หน้าหลัก / วาย / ไกด์! ผมเหรอ?! / ตอนที่ 1 ไกด์ (1/2)

แชร์

ไกด์! ผมเหรอ?!
ไกด์! ผมเหรอ?!
ผู้แต่ง: เล่อเฉียน

ตอนที่ 1 ไกด์ (1/2)

ผู้เขียน: เล่อเฉียน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-31 15:42:18

พนักงานกินเงินเดือนกับเช้าวันที่อากาศสดใส ชีวิตประจำวันแสนธรรมดากับการไปทำงานแปดโมงเช้าเลิกสี่ทุ่มที่ไม่เคยได้รับโอที เหนื่อยแสนเหนื่อยแต่ค่าผ่อนรถและค่าเช่าบ้านยังคงบังคับเราให้ไปทำงานอยู่ทุกวัน

ณ บริษัทเล็กๆแห่งหนึ่ง แผนกงานขาย

เอลิส เลน ชายหนุ่มอายุยี่สิบห้าปีผู้มีใบหน้างดงามกำลังนั่งเซ็งมองดูยอดขายเมื่อเดือนที่ผ่านมาบนจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งแตกต่างจากยอดขายเมื่อเดือนก่อนอย่างสิ้นเชิง

“ไม่เป็นไรน่า แค่เดือนเดียวเอง ปกตินายก็ทำยอดได้เป็นอันดับหนึ่งตลอดอยู่แล้ว แค่นี้ผู้จัดการไม่ว่าหรอก” เพื่อนข้างๆเอนตัวบนเก้าอี้ หันมามองดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเปิดค้างไว้ของเอลิส

เอลิสพยักหน้าตาม ใบหน้างดงามยังคงสงบนิ่ง แต่ในใจกลับไม่ค่อยพอใจในผลงานนัก

“ผมไปเอากาแฟ พี่เอาด้วยไหม” เอลิสหันไปถาม มุมปากยกยิ้มน้อยๆ

“ให้ตายเถอะ! หน้าตานายไม่เหมาะจะเป็นคนธรรมดาเลยจริงๆ นายไม่ได้โกงบัตรประจำตัวมาใช่ไหมเนี่ย” คนที่ถูกเรียกว่าพี่จ้องเอลิสขึ้นลงพูดหยอกแกมสงสัย

“พี่ไม่ใช่คนแรกที่ถามแบบนี้ แล้วผมก็ถูกตรวจสอบไปหลายครั้งแล้วนะ” เอลิสส่ายหน้า “สรุปว่าพี่เอากาแฟด้วยไหม”

“ไม่ล่ะๆ ถ้าพวกแฟนคลับนายในบริษัทรู้ว่านายถูกพี่ใช้งาน คงได้มารุมกระทืบพี่แน่” เขาทำหน้าแหยง

เอลิสเดินไปห้องส่วนหน้าสำหรับพักผ่อน ตามทางเดินมีคนเข้ามาทักทายตลอดเวลา เขาก็เพียงแค่ยิ้มน้อยๆทักกลับตามที่ฝึกมาเท่านั้น

แน่นอนว่าฝึกมาทั้งเดือน จนการยิ้มน้อยๆตลอดเวลาแบบนี้แทบจะเป็นท่าไม้ตายประจำตัวอยู่แล้ว

เล่าย้อนไปสักเดือนก่อน เขาที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในร่างใหม่ผู้นี้เป็นแค่เอสเปอร์ไก่กาที่มีพลังเพียงแค่ระดับ E ซึ่งเป็นระดับที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วอยู่บ้าง มีฝีมือการต่อสู้พอตัวเนื่องจากทำงานเป็นทหารประจำเขต

แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อกำลังเดินอยู่ในซอยจะกลับบ้าน อยู่ดีๆก็มีสัตว์ประหลาดตัวโตกระโจนใส่อย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง สัตว์ประหลาดตัวนี้พลังสูงกว่าเขาสองขั้น ด้วยระดับพลังที่ต่างกันมากเขาย่อมสู้ไม่ไหว ความทรงจำสุดท้ายที่เห็นคือช่วงเอวของเขาเข้าไปอยู่ในปากของมันครึ่งตัวแล้ว

แน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมกลายเป็นข่าวดังระดับประเทศ

[เอสเปอร์ระดับ E ท่านหนึ่ง อายุเพียงสามสิบห้าปีได้เสียชีวิตจากสัตว์ประหลาดระดับ B ที่หลุดออกมาจากห้องทดลองผิดกฎหมาย]

เอาเป็นว่า เขาคือผู้โชคร้ายที่ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยนักในเมืองหลวงแบบนี้ แต่อย่างน้อยในเมื่อเขาเป็นเอสเปอร์ที่มีอยู่ในปริมาณน้อยของเมือง จึงทำให้การสืบสวนเป็นไปอย่างครึกโครมจนจับผู้เป็นเจ้าของห้องทดลองผิดกฎหมายนั้นได้ในเวลาไม่นาน  และนั่นเป็นข่าวคราวสุดท้ายที่เขารับรู้เกี่ยวกับตนเองในชีวิตก่อนจากหน้าหนังสือพิมพ์

ตอนนี้เขามีชีวิตใหม่ แต่เป็นในร่างของชายหนุ่มที่อายุลดลงไปกว่าสิบปี นี่เป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่ง เขายังมีชีวิตอยู่  แต่ปัญหาคือชีวิตของชายหนุ่มเจ้าของร่างเก่าคนนี้ใช้เงินเก่งจนถึงขั้นบัดซบทีเดียว 

หนึ่งเดือนก่อนเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกในร่างของชายหนุ่มรูปงาม หน้าตาจัดว่าขอแค่ตวัดหางตามองก็ทำเอาคนใจเต้นตึกตักได้ ร่างโปร่งบางส่วนสูงไม่เกินหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้า ผิวขาวจัด เสียงก็บางเบาไพเราะ แม้แต่ตอนไอยังน่าฟัง

แค๊กๆ

ตอนนั้นเขาไอจริงๆ ไอจริงจังจนแทบจะอ้วกเอาปอดออกมาข้างนอก ตอนกำลังเลือกกลิ้งบนพื้นก็เหลือบไปเห็นขวดยาหน้าตาคุ้นๆ

แฟรี่ ยาผิดกฎหมายที่รัฐบาลเฝ้ากวาดล้างอยู่หลายปีจนหมด แต่แน่นอนว่าย่อมมีหลุดลอดออกไปบ้างเช่นขวดที่อยู่ข้างๆเขา

สรรพคุณของยาผิดกฎหมายตัวนี้สามารถทำให้ผู้ที่กินเข้าไปกลายเป็นเอสเปอร์ได้ แน่นอนว่ามีคนหลงเชื่อจำนวนมาก แต่ยังไม่มีผู้ที่ออกมาพิสูจน์ว่ามันใช้งานได้จริงๆสักคน และความอันตรายของมันก็คือ เมื่อร่างกายรับผลจากตัวยาไม่ไหวอาจทำให้เกิดอาการช็อค มีช่วงหนึ่งที่ผู้ป่วยลักษณะนี้ถูกหามส่งเข้าโรงพยาบาลกันเป็นแถวๆ หลังจากนั้นก็มีแต่คนโง่เท่านั้นที่หลงเชื่อแล้วหาซื้อมันไปใช้อยู่

อ่อ คนโง่ก็มีอีกคนหนึ่งตรงนี้

ร่างกายบอบบางนี่ แน่นอนว่าคงช็อคจนตาย เจ้าของร่างคนใหม่คิด

ในเมื่อเตรียมใช้ยาที่มีผลข้างเคียงสูง ตัวเอลิสจึงลาพักร้อนไว้หนึ่งสัปดาห์ นี่เป็นขีดจำกัดสูงสุดของการลาพักร้อนในโรงงานนรก เอ่อ หมายถึงบริษัทที่เขากำลังทำงานอยู่

