LOGINรถหรูคันใหญ่ที่ภายในกว้างขวางและเป็นส่วนตัวเพราะกระจกชนิดพิเศษ ที่ทั้งกันกระสุนและดำทึบจนคนภายนอกไม่สามารถมองเข้ามาได้ แล่นออกไปตามท้องถนนที่ค่อนข้างโล่งในช่วงเช้าวันหยุด
ไม่มีเสียงเพลงหรือแม้แต่เสียงข่าวจากวิทยุดังลอดออกมา เพราะโซนคนขับกับห้องผู้โดยสารถูกกั้นด้วยกระจกหนาทึบกันกระสุนไม่ต่างจากกระจกบานอื่นของตัวรถ อีกทั้งกระจกบานเล็กหน้ารถก็ถูกปรับให้พ้นจากตำแหน่งที่ผู้เป็นนายเหนือหัวนั่งอยู่
ไม่ต่างจากการอยู่ในห้องปิดตายกันสองต่อสอง
บรรยากาศภายในรถชวนอึดอัดจนธารเดือนลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอหลายต่อหลายครั้ง เหงื่อชื้นผุดขึ้นที่ฝ่ามือเล็กอย่างควบคุมไม่ได้ สมองเอาแต่ครุ่นคิดอย่างหวาดระแวงว่ามาเฟียหนุ่มจะนึกสนุกสั่งให้เธอทำอะไรแผลง ๆ เหมือนเมื่อวานหรือไม่
หลุมหลบภัยเดียวของเธอทั้งน่าหวาดหวั่นและอันตราย
ไอ้คนใจบาปนี่ต้องโตมายังไงถึงเลือดเย็นและร้ายกาจได้ขนาดนี้
จู่ ๆ ความคิดที่ว่าตอนวัยเด็กคนคนนี้จะเป็นคนแบบไหนก็ผุดขึ้นมาในหัว
นัยน์ตาสีอ่อนลอบมองเสี้ยวหน้าคมคายของมาเฟียหนุ่ม ที่นั่งอ่านเอกสารในแล็ปท็อปตั้งแต่ขึ้นมานั่งในรถ ใบหน้าด้านข้างของราฟาเอลทั้งงดงาม ประณีต สมมาตรและดุดันแฝงไปด้วยอำนาจที่สามารถตรึงคนมองให้หยุดสายตาไว้ที่เขา
และราวกับถูกตรึงไว้ในห้วงนั้น เนิ่นนานที่คุณหนูในปกครองลูเธอร์ลอบมองเสี้ยวหน้าคมคายของคนข้างกายอย่างลืมตัว พลางจินตนาการถึงช่วงวัยเด็กของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่
กว่าจะรู้ตัวว่าคนถูกมองจับได้ ก็ตอนที่นัยน์ตาอำพันคู่คมปราดมองมา ทำคนตัวเล็กกว่าหันหน้าหนีแทบไม่ทัน
“เธอนี่ยังไง…” ประโยคเชิงต่อว่าถูกเอ่ยออกมาผ่านน้ำเสียงราบเรียบแหบทุ้ม พลันหว่างคิ้วสีอ่อนของคนตัวเล็กกว่าก็ปรากฏรอยย่นจาง ๆ พลางเงียบรอฟังถ้อยคำต่อว่าจากอีกฝ่ายต่อให้จบ
“เมื่อวานแอบด่าฉันในใจตั้งกี่รอบ มาวันนี้กลับเอาแต่แอบมองหน้าฉัน…” สิ้นเสียงแล็ปท็อปในมือแกร่งก็ถูกโยนไปตรงที่ว่างข้างตัว ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะจงใจโน้มเข้ามาใกล้ จนลมหายใจร้อนเป่ารดที่ใบหูซับสีระเรื่อของคนเด็กกว่า แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้คิ้วสีอ่อนขมวดเข้าหากันหนักกว่าเดิม
