แชร์

ตอนพิเศษ 3.2

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-24 12:29:45

ภูริดลพาลูกสาวสองคนที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดน่ารักๆ มานั่งที่โต๊ะอาหาร และเป็นเพราะเมื่อคืนนี้กลับจากบ้านต้นไม้ดึก เด็กหญิงทั้งสองคนจึงตื่นสายกว่าปกติ

               “ใบชากับน้ำชานั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวคุณพ่อจะไปช่วยคุณแม่ยกอาหารเช้ามาให้”

               “ใบชาไปช่วยค่ะ” เด็กหญิงใบชาในวัยเจ็ดขวบอาสาอย่างแข็งขัน

               “ใบชาช่วยพ่อดูแลน้องน้ำชาอยู่ตรงนี้ดีกว่า เดี๋ยวน้องเล่นซนตกเก้าอี้” คุณพ่อพูดด้วยรอยยิ้มเอ็นดูลูกสาวคนโต ใบชาเป็นเด็กน่ารัก กล้าแสดงออก มีน้ำใจ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี อีกทั้งยิ่งโตก็ยิ่งเหมือนฟ้าพราวผู้เป็นแม่

               “ค่ะคุณพ่อ ใบชาจะดูแลน้องน้ำชาอย่างดี ไม่ให้ตกเก้าอี้แน่นอน” เด็กหญิงใบชารับปากอย่างแข็งขันแล้วหันไปมองน้องสาววัยสามขวบอย่างระแวดระวังกลัวน้องที่นั่งขยับตัวยุกยิกไปมาจะตกเก้าอี้ไปจริงๆ อย่างที่คุณพ่อบอก

               “ลูกสาวพ่อน่ารักจริงๆ เลย” คุณพ่อจุ๊บหน้าผากลูกสาวคนโตหนึ่งที แล้วหันไปจุ๊บลูกสาวคนเล็กที่นั่งมองตาแป๋วอีกหนึ่งทีอย่างเท่าเทียมกัน ภูริดลเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าจะต้องไม่ทำให้ลูกคนใดคนหนึ่งรู้สึกว่าได้รับความรักและความเอาใจใส่น้อยกว่าอีกคนเหมือนที่เขาเคยรู้สึกตอนเป็นเด็ก “อย่าซนนะน้ำชา เดี๋ยวตกตุ๊บลงไปร้องไห้แงๆ เลยนะ”

               “ค่า น้ำชาไม่ดื้อ ไม่ซน” เด็กหญิงน้ำชาวัยสามขวบพูดพลางส่ายหัวดุ๊กดิ๊กๆ น่ารักน่าเอ็นดู

               ภูริดลยิ้มให้ลูกสาวทั้งสองคนด้วยแววตาเปี่ยมรักแล้วเดินไปหาฟ้าพราวที่อยู่ในห้องครัวซึ่งอยู่ห่างจากโต๊ะอาหารเพียงผนังกั้น

               “ทำอะไรกิน หอมจัง” คุณพ่อลูกสองถามพลางโน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มภรรยาดังฟอด

               “อาหารหรือแก้มเมียคะที่หอม” ฟ้าพราวที่เพิ่งปรุงข้าวต้มกุ้งของโปรดของเด็กๆ เสร็จหันมาถามด้วยรอยยิ้ม

               “ถ้าตอบว่าอาหาร พี่จะอดกินข้าวเช้ามั้ย”

               “ก็ลองตอบดูสิคะ”

               ภูริดลหัวเราะบาๆ เขาไม่โง่ตอบว่า ‘อาหาร’ ให้อดกินข้าวเช้าหรอกนะ “ก็ต้องแก้มเมียอยู่แล้ว”

               “เดี๋ยวนี้ปากหวานนะคะ” ฟ้าพราวยิ้มใส่นัยน์ตาสามีแล้วผละออกไปตักข้าวต้มกุ้งใส่ชามทั้งหมดสี่ที่ จากนั้นภูริดลก็เป็นคนยกถาดออกไปที่โต๊ะอาหารซึ่งมีลูกสาวทั้งสองคนนั่งรออยู่อย่างเรียบร้อย