เขาใช้เวลาทั้งสัปดาห์ในการหาข้อมูลส่วนตัวและรูปแบบการใช้ชีวิตของชายคนนี้ ต้องขอบคุณสมุดบันทึกหลายเล่มในห้อง ซึ่งควรเรียกว่าสมุดระบายความรู้สึกมากกว่า เพราะข้างในหาสาระไม่ค่อยได้เท่าไหร่

สรุปแล้ว เอลิส เลน หนุ่มโสดไร้ครอบครัว ผู้เช่าห้องพักหรูย่านกลางเมืองและกำลังผ่อนรถยนต์ยี่ห้อดัง แถมยังค้างค่าบัตรเครดิตอีกนับสิบใบ ดูจากเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ที่เต็มไปหลายตู้ ยังมีเครื่องสำอางสำหรับดูแลตัวเองอีกกองใหญ่ๆ เพียงเท่านี้ก็บ่งบอกได้แล้วว่าเจ้าตัวรักการใช้เงินมากขนาดไหน

ตัดมาในขณะนี้ เอลิสคนใหม่กำลังชงกาแฟให้ตัวเองอย่างปลงตก ตอนนี้เขากำลังหาห้องใหม่ ตอนย้ายออกมาอาจจะได้ค่ามัดจำก้อนหนึ่งเพื่อไปเปิดห้องขนาดเล็กได้อีกหลายเดือน ส่วนค่ารถย่อมต้องจ่ายต่อไปเพราะงานที่เขาทำจำเป็นต้องใช้รถจริงๆ

“เห็นข่าวหรือยัง เอสเปอร์เควิน กับไกด์อาโน กำลังจะจับคู่กันแล้ว” เสียงหนึ่งดังอยู่นอกห้องพักผ่อนผนักงาน

“ไม่น่าแปลกใจ คู่นี้ก็เห็นๆกันอยู่ว่าเอสเปอร์เควินตามติดไกด์อาโนมาตลอด สงสารแต่พวกเอสเปอร์ที่ไกด์อาโนเคยรับผิดชอบพวกนั้น ได้วิ่งหาไกด์คนใหม่กันให้วุ่นแน่ๆ” อีกเสียงนอกห้องตอบกลับ

ชายหนุ่มสองคนกำลังคุยกันขณะผลักประตูเข้ามาในห้องที่เอลิสกำลังชงกาแฟอยู่

“โอ๊ะ! สวัสดีครับคุณเอลิส” ชายคนหนึ่งเข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น

“สะ สวัสดีครับ” อีกคนดูประหม่า หน้าหน้าแดงจัด

“สวัสดีครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ” เอลิสยิ้มให้ก่อนผละออกมา เขาต้องรีบชิ่งก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้ามาคุยด้วยจนหลุดบุคลิกภาพของเจ้าของร่างเดิมไป

เอลิสคิดถึงเรื่องที่พวกเขาคุยกันเมื่อสักครู่ เขารู้จักบุคคลทั้งสองในข่าว ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวอะไร แต่ทั้งสองคนนี้เป็นคนดังอยู่แล้ว พวกเขาเป็นเอสเปอร์และไกด์ระดับสูง การจับคู่กันของพวกเขาจึงเป็นที่พูดถึงพอสมควร

เมื่อก่อนเอลิสก็เคยคิดจะจับคู่กับไกด์สักคนอยู่เหมือนกัน แต่เอสเปอร์ว่ามีน้อยแล้ว ไกด์กลับมีน้อยกว่าเอสเปอร์ถึงหนึ่งในสี่ เอสเปอร์ระดับต่ำจำนวนมากจึงไร้คู่ครอง 

