LOGIN“อย่าให้กี๋รู้นะว่าอุ๋มกลับไปดีกับนายนาวินนั่นอีกน่ะ”
พิชชาอรบ่นหญิงสาวอีกคนที่หน้าตาละม้ายคล้ายกับเธอ แต่อีกฝ่ายดูอ่อนหวานนุ่มนวลมากกว่าทั้งภายในและภายนอก ต่างจากเธอที่เป็นน้องแต่ตัวโตกว่าพี่สาว
ขณะปิดกระจกหลังจ่ายค่าน้ำมันเรียบร้อยแล้วเร่งเครื่องขับเคลื่อนออกจากมหานครมุ่งหน้าสู่เมืองพัทยาในทันที
“ไม่หรอกกี๋ เราแค่จะไปถามเรื่องเงิน กี๋ก็รู้นี่ว่าตอนนี้เราตกงาน แล้วกี๋ทำงานคนเดียวจะเลี้ยงเราไหวหรือไง ไหนจะค่าเช่าห้อง ค่ากินคูณสองหมดเลยนะ”
อมิตาร่ายยาวรู้ว่าถ้าพูดเรื่องเงิน พิชชาอรต้องยอมอย่างแน่นอน
“ก็บอกให้ย้ายมาอยู่ห้องเดียวกัน กินด้วยกัน ตัวก็ไม่มา แล้วถ้าไม่ไหวจริงๆงั้นกลับไปของานอาตรีทำ” คนน้องว่าอย่างหน้าตาย อ้างถึงญาติเพียงคนเดียวของทั้งคู่ ที่เหลืออยู่
“อาตรีเหรอ ไม่เอาหรอก ไม่อยากไปเฝ้าสวนกับคอยเก็บค่าเช่าแผงให้แก” อมิตาว่าก่อนจะมุ่ยหน้าเมื่อนึกถึงบ้านต่างจังหวัด
“ไม่แน่นะ บางทีกี๋ก็คิดว่าถ้าทำงานเก็บเงินได้สักก้อนแล้วจะกลับไปอยู่กับอาตรี ปลูกผักเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ สบายจะตายไป”
“กี๋เนี่ยนะจะไปปลูกผักเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่” อมิตาถามยิ้มๆ หน้าตาบอกว่าไม่เชื่ออย่างปากพูด
“ทำไม” เจ้าตัวย้อนถามยวนๆ
“เรานึกภาพกี๋ทำแบบนั้นไม่ออกเลย”
“เรื่องนั้นยังอีกนาน เราว่าอุ๋มจัดการเรื่องของตัวเองก่อนเถอะ” ว่าจบตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อสู่จุดหมายปลายทางที่อมิตาขอร้องให้พาไปพบกับอดีตคนรักเก่าที่ผับของเขา เพื่อจัดการกับทรัพย์สินที่เคยซื้อให้เมื่อตอนยังคบหากันดีอยู่
นาวินคือผู้ชายคนแรกที่ได้ทั้งตัวและหัวใจของอมิตาไปเต็มๆ พิชชาอรรู้ดีว่าพี่สาวของเธอยังรักหมอนั่นอยู่ไม่เสื่อมคลาย ทั้งๆที่ผู้ชายคนนั้นไม่ได้คิดจริงจังกับพี่สาวของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
จะอะไรนักหนา
หมอนั่นรวย หน้าตาดีระดับชาติ และยังมีสาวๆสวยๆรุมล้อมหน้าล้อมหลังออกแยะ เป็นไปได้น้อยเต็มทีที่จะมาลงเอยกับพี่สาวของเธอ ฝั่งนั้นคงแค่อยากลิ้มลองอมิตาเล่นๆเพียงเท่านั้นล่ะมากกว่า
แม้อมิตาจะเกิดก่อนเธอแต่อมิตานั้นเป็นคนหัวอ่อน ใบหน้าน่ารักอ่อนหวานราวกับตุ๊กตา ไหนจะรูปร่างที่ดูเล็กกะทัดรัดจึงดูราวกับว่ายังเป็นเด็กสาวเสมอ แต่เธอนั้นสูงโปร่งกว่าคนเป็นพี่โขอยู่ ใบหน้าของเธอแม้ใครๆจะบอกว่าสวยเฉี่ยว แต่หากไม่ยิ้มจะดูบึ้งดุอยู่ทุกเวลา