               “ข้าวต้มกุ้งหอมๆ มาแล้ว ชามนี้ของใบชา ชามนี้ของน้ำชา” คุณพ่อพูดพลางยกชามข้าวต้มเสิร์ฟให้ลูกสาวทั้งสองคนก่อน จากนั้นจึงยกเสิร์ฟให้ภรรยาอันเป็นที่รัก “ชามนี้ของเมียที่เคารพรักครับผม”

               ฟ้าพราวยิ้มขำคนเอาใจเมียแล้วหันไปบอกลูกสาวคนเล็ก “น้ำชาระวังร้อนนะลูก เป่าก่อนนะ”

               “ค่า คุณหญิงแม่ฟ้า” เด็กหญิงน้ำชาตอบรับเสียงใสก่อนจะตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าให้คลายความร้อยอย่างระมัดระวังก่อนกินทำให้ผู้เป็นแม่อดยิ้มอย่างภูมิใจไม่ได้ ถ้าเป็นเด็กบ้านอื่นอาจจะต้องคอยป้อนกันอยู่ แต่สำหรับเด็กบ้านนี้ฟ้าพราวหัดให้กินข้าวเองตั้งแต่ยังไม่หนึ่งขวบเต็ม แรกๆ ลูกอาจจะขยำอาหารจนเลอะเทอะทั้งโต๊ะทั้งคนแต่ฟ้าพราวก็ปล่อยให้ลูกเรียนรู้แล้วค่อยตามทำความสะอาดทีหลัง

               “คุณพ่อขา คุณหญิงแม่ฟ้าขา” อยู่ๆ ใบชาก็มองหน้าพ่อแม่อย่างนึกอะไรได้

               “มีอะไรเหรอคะลูก” ฟ้าพราวถาม

               “วันก่อนคุณย่าบอกว่า ให้ใบชากับน้องน้ำชาไปอยู่บ้านคุณย่าจนกว่าจะเปิดเทอม”

               “หือ?” ฟ้าพราวทำหน้าแปลกใจ “ไม่เห็นคุณย่าบอกแม่เลย”

               “อ๋อ...คุณแม่บอกพี่แล้ว” ภูริดลพูดขึ้นอย่างเพิ่งนึกได้เหมือนกัน

               “อ้าว ทำไมพี่ดินไม่บอกฟ้า”

               “พี่มัวแต่ยุ่งๆ เลยลืมบอก” ภูริดลเห็นฟ้าพราวทำหน้าเหมือนไม่อยากให้ลูกไปอยู่บ้านคุณย่าก็พอจะเข้าใจ ว่าภรรยาเป็นห่วงลูก เนื่องจากคุณย่าตามใจหลานขั้นสุด ฟ้าพราวกลัวลูกจะกลายเป็น ‘คุณหนู’ ที่ทำอะไรเองไม่เป็น “ฟ้าไม่ต้องห่วงหรอกนะ พี่กำชับคุณแม่แล้วว่าห้าม สปอยล์หลานเด็ดขาด ถ้าเด็กๆ กลับมาแล้วนิสัยเปลี่ยน ต่อไปพี่จะไม่ให้ไปค้างด้วยอีก”

               “พี่ดินร้าย ขู่คุณแม่” ฟ้าพราวยิ้มให้สามีที่รู้ใจเธอทุกอย่าง

               “มันก็ต้องมีบ้าง ไม่งั้นลูกเสียนิสัยหมด” ภูริดลหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ตกลงฟ้าจะอนุญาตให้ลูกไปค้างกับคุณย่ามั้ย” ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับลูกๆ ภูริดลจะถามความเห็นจากภรรยาก่อนเสมอ เขาไม่เคยใช้อำนาจเผด็จการตัดสินใจคนเดียว เพราะลูกไม่ใช่สมบัติของใครคนใดคนหนึ่ง ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันและเป็นการให้เกียรติกันด้วย

