LOGIN“คนบ้า คนเถื่อน คนไร้มารยาท หยุดสะบัด ‘ขน’ ใส่ฉันเดี๋ยวนี้นะ”
“ผม! ไม่ใช่ขน!” ภูริดลพูดแก้เสียงหนัก อยากจับคนปากจัดฟัดให้จมเขี้ยว ตอนแรกที่รู้ว่าจะมีเมียเป็นคุณหญิงก็คิดว่าจะเป็นพวกนางในวัง เรียบร้อย สนิมสร้อย ดุนิด ดุหน่อยก็ร้องไห้น้ำตาท่วมโลก ที่ไหนได้ แสบไม่เบา แต่แบบนี้แหละที่เขาชอบ เร้าใจดี
“เห็นยุ่งๆ รกรุงรัง ฉันก็เลยแยกไม่ออกว่าขนหรือผม ถ้ามีเวลาก็ตัดผม โกนหนวด โกนเคราบ้างนะ เห็นแล้วรกหูรกตา” เธอลอยหน้าใส่เขาแล้วลุกขึ้นจะเดินหนี
“จะไปไหน” ขาคว้าแขนเธอเอาไว้
“จะไปอาบน้ำ ถ้าคุณง่วงก็นอนก่อนเลย ฉันอาบน้ำนาน ไม่ต้องรอ”
“ถ้านานเกินสิบห้านาทีผมจะเข้าไปตามในห้องน้ำ”
“จะบ้าเหรอ! แค่สิบห้านาทีใครจะอาบเสร็จ” เธอแว้ดใส่
“งั้นผมอาบให้ จะได้เสร็จเร็วๆ” ภูริดลทำท่าจะลากแขนคนที่ยังอยู่ในชุดไทยจักรพรรดิแบบเต็มยศเข้าห้องน้ำ เธอขืนตัวไว้จนตัวโก่ง
“ไม่ต้องๆ ฉันอาบเองได้ สิบห้านาทีก็สิบห้านาที”
“ให้ไวเลย” เขาบอกเสียงแข็ง รำคาญคนเรื่องมากเต็มทน
ทันทีที่เขาปล่อยแขน ฟ้าพราวก็รีบรวบปลายสไบแล้วถลกชายผ้านุ่งวิ่งหนีเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว แต่ให้ตายเถอะ ประตูห้องน้ำล็อคไม่ได้ เธอพยายามกดล็อกอยู่หลายครั้งก็ล็อกไม่ได้
“ตัวล็อกมันเสีย” เสียงตะโกนของภูริดลดังเข้ามาในห้องน้ำ
“แล้วทำไมไม่ซ่อม” เธอตะโกนตอบกลับไป
“ผมอยู่คนเดียวจะซ่อมทำไม” เขาตะโกนตอบกลับมา
“แต่ตอนนี้คุณไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว ต้องซ่อม!”
“ผัวเมียก็เหมือนคนคนเดียวกัน อย่าเรื่องมาก” คราวนี้เสียงของเขาดังอยู่หน้าประตู “ถ้าไม่หยุดโวยวาย ผมจะเข้าไปอาบให้เดี๋ยวนี้”
“อย่าเข้ามานะ ฉันจะไม่พูด จะไม่บ่นอะไรแล้ว” ฟ้าพราวดึงลูกบิดประตูไว้แน่น กลัวเขาเปิดเข้ามาจริงๆ
“งั้นก็รีบอาบให้ไวเลย ผมไม่ชอบมานั่งรอใครนานๆ”
เสียงของเขาห่างออกไปแล้วหญิงสาวจึงค่อยๆ แง้มประตูออกดู เห็นว่าเขาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวผ้าฝ้ายสีเทาควันบุหรี่ออกมาสวม เขาเช็ดผมที่เปียกชื้นแบบลวกๆ จากนั้นเดินไปเปิดแผ่นเสียงเพลงคลาสสิคที่มีท่วงทำนองอ่อนหวาน สีหน้าของเขาผ่อนคลายขึ้น ไม่บึ้งตึงเหมือนตลอดทั้งวันที่เธอเห็น
ภูริดลเดินออกไปข้างนอกครู่หนึ่งแล้วกลับเข้ามาพร้อมแก้วกอญักในมือ เขาเดินไปนั่งเหยียดขาพิงหัวเตียง จิบน้ำสีอำพันอย่างสบายอารมณ์ เวลาผ่านไปสิบห้านาที ฟ้าพราวก็ยังอาบน้ำไม่เสร็จ แต่เขาก็ไม่ได้เข้าไปตามอย่างที่ขู่ไว้แต่แรกเพราะอยากให้เธอมีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจสำหรับการ ‘เข้าหอ’ ให้เต็มที่ แต่ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องของเธอก็ทำให้เขาต้องวางแก้วลงแล้วรีบวิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้องน้ำ
“กรี๊ด!!! ช่วยด้วย!!!”
