LOGINมื้อเช้าในรถจบลงด้วยการที่มาเฟียหนุ่มนั่งอ่านเอกสารในแล็ปท็อปต่อ ขณะที่นางทาสในปกครองกำลังเช็ดทำความสะอาดคราบอะไรต่อมิอะไร ที่เปรอะเปื้อนบริเวณเนินหน้าอกขาวอมชมพูด้วยอารมณ์หลากหลาย
ใจหนึ่งก็อยากคว้าเอาปืนที่อีกฝ่ายวางไว้ใกล้ตัวมายิงแสกหน้าไอ้คนใจบาปจอมรีดไถคนนี้ให้มันตาย ๆ ไปซะ ทว่าอีกใจกลับรู้สึกหวาดหวั่นอย่างยากที่จะบรรยาย เพราะหากไม่มีราฟาเอลเธอก็อาจจะได้ตายเช่นกัน
อย่างน้อยก็ไอ้อาเศษสวะคนเมื่อวาน ที่มันพร้อมจะฝังกลบร่างเธอไว้ข้างหลุมศพพ่อแม่ตลอดเวลา
ช่างมัน
ก็แค่เซ็กส์
ก็แค่ทำทานให้หมาบ้ามันก็เท่านั้น
“จะด่าอะไรก็ให้นึกถึงตอนที่เธอ 'ร่อน' อยู่บนตัวฉันด้วยนะธารเดือน” ประโยครู้ทันออกจากปากนายเหนือหัวลูเธอร์ ทั้งที่ตาคู่คมยังคงวางไว้ที่เอกสารในมือ เขาไม่ได้มองหน้าเธอเลยด้วยซ้ำ ทำไมถึงได้รู้ว่าเธอกำลังก่นด่าอยู่ในใจ
ปีศาจชัด ๆ
“ฉันไม่ได้เต็มใจสักหน่อยค่ะ”
เพราะคนใจบาปบางคนที่เอาแต่ไล่ต้อนเธอให้พ่ายแพ้ต่อสัญชาตญาณส่วนลึกต่างหาก
“ก็ถ้าเต็มใจแล้วมันได้แค่นี้ก็…”
“ได้แค่นี้แหละค่ะ เพราะฉะนั้นคุณชายก็รีบเบื่อฉันสักที”
“เธอพูดเหมือนกับว่าเป็นฉัน…ที่กำลังติดใจเธอ?”
ก็แล้วใครมันเป็นคนเริ่มกันล่ะ
“ช่างเถอะค่ะ มันจบไปแล้ว ฉันไม่อยากพูดถึงมันอีก”
“นั่นสิ”
วืดดดด
โดยไม่ทันตั้งตัวร่างบางของคุณหนูตระกูลย่อย ที่นั่งอีกฝั่งของตัวรถก็ปลิวติดมือแกร่งของราฟาเอลมา ทำให้ตอนนี้ระยะห่างที่เคยมีก่อนหน้าลดลง จนคนตัวเล็กกว่าเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ
นัยน์ตาสีอำพันคมดุจ้องมองใบหน้าตื่นตระหนกของคนปากดีเมื่อครู่ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาวางไว้ที่หน้าอกขนาดพอดีตัว ที่ตอนนี้มีรอยจ้ำสีแดงระเรื่อหลายจุด รวมถึงคราบความปรารถนาของเขาที่ยัยเด็กนี่ยังเช็ดไม่หมดสักที
ขัดใจฉิบหาย
เพราะปากเล็ก ๆ นั่นเอาแต่เถียงเขา ถึงได้ยังทำความสะอาดเนื้อตัวไม่เรียบร้อย
“เซ็กส์ห่วย ๆ ของเธอไม่ได้น่าจดจำเลยสักนิด” ปากร้ายกาจของมาเฟียหนุ่มยังคงเอ่ยปรามาสคนตัวเล็กกว่า ทว่ามือแกร่งกลับดึงทิชชูเปียกออกมาเช็ดคราบเหนียวเหนอะหนะ ที่มีเขาเป็นต้นเหตุออกให้อย่างเบามือ
ไม่เป็นงานแล้วยังจัดการตัวเองชักช้า
ระคายสายตาเป็นบ้า
ขณะที่มือแกร่งยังคงเช็ดทำความสะอาดเนื้อตัวให้คนตัวเล็กตรงหน้า มุมปากหยักก็ยกขึ้นหนึ่งข้างเมื่อนึกประโยคถากถางคนปากดีขึ้นมาได้อีกครั้ง
“แต่กลิ่นเธอเวลาที่มันผสมเข้ากับ…”
“หยุดนะ!”
