LOGINปุญญ์ทิ้งเวลาไว้อีกเพียงสัปดาห์เดียวจึงติดต่อหาพิชชาอรอีกครั้ง เขาหงุดหงิดเล็กน้อยที่เธอไม่รับสายเขาในสามครั้งแรกที่ติดต่อไป ไม่เหมือนหญิงสาวคนอื่นที่พอเขาหายหน้าไปแล้วติดต่อกลับจะรีบตอบรับในทันที
หลังเชื่อมต่อสัญญาณเขาถามเธอด้วยท่าทีสบายๆในแบบของเขา“ว่างไหมครับ”
“มีอะไรหรือคะ”
แทนที่เธอจะตอบรับเขาว่าว่าง กลับถามกลับ นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปุญญ์ทวีความไม่พอใจขึ้นมาอีกลงจากที่พยายามสงบมันได้แล้ว ต้องบอกตนเองว่าอย่าไปสนใจ ถามต่อในทันที
“พรุ่งนี้ว่างไหม ผมไม่มีเพื่อนกินข้าว”
“ฉันไม่สะดวกค่ะ” พิชชาอรตัดสินใจปฏิเสธเขาไปตรงๆ
“ผมรบกวนคุณหรือเปล่าครับ พอดีว่าเห็นคุณยังอยู่ในคลินิกเลยคิดเอาเองว่าคุณน่าจะยังไม่ได้กินอะไร” ปุญญ์ที่ยืนมองจากสถานีรถไฟฟ้าเข้าไปในสถานเสริมความงามและเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังยืนคุยสายตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ก่อนจะเห็นว่าเธอมองหาเขาเช่นกันแล้วเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง
“แค่นี้หรือเปล่าคะธุระของคุณ ไม่มีอะไรแล้วฉันจะได้วางสาย”
“สรุปว่าคุณไม่ว่างพรุ่งนี้ ถ้าเป็นอีกวันละ ว่างไหม”
ปุญญ์ได้ยินเสียงถอนใจจากปลายสาย ก่อนที่เธอจะตอบกลับมา “ฉันไม่สะดวกค่ะไม่ว่าจะวันนี้ พรุ่งนี้ หรือจะถัดไปอีกกี่วัน ต้องไปประจำที่สาขาพัทยาแล้วค่ะ”
“อ้าว ถ้าอย่างนั้น... ก็ได้เจอกันทุกวันเลยสิครับ” ปุญญ์ว่าแล้วยิ้มน้อยๆขณะบอกกลับไป ได้ยินเสียงของเธอถามคล้ายงงงัน
“คะ?”
“ผมต้องไปที่พัทยาเหมือนกัน”
พิชชาอรอมยิ้มหน่อยหนึ่ง คุยกับเขาอีกครู่แล้ววางสายลง ได้ยินเขาว่าต้องไปดูแลกิจการที่พัทยาเช่นเดียวกับเธอที่ต้องไปดูสาขานั้นสลับกับผู้จัดการคนอื่น เพราะยังหาใครไปลงที่นั่นไม่ได้ ระยะเวลาที่ไปก็พรุ่งนี้เช่นกัน แต่อาจอยู่ไม่นานเท่า ปุญญ์ไม่เซ้าซี้จะชวนเธอไปกินข้าวแล้วตอนนั้น แล้วเปลี่ยนมาคุยกับเธอเรื่องอ่่ืนแทนจนพิชชาอรลืมความตั้งใจเดิมไปจนหมดสิ้น ว่าจะต้องตัดไฟแต่ต้นลม เธอรู้ใจตนเองดีว่าหากได้ใกล้ชิดกับคนอย่างปุญญ์มากไปกว่านี้ คงไม่แคล้วต้องมอบหัวใจให้เขาไปทั้งดวงแน่ๆ
