่าในพื้นที่แคบๆมันกลับชัดเจน
บรู๊คที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบาะข้างๆปรายตามองตามเสียงสัญชาตญาณ ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปหมายจะช่วยเก็บของชิ้นนั้นให้
ทว่าวินาทีที่ปลายนิ้วแกร่งสัมผัสเข้ากับวัตถุเย็นเฉียบโลหะ นัยน์ตาคมกริบของเขาก็เบิกกว้างขึ้น ร่างสูงชะงักค้างไปราวกับถูกแช่แข็ง
มันคือ 'เข็มกลัดรูปผีเสื้อ' ประดับคริสตัลเม็ดเล็กๆที่ดูเก่าและหมองลงตามกาลเวลา
ลวดลายของมัน...
ขนาดของมัน...
และรอยตำหนิเล็กๆที่ปลายปีกฝั่งขวา...
มันเหมือนกับเข็มกลัดที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในตู้เซฟนิรภัยของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
"เอ๊ะ! ขอบคุณค่ะคุณลุง หนูเก็บเอง..." แพรขวัญกำลังจะยื่นมือไปรับของคืน
หมับ!
ทว่าบรู๊คกลับกำเข็มกลัดชิ้นนั้นไว้แน่น ฝ่ามือหนาอีกข้างพุ่งเข้าคว้าหมับที่ต้นแขนเล็กของเด็กสาว บีบรัดแน่นจนแพรขวัญนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
นัยน์ตาที่เคยเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ดุดัน และเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่อัดอั้นอยู่ภายใน
"เธอเอาเข็มกลัดอันนี้มาจากไหน?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาด ดังก้องไปทั่วทั้งจนทิมที่นั่งอยู่ด้านหน้ายังต้องสะดุ้งมองผ่านกระจกมองหลัง
แพรขวัญตกใจสุดขีด ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองใบหน้าถมึงทึงของเขาด้วยความหวาดกลัว
"โอ๊ย! ปล่อยนะ! หนูเจ็บ! คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย จู่ๆมาบีบแขนหนูทำไม!"
"ฉันถามว่าเธอเอาเข็มกลัดนี่มาจากไหน! ตอบมาเดี๋ยวนี้แพรขวัญ!"
บรู๊คเค้นเสียงลอดไรฟัน แรงบีบที่ต้นแขนเพิ่มมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำในอดีตที่ถูกฝังกลบลึกตีตื้นขึ้นมาจนทำให้เขาควบคุมสติตัวเองไม่อยู่
"โอ๊ย! เจ็บนะลุง! ทำบ้าอะไรเนี่ย!"
แพรขวัญนิ่วหน้า พยายามแกะมือคีมเหล็กของเขาออก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บปวด
เสียงร้องประท้วงและหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอของเด็กสาว ทำให้สติของบรู๊คถูกดึงกลับมา
ชายหนุ่มชะงัก รีบคลายมือออกจากต้นแขนเล็กทันที เขามองรอยแดงปื้นที่ปรากฏบนผิวขาวเนียนของเธอด้วยความรู้สึกผิดที่วาบขึ้นมาในอก แต่ความสงสัยและอยากรู้ก็ยังมีมากกว่า
บรู๊คสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านให้สงบลง แบมือที่กำเข็มกลัดผีเสื้อออกตรงหน้าเธอ
"ตอบฉันมาของชิ้นนี้ เธอได้มันมาจากไหน?" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงมาก แต่ยังคงแฝงไปด้วยความจริงจังขั้นสุด
แพรขวัญลูบต้นแขนตัวเองป้อยๆ มองชายหนุ่มด้วยสายตาหวาดระแวง ก่อนจะรีบคว้าเข็มกลัดคืนมาจากมือเขา นำมาปัดฝุ่นเบาๆอย่างหวงแหน
"มันเป็นของหนู แม่ทิ้งมันเอาไว้ให้หนูก่อนที่ท่านจะเสีย"
เด็กสาวตอบเสียงแผ่วลง แววตาเศร้าสร้อยเมื่อนึกถึงมารดาผู้ล่วงลับ
"แม่เคยบอกหนูไว้ว่า... เข็มกลัดอันนี้มันสำคัญมาก ให้หนูเก็บรักษามันเอาไว้ให้ดีที่สุด ห้ามทำหายเด็ดขาด เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงถึงคนสำคัญ แล้ววันหนึ่งคนๆนั้นอาจจะกลับมาปกป้องหนูได้"
บรู๊คฟังคำตอบนั้น นัยน์ตาคมกริบสั่นไหวอย่างรุนแรง กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
"แม่เธองั้นเหรอ?"