หึ
รอยยิ้มร้ายกาจก่อนหน้ากว้างขึ้นทันที ที่เด็กในปกครองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อีกครั้ง
ยัยคุณหนูตระกูลย่อยไม่รู้จักเก็บอาการเสียบ้าง
จุดอ่อนมีอะไร ตรงไหนเขามองมันออกทั้งหมด
ยิ่งคนตรงหน้ากระดากกับคำพูดลามกของเขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอยากแกล้งให้ไฟอุ่น ๆ มาสุมรวมกันที่หัวเล็ก ๆ นั่นมากขึ้นเท่านั้น
ที่ราฟาเอลพูดเมื่อครู่นั้นมีความจริงปะปนอยู่บ้าง นอกเหนือจากการแกล้งพูดลามกให้อีกฝ่ายตกใจเล่น กลิ่นกายของธารเดือนยังคงลอยวนอยู่ในโสตประสาทของมาเฟียหนุ่ม กลิ่นหอมหวานละมุนของดอกไม้ป่าบางชนิดที่เขานึกชื่อไม่ออก ทว่าเมื่อมันเจือปะปนเข้ากับกลิ่นน้ำหอมอบอุ่นลุ่มลึกเฉพาะตัวบนตัวเขา กลับทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีได้อย่างประหลาด
อย่างน้อยยัยเด็กนี่ก็ไม่ได้แย่ไปซะทุกอย่าง
ความไม่ประสีประสาบวกกับกลิ่นหอมหวานบริสุทธิ์นั่นสามารถดึงดูด มอมเมาใครก็ตามที่เผลอเข้าใกล้ได้ไม่ยาก ทว่าไม่ใช่กับเขา…
ก็ดี
นั่นแปลว่าหมาบางตัวที่เขาใช้เธอล่อก็คงจะติดกับได้ไม่ยาก
บรรยากาศภายในรถเงียบสงบลงเท่านั้น เมื่อมาเฟียหนุ่มยอมหยุดแกล้งแล้วหันไปสนใจเอกสารการประชุมตรงหน้าต่อ ไม่นานรถคันหรูก็จอดสนิทที่ร้านอาหารเช้าง่าย ๆ ที่ถูกจองไว้ล่วงหน้า เวลาช่วงเช้าหมดไปกับการทานมื้อเช้าและไปตรวจร่ากายที่โรงพยาบาล ก่อนที่เขาจะกลับมาส่งเธอที่บ้านในช่วงสายของวัน
“เดี๋ยว” เสียงราบเรียบเมื่อครู่ทำให้ร่างบอบบางที่กำลังจะเดินเข้าตัวบ้านหันมาตามเสียงเรียกทันที
“พรุ่งนี้เข้ามาหาฉันที่กาสิโนด้วย”
“ไปทำไมคะ”
“ออกรถ” จบประโยคกระจกนิรภัยสีเข้มก็เลื่อนขึ้นจนปิดสนิทพร้อมกับที่รถหรูเคลื่อนตัวออกไป
ไอ้…
ธารเดือนได้แต่ก่นด่าสาปแช่งมาเฟียจอมเผด็จการไล่หลัง โดยลืมไปว่ายังมีคนของลูเธอร์ยืนประกบอยู่ไม่ห่าง ครั้นจะหมุนตัวเดินเข้าบ้านก็เห็นสายตาเรียบนิ่งคาดเดาอารมณ์ได้ยากของเบนจามินจ้องมองอยู่ก่อน
กรรม
หวังว่าคนพวกนี้จะไม่รายงานผู้เป็นนายหรอกนะว่าเธอก่นด่าสาปแช่งอะไรเขาไว้บ้าง
ให้ตาย การใช้ชีวิตใต้เงาราฟาเอลไม่ง่ายเลยสักนิด
ราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา
ภายในห้องโถงใหญ่ของบ้านคนตระกูลใต้ปีกลูเธอร์มีแขกคนสำคัญนั่งรอผู้เป็นเจ้าของบ้านอยู่ด้วยท่าทีสบาย ๆ
ราฟาเอลจิบกาแฟที่ภรรยาเจ้าของบ้านเอามาต้อนรับพลางพูดคุยกับลูกสาวตัวเล็กที่อายุไม่น่าเกินห้าขวบไปด้วยอย่างเป็นมิตร
