Intro 1 เหตุเพราะแอปเปิ้ลลูกเดียว
ทำไมชีวิตของผมถึงไม่เหมือนนิยายเรื่องอื่นกันนะ ผมได้แต่นอนคิดแล้วคิดอีก หรือว่าโลกนี้มันติดบั๊คเข้าให้แล้ว???
“กู้ หร่วนอวี่ ”(阮雨) ชายหนุ่มผิวขาวสูง175 ผิวราวกับน้ำนมเมื่อต้องแสงสีวอร์มไลท์ในห้องนอน คิ้วโก้งสวยรับกับหน้า ที่ตอนนี้ขมวดคิ้วเข้าหากันราวกับว่ามีเรื่องพันล้านอย่างคิด คนอื่นหารู้ไม่ เจ้าตัวขาวนี่เพียงแค่คิดว่าตนกลับมาในจุด ๆ เดิมได้อย่างไร หากจะย้อนกลับมาทำไมไม่ย้อนกลับมาในนิยายเรื่องอื่น หรือไม่ก็ทะลุมิติไปยังชาติก่อนสิ ทำไมต้องย้อนกลับมาเมื่อสองปีที่แล้ว!!
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้น ทำไมหร่วนอวี่หันหลังกลับไปมองยังเสียงที่มา ถ้าหากย้อนเวลากลับมาล่ะก็ ตอนต่อไปคงเป็นสามีหมาด ๆ มาเคาะประตูสินะ และก็คงเข้ามาอาละวาดก่นด่า
หร่วนอวี่อีกเช่นเคย ใบหน้าสวยเบ้ให้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในไม่กี่วินาทีข้างหน้า
แกร๊ก เสียงเปิดประตูเข้ามา หร่วนอวี่ทำเป็นไม่สนใจบุคคลที่มาใหม่ หนำซ้ำยังนอนคลุมโปงอีก
แม้ว่าประเทศจะหนาวก็จริง แต่นี่มันช่วงกลางปีที่ร้อนระอุ เธอไม่ร้อนเลยหรือไงนะ กู้ ลู่สิง (陆邢)พูดในใจ
“นี่ใจคอกะจะนอนทั้งวันทั้งคืนเลยหรือไงกัน” ลู่สิงยืนกอดอกพูดกับภรรยาในนามที่แต่งกันมาแล้ว 6เดือน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิด นี่ก็เข้าวันที่3แล้วที่ภรรยาของตนแปลกไป เอาแค่เหม่อลอย และไม่ลงไปรับประทานอาหารข้างล่าง เลี่ยงการพบผู้คน และตอนกลางคืนก็ยังนอนผวา
ถ้าถามว่าเขารู้ได้ยังไงน่ะหรอ ก็นอนด้วยกันน่ะสิ แม้จะถูกบังคับให้แต่งงานกันอย่างไรก็ตาม ลู่สิงก็เป็นฝ่ายที่พูดว่าจะนอนด้วยกัน ถึงแม้ว่าตระกูลกู้จะมีที่หลับนอนให้กับคนเกือบร้อยคน แต่นายท่านก็จะให้ภรรยาในนามนอนด้วยกัน ผู้ชายคนนี้แปลกใช่ย่อย
“ยุ่งอะไรด้วย” เสียงหวานใต้ผ้าห่มตะโกนขึ้นมา เห็นไหมเขาบอกแล้วหร่วนอวี่น่ะแปลกไปจริง ๆ ปกติก็เรียบร้อยอ่อนหวาน แต่สามวันมานี้ชักเหิมเกริมเข้าไปใหญ่
ขายาว ลำตัวสูง195เซนติเมตรก้าวไปประชิดขอบเตียงฝั่งที่หร่วนอวี่นอนคลุมโปง ก่อนจะโน้มตัวอุ้มอีกคนขึ้นมาพาดบ่าทั้งที่ยังอยู่ในผ้าห่ม และก้าวออกจากห้องนอนไปยังที่หมาย เสียงทุบตีและเสียงก่นด่าดังเป็นระลอก สาวใช้และเหล่าบอดี้การ์ดต่างหันมาตามเสียง แต่ไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยปากพูดอะไรไป บ้างก็ส่ายหัว บ้างก็พูดกันว่า นายท่านคงจะมีน้ำโหแล้วสินะ
ร่างหนาสวมสูทสีดำสนิทเข้ารูป เนคไทด์ที่ตอนนี้ค่อนข้างเบี้ยว เพราะแรงดิ้นจากคนในผ้าห่ม เสียงก่นด่ายังมีเป็นระลอก