“ยอดตกอีกแล้วเหรอ เดี๋ยวเราค่อยมานั่งคุยกันนะ พี่ขอรับสายสักครู่ก่อน”
พิชชาอรบอกพนักงานในคลินิกที่มีไม่ถึงสิบคนแล้วปลีกตัวออกจากห้องประชุมเล็กในสาขาพัทยาแล้วรับโทรศัพท์จากพนักงานคนเดียวที่เฝ้าหน้าร้านมากรอกเสียงลงไป
“สวัสดีค่ะ”
“ถึงพัทยาไม่บอกเจ้าถิ่นเลยนะครับ โทรไปก็ไม่ยอมรับสาย”
ปุญญ์เย้ากลับมาฟังดูสบายๆแต่คนที่เริ่มไม่สบายนั่นคือเธอ พิชชาอรชักรู้สึกไม่ดีที่ปุญญ์พยายามติดต่อกับเธออยู่ จริงที่เขาโทรหาเธอทุกวันแต่เธอไม่ว่างพอจะรับสายเขา ซ้ำยังไม่โทรกลับเขาด้วย จึงตอบเขาด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงานกลับไป
“เพิ่งมาถึงค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ปกติคุณกินมื้อเที่ยงที่ไหน”
“ไม่กินค่ะ ฉันเพิ่งเข้างานมาช่วงสายนี่เองเลยกินมาแล้ว คุณมีอะไรอีกไหมคะ”
“งั้นเย็นนี้เราไป…” ปุญญ์ยังพูดไม่จบ เธอก็ขัดเขาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวนะคะ ฉันว่า เราต้องคุยกันแล้วล่ะค่ะ”
พิชชาอรเดินเลี่ยงออกจากเคาน์เตอร์ด้านหน้าร้านปลีกตัวเปิดประตูกระจกใสทางเข้าคลินิกเพื่อออกไปคุยให้ไกลจากลูกน้องในนั้น ไปตรงผนังกระจกใสที่กั้นเบื้องหน้าไว้คือบริเวณที่เธอหยุดยืนคุย เนื่องจากร้านได้บริเวณริมสุดของชั้น ที่พอยืนมองออกไปจะเห็นภาพรถราบนถนนเลียบหาดจอดติดไฟจราจรเบื้องหน้าอยู่ นิ่งนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของปุญญ์ที่เพียรโทรหาทุกวัน เธอตั้งใจจะบอกปัดเขา แต่แล้วกลับได้ยินเสียงที่ดังชัดกว่าในโทรศัพท์เสียอีกที่ข้างหูอีกฝั่ง
“งั้นเย็นนี้ เราค่อยมาคุยกัน คุณไปทำงานก่อนดีกว่า”
พิชชาอรหันควับไปทางด้านหลังต้นตอของเสียงที่ชัดกว่าในโทรศัพท์ ประสาทของเธอไวพอที่จะรู้สึกได้ว่าคนพูดยืนอยู่ที่ด้านหลังแล้วก็เห็นร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ ในมือเขามีโทรศัพท์ที่ยังไม่วางสาย ได้แต่ครางเสียงแผ่วเรียกเขา
“คุณ...”
