ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ

ไป๋ฟางเซียน ภรรยาข้ามภพ

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-02-10
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
134Bab
5.2KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ปกติคนอื่นข้ามเวลาคงได้รับมิติ พลังวิเศษ ความเทพทรูต่าง ๆ แล้วนางเล่า ไม่เห็นเป็นเหมือนในนิยายที่เคยอ่านบ้าง? เท่านั้นยังไม่พอ! นางดันเข้ามาอยู่ในร่างสาวงามอันดับหนึ่ง มีสถานะเป็นถึงภรรยาของท่านแม่ทัพ ที่สามีหาได้รักใคร่ชมชอบไม่ ออกจะเกลียดแสนเกลียดเสียด้วยซ้ำไป หนำซ้ำสามีหน้าตายผู้นั้นดันมีคนที่ตนพึงใจอยู่แล้ว เช่นนี้นางจะเอาตัวรอดต่อไปในโลกที่ไม่รู้จักได้อย่างไร .......... “ไหนบอกว่าเกลียดข้านักหนา เกลียดแล้วกอดข้าทำไม ท่านกอดข้าเยี่ยงนี้มันเกลียดข้าตรงไหนกัน” นางยังคงบ่นประชดประชันไม่เลิก หลี่เหวินหลางหยัดกายขึ้นจากเตียงนอนวาดขาลงจากเตียงหันมามองนางด้วยสายตาเรียบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์ใด ๆ “ข้าไม่รู้ ข้าติดหมอนข้าง” “หมอนข้าง?” “นี่ท่านคงไม่ได้คิดว่าข้าเป็นหมอนข้างใช่หรือไม่” ไป๋ฟางเซียนกดเสียงถาม “อืม คิด... ข้าคิดว่าเจ้าคงเป็นหมอนข้างแล้วเผลอตัวคว้ามากอดตอนหลับแน่ ๆ” ..........

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

เอวารินทร์นอนนิ่งอยู่บนเตียงผ้าห่มผืนเก่าห่มอยู่เหนือไหล่บาง ร่างสูงของภูริยังคงอยู่ข้างเธอแขนแกร่งกอดเอวเธอไว้หลวมๆ ราวกับไม่อยากให้เธอหายไปไหน

หัวใจของเดียร์เต้นแผ่วในอกความอุ่นจากร่างกายเขายังอยู่ แต่ความเป็นจริงกลับเย็นชาเกินกว่าจะลืมได้ เธอเป็นแค่ลูกคนใช้ในบ้านของเขา

และเขาจิณณ์ภูริคือคุณชายคนโตและคนเดียวของคฤหาสน์หลังนั้น

“พี่ภูริ” เธอเอ่ยเรียกเสียงเบาขณะที่มือเล็กแตะเบาๆ ที่แขนเขา

“อืม” เขาครางในลำคอ ไม่ยอมลืมตามือยังรั้งเอวเธอไว้แน่นขึ้นอีกนิด

“ใกล้จะตีสี่แล้ว”

ภูริลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่นั้นยังเต็มไปด้วยความง่วงงัน แต่ลึกๆ แล้วมีแววไม่พอใจฉายชัด เขาขยับตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียง มองหน้าเธอที่หลบสายตาเขาด้วยความสับสน

“เดียร์เราต้องแอบแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน?” เขาถามเสียงต่ำ

เธอไม่ตอบทันทีดวงตาคู่นั้นวูบไหว เธออยากพูดว่าก็จนกว่าคนในบ้านของเขาจะยอมรับเธอ จนกว่าเธอจะไม่ใช่ ลูกคนใช้ที่ถูกมองว่าไม่คู่ควร แต่คำพูดพวกนั้นกลับติดอยู่ที่ลำคอ

“จนกว่าจะถึงวันที่มันไม่ควรเป็นความลับอีกต่อไป” เธอพูดเพียงเท่านั้น

“2 ปีแล้วเดียร์เราคบกันมา 2 ปีแล้วพี่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ เหมือนว่าตัวเองเป็นชู้”

ภูริสบตาเธอเนิ่นนานเขาอยากจะพูด อยากจะดึงเธอมากอดไว้แน่นๆ แล้วบอกว่าเขาไม่สนใครทั้งนั้น แต่อย่างที่เธอว่ามันยังไม่ถึงวันนั้น

สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจลุกขึ้นจากเตียง หยิบเสื้อตัวนอกขึ้นมาใส่

“ไว้คืนนี้พี่จะแอบกลับมาอีก”

“เดียร์มีอ่านหนังสือ” เธอส่ายหน้าแต่ก็อดยิ้มบางๆ ไม่ได้ ดวงตาของเขาเวลามองเธอไม่เคยหลอกลวง

“เดี๋ยวมาช่วยติว”

“เดียร์อย่าลืมนะ ไม่ว่าใครจะมองเดียร์เป็นแบบไหนสำหรับพี่เธอคือคนที่มีค่าที่สุด” เขาก้าวไปที่ประตูก่อนจะหันกลับมามองอีกครั้ง

