เข้าสู่ระบบให้ตายเถอะ
คนคนนี้นี่มัน…
ธารเดือนเม้มริมฝีปากแน่นกว่าเดิมพลางหายใจหอบกระชั้น เมื่อความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วทั้งร่างกายสั่นเทิ้ม ใบหน้าหวานชื้นเหงื่อเชิดขึ้นอย่าลืมตัว หน้าท้องและนิ้วทุกนิ้วหดเกร็งตามแรงอารมณ์ที่ถูกกดข่มไว้ภายใน
ก้านนิ้วร้อนของอีกฝ่ายยังคงรังแกส่วนอ่อนไหวกลางกายของเธอซ้ำ ๆ ทำเอาคนตัวเล็กลืมหายใจ ก่อนสติสัมปชัญญะเสี้ยวสุดท้ายที่เหลืออยู่จะถูกมวลอารมณ์บางอย่างเข้ามาแทนที่ เมื่อนิ้วร้อนระอุแทรกเข้ามาในร่างกายกะทันหัน สร้างความรู้สึกแปลกประหลาดที่แทบจะทนไม่ไหว กระทั่งเผลอปล่อยให้เสียงครางหวิวหลุดออกมาในที่สุด
“อ๊ะ…”
หึ
มาเฟียหนุ่มยกยิ้มพึงพอใจที่มุมปาก ก่อนจะค่อย ๆ ดันนิ้วแกร่งเข้าไปให้ลึกมากกว่าเดิม แล้วกระซิบที่ข้างหูแดงระเรื่อเพราะแรงอารมณ์ของคุณหนูในปกครองแผ่วเบา
“ไม่ต้องกลั้น เสียวก็แค่ครางออกมาดัง ๆ”
“…”
“ไม่มีใครได้ยินเสียงเธอนอกจากฉัน" ไม่ทันได้ตั้งตัวนิ้วร้อนของเขาก็เสียดลึกเข้าไปจนสุดความยาว ก่อนจะขยับเข้าออกเร็วขึ้นทว่ายังคงไว้ซึ่งความอ่อนโยน เร่งเร้าทว่าไม่รุนแรงจนทำให้คนตัวเล็กกว่าบาดเจ็บ
อ่า…แบบนี้มันยิ่ง…
ทรมาน…
คนใจบาปกำลังแกล้งกันชัด ๆ
แกล้งให้เธอพ่ายแพ้และยอมจำนนอีกครั้ง ด้วยการครางเสียงลามกออกมา
มือเล็กจิกเข้าไปที่หน้าขาแข็งแกร่ง พลางกัดริมฝีปากล่างแน่นจนรู้สึกเจ็บ เพื่อระบายอารมณ์ปรารถนาที่พวยพุ่งมากขึ้นตามสัญชาตญาณ
เสียงลามกในลำคอถูกกลืนลงคอไปครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าส่วนอ่อนไหวข้างล่างกลับตอบรับสัมผัสของคนใจบาปอย่างลืมตัว อีกทั้งสะโพกไม่รักดีก็ขยับไปตามการชักนำของเขาอย่างควบคุมไม่ได้
ราวกับขาอีกข้างกำลังจะก้าวเข้าไปในกองไฟลุกโชน เมื่อสัญชาตญาณเริ่มมีมากกว่าสติสัมปชัญญะ
“อย่ากัดปาก”
เธอกำลังจะหลอมละลาย
“เด็กดี ไหนบอกทีซิว่าเธอกำลังเสียวจะตายเพราะใคร”
ละลาย…อย่างช้า ๆ
“ดะ…ได้โปรด อะ…เอาออกไป”
เสียงไม่มั่นคงนักเอ่ยบอกคนที่กำลังรังแกกันในสถานที่ที่แม่ง…
“หยุดขยับสะโพกรับให้มันได้ก่อนธารเดือน”
