ログインปัง! ปัง! ปัง!
เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงที่นายเหนือหัวลูเธอร์เลือกที่จะมาระบายมวลอารมณ์หงุดหงิดในห้องซ้อมยิงปืนชั้นใต้ดินที่ออกแบบมาให้เก็บเสียงได้เป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้รบกวนแขกที่เข้าพักหรือลูกค้าที่กำลังเสี่ยงดวงอยู่เต็มพื้นที่ในโซนต่าง ๆ ของตึกสูงสี่สิบชั้นแห่งนี้
ครืดดด
ลูกปืนนัดสุดท้ายพุ่งทะลุกลางเป้าเป็นจังหวะเดียวกับที่มีสายเรียกเข้าจากมือขวาคนสนิทพอดี
“ว่ามา” เสียงแหบทุ้มเจืออารมณ์หงุดหงิดกรอกลงไปทันทีที่กดรับสาย
[เรียบร้อยครับนาย พวก…] เบนจามินรายงานกลับมาในทันทีทว่าแทนที่ผู้เป็นนายจะสนใจในสิ่งที่ตนเพิ่งรายงานกลับพุ่งความสนใจไปที่อย่างอื่นแทน
“ขอคุยกับคุณหนู” ประโยคเมื่อครู่เรียกรอยยิ้มจาง ๆ ที่แทบจะสังเกตไม่เห็นให้ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของมือขวาคนสนิทก่อนที่สมาร์ตโฟนจะถูกส่งให้คุณหนูในปกครองทันทีตามคำสั่ง
[ฮัล…]
“บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” น้ำเสียงที่ถูกปรับให้ราบเรียบเปี่ยมอำนาจตามปกติเอ่ยถามทันทีที่ได้ยินเสียงใสจากคนปลายสายก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยในสิ่งที่ทำให้กราฟความหงุดหงิดร้อนใจลดระดับลงอย่างไร้เหตุผล
[ไม่ค่ะ]
ทว่ากราฟความหงุดหงิดที่ว่านั่นลดฮวบได้ไม่นานก็พุ่งสูงขึ้นตามเดิมเมื่อภาพที่คนปลายสายปล่อยให้คุณชายตระกูลหวังรุ่มร่ามฉายวนซ้ำเข้ามาในหัวกะทันหัน
“เอาโทรศัพท์ให้เบนจามิน”
[ครับนายท่าน]
“พาคุณหนูมาที่นี่”
[รับทราบครับ]
มือแกร่งกดวางสายพร้อมกับโยนโทรศัพท์ไปบนโซฟาข้างหลังก่อนจะหันมาบรรจุกระสุนใส่แมกกาซีนแล้วเหนี่ยวไกอีกครั้งด้วยความแม่นยำ กระสุนเงาวับทะลุผ่านรูเดิมซ้ำ ๆ กระทั่งลูกปืนหมดซองกระสุนอีกครั้ง
น่าแปลกที่ครั้งนี้ความหงุดหงิดที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อครู่กลับลดระดับลงได้ทั้งที่ก่อนหน้าไม่ว่าเขาจะยิงไปเท่าไหร่ก็ไม่สามารถจัดการมวลอารมณ์เหล่านั้นให้บางเบาลงได้เลยสักนิด
เพราะรับรู้ว่ายัยนั่นปลอดภัย?