ประตูปิดลงเบาๆ เหลือเพียงเดียร์ที่นอนนิ่งอยู่ในห้อง ความอบอุ่นจากเขายังไม่ทันจางหาย แต่ความเป็นจริงก็รีบมาเยือนอย่างรวดเร็ว

ที่ต้องหลบซ่อนๆ เพราะหญิงสาวเพิ่งอายุสิบเจ็ดปี ส่วนเขาอายุสิบเก้า เราท้องสองคนแอบคนกันมาตั้งแต่ช่วงอายุสิบห้า ซึ่งเธอยังเด็กและไม่คู่ควรกับเขา

ภูริเป็นคนน่ารักเขามักเข้าหาเธอและคอยสอนการบ้านทุกครั้ง จนทั้งสองพัฒนาความสัมพันธ์เป็นคนรักกันแรกๆ ก็อยู่ห่างกันได้แต่หลังๆ ภูริเริ่มตามติดชีวิตของเธอมากขึ้น

หลังจากภูริกลับไปเดียร์ก็พยายามข่มตาหลับอีกครั้ง แต่เปล่าประโยชน์สมองของเธอเต็มไปด้วยความคิดยุ่งเหยิง ตั้งแต่สายตาของเขายามพูดคำว่าคนที่มีค่าที่สุดไปจนถึงความรู้สึกหนักอึ้งในอกที่เธอไม่อาจอธิบาย

ไม่นานความรู้สึกคลื่นไส้ก็จู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวเธอรีบลุกพรวดจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทันเสียงอาเจียนดังสะท้อนอยู่ในห้องเล็กๆ พร้อมกับหยดน้ำตาที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะปล่อย

เธอก้มหน้าลงพิงกับขอบอ่าง ลมหายใจหอบถี่ฝ่ามือสั่นเทา กำแน่นแนบหน้าท้องตัวเองอย่างอัตโนมัติ ก่อนจะฝืนหัวเราะให้กับเงาของตัวเองในกระจก

"สงสัยเครียดเรื่องสอบเกินไป" เธอพึมพำเสียงแผ่ว เหมือนพยายามบอกตัวเองให้เชื่อเช่นนั้น

เธอเป็นนักเรียนทุนต้องทำคะแนนดีถึงจะรักษาสถานภาพนั้นไว้ได้ และใช่มันก็มีเหตุให้เครียดพอสมควร แต่อาการแบบนี้มันเกิดขึ้นมาเกือบทุกเช้าในช่วงหลัง

ภูรินั่งมองใบหน้าแสนหวานที่ทำให้เขาหลงใหลจนหาทางไม่เจอ เดียร์ผู้มีดวงตากลมโตใบหน้าน่ารักราวกับตุ๊กตา ทรวดทรงอกเอวไม่ต้องพูดถึงเพราะเขาสัมผัสมาหมดแล้ว

“อุ้ย พี่ภูเดียร์กำลังดูดฝุ่นอยู่” เธอหดลำคอหนีสัมผัสของเขา ตอนนี้มือของเขาเริ่มลูบไล้ต้นขาของเธอ

“ตอนเช้าไม่มีธุระต้องไปไหน เบบี๋~” น้ำเสียงเขาแหบพร่าพยายามบอกความต้องการของตัวเอง เขาหลอกให้หญิงสาวขึ้นมาทำความสะอาดห้องนอนของเขา

“อ๊ะ เดี๋ยวมีคนมาเห็น”

“เจ้ดีนี่ไม่อยู่ป๊าไม่อยู่คุณปู่ก็ไม่อยู่” เขารู้ว่าคนตัวเล็กกำลังหาข้ออ้างเพื่อหวังเอาตัวรอด

“แต่เมื่อคืนก็...ก็” เธอไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ

“ก็อะไรพูดให้จบสิ” เขาดันตัวเดียร์มานั่งบนตักแกร่งของเขา ปลายคางวางไว้ตรงบ่าของหญิงสาวพอดี

“เราเพิ่งจะนอนด้วยกันมาเองนะ”

“เมื่อคืนส่วนเมื่อคืนสิครับ ตอนเช้าก็ต้องนับรอบใหม่”

“แต่เดียร์ต้องลงไปช่วยแม่” เธอหาข้ออ้างเพราะไม่อยากให้เขาทำอะไรแบบนั้น กลัวว่าจะมีคนว่ากินบนเรือนขี้บนหลังคา

“ครึ่งชั่วโมง” เขาล้วงมือเข้าไปในเสื้อของเธอ ปลดตะขอบราเชียร์อย่างชำนาญ มือหนากอบกุมทรวงอกที่ใหญ่เกินตัวของเดียร์

“อ๊ะ อื้อ” เธอบิดตัวไปมาเมื่อเขาสะกิดหยอกล้อกับยอดถันเบาๆ ร่างกายเธอเกร็งไปทั้งตัวลมหายใจเริ่มติดขัด