จบประโยคเรียวนิ้วร้อนอีกนิ้วของเขาก็ชำแรกเข้าไปด้านใน สร้างความรู้สึกอึดอัด คับแน่นและวาบหวามกว่าครั้งไหน ๆ ยิ่งเธอทรมานเขาก็ยิ่งได้ใจ ปากร้อนร้ายกาจไล่พรมจูบที่ใบหู ท้ายทอยไล่ลงมายังลาดไหล่เนียนขาวอมชมพู กระตุ้นความปรารถนาของเด็กดื้อให้ปะทุขึ้นมามากยิ่งขึ้น
“อะ…อื้อออออ”
ธารเดือนหลุดครางหวิวทั้งยังเพิ่มแรงบีบที่หน้าขาแกร่ง พลันมือเรียวเล็กอีกข้างก็เลื่อนลงไปหวังดึงมือร้ายที่กำลังรังแกตรงนั้นของเธออย่างเอาแต่ใจออก ทว่ากลับไม่เป็นผล
ราฟาเอลไม่ยอมหยุด…
“อื้อออออ”
เขาเร่งเร้ารังแกส่วนอ่อนไหวฉ่ำเยิ้มไปพร้อมกับเคล้นคลึงฐานเต้ากลมกลึงซ้ำ ๆ จงใจถ่ายเทอุณหภูมิร้อนจากเขามาให้คนบนตัก กระทั่งอีกฝ่ายรู้สึกทรมานจวนจะทนไม่ไหว
เขาอยากให้ยัยเด็กปากเก่งคนนี้ยอมจำนนและรู้สถานะว่าตัวเองเป็นใคร
ปากเล็ก ๆ ถือดีนั่นที่เอาแต่ปฏิเสธเขาทั้งที่ไม่มีสิทธิ์
ร่างกายไม่น่าพิศวาสที่เอาแต่หลีกหนีสัมผัสจากเขา
และสายตาที่คอยสะท้อนเสียงก่นด่าในใจ
เขาจะแผดเผามันไม่ให้เหลือแม้เถ้ากระดูก
นิ้วร้อนเร่งจังหวะเข้าออกให้ถี่กระชั้นขึ้น ทำคนบนตักสั่นสะท้านไปทั้งตัว สัมผัสตรงนั้นที่ทั้งถี่และลึกขึ้นราวกับชนวนอันบ้าคลั่งทำธารเดือนแทบขาดใจ สติพร่าเบลอประมวลผลอะไรไม่ได้นอกจากต้องการระบายความเสียวซ่านแปลกประหลาดออกมาเดี๋ยวนั้น
“อ๊ะ คะ…คุณชาย”
เสียงครางหวิวเรียกคนที่รังแกกันหลุดออกมาในที่สุด
หึ
แล้วจะอวดดีแต่แรกเพื่อ?
“เรียกใหม่…”
“อ๊ะ…”
“ราล์ฟ แค่ราล์ฟเด็กดี” จบประโยคราฟาเอลก็เร่งเร้าคนบนตักด้วยการกระดกแท่งนิ้วร้อนรัวเร็วมากขึ้น เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงบีบรัดถี่กระชั้นของผนังอุ่นชื้นที่โอบรัดนิ้วแกร่ง
“อ๊ะ…อื๊ออ…ราล์ฟ”
มาเฟียหนุ่มยกยิ้มพึงพอใจในความพ่ายแพ้ของเด็กปากดี เสียงครางหวิวที่เรียกชื่อเขาอีกหลายครั้งปะปนไปกับเสียงลามกฉ่ำแฉะ ดังอื้ออึงในโสตประสาทของคนทั้งคู่ ก่อนที่เจ้าของชื่อจะพาคนบนตักแกร่งไปแตะที่สุดขอบความปรารถนาเป็นครั้งแรก
“อื้ออออ”
แน่ล่ะมันเป็นสวรรค์
เพราะเขาปรานี
ที่จริงเขาจะปล่อยให้ยัยเด็กนี่อารมณ์ค้างเหมือนเมื่อวานก็ได้ แต่วันนี้เขาอยากเห็นนางทาสปากดีของเขาสิ้นฤทธิ์
สิ้นฤทธิ์แบบที่ยัยเด็กนี่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘เสร็จ’ บนตักเขาไปกี่รอบ