เขาเอ่ยทวนคำเสียงพร่า หัวใจที่ด้านชามานานนับสิบปีเต้นกระหน่ำรัวเร็วอย่างไม่อาจควบคุม
"ใช่ค่ะ แม่ของหนูเอง คุณมีปัญหาอะไรกับเข็มกลัดอันนี้หรือเปล่าคะ? ทำไมถึงต้องทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นด้วย" แพรขวัญขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย
แต่ยังไม่ทันที่บรู๊คจะได้ตอบอะไร รถคันหรูก็แล่นมาจอดเทียบที่หน้าหอพักของเด็กสาวพอดี
"อ๊ะ ถึงหอหนูพอดีเลย งั้นหนูขอตัวลงตรงนี้นะคะ"
แพรขวัญรีบคว้ากระเป๋าสะพายของตัวเอง รูดซิปเก็บเข็มกลัดผีเสื้อลงไปอย่างมิดชิด เธอไม่อยากอยู่บนรถคันนี้ต่อแล้ว บรรยากาศมันอึดอัดและน่ากลัวแปลกๆ
เด็กสาวเปิดประตูรถ ก่อนจะหันกลับมาเอ่ยขอบคุณตามมารยาท
"เอ่อ... ขอบคุณนะคะคุณบรู๊ค ที่อุตส่าห์มาส่ง แล้วก็ขอบคุณเรื่องงานวันนี้ด้วยค่ะ สวัสดีค่ะ"
แพรขวัญก้าวลงจากรถ แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในตัวหอพักอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย
บรู๊คนั่งนิ่งอยู่บนเบาะหลัง นัยน์ตาทอดมองตามแผ่นหลังเล็กจนลับสายตา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน โหยหา และความหวังที่ริบหรี่ซึ่งถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง
เข็มกลัดผีเสื้อ...
แม่ของเธอ...
ความสำคัญที่ต้องเก็บรักษาไว้...
ภาพจิ๊กซอว์ในอดีตที่ขาดหายไปนาน เริ่มถูกนำมาปะติดปะต่อกันในหัวของผู้นำมาเฟียแห่งเบรคคิง
ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองแรงๆหนึ่งครั้ง ก่อนจะเอ่ยบอกกับทิมที่นั่งอยู่ด้านหน้า
"ทิม" น้ำเสียงของบรู๊คเย็นเยียบและเด็ดขาด
"ครับนาย"
"สั่งคนของเรา ไปสืบประวัติแม่ของแพรขวัญมาให้ละเอียดที่สุด ตั้งแต่ก่อนที่แพรขวัญจะเกิด จนถึงวันที่แม่ของเธอเสียชีวิต กูอยากรู้ทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆ"
"รัับทราบครับนาย"
บรู๊คตัดเอนหลังพิงพนักเบาะ หลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบสงบภายในรถโอบล้อมความคิดที่กำลังตีกันวุ่นวายอยู่ในหัว
ถ้าสิ่งที่เขาคิดมันเป็นความจริง
โลกใบนี้... ก็คงจะกลมเกินกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มากจริงๆ
แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพหลายสิบตัวสว่างวาบขึ้นอย่างต่อเนื่องแข่งกับแสงไฟสปอตไลต์บนรันเวย์ เสียงดนตรีบีทหนักๆ เร้าอารมณ์ดังก้องไปทั่วทั้งฮอลล์จัดแสดงงานแฟชั่นโชว์คอลเลกชันใหม่ล่าสุดของแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำระดับประเทศท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องไปยังเวที มีเพียงสายตาคมกริบคู่เดียวที่ทอดมองร่างระหงตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจบรู๊คในชุดสูทสั่งตัดพอดีตัว ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่บริเวณโซนวีไอพีด้านหน้าสุด แววตาทอประกายอ่อนโยนและหลงใหลอย่างปิดไม่มิด ขณะจดจ้องร่างของแพรขวัญที่กำลังเดินเฉิดฉายอยู่บนรันเวย์เด็กสาวในชุดเดรสยาวแหวกข้างสีแดงเพลิงขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่นสะกดทุกสายตา ท่วงท่าการเดินที่มั่นใจ จังหวะการหมุนตัวที่ไร้ที่ติ และสายตาจิกกล้องที่ทรงพลังราวกับนางพญา ทำเอาผู้นำมาเฟียแห่งแก๊งเบรคคิงถึงกับเผลอยกยิ้มมุมปากออกมาอย่างลืมตัวผู้หญิงของเขา... เติบโตและเปล่งประกายได้อย่างงดงามเหลือเกินทว่ารอยยิ้มละมุนบนใบหน้าหล่อเหลากลับต้องสะดุดลง เมื่อหูที่ไวต่อประสาทสัมผัสของเขา บังเอิญไปได้ยินบทสนทนาของกลุ่มชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ซึ่งดูจากป้ายห้อยคอแล
