เข้าสู่ระบบฟ้าพราวยิ้มอย่างภูมิใจ เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าตัวเองมี อำนาจเหนือสามีเถื่อน และที่เธอสามารถทำให้เขายอมสยบอยู่ใต้ร่างแบบนี้ได้ก็คงเป็นเพราะพลังอำนาจของ ‘จุดซ่อนเร้น’ ซึ่งเขาเป็นคนสอนให้เธอรู้วิธีการใช้มันเอง
“จะเริ่มแล้วนะคะ” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานปนเซ็กซี่พลางบดสะโพกเป็นวงกลมเชื่องช้าก่อนจะค่อยๆ ยกตัวขึ้นจนเกือบสุดส่วนปลายแล้วกดตัวลงอย่างเชื่องช้า จากตอนแรกที่คิดจะแกล้งเขา กลับกลายเป็นว่า เธอเองก็รู้สึกปั่นป่วนและทนมานไม่น้อยไปกว่าเขาเลย
“ไหวมั้ย” ภูริดลถามด้วยความเป็นห่วงพลางยื่นมือไปลูบแก้มที่แดงจัดของภรรยา เธอพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่า ‘ไหว’ ทั้งที่เหงื่อแตกซิก “ถ้าไหวก็เต็มที่เลย”
ฟ้าพราวยกตัวขึ้นอีกครั้งแล้วกดลงอย่างระมัดระวัง เพียงครู่เดียวก็เริ่มคุ้นชินและจับจังหวะการเคลื่อนไหวให้สอดรับกับจังหวะของภูริดลได้อย่างลงตัว เธอประสานสายตากับสามีในทุกจังหวะการขึ้นและลง ยิ่งเห็นเขามีท่าทีสุขสมและมัวเมากับความสุขที่เธอมอบให้ก็ยิ่งทำให้ยั้งตัวเองไม่อยู่ แววตาที่เขามองเธอด้วยความลุ่มหลงแบบนี้แหละที่เธอต้องการ และเธอจะทำให้เขามองเธอแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น
“ดีมั้ยคะ” เสียงหวานสั่นสะท้านตามจังหวะการเคลื่อนไหวของร่างกาย
“ดี...ดีมาก” เขาตอบเสียงทุ้มต่ำอยู่ในลำคอ สองมือจับสะโพกโค้งมนให้ขยับขึ้นลงแรงขึ้นและเร็วขึ้น พร้อมกับสวนสะโพกเข้ามาเติมเต็มกันและกันจนเต็มแน่นในทุกจังหวะ ส่งภรรยาให้ทะยานขึ้นไปแตะจุดสูงสุดพร้อมกับเสียงกรีดร้องหวานล้ำ เขาจับสะโพกเธอแน่นขึ้น ตอกตรึงสวนเข้าไปอย่างถี่กระชั้น แล้วปล่อยตัวเองให้แตกสลายอยู่ภายในพร้อมกับเสียงคำรามทุ้มต่ำด้วยความสุขสม
ภูริดลรั้งร่างเล็กที่สั่นเทิ้มให้ลงมานอนซบกับอกกว้างทั้งที่ยังไม่ถอดถอน พรมจูบไปตามขมับชื้นเหงื่อและแก้ม มือลูบศีษระเล็กเบาๆ ระเรื่อยลงไปยังแผ่นหลังเปลือยเปล่าเรียบเนียน นวดเฟ้นบั้นท้ายกลมเด้งแล้วดึงรั้งเข้าหาตัว ให้เธอบีบรัดและรีดเร้นทุกหยาดหยดออกจากตัวเขาจนหมดสิ้น
“พี่ดินมีความสุขมั้ยคะ” ฟ้าพราวยกศีรษะขึ้นถามพลางมองสบตากับสามี
“ที่สุดเลย”
“พี่ดิน” เธอเรียกชื่อเขาเสียงเบาเจือแววกังวล
“หือ?”