“นี่ไอผัวเฮ็งซวยหยุดเดี๋ยวนี้นะ!! ปล่อยผมลง!!” คนขับรถเห็นเจ้านายเดินเข้าใกล้ก็เปิดประตูต้อนรับ แต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจคือก้อนขาวที่อยู่ในผ้าห่มนั่น…นายจะเอาคุณนายไปด้วยทำไม
ปั๊ก เสียงร่างกระแทกกับเบาะหนังของรถ ตามด้วยเสียงรองเท้าที่ดังขึ้น หร่วนอวี่รีบกระวีกระวาดออกจากผ้าห่ม ผมสีน้ำตาลอ่อนฟูฟ่องจากการเสียดสีของผ้าห่ม นัยน์ตาแดงก่ำหันมามองค้อนสามีที่นั่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวข้างกาย
“นายท่านจะจับผมมาทำไม” เสียงหวานสั่นคลอเล็กน้อยเอ่ยถาม
ดวงตาคมหันมามองคนตัวขาวข้างกาย ก้มต่ำมองชุดที่อีกคนสวมใส่ ก่อนจะกำชับให้ผ้าห่มสีขาวปกปิดให้ถึงคอ ก่อนจะเอ่ยสั่งคนขับรถ
“ไปบริษัท”
“ครับนาย” เสียงของคนขับรถตอบกลับนายของตน
หร่วนอวี่มองค้อนสามีของตนก่อนจะขยับไปนั่งชิดริมกระจก ลู่สิงเพียงแค่มองด้วยหางตาก่อนที่จะเปิดไอแพดเพื่อทำงานที่ตนค้างไว้เมื่อคืน
หร่วนอวี่มีอาการละเมอและโวยวายตลอดสามวันที่ผ่านมาแต่เจ้าตัวดันไม่รู้ตัว มีแค่ลู่สิงที่รู้ และอาการเมื่อวานที่หนักกว่าสองคืนแรกที่เป็น หร่วนอวี่เดินละเมอมาที่ห้องทำงานของเขา และมีอาการที่จะหาของมาทำร้ายร่างกายตัวเอง ลู่สิงที่เมื่อคืนนั่งทำงานอยู่ก็ได้แค่พับงานที่ทำเมื่อคืนไว้และอุ้มอีกคนกลับไปยังห้องนอน ที่พาอีกคนมาด้วยก็เพราะว่าหลังจากเสร็จงานจะพาร่างบางไปพบแพทย์
“นี่ ผมยังไม่เปลี่ยนชุดเลย” หร่วนอวี่ยอมแพ้กับสงครามเย็นในห้องโดยสาร และหันไปสะกิดร่างสูงข้างกาย
“นำชุดมาให้คุณนายที่ลานจอด” เสียงเข้มเอ่ยสั่งลูกน้อง
“อยากกินข้าวด้วยอะ” เสียงหวานก้มงุดชิดอกก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ
“โจ๊ก” ลู่สิงพูดขึ้น
“ไม่เอา จะเอาเสี่ยวหลงเปา หมั่นโถ่ว ก๋วยเตี๋ยวหลอด ไม่เอาน้ำสมุนไพร เอาโค้กใส่น้ำแข็ง“ เสียงหวานชะโงกหน้าไปยังเบาะหน้าที่ผู้ช่วย หลิวอี้อยู่ แต่ไม่ทันได้ชะโงกหน้าไปก็มีฝ่ามือใหญ่มาดันหน้าของหร่วนอวี่กลับมาที่เดิม
”หลิวอี้“ เสียงเข้มพูด
”ทราบครับนาย“
ห้ะ อะไรนั่น เพียงแค่เอ่ยชื่อผู้ช่วยหลิวอี้ก็รู้ความต้องการของนายท่านแล้วงั้นหรอ นี่มันเจ๋งชะมัด ในชาติแรกที่เขาอยู่ เขาไม่เคยได้สนใจหรือสังเกตเห็นอะไรพวกนี้มาก่อนเลย แม้ว่าชาติก่อนจะนอนด้วยกัน ใช่ ฟังไม่ผิด พวกเขานอนด้วยกัน ถึงแม้จะไม่ได้รักกันก็เหอะ เขาก็ต้องการเหมือนกันนะ ใครเล่าจะอยากให้สามีของตัวเองไปหากินนอกบ้าน เขาไม่ได้ใจกว้างขนาดนั้นหรอก
ถึงแม้ก่อนตายสามีเขาจะพาเมียน้อยเข้ามาในบ้านก็ตาม…