“ถอดชุดถ้าช้าจะไม่ใช่แค่ครึ่งชั่วโมง”

“ใจร้าย”

เดียร์รีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกถึงแม้จะเปลือยกายต่อหน้าเขาหลายครั้งแล้ว แต่ยังเขินอายกับสายตาที่หื่นกระหายของเขา

“อ๊ะ อื้อ เดียร์เจ็บ”

“ซี๊ดดด...อ๊าาา...โทษทีต้องทำเวลาเดี๋ยววันหลังจะเลียให้ถึงเท้าเลย” เขากดเอ็นร้อนเข้าหาร่องเยิ้ม ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความคับแน่นที่บีบรัดตัวตนของเขา ปากหนาดูดเลียยอดยันและประทับตีตราแสดงความเป็นเจ้าของ

เดียร์กอดเขาไว้แน่นยามที่เขาถาโถมเข้ามา เนื้อแนบเนื้อแบบไม่มีอะไรมาขวางกั้น ทำให้ภูริมีความสุขปากหนาครางกระเส่าพร้อมกับพร่ำเพ้อบอกรักเดียร์

“พี่รักเดียร์นะ”

“อื้ออ...” เธอไม่มีโอกาสพูดบอกรักเขาเพราะลิ้นหนาแทรกเข้ามาหยอกล้อในโพรงปาก เขากระแทกท่อนเอ็นเข้าออกตามแรงอารมณ์

ก่อนจะปลดปล่อยน้ำกามฉีดพ่นเข้าไปในร่องสวาท เขาไม่ยอมดึงออก ในท้องน้อยของเธอเหมือนผีเสื้อโบยบินเมื่อหายเหนื่อยจึงหันไปต่อว่าเขา เหมือนทุกครั้งที่เขาทำ

“อื้อ พี่ภูไม่ใส่ถุง”

“เดี๋ยวซื้อยาคุมให้ มันฟินเอาออกไม่ทัน” เขาไม่คิดจะดึงออกต่างหาก

“เดียร์ไปล้างก่อนจะลงไปด้านล่างแล้ว” ครั้งนี้เขาไม่รั้งเดียร์จึงรีบเข้าไปล้างตัวและรีบลงมาช่วยแม่ทำงาน ในช่วงวันหยุดเธอไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน แต่จะมีบางวันที่แอบออกไปเที่ยวกับภูริสองต่อสอง

“เดียร์เอาผลไม้ยกไปให้นายน้อยหน่อย”

“แล้วทำไมไม่ยกขึ้นไปเอง”

“เป็นเด็กเป็นเล็กใช้อะไรให้มันขยันหน่อย” ดาทองมองใบหน้าลูกสาว ช่วงนี้รู้สึกขี้เกียจใช้อะไรไม่เคยได้

“ไปก็ได้จ้ะ” ที่ไม่อยากขึ้นไปเพราะกลัวว่าจะถูกเขาจับกินอีกต่างหาก อยู่กันสองต่อสองทีไรเป็นเธอที่ต้องเสียเปรียบเชา

“เดียร์หน้าอกไปโดนอะไรมาแดงเชียว” น้ำอ้อยทักทายสาวรุ่นน้อง

“เอ่อ โดนมดกัดจ้ะเดียร์ไปก่อน” เธอรีบยกผลไม้ขึ้นไปให้เขาที่ชั้นบน ไม่ได้แต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนจะลงมาหน้าอกของเธอไม่มีที่ว่างให้เขาทำรอยแล้ว

ภูรินั่งเล่นเกมด้วยใบหน้าเคร่งเครียดชีวิตแบบคนรวยแบบเขาไม่ต้องทำอะไร แค่นั่งๆ นอนก็มีกินมีใช้ไปถึงชาติหน้าด้วยความที่เป็นลูกคนเล็กคนในบ้านจึงเอาใจเขา

“ไปผับป่ะมีสาวๆ ไปด้วยเยอะเลย”

“กูไม่ว่าง”

“ไอ้ภูมึงทำตัวเหมือนมีเมียเลย ไหนบอกโสดว่ะ”

“ก็โสด” แต่มีเมียพวงท้ายมาด้วย เพื่อนในมหาลัยไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้เขาคบกับเดียร์ แต่เขาก็ไม่คิดจะมีคนใหม่เพราะในหัวใจก็มีแค่เดียร์คนเดียวและเป็นแบบนี้มาตลอดสองปี

“จะพาไปตีหรี่เสียหน่อยแม่ง”

“พักบ้างมึงไปทุกคืนเลย”

“พริมโคตรแจ่มเลยทำไมมึงไม่รักเขาว่ะ” เตชินบ่นเพราะภูริมีแต่สาวๆ วิ่งเข้าหาแต่อีกฝ่ายไม่สนใจใคร

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“แค่นี้ก่อน” ภูริรีบว่างสายกลัวว่าจะมีคนเข้ามาได้ยินในสิ่งที่พูดเขาพูด พอเดินไปเปิดประตูเห็นเดียร์ยืนนิ่งในมือมีผลไม้