“คุณอาดูนี่ เฌอลินวาดเองค่ะ” ภาพวาดเด็กอนุบาลหลายภาพถูกมือเล็กป้อมส่งมาตรงหน้ามาเฟียหนุ่มพร้อมกับเสียงพูดเจื้อยแจ้วอวดผลงานท่ามกลางสายตาหวาดหวั่นของผู้เป็นแม่และมือซ้ายคนสนิทอีกคนที่ยืนไม่ห่างจากผู้เป็นนายคอยระแวดระวังรอคำสั่งตามหน้าที่
“ชอบวาดรูปเหรอครับ” น้ำเสียงราบเรียบใจดีเอ่ยถามเด็กตัวเล็กตาประกายที่กำลังอวดผลงานทีละแผ่นพลางใช้มือแกร่งหยิบกระดาษหลากสีขึ้นมาดูไปพลาง
“ชอบค่ะ นี่ ๆ เฌอลินวาดตอนปะป๊ากับแม่พาเฌอลินไปเที่ยวแล้วก็มีเจ้าเหมียวไปด้วย” น้ำเสียงสดใสสมวัยเอ่ยบอกคุณชายใหญ่ลูเธอร์อย่างไร้เดียงสา มือแกร่งจึงส่งไปลูบศีรษะเด็กน้อยข้างกายด้วยความเอ็นดูเป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าของบ้านเดินเข้ามาพอดี
“คะ…คุณชายใหญ่” สิ้นเสียงไม่คงที่ร่างท้วมในชุดสูทสีเข้มก็กุลีกุจอเข้ามาเคารพแขกที่ชาตินี้ไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะมาเหยียบที่นี่ ราวกับรู้งานภรรยาเจ้าของบ้านรีบพาลูกสาวตัวน้อยออกไปเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวกับแขกและสามีทว่ากลับลืมหยิบกระดาษผลงานวาดภาพระบายสีของลูกสาวติดมือไปด้วย
“สะ…สวัสดีครับ คุณชายใหญ่ให้เกียรติมาถึงที่นี่มีธุระสำคัญสินะครับ” น้ำเสียงไม่คงที่นักเลือกรักษามารยาทที่นาน ๆ จะมีด้วยการเปิดบทสนทนาทักทาย ทว่าแขกคนสำคัญตรงหน้ากลับเอาแต่หยิบกระดาษผลงานวาดภาพของลูกสาวเขามาดูโดยไม่สนใจสบตาผู้พูดแม้แต่น้อย
ใช่ มาเฟียหนุ่มเลือกที่จะไม่รักษามารยาทกลับ เขาเอาแต่จดจ้องมองดูภาพวาดเด็กอนุบาลตรงหน้าทีละแผ่น
ทีละแผ่น
ด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับผืนน้ำทว่ากลับสร้างความตึงเครียดให้กับคู่สนทนาเพราะไม่อาจคาดเดาอารมณ์หรือความคิดของคนตรงหน้าได้
อีกทั้งเสียงกระดาษยามที่มือแกร่งสัมผัสไปมาสร้างความหวาดหวั่นให้ก่อตัวขึ้นในใจคนฟังอย่างน่าประหลาด บรรยากาศรอบตัวที่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกกะทันหันทั้งที่มาเฟียตรงหน้ายังไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือไปจากการมองดูกระดาษในมือเรียกเหงื่อเจ้าของบ้านให้ผุดขึ้นมาทั่วทุกรูขุมขนกว้างอย่างควบคุมไม่ได้
พวกวัวสันหลังหวะ
มือแกร่งวางกระดาษในมือลงบนโต๊ะกลางตรงหน้าก่อนที่นิ้วเรียวจะเคาะเบา ๆ ที่รูปภาพก่อนจะปรายตาคมไปมองเจ้าของบ้านที่นั่งหน้าถอดสีอย่างปิดไม่มิดเมื่อพอจะคาดเดาได้ว่าคุณชายใหญ่ตระกูลหลักอุตส่าห์ถ่อมาถึงที่นี่ทำไม