               ฟ้าพราวคิดหนัก กว่าจะเปิดเทอมก็อีกตั้งสามสัปดาห์ มันนานพอที่จะทำให้เด็กๆ เปลี่ยนนิสัยได้ อีกทั้งต้องห่างลูกนานขนาดนี้เธอเองก็จะทนคิดถึงลูกไม่ไหว “ให้ไปก็ได้ค่ะ แต่ฟ้าจะขอไปอยู่กับลูกด้วย คุณแม่จะได้ไม่เหนื่อยมาก เลี้ยงเด็กสองคนคุณแม่ไม่ไหวแน่ๆ”

               ภูริดลหัวเราะเบาๆ “คุณแม่ไม่ยอมให้ฟ้าไปอยู่ด้วยหรอก”

               “ทำไมคะ” ฟ้าพราวประหลาดใจ “หรือว่าคุณแม่โกรธอะไรฟ้า”

               “โกรธ” ภูริดลตอบหน้าตาขึงขังจนฟ้าพราวใจแป้ว ไม่รู้ว่าเผลอทำอะไรไม่ดีตอนไหน

               “ล่าสุดที่เจอกัน คุณแม่ยังคุยกับฟ้าดีๆ อยู่เลยนะคะ พี่ดินรู้หรือเปล่าว่าคุณแม่โกรธฟ้าเรื่องอะไร”

               “โกรธเรื่องที่ฟ้าไม่ยอมมีหลานชายให้สักทีน่ะสิ”

               ฟ้าพราวเป่าปากโล่งอกที่ไม่ได้เผลอทำผิดร้ายแรงให้แม่สามีโกรธ “ถ้าเป็นเรื่องนี้โทษฟ้าคนเดียวได้ที่ไหน ก็ต้องโทษพี่ดินด้วยที่ทำไม่เป็นเอง”

               “โอเค พี่ผิดไปแล้ว พี่ทำไม่เป็นเอง งั้นฟ้าต้องสอนพี่แล้วนะว่าต้องทำยังไง” ภูริดลสรุปด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นคุณแม่ลูกสองงอนทำแก้มป่องอย่างสาวน้อยแสนงอนเหมือนตอนแต่งงานกันใหม่ๆ ใส่เขา

               “ทำอะไรไม่เป็นเหรอคะคุณพ่อ” เด็กหญิงน้ำชาถามด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็กสามขวบ

               ภูริดลกับฟ้าพราวมองหน้ากันเลิกลักที่เผลอพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก แล้วฟ้าพราวก็เป็นคนพูดแก้ตัวกับลูก

“คุณพ่อทำข้าวต้มกุ้งไม่เป็นค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณแม่จะสอนคุณพ่อทำ วันหลังคุณพ่อจะได้ทำให้น้ำชากับใบชากิน ดีมั้ยลูก”

               “ดีค่ะ” น้ำชายิ้มกว้างจนตาหยี

               ฟ้าพราวยิ้มตอบลูกสาวพลางแอบหยิกต้นขาของสามีใต้โต๊ะพร้อมกระซิบดุเบาๆ “อย่าพูดแบบนี้ต่อหน้าลูกสิคะ”

               “ฟ้าเป็นคนเริ่มก่อนแล้วมาหยิกพี่ทำไม” ภูริดลแกล้งพูดเย้าด้วยแววตาร่าเริงทำให้ถูกภรรยาหยิกซ้ำไปอีกหนึ่งที

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จภูริดลก็รับหน้าที่เก็บโต๊ะและนำจานไปล้างเหมือนทุกวัน ส่วนฟ้าพราวก็พาลูกๆ ไปนั่งเล่นในห้องโถง ครู่หนึ่งภูริดลก็เดินเข้ามานั่งบนโซฟาข้างภรรยาแล้วทอดสายตามองไปยังลูกสาวทั้งสองคนด้วยแววตาอบอุ่นจากนั้นก็พูดขึ้นเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน

               “รู้มั้ยว่าทำไมคุณแม่ถึงอยากให้หลานไปอยู่ด้วย”

               “ทำไมคะ”

               “คุณแม่อยากได้หลานชาย”