“ติดใจฉันหรือไง”
รอยยิ้มอย่างคนเหนือกว่าที่สะท้อนในนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน เรียกโทสะส่วนหนึ่งให้ขึ้นมาสุมรวมกันที่ศีรษะเล็กของคุณหนูในปกครอง ความร้อนกะทันหันบนหัวทำเอาคนเด็กกว่าขาดสติยับยั้งชั่งใจ กระทั่งเผลอพูดอะไรที่ไม่ควรออกไปในที่สุด
“คำว่าติดใจเขาเอาไว้ใช้กับอะไรที่มัน ‘ดี’ ไม่ใช่เหรอคะ” น้ำเสียงราบเรียบเน้นหนักที่คำว่า ‘ดี’ เป็นเชิงประชดเสียดสีคนตรงหน้า ไม่รู้ว่าวินาทีนั้นไปเอาความกล้ามาจากไหน กว่าจะรู้ตัวว่าเผลอสวนคนมากอำนาจอย่างเขาไปก็ตอนที่ริมฝีปากโพล่งออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด
เสียงแค่นหัวเราะในลำคอแกร่งดังขึ้นในวินาทีหลังจากจบประโยคนั้น พร้อมทั้งสายตาคมกริบที่มองมาทำเอาคนตัวเล็กกว่าเริ่มหายใจติดขัด
ซวยแล้วไง
ราฟาเอลกำลังคาดโทษเธอเพียงแค่ใช้สายตาคู่นั้น
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น เมื่อความเครียดพุ่งเข้าใส่กะทันหัน ก่อนที่วินาทีหลังจากนั้นจะเผลอกัดริมฝีปากล่างอย่างลืมตัวเพราะประโยคถัดมาของอีกฝ่าย
“เธอจะหมายความว่าฉันไม่ดี ไม่ถึงใจเธองั้นสิ”
คำพูดทุกคำราวกับถูกแช่แข็งไว้เดี๋ยวนั้น ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศยังไม่เย็นยะเยือกเท่าบรรยากาศรอบตัวของมาเฟียหนุ่มที่แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องโดยสาร
ระยะห่างที่มีก่อนหน้าค่อย ๆ ลดลง เมื่อร่างกายสูงใหญ่จงใจขยับเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น
“ไม่ดีแบบไหนถึงเอาแต่เรียกชื่อฉันไม่หยุด”
“ฉันไม่เคยทำแบบนั้นสักหน่อย คุณชายอย่ามามั่ว” คิ้วเข้มที่พาดเหนือนัยน์ตาสีอำพันลึกลับปรากฏรอยย่นจาง ๆ เมื่อได้ยินประโยคปฏิเสธจากคนเด็กกว่าตรงหน้า
อ่า ยัยเด็กนี่จำไม่ได้สินะ
แม้มันจะไม่ใช่ความหวังดีอะไร แต่ก็ถือเป็นน้ำใจที่คนอย่างเขาอุตส่าห์หยิบยื่นให้นางทาสอย่างยัยเด็กปากดีตรงหน้า
อย่างน้อยเธอก็ควรจะจำใส่หัว แล้วสำนึกบุญคุณเขาไปจนวันตาย ไม่ใช่มาทำปากกล้าขาสั่นใส่ผู้มีพระคุณท่วมหัวอย่างที่กำลังทำ
“เธอแน่ใจ?” เสียงเยือกเย็นถามย้ำอีกครั้ง ก่อนที่คนตัวเล็กข้างกายจะยืนยันกลับมาด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ มั่นคงกว่าครั้งไหน ๆ
“แน่ใจค่ะ”
หึ
“อ๊ะ!”