“ลูกสาวคุณมีพรสวรรค์นะ” เสียงเคาะโต๊ะกระจกราคาแพงด้วยจังหวะช้า ๆ ไม่ต่างจากเสียงย่ำเท้าของมัจจุราช เนิบช้า แผ่วเบาทว่าสามารถกระชากสติคนฟังได้อย่างน่าหวาดหวั่น
ยิ่งจังหวะการเคาะช้าลงเท่าไหร่ อัตราการเต้นของหัวใจคนฟังก็รัวเร็วมากขึ้นเท่านั้น
เพราะความเลือดเย็นและอำนาจในมือนายเหนือหัวตรงหน้าสามารถช่วงชิงลมหายใจคู่สนทนาได้ทุกวินาที
“ขะ…ขอบคุณครับ” เสียงแหบแห้งเปล่งออกมาอย่างยากลำบากเมื่อบรรยากาศรอบตัวเริ่มทำให้เขารู้สึกอึดอัดจนยากต่อการหายใจ นัยน์ตาสีอำพันดุจนักล่าตัวใหญ่ของผู้นำลูเธอร์ไม่ต่างจากมีดปลายแหลมนับพันที่กำลังจ่อมาที่ลำคอแห้งผาก
มันกำลังกลัวตาย
ท่าทีหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติของเจ้าบ้านทำให้รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าคมคายของมาเฟียหนุ่มก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ความหวาดกลัวของคนฟังยิ่งก่อตัวสูงขึ้นในใจ
“มือข้างที่ใช้วาดคงล้ำค่ามาก” เสียงเย็นราบเรียบที่เอ่ยออกมาไม่ต่างจากมีมือนับร้อยจากนรกภูมิพุ่งมากระชากหัวใจผู้เป็นพ่อให้ร่วงหล่นลงไปเมื่อไล่ตามความคิดของมาเฟียตรงหน้าทัน
ความเย็นยะเยือกจากผู้นำลูเธอร์ลามเลียไปทั่วทั้งแผ่นหลังชื้นเหงื่อก่อนจะแช่แข็งทุกเซลล์ของร่างกายคนฟังในประโยคถัดมา
“แล้วถ้าไม่มีมันซะล่ะ”
ฟึบ!
ร่างท้วมที่ก่อนหน้านั่งสติหลุดตัวแข็งทื่อรีบทรุดลงไปคุกเข่าต่อหน้านายเหนือหัวลูเธอร์ทันทีที่สัญชาตญาณของความเป็นพ่อทำงาน
“ดะ…ได้โปรดอย่าทำอะไรลูกสาวผมเลยนะครับนายท่าน” เศษสวะที่กำลังตัวสั่นเอ่ยไปพลางก้มหัวขอร้องผู้นำตระกูลหลักอย่างขอความเห็นใจ ทว่าภาพตรงหน้ากลับทำให้นัยน์ตาสีอำพันคู่คมที่ราบเรียบมาตลอดฉายแววโทสะน่ากลัวอย่างไม่คิดปิดบัง มุมปากหยักเหยียดยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ
“กับลูกตัวเองหวงฉิบหายแล้วกล้าดียังไงไปทำลูกสาวคนอื่นเจ็บ”
ประโยคเย็นยะเยือกเมื่อครู่เรียกภาพที่เขาบันดาลโทสะกับหลานสาวเมื่อวานให้ลอยวนเข้ามาย้ำเตือนในการมาครั้งนี้ของนายเหนือหัวตระกูลหลัก ศีรษะดำสลับขาวก้มลงต่ำกว่าเดิมในวินาทีนั้นเมื่อความหวาดกลัวแทรกซึมเข้ามาเกาะกุมในใจอย่างบ้าคลั่ง
“ขอโทษครับนายท่าน โปรดให้อภัยด้วยครับ!”
“ข้างไหนที่ตบหน้าธารเดือน” เสียงแหบทุ้มเปี่ยมอำนาจเอ่ยถามก่อนที่ร่างท้วมสั่นระริกจะค่อย ๆ หยัดตัวขึ้นจากพื้นพรมแล้วยกมือขวาขึ้นเหนือศีรษะอย่างช้า ๆ
ปัง!!!
