แชร์

5

ผู้เขียน: กัญฉัตร
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-10 01:14:32

ลี่หยวนกลอกตาไปมาเพื่อค้นเอาความทรงจำของชาติก่อน แถบสีที่ใช้ในงานดีไซน์และออกแบบเคยผ่านตานางในกองถ่ายมาบ้างเป็นบางครั้ง

“สีส้ม ไม่ก็สีแสด”

ก็เพราะว่าสองสีนี้... เป็นสีคู่ตรงข้ามกับสีฟ้าครามอย่างไรละ!

               งานเลี้ยงซึ่งมีเจ้าภาพเป็นถึงเสนาบดี ผู้ใดบ้างจะกล้าพูดว่าไม่ยิ่งใหญ่ ผู้ใดบ้างจะกล้าพูดว่าฟุ้งเฟ้อจนเกินไป โดยเฉพาะสกุลลี่ที่ขึ้นชื่อว่าถือภาพลักษณ์และหน้าตาเป็นอันดับหนึ่ง คำว่า ‘น้อยหน้า’ หรือ ‘เสียหน้า’ ย่อมเป็นสิ่งต้องห้ามที่มิอาจเกิดขึ้นได้ด้วยประการทั้งปวง

               “สุขสันต์วันเกิดขอรับ คุณหนูลี่”

               คำอวยพรที่ส่งเสียงมาเป็นระยะๆ จากแขกผู้ได้รับการคัดเลือกจากบิดา ส่งผลให้เด็กสาวตอบรับคำอวยพรที่กว่ากึ่งหนึ่งไร้ความจริงใจเหล่านั้นด้วยรอยยิ้ม

               จะมีสักกี่คนกัน...ที่มาร่วมงานเพราะต้องการอวยพรนางด้วยใจจริง?

               ลี่หยวนรู้ดีว่านางเรียกร้องมากไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนางไม่ใช่แค่เด็กสาวอายุสิบสี่ธรรมดาคนหนึ่งอีกต่อไปแล้ว

               นัยน์ตาสีน้ำหมึกของผู้คิดกวาดมองการตกแต่งที่ดูมากเกินกว่าจะสถานที่จัดงานให้แก่เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ นางคุ้นชินกับการใช้เงินตราแสดงความโอ่อ่ามั่งคั่งของบิดาบุญธรรมมนานแล้ว ก่อนหน้านี้ลี่หยวนคนเก่าก็ไม่เคยใส่ใจเพราะมัวแต่เอาเวลาไปไล่ตามบุรุษที่ตนไม่มีทางได้หัวใจอย่างโง่งม

               นางตัดสินใจแน่วแน่ หากไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของท่านพ่อที่แต่เดิมเป็นคนขององค์ชายสี่ นางก็ต้องหาวิธีดึงทรัพย์สมบัติบางส่วนมาเป็นทุนส่วนตน เพราะหลังจากที่วายร้ายในเรื่องถูกกำจัดลง สกุลลี่อันเป็นเสาหลักค้ำจุนก็ต้องล้มตาม ดังนั้นหากนางบริหารเงินบางส่วนเอง ท่านพ่อก็อาจจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อย่างไม่ลำบากจนเกินไปนัก

               ลี่หยวนครุ่นคิดไปเรื่อยเปื่อยเพราะยังไม่เจอผู้ใดที่คุ้นหน้าคุ้นตา เสียงบรรเลงเครื่องสายถูกกลบทับด้วยเสียงพูดคุยและหัวเราะ การแสดงยังไม่เริ่มต้นจึงยังไม่มีใครนั่งประจำที่ คาดว่าคงอีกประมาณครึ่งชั่วยามกว่าสำรับอาหารจะถูกยกออกมาจากโรงครัว

               เดิมทีเดาว่ามันคงเป็นงานเลี้ยงธรรมดาที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่าการพบปะพูดคุยของผู้มียศมีตำแหน่งทั่วไป หากก็พบว่าตนคิดผิดเมื่อเห็นบุรุษในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มผู้หนึ่ง

               ช้าก่อน... เหตุใดพระเอกของเรื่องอย่างองค์รัชทายาทจึงได้มาปรากฎตัวอยู่ในงานของนางไปได้เล่า!