               ฟ้าพราวขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจ “อยากได้หลานชาย แล้วเกี่ยวอะไรกับที่จะให้ใบชากับน้ำชาไปอยู่ด้วยคะ”

               “คุณแม่อยากให้เราสองคนได้มีเวลาอยู่กันตามลำพังเหมือนตอนแต่งงานกันใหม่ๆ ไง” คนเป็นสามีพูดพลางขยับตัวเข้าไปเบียดภรรยาอีกนิดและสอดมือเขาไปหลังเอวเธอเพื่อโอบกอดแต่ก็โดนหยิกที่หลังมือจนสะดุ้ง ต้องรีบชักมือออก

               “อย่าทำแบบนี้สิพี่ดิน ลูกนั่งอยู่ตรงนั้นไม่เห็นเหรอคะ”

               “เพราะแบบนี้ไง คุณแม่ถึงอยากเอาเจ้าสองชาไปช่วยเลี้ยงให้พักนึง เราจะได้มีเวลาสวีตกันเหมือนเมื่อก่อน” ภูริดลพูดด้วยสีหน้าเหี่ยวเฉา ตอนมีลูกคนแรก ฟ้าพราวยังพอมีเวลาให้เขาบ้าง แต่หลังจากมีลูกคนที่สอง เวลาของฟ้าพราวก็หมดไปกับลูกๆ ในแต่ละวันกว่าจะพาลูกเข้านอนเสร็จ แม่ก็เหนื่อยจนแทบหมดแรง ทำให้เขาไม่อยากกวนใจเธอ ถึงแม้ว่าจะอยากสะกิดแค่ไหนก็ตาม

               ฟ้าพราวเพิ่งตระหนักก็ตอนเห็นท่าทางหงอยๆ ของสามีนี่แหละ ที่ผ่านมาเธอทุ่มเวลาทั้งหมดให้ลูกจนละเลยความรู้สึกของเขาไปมากทีเดียว เมื่อคิดได้ดังนั้น ฟ้าพราวจึงบอกลูกๆ “เลิกเล่นได้แล้วค่ะเด็กๆ ไปจัดกระเป๋าไปค้างบ้านคุณย่ากันดีกว่า อยากไปมั้ยคะ”

               “อยากค่า” ใบชาและน้ำชาประสานเสียงพร้อมกันด้วยความดีใจ

               “หือ?” ภูริดลส่งเสียงเบาๆ ในลำคออย่างประหลาดใจ ที่โต๊ะอาหารเธอทำท่าเหมือนไม่อยากให้ลูกไป เขายังแอบคิดหนักอยู่เลยว่าจะไปบอกน้ำมณียังไง “ยอมให้ลูกไปจริงเหรอ”

               “ให้ไปอยู่แค่สองสามวันพอได้ค่ะ แต่สามอาทิตย์ไม่ไหว ฟ้าคิดถึงลูกแย่เลย เป็นห่วงด้วย” คุณแม่ยังสาวบอกด้วยรอยยิ้ม สามวันก็เพียงพอให้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไฟรักสามีจอมเถื่อน | NC 20+   ตอนพิเศษ 3.3