“แม่ให้เอามาให้” เธอรีบยัดใส่มือเขาและหันหลังเดินออกไป เพราะได้ยินในสิ่งที่เขาคุยกับเพื่อนในมหาลัยคงจะมีสาวสวยที่เข้าหาเขา กลัวเหลือเกินว่าเขาจะเจอคนที่ถูกใจและทิ้งเธอไป

“เพื่อนแค่พูดเล่นพริมแค่เพื่อนในกลุ่ม” เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด

“เดียร์เข้าใจค่ะ” สังคมของเขาคงจะมีแต่คนรวยและสาวสวยเข้าหาเพราะภูริเป็นคนหน้าตาดี แถมชาติตระกูลฐานะทางสังคมถือว่าดีมาก

“อย่างอนสิบ่ายนี้เดี๋ยวพาออกไปเดินห้างเย็นค่อยกลับ”

ด้วยความที่ภูริและเดียร์แอบคบหากันเป็นความลับ ทำให้ไม่มีใครในครอบครัวรับรู้ถึงความสัมพันธ์นี้เลย

ภูริมักจะพาเดียร์ออกไปเที่ยวด้วยกันอยู่เสมอ และเพราะความรักที่เธอมีให้เขามากเหลือเกิน เดียร์จึงเชื่อมั่นว่าเขาจะไม่มีวันทอดทิ้งเธอ ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะต้องยืนยาวเธอเชื่อเช่นนั้นมาตลอด

ตลอดสองปีที่ผ่านมาภูริยังคงทำทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่มีท่าทีว่าเขาจะรักเธอน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งคู่เก็บความสัมพันธ์นี้ไว้อย่างแนบเนียน ไม่มีใครเคยจับพิรุธหรือสังเกตเห็นว่าระหว่างเจ้านายกับลูกน้องคู่นี้ มีบางอย่างพิเศษซ่อนอยู่

แม้แต่ดีนี่พี่สาวของภูริ ที่สนิทกับเดียร์มากและชอบใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ก็ยังไม่เคยเฉลียวใจเลยสักครั้ง