               ลี่หยวนสับสนอย่างยิ่ง แต่ถึงกระนั้นก็ยังรักษาสีหน้าสงบเสงี่ยม วันนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของนาง ต่อให้อยากทำตัวไม่ให้โดดเด่นอย่างไรก็คงยากที่จะหลีกเลี่ยงการพบหน้ากับเหล่าผู้มีตำแหน่ง

               “ท่านพ่อ” นางตัดสินใจเดินเข้าไปหาบิดา

               เสียงหวานดึงดูดความสนใจจากผู้ใหญ่สองคนที่กำลังพูดคุยกันได้ไม่ยาก ลี่หยวนทักทายท่านเสนาบดีเสร็จก็หันหน้าไปหาบุรุษวัยสามสิบต้นๆ อีกคนหนึ่ง

“ท่านอาฟาง”

               “ลี่หยวนเองหรอกหรือ” ท่านโหว[1] ผู้เลื่องชื่อยกยิ้ม ร่างใหญ่โตจากการฝึกฝนร่างกายอย่างสม่ำเสมอโน้มตัวลงมามองนางซึ่งตัวเล็กกว่า “ข้าไม่ได้พบเจ้ามาสี่ปีได้แล้วกระมัง พี่ลี่ บุตรสาวของท่านงดงามถึงเพียงนี้ เห็นทีคงไม่ต้องรอผ่านพิธีปักปิ่น ก็คงมีหนังสือขอหมั้นหมายหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดหย่อน”

               “พี่ฟางก็กล่าวเกินไป” สายตาของลี่ชิวหม่าเหลือบมองไปยังบุรุษอีกคนหนึ่งซึ่งยืนเสวนากับกลุ่มบัณฑิตจากตระกูลเก่าแก่ตรงมุมหนึ่ง “ลี่หยวนยังเด็กนัก”

               ลี่หยวนมองตามสายตาของบิดาก่อนจะลอบถอนหายใจ มีหรือจะไม่รู้ว่าท่านพ่อเองก็คาดหวังจะให้นางได้หมั้นหมายแต่งงานกับองค์ชายสี่

               หากเป็นลี่หยวนคนก่อนก็คงจะมีความมุ่งมั่นปรารถนาไม่ต่างจากบิดา แต่ว่านางยามนี้เริ่มอยากรู้จักกับบุรุษอื่นเพื่อหาทางรอดให้ตนเองมากกว่า

               “ท่านอาฟางเจ้าคะ ผิวของท่านเข้มขึ้นมาก แดดที่ชายแดนร้อนมากหรือเจ้าคะ”

               ฟางอวี้เอามือลูบคาง “อืม ก็ร้อนกว่าเมืองหลวงอยู่พอควรนะ”

               “แล้วสตรีที่ชายแดนงดงามหรือไม่”

[1] โหว คือตำแหน่งทางผู้กุมอำนาจทางการทหารในสมัยโบราณ มีตำแหน่งรองลงมาจาก อ๋องและกง มักได้ตำแหน่งจากการสร้างผลงานและรับการแต่งตั้งจากองค์จักรพรรดิ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ในโลกใหม่ ข้าคือผู้ช่วยวายร้าย   239