    น้ำมณีดีใจมากที่เห็นภูริดลและฟ้าพราวพาลูกๆ มาหา และยิ่งเห็นกระเป๋าเสื้อผ้าของเด็กๆ ก็ยิ่งดีใจมากขึ้นไปอีก “เจ้าสองชาจะมาอยู่กับย่าใช่มั้ยลูก” คุณย่าถามหลานสาวทั้งสองด้วยรอยยิ้มยินดีเป็นอย่างยิ่ง “ใช่ค่ะ” ใบชาตอบ “คุณหญิงแม่ฟ้าอนุญาตให้ใบชากับน้องน้ำชาอยู่บ้านคุณย่าสามวันค่ะ” “อ้าว อีกตั้งนานกว่าจะเปิดเทอม อยู่กับย่าจนกว่าจะเปิดเทอมไม่ได้เหรอลูก” ฟ้าพราวเห็นสีหน้าผิดหวังเล็กๆ ของผู้เป็นย่าแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ “แค่สามวันกำลังดีค่ะคุณแม่ ขืนอยู่นานกว่านี้มีหวังคุณแม่ไมเกรนขึ้นแน่ๆ เจ้าสองชาของคุณแม่แสบไม่น้อยเลยนะคะ” “โอ้ย จะสักแค่ไหนกันเชียว แม่เลี้ยงดินมาตั้งแต่เด็กจนแก่ป่านนี้ได้ก็ไม่มีอะไรยากแล้ว” น้ำมณีพูดพลางมองหน้าลูกชายสุดที่รักด้วยรอยยิ้มรักใคร่ ถึงแม้เขาจะเป็นแค่ลูกเลี้ยงแต่น้ำมณีก็รักเหมือนเป็นลูกในไส้ “ตอนเด็กๆ น่ะดินแสบแค่ไหนอย่าให้แม่เล่าเลย เดี๋ยวจะอายลูกอายเมียซะเปล่าๆ” “ไม่ต้องเล่าเลยครับคุณแม่” ภูริดลรีบห้าม “แล้วนี่คุณพ่ออยู่หรือเปล่าครับ ไม่เห็นออกมาหาหลานเลย”

  • ไฟรักสามีจอมเถื่อน | NC 20+   ตอนพิเศษ 3.2

    ภูริดลพาลูกสาวสองคนที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดน่ารักๆ มานั่งที่โต๊ะอาหาร และเป็นเพราะเมื่อคืนนี้กลับจากบ้านต้นไม้ดึก เด็กหญิงทั้งสองคนจึงตื่นสายกว่าปกติ “ใบชากับน้ำชานั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวคุณพ่อจะไปช่วยคุณแม่ยกอาหารเช้ามาให้” “ใบชาไปช่วยค่ะ” เด็กหญิงใบชาในวัยเจ็ดขวบอาสาอย่างแข็งขัน “ใบชาช่วยพ่อดูแลน้องน้ำชาอยู่ตรงนี้ดีกว่า เดี๋ยวน้องเล่นซนตกเก้าอี้” คุณพ่อพูดด้วยรอยยิ้มเอ็นดูลูกสาวคนโต ใบชาเป็นเด็กน่ารัก กล้าแสดงออก มีน้ำใจ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี อีกทั้งยิ่งโตก็ยิ่งเหมือนฟ้าพราวผู้เป็นแม่ “ค่ะคุณพ่อ ใบชาจะดูแลน้องน้ำชาอย่างดี ไม่ให้ตกเก้าอี้แน่นอน” เด็กหญิงใบชารับปากอย่างแข็งขันแล้วหันไปมองน้องสาววัยสามขวบอย่างระแวดระวังกลัวน้องที่นั่งขยับตัวยุกยิกไปมาจะตกเก้าอี้ไปจริงๆ อย่างที่คุณพ่อบอก “ลูกสาวพ่อน่ารักจริงๆ เลย” คุณพ่อจุ๊บหน้าผากลูกสาวคนโตหนึ่งที แล้วหันไปจุ๊บลูกสาวคนเล็กที่นั่งมองตาแป๋วอีกหนึ่งทีอย่างเท่าเทียมกัน ภูริดลเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าจะต้องไม่ทำให้ลูกคนใดคนหนึ่งรู้สึกว่าได้