เสียงปิดประตูรถดังขึ้นทำให้เขาออกจากภวังค์ พอหันมองรอบ ๆ ก็เจอเป็นลานจอดรถของบริษัทสามีของตัวเอง คนขับรถและผู้ช่วยลงไปแล้ว ในรถนี้เหลือแค่ลู่สิงกับเขาเพียงเท่านั้น
พอก้มมองไปยังตักของตัวเองก็พบชุด1ชุดที่คาดว่าลู่สิงสั่งให้ลูกน้องหามาให้ หร่วนอวี่มองตาแข็งไปยังคนข้างกายที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
”เปลี่ยนชุด“ ลู่สิงเอ่ย ก่อนจะก้มหน้าอ่านเอกสารของตนต่อ
”จะบ้าหรอ! นี่มันบนรถนะ ผมก็ต้องการความเป็นส่วนตัว จะให้แต่งตัวให้คุณดูเนี่ยนะ!!“
”อย่าทำเขินหน่อยเลย ผมเห็นของคุณมาหมดแล้ว“ หร่วนอวี่หน้าแดง แต่มันก็จริงอย่างที่เขาว่า
”อย่าชักช้า ผมมีประชุมอีก20นาที“
”รีบก็ไปก่อนสิ“ หร่วนอวี่พูดประชด พร้อมก้มหน้าหาเสื้อมาใส่ ไม่ทันได้สังเกตลู่สิงก็รีบอุ้มอีกคนขึ้นมาบนตัก ก่อนจะจับคางอีกคนให้เงยหน้าขึ้น พร้อมกับจูบไปที่ปากสีเชอร์รี่ของคนด้านบน
เสียงเฉอะแฉะหยาบโลนดังขึ้นทั่วห้องโดยสาร ฝ่ามือหนาเค้นลงมาเรื่อย ๆ จนถึงแก้มก้นอีกคน เสื้อซาตินสีขาวสายเดี่ยวและกางเกงขาสั้นรัดรูปขากว้าง ที่แสนจะเป็นใจให้ลู่สิงลูบและล้วง เสียงครางฮึมแผ่วต่ำจากร่างที่นั่งประกบกัน
ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะกระจกรถทำให้ทั้งคู่ได้สติผละออกจากกัน
หร่วนอวี่ถอนหายใจและซบหน้าไปกับลาดไหล่ของอีกคน ดีหน่อยที่เขาพอรู้มาบ้างว่ารอบคันรถเป็นกระจกทึบที่สามารถมองเห็นเพียงด้านเดียว
ไอ้คุณชาย กู้ ลู่สิง!! เผลอแปบเดียวมันดูดคอเขาซะแดงจ๋าเลย หน็อยแหน่ แบบนี้ต้องแก้แค้น!! ไม่ว่าเปล่า ร่างบางเงยหน้าจากลาดไหล่กว้างก่อนที่จะจ้องไปยังริมฝีปากฉ่ำวาวของคนตรงหน้าก่อนจะก้มลงและกัดไปยังปากล่างของอีกคนจนอีกคนร้องโอ้ยและรีบผลักเขาให้นั่ง
“ทำบ้าอะไร” ลู่สิงเอ่ยอย่างมีน้ำโห
“รีบเปลี่ยนชุดซะ” ไม่ว่าเปล่า เขาดันอีกคนให้นั่งกับเบาะก่อนที่จะจัดชุดให้เรียบร้อยก่อนเปิดประตูออกไป
“นายครับ..ปาก..”หลิวอี้พูดตะกุกตะกัก ก่อนที่จะจับที่ริมฝีปากของตนให้นายรับทราบ
“ปากนายเลือดออกครับ” หลิวอี้รีบหาทิชชู่ที่ยังไม่แกะยื่นให้นายของตน นัยน์ตาเข้มดุดันมองทะลุไปยังที่นั่งคนขับที่พึ่งออกมาเมื่อครู่
เสียงขำลั่นห้องโดยสารดังลั่น พร้อมกับพูดลั่นรถ สมน้ำหน้าไอคุณชายเฮ็งซวย ก่อนจะสวมเสื้อผ้าที่อีกคนนำมาให้ และก้มหา
รองเท้าของตัวเอง แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ จนคิ้วขมวดเข้าหากัน ประจวบเหมาะกับประตูรถที่เปิดขึ้น และใบหน้าดุดันเช่นเคยส่งมาให้
ร่างบางเม้มปากจนลักยิ้มโผล่ “ไม่มีรองเท้า” ลู่สิงหงุดหงิดก่อนที่จะนำมือล้วงไปยังใต้เบาะที่นั่ง และนำรองเท้าสลิปเปอร์มาวางไว้ให้อีกคน