    “เร็วเข้าสิ อย่ามัวแต่ชักช้า”“หากเป็นรับสั่งของพระชายา ข้าย่อมพร้อมที่จะน้อมรับ” ตงฟางฉีหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ด้วยความมันเขี้ยว เห็นนางเร่งแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ใครบางคนรู้สึกภาคภูมิใจเข้าไปใหญ่ “แต่ก่อนอื่น เจ้าต้องรับปากข้าเรื่องหนึ่งก่อน”เดิมทีเขาอยากสำเร็จแล้วเช่นกัน แต่เพื่อการใหญ่ เขาจำเป็นต้องใจแข็งและยั้งไว้เสียก่อน“เจ้าต้องมีลูกให้เราอย่างน้อยห้าคน”ผู้ฟังถึงกับกะพริบตาหนึ่งครั้ง “ลูก... ห้าคน?”ลี่หยวนอึ้งไป นี่เขาเห็นนางเป็นกระต่ายที่ออกลูกเป็นคอกรึ!“นั่นเป็นเงื่อนไขของท่านอาจารย์ลี่” ชายหนุ่มขยายความ “มิเช่นนั้นเขาจะไม่ยอมยกเจ้าให้ข้า”“ท่านปู่...” หญิงสาวตาเหลือก ที่แท้มันเป็นความตั้งใจของลี่เตานั่นเองบัดนี้ท่านปู่อายุมากแล้ว หากเขาประสงค์เช่นนั้น ลี่หยวนยอมรับเลยว่านางคงใจอ่อนไม่กล้าปฏิเสธ“ท่านอ๋อง” ลี่หยวนสบตาผู้เป็นสามีด้วยสีหน้าจริงจังกว่าเดิม “หม่อมฉันอยากรับท่านปู่มาอยู่ด้วยกันเพคะ”ตงฟางฉีพยักหน้าช้าๆ “ชายาข้า วิธีที่จะดึงดูดให้ท่านอาจารย์ลี่มาที่นี่โดยเร็วที่สุด เห็นทีจะเป็นการมารับขวัญเหลน”ชายาสาวทนไม่ไหวย่นจมูกใส่เข้าทีหนึ่ง “ท่านปู่และสามีข้าต่างเป็นบุรุษร้ายกาจด้

  • ในโลกใหม่ ข้าคือผู้ช่วยวายร้าย   238

    “แล้วข้าควรทำอย่างไรดี...” จมูกโด่งเป็นสันของผู้กล่าวซุกไซร้เข้าที่ลำคอขาวผ่อง ดูดเม้มผิวหอมกรุ่นจนเป็นรอยแดงชัดเจน “ก็ข้าอยากฟังมันอีก”หลังจากนั้นสิ่งที่ดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของคนทั้งสองมีเพียงเสียงครางและหอบกระเส่าทุกครั้งที่เอวสอบโยกไหวอย่างดุดัน ลี่หยวนก็ราวกับเห็นดวงดาวพร่างพราวอยู่ตรงหน้า ทุกครั้งที่เขาแปรเปลี่ยนเป็นเนิบนาบ ลี่หยวนก็ทรมานประหนึ่งจะขาดใจแม้ตงฟางฉีจะเรียกร้องและตักตวงจากร่างอันหอมหวานอย่างยาวนาน ทว่านางก็พยายามที่จะไล่ตามอย่างไม่ยอมแพ้พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า จันทราผุดผ่องครองนภาแทนที่ลี่หยวนกับตงฟางฉีเพิ่งมีโอกาสได้กินข้าวเย็นร่วมกันเป็นมื้อแรกในฐานะสามีภรรยาเดิมทีหญิงสาวอยากใส่เสื้อคลุม แต่พอนางใส่ ตงฟางฉีก็ถอดออก บอกว่าจะใส่ทำไมให้เปลืองแรง เพราะกินข้าวเสร็จเมื่อไรก็ต้องถอดออกอีกอยู่ดีลี่หยวนที่นึกไม่ถึงว่าเขาจะหน้าหนาถึงเพียงนี้ก็ทำเอาพูดอะไรไม่ออก ครั้นอ้าปากจะเถียง เขาก็ใช้นิ้วชั่วช้าหยอกเล่นกับร่างกายนางเสียจนอยู่หมัด ทำเอานางอ่อนระทวยและเสร็จสมไปอีกหน“เหยาเป้ยชูบอกข้าว่า... เขากำลังจะเป็นพ่อคน” ชายหนุ่มซึ่งคีบผักใส่ถ้วยภรรยากล่าวเสียงนุ่มครั้นนึ

