Masukหญิงสาวอดเงยมองหน้าเขาไม่ได้ เมื่อนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงนอนกว้าง ตอนนี้เธออยากจะล้มตัวลงนอนแล้วเต็มทน เพราะเหนื่อยทั้งกายที่โดนใช้งานหนักมาตลอดวัน ไหนจะเหนื่อยใจที่โดนย่ำเหยียดศักดิ์ศรีเอาอีก มันมากเกินไปจนกว่าที่เธอจะรับไหวแล้ว พลังกาย พลังใจ และพลังสมอง ถูกใช้อย่างหนักหน่วงเหลือเกินวันนี้ และก
“อืม…”กวิสราถึงกับครางในลำคออย่างหมดทางสู้ เมื่อเขาบดจูบลงมาอีก จุมพิตอันเร่าร้อนแสนเร้าใจนั่น ทำให้เธอกำลังหลงลืมตัวปล่อยให้เขาสำรวจไปถึงไหนต่อไหน แขนเรียวโอบรอบคอเขาไว้เป็นหลัก ตัวอ่อนเอนไปกับอกกว้างราวกับว่าจุมพิตของเปลวตะวัน ได้สูบเอาเรี่ยวแรงของเธอให้หายไปด้วยอะไรกันนี่...กวิสราถามกับตัวเองอย
“นวดให้หน่อยสิ”“เอ่อ...”กวิสรากัดริมฝีปาก นี่มันจะมากเกินไปแล้วไหมนะ กับการยอมทำตามคำสั่งของเธอ หญิงสาวอกใจระทึกไปหมดแทบจะเต้นโลดออกมานอกอก แต่ก่อนที่เธอจะทันคิดตอบโต้เขาและปฏิเสธการต้องยอมจำทนในภาวะเชลยถึงขั้นนั้น ร่างสูงก็หมุนตัวเองมาเผชิญหน้ากับเธอ นัยน์ตาคมกริบดุดันนั้น ตอนนี้มันกำลังฉายประกาย
“ต้มน้ำเสร็จหรือยัง อยากอาบน้ำแล้ว”เสียงห้าวทุ้มเอ่ยถาม ร่างบางที่ตอนนี้เปียกซ่กไปหมดทั้งตัว หนาวจนสั่น เรือนร่างที่เห็นว่าเพรียวบาง ตอนนี้เริ่มอวดความอวบอิ่มเมื่อเนื้อผ้าบางส่วนกระชับรูปร่างงดงามเย้ายวนนั่น จนคนที่ทำเสียงเคร่งใส่เธอต้องลอบกลืนน้ำลาย เมื่อเห็นความงดงามที่ซ่อนอยู่ของดอกไม้สวยยวนใจดอ
“อ้อ...” ชายหนุ่มกอดอกแล้วหรี่ตา พลางเอ่ยเสียงเย็น“ประชด... ประชดประชัน ช่างประชดแบบนี้ยิ่งกว่าเวลาด่าฉันอีกนะ ยายใบหนาด เอาอีกสักสิบไร่ดีไหม”“...”หญิงสาวถึงกับอ้าปากค้างแล้วหุบฉับ พลางตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อ ไม่ยอมพูดจาตอบโต้กับเขาอีกเลย ดูเหมือนว่าไม่ว่าเธอจะพูดดีพูดร้าย เปลวตะวันก็จะหาเรื่องเธอ
เสียงผิวปากอย่างอารมณ์ดี ที่ดังมาจากคนร่างสูงใหญ่ ที่กำลังนอนเอนอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบ ด้วยท่าทางสบายอารมณ์สุดๆ ข้างๆ มีโต๊ะเล็ก พร้อมทั้งน้ำผลไม้ รวมถึงขนมขบเคี้ยววางอยู่ เขาทำราวกับว่านอนอยู่ริมทะเล ไม่ใช่นอนอยู่ริมไร่ชาที่ใหญ่โตกว้างขวางและสวยงาม ทำให้คนที่กำลังขะมักเขม้นทำงานอยู่มองแบบค้อนๆ ก่อนจะปา
“ขอบคุณมาก เดวิด ฝากน้องชายของผมด้วย เจสสิก้าเป็นจิตแพทย์ชั้นเยี่ยม เธอคงจะช่วยน้องชายของผมได้”เปลวตะวันเอ่ยเป็นภาษาเยอรมันกับปลายสาย เขากำลังเจรจากับเพื่อนสนิทต่างรุ่น เพื่อจัดการส่งตัวป้องนทีให้กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางจิตรักษาอาการให้กับน้องชาย นับวันป้องนทียิ่งน่าเป็นห่วง เขาซึมเศร้า และจมอยู่กับ
“ผมต้องมาสิครับ ผมรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้องษาคิดสั้น ผมไม่น่าพายายน้องเลวๆ นั่นมาทำงานด้วยจริงๆ”“อย่าไปพูดถึงเรื่องนั้นเลย ยายษาบุญน้อยเอง แล้วคนที่เลวก็ไม่ใช่น้องของคุณปรัชญ์หรอก มันเป็นไอ้ลูกเขยของผมต่างหาก”อมรขบกรามกรอด เมื่อนึกถึงป้องนที ที่ไม่เคยมางานศพของอุษณิษาเลยแม้แต่คืนเดียว
“เสียใจด้วยนะครับ คุณป้อง คุณเปลว”เปลวตะวันยกมือไหว้ลาคนทัก พร้อมกับยิ้มน้อยๆ ให้ นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าหมองและฉาบทับด้วยประกายแห่งความแค้น ขณะที่ป้องนทีเหม่อลอยราวกับคนไม่มีชีวิตจิตใจ ทำทุกอย่างเหมือนกับหุ่นยนต์หลังจากที่ทราบเรื่องราวทั้งหมดจากปากของน้องชายแล้ว เปลวตะวันก็รู้สึกราวกับว่
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป ที่หน้าคฤหาสน์ สหัสวรรษ“ไม่ต้องทอนครับ”คนขับแท็กซี่ที่กำลังควานหาเงินทอนอยู่อย่างจ้าละหวั่น เพราะลูกค้ารายแรกของวัน ที่เขาไปรับมาจากสนามบิน สุวรรณภูมิ จ่ายค่าโดยสารเป็นธนบัตรใบละหนึ่งพันบาท“ขอบคุณมากพ่อหนุ่ม”ลาภลอยแต่เช้าแบบนี้ ทำให้ชายขับแท็กซี่ยิ้มกว้าง ชายร่างสูง ในชุดเสื้อ