แล้วรองเท้าอะไรมันจะใหญ่ถึง46!! เขาใส่แค่39ด้วยซ้ำ นี่มันคนหรือยักษ์ หร่วนอวี่พูดในใจก่อนจะสวมรองเท้าและขยับออกจากรถ พร้อมกับเดินตามคุณชายกู้ไปข้างหลัง
ลับหลังคุณชาย เขาก็ได้แต่เหวี่ยงกำปั้นชกลมต่อยอากาศไปมาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าเปล่า ขาเรียวยังกระโดดเตะสะบัดไปในความว่างเปล่าราวกับเห็นหน้าอีกฝ่ายลอยอยู่ตรงนั้น 'ฝากไว้ก่อนเถอะ!‘
หลังจากเข้ามาในห้องผู้บริหารแล้ว หร่วนอสี่ก็ต้องตระการตาเพราะว่ามีอาหารมากมายมาเสิร์ฟเขาในมื้อเช้า ร่างโปร่งยิ้มจนเห็นลักยิ้มก่อนที่จะกระโดดทีเดินทีเข้ามานั่งทานอาหารตรงโซฟารับแขก นี่มันสวรรค์ชัด ๆ ! เขาจะหายโกรธนายคนนั้น1วันก็ได้
หลังจากที่ประชุมในวันนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็รีบตรงดิ่งมาที่ห้องทันที ราวกับว่ากลัวคนในห้องนั้นจะหายไปอย่างไรอย่างนั้น
“นี่! เข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียง” หร่วนอวี่เหวและรีบลุกขึ้นนั่งพิงโซฟา เมื่อกี้ตนนอนคว่ำราบไปกับโซฟานี่นา แถมกางเกงก็ขาสั้นรัดก้นสวย ๆ นี่อีก ดีนะที่ตาคุณชายเข้ามาเห็นคนเดียว ส่วนผู้ช่วยก็หันหลังกลับทันทีที่เปิดประตูออกมา
“นี่ไม่ใช่ที่บ้าน แต่งตัวให้มันดี” ลู่สิงเอ่ย
“แล้วใครเป็นคนเอามาให้ใส่ไม่ทราบ ไม่ได้อยากจะใส่สักนิด แถมยังต้องอยู่ที่นี่ทั้งวัน น่าเบื่อจะตาย” ปากกระจับบ่นงุบ
ลู่สิงไม่ได้เอ่ยอะไร และเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานเยื้องกับโซฟาที่
หร่วนอวี่นั่งอยู่
หร่วนอวี่ไม่ได้สนใจนายท่านลู่สักเท่าไหร่ เขาได้แต่นั่งคิดนอนคิดและค้นหาทางช่องทางอินเตอร์เน็ต เพราะถ้าเขาจำไม่ผิด วันนี้เมื่อชาติที่แล้วเขาและนายท่านลู่มีปากเสียงกันตอนที่อยู่ในห้องนอน แต่ทว่าวันนี้ไม่ได้มีปากเสียงกัน แถมเขายังอุ้มหร่วนอวี่มาทำงานด้วย คงต้องคอยดูแล้วล่ะว่าวันนี้ในตอนเย็นจะเหมือนกับวันนี้เมื่อชาติที่แล้วไหม เอ๊ะ เดี๋ยวนะ
วันนี้เมื่อชาติที่แล้วตอนช่วงเย็น หลังจากที่เขาไปทานข้าวที่บ้านใหญ่จะมีการถกเถียงกันระหว่างเขาและคุณชายกู้ พ่อของลู่สิง แถมในตอนนั้น เมียน้อยของพ่อลู่สิงยังมาตบเขาเพราะเขาเถียงกับคุณชายกู้อีก เพราะเขาทั้งคู่ถูกบังคับให้มีทายาทให้ตระกูลภายในปีนี้ แต่เขาดึงดันไม่ยอม แถมโดนตบกลับมา หนำซ้ำสามีที่อยู่ข้าง ๆ ก็ไม่ช่วยเขาอีกต่างหาก!!!
ปัง!! เสียงประตูถูกเปิดอย่างดัง หลิวอี้วิ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนก
“นายท่านครับ!! แย่แล้ว!“ ทำไมเขาถึงคิดว่ากำลังเกิดเรื่องไม่ดีกันนะ
“สะพานที่ตอนเหนือถล่มครับ!“ !!!