ร่างเล็กเกร็งกระตุกในอ้อมกอดครั้งสุดท้ายได้เพียงครู่ มาเฟียหนุ่มก็พรมจูบตักตวงเอาความหวานเฉพาะตัวของอีกฝ่ายจนพอใจ ก่อนจะดันร่างที่ยังสั่นเทิ้มให้ลงไปข้างล่าง แล้วเชยปลายคางมนให้หันมาสบประสานสายตากัน
นัยน์ตาสีอำพันที่ทอประกายเย้ยหยันอยู่ในทีจ้องลึกลงไปในนัยน์ในตาสีอ่อน ขณะที่ใบหน้าคมคายของเขาก็จงใจโน้มลงมาใกล้มากขึ้น
“เริ่มติดใจฉันหรือยัง” เสียงแหบทุ้มเอ่ยถามอย่างใจเย็น ทว่าคนในปกครองกลับหอบหายใจถี่ไม่ยอมตอบคำถาม ซ้ำยังเอาแต่เบนสายตาหลบตาคมสีอำพันที่จงใจจ้องลึกลงไปค้นหาคำตอบ
ปลายนิ้วแกร่งเอื้อมไปเกลี่ยแผ่วเบาบนริมฝีปากอิ่ม เพื่อสำรวจว่าคนตัวเล็กกว่าบาดเจ็บเพราะรอยกัดก่อนหน้าหรือไม่
ดูไม่ได้เลยสักนิด
ทั้งปากแดงเจ่อ
ผิวแดงเป็นจ้ำทั้งเก่าใหม่ที่เขาทำไว้
ไหนจะร่างกายสั่นระริกตรงหน้าเขานั่นอีก
สมควรแล้วธารเดือน
ก็ถ้าจะปากดีแบบนี้…
“ถึงไม่ตอบหน้ายั่ว ๆ ของเธอมันก็ฟ้องอยู่ดี”
ราวกับคนตรงหน้าคลำหาเสียงตัวเองไม่เจอ ใบหน้าซับสีระเรื่อชื้นเหงื่อที่เขามองว่ามัน ‘ยั่ว’ ส่ายไปมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเมื่อครู่
ยัยเด็กดื้อ
เสร็จเพราะเขาไปตั้งกี่รอบยังจะอวดดี
“เอาล่ะ ปลดเข็มขัดแล้วเอามันออกมา”
นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกโพลงในวินาทีที่ได้ยินประโยคเส็งเคร็งนั่น ศีรษะเล็กส่ายไปมาปฏิเสธรัว ๆ ไม่ยอมทำตามคำสั่งบ้าบอนั่นเด็ดขาด
ทว่า…
“เธอครางชื่อฉันไปกี่รอบ จำได้ไหม” ประโยคย้ำเตือนผ่านน้ำเสียงจริงจังที่มาพร้อมแรงกดข่มน่าหวาดหวั่น ทำให้หัวใจของเธอหนักอึ้ง นัยน์ตาอำพันคมดุที่มองมาราวกับกำแพงที่กั้นอากาศเอาไว้ไม่ให้เธอได้หายใจ
“คุณนี่มัน…”
ใจบาป
บัดซบ
ระยำ
แล้วมันยังไง…
“เอามันออกมาเด็กดี” มาเฟียหนุ่มยังคงเอ่ยสั่งผ่านน้ำเสียงราบเรียบ โดยไม่สนใจว่าคนตรงหน้าพยายามจะปฏิเสธเพียงใด
คนแพ้ก็ต้องจ่ายให้คนที่ชนะ
ไม่แฟร์ตรงไหน
“เมตตาฉันบ้างได้ไหมคะ” ประโยคเว้าวอนของคนแพ้เขาเห็นมาแล้วนับไม่ถ้วน และมันไม่มีผลอะไรทั้งนั้นเมื่อกฎคือคนชนะคือผู้คุมเกม
นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่อัดแน่นไปด้วยประกายเว้าวอนยังคงถูกส่งไปในคนมากอำนาจตรงหน้า ทว่าสิ่งที่อีกฝ่ายตอบกลับมานั้นกลับปัดเป่าเอาความหวังริบหรี่ของเธอให้อันตรธานจนสิ้น
“ฉันก็กำลังเมตตานางทาสของฉันอยู่นี่ไง”
ไม่จริง!