“เกิดอะไรขึ้น!” ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับถามหน้าตาตื่น
“จิ้งจกอ่ะ มันอยู่ตรงนั้น เอามันออกไปที” หญิงสาวใช้มือข้างหนึ่งปิดตาตัวเองเอาไว้ ส่วนอีกข้างชี้ไปที่กระจกบานใหญ่เหนืออ่างล้างหน้า
“ผู้ดีนี่ดัดจริตจริงๆ จิ้งจกตัวแค่นี้ก็กลัว” บ่นพลางจับจิ้งจกตัวเล็กไปปล่อยตรงช่องลมบานเกร็ด แล้วเดินกลับมายืนตรงหน้าหญิงสาวที่กลัวจนตัวสั่นอีกครั้ง “เอาไปทิ้งแล้ว”
“เฮ้อ...เกือบช็อกตาย” ฟ้าพราวถอนหายใจเฮือกแล้วทิ้งหลังพิงผนังห้องน้ำอย่างโล่งอก
คนที่กำลังจะช็อกตายน่าจะเป็นภูริดลมากกว่า เพราะภาพหญิงสาวผิวขาวอมชมพูที่คาดผ้าเช็ดตัวไว้หลวมๆ ที่กลางลำตัวนั้นช่างเย้ายวนสายตาเหลือเกิน ใบหน้าที่แต่งแต้มไว้ด้วยเครื่องสำอางถูกล้างออกจนเกลี้ยงเกลาเผยให้เห็นผิวแก้มนวลใส ผมยาวดำขลับที่เกล้าเป็นมวยไว้ก่อนหน้านี้ถูกปล่อยให้ทิ้งตัวลงแนบแผ่นหลัง เนินอกอวบเหนือขอบผ้าทำให้ลมหายใจของเขาติดขัดขึ้นมากะทันหัน และไวกว่าความคิด เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอ ใช้แขนทั้งสองข้างยันกับผนังคร่อมร่างเธอเอาไว้
“จะทำอะไร” ฟ้าพราวถามเสียงสั่นพร้อมกับยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ไม่ให้เขาแนบลำตัวเข้ามาชิดจนเกินไป
“ได้ฤกษ์เข้าหอของเราแล้ว” เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชิดใบหูแล้วสูดกลิ่นหอมสะอาดหลังอาบน้ำเข้าไปจนชุ่มปอด จากนั้นลากปลายลิ้นไปตามแนวสันใบหูเล็กแล้วงับเบาๆ ก่อนจะระดมจูบลงมาตามลำคอระหง ระเรื่อยไปตามแนวกระดูกไหปลาร้าจนถึงเนินอกอวบ ริมฝีปากและปลายลิ้นของเขาแตะลงตรงไหนก็ร้อนผ่าวเหมือนมีเปลวไฟลามเลียที่ตรงนั้น
“อื้อ” ฟ้าพราวส่งเสียงครางแผ่วหวิวออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ใบหน้าสวยหวานแหงนเงยไปด้านหลังเพื่อเปิดทางให้เขาจูบเนินอกได้สะดวกขึ้นแล้วปิดเปลือกตาลงอย่างยินยอมพร้อมใจ
เธอไม่ได้โลกสวยและไม่คิดว่าการแต่งงานครั้งนี้จะไม่มีการเสียตัว ตั้งแต่วันที่รับปากกับท่านพ่อว่าจะแต่งงานกับหนุ่มชาวไร่คนนี้ เธอก็เตรียมใจไว้แล้วว่าต้องมอบร่างกายให้แก่เขา ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘สามี’ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็นเรื่องเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่ายังพอมีเกียรติหลงเหลืออยู่บ้าง เพราะอย่างน้อยก็บอกกับทุกคนได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็น ‘ภรรยา’ ที่มีทะเบียนสมรส ไม่ใช่แค่นางบำเรอที่ถูกเขาจับมาซุกไว้ในไร่ชาบนดอยแห่งนี้