นี่..สะพานจะถล่มวันนี้ได้ยังไง ถ้าเขาจำไม่ผิดสะพานจะถล่มในคืนวันพรุ่งนี้ไม่ใช่หรอ!! นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย -หร่วนอวี่คิด
“ไปสะพานตอนเหนือ” เสียงนิ่งเอ่ยสั่งลูกน้องให้เตรียมรถและกำลังคนเพื่อไปเขตเหนือ “มานี่” นายท่านเดินดิ่งมาทางร่างโปร่งและจูงมือให้อีกคนไปกับเขาด้วย
หากจะอธิบายคร่าว ๆ ก็คือคุณชายตระกูลกู้เป็นทั้งเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ในเมือง และก็เป็นบุตรชายของผู้นำในเขตเหนือ ตอนนี้เขารักษาการแทนพ่อของตน ซึ่งอีกไม่นานก็จะมีการขึ้นเป็นผู้นำเขตเหนือในอีกสองปีข้างหน้า…ซึ่งก็คือหลังจากที่เขาตายนั่นแหละ
หน็อยแหน่ คอยดูเถอะเขาจะไม่กินแอปเปิ้ลอีกต่อไป ทีนี้เขาก็จะไม่ตายแล้ว หร่วนอวี่ยกยิ้มคนเดียว
คุณชายลู่สิงได้แต่มองคนข้างกายที่จู่ ๆ ก็ยิ้มขึ้นมาเอง ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายของใครหลายคนกำลังทวีเพิ่มขึ้น เพราะมีการระเบิดครั้งที่สอง ลู่สิงได้แต่ส่ายหน้า รวมถึงหลิวอี้เช่นกัน คุณนายของเธอเปลี่ยนไปจริง ๆ สินะ…
รถของคุณชายลู่สิงดิ่งตรงไปยังถนนสานหลักเพื่อเข้าไปยังเขตเหนือ เดิมทีจะส่งภรรยาให้กลับไปรอยังบ้าน แต่ด้วยสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงจะระเบิดทุกรอบ เขาเลยต้องจำยอมนำภรรยามาด้วย แต่คงให้อยู่แต่ภายในรถ เพราะข้างนอกมีคนมากมายที่ล้มเจ็บกัน
ยิ่งใกล้ถนนสะพานตอนเหนือเท่าไหร่ ยิ่งพบเจอความวุ่นวาย เสียงรถพยาบาลและเสียงไซเรนดังต่อเนื่อง รถหลายสิบคันวิ่งเข้าออกรับคนเจ็บ ส่วนคนที่ไม่มีชีวิตรอดก็ได้มีการคลุมผ้าขาวไว้
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้วที่คุณชายกู้ลู่สิงออกไปกับคนขับรถและผู้ช่วย หร่วนอวี่อยู่ในรถเพียงคนเดียว นั่งมองกระจกอย่างเหม่อลอย เหตุการณ์ครั้งนี้สะเทือนใจของหร่วนอวี่เป็นอย่างมาก จนร่างกายขับน้ำตาออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็นที่ท้องฟ้าเริ่มมืด หร่วนอวี่เห็นบางอย่างขยับไป-มาที่พุ่มไม้ห่างจากรถเขาประมาณหนึ่ง และที่ตรงนั้นไม่มีรถจอดอยู่และไม่มีใครสนใจพื้นที่ตรงนั้น
ขาเด็กขยับ… หร่วนอวี่รีบกุลีกุจอลงจากรถและวิ่งไปยังพุ่มไม้ตรงนั้น และใช่ เขาเจอกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุราว8-9ปี นอนร้องขอความช่วยเหลือแต่กลับไม่มีใครได้ยิน เพราะที่ตรงนี้เป็นพื้นที่รกร้าง และได้รับการกระทบกระเทือนเล็กน้อย ต่างจากต้นสะพานที่มีผู้บาดเจ็บหลายคน
”หนูน้อย พี่มาช่วยแล้ว“ หร่วนอวี่พูดพร้อมค่อย ๆ พยุงเจ้าตัวเล็กขึ้น แต่เพราะว่าที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ลาดชันทำให้หร่วนอวี่ไม่ทันตั้งตัวล้มและถลาลงไปยังคูน้ำที่จะไหลลงแม่น้ำใหญ่ ทว่า… กลับเจอร่างของผู้ชายและผู้หญิงติดอยู่ตรงตอม่อใกล้เคียง ตากลมโตตกใจกับสิ่งที่พบตรงหน้า