ควันสีขุ่นลอยออกจากปากกระบอกปืนขณะเดียวกับที่เลือดสีสดไหลอาบแขนขวาของคนตรงหน้าที่กุมมือกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อกระสุนเงาวับพุ่งทะลุฝ่ามือขวาทันทีที่ตอบคำถามมาเฟียตรงหน้าจบ
“การหวังให้ธารเดือนมาขอให้ฉันสนับสนุนพรรคของแกมันสิ้นคิด เศษสวะที่อยากจะปีนขึ้นที่สูงด้วยวิธีลัดรู้ไหมว่าชะตากรรมพวกมันจะเป็นยังไง”
จบประโยคปลายกระบอกปืนร้อนในมือแกร่งก็เลื่อนไปจ่อที่เบ้าตาข้างหนึ่งของคู่สนทนาสร้างความหวาดกลัวให้เสียดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณคนฟังจนไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตา
ความสำนึกผิดสวนทางกับความลืมตัวหยิ่งผยองก่อนหน้าเมื่อความตายก้าวเข้ามาประชิดตัว
นัยน์ตาสีอำพันดุดันทว่าเรียบนิ่งมองไปที่คนในตระกูลใต้ปกครองด้วยความสมเพชก่อนที่นิ้วแกร่งจะออกแรงเหนี่ยวไก
แกร๊ก
คราวนี้ไม่มีกระสุนพุ่งออกจากปลายกระบอกปืนราคาแพงทว่าคนถูกไว้ชีวิตกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตายช้า ๆ ความหวาดกลัวสุดขีดเป็นสิ่งที่มนุษย์รับมือได้ยากและเมื่อครู่ราฟาเอลก็เพิ่งจะหยิบยื่นมันมาให้เขาเพื่อให้จำใส่กะโหลกกลวงนั่นเอาไว้ว่าไม่ควรทำอะไรโง่ ๆ แบบเมื่อวาน
“หวังว่ารูที่มือจะช่วยเตือนสมองสิ้นคิดของแกว่าควรแตะหรือไม่ควรแตะอะไร” จบประโยคมือแกร่งก็ส่งกระบอกปืนให้มือซ้ายคนสนิทก่อนจะปรายตามองไปตามเสียงกรีดร้องของภรรยาที่กอดลูกสาวตัวน้อยไว้ไม่ให้เห็นภาพความรุนแรงที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่
เย็นชา ไม่ปรานีและไร้ซึ่งความเห็นใจใด ๆ
ร่างแกร่งหมุนตัวเตรียมเดินออกจากที่เกิดเหตุนองเลือดทว่าขาแกร่งกลับหยุดชะงักแล้วหันใบหน้าคมดุมาปรายตามองเศษสวะตรงพื้นแล้วเอ่ยต่อ
“แล้วก็…รักษาไว้ให้ดีล่ะ มือลูกสาวสุดที่รักของแก” จบประโยคคาดโทษมาเฟียหนุ่มก็เดินตรงไปขึ้นรถประจำตัวที่จอดรออยู่ ก่อนจะจากไปเหลือทิ้งไว้เพียงความหวาดหวั่นและความกลัวที่หยั่งรากลึกลงไปกลางจิตใต้สำนึกคนฟังอย่างที่ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีทางสลัดมันออกไปได้
ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
“จูบมันหน่อยค่ะ” ภรรยาคนสวยทำตามคำขออย่างว่าง่าย ริมฝีปากนุ่มบรรจงจุมพิตเบา ๆ ที่ส่วนหยักโค้งฉ่ำเยิ้มอ่า…สัมผัสแผ่วเบา ทะนุถนอม กอปรกับดวงตากลมโตที่ช้อนมองขึ้นมาไม่ว่าจะเห็นภาพนี้กี่ครั้งเขาก็ยังใจเต้นแรงจนแทบบ้าทุกครั้งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมียเขาเซ็กซี่กว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยเจอมา“เอานมทูนหัวมาทำแทนปากสิคะ” สายตาเชื้อเชิญที่เจือไปด้วยความร้อนแรง กอปรกับใบหน้าประณีต คมคายภายใต้แสงเงาสลัวจากดวงไฟดาวน์ไลท์ดวงเล็ก ๆ ตรงหัวเตียง ทำให้มาเฟียหนุ่มดูเซ็กซี่ขึ้นเป็นเท่าตัว“แบบนี้เหรอคะ”“ดีค่ะ อืมมมม” ฝ่ายถูกเอาใจคำรามพร่าในลำคอแกร่งภาพมาเฟียหนุ่มที่เชิดหน้าขึ้นสูดปากระบายความเสียวซ่าน ยิ่งทำให้คนข้างล่างอยากเอาใจ ริมฝีปากเล็ก ๆ จึงจุมพิตที่ส่วนปลายหยักโค้งอีกครั้งก่อนจะเร่งจังหวะรูดรั้งตัวตนอุ่นร้อนที่โอบล้อมไปด้วยเส้นเลือดด้วยหน้าอกนุ่ม“เด็กดี อืมมม…” คนถูกปรนเปรอคำรามต่ำ พลางส่งมือแกร่งไปลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนของคนตรงหน้าแผ่วเบา ก่อนที่ท้องนิ้วจะเลื่อนลงมาคลึงที่ยอดอกสีสวยสองข้างเอาใจคนสวยขาของเขาบ้าง“อ๊ะ…” ยิ่งอีกฝ่ายเผยอปากสีสวย ครางหวานเขาก็ยิ่งอยากปริแตกเดี๋ยวนั้น“เสร็จใส่นมทูนหั
“ไปอุ้มโจไซอาห์มานอนด้วย” รอยยิ้มบางของคนรู้ทันผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายไม่แพ้กัน ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามคนเป็นพี่ไปอย่างว่าง่ายหลังจากปารัณอุ้มนายน้อยลูเธอร์ที่กำลังหลับลึกออกจากห้องนอนใหญ่ไปแล้ว ร่างกายสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มก็เอนลงไปนอนซ้อนหลังคนที่กำลังฝันดีในห้วงนิทรา มืออุ่นแทรกเข้าไปลูบไล้หน้าท้องนวลเนียนของคนรักแผ่วเบา“อื้อออ” คนโดนรบกวนส่งเสียงร้องประท้วงทั้งที่ยังหลับลึก กว่าจะรู้ตัวว่าแพนตี้ตัวบางถูกมือแกร่งรั้งออกไปจากเรียวขาสวย ก็ตอนที่ร่างกายสูงใหญ่แทรกเข้ามากลางกาย“ราล์ฟ…อื้อ” คำพูดเมื่อครู่อันตรธานไป เมื่อริมฝีปากร้อนบดจูบลงมาช่วงชิงเอาทุกสิ่งทุกอย่างกะทันหัน ขณะที่มือแกร่งสองข้างก็แทรกเข้าไปใต้เนื้อผ้า กอบกุมฐานเต้าอวบอิ่มสองข้างอย่างเอาแต่ใจไปพร้อม ๆ กับที่ตัวตนแข็งขืนจงใจเสียดสีส่วนบอบบางกลางกายที่เปลือยเปล่าของคนใต้อาณัติไปด้วยจูบล้ำลึกดำเนินไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ปล่อยให้เธอได้มีโอกาสต่อรองราฟาเอลรุกไล่ กวาดต้อนเธอทุกทาง ทั้งเรียวลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัด ฝ่ามืออุ่นที่บีบเคล้นสองเต้าอวบ รวมถึงท่อนเนื้อใต้กางเกงที่เสียดสีกลางกลีบดอกไม้ฉ่ำเยิ้มนั่นทั้งหมดที่เ
7 ปีให้หลัง“ว่าไง” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามคิริลล์ผ่านหูฟังบลูทูท ขณะที่ยืนกอดอกพิงผนังมองเบนจามินประเคนเท้าหนัก ๆ ให้ใครบางคนอยู่กลางโถงบ้านหลังใหญ่ใจกลางย่านเศรษฐกิจหลังหนึ่ง[มึงอยู่ไหนเสี่ย]“มึงก็รู้คิริลล์”[บ้านคู่กรณีเฮียขา?]“อืม”[บอกกูทีว่ามึงไม่ได้กำลังใช้ความรุนแรงจบปัญหา]“กูไม่ได้ใช้” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยตอบปลายสาย พลางจรดก้นบุหรี่นอกราคาแพงลงบนริมฝีปากได้รูป ก่อนที่เกลียวควันสีขุ่นจะฟุ้งไปในอากาศ[สมกับเป็นมึงเลยราล์ฟ]“แต่เบนจามินใช้”[ฉิบหาย] เสียงสบถจากปลายสายทำให้เรียวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย เพราะคนอย่างคิริลล์ไม่น่าสบถเพียงเพราะเขาใช้กำลังสั่งสอนไอ้พวกเศษสวะไร้สำนึก มีแต่จะเห็นด้วยแล้วร่วมวงเสียมากกว่า“อะไร?” [ขอโทษนะเสี่ย]“เรื่อง?”[คือว่า…พวกกูไม่ได้ตั้งใจ แค่จะมาเรียกขวัญให้เฮียขาเฉย ๆ]“มาสอนอะไรพิเรนทร์ให้ลูกกูสิไม่ว่า เดี๋ยวนะ…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เมื่อมาเฟียหนุ่มเริ่มคาดเดาสถานการณ์บางอย่างจากคำพูดแปลก ๆ ของคุณชายสามได้[ครับเสี่ย]แม่ง…“บอกกูทีว่าเมื่อกี้ไม่ใช่การล่อซื้อ” [เมียมึงได้ยินทั้งหมดแล้วครับนายเหนือหัว]ฉิบหาย…คฤหาสน์ลูเธอร์แรงกดข่มเ