“ผมรู้ว่าที่นี่ปิดสามทุ่ม และคุณคงหิวมากตอนนั้นน่ะ ที่นี่คุณรู้จักร้านอาหารอร่อยๆแล้วหรือยัง”
“ฉัน...” ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูด เขาก็ยิ้มแล้วตัดบท
“งั้นเย็นนี้ เราค่อยคุยกันครับ ผมรอนะ สามทุ่มใช่ไหม”
เขาบอกเสร็จ เดินจากไปทันที ทิ้งให้เธอยืนมองด้วยความหนักใจ เข็มนาฬิกาของวันนี้เดินไวกว่าทุกวันที่เธอเคยตั้งตารอมา ในที่สุดสามทุ่มก็มาถึง ปุญญ์รอเธออยู่แล้วที่เก้าอี้ชุดของคลินิก สาวๆในร้านพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อเห็นเขาแจ้งความประสงค์ว่าขอรอเธอ
พิชชาอรทำหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว เมื่อออกจากห้องด้านในแล้วเจอเขานั่งรออยู่ ไหนจะสายตาล้อเลียนของเด็กๆในร้านนั่นอีก
“พี่กี๋กลับไปได้เลยค่ะ เดี๋ยวพวกเราปิดร้านกันเอง”
พิชชาอรพยักหน้าให้สาวๆเหล่านั้น พยายามไม่แสดงท่าทีประหม่าออกไปให้ใครได้เห็น แล้วหันมาบอกกับเขา “ไปค่ะ”
ปุญญ์ยิ้มให้คนอื่นๆในร้านแล้วเดินไปเปิดประตู ผายมือให้เธอเดินออกหน้าไปก่อน ทำเอาคนที่มองพากันยิ้มเขินแทนไปตามๆกัน
“โอย...เห็นพี่กี๋หงิมๆ แอบหยิบชิ้นปลามันเนอะ”
“แล้วนั่น...คุณปุญญ์ เจ้าของโรงแรมรึเปล่า”
“ก็ใช่น่ะสิ โอ๊ย...ฉันอิจฉาพี่กี๋” คนพูดบิดไปมาด้วยความเขินอาย ประหนึ่งเป็นหญิงสาวที่เดินคู่ปุญญ์ออกไปนั่นคือตนเองเสียอย่างนั้น จนเพื่อนต้องตบไหล่บอก
“นั่น เนื้อคู่หล่อนจอดมอ’ไซค์รออยู่ ไปเร็ว เดี๋ยวมาทะเลาะกันในร้านอีก คราวนี้หมอไล่หล่อนออกแน่” เพื่อนบอกล้อๆ ที่คราวก่อนคนพูดงอนกับแฟนหนุ่มแล้วมามีเรื่องวุ่นวายกันในนี้จนแพทย์หญิงเจ้าของคลินิกถึงกับคาดโทษว่าหากมีเรื่องกันอีกคราวนี้คงไม่แคล้วถูกให้ออกแน่ๆ
ปุญญ์พาเธอไปยังร้านอาหารหรูที่เน้นขายอาหารทะเลสดๆ และทำเป็นอาหารไทยฟิวชั่น แต่รสจัดกว่าร้านอื่น เมื่อเลือกที่นั่งเรียบร้อย สั่งอาหารแล้ว พิชชาอรจึงใช้เวลานี้เพื่อจะได้คุยกับเขาให้เข้าใจตรงกัน เธออยากถอยห่างจากเขา เพราะยิ่งนานวัน ความรู้สึกที่มีต่อเขาก็ดูจะพิเศษมากไปกว่าทุกคน มันมากจนเธอกลัวความผิดหวัง กลัวความเสียใจ อมิตาทำให้เห็นมาแล้วว่าผู้ชายหน้าตาดีมีฐานะไม่พร้อมจะหยุดที่พวกเธอ เพราะเขามีคนที่เหมาะสม คู่ควรกว่า ทั้งหน้าตาและฐานะ