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
134 Bab
บทที่ 1
“ฟางเซียน! เจ้าตื่นขึ้นมาคุยกับข้าเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงทุ้มตวาดดังลั่นไปทั่วห้องนอน ปลุกให้คนที่กำลังหลับตาพริ้มตื่นขึ้น “โอ๊ย! เรียกอะไรกันนักกันหนาเนี่ย คนจะหลับจะนอน” เสียงหวานดังออกมาจากตั่งเตียงด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่เจ้าของร่างจะขยับกายลุกขึ้นนั่งบิดตัวไปมาด้วยท่าทีเกียจคร้าน“น่ารังเกียจนัก!” ไม่พูดเปล่าสายตาคมประดุจเหยี่ยวจ้องมองไปยังคนถูกว่าด้วยสายตารังเกียจปะปนด้วยความโกรธไป๋ฟางเซียน เจ้าของชื่อที่ถูกรบกวนเวลานอน ทั้งยังถูกต่อว่าและได้รับสายตาเช่นนั้นจากอีกฝ่าย ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด นางมองสบตาคนสูงกว่าอย่างเฉยเมย“ฮึ่ม! ไปอาบน้ำ ข้ามีเรื่องต้องพูดคุยกับเจ้าให้รู้เรื่อง” พูดจบก็เดินออกไปด้วยอารมณ์ขึ้งโกรธไป๋ฟางเซียนมองตามแผ่นหลังกว้างของผู้เป็นสามีพลางมุ่นคิ้วด้วยความสงสัย‘มีเรื่องต้องคุยกับข้าเช่นนั้นหรือ จะเป็นเรื่องใดได้อีกถ้าไม่ใช่แม่ดอกบัวขาวหวานใจเจ้าผู้นั้น’ นางคิดด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะรีบพาตนเองไปอาบน้ำชำระกายผ่านไปครึ่งชั่วยาม ไป๋ฟางเซียนก็เดินไปที่ศาลารับลมอันเป็นที่ประจำของนาง เมื่อไปถึงก็เห็นบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีนั่งรออยู่ก่อนแล
Baca selengkapnya
บทที่ 2
“มาถึงแล้วก็นั่งสิ เจ้าจะยืนรอให้ข้าไปประคองมานั่งหรืออย่างไร คิดฝันเฟื่องเกินไปหน่อยหรือไม่” หลี่เหวินหลาง แม่ทัพหนุ่มรูปงามว่าที่ผู้นำตระกูลหลี่พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก ซ้ำยังส่งสายตารังเกียจเดียดฉันท์ไปยังร่างของผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาตนเองอย่างไม่คิดปิดบัง ใช่แล้ว บุรุษผู้นี้คือสามีของไป๋ฟางเซียนนั่นเอง สามีที่ไป๋ฟางเซียนรักจนกระทั่งตายไปก็ยังรักหลี่เหวินหลางคือบุตรชายคนเดียวของอดีตแม่ทัพใหญ่นาม หลี่เหวินชิง และฮูหยินใหญ่นาม เหลียนฮวา ผู้เป็นบิดามารดาบุญธรรมของไป๋ฟางเซียนตระกูลหลี่เป็นหนึ่งในตระกูลเก่าแก่ของเมืองหลวง ตระกูลหลี่ทุกรุ่นรับราชการดำรงตำแหน่งแม่ทัพปกป้องบ้านเมืองเรื่อยมา ไม่ฝักใฝ่อำนาจขึ้นตรงต่อฮ่องเต้เพียงผู้เดียว จึงได้รับความไว้วางใจต่อราชวงศ์อย่างมาก คนทั่วไปมักเรียกตระกูลหลี่ว่าตระกูลแม่ทัพ ด้วยความที่บรรพบุรุษเป็นทหารสืบต่อกันเรื่อยมา และล้วนเป็นคนไม่ชอบการแก่งแย่งอำนาจ หลี่เหวินหลางเองก็เลือกรับราชการตามบรรพบุรุษ จนในที่สุดก็ใช้ความสามารถของตนคว้าตำแหน่งแม่ทัพของแคว้นมาครอบครองได้หลี่เหวินหลางเป็นบุรุษหนุ่มรูปงาม เป็นแม่ทัพหนุ่มอนาคตไกล ก่อนหน้าที่
Baca selengkapnya
บทที่ 3