“พี่ชาย ช่วยผมด้วย” เด็กหนุ่มเรียกสติร่างบาง
”ดูคนยังไงให้หายไปแบบนี้!!“ เสียงตวาดลั่นพื้นที่ลานโล่ง ผู้ช่วยและบอดี้การ์ดกุมหน้างุด เหตุเพราะเมื่อไม่กี่นาทีก่อนคุณชายกู้ได้มีคำสั่งว่าจะถอนกำลังกลับบางส่วนที่มาช่วยงาน และเรียกกำลังเสริมอีกส่วนมาแทน แต่พอใกล้ถึงรถกลับมีรายงานจากลูกน้องว่าคุณนายได้หายตัวจากรถไป
”ออกตามหาซะ“ เขาได้สั่งลูกน้อง
หร่วนอวี่พยายามอยู่นานจะไต่ขึ้นไปยังทางเดิมแต่ทางชันเกินไปและร่างกายเขาได้รับบาดเจ็บจากคอนกรีตนี่ และมีหัวแตกเพราะไปชนกับก้อนหิน ในที่สุดเขาก็จะปีนไปถึงที่หมายแล้ว หลังจากพยายามปีนขึ้นและดันเด็กผู้ชายคนนั้นให้รอดพ้นจากการที่จะถูกกลิ้งลงกับทางลาดนั่นอีก
”คุณนาย!!!“ เสียงบอดี้การ์ดคนหนึ่งตะโกนลั่นหลังจากที่เห็นเด็กชายขยับตัวและเห็นหัวกลม ๆ สีน้ำตาลอ่อนของคุณนาย
บอดี้การ์ดคนนั้นที่เขาไม่คุ้นหน้า รีบกุลีกุจอรับร่างเบาหวิวของคุณนายขึ้นมานั่งได้อย่างปลอดภัย
เสียงฝีเท้าดังระงมมาทางนี้จนทำให้หร่วนอวี่เงยหน้าขึ้นมอง กู้ลู่สิง… ทำไมเขาถึงทำหน้าตาใจแบบนั้นไปล่ะ แววตาของเขาที่อ่อนลง ต่างกับชาติที่แล้วลี้ลับ…
หร่วนอวี่ละสายตาก่อนจะพูดกับเหล่าบอดี้การ์ด “นี่มีเด็กบาดเจ็บอยู่นะ เรียกรถพยาบาลมา!!” เสียงเล็กเหวใส่คนรอบข้างที่กรูมาที่เขา หารู้ไม่ แค่คุณนายมีรอยขีดข่วนนิดเดียว เงาบนหัวพวกเขาก็เสี่ยงจะหายไปเมื่อนั้น…
เด็กผู้ชายคนนั้นถูกตัวนำเข้ารถโรงพยาบาลเพื่อที่จะรักษาต่อ และก่อนที่เขาจะออกมาก็ได้สั่งว่ามีร่างชายและหญิงติดอยู่ตรงจอท่อใกล้เคียง คาดว่าจะเป็นพ่อแม่ของเด็กคนนั้น… ไม่ได้กล่าวอะไรมากมาย ร่างโปร่งก็ถูกอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาว โดยสามีหน้าตายคนดีคนเดิม
หร่วนอวี่ถูกนำตัวมาโรงพยาบาลโดยรถของนายท่านกู้ ซึ่งก็ถูกทำแผลและตรวจร่างกายตามระเบียบ
หลังจากตรวจร่างกายว่าไม่มีอะไรผิดปกติก็ได้มาทำแผลยังห้องพักฟื้น ซึ่งอุปสรรคของการทำแผลก็คือหร่วนอวี่ที่นั่งด่าสามีของตนอยู่ตรงนี้ คาดว่าที่นั่งด่าก็เพราะสามีของตนจะให้หมอมาทำแผลที่หัวและขาให้ตน
การทำแผลมันเจ็บนะ!!!
ลู่สิงก็พึ่งรู้ในวันนี้ว่าภรรยาของตนกลัวเข็มและกลัวการทำแผลขนาดนี้ แหงล่ะ ชาติที่แล้วหร่วนอวี่ไม่เคบได้รับบาดเจ็บสักหน่อย แต่นี่อะไร!! โผล่กลับมาสามวันแรกก็ได้แผลแล้ว!!!
”ให้หมอทำแผล“ ลู่สิงพูดขึ้น พร้อมกับจับแขนให้อีกคนได้นั่ง หร่วนอวี่ขัดขืน แต่เพราะพละกำลังคุณชายมีมากกว่า ทำให้หร่วนอวี่สู้ไม่ได้ ลู่สิงพยักหน้าให้หมอทำแผลที่ขาให้
หร่วนอวี่หลับตาปี๋ และกอดเอวคุณชายกู้ไว้แน่นจนหมอแอบยิ้มใต้หน้ากาก พอหมอเริ่มเช็ดบริเวณรอบแผล หร่วนอวี่ก็ได้คว้าต้นแขนของสามีมากัด จนลู่สิงเบ้หน้าเพราะอีกคนกัดซะจนเต็มแรง มือหนากำลังจะลักหัวร่างบางออกก็ชะงักไว้กลางอากาศ เมื่อแขนของเขาสัมผัสได้ถึงน้ำตาที่ร่างลงมา
นี่หร่วนอวี่ร้องไห้งั้นหรือ…..
