Masukองค์ชายสี่แห่งราชวงศ์ซุนยกมือไพล่หลัง หมุนกายเดินจากไป
“น้อมส่งองค์ชายสี่” ลี่หยวนทำความเคารพอย่างชดช้อยตามที่ได้รับการฝึกฝน อบรมกิริยามารยาทของคุณหนูตระกูลผู้ดีมาอย่างดี
“คุณหนู องค์ชายสี่ทรงตรัสชมเชยอาภรณ์ที่คุณหนูสั่งตัดเพื่อให้ทันงานเลี้ยงด้วยเจ้าค่ะ” ชิงช่ายซึ่งยืนเยื้องอยู่ด้านหลังมีสีหน้าปลาบปลื้มยินดี คุณหนูของนางปักใจรักมั่นใจตัวองค์ชายสี่มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย เดาว่าป่านนี้คงดีใจจนใบหน้าแดงก่ำดุจลูกท้อไปแล้วกระมัง
สาวใช้คนสนิทคิดพลางยกมือขึ้นมาปิดแก้มที่ร้อนผ่าวของตน รู้สึกขัดเขินและปลื้มปริ่มแทนนาย หากนึกไม่ถึงว่าทันทีที่ร่างสูงโปร่งของซุนโม่เฉินจากไป ใบหน้าของลี่หยวนที่เบนกลับมาทำเอานางถึงกับสะดุ้ง
“คะ...คุณหนู”
สีหน้าของคุณหนูเรียบเฉย หากแววตากลับเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
หึ! อาภรณ์สีโปรดของเจ้าวายร้ายผู้นั้นรึ!
ซุนโม่เฉิน ข้าไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือ ที่ท่านเพียงแค่ใช้คำหวานไม่กี่คำก็สามารถชี้เป็นชี้ตายข้าได้!
“ชิงช่าย”
น้ำเสียงเรียบเย็นของลี่หยวนไม่ให้ความรู้สึกเหมือนสตรีวัยสิบสี่เลยสักนิด
ชิงช่ายก้มหน้า ตัวสั่นเทา “จะ...เจ้าคะ”
ลี่หยวนเดินจ้ำอ้าวผ่านหน้าสาวใช้ส่วนตัวไปยังโต๊ะกลางห้อง มือคว้าไปที่ถ้วยน้ำชาก่อนที่...
ซ่า!
“ทำอย่างไรดี...” นางวางถ้วยน้ำชาลงขณะที่มือยังสั่นเล็กน้อย “ข้า...ข้าตื่นเต้นมากจนเผลอทำชาหกเลอะใส่ชุดที่ใส่เสียได้”
ชิงช่ายยืนอ้าปากพะงาบๆ เพราะลี่หยวนยืนหันหลัง ผู้เป็นสาวใช้จึงไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายทำน้ำชาหกใส่ชุดที่ล้ำค่ามากน้อยเพียงใด
ชุดนี้เป็นชุดที่คุณหนูตั้งใจสั่งตัดมาเพื่องานเลี้ยงนี้โดยเฉพาะเชียวนะ!
“คุณหนู...”
ลี่หยวนหมุนกายเดินไปหลังฉากกั้น เรือนผมที่ยังมิได้เกล้าขึ้นสะบัดไปตามจังหวะการเคลื่อนไหว พลิ้วไหวดุจผืนไหมล้ำค่า “รีบไปปิดประตูห้องและเปลี่ยนชุดให้ข้าเสีย!”