“ตรงไหนที่เมตตา คุณชายเอาแต่หาช่องรังแก เอาเปรียบฉัน”
“งั้นเหรอ…แล้วเธอจูบ เธอคราง เธอกระตุกไปตั้งกี่ครั้ง”
“…”
“ตรงไหนที่เรียกว่าฉันไม่เมตตาคะคนเก่ง”
“…”
“ทำตามที่บอกธารเดือน ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจให้เธอทำมากกว่า ‘อม’ มัน”
บัดซบสิ้นดี…
เมื่อไม่เหลือทางเลือกใดให้ปฏิเสธมือเล็กสั่นเทาจึงค่อย ๆ เอื้อมไปปลดเข็มขัดตามคำสั่งแล้วรั้งซิปกางเกงเขาลง กระทั่งความแข็งขืนนั้นเผยออกมาจ่อที่ใบหน้าตื่นกลัว
"กติกาก็คือกติกา…เธอแพ้ก็ต้องชดใช้เป็นธรรมดา"
“…”
“แล้วก็จำเอาไว้ให้ขึ้นใจด้วยว่า ถ้ายังทนครางชื่อฉันไม่ได้…”
มือแกร่งเอื้อมไปวางบนศีรษะคนตัวสั่นเทิ้มตรงหน้า แล้วลูบไปมาแผ่วเบาก่อนจะเปรย
“…ทีหลังก็อย่าปากดี” จบประโยคมือแกร่งก็กดท้ายทอยคุณหนูในปกครองให้โน้มลงตรงหว่างขาแข็งแกร่ง
นับเป็นความเมตตาอีกครั้งที่เขาหยิบยื่นให้นางทาสตรงหน้า
เพราะไม่ใช่ใครที่จะมีสิทธิ์ดูดกลืนมันอย่างที่ยัยเด็กนี่กำลังทำ
รังแกเหรอ
เอาเปรียบเหรอ
แล้วคนที่ได้ครอบครองทั้งปาก ทั้งนิ้ว ทั้งตัวตนของเขามันเรียกว่าอะไร
คนขาดทุนมันเขาชัด ๆ ไม่ใช่หรือไง…ธารเดือน
ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
“จูบมันหน่อยค่ะ” ภรรยาคนสวยทำตามคำขออย่างว่าง่าย ริมฝีปากนุ่มบรรจงจุมพิตเบา ๆ ที่ส่วนหยักโค้งฉ่ำเยิ้มอ่า…สัมผัสแผ่วเบา ทะนุถนอม กอปรกับดวงตากลมโตที่ช้อนมองขึ้นมาไม่ว่าจะเห็นภาพนี้กี่ครั้งเขาก็ยังใจเต้นแรงจนแทบบ้าทุกครั้งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมียเขาเซ็กซี่กว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยเจอมา“เอานมทูนหัวมาทำแทนปากสิคะ” สายตาเชื้อเชิญที่เจือไปด้วยความร้อนแรง กอปรกับใบหน้าประณีต คมคายภายใต้แสงเงาสลัวจากดวงไฟดาวน์ไลท์ดวงเล็ก ๆ ตรงหัวเตียง ทำให้มาเฟียหนุ่มดูเซ็กซี่ขึ้นเป็นเท่าตัว“แบบนี้เหรอคะ”“ดีค่ะ อืมมมม” ฝ่ายถูกเอาใจคำรามพร่าในลำคอแกร่งภาพมาเฟียหนุ่มที่เชิดหน้าขึ้นสูดปากระบายความเสียวซ่าน ยิ่งทำให้คนข้างล่างอยากเอาใจ ริมฝีปากเล็ก ๆ จึงจุมพิตที่ส่วนปลายหยักโค้งอีกครั้งก่อนจะเร่งจังหวะรูดรั้งตัวตนอุ่นร้อนที่โอบล้อมไปด้วยเส้นเลือดด้วยหน้าอกนุ่ม“เด็กดี อืมมม…” คนถูกปรนเปรอคำรามต่ำ พลางส่งมือแกร่งไปลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนของคนตรงหน้าแผ่วเบา ก่อนที่ท้องนิ้วจะเลื่อนลงมาคลึงที่ยอดอกสีสวยสองข้างเอาใจคนสวยขาของเขาบ้าง“อ๊ะ…” ยิ่งอีกฝ่ายเผยอปากสีสวย ครางหวานเขาก็ยิ่งอยากปริแตกเดี๋ยวนั้น“เสร็จใส่นมทูนหั