“กี๋ไปที่ร้านของวินเลยแล้วกัน อุ๋มถามเด็กในร้านแล้ว วันนี้เขาเข้าไปทำงานที่นั่น” อมิตาบอกเมื่อเห็นว่าอีกไม่กี่มากน้อยจะเข้าในเขตของเมืองพัทยาแล้ว
“หน้าแบบนั้นไปทำงานด้วยหรือไง น่าจะไปนั่งกินเหล้ามากกว่า พอเมาก็หิ้วสาวกลับห้อง” พิชชาอรพูดเพราะรู้นิสัยของฝ่ายนั้นดี
เกือบเที่ยงคืนกว่าที่พิชชาอรจะจอดรถลงได้ที่หน้าผับเปิดใหม่ ตรงใจกลางพัทยา
“มีเงินอย่างเดียวไม่พอนะเนี่ย ถึงจะเปิดร้านเหล้าสิ้นคิดแบบนี้ได้”
พิชชาอรบอกหมิ่นๆ ขณะลงจากรถ มองไปทั่วบริเวณอย่างไม่ใคร่จะพอใจเท่าไรนัก แล้วเดินตามแรงจูงของพี่สาวเข้าไปด้านในด้วยกัน
“เด็กเก่าผมว่าจะมาคุยเรื่องขายคอนโด ป่านนี้แล้วยังไม่เห็น สงสัยไม่มาแล้วมังฮะ” ญาติผู้น้องของปุญญ์บอกเล่าให้ฟัง ทั้งยังยิ้มส่งให้สาวสวยวัยแรกรุ่นอยู่ถัดไปอีกโต๊ะ ที่อีกฝ่ายโปรยยิ้มให้อย่างเชื้อเชิญ
ปุญญ์ถามขณะเอนหลังปิดตาลง ไม่ได้ใส่ใจกับคำตอบเท่าใดนัก“คนไหนอีก นี่เยอะจนพี่จำหน้าไม่ได้แล้วนะวิน”
“อย่าว่าแต่พี่เลยฮะ ผมเองก็ยังแทบจะจำไม่ได้” เจ้าตัวพูดอย่างติดตลก แล้วว่าต่อคล้ายคาดเดาเมื่อเลยเวลานัดไปแล้วยังไม่เห็นว่าจะมาตามนัด “สงสัยจะรอน้องสาวเขาเลิกงานก่อน ถึงมาได้”
“อ้าว มีน้องสาวด้วย งี้ก็เข้าทำนองน้องเมียก็เหมือนน้องเราน่ะสิ” ปุญญ์ว่ายิ้มๆ นาวินแค่นเสียงเยาะก่อนว่า “สวยก็จริงอยู่หรอกฮะ แต่ดุยังกับร็อตไวเลอร์”
“ขนาดนั้นเลย” คนถามพูดคล้ายไม่เชื่อ เขาไม่ค่อยเคยเจอผู้หญิงดุเท่าไรนัก
นาวินผงะ แล้วดึงแก้วออกจากปาก บอกอย่างนึกอะไรขึ้นมาได้ “หรือพี่จะลองจีบดู ได้แล้วยังไง ถ่ายคลิปมาเผื่อผมด้วยนะฮะ”
ปุญญ์ผุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “เดี๋ยวขอดูหน้าดูหุ่นก่อนสิ รับปากซี้ซั้วได้ไง”
นาวินยิ้มกว้างขึ้นมาทันที แล้วคุยต่อ คราวนี้ถามอย่างอยากรู้คำตอบ เพราะจะเอาไปใช้กับงานในเครือของตนเองบ้าง “อ้อ แล้วงาน Jazz on the beach เที่ยวนี้พี่ให้ใครจัดฮะ คนชมกันเกรียวว่ามันเวิร์คมากเลย”
“คุณต้าไง”
ปุญญ์และนาวินเอ่ยถึงงานมหกรรมดนตรีที่จัดเสร็จไปเมื่ออาทิตย์ก่อนที่นอกจากจะประสบความสำเร็จในการจัดแสดงแล้วยังส่งผลดีต่อภาพรวมของราคาหุ้นอีกด้วย ปุญญ์เป็นคนต้นคิดเรื่องนี้ เขาบอกกับคณะกรรมการผู้บริหารว่าทั้งหมดนี้จัดเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวและกิจการในเครือของปุญญกาญจนรัตต์ หรือ PKR Group ซึ่งมันได้ผลดีเกินกว่าที่ได้คาดเอาไว้เสียอีก จนนาวินถึงกับต้องออกปากถาม ทั้งยังชื่นชมญาติผู้พี่คนนี้ อดอิจฉาในความสามารถของอีกฝ่ายไม่ได้แม้แต่เรื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวก็ตามที