โดยไม่ทันตั้งตัวร่างบอบบางก็ถูกมือแกร่งรวบขึ้นไปนั่งทาบทับบนตักแกร่ง ก่อนจะรั้งเอวบางเข้ามาให้แนบชิดกับอกกว้างร้อนระอุ
สมองคนตัวเล็กกว่าพลันพร่ามัว เมื่อนัยน์ตาคมกริบเอาแต่จ้องกดดัน อีกทั้งไอร้อนจากร่างกายของเขาที่แทรกเข้ามา ยิ่งทำให้ดวงหน้าซับสีระเรื่อชื้นเหงื่อมากขึ้น
ราวกับถูกมือมัจจุราชผลักให้เข้าไปใกล้กองเพลิงที่กำลังลุกไหม้ ทั้งรุ่มร้อนและยากที่จะประครองสติไว้ได้ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ก่อนที่ลมหายใจจะถูกช่วงชิงไปในวินาทีที่ได้ยินประโยคถัดมาของอีกฝ่าย
“งั้นก็ปิดปากเธอให้สนิท ครางชื่อฉันเมื่อไหร่เธอจะได้กินอย่างอื่นแทนมื้อเช้า” สิ้นเสียงจูบหนัก ๆ ก็บดเบียดลงมาช่วงชิงอากาศหายใจที่มีน้อยนิดของคนบนตัก พร้อมกับที่มือแกร่งเลื่อนไปรูดซิปเสื้อคลุมตัวหนาลงแล้วแทรกฝ่ามืออุ่นเข้าไปสัมผัสหน้าอกอวบอิ่มใต้เสื้อยืดตัวโคร่งอย่างเผด็จการ
ไม่ได้พิศวาสยัยเด็กปากดีนี่เลยสักนิด
แค่จะสั่งสอนก็เท่านั้น…
ริมฝีปากร้อนยังคงป้อนจูบหนัก ๆ สลับกับขบเม้ม ราวกับจะไล่ต้อนให้คนบนตักหมดสิ้นหนทาง
วินาทีนั้นไม่ต่างจากมีมือมัจจุราชค่อย ๆ เอื้อมมาดันหลังคนตัวเล็กกว่าให้ก้าวเข้าไปใกล้กองเพลิงที่กำลังลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง
สติสัมปชัญญะกำลังถูกความร้อนเร่าจากทุกสัมผัสของเขาแผดเผาอย่างช้า ๆ
อ่อนหัด
คนปากดีเมื่อไม่กี่นาทีก่อนกำลังตัวสั่นอ่อนระทวยทั้งที่เขายังไม่ทันจะเริ่มด้วยซ้ำ
“เก็บอาการหน่อยก็ดี”
“…”
“ร่างกายเธอมันประจานเจ้าของมันหมดแล้วว่ากำลัง ‘อยาก’ ยัยเด็กใจแตก"
“พูดบ้าอะไร” น้ำเสียงไม่คงที่นักเช่นทุกทีสวนกลับมาเรียกรอยยิ้มร้ายกาจให้ปรากฏบนใบหน้าคมคายอีกครั้ง
หึ
“ดี”
“…”
“พยศแบบนี้แหละดี”
“…”
“แล้วมาดูกันว่านางทาสของฉันจะอดทนเก่งสักแค่ไหน”
ที่ผ่านมาคู่นอนของเขาไม่มีใครที่ไม่เป็นงาน
ไม่มีใครเย่อหยิ่งและดื้อรั้นอย่างยัยคุณหนูตระกูลในปกครองตรงหน้า
ยังไม่เคยแท้ ๆ ยังจะอวดดี
อยากรู้เหมือนกันว่ายัยเด็กนี่จะทำเก่งไปได้สักกี่น้ำ
สิ้นความคิดนั้นเสื้อยืดตัวโคร่งก็ถูกมือแกร่งสลัดออกไป โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว แขนเล็กสองข้างถูกยกขึ้นไปคล้องที่ลำคอแกร่งเมื่อมันเกะกะขวางทาง ฝ่ามือร้อนแทรกเข้าไปปลดตะขอชั้นในลูกไม้สีสะอาดออกอย่างชำนาญในวินาทีหลังจากนั้น แล้วตามมาด้วยริมฝีปากร้อนที่ครอบลงมารังแกส่วนบอบบางกลางเนินเนื้ออวบอิ่มสองข้างอย่างไม่ผ่อนปรน
ทุกสัมผัสจากเขาตอนนี้ทั้งแนบแน่น ลึกซึ้ง ไม่คิดจะผ่อนแรงเหมือนครั้งก่อน ราฟาเอลไม่ต่างจากปีศาจร้ายที่ไล่กลืนกินเธอจากภายนอกอย่างช้า ๆ เรื่อยไปจนถึงจิตวิญญาณข้างใน
ลิ้นร้อนที่ขยับดูดกลืนผิวบางอย่างช่ำชองทำสติธารเดือนลอยฟุ้งกระจัดกระจาย ความรู้สึกดีประหลาดที่มาพร้อมกับความอึดอัด ทรมานเจียนตายนั่นมัน...
ให้ตาย…
ราวกับขาข้างหนึ่งก้าวเข้าไปในกองไฟที่กำลังลุกโชน เมื่อความวาบหวามเพราะสัมผัสหนักหน่วงของเขาไล่ปลุกทุกความปรารถนาส่วนลึกที่เธอฝังกลบไว้ให้พวยพุ่งขึ้นมาอย่างยากที่จะควบคุม
ไม่ได้สิ!