“ไปอุ้มโจไซอาห์มานอนด้วย” รอยยิ้มบางของคนรู้ทันผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายไม่แพ้กัน ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามคนเป็นพี่ไปอย่างว่าง่ายหลังจากปารัณอุ้มนายน้อยลูเธอร์ที่กำลังหลับลึกออกจากห้องนอนใหญ่ไปแล้ว ร่างกายสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มก็เอนลงไปนอนซ้อนหลังคนที่กำลังฝันดีในห้วงนิทรา มืออุ่นแทรกเข้าไปลูบไล้หน้าท้องนวลเนียนของคนรักแผ่วเบา“อื้อออ” คนโดนรบกวนส่งเสียงร้องประท้วงทั้งที่ยังหลับลึก กว่าจะรู้ตัวว่าแพนตี้ตัวบางถูกมือแกร่งรั้งออกไปจากเรียวขาสวย ก็ตอนที่ร่างกายสูงใหญ่แทรกเข้ามากลางกาย“ราล์ฟ…อื้อ” คำพูดเมื่อครู่อันตรธานไป เมื่อริมฝีปากร้อนบดจูบลงมาช่วงชิงเอาทุกสิ่งทุกอย่างกะทันหัน ขณะที่มือแกร่งสองข้างก็แทรกเข้าไปใต้เนื้อผ้า กอบกุมฐานเต้าอวบอิ่มสองข้างอย่างเอาแต่ใจไปพร้อม ๆ กับที่ตัวตนแข็งขืนจงใจเสียดสีส่วนบอบบางกลางกายที่เปลือยเปล่าของคนใต้อาณัติไปด้วยจูบล้ำลึกดำเนินไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ปล่อยให้เธอได้มีโอกาสต่อรองราฟาเอลรุกไล่ กวาดต้อนเธอทุกทาง ทั้งเรียวลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัด ฝ่ามืออุ่นที่บีบเคล้นสองเต้าอวบ รวมถึงท่อนเนื้อใต้กางเกงที่เสียดสีกลางกลีบดอกไม้ฉ่ำเยิ้มนั่นทั้งหมดที่เ
7 ปีให้หลัง“ว่าไง” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามคิริลล์ผ่านหูฟังบลูทูท ขณะที่ยืนกอดอกพิงผนังมองเบนจามินประเคนเท้าหนัก ๆ ให้ใครบางคนอยู่กลางโถงบ้านหลังใหญ่ใจกลางย่านเศรษฐกิจหลังหนึ่ง[มึงอยู่ไหนเสี่ย]“มึงก็รู้คิริลล์”[บ้านคู่กรณีเฮียขา?]“อืม”[บอกกูทีว่ามึงไม่ได้กำลังใช้ความรุนแรงจบปัญหา]“กูไม่ได้ใช้” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยตอบปลายสาย พลางจรดก้นบุหรี่นอกราคาแพงลงบนริมฝีปากได้รูป ก่อนที่เกลียวควันสีขุ่นจะฟุ้งไปในอากาศ[สมกับเป็นมึงเลยราล์ฟ]“แต่เบนจามินใช้”[ฉิบหาย] เสียงสบถจากปลายสายทำให้เรียวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย เพราะคนอย่างคิริลล์ไม่น่าสบถเพียงเพราะเขาใช้กำลังสั่งสอนไอ้พวกเศษสวะไร้สำนึก มีแต่จะเห็นด้วยแล้วร่วมวงเสียมากกว่า“อะไร?” [ขอโทษนะเสี่ย]“เรื่อง?”[คือว่า…พวกกูไม่ได้ตั้งใจ แค่จะมาเรียกขวัญให้เฮียขาเฉย ๆ]“มาสอนอะไรพิเรนทร์ให้ลูกกูสิไม่ว่า เดี๋ยวนะ…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เมื่อมาเฟียหนุ่มเริ่มคาดเดาสถานการณ์บางอย่างจากคำพูดแปลก ๆ ของคุณชายสามได้[ครับเสี่ย]แม่ง…“บอกกูทีว่าเมื่อกี้ไม่ใช่การล่อซื้อ” [เมียมึงได้ยินทั้งหมดแล้วครับนายเหนือหัว]ฉิบหาย…คฤหาสน์ลูเธอร์แรงกดข่มเ