  • ไฟรักสามีจอมเถื่อน | NC 20+   ตอนพิเศษ 3.1

    ท้องฟ้ายามราตรีที่ไร่ภูสรวงคืนนี้ดำสนิท ทำให้มองเห็นดาวน้อยใหญ่ได้ชัดเจน เด็กหญิงใบชายืนเกาะขอบหน้าต่างบ้านต้นไม้ซึ่งสร้างอยู่บนต้นก้ามปูต้นใหญ่ท้ายไร่ โดยมีพ่อกับแม่ขนาบข้างคอยระวังความปลอดภัยให้ลูกภูริดลชี้ชวนให้ลูกดูกลุ่มดาวต่างๆ ในขณะที่ฟ้าพราวสาละวนอยู่กับการฉีดสเปรย์กันยุงและติดสติกเกอร์กันยุงให้ลูกสาวกับสามี “นั่นดาวลูกไก่ โน่นดาวหมีใหญ่ ตรงโน้นดาวจระเข้” เด็กหญิงใบชาฟังแล้วทำหน้าสงสัย “คูมพ่อขา...” “คะ?” “นี่ท้องฟ้านะคะ” “ใช่ค่ะ ท้องฟ้า” คุณพ่อตอบพลางมองหน้าลูกสาว สงสัยว่าลูกสงสัยอยู่ “แล้วทำไมท้องฟ้ามีแต่สัตว์ละคะ ไม่ใช่สวนสัตว์สักหน่อย” “ลองถามคุณแม่สิคะ” ภูริดลโบ้ยไปให้ภรรยาหน้าตาเฉย “คูมหญิงแม่ฟ้ารู้มั้ยคะ” เด็กหญิงถามเสียงใส แม้จะเลยเวลานอนตามปกติมามากแล้วก็ตาม “เพราะดาวแต่ละดวงเวลาเราลากเส้นจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งจนครบทุกจุดแล้วมันจะมีรูปร่างคล้ายสัตว์ไงคะ”ฟ้าพราวอธิบายจริงจังตามหลักวิชาการ เด็กหญิงวัยสามขวบคิดตามไม่ทันจึงทำหน้างงยิ่งกว่า

  • ไฟรักสามีจอมเถื่อน | NC 20+   ตอนพิเศษ 2.3

    ฟ้าพราวจัดโต๊ะอาหารเสร็จและนั่งรออยู่พักใหญ่ คุณสามีกับคุณลูกสาวก็ยังไม่มา เธอจึงเดินไปตามที่ห้องนอน เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องก็ได้ยินเจ้าตัวเล็กส่งเสียงแสดงความดีใจยกใหญ่ “ว้าววว คูมพ่อมีบ้านบนต้นไม้ด้วยเหรอคะ” “ไม่ใช่บ้านของคุณพ่อหรอกค่ะ” ภูริดลตอบพลางจับผมยาวสลวยของลูกสาวขึ้นม้วนเป็นทรงดังโงะที่กลางศีรษะอย่างคล่องแคล่ว ตั้งแต่มีลูกสาว เขาก็หาทรงผมน่ารักๆ จากอินเตอร์เน็ตมาทำให้ลูกแทบไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน เห็นแบบนี้ฟ้าพราวก็อดยิ้มอย่างสบายใจไม่ได้ ตอนแรกภูริดลตั้งความหวังไว้มาก ว่าอยากให้ลูกคนแรกเป็นผู้ชาย ตอนที่รู้ว่าท้องแรกเป็นผู้หญิง ฟ้าพราวกลัวมากว่าเขาจะผิดหวัง ทว่าเหตุการณ์กลับตรงกันข้าม เขาไม่มีอาการผิดหวังเลยสักนิด แถมยังเตรียมหาข้อมูลในการดูแลลูกสาวอย่างดีอีกต่างหาก “อ้าว แล้วของใครคะ” ใบชาทำหน้าจ๋อย เพราะถ้าไม่ใช่ของคุณพ่อ เธอก็อดไปเล่นที่บ้านต้นไม้น่ะสิ “ของใบชาไงคะ” คุณพ่อหน้าดุที่คนงานเห็นแล้วพากันขนหัวลุกบอกลูกสาวด้วยเสียงสอง “จริงเหรอค้า” “จริงสิคะ หนูบอกอยากได้ คุณพ่อก็เลยทำให้ไงคะ”