ครั้งก่อนเธอโดนดูถูกยังไง
คนคนนี้ทั้งรีดไถและไล่ต้อนให้เธออับอายขนาดไหนเธอยังจำมันได้ขึ้นใจ
ไม่ยอมหรอก
ครั้งนี้เธอจะไม่ยอมให้เขาได้มันไป
ไอ้สิ่งที่เรียกว่าความพ่ายแพ้จนตรอกของคนอื่นที่เขาโคตรจะโปรดปรานนั่น
คุณหนูตระกูลย่อยเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมให้เสียงครางหวานหลุดรอดออกมาประจานความเปราะบางของเจ้าตัว ที่ถูกอีกคนปลุกปั่นด้วยการเล้าโลมบดคลึงสองเต้า ทั้งยังลากลิ้นร้อนดูดกลืนผิวเนื้อบางจนมันแทบจะละลายติดปากร้อน ๆ ของเขาออกมา
ยังหรอกธารเดือน
เขายังทรมานเธอได้มากกว่านี้อีกหลายเท่า
มาเฟียหนุ่มยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะจับคนตัวเล็กบนตักหมุนให้แผ่นหลังชื้นเหงื่อแนบเข้ากับแผงอกกว้าง
ริมฝีปากร้อนพรมจูบซ้ำ ๆ ที่ใบหูซับสีระเรื่อ แล้วไล่ลงมาดูดกลืนผิวนุ่มบริเวณท้ายทอย สร้างกระแสเสียวซ่านวาบหวามยากจะต่อต้านให้ตีแผ่ไปทั่วทั้งร่างคนบนตัก ก่อนที่มือแกร่งจะเลื่อนลงไปบดคลึงจุดอ่อนไหวกลางกาย เรียกมวลอารมณ์บางอย่างให้ปะทุขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
ให้ตายเถอะ
คนคนนี้นี่มัน…
ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
“จูบมันหน่อยค่ะ” ภรรยาคนสวยทำตามคำขออย่างว่าง่าย ริมฝีปากนุ่มบรรจงจุมพิตเบา ๆ ที่ส่วนหยักโค้งฉ่ำเยิ้มอ่า…สัมผัสแผ่วเบา ทะนุถนอม กอปรกับดวงตากลมโตที่ช้อนมองขึ้นมาไม่ว่าจะเห็นภาพนี้กี่ครั้งเขาก็ยังใจเต้นแรงจนแทบบ้าทุกครั้งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมียเขาเซ็กซี่กว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยเจอมา“เอานมทูนหัวมาทำแทนปากสิคะ” สายตาเชื้อเชิญที่เจือไปด้วยความร้อนแรง กอปรกับใบหน้าประณีต คมคายภายใต้แสงเงาสลัวจากดวงไฟดาวน์ไลท์ดวงเล็ก ๆ ตรงหัวเตียง ทำให้มาเฟียหนุ่มดูเซ็กซี่ขึ้นเป็นเท่าตัว“แบบนี้เหรอคะ”“ดีค่ะ อืมมมม” ฝ่ายถูกเอาใจคำรามพร่าในลำคอแกร่งภาพมาเฟียหนุ่มที่เชิดหน้าขึ้นสูดปากระบายความเสียวซ่าน ยิ่งทำให้คนข้างล่างอยากเอาใจ ริมฝีปากเล็ก ๆ จึงจุมพิตที่ส่วนปลายหยักโค้งอีกครั้งก่อนจะเร่งจังหวะรูดรั้งตัวตนอุ่นร้อนที่โอบล้อมไปด้วยเส้นเลือดด้วยหน้าอกนุ่ม“เด็กดี อืมมม…” คนถูกปรนเปรอคำรามต่ำ พลางส่งมือแกร่งไปลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนของคนตรงหน้าแผ่วเบา ก่อนที่ท้องนิ้วจะเลื่อนลงมาคลึงที่ยอดอกสีสวยสองข้างเอาใจคนสวยขาของเขาบ้าง“อ๊ะ…” ยิ่งอีกฝ่ายเผยอปากสีสวย ครางหวานเขาก็ยิ่งอยากปริแตกเดี๋ยวนั้น“เสร็จใส่นมทูนหั