“เราพลาดแล้วนะ”
“พลาดเรื่องอะไร”
“เราไม่ได้ป้องกัน”
ภูริดลตัวแข็งทื่อ ไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ ทว่าแววตาเขาบอกชัดว่ากำลังวิตกกังวลมาก
“พี่ดินยังมียาคุมฉุกเฉินอยู่หรือเปล่า”
“ไม่มี”
“งั้นรีบออกไปซื้อกัน” ฟ้าพราวจะลุกออกจากเตียง แต่ภูริดลดึงตัวกลับลงมานอนซบที่อกเหมือนเดิม
“ไม่ต้อง”
“ทำไมคะ พี่ดินไม่กลัวฟ้าท้องเหรอ”
“ยาคุมฉุกเฉินต้องกินเฉพาะเคสจำเป็นจริงๆ เท่านั้น และในชีวิตผู้หญิงไม่ควรกินเกินหนึ่งครั้ง มันมีผลข้างเคียงหลายอย่าง แล้วก็อาจจะทำให้ฟ้ามีลูกยากในอนาคตด้วย” เขาไม่อาจเห็นแก่ตัว ผลักภาระความรับผิดชอบไปไว้ที่เธอคนเดียวได้ ในเมื่อตอนมีความสุขก็มีด้วยกัน ถ้ามีปัญหาก็ต้องช่วยกันแก้ ครั้งที่แล้วเขาบังคับให้เธอกินเพราะความเห็นแก่ตัวชั่ววูบ เขาทำผิดกับเธอไปแล้วครั้งหนึ่ง เขาจะไม่ทำผิดซ้ำอีกเด็ดขาด
“แต่พี่ดินยังไม่พร้อมมีลูกตอนนี้นี่” หญิงสาวบอกหน้าเครียดพอกัน “แต่ก็ไม่เป็นหรอกค่ะ ฟ้าเคยบอกแล้ว ว่าถ้าฟ้าท้อง พี่ดินไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ฟ้าดูแลตัวเองกับลูกได้”
“จะไม่ให้โอกาสพี่ทำหน้าที่ผัว หน้าที่พ่อเลยเหรอ”
“ถ้าฟ้าท้อง พี่ดินจะโอเคแน่นะ”
“มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่โอเคก็ต้องโอเค”
“พูดเหมือนไม่เต็มใจ”
“อย่าเซ้าซี้”
“ไม่อยากให้ลำบากใจ”
“พูดมาก น่ารำคาญ” ภูริดลปิดปากคนพูดมากด้วยจูบที่เร่าร้อน แล้วเลยเถิดกันไปจนเกือบไม่ได้นอนทั้งคืน
ภูริดลตื่นขึ้นมาตอนสาย มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นว่าแสงแดดภายนอกค่อนข้างจัดจ้า เมื่อหันกลับมามองนาฬิกาดิจิทัลเรือนเล็กที่วางอยู่โต๊ะเตี้ยข้างเตียงก็พบว่าแปดโมงกว่าแล้ว ซึ่งตามปกติเขาต้องเข้าไร่ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น แต่วันนี้มีใครบางคนที่ทำให้เขาไม่อยากลุกออกจากเตียงไปไหนเลย
ฟ้าพราวยังหลับอยู่ ศีรษะเล็กที่ตอนนี้เส้นผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยหนุนอยู่บนต้นแขนของเขา มือเล็กนุ่มวางประทับอยู่บนแผงอกเปลือย เหลี่ยมเพชรเม็ดเล็กบนหัวแหวนทำมุมกระทบกับแสงแดดที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้เกิดประกายวิบวับ
ภูริดลมองแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของภรรยาแล้วเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว วงแขนแข็งแกร่งกอดกระชับเธอแน่นขึ้นทำให้ทรวงอกเต่งตึงเปลือยเปล่าบดเบียดกับผิวเนื้อก่อให้เกิดความอบอุ่นวาบหวามขึ้นในใจ เป็นความรู้สึกที่ลึกล้ำกว่าความใคร่ มันยังไม่ใช่ความรักหรอก แต่อย่างน้อยเขาก็รู้สึกดีกับเธอมากขึ้นกว่าครั้งแรกที่เจอกัน
หนุ่มชาวไร่อดใจไม่ไหวที่จะลูบไล้ฝ่ามือหยาบกร้านไปตามผิวเนื้อเนียนนุ่มของภรรยา เธอไม่ได้สวมเสื้อผ้า เพราะเมื่อคืนนี้หลังจากที่เล่นท่ายากจนหมดแรงก็งอแงไม่ยอมอาบน้ำ เขาจึงเอาผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดทำความสะอาดให้
เขาค่อยๆ พลิกร่างบอบบางให้นอนหงายลงบนเตียง แล้วตัวเองก็นอนตะแคงโดยตั้งศอกยันกับที่นอนแล้วมองสำรวจเรือนร่างเปลือยเปล่า ผิวเนื้อขาวอมชมพูมีรอยแดงเป็นจ้ำที่เขาทำทิ้งไว้หลายรอย คิดแล้วก็รู้สึกขอบคุณพ่อที่บังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงคนนี้
คนเป็นสามีประทับรอยจูบลงบนหน้าผากของภรรยา ไล้ปลายจมูกที่โด่งเป็นสันลงมาตามสันจมูกของคนที่ยังหลับอยู่อย่างแผ่วเบาแล้วจูบที่ปลายจมูกเล็ก แก้มทั้งสองข้าง แตะริมฝีปากลงบนมุมปากเธอเบาๆ ก่อนจะแนบริมฝีปากลงบนเรียวปากนุ่มแล้วบรรจงจูบอย่างอ่อนโยนทว่าหนักแน่นด้วยความรู้สึกหวานหวามที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาอย่างบางเบาในหัวใจของผู้ชายหยาบกระด้างดิบเถื่อน
“อื้อ...ที่รักกวนหญิงอีกแล้วนะ” ฟ้าพราวพึมพำพลางหันหน้าหนีจูบของสามี แต่เขาก็ยังตามไปคลอเคลีย แกล้งลากปลายลิ้นไล้เลียไปตามสันใบหูขาวสะอาดเลียแบบแมวที่ชอบเลียมือเจ้าของ อีกทั้งมือหนึ่งของเขาก็นวดคลึงทรวงอกอวบของเธอเป็นวงกลมแผ่วเบาไปด้วย
“ตื่นได้แล้ว ผัวหิว” ภูริดลกระซิบที่ข้างหู
คำว่า ‘ผัวหิว’ ทำให้คนสะลึมสะลือลืมตาโพลงขึ้นมาทันที “พี่ดิน!”