โลกใบนี้บนพื้นดินมีที่ที่อาศัยอยู่ได้เพียงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือล้วนครอบครองโดยสัตว์ประหลาดหลากหลายสายพันธุ์ บุคคลพิเศษอย่าง เอสเปอร์ จึงมีความจำเป็นสำหรับเมืองที่เหลือรอดทุกแห่ง  พวกเขาคือผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ สามารถต่อกรกับสัตว์ประหลาดที่อาวุธปืนไม่สามารถทำอะไรได้ มีพลังในการควบคุมน้ำ ไฟ และพลังพิเศษอื่นๆ แต่ข้อเสียหนึ่งของการเป็นเอสเปอร์ก็คือ เมื่อพวกเขาใช้พลังมากเกินไป ความเข้มข้นของพลังงานในเลือดก็จะมากตามไปด้วย 

แน่นอนว่าหากเลือดที่มีปริมาณความเข้มข้นมากเป็นพิเศษนี้ไหลวนไปเลี้ยงสมองมากๆเข้า ความสามารถในการใช้ตรรกะเหตุผลของเอสเปอร์ก็จะลดลงอย่างมาก จนกระทั่งคลุ้มคลั่งไม่ต่างจากสัตว์ประหลาดที่พวกเขาฆ่าไป

ดังนั้นโลกใบนี้จึงให้กำเนิดบุคคลพิเศษอีกรูปแบบหนึ่งขึ้นมา

ไกด์ สิ่งมีชีวิตแสนงดงามและอ่อนโยนตามความเห็นของเอสเปอร์ทั้งหลาย  บุคคลพิเศษประเภทนี้มีความสามารถในการสร้างสมดุลพลังให้เหล่าเอสเปอร์ รวมถึงความสามารถในการเร่งกระบวนการรักษาตนเองของเอสเปอร์ด้วย อีกทั้งการไกด์ดิ้งยังมอบความสุขทางจิตวิญญาณ แค่ข้อดีเหล่านี้ เอสเปอร์ที่ทนทุกข์กับการกัดกินของพลังตนเองก็แทบศิโรราบแทบเท้า

ยังมีไกด์พิเศษอีกรูปแบบหนึ่ง พวกเขามีสามารถรักษาแผลให้คนทั่วไปได้ บุคคลเหล่านี้ล้วนได้รับการต้อนรับจากทุกองค์กร แต่น่าแปลกที่ไกด์ที่สุดแสนพิเศษประเภทนี้มักจะเป็นไกด์ระดับแรงค์ต่ำเสมอ

เฮ้อ...

เอาลิสถอนหายใจ รู้สึกเสียดายที่สิทธิพิเศษสำหรับเอสเปอร์แต่เติมของเขานั้นหายไปกับร่างเก่า ไม่ว่าจะที่พักฟรี หรือเงินเดือนประจำตำแหน่งตามระดับ ที่แม้จะเป็นแค่เอสเปอร์ระดับ E อย่างเขาก็มีเงินเดือนไม่น้อย ส่วนตอนนี้เขาทำได้เพียงปลอบใจตัวเองว่ามีชีวิตอยู่ก็ดีมากแล้ว

จะว่าไป ร่างเก่าของเขานอกจากร่างกายแข็งแรงกว่าคนทั่วไปแล้ว เขากลับไม่มีพลังพิเศษอื่นอีกจึงไม่เคยถูกเรียกตัวไปจัดการกับสัตว์ประหลาดที่มีระดับสูง ทำได้เพียงออกล่าบริเวณใกล้ตัวเมืองเท่านั้น แต่มาคิดดูตอนนี้ การที่เขาได้ร่างใหม่นี้มาอาจจะเกี่ยวกับพลังที่ไม่เคยปรากฎออกมานั่นก็ได้