“หะ...หา?” ชิงช่ายตกใจจนหน้าซีดเผือด “คุณหนู... งานจะเริ่มแล้วนะเจ้าคะ แล้วชุดที่ใส่ องค์ชายเองก็ดูพอพระทัยมาก”
“ในเมื่อองค์ชายเห็นชุดก็ถือว่าพอแล้ว ข้าไม่อยาก...ใส่ชุดนี้ไปอวดต่อหน้าผู้อื่น”
คราวนี้ผู้ฟังงุนงงอย่างที่สุด “คุณหนู... ไม่พอใจหรือเจ้าคะ”
ลี่หยวนถอนหายใจเฮือก มือจัดการแกะปมผ้าคาดเอวที่ชิงช่ายเป็นผู้มัดออกอย่างเร่งรีบ หากจะพูดให้ชิงช่ายฟังว่าพวกนางเป็นเพียงแค่ตัวละครในนิยายเรื่องหนึ่ง นอกจากสาวใช้จะไม่เข้าใจแล้วยังจะหาว่านางบ้า และถ้าจะให้อธิบายว่าหากติดตามองค์ชายสี่ต่อไปก็อาจทำให้อายุสั้นหรือตายก่อนวัยอันควร ก็เหมือนเป็นการใส่ร้ายโดยไม่มีหลักฐานอีก
แถมชิงช่ายไม่รู้เรื่องที่หลายปีก่อน ผู้ที่พานางมาเป็นคุณหนูที่จวนแห่งนี้ก็คือซุนโม่เฉิน ดังนั้นต่อให้ลี่หยวนจะไว้ใจชิงช่ายพอประมาณ แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นจริงๆ นางก็เลือกที่จะไม่พูดย่อมดีกว่า
สุดท้าย คุณหนูแห่งจวนเสนาบดี ก็ปั้นข้ออ้างที่ฟังแล้วเข้าท่ามากที่สุดขึ้นมา
“ข้าได้ยินมาว่า บุรุษชอบเห็นสตรีเป็นของประดับสวยงามเหมือนบุปผาในแจกันเท่านั้น ประการแรกชุดก็เปียกไปแล้ว ใส่ออกไปคงไม่เหมาะ สอง...หากองค์ชายสี่ทอดพระเนตรเห็นว่าข้าใส่ชุดตัวนี้ออกไปเพียงเพราะถูกเขาชม ข้าจะกลายเป็นสตรีที่หัวอ่อนน่าเบื่อ ข้าไม่ควรเอาใจองค์ชายสี่ไปเสียทุกเรื่อง มิเช่นนั้นองค์ชายจะทรงเบื่อหน่ายข้าแทน”
ชิงช่ายได้ฟังคำอธิบายจบก็เบิกตากว้าง หลังจากนั้นก็ทิ้งกำปั้นลงบนฝ่ามืออีกข้างราวกับเข้าใจความหมายของมันแล้ว
“คุณหนูของบ่าวช่างฉลาดปราดเปรื่องอย่างยิ่ง! มาเจ้าค่ะ บ่าวจะช่วยคุณหนูแต่งตัวเสียใหม่ จะเลือกชุดอาภรณ์สีใดดีเจ้าคะ”
“เร็วเข้าสิ อย่ามัวแต่ชักช้า”“หากเป็นรับสั่งของพระชายา ข้าย่อมพร้อมที่จะน้อมรับ” ตงฟางฉีหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ด้วยความมันเขี้ยว เห็นนางเร่งแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ใครบางคนรู้สึกภาคภูมิใจเข้าไปใหญ่ “แต่ก่อนอื่น เจ้าต้องรับปากข้าเรื่องหนึ่งก่อน”เดิมทีเขาอยากสำเร็จแล้วเช่นกัน แต่เพื่อการใหญ่ เขาจำเป็นต้องใจแข็งและยั้งไว้เสียก่อน“เจ้าต้องมีลูกให้เราอย่างน้อยห้าคน”ผู้ฟังถึงกับกะพริบตาหนึ่งครั้ง “ลูก... ห้าคน?”ลี่หยวนอึ้งไป นี่เขาเห็นนางเป็นกระต่ายที่ออกลูกเป็นคอกรึ!“นั่นเป็นเงื่อนไขของท่านอาจารย์ลี่” ชายหนุ่มขยายความ “มิเช่นนั้นเขาจะไม่ยอมยกเจ้าให้ข้า”“ท่านปู่...” หญิงสาวตาเหลือก ที่แท้มันเป็นความตั้งใจของลี่เตานั่นเองบัดนี้ท่านปู่อายุมากแล้ว หากเขาประสงค์เช่นนั้น ลี่หยวนยอมรับเลยว่านางคงใจอ่อนไม่กล้าปฏิเสธ“ท่านอ๋อง” ลี่หยวนสบตาผู้เป็นสามีด้วยสีหน้าจริงจังกว่าเดิม “หม่อมฉันอยากรับท่านปู่มาอยู่ด้วยกันเพคะ”ตงฟางฉีพยักหน้าช้าๆ “ชายาข้า วิธีที่จะดึงดูดให้ท่านอาจารย์ลี่มาที่นี่โดยเร็วที่สุด เห็นทีจะเป็นการมารับขวัญเหลน”ชายาสาวทนไม่ไหวย่นจมูกใส่เข้าทีหนึ่ง “ท่านปู่และสามีข้าต่างเป็นบุรุษร้ายกาจด้