“อื้อ ก็พี่น่ะสิ ตกใจอะไร”
น้ำมณีดีใจมากที่เห็นภูริดลและฟ้าพราวพาลูกๆ มาหา และยิ่งเห็นกระเป๋าเสื้อผ้าของเด็กๆ ก็ยิ่งดีใจมากขึ้นไปอีก “เจ้าสองชาจะมาอยู่กับย่าใช่มั้ยลูก” คุณย่าถามหลานสาวทั้งสองด้วยรอยยิ้มยินดีเป็นอย่างยิ่ง “ใช่ค่ะ” ใบชาตอบ “คุณหญิงแม่ฟ้าอนุญาตให้ใบชากับน้องน้ำชาอยู่บ้านคุณย่าสามวันค่ะ” “อ้าว อีกตั้งนานกว่าจะเปิดเทอม อยู่กับย่าจนกว่าจะเปิดเทอมไม่ได้เหรอลูก” ฟ้าพราวเห็นสีหน้าผิดหวังเล็กๆ ของผู้เป็นย่าแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ “แค่สามวันกำลังดีค่ะคุณแม่ ขืนอยู่นานกว่านี้มีหวังคุณแม่ไมเกรนขึ้นแน่ๆ เจ้าสองชาของคุณแม่แสบไม่น้อยเลยนะคะ” “โอ้ย จะสักแค่ไหนกันเชียว แม่เลี้ยงดินมาตั้งแต่เด็กจนแก่ป่านนี้ได้ก็ไม่มีอะไรยากแล้ว” น้ำมณีพูดพลางมองหน้าลูกชายสุดที่รักด้วยรอยยิ้มรักใคร่ ถึงแม้เขาจะเป็นแค่ลูกเลี้ยงแต่น้ำมณีก็รักเหมือนเป็นลูกในไส้ “ตอนเด็กๆ น่ะดินแสบแค่ไหนอย่าให้แม่เล่าเลย เดี๋ยวจะอายลูกอายเมียซะเปล่าๆ” “ไม่ต้องเล่าเลยครับคุณแม่” ภูริดลรีบห้าม “แล้วนี่คุณพ่ออยู่หรือเปล่าครับ ไม่เห็นออกมาหาหลานเลย”
ภูริดลพาลูกสาวสองคนที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดน่ารักๆ มานั่งที่โต๊ะอาหาร และเป็นเพราะเมื่อคืนนี้กลับจากบ้านต้นไม้ดึก เด็กหญิงทั้งสองคนจึงตื่นสายกว่าปกติ “ใบชากับน้ำชานั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวคุณพ่อจะไปช่วยคุณแม่ยกอาหารเช้ามาให้” “ใบชาไปช่วยค่ะ” เด็กหญิงใบชาในวัยเจ็ดขวบอาสาอย่างแข็งขัน “ใบชาช่วยพ่อดูแลน้องน้ำชาอยู่ตรงนี้ดีกว่า เดี๋ยวน้องเล่นซนตกเก้าอี้” คุณพ่อพูดด้วยรอยยิ้มเอ็นดูลูกสาวคนโต ใบชาเป็นเด็กน่ารัก กล้าแสดงออก มีน้ำใจ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี อีกทั้งยิ่งโตก็ยิ่งเหมือนฟ้าพราวผู้เป็นแม่ “ค่ะคุณพ่อ ใบชาจะดูแลน้องน้ำชาอย่างดี ไม่ให้ตกเก้าอี้แน่นอน” เด็กหญิงใบชารับปากอย่างแข็งขันแล้วหันไปมองน้องสาววัยสามขวบอย่างระแวดระวังกลัวน้องที่นั่งขยับตัวยุกยิกไปมาจะตกเก้าอี้ไปจริงๆ อย่างที่คุณพ่อบอก “ลูกสาวพ่อน่ารักจริงๆ เลย” คุณพ่อจุ๊บหน้าผากลูกสาวคนโตหนึ่งที แล้วหันไปจุ๊บลูกสาวคนเล็กที่นั่งมองตาแป๋วอีกหนึ่งทีอย่างเท่าเทียมกัน ภูริดลเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าจะต้องไม่ทำให้ลูกคนใดคนหนึ่งรู้สึกว่าได้