“ผู้ดีตัวหอมแบบนี้นี่เอง” ภูริดลพึมพำอย่างพึงพอใจ
ฟ้าพราวเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง สองมือเล็กขยุ้มอกเสื้อเขาแน่นเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวเลื่อนจากเนินอกขึ้นมาประกบกับเรียวปากนุ่มปากของเธอ เขาออกแรงกดเชื่องช้าทว่าหนักแน่น ใช้ปลายลิ้นผลักดันให้เธอเผยอริมฝีปากขึ้นแล้วสอดแทรกเข้ามาไล้เลียอ้อยอิ่งก่อนจะเกี่ยวรัดเอาลิ้นเล็กไปดูดดึง
น่าแปลกที่เขาทำตัวดิบเถื่อนกับเธอมาตลอดทั้งวัน แต่พอถึงบทรักเขากลับนุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกสัมผัสของเขาปราศจากการคุกคามหรือเรียกร้องเอาแต่ใจ ตรงกันข้าม เขาปรนเปรอและปลุกเร้าเธออย่างใจเย็นและตั้งอกตั้งใจ ทำให้ความต้องการตามธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ในหลุมลึกถูกขุดออกมาอย่างง่ายดาย
“หยะ...หยุดก่อน...” ฟ้าพราวแข็งใจดันหน้าอกของเขาให้ออกห่างแล้วเบือนหน้าหนีไปทางด้านข้าง
“หยุดทำไม” ภูริดลจับคางเล็กให้หันหน้ากลับมามองตากันแล้วถามด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าเจือแววหงุดหงิดเล็กน้อย เธอจะบอกให้หยุดตอนที่ความปรารถนาของเขากำลังไต่ระดับขึ้นสูงแบบนี้ไม่ได้ “จะไม่ยอม จะร้อง จะหนี”
“มะ...ไม่...ใช่...” เธอตอบเสียงเบา ลมหายใจสะดุดเป็นห้วง
“แล้วให้หยุดทำไม”
“ฉัน...หายใจ...ไม่ทัน” ตอบแล้วก็เลื่อนแขนขึ้นไปคล้องคอเขาไว้เป็นหลักยึด ตอนนี้ขาเธอสั่นจนแทบจะล้มทั้งยืนอยู่แล้ว “ยืนไม่ไหวด้วย”
สามปีผ่านไป...เรนเดียร์ยืนมองพันแสงและลูกแฝดชายหญิงวัยสองขวบของเธอช่วยกันก่อปราสาททรายอยู่บนชายหายอย่างสนุกสานด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เสียงหัวเราะของพ่อลูกที่สอดประสานกันดังก้องไปทั่วชายหาดส่วนตัวที่เงียบสงบพันแสงรักและดูแลลูกเป็นอย่างดีสมกับที่เขาพยายามทุกวิถีทางที่จะมีลูกให้ได้ โดยเฉพาะในเวลาที่เธอท้องลูกคนแฝดได้หกเดือนอย่างนี้ หน้าที่การเลี้ยงลูกสองคนแรกก็แทบจะตกเป็นของเขาทั้งหมด“พี่ซันพาลูกเข้าบ้านได้แล้วค่ะ แดดแรงแล้ว เดี๋ยวลูกไม่สบาย” เธอเดินอุ้มท้องอุ้ยอ้ายเข้าไปหาสามีและลูกๆ ที่ยังสนุกอยู่กับการก่อปราสาททราย“ลูกยังสนุกอยู่เลย