“แล้วข้าควรทำอย่างไรดี...” จมูกโด่งเป็นสันของผู้กล่าวซุกไซร้เข้าที่ลำคอขาวผ่อง ดูดเม้มผิวหอมกรุ่นจนเป็นรอยแดงชัดเจน “ก็ข้าอยากฟังมันอีก”หลังจากนั้นสิ่งที่ดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของคนทั้งสองมีเพียงเสียงครางและหอบกระเส่าทุกครั้งที่เอวสอบโยกไหวอย่างดุดัน ลี่หยวนก็ราวกับเห็นดวงดาวพร่างพราวอยู่ตรงหน้า ทุกครั้งที่เขาแปรเปลี่ยนเป็นเนิบนาบ ลี่หยวนก็ทรมานประหนึ่งจะขาดใจแม้ตงฟางฉีจะเรียกร้องและตักตวงจากร่างอันหอมหวานอย่างยาวนาน ทว่านางก็พยายามที่จะไล่ตามอย่างไม่ยอมแพ้พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า จันทราผุดผ่องครองนภาแทนที่ลี่หยวนกับตงฟางฉีเพิ่งมีโอกาสได้กินข้าวเย็นร่วมกันเป็นมื้อแรกในฐานะสามีภรรยาเดิมทีหญิงสาวอยากใส่เสื้อคลุม แต่พอนางใส่ ตงฟางฉีก็ถอดออก บอกว่าจะใส่ทำไมให้เปลืองแรง เพราะกินข้าวเสร็จเมื่อไรก็ต้องถอดออกอีกอยู่ดีลี่หยวนที่นึกไม่ถึงว่าเขาจะหน้าหนาถึงเพียงนี้ก็ทำเอาพูดอะไรไม่ออก ครั้นอ้าปากจะเถียง เขาก็ใช้นิ้วชั่วช้าหยอกเล่นกับร่างกายนางเสียจนอยู่หมัด ทำเอานางอ่อนระทวยและเสร็จสมไปอีกหน“เหยาเป้ยชูบอกข้าว่า... เขากำลังจะเป็นพ่อคน” ชายหนุ่มซึ่งคีบผักใส่ถ้วยภรรยากล่าวเสียงนุ่มครั้นนึ
คำพูดที่น่าอาย ทำเอาเจ้าสาวรูปงามถึงกับเถียงไม่ออกตงฟางฉีหัวเราะดังขึ้น กลั่นแกล้งนางโดยการโยกกายเบาๆ ทั้งยังส่งมือไปสำรวจเอวบางและสะโพกสอบอย่างทั่วถึงเนื่องจากอาภรณ์ส่วนล่างของลี่หยวนยังปกปิดอยู่อย่างหมิ่นเหม่ ภาพของนางจึงถูกยั่วยวนและยั่วเย้าขึ้นอีกหลายเท่าตัวลี่หยวนเองก็มีความทรงจำของคนยุคใหม่ ในเมื่อถูกเขาปลุกเร้ามาถึงขั้นนี้ มีหรือที่นางจะไม่กล้าหญิงสาวเชิดใบหน้า นัยน์ตาหยาดเยิ้มหรี่มองผู้ที่อยู่ใต้ร่าง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วจัดการเกี่ยวขอบผ้าผืนบาง ปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่หลงเหลือออกด้วยตนเอง ตั้งใจกระทำมันอย่างเชื่องช้าเป็นพิเศษเพื่อยั่วใครบางคน มิหนำซ้ำยังใช้มือดึงปิ่นและเครื่องประดับบนเรือนผมออกบัดนี้ผิวสีขาวอมชมพูมีหยาดน้ำเกาะพราวบางส่วน ยามกระทบกับแสงท้องฟ้ายามเย็นก็ทำให้ผิวเนียนนุ่มเปล่งประกายระยิบระยับ เรือนผมยาวสยายคลอปิดอกอวบอิ่มไปบางส่วน สภาพของมันยุ่งนิดๆ ล้อมกรอบใบหน้าของคนรักที่มองเขาด้วยแววตาเชิญชวนช่างอันตรายโดยแท้!ตงฟางฉีมองนางอย่างลุ่มหลง ความขึงขังที่ขยับขยายสร้างความทรมานอย่างสุดจะกล่าว“หยวนหยวน...” เป็นฝ่ายชายหนุ่มที่หมดความอดทน สองมือใหญ่จับตรึงเข้าที่สะโพกม