ไม่มีทาง…
เพราะเหยื่ออย่างไอ้มาร์คัสมันตกหลุมพรางที่เขาวางไว้ต่างหาก
ร่างสมส่วนปลดอุปกรณ์เซฟตี้ออกก่อนจะเดินไปหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาหนังราคาแพงพลางกระดกน้ำเย็นลงคอเพื่อดับกระหาย อีกทั้งมือแกร่งก็หยิบสมาร์ตโฟนมากดส่งข้อความหามือซ้ายคนสนิทเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
RAPHAEL : ดับกล้องวงจรปิดห้องซ้อมยิงปืนแล้วห้ามใครเข้าใกล้ในระยะร้อยเมตร
TYLER : วันนี้มีสั่งสอนใครงั้นเหรอครับ
RAPHAEL : จัดการเบนจามินด้วย
TYLER : มันช้าแค่นาทีเดียวเองนะครับนาย
RAPHAEL : หรือจะให้กูลงมือเองไทเลอร์
TYLER : ได้สิ้นชื่อไอ้เบนมันพอดี เดี๋ยวผมทำเอง
หน้าจอโทรศัพท์ดับลงพร้อมกับที่น้ำอีกครึ่งขวดถูกกระดกลงคอแกร่งรวดเดียวจนหมด ไม่นานประตูของห้องซ้อมยิงปืนก็เปิดออกพร้อมกับที่ร่างบอบบางที่หอบเอากลิ่นหอมของดอกไม้ป่าเดินเข้ามาก่อนประตูบานใหญ่จะปิดลงทิ้งไว้เพียงคนสองคนในห้องสลัวที่ถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอึมครึมชวนอึดอัดเท่านั้น
ด้วยไม่รู้ว่าควรจะวางตัวยังไงเมื่อนัยน์ตาสีอำพันคมดุคู่นั้นเอาแต่จ้องมองมาที่ร่างกายของเธอตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า คุณหนูในปกครองลูเธอร์จึงทำเพียงยืนนิ่ง ๆ ด้วยความประหม่าปล่อยให้อีกฝ่ายประเมินตนแบบที่ชอบทำ
อะไรของเขา
กำลังไม่พอใจอยู่เหรอ
ยังไม่ทันที่คนในปกครองจะไล่ตามอารมณ์มาเฟียหนุ่มทัน ร่างสมส่วนก็หยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินตรงไปที่ตำแหน่งสำหรับซ้อมยิงปืนก่อนจะจัดแจงอุปกรณ์แล้วส่งสายตาเรียกคนตัวเล็กกว่าให้เดินมาหาพร้อมกับใส่อุปกรณ์เซฟตี้ให้อย่างชำนาญ
“เอ่อ…ต้องซ้อมด้วยเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยถามพลางปล่อยให้เขาจัดแจงอุปกรณ์ให้ ทว่ามาเฟียหนุ่มกลับไม่ตอบ เขาทำเพียงดึงแขนเล็กให้มายืนประจำตำแหน่งแล้วจัดการเอาอาวุธสีดำเงาวับสำหรับใช้ซ้อมโดยเฉพาะมาวางใส่มือเล็กขณะที่ยืนซ้อนหลังเพื่อคอยกำกับวิธียิงให้ อีกทั้งร่างกายของเธอก็ถูกจัดแจงให้อยู่ในท่าทางที่ถูกต้องก่อนที่เขาจะเปรย
“นิ่ง ๆ” น้ำเสียงราบเรียบเฉพาะตัวเอ่ยขึ้นข้างใบหูก่อนที่นัยน์ตาสีอำพันลึกลับจะมองตรงไปยังเป้าข้างหน้าด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว มั่นคง
“ฉันจะพาทำรอบเดียว ดูแล้วจำ” มาเฟียหนุ่มกดเสียงต่ำสั่งพลางจับมือคนตัวเล็กในวงแขนแกร่งให้ทำตามการนำพาของตน
“หลับตาซ้าย เล็งด้วยตาขวา” แม้จะยังงง ๆ ทว่าคนตัวเล็กกว่าก็ทำตามที่อีกฝ่ายสั่งอย่างว่าง่าย ด้วยไม่พร้อมที่จะรับมือกับราฟาเอลในตอนนี้ เพราะตั้งแต่ที่ร้านอาหารจนถึงตอนนี้ร่างกายเธอค่อนข้างล้าเต็มที
“หายใจช้า ๆ เบา ๆ” มือแกร่งจัดการนำทางมือเรียวเล็กให้อยู่ในท่าทางที่ถูกต้องพร้อมลั่นไกก่อนจะออกคำสั่ง
“ยิง”
ปัง!
กระสุนเงาวับพุ่งตรงเข้ากลางเป้าอย่างง่ายดาย มือแกร่งจึงถอนออกไปพลางถอยหลังสองสามก้าวก่อนจะเอ่ยสั่งอีกครั้ง
“ยิง” คนไร้ประสบการณ์ขมวดคิ้วมุ่นอีกทั้งเหงื่อเย็นชื้นก็พลันผุดขึ้นมาตามกรอบหน้าเพราะความประหม่าที่ก่อตัวสูงขึ้นกะทันหันทว่าก็ยอมทำตามที่อีกฝ่ายบอกโดยง่าย ธารเดือนสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ พลางตั้งสมาธิเล็งปลายกระบอกปืนไปยังเป้าหมาย ไม่นานนิ้วเรียวก็จัดการเหนี่ยวไกตามที่ราฟาเอลสอนเมื่อครู่ ทว่า…
ปัง!