ท้องฟ้ายามราตรีที่ไร่ภูสรวงคืนนี้ดำสนิท ทำให้มองเห็นดาวน้อยใหญ่ได้ชัดเจน เด็กหญิงใบชายืนเกาะขอบหน้าต่างบ้านต้นไม้ซึ่งสร้างอยู่บนต้นก้ามปูต้นใหญ่ท้ายไร่ โดยมีพ่อกับแม่ขนาบข้างคอยระวังความปลอดภัยให้ลูกภูริดลชี้ชวนให้ลูกดูกลุ่มดาวต่างๆ ในขณะที่ฟ้าพราวสาละวนอยู่กับการฉีดสเปรย์กันยุงและติดสติกเกอร์กันยุงให้ลูกสาวกับสามี “นั่นดาวลูกไก่ โน่นดาวหมีใหญ่ ตรงโน้นดาวจระเข้” เด็กหญิงใบชาฟังแล้วทำหน้าสงสัย “คูมพ่อขา...” “คะ?” “นี่ท้องฟ้านะคะ” “ใช่ค่ะ ท้องฟ้า” คุณพ่อตอบพลางมองหน้าลูกสาว สงสัยว่าลูกสงสัยอยู่ “แล้วทำไมท้องฟ้ามีแต่สัตว์ละคะ ไม่ใช่สวนสัตว์สักหน่อย” “ลองถามคุณแม่สิคะ” ภูริดลโบ้ยไปให้ภรรยาหน้าตาเฉย “คูมหญิงแม่ฟ้ารู้มั้ยคะ” เด็กหญิงถามเสียงใส แม้จะเลยเวลานอนตามปกติมามากแล้วก็ตาม “เพราะดาวแต่ละดวงเวลาเราลากเส้นจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งจนครบทุกจุดแล้วมันจะมีรูปร่างคล้ายสัตว์ไงคะ”ฟ้าพราวอธิบายจริงจังตามหลักวิชาการ เด็กหญิงวัยสามขวบคิดตามไม่ทันจึงทำหน้างงยิ่งกว่า
ฟ้าพราวจัดโต๊ะอาหารเสร็จและนั่งรออยู่พักใหญ่ คุณสามีกับคุณลูกสาวก็ยังไม่มา เธอจึงเดินไปตามที่ห้องนอน เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องก็ได้ยินเจ้าตัวเล็กส่งเสียงแสดงความดีใจยกใหญ่ “ว้าววว คูมพ่อมีบ้านบนต้นไม้ด้วยเหรอคะ” “ไม่ใช่บ้านของคุณพ่อหรอกค่ะ” ภูริดลตอบพลางจับผมยาวสลวยของลูกสาวขึ้นม้วนเป็นทรงดังโงะที่กลางศีรษะอย่างคล่องแคล่ว ตั้งแต่มีลูกสาว เขาก็หาทรงผมน่ารักๆ จากอินเตอร์เน็ตมาทำให้ลูกแทบไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน เห็นแบบนี้ฟ้าพราวก็อดยิ้มอย่างสบายใจไม่ได้ ตอนแรกภูริดลตั้งความหวังไว้มาก ว่าอยากให้ลูกคนแรกเป็นผู้ชาย ตอนที่รู้ว่าท้องแรกเป็นผู้หญิง ฟ้าพราวกลัวมากว่าเขาจะผิดหวัง ทว่าเหตุการณ์กลับตรงกันข้าม เขาไม่มีอาการผิดหวังเลยสักนิด แถมยังเตรียมหาข้อมูลในการดูแลลูกสาวอย่างดีอีกต่างหาก “อ้าว แล้วของใครคะ” ใบชาทำหน้าจ๋อย เพราะถ้าไม่ใช่ของคุณพ่อ เธอก็อดไปเล่นที่บ้านต้นไม้น่ะสิ “ของใบชาไงคะ” คุณพ่อหน้าดุที่คนงานเห็นแล้วพากันขนหัวลุกบอกลูกสาวด้วยเสียงสอง “จริงเหรอค้า” “จริงสิคะ หนูบอกอยากได้ คุณพ่อก็เลยทำให้ไงคะ”