หลังจากหมอทำแผลที่ขาและเย็บแผลที่หัวให้หร่วนอวี่เรียบร้อย หมอก็ได้ทำการให้น้ำเกลือเพราะหร่วนอวี่มีอาการคล้ายจะไข้ขึ้นสูง จนหมอออกไปแล้วหนาวนอวี่ก็กอดลู่สิงไว้จนแน่น เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาและน้ำลายส่วนหนึ่ง ลู่สิงไม่เอ่ยอะไรเพียงแค่ลูบหัวอีกคนไว้อย่างนั้น จนร่างบางหายใจสม่ำเสมอใส่ท้องเขานั่นแหละ ถึงได้วางร่างบางลงกับหมอน วันนี้คงเหนื่อยมามากสินะ… ลู่สิงลูบหัวร่างโปร่ง ก่อนที่จะกำชับเสื้อตัวเองและหยิบเสื้อสูทที่พาดไว้มาคล้องแขน
“ไปสะพานตอนเหนือ” ลู่สิงสั่งลูกน้องเมื่อขึ้นมายังรถ และสั่งกำชับหมอให้เข้าไปตรวจดูอาการของหร่วนอวี่ทุกชั่วโมง และจัดเวรยามเฝ้าห้องคุณนายอย่างหนาแน่น
ลู่สิงได้ทำการเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่หลงเหลืออยู่ และจัดทีมลาดตระเวนดูทุกซอกทุกมุม กันเกิดเหตุแบบเมื่อตอนเย็นอีก เหล่านักข่าวเริ่มทยอยเข้ามาที่เกิดเหตุบางส่วนเพราะได้ถูกจัดการไปบ้างแล้ว ลู่สิงที่เข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บและตรวจสะพานด้วยตัวเองเสร็จก็กลับเข้าไปคุยรายละเอียดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พบว่ามีการจัดตั้งระเบิดแบบจำเวลา นี่เป็นการจงใจให้เกิดเหตุกลางเมืองงั้นหรือ…
“คุณชายคะ นี่เป็นการจงใจก่อการร้ายกลางเขตเหนือหรือไม่คะ” นักข่าวท่านหนึ่งเอ่ยถามลู่สิง บอดี้การ์ดพยายามรั้งไม่ให้นักข่าวมาก่อกวน แต่ลู่สิงยกมือปรามคนของตน และเดินเข้าไปให้การสัมภาษณ์
“คุณชายครับ มีการเกิดเหตุแบบนี้ทางผู้นำจะเข้าให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตไหมครับ” ชายคนหนึ่งถาม
“ครับ ทางเราจะให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดีสำหรับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ จะเยียวยาให้ถึงที่สุดครับ”
”คุณชายคะ แล้วเรื่อง…“ ลู่สิงให้การสัมภาษณ์เกือบทุกคำถาม ที่ประชาชนและสำนักข่าวถามมา
”คุณชายจะกลับไปบ้านเลยหรือไม่ครับ“ หลิวอี้ถาม
”อืม..“
”…“
”กลับไปเอาเสื้อผ้าและนำรถไปยังโรงพยาบาล“
”ครับผม“
หลิวอี้ตอบรับและขับรถมุ่งหน้าไปยังเรือนหอตระกูลกู้ คุณชายคงจะเริ่มรักคุณนายแล้วสินะ ถึงได้ทำขนาดนี้ แม้จะทำงานประชุมตั้งแต่เช้าจนถึงคล้อยบ่าย แถมยังเกิดเหตุนี้ตั้งแต่บ่ายถึงค่ำ พอส่งคุณนายเสร็จมาทำงานต่อจนถึงตีสอง แม้จะตีสามแล้วก็ยังจะกลับมาอาบน้ำเพื่อที่จะไปเฝ้าคุณนายที่โรงพยาบาลอีก ทรงงานหนักเสียจริง ๆ หลิวอี้คนนี้ คาระวะนายท่านแล้วครับ
เวลาตีสามกว่า ๆ ที่ลู่สิงเดินทางมาถึงโรงพยาบาล สั่งลูกน้องให้ไปผลัดเวรและบอกพยาบาลว่าไม่ต้องเข้ามาตรวจแล้ว ให้เข้ามาอีกทีตอนเช้าเลย ลู่สิงวางเสื้อคลุมพาดไว้กับเก้าอี้ข้างเตียง และถือวิสาสะวางหลังมือทาบกับหน้าผากของร่างบางที่นอนบนเตียง แพขนตายาว ที่รับกับจมูก ปากกระจับอิ่มเล็ก ๆ ที่ไม่ขยับนั่น แอบน่ารักเล็กน้อย ยังดีที่ตัวไม่ร้อนมากเท่าไหร่ ลู่สิงละมือออกจากหน้าผาก แต่ไม่ทันจะได้ชักออกเท่าไหร่ ก็ถูกมือเล็กคว้าเข้าไปกอดและแนบกับแก้มของตน
ลู่สิงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนที่จะขยับเก้าอี้เพื่อนั่งเฝ้าตัวเล็กข้างเตียงเขาเสยผมที่ไม่ถูกเซ็ทขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะนั่งมองร่างบางไปทั้งแบบนี้ หลายคนคงจะงงกันไม่น้อย แต่เขาชินแล้วล่ะ ไม่ว่าจะมือหรือแขน หร่วนอวี่จะต้องไปจับได้กอดทุกคืน เป็นเวลาตั้งแต่เข้าห้องหอคืนแรก แม้เช้ามาเจ้าตัวจะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปก็ตาม
“คนไข้คะ…คนไข้คะ” เสียงหวานพยาบาลเรียกให้หร่วนอวี่ตื่นจากฝันหวาน หร่วนอวี่ปรือตามองพยาบาลก่อนจะลุกขึ้นนั่งพิงกับเตียงที่ถูกพยาบาลปรับเมื่อครู่ ”ได้เวลาทานยาแล้วค่ะ“ หร่วนอวี่ตาโต ถ้าเขากินยามันจะติดคอเขาเหมือนกับแอปเปิ้ลชิ้นนั้นไหมนะ หร่วนอวี่มีปฏิกิริยากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำท่าทีจะปฏิเสธพยาบาล จนกระทั่ง..
”หร่วนอวี่ กินยา“ เสียงทุ้มของลู่สิงมาจากทางห้องน้ำ ทำให้พยาบาลและหร่วนอวี่หันมองไปตามเสียง เสื้อเชิ้ตสีขาวที่รัดแน่นจนกระดุมแทบปรินั่น จะใส่มาทำไม!!! ลู่สิงพยักหน้าให้พยาบาลออกไป บอกกราย ๆ ว่าตนจะจัดการกับคนที่ดื้อยาเอง ลู่สิงเดินมาทางเตียงพร้อมกับเอื้อมไปหยิบยามาเพื่อจะป้อนอีกคน แต่
หร่วนอวี่ก็มีท่าทีจะหันหน้าหนีและนอนลงเลี่ยงสายตาดุ ๆ จากนายท่านกู้คนนั้น
”ไม่กิน”หร่วนอวี่พูดพร้อมกับจะคลุมผ้าห่มหนี ให้ตายเถอะ ปกติเธอไม่น่าใช่คนดื้อยาแบบนี้นะ ไม่ได้ขี้กลัวและหวาดกลัวอะไรขนาดนี้ด้วย
ลู่สิงถอนหายใจวางยาลงกับโต๊ะข้างเตียงผู้ป่วยและดึงผ้าห่มออกพร้อมกับหยัดกายให้ร่างโปร่งนั่งซ้อนตน ด้วยขนาดที่แตกต่างกันเลยทำให้หร่วนอวี่ พิงอกลู่สิงไปโดยปริยาย มืออีกข้างกอดเอวและแขนอีกคนไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปหยิบยาเข้าปากตนประกบริมฝีปากที่เย็นเฉียบของคนป่วย ลู่สิงประคองร่างนั้นไว้แน่นขณะที่ใช้เรียวลิ้นดันเม็ดยาเข้าสู่โพรงปากของเขา ก่อนที่จะผละริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่งและเอื้อมไปหยิบน้ำมาป้อนร่างบางอีกหน
“แหวะ ขมติดลิ้นเลยอะ” หร่วนอวี่งอแง พร้อมกับเบะปาก ลู่สิงมองอยู่ก่อนแล้วก้มลงจนลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดอยู่เหนือริมฝีปาก ก่อนที่สัมผัสนุ่มนวลจะแตะลงมาอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกที่ได้รับราวกับสายลมบางเบาในฤดูร้อน มันไม่ใช่การจูบแบบเร่งรีบ แต่เป็นการสื่อความหมายลึกซึ้งว่าเขาหวงแหนเธอมากแค่ไหน ปลายจังหวะที่ผละออกไปอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งไว้เพียงความอบอุ่นและใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อของหร่วนอวี่