ใช่มั้ยครับลูก”เด็กน้อยทั้งสองคนหันมาประสานเสียงตอบคุณพ่อเสียงใสแจ๋ว แล้วก้มหน้าตกแต่งปราสาททรายแสนสวยด้วยเปลือกหอยอย่างตั้งอกตั้งใจกันต่อ“ให้ลูกเล่นอีกแป๊บนึงนะ ยังสนุกกันอยู่เลย” พันแสงลุกขึ้นมาโอบไหล่ภรรยาที่ไม่สามารถนั่งลงที่พื้นทรายกับลูกแฝดทั้งสองได้ เพราะติดท้องลูกแฝดคู่ใหม่“อุ๊ย!” เรนเดียร์สะดุ้งแล้วยกมือขึ้นมาลูบท้องที่นูนป่องของตัวเองเบาๆ จนพันแสงพลอยตกใจตามไปด้วย“เจ็บท้องคลอดแล้วเหรอ”“ยังไม่คลอดค่ะ เพิ่งหกเดือนเองนะคะ” เธอบอกขำๆ“แล้วเป
แพทย์ผู้ดูแลครรภ์ของเรนเดียร์อธิบายให้ฟังว่า อาการแพ้ท้องแทนภรรยาคือ อาการที่ว่าที่คุณพ่อมีอาการต่างๆ คล้ายกับว่าที่คุณแม่เช่น อารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คลื่นไส้ วิตกกังวล หรืออยากกินอาหารแปลกๆ ที่ปกติไม่เคยกินมาก่อน ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของคือ Couvade Syndrome คำว่า Couvade เป็นภาษามิลาน แปลว่า กกไข่ หรือฟักไข่นอกจากนี้การแพ้ท้องแทนภรรยายังเป็นเรื่องทางจิตวิทยาอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์พบว่าที่คุณพ่อที่มีลูกยาก หรือภรรยาเคยแท้งลูกมาก่อนจะมีอาการแพ้ท้องแทนภรรยามากกว่าว่าที่คุณพ่อทั่วไป เนื่องจากมีความเข้าใจในความรู้สึกของภรรยา และอยากมีลูกมากจึงใส่ใจกับการตั้งครรภ์เป็นพิเศษ“เดียร์ยังมึนหัว คลื่นไส้ อยากอาเจียนอยู่มั้ย” พันแสงถามด้วยความความเป็นห่วง“เดียร์หายแพ้ท้องตั้งแต่เดือนที่สามแล้วค่ะ มีแต่พี่ซันนั่นแหละที่ยังแพ้อยู่” เรนเดียร์บอกยิ้มๆ มีแต่สามีเธอคนนี้นี่แหละที่ยังแพ้ท้องไม่หายเสียที “วันนี้พี่ซันจะไปทำงานไหวมั้ยคะเนี่ย” เธอเห็นหน้าซีดๆ ของสามีแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้“ไหว...แต่ไม่อยากไป”“อ้าว...ทำไมละคะ”“เป็นห่วงเมีย” เขาทำหน้าเป็นห่วงจริงจัง ไม่ใช่แค่พูดเล่น“ไม่ต้องเป็นห่
หลังจากความพยายามในการทำลูกของพันแสงล้มเหลวมาหลายครั้ง คราวนี้ทุกฝ่ายจึงประสานกำลังกันอย่างเต็มที่ เริ่มจากพิมพ์ผกาที่ไปเสาะแสวงหาสมุนไพรจีนหลายขนานมาต้มให้บุตรชายและลูกสะใภ้ดื่มเพื่อบำรุงร่างกาย ส่วนเรนเดียร์กับพันแสงก็ไปปรึกษาแพทย์และพบว่าแท้จริงแล้วปัญหาอยู่ที่ตัวเธอเอง“เดียร์ขอโทษนะคะพี่ซัน เดียร์ไม่รู้ว่าตัวเองมีภาวะมีลูกยาก” เธอบอกอย่างรู้สึกผิด เพราะปล่อยให้คนเป็นสามีหลงโทษตัวเอง และสูญเสียความมั่นใจในความเป็นชายของตัวเองอยู่นานหลายเดือน“ไม่เห็นต้องขอโทษเลย