“มีอะไรกันเหรอฮะ”นาวินถามสองสาวที่คุยกันท่าทางเคร่งเครียดอยู่หน้าห้องของปุญญ์ เพราะอีกฝ่ายเป็นสุภัคสรณ์ว่าที่คู่หมั้นของญาติผู้พี่ เขาจึงต้องให้ความสำคัญกับเธอไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าปุญญ์ แม้ในใจจะไม่ชอบนักก็ตาม เพราะสาวเจ้าชอบเหยียดคนที่ต่ำกว่าแม้จะพูดจาปากหวานแต่มักแฝงคำดูถูกดูหมิ่นในที เขาโดนมาแล้วแต่ต้องทำเป็นเฉยไป“สาวๆของพี่ปุญญ์น่ะสิ โทรมาอีกแล้ว ยัยพวกนี้คิดอะไรกัน วันๆไม่ทำงานทำการคิดแต่จ้องจะจับผู้ชายรวยๆ”นาวินแอบเบ้ปาก นึกในใจว่ายัยนี่ก็จ้องจะจับญาติผู้พี่ของเขาเช่นกัน ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง แล้วยิ้มหวานแสร้งปลอบ“อ้อ เรื่องปกติฮะ ลูกศรอย่าคิดมากไป ยังไงคุณก็มีภาษีดีกว่าผู้หญิงพวกนั้น”“คิดมากสิคะ ไม่ให้ลูกศรคิดได้ยังไง รู้ไหมว่าผู้หญิงน่ะมีเซนส์ คนเมื่อครู่นี่ต้องมีอะไรสำคัญกับพี่ปุญญ์แน่ๆ ลูกศรรู้สึกด้วย”ชายหนุ่มแอบกรอกตาแล้วถาม “เธอบอกไหมว่าชื่ออะไรลูกศร”“พิชชาอร”“พิชชาอรหรือฮะ”“รู้จักเหรอ สวยไหม”“เอ...” นาวินครางออกมาคำเดียว ก่อนนึกถึงหญิงสาวที่ชื่อพิชชาอร ปุญญ์ไปแอบกุ๊กกิ๊กกับแม่นั่นตอนไหน เห็นอยู่ว่าเธอหยิ่งไม่น้อย อ้อ วันนั้นเห็นว่าแอบเช็ดปากซับหน้าให้กันถ้าอย่างนั
“แท้งแล้วนะ เห็นบอกว่าเป็นเพราะเครื่องใหม่นั่นมันมีผลกับคนท้องอ่อนๆ ทางบริษัทพีจีสาขาใหญ่ถูกซูแล้วด้วย ทางสาขาที่ไทยเลยบอกว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง กรณีของหมอแจน คงไม่อยากเป็นข่าวน่ะนะหมอว่า นี่ดีนะที่เราไม่มีสาวๆคนไหนท้องอ่อนๆในร้าน ไม่อย่างนั้นหมอต้องเสียใจแน่ที่ทำให้น้องๆในร้านแท้งลูก เนอะกี๋ว่าไง…”“อ้อ ค่ะ กี๋จะเรียกน้องๆมาบอกอีกทีนะคะหมอ”คุณหมอบอกเธออีกสองถึงสามเรื่องก่อนจากไป แต่พิชชาอรมัวพะวงกับคำว่า ‘ท้องอ่อนๆ’ อยู่จู่ๆ คำว่า ‘ท้อง’ ก็กระแทกเข้ามาในใจของเธออย่างจังอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ประจำเดือนของเธอไม่เคยขาด แต่ว่านี่มันหายไปสองเดือนแล้วเธอเพิ่งนึกได้ คืนนั้นเธอจำได้มั่นว่าเขาดื้อดึงในการปลดปล่อยในตัวเธออย่างไร และความวุ่นวายก็ทำให้เธอลืมคิดถึงผลที่จะตามมาคงไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอกใช่ไหมเวลาที่เหลือจนกว่าจะเลิกงานช่างยาวนานเหลือเกิน ทำเอาคนรอใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนับแต่เกิดความแคลงใจ เธอเฝ้ามองดูแต่เวลาเพราะอยากพิสูจน์ดูให้รู้แน่ชัดกันไปว่าเธอท้องหรือไม่พิชชาอรวางแท่งพลาสติกลงอย่างสิ้นแรงเมื่อเห็นขึ้นสองขีดเด่นชัด ก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวแล้วล้มลงนอน ขีดสองขีดบนแท่งตรวจการตั้