  • ในโลกใหม่ ข้าคือผู้ช่วยวายร้าย   237

    คำพูดที่น่าอาย ทำเอาเจ้าสาวรูปงามถึงกับเถียงไม่ออกตงฟางฉีหัวเราะดังขึ้น กลั่นแกล้งนางโดยการโยกกายเบาๆ ทั้งยังส่งมือไปสำรวจเอวบางและสะโพกสอบอย่างทั่วถึงเนื่องจากอาภรณ์ส่วนล่างของลี่หยวนยังปกปิดอยู่อย่างหมิ่นเหม่ ภาพของนางจึงถูกยั่วยวนและยั่วเย้าขึ้นอีกหลายเท่าตัวลี่หยวนเองก็มีความทรงจำของคนยุคใหม่ ในเมื่อถูกเขาปลุกเร้ามาถึงขั้นนี้ มีหรือที่นางจะไม่กล้าหญิงสาวเชิดใบหน้า นัยน์ตาหยาดเยิ้มหรี่มองผู้ที่อยู่ใต้ร่าง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วจัดการเกี่ยวขอบผ้าผืนบาง ปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่หลงเหลือออกด้วยตนเอง ตั้งใจกระทำมันอย่างเชื่องช้าเป็นพิเศษเพื่อยั่วใครบางคน มิหนำซ้ำยังใช้มือดึงปิ่นและเครื่องประดับบนเรือนผมออกบัดนี้ผิวสีขาวอมชมพูมีหยาดน้ำเกาะพราวบางส่วน ยามกระทบกับแสงท้องฟ้ายามเย็นก็ทำให้ผิวเนียนนุ่มเปล่งประกายระยิบระยับ เรือนผมยาวสยายคลอปิดอกอวบอิ่มไปบางส่วน สภาพของมันยุ่งนิดๆ ล้อมกรอบใบหน้าของคนรักที่มองเขาด้วยแววตาเชิญชวนช่างอันตรายโดยแท้!ตงฟางฉีมองนางอย่างลุ่มหลง ความขึงขังที่ขยับขยายสร้างความทรมานอย่างสุดจะกล่าว“หยวนหยวน...” เป็นฝ่ายชายหนุ่มที่หมดความอดทน สองมือใหญ่จับตรึงเข้าที่สะโพกม

  • ในโลกใหม่ ข้าคือผู้ช่วยวายร้าย   236

    คิดไปก็หัวเราะไป ฤทธิ์ของสุราทำให้ลี่หยวนแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาอย่างซื่อตรงจุมพิตของพวกนางทวีความหนักหน่วงคลอเข้ากับเสียงหอบหายใจ พอลี่หยวนหายใจไม่ทัน ตงฟางฉีก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว รวบเอวบางพร้อมกับส่งขึ้นไปบนโต๊ะทันทีเพล้ง!!จอกสุราและถาดใส่อาหารว่างถูกปัดออกไปให้พ้นทาง หญิงสาวรู้ตัวอีกครั้งก็เป็นยามที่ตนนอนแผ่หลาอยู่บนโต๊ะ สองมือคล้องเข้าที่ท้อยทอยของตงฟางฉีโดยที่ริมฝีปากทั้งสองยังไม่ผละจากลิ้นใหญ่ละเลียดชิมริมฝีปากอวบอิ่มทุกซอกทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นกลีบปากบนหรือล่าง โพลงปากและลิ้น...ทุกสัดส่วนอย่างประกาศความเป็นเจ้าของ“อืม...อ๋า”หญิงสาวสะดุ้งตัวเล็กน้อยเมื่อมือใหญ่กร้านทั้งสองสัมผัสนวดคลึงถันงามใหญ่เต็มไม้เต็มมือทั้งสองอย่างสนิทสนม ปลายนิ้วของเขาตวัดถี่ตรงปลายยอดเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ ส่งผลให้ผู้ที่เมามายบิดเร้าไปมา“ตง...ตงฟางฉี” ลี่หยวนร้องประท้วงก่อนจะแอ่นอกร้องครางเมื่อเขาลากลิ้นสากดูดดึงจุดนูนเด่นทั้งที่นางยังสวมอาภรณ์อยู่จะว่าอย่างไรดี...แบบนี้มันยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ซ่านเสียวกว่าคราไหนๆ“ข้าทำไมหรือ” ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก เอาหน้าซุกไซร้ความนุ่มอย่างชอบใจ มิหนำซ้ำ...มืออี