“ไม่ได้เรื่อง” เสียงแหบทุ้มเอ่ยต่อว่าจากทางด้านหลังทำให้มือเล็กจัดการเล็งปลายกระบอกปืนไปที่เป้าตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะจัดการเหนี่ยวไกอีกรอบ ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์ก็ไม่ได้ต่างไปจากเดิม
“พอ” น้ำเสียงราบเรียบเจือความหงุดหงิดเอ่ยขึ้นทันทีก่อนที่มือแกร่งจัดการปลดอุปกรณ์เซฟตี้ทั้งหมดออกจากคนตัวเล็กกว่า
“ฉันคงประเมินเธอสูงไป” ใบหน้ามาเฟียหนุ่มยังคงเรียบเฉยทว่าปากหยักก็ยังมิวายพ่นคำพูดร้ายกาจออกมาจนทำให้คนฟังเริ่มมีโทสะขึ้นมาบ้าง
“อะไรคะ”
“เธอคงเก่งใช้เรือนร่างมากกว่าใช้กำลังหรือสมอง”
เดี๋ยวนะ…
“ทั้งหมดเมื่อกี้เพื่อที่จะปาดมาด่าฉันเนี่ยนะคะ”
“ดูจากสภาพปากแบบนั้นแล้วฉันควรชื่นชมเธองั้นเหรอ”
ให้ตายเถอะ
ผู้ชายพวกนี้มันบ้ากันทั้งหมด!
เส้นความอดทนที่สั่งสมมาก่อนหน้าขาดผึงในวินาทีนั้น ไฟโทสะกองใหญ่กว่าปกติไหลมากองรวมกันที่ศีรษะเล็กอย่างง่ายดายเมื่อคำพูดเมื่อครู่ของเขาไม่ต่างจากเชื้อไฟที่ราดลงมา
นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนปราดมองไปที่คนตรงหน้าอย่างเอาเรื่องกว่าครั้งไหน ๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ไม่ได้ผ่านการตรึกตรองอย่างรอบคอบออกไปในวินาทีต่อมา
“ก็คุณใช้ฉันเป็นเนื้อล่อ ฉันใช้เรือนร่างก็ถูกแล้วนี่คะ”
ประโยคที่เจือความประชดประชันอยู่ในทีบวกกับใบหน้าเย่อหยิ่งที่คนตัวเล็กกว่าชอบทำส่งผลให้คนตรงหน้าที่อารมณ์มาคุอยู่แล้วยิ่งร้อนระอุมากขึ้นกว่าเดิม ช่วงขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวก่อนกดเสียงต่ำถาม
“ไปทำอะไรกับมันมา”
“คุณอยากให้ฉันทำอะไรล่ะคะ”
“ฉันให้เธอเป็นแค่หมากในกระดาน ไม่ได้ให้เธอไปนอนอ้าขาให้ใคร” ประโยคดูถูกเมื่อครู่ไม่ต่างจากน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟที่กำลังลุกโชนอีกครั้ง ส่งผลให้สตินึกคิดของคนถูกต่อว่าถดถอยทันทีเมื่อโทสะเข้าครอบงำโดยสมบูรณ์
“ฉันก็ทำตามแผนคุณไงคะ อยากให้ฉันล่อคุณชายหวังให้มาติดกับฉันก็ทำให้แล้ว คุณไม่พอใจตรงไหนคะคุณชาย”
นัยน์ตาสีอำพันฉายแววโทสะขึ้นมาในวินาทีนั้นเมื่อปากเล็ก ๆ นั่นที่สภาพยับเยินดูไม่ได้เอาแต่เถียงเขาไม่หยุด
“ปากเธอ มีสิทธิ์ให้คนอื่นจูบตั้งแต่เมื่อไหร่” ใบหน้าที่ปกติมักเรียบเฉยไม่ปรากฏคลื่นอารมณ์ใดของมาเฟียหนุ่มกรุ่นด้วยความไม่พอใจ ทว่าคุณหนูในปกครองไม่เข้าใจว่าเขาจะโกรธเธอขนาดนี้ด้วยเรื่องอะไร ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นไปตามเกมของเขาทั้งหมด
“คุณไม่ได้แจ้งนี่คะว่าห้ามคนอื่นจูบ”