ราวสามชั่วโมงต่อมาการตรวจร่างกายเบื้องต้นเสร็จสิ้นก่อนที่มาเฟียหนุ่มที่ต้องออกไปสะสางงานด่วนเพิ่งจะกลับเข้าบ้านมา ช่วงขายาวรีบเดินตรงไปหาคนเป็นภรรยาด้วยหัวใจที่ว้าวุ่นกว่าปกติ“เป็นไงบ้างคะ หมอว่าไง” ภาพที่คนตัวเล็กนอนดูหนังเรื่องโปรดด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าเมื่อตอนบ่ายทำให้เขาใจชื้นขึ้นมา ทว่ายังไม่ทันที่จะได้คำตอบจากอีกฝ่ายสูทสีเข้มและเนกไทก็ถูกคนสวยขาช่วยจัดการถอดออกอย่างที่เคยทำ พร้อมกับประทับจุมพิตแผ่วเบาที่แก้มเกลี้ยงเกลาแล้วเปรย“อาบน้ำก่อนนะคะ หนูเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว”“บอกก่อนว่าทุกอย่างโอเค”“หนูดีขึ้นแล้วค่ะ ไปอาบน้ำก่อนนะแล้วมาดูหนังกัน” นายเหนือหัวลูเธอร์ทำตามที่ภรรยาบอกอย่างว่าง่าย เขาใช้เวลาอาบน้ำคิดทบทวนสิ่งที่ค้างคาใจเกี่ยวกับอาการของคนรัก ทว่าที่สุดแล้วมาเฟียหนุ่มก็สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปเนื่องจากหมอประจำตระกูลไม่ได้แจ้งอะไรมากไปกว่าภรรยาของเขาพักผ่อนน้อย ความคิดที่ว่าอีกฝ่ายจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือตั้งครรภ์จึงถูกชำระล้างไปพร้อมกับสายน้ำในที่สุดหนังเรื่องโปรดถูกเปิดคลอไป ขณะที่คนสองคนใช้เวลาส่วนตัวด้วยกันบนเตียงกว้าง ทว่าสมาธิที่ควรจะจดจ่ออยู่ที่หนังตรงหน้ากลับถูกรบ
สุสานสายลมเอื่อยของต้นฤดูหนาวพัดเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนให้พลิ้วไปตามแรงลมเบาบาง หญิงสาวหลับตาพริ้มประสานมือเล็กเข้าด้วยกันราวกับกำลังอธิษฐานกับหลุมศพสองหลุมตรงหน้าเป็นครั้งที่สามแล้วที่มาเฟียหนุ่มมองดูดวงหน้าหวานด้านข้างของภรรยาที่หลับตาพริ้มรำลึกถึงผู้ให้กำเนิดทั้งสองแม้ในอดีตผู้ล่วงลับทั้งคู่จะกระทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยกับตระกูลหลัก ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกนายเหนือหัวอย่างเขาทิ้งไว้เบื้องหลังแล้วทั้งหมดตอนนี้สถานะของเขาคือสามีของลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อและคุณแม่ผู้ล่วงลับ นอกจากเขาจะสามารถเคารพหลุมศพของคนทั้งคู่ได้อย่างเต็มหัวใจแล้ว เขายังคงรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อหน้าผู้ล่วงลับในวันแรกที่มาขออนุญาตดูแลลูกสาวของคนทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี“วันนี้คุยกับคุณพ่อคุณแม่นานกว่าทุกปี มีอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงแหบทุ้มเอ่ยถามพลางส่งฝ่ามือแกร่งไปลูบศีรษะของภรรยาด้วยความรักใคร่อย่างที่ชอบทำ“เล่าเรื่องทั่วไปน่ะค่ะ แล้วก็…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เพียงครู่ก่อนที่รอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนตรงหน้าจะถูกส่งมาชโลมใจมาเฟียหนุ่ม“หืม แล้วก็อะไรคะ”“แล้วก็ ขอให้พวกท่านหมดห่วงจริง ๆ