  • ในโลกใหม่ ข้าคือผู้ช่วยวายร้าย   235

    ด้วยเหตุนี้ชายหนุ่มจึงอาศัยความไว้วางใจทั้งหมดที่ฮ่องเต้ทรงมีให้ อาสาย้ายมาควบคุมดูแลความเรียบร้อยในเมืองแห่งนี้แต่แน่นอนว่า... เขาจะต้องเดินทางกลับไปยังเมืองหลวงปีละสามสี่ครั้งเพื่อรายงานตัวหลังจากถ่ายทอดวิชาหมอส่วนหนึ่งให้กับหมอหลวงเพื่อถวายการรับใช้โรคประจำตัวขององค์จักรพรรดิ ตงฟางฉีก็ย้ายมาที่เมืองเยว่ฉีโดยใช้ที่ดินของมารดาปลูกสร้างวังขนาดเล็กที่เขาเองก็พอใจและเขาก็ได้กลับมาพบลี่หยวนอีกครั้ง... ในยามที่ทั้งเขาและนางต่างก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นลี่หยวนมีบางส่วนที่เหมือนเดิม และมีบางส่วนที่เปลี่ยนไปเขาเองก็มีส่วนที่เหมือนเดิม และบางส่วนที่แปรเปลี่ยนดังนั้นจากเดิมที่ใจร้อนดังไฟ ตงฟางฉีก็ใช้เวลาช่วงแรกในการค่อยๆ เรียนรู้และปรับตัวเข้าหาลี่หยวน แสดงให้นางเห็นว่าเขายังคงมั่นคงและจริงจังกับความสัมพันธ์นี้มากเพียงไรฝ่ายลี่หยวนเองก็เริ่มแบ่งปันความคิดของนางให้เขาฟัง นางบอกกับเขาว่านางเองก็มีโลกของนางที่มิอาจมอบให้เขาได้ทั้งหมด แต่ก็พร้อมที่จะเปิดให้เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง และนางเอง... ก็พร้อมที่จะตัดแบ่งโลกส่วนหนึ่งของตนเพื่อให้มันสามารถประสานเข้ากับโลกของเขาได้เช่นเดียวกันมันเป็นค

  • ในโลกใหม่ ข้าคือผู้ช่วยวายร้าย   234

    บุตรชายคนรองของพ่อค้าใหญ่เห็นชิงช่ายเบะปากร้องไห้ก็ก้าวเข้ามาหาอย่างลืมตัว “แม่นางลี่อย่าเพิ่งโกรธ ในท้องของนางมีลูกของข้าและหลานของเจ้าอยู่นะ”ผู้เป็นนายหญิงหันขวับไปมองคนใกล้ตัว ดวงตากวางเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้าท้องแล้ว?”ชิงช่ายที่หน้าย้อมสีชมพูเสมือนลูกท้อลูกใหญ่กัดริมฝีปาก พยักหน้าหงึกหงักเพื่อยืนยันในสิ่งที่ชายหนุ่มพูดริมฝีปากรูปกระจับที่ถูกแต่งแต้มด้วยชาดยิ้มเย็น “เยี่ยม! เยี่ยมมาก!” นางกำลังจะขึ้นเกี้ยวแต่กลับมารู้ข่าวว่าสาวใช้ที่ยังไม่ออกเรือนตั้งท้องแล้วสองเดือน เพิ่งรู้นะว่านางที่มีความทรงจำของชาติก่อนถือว่ามีหัวคิดแบบสมัยเก่า ขณะที่คนยุคโบราณต่างหากที่ไฟแรงเกินจินตนาการถึง! หึ... เหยาเป้ยชูคงรู้ว่านางไม่อยากยกคนสนิทให้สิท่า มิเช่นนั้นคงไม่ทำจนชิงช่ายถึงขั้นตั้งครรภ์!“ห้าสิบตำลึงทอง”“หา!” ทายาทพ่อค้าใหญ่อ้าปากค้าง“ห้าสิบตำลึงทอง ถือเป็นสินสอด หากเจ้านำมาไม่ได้ คนก็อย่าหวังจะเอาไป!”ใจจริงลี่หยวนไม่เคยคิดขัดขวางความรักของลูกน้อง ดูจากรูปการณ์แล้วชิงช่ายน่าจะสมยอมพร้อมใจจึงได้มีสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยพ่อของลูก เรื่องแบบนี้ตบคือข้างเดียวย