“ไปอุ้มโจไซอาห์มานอนด้วย” รอยยิ้มบางของคนรู้ทันผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายไม่แพ้กัน ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามคนเป็นพี่ไปอย่างว่าง่ายหลังจากปารัณอุ้มนายน้อยลูเธอร์ที่กำลังหลับลึกออกจากห้องนอนใหญ่ไปแล้ว ร่างกายสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มก็เอนลงไปนอนซ้อนหลังคนที่กำลังฝันดีในห้วงนิทรา มืออุ่นแทรกเข้าไปลูบไล้หน้าท้องนวลเนียนของคนรักแผ่วเบา“อื้อออ” คนโดนรบกวนส่งเสียงร้องประท้วงทั้งที่ยังหลับลึก กว่าจะรู้ตัวว่าแพนตี้ตัวบางถูกมือแกร่งรั้งออกไปจากเรียวขาสวย ก็ตอนที่ร่างกายสูงใหญ่แทรกเข้ามากลางกาย“ราล์ฟ…อื้อ” คำพูดเมื่อครู่อันตรธานไป เมื่อริมฝีปากร้อนบดจูบลงมาช่วงชิงเอาทุกสิ่งทุกอย่างกะทันหัน ขณะที่มือแกร่งสองข้างก็แทรกเข้าไปใต้เนื้อผ้า กอบกุมฐานเต้าอวบอิ่มสองข้างอย่างเอาแต่ใจไปพร้อม ๆ กับที่ตัวตนแข็งขืนจงใจเสียดสีส่วนบอบบางกลางกายที่เปลือยเปล่าของคนใต้อาณัติไปด้วยจูบล้ำลึกดำเนินไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ปล่อยให้เธอได้มีโอกาสต่อรองราฟาเอลรุกไล่ กวาดต้อนเธอทุกทาง ทั้งเรียวลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัด ฝ่ามืออุ่นที่บีบเคล้นสองเต้าอวบ รวมถึงท่อนเนื้อใต้กางเกงที่เสียดสีกลางกลีบดอกไม้ฉ่ำเยิ้มนั่นทั้งหมดที่เ
7 ปีให้หลัง“ว่าไง” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามคิริลล์ผ่านหูฟังบลูทูท ขณะที่ยืนกอดอกพิงผนังมองเบนจามินประเคนเท้าหนัก ๆ ให้ใครบางคนอยู่กลางโถงบ้านหลังใหญ่ใจกลางย่านเศรษฐกิจหลังหนึ่ง[มึงอยู่ไหนเสี่ย]“มึงก็รู้คิริลล์”[บ้านคู่กรณีเฮียขา?]“อืม”[บอกกูทีว่ามึงไม่ได้กำลังใช้ความรุนแรงจบปัญหา]“กูไม่ได้ใช้” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยตอบปลายสาย พลางจรดก้นบุหรี่นอกราคาแพงลงบนริมฝีปากได้รูป ก่อนที่เกลียวควันสีขุ่นจะฟุ้งไปในอากาศ[สมกับเป็นมึงเลยราล์ฟ]“แต่เบนจามินใช้”[ฉิบหาย] เสียงสบถจากปลายสายทำให้เรียวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย เพราะคนอย่างคิริลล์ไม่น่าสบถเพียงเพราะเขาใช้กำลังสั่งสอนไอ้พวกเศษสวะไร้สำนึก มีแต่จะเห็นด้วยแล้วร่วมวงเสียมากกว่า“อะไร?” [ขอโทษนะเสี่ย]“เรื่อง?”[คือว่า…พวกกูไม่ได้ตั้งใจ แค่จะมาเรียกขวัญให้เฮียขาเฉย ๆ]“มาสอนอะไรพิเรนทร์ให้ลูกกูสิไม่ว่า เดี๋ยวนะ…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เมื่อมาเฟียหนุ่มเริ่มคาดเดาสถานการณ์บางอย่างจากคำพูดแปลก ๆ ของคุณชายสามได้[ครับเสี่ย]แม่ง…“บอกกูทีว่าเมื่อกี้ไม่ใช่การล่อซื้อ” [เมียมึงได้ยินทั้งหมดแล้วครับนายเหนือหัว]ฉิบหาย…คฤหาสน์ลูเธอร์แรงกดข่มเ