ราวสามชั่วโมงต่อมาการตรวจร่างกายเบื้องต้นเสร็จสิ้นก่อนที่มาเฟียหนุ่มที่ต้องออกไปสะสางงานด่วนเพิ่งจะกลับเข้าบ้านมา ช่วงขายาวรีบเดินตรงไปหาคนเป็นภรรยาด้วยหัวใจที่ว้าวุ่นกว่าปกติ“เป็นไงบ้างคะ หมอว่าไง” ภาพที่คนตัวเล็กนอนดูหนังเรื่องโปรดด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าเมื่อตอนบ่ายทำให้เขาใจชื้นขึ้นมา ทว่ายังไม่ทันที่จะได้คำตอบจากอีกฝ่ายสูทสีเข้มและเนกไทก็ถูกคนสวยขาช่วยจัดการถอดออกอย่างที่เคยทำ พร้อมกับประทับจุมพิตแผ่วเบาที่แก้มเกลี้ยงเกลาแล้วเปรย“อาบน้ำก่อนนะคะ หนูเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว”“บอกก่อนว่าทุกอย่างโอเค”“หนูดีขึ้นแล้วค่ะ ไปอาบน้ำก่อนนะแล้วมาดูหนังกัน” นายเหนือหัวลูเธอร์ทำตามที่ภรรยาบอกอย่างว่าง่าย เขาใช้เวลาอาบน้ำคิดทบทวนสิ่งที่ค้างคาใจเกี่ยวกับอาการของคนรัก ทว่าที่สุดแล้วมาเฟียหนุ่มก็สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปเนื่องจากหมอประจำตระกูลไม่ได้แจ้งอะไรมากไปกว่าภรรยาของเขาพักผ่อนน้อย ความคิดที่ว่าอีกฝ่ายจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือตั้งครรภ์จึงถูกชำระล้างไปพร้อมกับสายน้ำในที่สุดหนังเรื่องโปรดถูกเปิดคลอไป ขณะที่คนสองคนใช้เวลาส่วนตัวด้วยกันบนเตียงกว้าง ทว่าสมาธิที่ควรจะจดจ่ออยู่ที่หนังตรงหน้ากลับถูกรบ
สุสานสายลมเอื่อยของต้นฤดูหนาวพัดเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนให้พลิ้วไปตามแรงลมเบาบาง หญิงสาวหลับตาพริ้มประสานมือเล็กเข้าด้วยกันราวกับกำลังอธิษฐานกับหลุมศพสองหลุมตรงหน้าเป็นครั้งที่สามแล้วที่มาเฟียหนุ่มมองดูดวงหน้าหวานด้านข้างของภรรยาที่หลับตาพริ้มรำลึกถึงผู้ให้กำเนิดทั้งสองแม้ในอดีตผู้ล่วงลับทั้งคู่จะกระทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยกับตระกูลหลัก ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกนายเหนือหัวอย่างเขาทิ้งไว้เบื้องหลังแล้วทั้งหมดตอนนี้สถานะของเขาคือสามีของลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อและคุณแม่ผู้ล่วงลับ นอกจากเขาจะสามารถเคารพหลุมศพของคนทั้งคู่ได้อย่างเต็มหัวใจแล้ว เขายังคงรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อหน้าผู้ล่วงลับในวันแรกที่มาขออนุญาตดูแลลูกสาวของคนทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี“วันนี้คุยกับคุณพ่อคุณแม่นานกว่าทุกปี มีอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงแหบทุ้มเอ่ยถามพลางส่งฝ่ามือแกร่งไปลูบศีรษะของภรรยาด้วยความรักใคร่อย่างที่ชอบทำ“เล่าเรื่องทั่วไปน่ะค่ะ แล้วก็…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เพียงครู่ก่อนที่รอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนตรงหน้าจะถูกส่งมาชโลมใจมาเฟียหนุ่ม“หืม แล้วก็อะไรคะ”“แล้วก็ ขอให้พวกท่านหมดห่วงจริง ๆ