“อย่าลองดีธารเดือน” น้ำเสียงกดต่ำบวกกับแรงกดข่มที่มากขึ้นทำให้คนตัวเล็กกว่าเริ่มหายใจยากลำบากกว่าปกติ ทว่านาทีนี้เธอไม่สน
ไม่ยอมถูกด่าฟรี ๆ หรอก
“แล้วคุณชายเป็นอะไรคะ โมโหฉันเรื่องอะไร”
“ตอบมาว่ามันทำอะไรบ้าง” น้ำเสียงราฟาเอลไม่ต่างจากเครื่องจักรเยือกเย็นที่สามารถบดร่างเล็กของอีกฝ่ายให้แตกละเอียดได้ภายในพริบตา
ทว่าด้วยแรงโทสะที่มีมากกว่าความเกรงกลัวที่มีต่อคนตรงหน้าปากเล็ก ๆ จึงเอ่ยประชดออกไปโดยลืมคำนึงถึงผลที่จะตามมาภายหลังไปโดยปริยาย
“ก็ ‘อ้าขา’ อย่างที่คุณเคยให้ฉันทำนั่นแหละค่ะ”
วืดดดดด
“อ๊ะ คุณชาย!!!”
“จูบมันหน่อยค่ะ” ภรรยาคนสวยทำตามคำขออย่างว่าง่าย ริมฝีปากนุ่มบรรจงจุมพิตเบา ๆ ที่ส่วนหยักโค้งฉ่ำเยิ้มอ่า…สัมผัสแผ่วเบา ทะนุถนอม กอปรกับดวงตากลมโตที่ช้อนมองขึ้นมาไม่ว่าจะเห็นภาพนี้กี่ครั้งเขาก็ยังใจเต้นแรงจนแทบบ้าทุกครั้งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมียเขาเซ็กซี่กว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยเจอมา“เอานมทูนหัวมาทำแทนปากสิคะ” สายตาเชื้อเชิญที่เจือไปด้วยความร้อนแรง กอปรกับใบหน้าประณีต คมคายภายใต้แสงเงาสลัวจากดวงไฟดาวน์ไลท์ดวงเล็ก ๆ ตรงหัวเตียง ทำให้มาเฟียหนุ่มดูเซ็กซี่ขึ้นเป็นเท่าตัว“แบบนี้เหรอคะ”“ดีค่ะ อืมมมม” ฝ่ายถูกเอาใจคำรามพร่าในลำคอแกร่งภาพมาเฟียหนุ่มที่เชิดหน้าขึ้นสูดปากระบายความเสียวซ่าน ยิ่งทำให้คนข้างล่างอยากเอาใจ ริมฝีปากเล็ก ๆ จึงจุมพิตที่ส่วนปลายหยักโค้งอีกครั้งก่อนจะเร่งจังหวะรูดรั้งตัวตนอุ่นร้อนที่โอบล้อมไปด้วยเส้นเลือดด้วยหน้าอกนุ่ม“เด็กดี อืมมม…” คนถูกปรนเปรอคำรามต่ำ พลางส่งมือแกร่งไปลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนของคนตรงหน้าแผ่วเบา ก่อนที่ท้องนิ้วจะเลื่อนลงมาคลึงที่ยอดอกสีสวยสองข้างเอาใจคนสวยขาของเขาบ้าง“อ๊ะ…” ยิ่งอีกฝ่ายเผยอปากสีสวย ครางหวานเขาก็ยิ่งอยากปริแตกเดี๋ยวนั้น“เสร็จใส่นมทูนหั
“ไปอุ้มโจไซอาห์มานอนด้วย” รอยยิ้มบางของคนรู้ทันผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายไม่แพ้กัน ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามคนเป็นพี่ไปอย่างว่าง่ายหลังจากปารัณอุ้มนายน้อยลูเธอร์ที่กำลังหลับลึกออกจากห้องนอนใหญ่ไปแล้ว ร่างกายสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มก็เอนลงไปนอนซ้อนหลังคนที่กำลังฝันดีในห้วงนิทรา มืออุ่นแทรกเข้าไปลูบไล้หน้าท้องนวลเนียนของคนรักแผ่วเบา“อื้อออ” คนโดนรบกวนส่งเสียงร้องประท้วงทั้งที่ยังหลับลึก กว่าจะรู้ตัวว่าแพนตี้ตัวบางถูกมือแกร่งรั้งออกไปจากเรียวขาสวย