ภูริดลขับรถออกจากบ้านของหรรษามาได้นิดหนึ่ง ฟ้าพราวก็เห็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนสุดแสนจะธรรมดา ทว่าโดดเด่นด้วยวิกผมสีแดงที่ยาวถึงบั้นเอวเดินอยู่ข้างถนน ไหล่ข้างหนึ่งของเธอสะพายกระเป๋ากระสอบสีสายรุ้งใบใหญ่แบบที่แม่ค้าชอบใช้ มืออีกข้างถือถุงผ้าขนาดย่อมที่ใส่ของไว้เต็มอีกหนึ่งใบ “พี่ดิน นั่นน้องที่มาเล่านิทานในงานเอลล่าเมื่อกี้นี่นา” “ใช่เหรอ” ภูริดลผู้ไม่มีสายตาไว้มองผู้หญิงคนไหนนอกจากภรรยาตัวเองหรี่ตามองอย่างไม่แน่ใจ “ใช่ค่ะ ฟ้าจำน้องได้ ยิ่งใส่วิกผมสีแดงแบบนี้ใช่เลย พี่ดินจอดค่ะ จอดๆ” ภูริดลขับรถเลยสาวผมแดงไปนิดหนึ่งแล้วจอดรถเทียบข้างทาง ฟ้าพราวเปิดกระจกรถแล้วยื่นหน้าออกไปทักทาย“น้องเจ้าหญิงคะ”คนที่ถูกเรียกว่า ‘น้องเจ้าหญิง’ เดินเข้าหาช้าๆ อย่างระวังตัวแต่พอเห็นว่าเป็นฟ้าพราวก็จำได้ว่าเป็นญาติของเจ้าของงานวันเกิดเมื่อสักครู่จึงคลายความระแวง“พี่ที่อยู่ในงานเมื่อกี้ เรียกเพลินทำไมเหรอคะ”“จะไปปากซอยใช่มั้ยคะ” ฟ้าพราวถาม“ใช่ค่ะ”“ขึ้นรถเลยค่ะ ไปด้วยกัน”“ไม่เป็นไรค่ะ เดินอีกแค่นิดเดียวก็ถึงปา
ห้าโมงเย็น เป็นเวลาแดดร่มลมตก เพื่อนที่โรงเรียนของเอลล่ามาถึงงานกันครบทุกคนแล้ว งานนี้นอกจากเด็กๆ จะได้เล่นกันอย่างสนุกสนานแล้ว บรรดาแม่ๆ ก็ยังได้พบปะเมาท์มอยกันด้วย เพราะแต่ละคนก็คุ้นเคยกันดีจากที่ได้เจอกันบ่อยๆ ตอนไปรับส่งลูกที่โรงเรียนและจากการไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนของลูกๆ ฟ้าพราวเห็นบรรยากาศอบอุ่นแบบนี้ก็อดยิ้มไม่ได้ ตรงกันข้ามกับภูริดลที่ควันออกหูเมื่อเห็นเด็กชายวัยเดียวกับเอลล่าเดินเข้ามาจูงมือหลานสาวไปนั่งเก้าอี้หน้าเวทีเล็กๆ เพื่อฟังนิทานจาก ‘นักเล่านิทาน’ สาวสวยที่หรรษาจ้างมามอบความบันเทิงให้เด็กๆ ในวันนี้โดยเฉพาะ “เจ้หลิวสอนลูกยังไงเนี่ย ทำไมปล่อยให้ผู้ชายจูงมือเดินไปง่ายๆ อย่างนั้น” ภูริดลบ่นอุบอุบ “เด็กๆ เขาเป็นเพื่อนกัน ก็เล่นกันแบบนี้เป็นธรรมดาน่ะพี่ดิน” ฟ้าพราวบอกอย่างไม่คิดอะไรมาก “ไม่ได้ๆ สังคมทุกวันนี้มันน่ากลัว เราต้องสอนให้เอลล่าระวังตัวกับผู้ชายตั้งแต่เด็ก” ว่าแล้วภูริดลก็เดินตามเอลล่าไปแล้วสะกิดบอกเด็กชายให้ขยับไปนั่งที่เก้าอี้ว่างตัวถัดไป ส่วนเขาก็นั่งคั่นกลางระหว่างเด็กทั้งสองคน การกระทำของภูริดลไม่ได้ทำให้เด็กชายร