  • ไฟรักสามีจอมเถื่อน | NC 20+   ตอนพิเศษ 2.2

    ภูริดลขับรถออกจากบ้านของหรรษามาได้นิดหนึ่ง ฟ้าพราวก็เห็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนสุดแสนจะธรรมดา ทว่าโดดเด่นด้วยวิกผมสีแดงที่ยาวถึงบั้นเอวเดินอยู่ข้างถนน ไหล่ข้างหนึ่งของเธอสะพายกระเป๋ากระสอบสีสายรุ้งใบใหญ่แบบที่แม่ค้าชอบใช้ มืออีกข้างถือถุงผ้าขนาดย่อมที่ใส่ของไว้เต็มอีกหนึ่งใบ “พี่ดิน นั่นน้องที่มาเล่านิทานในงานเอลล่าเมื่อกี้นี่นา” “ใช่เหรอ” ภูริดลผู้ไม่มีสายตาไว้มองผู้หญิงคนไหนนอกจากภรรยาตัวเองหรี่ตามองอย่างไม่แน่ใจ “ใช่ค่ะ ฟ้าจำน้องได้ ยิ่งใส่วิกผมสีแดงแบบนี้ใช่เลย พี่ดินจอดค่ะ จอดๆ” ภูริดลขับรถเลยสาวผมแดงไปนิดหนึ่งแล้วจอดรถเทียบข้างทาง ฟ้าพราวเปิดกระจกรถแล้วยื่นหน้าออกไปทักทาย“น้องเจ้าหญิงคะ”คนที่ถูกเรียกว่า ‘น้องเจ้าหญิง’ เดินเข้าหาช้าๆ อย่างระวังตัวแต่พอเห็นว่าเป็นฟ้าพราวก็จำได้ว่าเป็นญาติของเจ้าของงานวันเกิดเมื่อสักครู่จึงคลายความระแวง“พี่ที่อยู่ในงานเมื่อกี้ เรียกเพลินทำไมเหรอคะ”“จะไปปากซอยใช่มั้ยคะ” ฟ้าพราวถาม“ใช่ค่ะ”“ขึ้นรถเลยค่ะ ไปด้วยกัน”“ไม่เป็นไรค่ะ เดินอีกแค่นิดเดียวก็ถึงปา

  • ไฟรักสามีจอมเถื่อน | NC 20+   ตอนพิเศษ 2.1

    ห้าโมงเย็น เป็นเวลาแดดร่มลมตก เพื่อนที่โรงเรียนของเอลล่ามาถึงงานกันครบทุกคนแล้ว งานนี้นอกจากเด็กๆ จะได้เล่นกันอย่างสนุกสนานแล้ว บรรดาแม่ๆ ก็ยังได้พบปะเมาท์มอยกันด้วย เพราะแต่ละคนก็คุ้นเคยกันดีจากที่ได้เจอกันบ่อยๆ ตอนไปรับส่งลูกที่โรงเรียนและจากการไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนของลูกๆ ฟ้าพราวเห็นบรรยากาศอบอุ่นแบบนี้ก็อดยิ้มไม่ได้ ตรงกันข้ามกับภูริดลที่ควันออกหูเมื่อเห็นเด็กชายวัยเดียวกับเอลล่าเดินเข้ามาจูงมือหลานสาวไปนั่งเก้าอี้หน้าเวทีเล็กๆ เพื่อฟังนิทานจาก ‘นักเล่านิทาน’ สาวสวยที่หรรษาจ้างมามอบความบันเทิงให้เด็กๆ ในวันนี้โดยเฉพาะ “เจ้หลิวสอนลูกยังไงเนี่ย ทำไมปล่อยให้ผู้ชายจูงมือเดินไปง่ายๆ อย่างนั้น” ภูริดลบ่นอุบอุบ “เด็กๆ เขาเป็นเพื่อนกัน ก็เล่นกันแบบนี้เป็นธรรมดาน่ะพี่ดิน” ฟ้าพราวบอกอย่างไม่คิดอะไรมาก “ไม่ได้ๆ สังคมทุกวันนี้มันน่ากลัว เราต้องสอนให้เอลล่าระวังตัวกับผู้ชายตั้งแต่เด็ก” ว่าแล้วภูริดลก็เดินตามเอลล่าไปแล้วสะกิดบอกเด็กชายให้ขยับไปนั่งที่เก้าอี้ว่างตัวถัดไป ส่วนเขาก็นั่งคั่นกลางระหว่างเด็กทั้งสองคน การกระทำของภูริดลไม่ได้ทำให้เด็กชายร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status