“แล้วที่ผับนี่พี่จะหุ้นด้วยไหมฮะ หกสิบสี่สิบก็ได้ฮะพี่ปุญญ์ ผมเดือดร้อนจริงๆนะพี่”
“อือม์” ปุญญ์รับปากอย่างเนือยๆ
“แล้วบ่อนละฮะพี่สนด้วยไหม”
“วิน นายนี่นะจับแต่ของแบบนี้ระวังไว้บ้างเถอะ”
“ช่วยผมหน่อยเถอะฮะพี่ปุญญ์ ถือว่าช่วยน้องชายตัวเล็กๆคนนี้สักคนนะพี่นะ”
“อือ อือ” ไม่วายที่ปุญญ์จะรับปากส่งๆอีกครั้งก่อนตักเตือน “พี่บอกไว้ก่อนนะว่าอย่าไปลงกับธุรกิจสีเทาๆแบบนั้นนัก เงินได้มานายก็หมดไปกับอะไรบ้าง คิดดูเอาเถอะ แล้วก็วนลูปแบบเดิมๆ พี่บอกรอบสุดท้ายแล้วนะ ขี้เกียจบ่นเป็นตาแก่”
“ฮะ ผมรับปากพี่ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายละกัน”
นาวินค่อยคลายใจหน่อย หลายครั้งมาแล้วที่เขามักขอความช่วยเหลือจากปุญญ์ โดยเฉพาะเรื่องเงินที่ชักหน้าไม่เคยถึงหลัง และปุญญ์ก็ให้ความช่วยเหลือทุกครั้ง
ปุญญ์อาจเคี่ยวกับคนอื่นๆ แม้กระทั่งคู่ค้าหรือผู้บริหารคนอื่นในเครือ แต่กับตนเองปุญญ์บ่นตักเตือนก็จริงแต่ให้ความช่วยเหลือทุกครั้งที่เขาออกปากขอ
“คุณนาวินคะ มีคนมาขอพบค่ะ” พนักงานเข้ามาเลียบๆเคียงๆบอกนาวิน
“เชิญเขามาเลยตุ้ย” นาวินบอกพนักงานคนนั้นแล้วหันมาพูดกับปุญญ์ “สงสัยมากันแล้ว ไปด้วยกันไหมพี่ จะได้ดูว่าสวยขนาดไหน นี่ผมชักหวั่นๆขึ้นมาแล้วสิ กลัวยัยนั่นจะเกาะไม่ยอมปล่อย”
“มีอะไรกันเหรอฮะ”นาวินถามสองสาวที่คุยกันท่าทางเคร่งเครียดอยู่หน้าห้องของปุญญ์ เพราะอีกฝ่ายเป็นสุภัคสรณ์ว่าที่คู่หมั้นของญาติผู้พี่ เขาจึงต้องให้ความสำคัญกับเธอไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปุญญ์ แม้ในใจจะไม่ชอบนักก็ตาม เพราะสาวเจ้าชอบเหยียดคนที่ต่ำกว่าแม้จะพูดจาปากหวานแต่มักแฝงคำดูถูกดูหมิ่นในที เขาโดนมาแล้วแต่ต้องทำเป็นเฉยไป“สาวๆของพี่ปุญญ์น่ะสิ โทรมาอีกแล้ว ยัยพวกนี้คิดอะไรกัน วันๆไม่ทำงานทำการคิดแต่จ้องจะจับผู้ชายรวยๆ”นาวินแอบเบ้ปาก นึกในใจว่ายัยนี่ก็จ้องจะจับญาติผู้พี่ของเขาเช่นกัน ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง แล้วยิ้มหวานแสร้งปลอบ“อ้อ เรื่องปกติฮะ ลูกศรอย่าคิดมากไป ยังไงคุณก็มีภาษีดีกว่าผู้หญิงพวกนั้น”“คิดมากสิคะ ไม่ให้ลูกศรคิดได้ยังไง รู้ไหมว่าผู้หญิงน่ะมีเซนส์ คนเมื่อครู่นี่ต้องมีอะไรสำคัญกับพี่ปุญญ์แน่ๆ ลูกศรรู้สึกด้วย”ชายหนุ่มแอบกรอกตาแล้วถาม “เธอบอกไหมว่าชื่ออะไรลูกศร”“พิชชาอร”“พิชชาอรหรือฮะ”“รู้จักเหรอ สวยไหม”“เอ...” นาวินครางออกมาคำเดียว ก่อนนึกถึงหญิงสาวที่ชื่อพิชชาอร ปุญญ์ไปแอบกุ๊กกิ๊กกับแม่นั่นตอนไหน เห็นอยู่ว่าเธอหยิ่งไม่น้อย อ้อ วันนั้นเห็นว่าแอบเช็ดปากซับหน้าให้กันถ้าอย่างนั
“แท้งแล้วนะ เห็นบอกว่าเป็นเพราะเครื่องใหม่นั่นมันมีผลกับคนท้องอ่อนๆ ทางบริษัทพีจีสาขาใหญ่ถูกซูแล้วด้วย ทางสาขาที่ไทยเลยบอกว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง กรณีของหมอแจน คงไม่อยากเป็นข่าวน่ะนะหมอว่า นี่ดีนะที่เราไม่มีสาวๆคนไหนท้องอ่อนๆในร้าน ไม่อย่างนั้นหมอต้องเสียใจแน่ที่ทำให้น้องๆในร้านแท้งลูก เนอะกี๋ว่าไง…”“อ้อ ค่ะ กี๋จะเรียกน้องๆมาบอกอีกทีนะคะหมอ”คุณหมอบอกเธออีกสองถึงสามเรื่องก่อนจากไป แต่พิชชาอรมัวพะวงกับคำว่า ‘ท้องอ่อนๆ’ อยู่จู่ๆ คำว่า ‘ท้อง’ ก็กระแทกเข้ามาในใจของเธออย่างจังอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ประจำเดือนของเธอไม่เคยขาด แต่ว่านี่มันหายไปสองเดือนแล้วเธอเพิ่งนึกได้ คืนนั้นเธอจำได้มั่นว่าเขาดื้อดึงในการปลดปล่อยในตัวเธออย่างไร และความวุ่นวายก็ทำให้เธอลืมคิดถึงผลที่จะตามมาคงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอกใช่ไหมเวลาที่เหลือจนกว่าจะเลิกงานช่างยาวนานเหลือเกิน ทำเอาคนรอใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนับแต่เกิดความแคลงใจ เธอเฝ้ามองดูแต่เวลาเพราะอยากพิสูจน์ดูให้รู้แน่ชัดกันไปว่าเธอท้องหรือไม่พิชชาอรวางแท่งพลาสติกลงอย่างสิ้นแรงเมื่อเห็นขึ้นสองขีดเด่นชัด ก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวแล้วล้มลงนอน ขีดสองขีดบนแท่งตรวจการตั้
“อาการพ้นขีดอันตรายแล้วครับ”แพทย์โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังออกมาบอกกับคนที่รออยู่ด้านนอกด้วยความกระวนกระวายใจ คุณอัมพรทราบข่าวที่บุตรชายประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ในตอนเกือบรุ่งสางนี่ ท่านสั่งให้ปิดข่าวเสียเงียบแล้วเฝ้ารอหน้าห้องผ่าตัดด้วยความกระวนกระวายในหัวใจ ดวงตาท่านแดงกล่ำจนเส้นเลือดฝอยในตาเหมือนจะปริแตกจากการร้องไห้อย่างหนัก ทันทีที่แพทย์ออกมาบอกเช่นนั้นหัวอกคนเป็นแม่ก็คลายใจลง แต่ยังไม่คลายอาการสะอื้นไห้ ปุญญ์หลับไปถึงสามวันสามคืนจึงค่อยรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง คุณอัมพรกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่ตลอดที่เฝ้ารอให้บุตรชายลืมตาตื่น พอคนที่เฝ้ารอรู้สึกตัวแล้วก็อดใจหายไม่ได้กลัวทั้งยังกังวลไปหมดว่าจะเกิดอะไรกระเทือนสมองปุญญ์หรือไม่ “ปุญญ์ ปุญญ์ลูกแม่” คุณอัมพรถลาไปเกาะแขนบุตรชายทันที ละล่ำละลักเรียกทั้งน้ำตา ปุญญ์ยิ้มให้มารดาอย่างเซียวๆ เรียกขานท่าน “คุณแม่ครับ” “ปุญญ์เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนอยู่ไหม” “มึนๆหัวครับ” เขาว่าพร้อมกับยกมือแตะศรีษะ ก็พบว่ามีผ้าพันปิดแผลที่แตกเอาไว้แน่น “ลูกหลับไปตั้งสามวันแน่ะ แม่ใจคอไม่ดีเลย”คุ
“คงพอแล้วมั้งคะระหว่างเรา คุณได้ฉัน ฉันได้เงิน แฟร์ๆดี วินกันทั้งคู่”ใบหน้าหล่อเหลาปุญญ์ดูเครียดขรึ้งมากขึ้นหลายเท่านัก เขาพยายามระงับอารมณ์ตนเองที่อยากจับคนตรงหน้ามาลงโทษให้หายพยศเสียนัก เขาไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีท่าทีแบบนี้ ได้แต่บอกออกไป“ผมกลับก่อนดีกว่า ไว้อารมณ์คุณดีกว่านี้ เราค่อยคุยกันใหม่ ผมไม่เชื่อหรอกที่คุณบอกว่าต้องการเงินน่ะ”“ใครจะปฏิเสธเงินได้ลงคอล่ะคะจริงไหม ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ...สำหรับทุกอย่าง โดยเฉพาะเงินนี่”ปุญญ์มองเธอด้วยสีหน้าแคลงใจ ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อตามที่เธอพูดโดยเด็ดขาด แต่ไม่อยากรบเร้าเธอในตอนนี้ ระหว่างเขาและเธอคงมีบางสิ่งบางอย่างเข้าใจผิดกัน แล้วจึงยอมถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อให้เธออ่อนลง แล้วค่อยคุยกัน ตอนนั้นคงจะทำความเข้าใจกันง่ายดายมากกว่านี้คล้อยลงเขาแล้วพิชชาอรกลับเข้าห้องด้วยอาการตัวร้อนหนักกว่าเดิม เธอป่วยอยู่อีกสามวันอาการค่อยดีขึ้นแล้วกลับไปทำงานด้วยหัวใจเหี่ยวเฉาเหมือนต้นไม้ใกล้ตาย“ได้ค่ะคุณหงส์ ขอบคุณมากนะคะ”พิชชาอรวางสายลงแล้วค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก ฝ่ายบุคคลโทรมาแจ้งว่ารับผู้จัดการสาขาพัทยาได้แล้ว และทางนั้นก็พร้อมจะเริ่มงานได้ทันทีเธอจึ