บรรยากาศภายในคฤหาสน์ตลอดหลายวันที่ผ่านมา อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความหวานเลี่ยนจนมดแทบจะขึ้นกำแพงนับตั้งแต่บรู๊คพาแพรขวัญกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ผู้นำมาเฟียที่เคยดุดัน เยือกเย็น และเอาแต่นั่งหน้าเครียดอยู่กับกองเอกสาร ก็เปลี่ยนโหมดกลายเป็นคนคลั่งรักชนิดที่ว่าหน้ามือเป็นหลังมือ เขาแทบจะไม่ยอมให้ปลายเท้าของเด็กสาวแตะพื้น หากเธอจะเดินไปไหน ชายหนุ่มเป็นต้องถลาเข้าไปช้อนอุ้ม แบกขึ้นหลัง หรือไม่ก็ประคองเดิน"คุณบรู๊คคะ หนูแค่จะเดินไปหยิบน้ำเปล่าตรงตู้เย็นเองนะคะ ไม่ได้จะไปปีนเขาเอเวอเรสต์ ปล่อยหนูเดินเองเถอะค่ะ" แพรขวัญโวยวายเสียงหลง ขณะถูกวงแขนแกร่งตวัดรวบเอวช้อนตัวลอยวืดขึ้นจากพื้นอีกครั้ง"แผลผ่าตัดเธอยังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่าดื้อสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ นัยน์ตาคมกริบทอดมองใบหน้าหวานด้วยความห่วงใย"อยากได้อะไรก็บอกสิ จะเดินไปเดินมาให้เหนื่อยทำไม หรือถ้าอยากเดินจริงๆ เดี๋ยวฉันอุ้มไปส่งหน้าตู้เย็นเอง""โอ๊ย คุณบรู๊คมันเวอร์ไปแล้วนะคะ"ภาพของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังทำตัวเป็นพ่อบ้านใจกล้าที่กล้าเฉพาะกับศัตรู แต่ยอมเมียทุกอย่าง ทำเอาบรรดาลูกน้องชุดดำที่ยืนเฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆ
กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องของบรู๊คทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งประสานมืออยู่บนม้านั่งหน้าห้องผ่าตัดฉุกเฉิน เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เคยสะอาดสะอ้านบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงฉานที่เริ่มแห้งกรัง เลือดของคนที่เขารักเท่าชีวิตปลายนิ้วหยาบกร้านสั่นเทาขณะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบเข็มกลัดผีเสื้อคริสตัลที่เปื้อนคราบเลือดออกมาเกาะกุมไว้แน่น นัยน์ตาที่เคยมืดมิดและแข็งกร้าว บัดนี้แดงก่ำและสั่นไหวอย่างรุนแรง ภาพของแม่แพรขวัญที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ในอดีต ซ้อนทับกับภาพของเด็กสาวที่นอนจมกองเลือดอยู่ในอ้อมแขนของเขาวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาทั้งที่ให้คำสาบานไว้แล้วว่าจะปกป้องเธอด้วยทุกสิ่งที่มี แต่สุดท้าย เขากลับเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องมาเจ็บตัวปางตายแบบนี้ น้ำตาลูกผู้ชายที่พยายามสะกดกลั้นรื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว ความรู้สึกผิดกัดกินก้อนเนื้อในอกซ้ายจนแทบแหลกสลายติ๊ง!ไฟหน้าห้องผ่าตัดที่สว่างวาบมาหลายชั่วโมงดับลง พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักออก บรู๊คผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พุ่งตัวเข้าไปหาศัลยแพทย์วัยกลางคนด้วยความรวดเร็ว"เมียผมเป็
เวลาแห่งความสุขมักจะโบยบินผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอตลอดสามวันที่บ้านพักตากอากาศริมทะเล แพรขวัญได้ใช้เวลาพักผ่อนและตักตวงความสุขอย่างเต็มที่ โดยมีผู้ชายที่ชื่อว่าบรู๊คคอยดูแลเอาใจใส่ไม่ห่าง ทุกการกระทำและทุกคำพูดของเขาช่วยลบล้างฝันร้ายที่เธอต้องเผชิญให้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่สลักลึกอยู่ในหัวใจบ่ายวันนี้ รถคันหรูกำลังแล่นมุ่งหน้ากลับสู่เมือง แพรขวัญนั่งพิงซบอยู่กับลาดไหล่กว้างของมาเฟียหนุ่มบนเบาะหลังของรถ มือเล็กประสานเข้ากับฝ่ามือใหญ่ที่เกาะกุมเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย"สามวันนี่ผ่านไปเร็วจังเลยนะคะ" แพรขวัญพึมพำเบาๆ เงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าคมคาย "หนูยังอยากกินอาหารทะเลฝีมือเชฟที่คุณบรู๊คจ้างมาอยู่เลย อร่อยมาก"บรู๊คก้มลงมองคนขี้อ้อน รอยยิ้มบางๆ ประดับบนมุมปากหยักลึก "ถ้าชอบ ไว้งานที่คาสิโนซาลงเมื่อไหร่ ฉันจะพามาอีก หรือไม่ก็ย้ายเชฟคนนั้นไปเป็นพ่อครัวประจำที่คฤหาสน์ซะเลยดีไหม?""