“เฟิ่งเอ๋อร์มีเรื่องพูดกับเจ้า”‘เฟิ่งเอ๋อร์... เรียกกันสนิทสนมยิ่ง’ นางได้แค่พูดในใจด้วยท่าทีเบื่อหน่ายก่อนหันไปมองคนที่ต้องการพูดกับตน“อันใด” น้ำเสียงราบเรียบเรียกความสนใจจากแม่ทัพหนุ่มไม่น้อย เขามองนางด้วยความฉงนเมื่อเห็นว่านางไม่มีอาการหึงหวงเหมือนอย่างเคย ซึ่งสายตาเช่นนั้นนางก็ได้รับจากโจวเฟิ่งจิ่วเช่นกัน“เซียนอะ...”“อย่าเรียกชื่อข้าเช่นนั้น ข้ากับเจ้าหาได้สนิทกันไม่” ไป๋ฟางเซียนพูดขัดขึ้นทันที ให้ถูกเรียกด้วยความสนิทสนมโดยคนที่ตนเองไม่ชอบนี่ไม่มีวันเสียหรอก เสนียดชื่อนางหมดพอดี อีกอย่างนางหวังดีนะ คนตรงข้ามจะได้ไม่ต้องอดทนเสแสร้งสนิทหวังดีกับนางให้เหนื่อย “แต่เราคือเพื่อนรักกันนะ”“หึ เพื่อนที่จ้องแย่งบุรุษของเพื่อนข้าไม่ต้องการ”“แต่ว่า”“หากเจ้ายังไม่เลิกเรียกข้าเช่นนั้น อย่าหาว่าข้าไม่เตือน” ไป๋ฟางเซียนพูดพร้อมมองไปที่อีกฝ่ายเขม็ง“ฮึ! นางไม่อยากให้เรียกก็ไม่ต้องเรียกหรอกเฟิ่งเอ๋อร์ สตรีเช่นนี้เจ้าไม่ต้องสนิทด้วยเป็นดี”“แต่ว่านางเป็นเพื่อนข้านะเจ้าคะพี่เหวิน” พูดจบแล้วก็รีบหลบสายตา คล้ายกลัวว่าแม่ทัพหนุ่มจะเห็นหยดน้ำตาสีใสที่พร้อมไหลทุกเมื่อ “แสดงเก่ง”“นี่เจ้า!” หลี่เห
Baca selengkapnya
บทที่ 4
เพล้ง! เพล้ง!กรี๊ดดดด!ภายในจวนตระกูลโจวเกิดเสียงกรีดร้องระคนเสียงข้าวของแตกกระจายดังไปทั่วเรือนของบุตรสาวคนโต เหล่าข้ารับใช้ต่างยืนก้มหน้าด้วยความเงียบและสงบนิ่งเพราะรู้สึกหวาดกลัว กลัวว่าตนเองจะต้องกลายเป็นกระโถนให้อีกฝ่ายระบายอารมณ์ ยามที่นางโกรธภายนอกคุณหนูใหญ่จวนตระกูลโจวมักได้รับสายตาชื่นชมอยู่เป็นนิจ ด้วยภาพลักษณ์ดอกบัวขาวที่สั่งสมมานานทำให้ผู้คนต่างลือกันหนาหูว่านางเป็นสตรีเรียบร้อยอ่อนหวาน เหมาะเป็นสาวงามอันดับหนึ่งยิ่งกว่าไป๋ฟางเซียนทว่าสำหรับเหล่าบ่าวไพร่ข้ารับใช้ในจวนแล้ว นิสัยของคุณหนูใหญ่ต่างจากที่คนภายนอกร่ำลือไปกันลิบลับ ยามอารมณ์ดีนางมักมีรอยยิ้มไว้ล่อลวงผู้คน แต่เมื่อใดที่นางอารมณ์ไม่ดีนางจะกลายเป็นสตรีร้ายกาจทันควัน ทำร้ายบ่าวไพร่ คำผรุสวาทมักจะออกมาจากริมฝีปากเล็กอยู่เสมอ ที่สำคัญนางหาได้ใจดีและอ่อนโยนอย่างที่ผู้อื่นคิดไม่โจวเฟิ่งจิ่ว... เป็นสตรีร้ายกาจอย่างแท้จริง!นางต่อว่าเหยียดหยามบ่าวไพร่ ทำสิ่งใดไม่ถูกใจล้วนต้องถูกสั่งโบยหรือสั่งทำโทษทั้งสิ้น ซึ่งบทลงโทษแต่ละครั้งก็แล้วแต่นางจะคิดหาวิธีการได้ บ่าวคนไหนหน้าตาดีหน่อยนางก็ไม่คิดปล่อยเอาไว้ หากไม่ถูกทำร้ายจนเ
Baca selengkapnya
บทที่ 5
จวนตระกูลหลี่“ท่านแม่! มายืนทำอันใดอยู่ที่หน้าประตูจวนหรือขอรับ” แม่ทัพหนุ่มถามด้วยความไม่เข้าใจ เพราะเปิดประตูมาก็เห็นมารดาของตนยืนรอและมองมาที่เขาเขม็ง“ตามแม่มาคุยในเรือน” เหลียนฮวาเอ่ยบอกผู้เป็นบุตรชายก่อนจะหันหลังเดินตรงไปที่เรือนรับรองแขกแม่ทัพหนุ่มแม้จะไม่รู้ว่ามารดามีเรื่องอะไรคุยกับตน หากแต่เขาก็พอรับรู้ถึงบรรยากาศกราดเกรี้ยวจากร่างของมารดาได้ จึงได้เดินตามไปอย่างว่าง่ายเมื่อมาถึงเรือนรับรองแขกของจวนแล้ว แม่ทัพหนุ่มก็เห็นว่าบิดากำลังนั่งรออยู่ โดยมีสตรีที่เขารังเกียจยิ่งกว่าสิ่งใดคอยรินน้ำชาให้ด้วย หลี่เหวินหลางไม่สนใจ เขาหันหน้าไปหาผู้เป็นมารดาแทนด้วยความอยากรู้เต็มทนว่าท่านมีเรื่องอะไรจะพูดกันแน่“ไปไหนมา”“ไปส่งเฟิ่งเอ๋อร์มาขอรับ” หลี่เหวินหลางตอบรับอย่างตรงไปตรงมา ไม่นึกกลัวสายตาของมารดาที่มองมาอย่างต่อว่าเลยสักนิด“ดียิ่ง! ไปส่งสตรีอื่น ไม่สนใจภรรยาที่อยู่ในเรือน” เพียงแค่มารดาพูดออกมาแม่ทัพหนุ่มก็เข้าใจอะไร ๆ ได้ หลี่เหวินหลางหันหน้าส่งสายตาดุดันไปยังคนต้นเหตุที่ทำให้เขาถูกมารดาเรียกมาต่อว่าไป๋ฟางเซียนเห็นอีกฝ่ายมองมาด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวจนแทบอยากจะฆ่านาง ก็รีบก้มหน้
Baca selengkapnya
บทที่ 6