เดียร์ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”“เดียร์ทำให้ทุกคนคิดว่าพี่ซันไม่มีน้ำยาอยู่ตั้งนาน”พันแสงยิ้มอารมณ์ดี แล้วประกาศอย่างมั่นใจเต็มที่ว่า “พี่จะทำลูกแฝดให้ดูเลย ทุกคนจะได้รู้ว่าพี่ฟิตปั๋งขนาดไหน”“แล้วถ้าเดือนนี้เดียร์ยังไม่ท้องอีกละคะ” เรนเดียร์ถามอย่างวิตกกังวล กลัวจะทำให้สามีผิดหวังอีก“ถ้าเดือนนี้ไม่ท้อง เดือนหน้าก็ทำใหม่ ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะท้อง เดียร์เป็นคนบอกพี่เองไม่ใช่เหรอว่าชอบทำลูก” เขาย้อนคำพูดที่เธอเคยปลอบใจเขาเมื่อครั้งก่อน“ก็ชอบอยู่หรอกค่ะ แต่ทำด้วยความคาดหวังของคุณแม่กับพี่ซันแบบนี้ เดียร์ก็กดดันเหมือนกันนะคะ
ทันทีที่เรนเดียร์ก้าวเข้ามาในห้องรับแขกของบ้านซึ่งเคยเป็นเรือนหอของเธอกับพันแสง ความอบอุ่นของคำว่า ‘บ้าน’ และ ‘ครอบครัว’ ก็พวยพุ่งเข้าโอบล้อมหัวใจที่เปลี่ยวเหงามานานหญิงสาวมองสำรวจไปทั่วบ้านแล้วยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้กลับมายืนในบ้านหลังนี้ร่วมกับผู้ชายที่เธอรักที่สุดอีกครั้งหนึ่ง คงไม่มีที่ใดโลกที่จะอบอุ่นและปลอดภัยเท่าอ้อมกอดแห่งรักของเขาอีกแล้ว“ยินดีต้อนรับกลับบ้านของเรานะครับ” พันแสงกระชับวงแขนที่โอบอยู่รอบเอวของเรนเดียร์เพื่อรั้งเธอเข้าหาตัวให้แนบชิดกันยิ่งขึ้นด้วยความตื้นตันใจที่วันนี้บ้านจะกลับมาเป็นบ้านอีกครั้ง “รู้มั้ยว่าบ้านที่ไม่มีเดียร์มันเงียบเหงาแค่ไหน”“อีกไม่นานบ้านหลังนี้ก็จะมีเด็กๆ มาเพิ่มสีสันให้แล้วนะคะ”“พี่ขอหลายๆ คนเลยนะ”“แล้วแต่พี่ซันจะทำไหวเลยค่ะ” เธอบอกยิ้มๆ แล้วเดินสำรวจบ้านไปทั่วทุกตารางนิ้วด้วยความคิดถึง โดยมีพันแสงเดินตามคลอเคลียอยู่เคียงข้างไม่ห่าง ทุกอย่างในบ้านยังยังจัดวางเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เว้นแม้แต่ห้องนอน ทว่ามีสิ่งหนึ่งเปลี่ยนไป“ทำไมชุดนอนเดียร์ถึงได้เก่าแบบนี้ กระดุมขาดด้วย เขากวางก็หายไปข้างนึง พี่ซันฆาตกรรมกวางน้อยของเดียร์เหรอ” เรน
“Happy Birthday, my dear” พันแสงเข้ามากอดเรนเดียร์จากทางด้านหลังแล้วโน้มใบหน้าลงจูบที่แก้มนวลเนียนอย่างอ่อนโยนขณะที่เธอกำลังยืนมองทิวทัศน์ยามเที่ยงคืนที่เต็มไปด้วยสีสันของมหานครนิวยอร์กอยู่บนระเบียงห้องนอนใน อพาร์ตเมนต์ คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เธอจะได้อยู่ที่นี่ก่อนจะบินกลับเมืองไทยพร้อมผู้เป็นสามีในวันพรุ่งนี้“อุ่นจัง” หญิงสาวยิ้มละมุนพลางเอนหลังพิงอกกว้างด้วยท่าทีผ่อนคลาย คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้กลับสู่อ้อมกอดของคนที่รักอีกครั้งเช่นนี้“วันเกิดปีนี้อยากได้ของขวัญอะไรเป็นพิเศษมั้ยครับ” เขากระซิบถามเสียงแผ่วแนบชิดใบหูแล้วไซ้ปลายจมูกสูดดมกลิ่นหอมเย้ายวนไปตามซอกคอและพวงแก้มเต็มอิ่มเรนเดียร์พลิกตัวหันมามองสบตาสามีด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักลึกซึ้ง “เดียร์ได้รับของขวัญที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตแล้วค่ะ ตอนนี้เดียร์ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว”พันแสงมองหน้าคนในอ้อมกอดด้วยความประหลาดใจ เพราะเท่าที่จำได้เขายังไม่เคยให้ของที่มีค่ามากมายขนาดนั้นกับเธอเลย“ความรักจากพี่ซันคือของขวัญที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตเดียร์แล้วค่ะ”“ปากหวาน”“ไม่ได้หวานแค่ปากนะคะ อย่างอื่นก็หวานมาก” เธอยกแขนขึ้นโอบรอบคอเข
“พี่ขอโทษ ที่พี่ทำไปเพราะไม่อยากรบกวนสมาธิในการเรียนของเดียร์” พันแสงลูบหลังลูบไหล่ปลอบโยนคนที่สะอื้นไห้จนตัวโยน “ไม่ร้องนะ ปีนี้เดียร์อายุยี่สิบสองแล้วนะ ยังจะขี้แยเป็นเด็กๆ อยู่อีก” เขาจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอดันออกห่างตัวนิดหนึ่ง แล้วมองสำรวจใบหน้าและร่างกายเธออย่างพิจารณาและพบว่าปีนี้เธอโตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว สวยขึ้น สูงขึ้น ส่วนเว้าส่วนโค้งก็ชัดเจนแถมยังเซ็กซี่มากขึ้นอีกด้วย “พี่รู้สึกเหมือนได้เมียใหม่เลย” เขาพูดขำๆ“ไม่ต้องมาพูดดีเลยคนใจร้าย ปล่อยให้เดียร์เหงาอยู่คนเดียวตั้งหลายปี”“พี่ก็เหงาไม่ต่างจากเดียร์ แต่พี่จำเป็นต้องทำเพื่ออนาคตของเดียร์”“เดียร์คิดถึงพี่ซันใจจะขาดอยู่แล้ว” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นสั่นสะท้านราวกับจะขาดใจอย่างที่พูดจริงๆ“พี่ก็คิดถึงเดียร์ใจจะขาดเหมือนกัน” พันแสงใช้สองมือประคองใบหน้าสวยหวานให้เงยขึ้น แล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเพื่อส่งผ่านความรักและคิดถึง ซึ่งอัดแน่นอยู่ภายในใจให้เธอได้รับรู้ ก่อนจะก้มหน้าลงแนบริมฝีปากจูบเธออย่างอ่อนโยนเรนเดียร์จูบตอบเขาอย่างอบอุ่นแสนหวาน ความทรมานจากความคิดถึงที่มีมาตลอดหลายปีหายไปจนหมดสิ้น“เราจะไม่อยู่ห่างกันอย่างนี้