ถึงตอนนี้จะไม่ได้ถูกจัดเป็นบุคคลพิเศษอีก แต่ไหนๆก็ไหนๆ เมื่อมีชีวิตอีกครั้งก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไป

ต้องปั้นหน้ายิ้มพบกับลูกค้าหัวงูทุกวัน... เวรเอ้ย! 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไกด์! ผมเหรอ?!   ตอนที่ 116 หนู (2/2)

    “ตามพวกเขาไป” ทางด้านพันตรีอายก็สั่งการกองกำลังเมื่อเห็นว่าทหารฝ่ายกองพันที่ 2 เริ่มเคลื่อนไหว สายตาก็เหลือบมองพันเอกคาสเวลที่เดินออกไปจากห้องปฏิบัติการการปรากฏตัวของสัตว์ประหลาดหนูค่อนข้างครึกโครม เพียงไม่นานก็ออกข่าวใหญ่โต ทางตลาดมืดก็ย่อมต้องรู้เรื่องนี้ผู้คนด้านในสับสนอลหม่าน แต่ละคนพยายามหนีออกจากตลาดเบื้องล่างเพราะเกรงว่าเมื่อสัตว์ประหลาดหนูเคลื่อนพื้นดิน พวกเขาจะถูกกลบฝังไปด้วย ยิ่งเมื่อมีเอสเปอร์ใช้พลังปิดทาเข้าออกใต้เมือง การสั่นไหวของพื้นดินยิ่งทำให้คนเข้าใจผิดภายนอกทางออกของตลาดมืดถูกปิดกั้นด้วยทหารของกองพันที่ 2 และทหารปลอมตัวถอดเครื่องหมายของสังกัดของกองพันที่ 3 เหล่าคนที่กรูกันออกมาจึงถูกจับกุมทั้งหมดลูกบอลน้ำแข็งถูกสร้างขึ้นเหมือนกรงขังกลิ้งอยู่เต็มพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือคนของสโมสรพวกเขาล้วนได้รับการปฏิบัติในระดับเดียวกันมีผู้ต่อสู้ขัดขืนอยู่บ้าง แต่ก็นั่นแหละ พวกเขาย่อมเอาชนะเอสเปอร์ที่

  • ไกด์! ผมเหรอ?!   ตอนที่ 115 หนู (1/2)

    “อืม ทำต่อไป” พันเอกคาสเวลพูดก่อนจะสั่งการต่อ “ให้พันตรีอิเล็กต้าและทหารใต้สังกัดสำรวจพื้นที่ใต้ดินให้เสร็จ จุดที่มีทางออกให้ถล่มมันซะ หรือไม่ก็สร้างสิ่งกีดขวางไว้ข้างใน”“แต่มันจะกระเทือนถึงด้านบนนะครับ” พันตรีอายแย้งขึ้นในขอบเขตเมืองที่มีโครงสร้างของอาคารจำนวนมาก ผู้ใช้พลังดินโดยตรงมักถูกจำกัดขอบเขตในการใช้พลังเสมอ เพราะหากมีการเคลื่อนที่ของชั้นดินในแขนงใหญ่ มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีปัญหากับเสาเข็มที่เป็นรากฐานของตัวอาคารเมืองหลวงศูนย์กลางที่มีประชากรแออัดในเขตนับแสน การถล่มของตึกไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถึงแม้พันเอกจะได้รับความคุ้มครองจากคนในตระกูล แต่หากเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นพร้อมกับประชากรได้รับอันตรายเป็นจำนวนมาก ทางรัฐบาลหรือแม้แต่สภาสูงก็คงไม่ยินยอมผ่อนปรนโทษให้เขาอีกต่อไป“ประกาศอพยพฉุกเฉิน ให้พวกเขาออกห่างจากพื้นที่” พันเอกคาสเวลพูดก่อนที่จะถูกหัวหน้ากองพันที่ 2 เอ่ยขัด“ด้วยข้ออ้างอะไร เรื่องราวใหญ่โตเดี๋ยวก

  • ไกด์! ผมเหรอ?!   ตอนที่ 114 ต่างเคลื่อนไหว (2/2)

    หัวหน้าใหญ่พ่นลมหายใจออกมาเหมือนติดจะรำคาญก่อนอธิบายให้ฟัง “ห่วงสีเขียวคือยาที่ใช้เลื่อนระดับ จากระดับต่ำไปกลางใช้เพียงขวดเดียวเท่านั้น แต่การเลื่อนระดับให้สูงขึ้นไปต้องใช้จำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆ เธอต้องทำงานเพิ่มเพื่อขอมันเป็นรางวัล อีกอย่างถ้าจะให้ระดับคงที่เอาไว้ต้องใช้ยาที่มีห่วงสีแดง มันจะรักษาระดับพลังให้เสถียร ใช้เพียงสัปดาห์ละครั้งก็พอ เธอสามารถซื้อมันได้กับริคเตอร์พี่ชายของเธอ เขาเป็นคนกระจายยาในเขตนั้น”เอลิสพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง แต่ในใจกำลังคิดวนไปมาเรื่องการกระจายตัวยาที่อีกฝ่ายได้พูดถึง เพราะถ้ามันกระจายเข้าสู่ตลาดในปริมาณมาก นั่นหมายถึงความวุ่นวายจากเอสเปอร์ที่จะตามมา“แล้วยาที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นเอสเปอร์ล่ะครับ” เอลิสถามเมื่อเขาเห็นตัวยาแค่สองขวด“รางวัลไม่ใช่เธอเป็นผู้รับเอง ฉันจึงต้องลดระดับของรางวัลลง ดังนั้นเธอจะได้ยาแค่สองขวดนี้เท่านั้น ส่วนหากต้องการยาเปลี่ยนสภาพเธอก็แค่ไปซื้อกับริคเตอร์นั่นแหละ” เมื่อพูดจบหัวหน้าใหญ่สโมสรก็เอนหลังพิงพนักเก้าอ

  • ไกด์! ผมเหรอ?!   ตอนที่ 113 ต่างเคลื่อนไหว (1/2)

    ก่อนเอลิสมาที่นี่ พันตรีอายได้นำอุปกรณ์เก็บข้อมูลไปตรวจสอบเรียบร้อยแล้วในศูนย์ปฏิบัติการทางทหารที่เขามีสิทธิเข้าใช้งาน ตัวอุปกรณ์มีระบบป้องกันการเข้าถึงข้อมูลระดับสูง แต่จะอย่างไรก็ไม่อาจหนีพ้นการตรวจสอบจากอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดของทางการอยู่ดีข้อมูลภายในอุปกรณ์เก็บข้อมูลระบุถึงการทดลองเพิ่มการแบกรับขีดจำกัดที่มากกว่าหนึ่งร้อย หรือก็คือมีการวิจัยวิธีการทำให้พิษเข้มข้นในเลือดเป็นกลางเพื่อไม่ให้มีผลต่อสมองส่วนหน้าที่ใช้ควบคุมอารมณ์ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ค่อยดีนัก พวกเขาค้นพบวิธีการเจือจางเลือดที่ส่งไปเลี้ยงสมองจนทำให้สามารถแบกรับขีดจำกัดได้อย่างต่อเนื่องก็จริง แต่ระยะเวลาแสดงผลไม่แน่ชัดนักเนื่องจากยังมีตัวอย่างการทดลองไม่เพียงพอ ระยะเวลาการแสดงผลที่พวกเขาทำได้นานที่สุดคือสองชั่วโมง หลังจากนั้นผู้ทดสอบจะเหมือนถูกพลังตีกลับอย่างรุนแรงในหัวจนสิ้นสติทันที ขีดจำกัดที่เกินไปก็จะลดลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่าหนึ่งร้อยเช่นเดิมเท่าที่รู้แล้วตอนนี้คือมันมีข้อเสียใหญ่อีกอย่างเช่นกัน เพราะหลังจาก