ราวสามชั่วโมงต่อมาการตรวจร่างกายเบื้องต้นเสร็จสิ้นก่อนที่มาเฟียหนุ่มที่ต้องออกไปสะสางงานด่วนเพิ่งจะกลับเข้าบ้านมา ช่วงขายาวรีบเดินตรงไปหาคนเป็นภรรยาด้วยหัวใจที่ว้าวุ่นกว่าปกติ“เป็นไงบ้างคะ หมอว่าไง” ภาพที่คนตัวเล็กนอนดูหนังเรื่องโปรดด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าเมื่อตอนบ่ายทำให้เขาใจชื้นขึ้นมา ทว่ายังไม่ทันที่จะได้คำตอบจากอีกฝ่ายสูทสีเข้มและเนกไทก็ถูกคนสวยขาช่วยจัดการถอดออกอย่างที่เคยทำ พร้อมกับประทับจุมพิตแผ่วเบาที่แก้มเกลี้ยงเกลาแล้วเปรย“อาบน้ำก่อนนะคะ หนูเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว”“บอกก่อนว่าทุกอย่างโอเค”“หนูดีขึ้นแล้วค่ะ ไปอาบน้ำก่อนนะแล้วมาดูหนังกัน” นายเหนือหัวลูเธอร์ทำตามที่ภรรยาบอกอย่างว่าง่าย เขาใช้เวลาอาบน้ำคิดทบทวนสิ่งที่ค้างคาใจเกี่ยวกับอาการของคนรัก ทว่าที่สุดแล้วมาเฟียหนุ่มก็สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปเนื่องจากหมอประจำตระกูลไม่ได้แจ้งอะไรมากไปกว่าภรรยาของเขาพักผ่อนน้อย ความคิดที่ว่าอีกฝ่ายจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือตั้งครรภ์จึงถูกชำระล้างไปพร้อมกับสายน้ำในที่สุดหนังเรื่องโปรดถูกเปิดคลอไป ขณะที่คนสองคนใช้เวลาส่วนตัวด้วยกันบนเตียงกว้าง ทว่าสมาธิที่ควรจะจดจ่ออยู่ที่หนังตรงหน้ากลับถูกรบ
สุสานสายลมเอื่อยของต้นฤดูหนาวพัดเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนให้พลิ้วไปตามแรงลมเบาบาง หญิงสาวหลับตาพริ้มประสานมือเล็กเข้าด้วยกันราวกับกำลังอธิษฐานกับหลุมศพสองหลุมตรงหน้าเป็นครั้งที่สามแล้วที่มาเฟียหนุ่มมองดูดวงหน้าหวานด้านข้างของภรรยาที่หลับตาพริ้มรำลึกถึงผู้ให้กำเนิดทั้งสองแม้ในอดีตผู้ล่วงลับทั้งคู่จะกระทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยกับตระกูลหลัก ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกนายเหนือหัวอย่างเขาทิ้งไว้เบื้องหลังแล้วทั้งหมดตอนนี้สถานะของเขาคือสามีของลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อและคุณแม่ผู้ล่วงลับ นอกจากเขาจะสามารถเคารพหลุมศพของคนทั้งคู่ได้อย่างเต็มหัวใจแล้ว เขายังคงรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อหน้าผู้ล่วงลับในวันแรกที่มาขออนุญาตดูแลลูกสาวของคนทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี“วันนี้คุยกับคุณพ่อคุณแม่นานกว่าทุกปี มีอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงแหบทุ้มเอ่ยถามพลางส่งฝ่ามือแกร่งไปลูบศีรษะของภรรยาด้วยความรักใคร่อย่างที่ชอบทำ“เล่าเรื่องทั่วไปน่ะค่ะ แล้วก็…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เพียงครู่ก่อนที่รอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนตรงหน้าจะถูกส่งมาชโลมใจมาเฟียหนุ่ม“หืม แล้วก็อะไรคะ”“แล้วก็ ขอให้พวกท่านหมดห่วงจริง ๆ