“แรงอีกหน่อยสิคนดี” มันเร้าใจจนเขาอยากจับยัยเด็กอวดดีของเขากระแทกแรง ๆ จนเสร็จสมเดี๋ยวนั้น“แบบนี้…อ๊า เหรอคะ”“อ่า…ยั่วฉิบหาย” ด้วยความมันเขี้ยว กอปรกับแรงอารมณ์ที่โถมซัด คนมากกำลังจึงแกล้งกระแทกสะโพกสวนเอวบางอย่างไม่ผ่อนแรง“อะ…ลึก อื้ออออ” ฝ่ามือแกร่งจับยึดสะโพกนุ่มมือไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะขยับหนี ดวงหน้าหวานที่เคยเชิดขึ้นฟุบลงบนบ่าแกร่ง เสียงครางหวานที่คล้ายเสียงสะอื้นไห้เข้าไปทุกทีดังประสานกับจังหวะเนื้อกระทบเนื้อถี่กระชั้น“อ๊า จะไม่ไหว…แล้…อื้อออ”โพรงอุ่นชื้นที่กระตุกรัดแน่นและถี่ขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่านางทาสคนโปรดของเขาใกล้จะเสร็จสมเต็มที ทั้งที่เพิ่งจะอวดดีขย่มเขาได้ไม่เท่าไหร่“ข้างในรัดผมแรงขนาดนี้จะเสร็จแล้วเหรอคะ” ฝ่ามือแกร่งข้างหนึ่งกอบกุมข้อมือเล็กสองข้างที่ถูกมัดไว้ ส่วนอีกข้างก็เลื่อนลงไปขยำสะโพกอวบนุ่มมือด้วยความมันเขี้ยว“อ๊ะ…จะ…เสร็จ”“ก็เสร็จสิคะ” น้ำเสียงต่ำพร่าที่มาพร้อมกับท้องนิ้วแกร่งที่เคล้นคลึงลงมาที่จุดรวมความกระสันเหนือกลีบดอกไม้ฉ่ำวาวทำคนบนตักแทบขาดใจ“อื้อออออ” ร่างเล็กกระตุกเกร็งเมื่อข้ามไปแตะขอบความปรารถนาในที่สุด ทว่ายังไม่ทันที่จะได้หอบเอาอากาศเข้าป
มื้อเช้าในรถจบลงด้วยการที่มาเฟียหนุ่มนั่งอ่านเอกสารในแล็ปท็อปต่อ ขณะที่นางทาสในปกครองกำลังเช็ดทำความสะอาดคราบอะไรต่อมิอะไร ที่เปรอะเปื้อนบริเวณเนินหน้าอกขาวอมชมพูด้วยอารมณ์หลากหลายใจหนึ่งก็อยากคว้าเอาปืนที่อีกฝ่ายวางไว้ใกล้ตัวมายิงแสกหน้าไอ้คนใจบาปจอมรีดไถคนนี้ให้มันตาย ๆ ไปซะ ทว่าอีกใจกลับรู้สึกหว
รถหรูคันใหญ่ที่ภายในกว้างขวางและเป็นส่วนตัวเพราะกระจกชนิดพิเศษ ที่ทั้งกันกระสุนและดำทึบจนคนภายนอกไม่สามารถมองเข้ามาได้ แล่นออกไปตามท้องถนนที่ค่อนข้างโล่งในช่วงเช้าวันหยุดไม่มีเสียงเพลงหรือแม้แต่เสียงข่าวจากวิทยุดังลอดออกมา เพราะโซนคนขับกับห้องผู้โดยสารถูกกั้นด้วยกระจกหนาทึบกันกระสุนไม่ต่างจากกระจกบ
บ้านศิรวศินห้วงเวลาดึกสงัดในคืนฝนเทกระหน่ำเพราะพายุเข้า หญิงสาวที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันกำลังดำดิ่งในห้วงความฝัน ภาพครอบครัวที่อยู่พร้อมหน้าฉายวนซ้ำไปมาในหัว ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไป แล้วแทนที่ด้วยภาพหลุมศพของพ่อแม่ ตอกย้ำว่าผู้เป็นที่รักทั้งสองได้จากเธอไปแล้วจริง ๆร่างสั่นเทิ้มยืนสะอื้นไห้กลางสายฝนเพ
บ้านศิรวศินหลังจากที่ธารเดือนหอบสังขารและจิตใจที่บอบช้ำกลับมาที่บ้านได้ ความเฮงซวยในชีวิตก็ยังไม่หยุดพุ่งเข้าใส่ เบื้องหน้าเธอมีบุคคลคุ้นหน้าคุ้นตานั่งรออยู่ด้วยท่าทีวางอำนาจ ราวกับว่านี่เป็นบ้านของตน“ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอมันเสียมารยาทไม่รู้หรือไง” ทันทีที่เห็นหน้าคุณหนูของบ้าน คำพูดค่อนแคะก็ดังแหวกอา