“อาการพ้นขีดอันตรายแล้วครับ”แพทย์โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังออกมาบอกกับคนที่รออยู่ด้านนอกด้วยความกระวนกระวายใจ คุณอัมพรทราบข่าวที่บุตรชายประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ในตอนเกือบรุ่งสางนี่ ท่านสั่งให้ปิดข่าวเสียเงียบแล้วเฝ้ารอหน้าห้องผ่าตัดด้วยความกระวนกระวายในหัวใจ ดวงตาท่านแดงกล่ำจนเส้นเลือดฝอยในตาเหมือนจะปริแตกจากการร้องไห้อย่างหนัก ทันทีที่แพทย์ออกมาบอกเช่นนั้นหัวอกคนเป็นแม่ก็คลายใจลง แต่ยังไม่คลายอาการสะอื้นไห้ ปุญญ์หลับไปถึงสามวันสามคืนจึงค่อยรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง คุณอัมพรกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่ตลอดที่เฝ้ารอให้บุตรชายลืมตาตื่น พอคนที่เฝ้ารอรู้สึกตัวแล้วก็อดใจหายไม่ได้กลัวทั้งยังกังวลไปหมดว่าจะเกิดอะไรกระเทือนสมองปุญญ์หรือไม่ “ปุญญ์ ปุญญ์ลูกแม่” คุณอัมพรถลาไปเกาะแขนบุตรชายทันที ละล่ำละลักเรียกทั้งน้ำตา ปุญญ์ยิ้มให้มารดาอย่างเซียวๆ เรียกขานท่าน “คุณแม่ครับ” “ปุญญ์เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนอยู่ไหม” “มึนๆหัวครับ” เขาว่าพร้อมกับยกมือแตะศรีษะ ก็พบว่ามีผ้าพันปิดแผลที่แตกเอาไว้แน่น “ลูกหลับไปตั้งสามวันแน่ะ แม่ใจคอไม่ดีเลย”คุ
“คงพอแล้วมั้งคะระหว่างเรา คุณได้ฉัน ฉันได้เงิน แฟร์ๆดี วินกันทั้งคู่”ใบหน้าหล่อเหลาปุญญ์ดูเครียดขรึ้งมากขึ้นหลายเท่านัก เขาพยายามระงับอารมณ์ตนเองที่อยากจับคนตรงหน้ามาลงโทษให้หายพยศเสียนัก เขาไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีท่าทีแบบนี้ ได้แต่บอกออกไป“ผมกลับก่อนดีกว่า ไว้อารมณ์คุณดีกว่านี้ เราค่อยคุยกันใหม่ ผมไม่เชื่อหรอกที่คุณบอกว่าต้องการเงินน่ะ”“ใครจะปฏิเสธเงินได้ลงคอล่ะคะจริงไหม ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ...สำหรับทุกอย่าง โดยเฉพาะเงินนี่”ปุญญ์มองเธอด้วยสีหน้าแคลงใจ ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อตามที่เธอพูดโดยเด็ดขาด แต่ไม่อยากรบเร้าเธอในตอนนี้ ระหว่างเขาและเธอคงมีบางสิ่งบางอย่างเข้าใจผิดกัน แล้วจึงยอมถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อให้เธออ่อนลง แล้วค่อยคุยกัน ตอนนั้นคงจะทำความเข้าใจกันง่ายดายมากกว่านี้คล้อยลงเขาแล้วพิชชาอรกลับเข้าห้องด้วยอาการตัวร้อนหนักกว่าเดิม เธอป่วยอยู่อีกสามวันอาการค่อยดีขึ้นแล้วกลับไปทำงานด้วยหัวใจเหี่ยวเฉาเหมือนต้นไม้ใกล้ตาย“ได้ค่ะคุณหงส์ ขอบคุณมากนะคะ”พิชชาอรวางสายลงแล้วค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก ฝ่ายบุคคลโทรมาแจ้งว่ารับผู้จัดการสาขาพัทยาได้แล้ว และทางนั้นก็พร้อมจะเริ่มงานได้ทันทีเธอจึ