“คงพอแล้วมั้งคะระหว่างเรา คุณได้ฉัน ฉันได้เงิน แฟร์ๆดี วินกันทั้งคู่”ใบหน้าหล่อเหลาปุญญ์ดูเครียดขรึ้งมากขึ้นหลายเท่านัก เขาพยายามระงับอารมณ์ตนเองที่อยากจับคนตรงหน้ามาลงโทษให้หายพยศเสียนัก เขาไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีท่าทีแบบนี้ ได้แต่บอกออกไป“ผมกลับก่อนดีกว่า ไว้อารมณ์คุณดีกว่านี้ เราค่อยคุยกันใหม่ ผมไม่เชื่อหรอกที่คุณบอกว่าต้องการเงินน่ะ”“ใครจะปฏิเสธเงินได้ลงคอล่ะคะจริงไหม ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ...สำหรับทุกอย่าง โดยเฉพาะเงินนี่”ปุญญ์มองเธอด้วยสีหน้าแคลงใจ ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อตามที่เธอพูดโดยเด็ดขาด แต่ไม่อยากรบเร้าเธอในตอนนี้ ระหว่างเขาและเธอคงมีบางสิ่งบางอย่างเข้าใจผิดกัน แล้วจึงยอมถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อให้เธออ่อนลง แล้วค่อยคุยกัน ตอนนั้นคงจะทำความเข้าใจกันง่ายดายมากกว่านี้คล้อยลงเขาแล้วพิชชาอรกลับเข้าห้องด้วยอาการตัวร้อนหนักกว่าเดิม เธอป่วยอยู่อีกสามวันอาการค่อยดีขึ้นแล้วกลับไปทำงานด้วยหัวใจเหี่ยวเฉาเหมือนต้นไม้ใกล้ตาย“ได้ค่ะคุณหงส์ ขอบคุณมากนะคะ”พิชชาอรวางสายลงแล้วค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก ฝ่ายบุคคลโทรมาแจ้งว่ารับผู้จัดการสาขาพัทยาได้แล้ว และทางนั้นก็พร้อมจะเริ่มงานได้ทันทีเธอจึ
คิดแบบนั้นแล้วก็อดหน้าแดงไม่ได้ เธอกับเขากระโดดข้ามขั้นความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนแล้ว พิชชาอรยิ้มแล้วแตะมือลงที่ประตู ผลักเบาๆเพราะเกรงว่าหากเขาไม่ตื่นจะเป็นการรบกวนเขาเสียเปล่าๆ“ถามอะไรแบบนั้น”“เออน่า คลิปมีสิเด็ดด้วย อยากดูไหม”“ผู้หญิงแบบนั้นใครจะจริงจังด้วยวะ ครั้งเดียวก็เกินพอ เดี๋ยวเซ็นเช็คให้แล้วก็แยกย้ายกันไปไง ตามสเต็ป”พิชชาอรยืนตัวแข็งทื่อกับบทสนทนาฝั่งเดียวจากปากของปุญญ์ แล้วค่อยๆก้าวออกจากตรงนั้น เธอตรงกลับเข้าห้องพักโดยไวแล้วรีบคว้าข้าวของใส่กระเป๋าอย่างลวกๆตรงไปยังท่าเรือข้ามฟากทันที โชคดีเป็นของเธอที่มีเรือกำลังจะกลับเข้าฝั่งพอดี ลงเรือมาแล้วก็ได้แต่พยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมาพลาดไปแล้วกับความสัมพันธ์เมื่อคืนนี้ แต่เธอจะไม่เอาความผิดพลาดเหล่านั้นมาเป็นบ่อนทำลายตัวและหัวใจของตัวเอง มีผู้หญิงอีกมากมายที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ และเธอต้องผ่านมันไปให้ได้หญิงสาวกลับถึงที่พักในเวลาต่อมา เธอวางข้าวของลงบนพื้นโดยไม่สนใจจะเก็บมันโทรศัพท์ทิ้งไว้แล้วล้มตัวลงนอนหลับตาลงไปทันที ค่ำคืนที่ผ่านมามันแสนหวานและวาบหวามจนนึกว่าฝันไปเพียงเท่านั้น เขาทำให้เธอลืมความถูกผิดดีงามทั้ง