ก็ตอนที่ร่างกายสูงใหญ่แทรกเข้ามากลางกาย“ราล์ฟ…อื้อ” คำพูดเมื่อครู่อันตรธานไป เมื่อริมฝีปากร้อนบดจูบลงมาช่วงชิงเอาทุกสิ่งทุกอย่างกะทันหัน ขณะที่มือแกร่งสองข้างก็แทรกเข้าไปใต้เนื้อผ้า กอบกุมฐานเต้าอวบอิ่มสองข้างอย่างเอาแต่ใจไปพร้อม ๆ กับที่ตัวตนแข็งขืนจงใจเสียดสีส่วนบอบบางกลางกายที่เปลือยเปล่าของคนใต้อาณัติไปด้วยจูบล้ำลึกดำเนินไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ปล่อยให้เธอได้มีโอกาสต่อรองราฟาเอลรุกไล่ กวาดต้อนเธอทุกทาง ทั้งเรียวลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัด ฝ่ามืออุ่นที่บีบเคล้นสองเต้าอวบ รวมถึงท่อนเนื้อใต้กางเกงที่เสียดสีกลางกลีบดอกไม้ฉ่ำเยิ้มนั่นทั้งหมดที่เ
7 ปีให้หลัง“ว่าไง” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามคิริลล์ผ่านหูฟังบลูทูท ขณะที่ยืนกอดอกพิงผนังมองเบนจามินประเคนเท้าหนัก ๆ ให้ใครบางคนอยู่กลางโถงบ้านหลังใหญ่ใจกลางย่านเศรษฐกิจหลังหนึ่ง[มึงอยู่ไหนเสี่ย]“มึงก็รู้คิริลล์”[บ้านคู่กรณีเฮียขา?]“อืม”[บอกกูทีว่ามึงไม่ได้กำลังใช้ความรุนแรงจบปัญหา]“กูไม่ได้ใช้” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยตอบปลายสาย พลางจรดก้นบุหรี่นอกราคาแพงลงบนริมฝีปากได้รูป ก่อนที่เกลียวควันสีขุ่นจะฟุ้งไปในอากาศ[สมกับเป็นมึงเลยราล์ฟ]“แต่เบนจามินใช้”[ฉิบหาย] เสียงสบถจากปลายสายทำให้เรียวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย เพราะคนอย่างคิริลล์ไม่น่าสบถเพียงเพราะเขาใช้กำลังสั่งสอนไอ้พวกเศษสวะไร้สำนึก มีแต่จะเห็นด้วยแล้วร่วมวงเสียมากกว่า“อะไร?” [ขอโทษนะเสี่ย]“เรื่อง?”[คือว่า…พวกกูไม่ได้ตั้งใจ แค่จะมาเรียกขวัญให้เฮียขาเฉย ๆ]“มาสอนอะไรพิเรนทร์ให้ลูกกูสิไม่ว่า เดี๋ยวนะ…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เมื่อมาเฟียหนุ่มเริ่มคาดเดาสถานการณ์บางอย่างจากคำพูดแปลก ๆ ของคุณชายสามได้[ครับเสี่ย]แม่ง…“บอกกูทีว่าเมื่อกี้ไม่ใช่การล่อซื้อ” [เมียมึงได้ยินทั้งหมดแล้วครับนายเหนือหัว]ฉิบหาย…คฤหาสน์ลูเธอร์แรงกดข่มเ
ราวสามชั่วโมงต่อมาการตรวจร่างกายเบื้องต้นเสร็จสิ้นก่อนที่มาเฟียหนุ่มที่ต้องออกไปสะสางงานด่วนเพิ่งจะกลับเข้าบ้านมา ช่วงขายาวรีบเดินตรงไปหาคนเป็นภรรยาด้วยหัวใจที่ว้าวุ่นกว่าปกติ“เป็นไงบ้างคะ หมอว่าไง” ภาพที่คนตัวเล็กนอนดูหนังเรื่องโปรดด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าเมื่อตอนบ่ายทำให้เขาใจชื้นขึ้นมา ทว่ายังไม่ทันที่จะได้คำตอบจากอีกฝ่ายสูทสีเข้มและเนกไทก็ถูกคนสวยขาช่วยจัดการถอดออกอย่างที่เคยทำ พร้อมกับประทับจุมพิตแผ่วเบาที่แก้มเกลี้ยงเกลาแล้วเปรย“อาบน้ำก่อนนะคะ หนูเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว”“บอกก่อนว่าทุกอย่างโอเค”“หนูดีขึ้นแล้วค่ะ ไปอาบน้ำก่อนนะแล้วมาดูหนังกัน” นายเหนือหัวลูเธอร์ทำตามที่ภรรยาบอกอย่างว่าง่าย เขาใช้เวลาอาบน้ำคิดทบทวนสิ่งที่ค้างคาใจเกี่ยวกับอาการของคนรัก ทว่าที่สุดแล้วมาเฟียหนุ่มก็สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปเนื่องจากหมอประจำตระกูลไม่ได้แจ้งอะไรมากไปกว่าภรรยาของเขาพักผ่อนน้อย ความคิดที่ว่าอีกฝ่ายจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือตั้งครรภ์จึงถูกชำระล้างไปพร้อมกับสายน้ำในที่สุดหนังเรื่องโปรดถูกเปิดคลอไป ขณะที่คนสองคนใช้เวลาส่วนตัวด้วยกันบนเตียงกว้าง ทว่าสมาธิที่ควรจะจดจ่ออยู่ที่หนังตรงหน้ากลับถูกรบ
สุสานสายลมเอื่อยของต้นฤดูหนาวพัดเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนให้พลิ้วไปตามแรงลมเบาบาง หญิงสาวหลับตาพริ้มประสานมือเล็กเข้าด้วยกันราวกับกำลังอธิษฐานกับหลุมศพสองหลุมตรงหน้าเป็นครั้งที่สามแล้วที่มาเฟียหนุ่มมองดูดวงหน้าหวานด้านข้างของภรรยาที่หลับตาพริ้มรำลึกถึงผู้ให้กำเนิดทั้งสองแม้ในอดีตผู้ล่วงลับทั้งคู่จะกระทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยกับตระกูลหลัก ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกนายเหนือหัวอย่างเขาทิ้งไว้เบื้องหลังแล้วทั้งหมดตอนนี้สถานะของเขาคือสามีของลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อและคุณแม่ผู้ล่วงลับ นอกจากเขาจะสามารถเคารพหลุมศพของคนทั้งคู่ได้อย่างเต็มหัวใจแล้ว เขายังคงรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อหน้าผู้ล่วงลับในวันแรกที่มาขออนุญาตดูแลลูกสาวของคนทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี“วันนี้คุยกับคุณพ่อคุณแม่นานกว่าทุกปี มีอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงแหบทุ้มเอ่ยถามพลางส่งฝ่ามือแกร่งไปลูบศีรษะของภรรยาด้วยความรักใคร่อย่างที่ชอบทำ“เล่าเรื่องทั่วไปน่ะค่ะ แล้วก็…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เพียงครู่ก่อนที่รอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนตรงหน้าจะถูกส่งมาชโลมใจมาเฟียหนุ่ม“หืม แล้วก็อะไรคะ”“แล้วก็ ขอให้พวกท่านหมดห่วงจริง ๆ