  • ไกด์! ผมเหรอ?!   ตอนที่ 112 ล้อมกรอบ (2/2)

    เอลิสนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามใบหน้าประดับรอยยิ้มน้อยๆตามแบบฉบับของเอลิสผู้เป็นเจ้าของร่างเดิม เขาทำเช่นนี้นอกจากเพื่อแสดงลักษณะท่าทางของเอลิสคนเก่าที่ทางสโมสรเคยตรวจสอบตัวตนของเขามา ใบหน้าที่ยิ้มน้อยๆตลอดเวลาแบบนี้เปรียบเสมือนหน้ากากที่ใช้ปิดบังความรู้สึกเบื้องลึกได้ด้วย“คุณเรียกผมว่าหัวหน้าใหญ่เหมือนคนอื่นก็ได้ ในเมื่อครั้งนี้เป็นการเจอกันครั้งแรกของเรา เช่นนั้นคงต้องพูดว่ายินดีที่ได้พบกัน ไกด์เอลิส เลน” ผู้แนะนำตนเองเป็นหัวหน้าใหญ่พูดขึ้นคนผู้นี้ปิดบังตัวเองด้วยหน้ากากเพียงชิ้นเดียวลักษณะภายนอกอื่นๆเหมือนไม่ได้ตั้งใจปิดบังเลยสักนิดเขามีร่างกายสูงใหญ่แผ่นอกปูดนูนเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่มองเห็นได้ชัดเจนแม้จะอยู่ภายใต้ชุดสูทสีดำสนิทเอลิสวัดด้วยสายตาเห็นว่าเขาตัวโตพอๆกับพันเอกคาสเวลด้วยซ้ำ ดูแล้วลักษณะท่าทางมั่นคงแข็งแรงบรรยากาศน่าเกรงขามตามแบบฉบับของเอสเปอร์ที่มีระดับสูงแม้ว่าไกด์จะแยกแยะเอสเปอร์ออกจากคนธรรมดาไม่ไ

  • ไกด์! ผมเหรอ?!   ตอนที่ 111 ล้อมกรอบ (1/2)

    การจู่โจมที่เด็ดขาดที่สุดคือการจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว นั่นหมายถึงตัวผู้จู่โจมเองก็ต้องไม่ทันได้เตรียมตัวด้วยเช่นเดียวกันเมื่อเอลิสได้รับการติดต่อจากริคเตอร์อีกครั้ง พันเอกก็ส่งเรื่องถึงจอมพลทันทีเพื่อให้เขาเป็นหัวหน้าในการก่อตั้งหน่วยปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนจอมพลทำเรื่องร้องขอต่อสภาสูงเพื่อทำการจับกุมและทลายเครือข่ายของสโมสร เรื่องนี้ต้องใช้คนที่ไว้ใจได้และเรื่องต้องเงียบที่สุดเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายไหวตัวทัน ทหารที่สามารถนำมาใช้ได้จึงค่อนข้างน้อยเพื่อไม่ให้ดูเอิกเกริกเกินไปพวกเขามีทหารที่ดำเนินการสนับสนุนยี่สิบนายและทหารภาคสนามสามร้อยนายเท่านั้น แต่พวกเขากลับมีเอสเปอร์ระดับS ถึงสองนายด้วยกันปกติเอสเปอร์ระดับS จะแยกกันทำงาน ไม่มีทางที่เอสเปอร์ระดับ S สองคนจะทำงานร่วมกันได้โดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าเช่นนี้บางกองพันไม่มีเอสเปอร์ระดับ S แม้แต่คนเดียว แต่หากกองพันไหนมีการบรรจุเอสเปอร์ระดับนี้ลงไปในหน่วย พวกเขาก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status