แหม สายเปย์เกินไปแล้วค่ะ แค่นี้หนูก็จะกลายเป็นลูกหมูแล้วนะ" แพรขวัญหัวเราะคิกคัก ดึงแขนเสื้อเขาเล่นเบาๆชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ กำลังจะอ้าปากตอบโต้กลับไป ทว่า...ปัง!!!เสียงปืนดังขึ้นทะลุความเง
"ปล่อยหนูลงเลยนะคะ ตัวคุณเปียกไปหมดแล้ว แถวเตียงก็เปียกด้วย เห็นไหมเนี่ย"แพรขวัญโวยวายเสียงหลงพลางดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง ทันทีที่แผ่นหลังบางสัมผัสกับฟูกนุ่มของเตียงคิงไซส์กลางห้องนอนใหญ่ หยดน้ำจากร่างกายของมาเฟียหนุ่มที่เพิ่งขึ้นจากสระว่ายน้ำหยดแหมะลงบนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดจนเป็นรอยด่างแต่บรู๊คกลับไม่สนใจคำท้วงติงนั้นเลยสักนิด ชายหนุ่มตามขึ้นมาทาบทับคร่อมร่างของเธอเอาไว้ กักขังยัยเด็กขี้โวยวายให้อยู่ใต้เงาร่างกำยำของเขา นัยน์ตาพราวระยับไปด้วยความเจ้าเล่ห์และเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดให้ลุกโชน"เปียกก็ช่างมันสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดจนคนใต้ร่างสะดุ้งน้อยๆ "เดี๋ยวค่อยให้แม่บ้านมาเปลี่ยนใหม่ก็สิ้นเรื่อง แต่ตอนนี้ ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องเคลียร์กับเธอ""เคลียร์อะไรคะ ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ทั้งนั้นแหละ คุณนั่นแหละขี้แกล้ง ปล่อยให้หนูหน้าแตกต่อหน้าคุณวาโร่กับคุณคิรันอยู่ตั้งนาน คนบ้า" แพรขวัญแหวเข้าให้ สองมือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างที่ยังคงชื้นไปด้วยหยดน้ำ"ฉันไปแกล้งอะไรเธอ หืม?" บรู๊คเลิกคิ้ว รอยยิ้มมุมปากยิ่งดูมีเสน่ห์ร้ายกาจ"ฉันอุตส
ความรู้สึกแรกที่แพรขวัญรับรู้ได้หลังจากสติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมา คือแรงสั่นสะเทือนเบาๆอย่างสม่ำเสมอของยานพาหนะที่กำลังเคลื่อนตัวเปลือกตาคู่สวยค่อยๆขยับเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ภาพตรงหน้าที่พร่ามัวค่อยๆปรับโฟกัสจนเห็นแผงอกกว้างที่สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีเข้มเด็กสาวขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังนอนหนุนตักและซบหน้าอยู่กับอกแกร่งของใครบางคน กลิ่นน้ำหอมยืนยันตัวตนของเจ้าของอ้อมกอดนี้ได้เป็นอย่างดี ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจคือสัมผัสของเนื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ ชุดเดรสถูกถอดออกไปแล้ว แทนที่ด้วยเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์เนื้อนุ่มและกางเกงขาสั้นสวมสบาย"อืม คุณบรู๊ค" แพรขวัญงัวเงียเรียกชื่อเขา เสียงหวานแหบพร่าเล็กน้อยจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ "เรากำลังจะไปไหนกันคะ?"บรู๊คที่กำลังนั่งหลับตาพิงเบาะรถ ลืมตาขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงคนบนตัก ชายหนุ่มก้มลงมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังทำตาปรือ ฝ่ามือหนาแกร่งเลื่อนขึ้นมาลูบกลุ่มผมนุ่มของเธออย่างทะนุถนอม"ตื่นแล้วเหรอ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างอ่อนโยน "ฉันกำลังจะพาเธอไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศน่ะ อยู่ที่คฤหาสน์เดี๋ยวก็มีคนมารบกวน ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ซะหน