  • ในโลกใหม่ ข้าคือผู้ช่วยวายร้าย   233

    47ตอนพิเศษเมืองเยว่ฉีมิอาจเรียกได้ว่าเป็นเมืองใหญ่ ทว่าการเติบโตของกลับคืบหน้าอย่างรวดเร็วจนเป็นที่จับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีข่าวใหญ่แพร่กระจายออกมาว่านายหญิงแห่งกิจการสกุลลี่กำลังจะมีงานมงคลในทีแรกชาวบ้านทั้งหลายต่างแตกตื่นตกใจกันยกใหญ่ ก่อนหน้านี้มีข่าวลือหนาหูว่าเศรษฐีนีผู้นี้มีใบหน้าอ

  • ในโลกใหม่ ข้าคือผู้ช่วยวายร้าย   228

    “วังหลวง” ซุนโม่เฉินยังคงไม่ละสายตาไปจากใบหน้าที่ตนไม่ได้เห็นมานานหลายเดือน พบว่าบนใบหน้างามยังมีเค้าความอ่อนหวานเหมือนก่อน แต่ขณะเดียวกันมันกลับเสริมมาด้วยความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวเขาเองก็ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตงฟางฉีพูด จนกระทั่งได้รับคำยืนกรานจากปากของพระมารดาลี่หยวนได้ฟังเช่นนั้นก็เข้าใจได้ไม่

  • ในโลกใหม่ ข้าคือผู้ช่วยวายร้าย   225

    “...อึก! ฮือๆๆ” อันจิวอิงร้องไห้ออกมาในสภาพที่ดูไม่ได้ ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้ถูกกระทำแต่กลับแสดงอาการมากกว่าเจ้าตัวเสียอีกลี่หยวนหันไปค้อนขวับทีหนึ่ง ไหนว่าอันจิวอิงเติบโตในค่ายทหารอย่างไร แค่เห็นคนสู้กันแล้วบาดเจ็บแบบเลือดตกยางออก นางก็เสียขวัญถึงขนาดนี้ ทำให้น่าสงสัยเหลือเกินว่าที่ผ่านมาอีกฝ่ายเติ

  • ในโลกใหม่ ข้าคือผู้ช่วยวายร้าย   219

    ก่อนหน้านี้ชิงช่ายพูดถูก เป็นเพราะนางยังติดค้างเรื่องของท่านปู่กับตงฟางฉีอยู่ในใจ นางจึงไม่อาจใช้ชีวิตในเมืองเยว่ฉีด้วยความปลอดโปร่งและสบายใจ ทว่าหลังจากที่ได้พบตงฟางฉีอีกครั้ง ได้สะสางปัญหาทุกอย่างที่เมืองหลวง เรียนรู้เรื่องชาติกำเนิดของตนเองและเห็นว่าทางซุนโม่เฉินกำลังจะไปได้ด้วยดี จึงสามารถตัดอา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status