คิดไปก็หัวเราะไป ฤทธิ์ของสุราทำให้ลี่หยวนแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาอย่างซื่อตรงจุมพิตของพวกนางทวีความหนักหน่วงคลอเข้ากับเสียงหอบหายใจ พอลี่หยวนหายใจไม่ทัน ตงฟางฉีก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว รวบเอวบางพร้อมกับส่งขึ้นไปบนโต๊ะทันทีเพล้ง!!จอกสุราและถาดใส่อาหารว่างถูกปัดออกไปให้พ้นทาง หญิงสาวรู้ตัวอีกครั้งก็เป็นยามที่ตนนอนแผ่หลาอยู่บนโต๊ะ สองมือคล้องเข้าที่ท้อยทอยของตงฟางฉีโดยที่ริมฝีปากทั้งสองยังไม่ผละจากลิ้นใหญ่ละเลียดชิมริมฝีปากอวบอิ่มทุกซอกทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นกลีบปากบนหรือล่าง โพลงปากและลิ้น...ทุกสัดส่วนอย่างประกาศความเป็นเจ้าของ“อืม...อ๋า”หญิงสาวสะดุ้งตัวเล็กน้อยเมื่อมือใหญ่กร้านทั้งสองสัมผัสนวดคลึงถันงามใหญ่เต็มไม้เต็มมือทั้งสองอย่างสนิทสนม ปลายนิ้วของเขาตวัดถี่ตรงปลายยอดเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ ส่งผลให้ผู้ที่เมามายบิดเร้าไปมา“ตง...ตงฟางฉี” ลี่หยวนร้องประท้วงก่อนจะแอ่นอกร้องครางเมื่อเขาลากลิ้นสากดูดดึงจุดนูนเด่นทั้งที่นางยังสวมอาภรณ์อยู่จะว่าอย่างไรดี...แบบนี้มันยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ซ่านเสียวกว่าคราไหนๆ“ข้าทำไมหรือ” ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก เอาหน้าซุกไซร้ความนุ่มอย่างชอบใจ มิหนำซ้ำ...มืออี
ด้วยเหตุนี้ชายหนุ่มจึงอาศัยความไว้วางใจทั้งหมดที่ฮ่องเต้ทรงมีให้ อาสาย้ายมาควบคุมดูแลความเรียบร้อยในเมืองแห่งนี้แต่แน่นอนว่า... เขาจะต้องเดินทางกลับไปยังเมืองหลวงปีละสามสี่ครั้งเพื่อรายงานตัวหลังจากถ่ายทอดวิชาหมอส่วนหนึ่งให้กับหมอหลวงเพื่อถวายการรับใช้โรคประจำตัวขององค์จักรพรรดิ ตงฟางฉีก็ย้ายมาที่เมืองเยว่ฉีโดยใช้ที่ดินของมารดาปลูกสร้างวังขนาดเล็กที่เขาเองก็พอใจและเขาก็ได้กลับมาพบลี่หยวนอีกครั้ง... ในยามที่ทั้งเขาและนางต่างก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นลี่หยวนมีบางส่วนที่เหมือนเดิม และมีบางส่วนที่เปลี่ยนไปเขาเองก็มีส่วนที่เหมือนเดิม และบางส่วนที่แปรเปลี่ยนดังนั้นจากเดิมที่ใจร้อนดังไฟ ตงฟางฉีก็ใช้เวลาช่วงแรกในการค่อยๆ เรียนรู้และปรับตัวเข้าหาลี่หยวน แสดงให้นางเห็นว่าเขายังคงมั่นคงและจริงจังกับความสัมพันธ์นี้มากเพียงไรฝ่ายลี่หยวนเองก็เริ่มแบ่งปันความคิดของนางให้เขาฟัง นางบอกกับเขาว่านางเองก็มีโลกของนางที่มิอาจมอบให้เขาได้ทั้งหมด แต่ก็พร้อมที่จะเปิดให้เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง และนางเอง... ก็พร้อมที่จะตัดแบ่งโลกส่วนหนึ่งของตนเพื่อให้มันสามารถประสานเข้ากับโลกของเขาได้เช่นเดียวกันมันเป็นค