“แรงอีกหน่อยสิคนดี” มันเร้าใจจนเขาอยากจับยัยเด็กอวดดีของเขากระแทกแรง ๆ จนเสร็จสมเดี๋ยวนั้น“แบบนี้…อ๊า เหรอคะ”“อ่า…ยั่วฉิบหาย” ด้วยความมันเขี้ยว กอปรกับแรงอารมณ์ที่โถมซัด คนมากกำลังจึงแกล้งกระแทกสะโพกสวนเอวบางอย่างไม่ผ่อนแรง“อะ…ลึก อื้ออออ” ฝ่ามือแกร่งจับยึดสะโพกนุ่มมือไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะขยับหนี ดวงหน้าหวานที่เคยเชิดขึ้นฟุบลงบนบ่าแกร่ง เสียงครางหวานที่คล้ายเสียงสะอื้นไห้เข้าไปทุกทีดังประสานกับจังหวะเนื้อกระทบเนื้อถี่กระชั้น“อ๊า จะไม่ไหว…แล้…อื้อออ”โพรงอุ่นชื้นที่กระตุกรัดแน่นและถี่ขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่านางทาสคนโปรดของเขาใกล้จะเสร็จสมเต็มที ทั้งที่เพิ่งจะอวดดีขย่มเขาได้ไม่เท่าไหร่“ข้างในรัดผมแรงขนาดนี้จะเสร็จแล้วเหรอคะ” ฝ่ามือแกร่งข้างหนึ่งกอบกุมข้อมือเล็กสองข้างที่ถูกมัดไว้ ส่วนอีกข้างก็เลื่อนลงไปขยำสะโพกอวบนุ่มมือด้วยความมันเขี้ยว“อ๊ะ…จะ…เสร็จ”“ก็เสร็จสิคะ” น้ำเสียงต่ำพร่าที่มาพร้อมกับท้องนิ้วแกร่งที่เคล้นคลึงลงมาที่จุดรวมความกระสันเหนือกลีบดอกไม้ฉ่ำวาวทำคนบนตักแทบขาดใจ“อื้อออออ” ร่างเล็กกระตุกเกร็งเมื่อข้ามไปแตะขอบความปรารถนาในที่สุด ทว่ายังไม่ทันที่จะได้หอบเอาอากาศเข้าป
คำสั้น ๆ เมื่อครู่ไม่ได้ออกจากริมฝีปากได้รูปของคุณชายใหญ่ลูเธอร์ หากแต่เป็นคุณชายสามที่นั่งเคี้ยวขนมกร้วม ๆ ต่างหากที่พูดขึ้นน้ำชาอย่างดีถูกมือแกร่งยกขึ้นมาจิบ อีกทั้งใบหน้าคมคายของมาเฟียหนุ่มก็ยังคงไว้ซึ่งความนิ่งขรึมแม้จะถูกคุณชายสามไล่ตามความคิดทันคิริลล์กระตุกยิ้มมุมปากชอบใจ ขณะที่คุณหนูศิรวศ
ราวหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปการดูแลคุณชายใหญ่ลูเธอร์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เขาทำตามที่รับปากเธอไว้เป็นอย่างดี การแตะเนื้อต้องตัวกันเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่เธอต้องดูแลบาดแผลและอาบน้ำให้เขาเท่านั้น จะมีก็แค่สายตาคู่คมที่เอาแต่วางไว้ที่เธอไม่ซะส่วนใหญ่ ยกเว้นเวลาที่เขาต้องทำงาน“สายตามึงนี่ละจากเธอขาได้แค่เวลาท
เม็ดฝนที่จู่ ๆ ก็โหมกระหน่ำลงมา ดึงสติที่หลุดลอยไปไกลให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ทว่าชั่วพริบตาที่สัญชาตญาณสั่งร่างกายให้หลีกหนีหยาดน้ำที่เทกระหน่ำลงมา ร่างทั้งร่างก็อยู่ภายใต้เสื้อสั่งตัดราคาแพงของใครบางคนอย่างรวดเร็ว ครั้นดวงหน้าหวานหันไปมองคนข้าง ๆ ก็พบว่ามาเฟียหนุ่มเหลือเชิ้ตสีดำห่มร่างท่อนบนเพียง
หลังจากคิดไตร่ตรองมาทั้งคืน เขาก็ได้คำตอบแล้วว่าควรต้องรีบปรับความเข้าใจ ส่วนอีกฝ่ายจะพร้อมหรือไม่พร้อมค่อยมารับมือหน้างานอีกทีราวสองชั่วโมงที่มาเฟียหนุ่มนั่งเฝ้าคนที่กำลังฝันหวานอยู่ในห้วงนิทรา ระหว่างนั้นเขาก็จัดการเคลียร์ปัญหาที่คาราคาซังระหว่างหวังกับลูเธอร์ไปด้วย เพื่อให้ทุกอย่างกลับเข้าที่เข