“แรงอีกหน่อยสิคนดี” มันเร้าใจจนเขาอยากจับยัยเด็กอวดดีของเขากระแทกแรง ๆ จนเสร็จสมเดี๋ยวนั้น“แบบนี้…อ๊า เหรอคะ”“อ่า…ยั่วฉิบหาย” ด้วยความมันเขี้ยว กอปรกับแรงอารมณ์ที่โถมซัด คนมากกำลังจึงแกล้งกระแทกสะโพกสวนเอวบางอย่างไม่ผ่อนแรง“อะ…ลึก อื้ออออ” ฝ่ามือแกร่งจับยึดสะโพกนุ่มมือไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะขยับหนี ดวงหน้าหวานที่เคยเชิดขึ้นฟุบลงบนบ่าแกร่ง เสียงครางหวานที่คล้ายเสียงสะอื้นไห้เข้าไปทุกทีดังประสานกับจังหวะเนื้อกระทบเนื้อถี่กระชั้น“อ๊า จะไม่ไหว…แล้…อื้อออ”โพรงอุ่นชื้นที่กระตุกรัดแน่นและถี่ขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่านางทาสคนโปรดของเขาใกล้จะเสร็จสมเต็มที ทั้งที่เพิ่งจะอวดดีขย่มเขาได้ไม่เท่าไหร่“ข้างในรัดผมแรงขนาดนี้จะเสร็จแล้วเหรอคะ” ฝ่ามือแกร่งข้างหนึ่งกอบกุมข้อมือเล็กสองข้างที่ถูกมัดไว้ ส่วนอีกข้างก็เลื่อนลงไปขยำสะโพกอวบนุ่มมือด้วยความมันเขี้ยว“อ๊ะ…จะ…เสร็จ”“ก็เสร็จสิคะ” น้ำเสียงต่ำพร่าที่มาพร้อมกับท้องนิ้วแกร่งที่เคล้นคลึงลงมาที่จุดรวมความกระสันเหนือกลีบดอกไม้ฉ่ำวาวทำคนบนตักแทบขาดใจ“อื้อออออ” ร่างเล็กกระตุกเกร็งเมื่อข้ามไปแตะขอบความปรารถนาในที่สุด ทว่ายังไม่ทันที่จะได้หอบเอาอากาศเข้าป
บริษัทตระกูลศิรวศินเป็นเวลาเกือบครึ่งปีหลังจากที่งานวิวาห์ระหว่างนายเหนือหัวลูเธอร์กับคุณหนูตระกูลศิรวศินผ่านพ้นไป นี่เป็นครั้งแรกที่สามีอย่างราฟาเอลยอมปล่อยให้ภรรยาเข้าบริษัทมาทำงานก่อนหน้านั้นเขาให้คนในปกครองที่วางใจได้จัดการทุกอย่างในบริษัทแทนทั้งหมด โดยที่เขาจะเป็นคนควบคุมดูแลอีกที โดยมาเฟียห
จบประโยคใบหน้าคมคายก็โน้มเข้ามาใกล้ ก่อนจะครอบครองริมฝีปากของคนเด็กกว่าเอาไว้ทั้งหมด จากจุมพิตแผ่วเบาในตอนแรกค่อย ๆ หนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายจะดูดกลืนวิญญาณของอีกฝ่ายไปด้วยราวกับความเจ็บปวดบริเวณบาดแผลอันตรธานจนสิ้น เมื่อคนเด็กกว่ายอมให้เขาล่วงล้ำเข้าไปชิมความหอมหวานที่เขาแสนจะคิดถึง เรียวลิ้นร้
ช่วงเย็นของวันเดียวกันกว่าครึ่งค่อนวันที่กลุ่มผู้ติดตามของนายเหนือหัวลูเธอร์ถูกสั่งให้มาทำความสะอาดบ่อจระเข้น้ำจืดขนาดใหญ่ ที่ผู้คนต่างลือกันว่านายหนือหัวเลี้ยงไว้เพื่อสังหารใครก็ตามที่ทรยศหรืออยากลองดีกับตระกูล บ้างก็ว่าเขาเลี้ยงไว้ทำลายหลักฐานจำพวกซากศพที่ถูกกลุ่มลูเธอร์สังหารจากภายนอกทว่าแท้จร
คำสั้น ๆ เมื่อครู่ไม่ได้ออกจากริมฝีปากได้รูปของคุณชายใหญ่ลูเธอร์ หากแต่เป็นคุณชายสามที่นั่งเคี้ยวขนมกร้วม ๆ ต่างหากที่พูดขึ้นน้ำชาอย่างดีถูกมือแกร่งยกขึ้นมาจิบ อีกทั้งใบหน้าคมคายของมาเฟียหนุ่มก็ยังคงไว้ซึ่งความนิ่งขรึมแม้จะถูกคุณชายสามไล่ตามความคิดทันคิริลล์กระตุกยิ้มมุมปากชอบใจ ขณะที่คุณหนูศิรวศ