บุตรชายคนรองของพ่อค้าใหญ่เห็นชิงช่ายเบะปากร้องไห้ก็ก้าวเข้ามาหาอย่างลืมตัว “แม่นางลี่อย่าเพิ่งโกรธ ในท้องของนางมีลูกของข้าและหลานของเจ้าอยู่นะ”ผู้เป็นนายหญิงหันขวับไปมองคนใกล้ตัว ดวงตากวางเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้าท้องแล้ว?”ชิงช่ายที่หน้าย้อมสีชมพูเสมือนลูกท้อลูกใหญ่กัดริมฝีปาก พยักหน้าหงึกหงักเพื่อยืนยันในสิ่งที่ชายหนุ่มพูดริมฝีปากรูปกระจับที่ถูกแต่งแต้มด้วยชาดยิ้มเย็น “เยี่ยม! เยี่ยมมาก!” นางกำลังจะขึ้นเกี้ยวแต่กลับมารู้ข่าวว่าสาวใช้ที่ยังไม่ออกเรือนตั้งท้องแล้วสองเดือน เพิ่งรู้นะว่านางที่มีความทรงจำของชาติก่อนถือว่ามีหัวคิดแบบสมัยเก่า ขณะที่คนยุคโบราณต่างหากที่ไฟแรงเกินจินตนาการถึง! หึ... เหยาเป้ยชูคงรู้ว่านางไม่อยากยกคนสนิทให้สิท่า มิเช่นนั้นคงไม่ทำจนชิงช่ายถึงขั้นตั้งครรภ์!“ห้าสิบตำลึงทอง”“หา!” ทายาทพ่อค้าใหญ่อ้าปากค้าง“ห้าสิบตำลึงทอง ถือเป็นสินสอด หากเจ้านำมาไม่ได้ คนก็อย่าหวังจะเอาไป!”ใจจริงลี่หยวนไม่เคยคิดขัดขวางความรักของลูกน้อง ดูจากรูปการณ์แล้วชิงช่ายน่าจะสมยอมพร้อมใจจึงได้มีสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยพ่อของลูก เรื่องแบบนี้ตบคือข้างเดียวย
“เสด็จพ่อ”ภายในท้องพระโรงต่างเงียบกริบเมื่อซุนเวยอี้กล่าวขัดขึ้นมาอย่างอาจหาญทว่าผู้ที่ถูกเรียก... กลับเมินเฉยเสมือนว่าอีกฝ่ายนั้นไร้ตัวตน“ลูก...” องค์ชายแปดเหงื่อแตกพลั่ก ประสานพระหัตถ์คล้ายต้องการตรัสบางสิ่ง ทว่าพระราชบิดากลับยกมือห้ามอย่างเหลืออดบัดนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี ต่อหน้าข
สาวใช้ทั้งสาม รวมถึงซ่งหรู่ฮวาเองต่างพากันหน้าซีด ชิงช่ายที่หางตาเปียกชื้นยกแขนเรียวขึ้นมาอย่างง่กๆเงิ่นๆ ปล่อยให้เจ้างูสีขาวตาแดงชูคอแลบลิ้นแฉกส่งให้ผู้คนที่เหลือ “ท่านแม่ใหญ่ นี่คือสัตว์เลี้ยงที่รักของข้า เสี่ยวไป๋” ลี่หยวนเดินมาลูบศีรษะน้อยๆ ของเจ้าอสรพิษอย่างเอ็นดู
เสี่ยวไป๋ผงกศีรษะมองนางด้วยดวงตาสีทับทิมใสกระจ่าง แววตาดูงงๆ คล้ายไม่เข้าใจที่นางพูด ลี่หยวนพ่นลมหายใจเล็กน้อย ช่วงระยะหลายวันที่ผ่านมา ตงฟางฉีค่อนข้างยุ่ง ทั้งวันหมอปีศาจไปมาหาสู่สถานที่ไม่เกินสี่ห้าแห่งเท่านั้น วังอ๋อง วังหลวง คุกหลวงทางทิศเหนือ คุกหลวงทางทิศใต้ และก
“คุณหนู ทำโทษบ่าวด้วยเถิดเจ้าค่ะ” ชิงช่ายคุกเข่าลงตรงหน้าก่อนจะยกมือตบหน้าตนเอง “บ่าวมันปากไม่ดี พูดไม่รู้จักคิด!”“ผู้ใดอนุญาตให้เจ้าตบหน้าตนเองกัน” ลี่หยวนกล่าวเสียงเย็น การกระทำของชิงช่ายส่งผลให้อารมณ์นางดำดิ่งลงกว่าเดิม “ชิงช่าย ข้าขอลงโทษเจ้า รีบไปซื้ออาหารให้ข้าภายในครึ่งชั่วยาม”“เจ้าค่ะคุณห