“คงพอแล้วมั้งคะระหว่างเรา คุณได้ฉัน ฉันได้เงิน แฟร์ๆดี วินกันทั้งคู่”ใบหน้าหล่อเหลาปุญญ์ดูเครียดขรึ้งมากขึ้นหลายเท่านัก เขาพยายามระงับอารมณ์ตนเองที่อยากจับคนตรงหน้ามาลงโทษให้หายพยศเสียนัก เขาไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีท่าทีแบบนี้ ได้แต่บอกออกไป“ผมกลับก่อนดีกว่า ไว้อารมณ์คุณดีกว่านี้ เราค่อยคุยกันใหม่ ผมไม่เชื่อหรอกที่คุณบอกว่าต้องการเงินน่ะ”“ใครจะปฏิเสธเงินได้ลงคอล่ะคะจริงไหม ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ...สำหรับทุกอย่าง โดยเฉพาะเงินนี่”ปุญญ์มองเธอด้วยสีหน้าแคลงใจ ร้อยไม่เชื่อพันไม่เชื่อตามที่เธอพูดโดยเด็ดขาด แต่ไม่อยากรบเร้าเธอในตอนนี้ ระหว่างเขาและเธอคงมีบางสิ่งบางอย่างเข้าใจผิดกัน แล้วจึงยอมถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อให้เธออ่อนลง แล้วค่อยคุยกัน ตอนนั้นคงจะทำความเข้าใจกันง่ายดายมากกว่านี้คล้อยลงเขาแล้วพิชชาอรกลับเข้าห้องด้วยอาการตัวร้อนหนักกว่าเดิม เธอป่วยอยู่อีกสามวันอาการค่อยดีขึ้นแล้วกลับไปทำงานด้วยหัวใจเหี่ยวเฉาเหมือนต้นไม้ใกล้ตาย“ได้ค่ะคุณหงส์ ขอบคุณมากนะคะ”พิชชาอรวางสายลงแล้วค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก ฝ่ายบุคคลโทรมาแจ้งว่ารับผู้จัดการสาขาพัทยาได้แล้ว และทางนั้นก็พร้อมจะเริ่มงานได้ทันทีเธอจึ
คิดแบบนั้นแล้วก็อดหน้าแดงไม่ได้ เธอกับเขากระโดดข้ามขั้นความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนแล้ว พิชชาอรยิ้มแล้วแตะมือลงที่ประตู ผลักเบาๆเพราะเกรงว่าหากเขาไม่ตื่นจะเป็นการรบกวนเขาเสียเปล่าๆ“ถามอะไรแบบนั้น”“เออน่า คลิปมีสิเด็ดด้วย อยากดูไหม”“ผู้หญิงแบบนั้นใครจะจริงจังด้วยวะ ครั้งเดียวก็เกินพอ เดี๋ยวเซ็นเช็คให้แล้วก็แยกย้ายกันไปไง ตามสเต็ป”พิชชาอรยืนตัวแข็งทื่อกับบทสนทนาฝั่งเดียวจากปากของปุญญ์ แล้วค่อยๆก้าวออกจากตรงนั้น เธอตรงกลับเข้าห้องพักโดยไวแล้วรีบคว้าข้าวของใส่กระเป๋าอย่างลวกๆตรงไปยังท่าเรือข้ามฟากทันที โชคดีเป็นของเธอที่มีเรือกำลังจะกลับเข้าฝั่งพอดี ลงเรือมาแล้วก็ได้แต่พยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมาพลาดไปแล้วกับความสัมพันธ์เมื่อคืนนี้ แต่เธอจะไม่เอาความผิดพลาดเหล่านั้นมาเป็นบ่อนทำลายตัวและหัวใจของตัวเอง มีผู้หญิงอีกมากมายที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ และเธอต้องผ่านมันไปให้ได้หญิงสาวกลับถึงที่พักในเวลาต่อมา เธอวางข้าวของลงบนพื้นโดยไม่สนใจจะเก็บมันโทรศัพท์ทิ้งไว้แล้วล้มตัวลงนอนหลับตาลงไปทันที ค่ำคืนที่ผ่านมามันแสนหวานและวาบหวามจนนึกว่าฝันไปเพียงเท่านั้น เขาทำให้เธอลืมความถูกผิดดีงามทั้ง