“ฮูหยินนะ...”“เรียกข้าว่าคุณหนู”“แต่ว่า”“ต่อหน้าข้าให้เรียกคุณหนู แต่ถ้าต่อหน้าท่านพ่อท่านแม่เรียกตามปกติ”จื่อถิงแม้ไม่เข้าใจว่าเหตุใดไป๋ฟางเซียนจึงสั่งเช่นนี้ แต่นางก็ไม่ถามอะไรให้มากความ ด้วยค่อนข้างรู้นิสัยของนายตัวเองดี หากคุณหนูของนางบอกว่าไม่ นางก็จะไม่ตาม นางมีวันนี้ได้ก็เพราะคุณหนูเมตตา หากวันนั้นคุณหนูไม่ยื่นมือช่วยเหลือ นางคงเป็นได้แค่เด็กข้างถนน หรือไม่ก็ถูกจับไปอยู่หอนางโลมแล้วยามเห็นผู้มีพระคุณ ผู้ที่ฉุดรั้งนางขึ้นมาจากความหนาวเหน็บ ต้องจมน้ำหายไปต่อหน้าต่อตา จื่อถิงตกใจมาก และก็รู้สึกผิดมากเช่นกัน หากวันนั้นนางห้ามไม่ให้คุณหนูมาตามคำนัดหมาย และไม่ปล่อยให้คุณหนูอยู่กับสตรีนางนั้นเพียงสองคน คุณหนูของนางก็คงไม่ต้องจมน้ำจนล้มป่วยนานหลายวันใบหน้าเศร้าสร้อยและสายตารู้สึกผิดของสาวใช้คนสนิท ทำไมไป๋ฟางเซียนจะไม่รับรู้ นางชอบสาวใช้คนนี้มาก เพราะเป็นคนรู้ความ ไม่จู้จี้จุกจิก บอกสิ่งใดก็ทำตามได้อย่างดี การรู้ความของจื่อถิงนี่แหละที่ทำให้ไป๋ฟางเซียนชื่นชอบในตัวสาวใช้คนนี้ที่สุด แม้นางฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ มีนิสัยและกิริยามารยาทรวมถึงวาจาผิดแปลกไป จื่อถิงก็ไม่เอ่ยถามให้นางรู้สึกอ
Baca selengkapnya
บทที่ 7
ด้านแม่ทัพหนุ่มหลี่เหวินหลางที่เดินออกมาจากเรือนของไป๋ฟางเซียนด้วยความหงุดหงิด ก็ตรงไปที่ค่ายทหารที่ตั้งอยู่นอกเมืองหลวงด้วยอารมณ์คุกรุ่น ไปถึงชายหนุ่มก็เรียกรวมพลทหารทั้งหลายแล้วทำการฝึกซ้อมอย่างหนักทันทีบรรยากาศรอบตัวแสนขมุกขมัวที่หลี่เหวินหลางตั้งใจปล่อยออกมานั้น ทำให้ไม่มีทหารคนใดกล้าเข้าไปใกล้หรือขัดคำสั่ง และคิดจะหยุดพักเลยสักนิด แม้ว่าตนเองจะเหนื่อยมากแล้วก็ตาม ทว่าก็มีอยู่หนึ่งคนที่กล้าเปิดปากถาม พร้อมไล่ทหารที่ถูกฝึกไปพักผ่อนทันที “หงุดหงิดอันใดของเจ้าอาเหวิน เหตุใดจึงต้องมาลงกับทหารชั้นผู้น้อย” ซูเฉิน สหายสนิทของหลี่เหวินหลางพ่วงตำแหน่งกุนซือหนุ่มมากความสามารถของกองทัพเอ่ยถามอย่างไม่เกรงกลัวหลี่เหวินหลางปรายสายตามองสหายตนเองเล็กน้อย ก่อนจะดึงสายตากลับไปโดยไม่พูดอะไร ซูเฉินมองสหายตนอย่างจับผิด กุนซือหนุ่มหรี่สายตาลงพลางครุ่นคิด ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ แล้วพูดมันออกไป“อย่าบอกนะว่าเจ้าทะเลาะกับภรรยาของเจ้ามา”“นางหาใช่ภรรยาข้า!” หลี่เหวินหลางปฏิเสธเสียงแข็ง พร้อมมองไปยังสหายของตนด้วยสายตาไม่พอใจ เพียงแต่ว่ากุนซือหนุ่มหาได้เกรงกลัวสายตาของอีกฝ่ายไม่ เขายังคงแย้มยิ้มเต็มใ
Baca selengkapnya
บทที่ 8
“คุณหนูกำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ จื่อถิงเห็นคุณหนูคิดสิ่งใดไม่ตกมาได้สองสามวันแล้ว” จื่อถิงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นผู้เป็นนายนิ่งคิดผิดปกติไป๋ฟางเซียนยังคงไม่ตอบ นางนิ่งคิดกับตนเอง ว่าควรจะเดินไปหนทางไหนดี ที่ตัวนางจะไม่ต้องเสี่ยงหรือเจ็บตัว และมีวิธีใดบ้างที่จะทำให้หลี่เหวินหลางหย่าขาดจากนางโดยที่บิดามารดาบุญธรรมทั้งสองไม่เอ่ยแย้งใช่แล้ว สิ่งที่ไป๋ฟางเซียนคิดและต้องการมากที่สุดก็คือการหย่า นางต้องการเป็นอิสระ จะได้ทำในสิ่งที่ต้องการอย่างใจหวังได้ ไม่ใช่อย่างตอนนี้ ที่จะทำอะไรก็ต้องนึกถึงหน้าคนผู้นั้นผู้นี้อยู่ตลอดการหย่าที่นางต้องการหากพูดก็เหมือนง่าย แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดและเข้าใจ การที่สตรีหย่าขาดสามีสำหรับยุคนี้ถือเป็นเรื่องต้องห้าม ดังนั้นนางต้องรอเวลาและคิดหาวิธีการอย่างแยบยล ถึงจะสามารถทำตามใจที่ต้องการได้ นอกจากนี้แล้ว ไป๋ฟางเซียนยังคิดถึงปัจจัยหลักด้วยว่า หากนางหย่าขาดจากบุรุษผู้นั้นจริง อนาคตข้างหน้านางจะกินอะไร จะอยู่เช่นไร ส่วนเรื่องที่ยุคนี้สตรีไม่นิยมหย่าขาดจากสามีเพราะความเชื่อที่มีมาแต่โบราณนางไม่ได้นึกกลัวเลยสักนิด ที่นางกลัวคือ การอดตายมากกว่าสิ่งแรกที่ไป๋ฟาง
Baca selengkapnya
บทที่ 9
“ร้านผ้าของคุณหนูไม่ใหญ่มากเจ้าค่ะ เป็นร้านขนาดกลาง ส่วนกิจการก็ เอ่อ... ไม่ค่อยได้กำไรนักเจ้าค่ะ”“ว่าไงนะ! เหตุใดถึงไม่ได้กำไรเล่า” ไป๋ฟางเซียนถามตาโต เปิดร้านขายผ้าเหตุใดถึงจะไม่ได้กำไร จื่อถิงคิดหลอกนางใช่หรือไม่“โธ่คุณหนู... คุณหนูจะให้กิจการของร้านได้กำไรอย่างไรเล่าเจ้าคะ ในเมื่อคุณหนูไม่เคยไปดูที่ร้านเลย นายท่านทั้งสองก็ไม่มีเวลาไปดูให้คุณหนูเช่นกัน หลงจู๊ของร้านถึงจะมีแต่ก็ใช่ว่าจะตัดสินใจได้นะเจ้าคะ... เอ่อ ขอโทษเจ้าค่ะคุณหนู” จื่อถิงร่ายยาวก่อนเอ่ยขอโทษไป๋ฟางเซียนไม่ได้ว่าอะไร เมื่อคิดตามคำพูดของสาวรับใช้แล้วก็เห็นจริงดังที่นางว่า กิจการเมื่อไม่ดูแลและปรับปรุงจะเจริญเติบโตสร้างผลกำไรให้นางได้อย่างไร“เอาเถอะ ที่เจ้าพูดมามันก็ถูก ดังนั้นพรุ่งนี้เราไปที่ร้านดีหรือไม่ ข้าอยากเดินตลาดด้วย ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาข้าก็ไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย จะว่าไปตั้งแต่มาอยู่กับท่านพ่อท่านแม่บุญธรรม ข้าก็ไม่เคยออกนอกจวนเลยนี่นะ งั้นพรุ่งนี้เราไปดูร้านและเดินเที่ยวตลาดกันเถอะ”“เจ้าค่ะคุณหนู” จื่อถิงรับคำด้วยความดีใจ“ว่าแต่นี่ยามใดแล้วจื่อถิง” ด้วยความที่ยังไม่คุ้นชินกับวันเวลาของโลกนี้ ไป๋ฟางเซียนจ
Baca selengkapnya
บทที่ 10
ยามโหย่ว[1] หน้าจวนตระกูลหลี่มีบุรุษหนุ่มรูปงามร่างใหญ่โตนั่งอยู่บนอาชาทมิฬสีดำอย่างองอาจ สายตาของเขาจับจ้องประตูจวนด้วยแววตาลึกล้ำ หลายวันก่อนเขาถูกบิดามารดาต่อว่าโดยมีต้นเหตุมาจากสตรีที่ตนรังเกียจ ทำให้เขาไม่กลับบ้านตนเองเป็นเวลาสามวัน ทว่าวันนี้เขากลับมาแล้ว กลับมาด้วยใบหน้าไม่ใคร่จะแจ่มใสเท่าใดนัก บุรุษผู้นั้นคือ หลี่เหวินหลางสามวันที่ผ่านมาเขาต้องนอนที่ค่ายทหารทั้ง ๆ ที่สามารถกลับมานอนที่จวนได้ แต่เขาก็ไม่มา เพียงเพราะกลัวว่าตนจะพลั้งมือทำร้ายลูกรักของบิดามารดาเข้า แต่ว่าวันนี้เขากลับมาแล้ว กลับเพราะทนฟังเสียงชื่นชมของสหายสนิทที่มีต่อไป๋ฟางเซียนไม่ได้คิดดูเถิด ขนาดนางไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับสหายของเขาเป็นการส่วนตัว ยังทำให้สหายหน้ามึนผู้นั้นพูดถึงนางแทบจะตลอดเวลา กล่าวชมนางไม่หยุดหย่อน จนเขามิสามารถทนฟังเสียงชื่นชมเหล่านั้นได้ จำต้องควบขี่ม้ากลับมาที่จวน นี่ขนาดยังไม่รู้จักกันสหายเขายังเป็นได้ถึงเพียงนี้ หากได้รู้จักและสนิทสนมกันมากเล่า เกรงว่าซูเฉินสหายของเขาคนนี้คงได้หลงใหลสตรีร้ายกาจยากถอนตัวแล้ว เพียงแค่คิดถึงชื่อของสตรีที่มีฐานะเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายของตน ใบหน้าที่ไม่
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status