“แรงอีกหน่อยสิคนดี” มันเร้าใจจนเขาอยากจับยัยเด็กอวดดีของเขากระแทกแรง ๆ จนเสร็จสมเดี๋ยวนั้น“แบบนี้…อ๊า เหรอคะ”“อ่า…ยั่วฉิบหาย” ด้วยความมันเขี้ยว กอปรกับแรงอารมณ์ที่โถมซัด คนมากกำลังจึงแกล้งกระแทกสะโพกสวนเอวบางอย่างไม่ผ่อนแรง“อะ…ลึก อื้ออออ” ฝ่ามือแกร่งจับยึดสะโพกนุ่มมือไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะขยับหนี ดวงหน้าหวานที่เคยเชิดขึ้นฟุบลงบนบ่าแกร่ง เสียงครางหวานที่คล้ายเสียงสะอื้นไห้เข้าไปทุกทีดังประสานกับจังหวะเนื้อกระทบเนื้อถี่กระชั้น“อ๊า จะไม่ไหว…แล้…อื้อออ”โพรงอุ่นชื้นที่กระตุกรัดแน่นและถี่ขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่านางทาสคนโปรดของเขาใกล้จะเสร็จสมเต็มที ทั้งที่เพิ่งจะอวดดีขย่มเขาได้ไม่เท่าไหร่“ข้างในรัดผมแรงขนาดนี้จะเสร็จแล้วเหรอคะ” ฝ่ามือแกร่งข้างหนึ่งกอบกุมข้อมือเล็กสองข้างที่ถูกมัดไว้ ส่วนอีกข้างก็เลื่อนลงไปขยำสะโพกอวบนุ่มมือด้วยความมันเขี้ยว“อ๊ะ…จะ…เสร็จ”“ก็เสร็จสิคะ” น้ำเสียงต่ำพร่าที่มาพร้อมกับท้องนิ้วแกร่งที่เคล้นคลึงลงมาที่จุดรวมความกระสันเหนือกลีบดอกไม้ฉ่ำวาวทำคนบนตักแทบขาดใจ“อื้อออออ” ร่างเล็กกระตุกเกร็งเมื่อข้ามไปแตะขอบความปรารถนาในที่สุด ทว่ายังไม่ทันที่จะได้หอบเอาอากาศเข้าป
เสียงเพลงสากลจังหวะสบาย ๆ ที่ถูกเปิดคลอไปเบา ๆ กอปรกับบรรยากาศยามดึกสงัดเย็นสบายต่างจากอุณหภูมิในร่างกายเล็กที่ไต่ระดับสูงขึ้นอย่างยากจะควบคุมแม้สถานการณ์ในตอนนี้จะไม่ได้ล่อแหลมอะไร ทว่าการที่เธออยู่ใกล้เขาในระยะประชิด กอปรกับที่นัยน์ตาสีอำพันยากจะอ่านคู่นั้นเอาแต่วางไว้ที่ใบหน้าเห่อร้อนของเธอยิ่ง
คฤหาสน์ลูเธอร์ประตูห้องมาสเตอร์เบดรูมถูกเปิดออกก่อนที่นัยน์ตาสีอำพันจะกวาดมองหาใครบางคนหลังจากที่หมอประจำตระกูลเข้ามาตรวจร่างกายของคุณหนูในปกครองแล้วรายงานผลไปยังมือซ้ายคนสนิทอย่างไทเลอร์ มาเฟียหนุ่มก็ส่งต่องานให้คุณชายรองอย่างเนธานแล้วกลับมาถึงคฤหาสน์ลูเธอร์แห่งนี้ภายในไม่กี่นาทีด้วยความร้อนใจ…
ไคเซอร์คลับ ห้อง VVIPน้ำสีอำพันถูกกระดกลงคอพลันมือแกร่งก็หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดดูข้อความที่เพิ่งจะถูกส่งมาจากใครบางคน มุมปากหยักกระตุกยิ้มหนึ่งทีด้วยความพึงพอใจก่อนจะกดเข้าไปในช่องสนทนาMARCUS : ฝีมือมึงสินะRAPHAEL : ก็ฉลาดนี่MARCUS : มึงนี่มันเล่นสกปรกได้ทุกทางจริง ๆ ราล์ฟRAPHAEL : จะหยุดสงคร
ปัง! ปัง! ปัง!เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงที่นายเหนือหัวลูเธอร์เลือกที่จะมาระบายมวลอารมณ์หงุดหงิดในห้องซ้อมยิงปืนชั้นใต้ดินที่ออกแบบมาให้เก็บเสียงได้เป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้รบกวนแขกที่เข้าพักหรือลูกค้าที่กำลังเสี่ยงดวงอยู่เต็มพื้นที่ในโซนต่าง ๆ ของตึกสูงสี่สิบชั้นแห่งนี้ครืดดดลูกปืนนัดสุดท้ายพุ่งทะลุ







