INICIAR SESIÓNในช่วงบ่ายที่หลายๆ บูธเริ่มทยอยเก็บของแล้ว เพราะงานจัดวันสุดท้ายเป็นวันนี้จางเหว่ยก็กลับมาที่บูธของบริษัทฟีรารีสอีกครั้ง
“สวัสดีค่ะคุณจางเหว่ย มีอะไรให้น้ำช่วยไหมคะ”
“ครับ พอดีว่าผมไปรับรถมือสองมาใหม่แต่พอลองขับแล้วเบรกมันมีปัญหาครับก็เลยกำลังหาซื้อเบรกตัวนี้อยู่ครับ” ยื่นรูปรถที่พึ่งซื้อมาให้น้ำใสดู และรูปของจานเบรกที่พัง
“รถคลาสสิค ปี 2000 สินะคะ”
“ครับ ทางบริษัทพอจะนำเข้ามาบ้างไหมครับ”
“รถคันนี้ซีเรียสว่าต้องเป็นอะไหล่แท้ไหมคะ หรืออะไหล่เทียบได้”
“ไม่ครับ ใช้เทียบได้ พอดีว่าผมจะเอามาใช้ขับไปเที่ยวช่วงวันหยุดนี้ครับ”
“งั้นเป็นตัวนี้เลยค่ะ เรามีของมาด้วยพอดี จะรับเลยไหมคะ”
“งั้นรับเลยครับ”
“ต้องการรับใบกำกับภาษีแบบเต็มไหมคะ”
“ไม่ต้องครับ”
“ได้ค่ะ”
น้ำใสจัดการเตรียมของให้เขา เธอยกกลองที่บรรจุจานเบรกที่เขาต้องการเอาวางไว้ให้บนโต๊ะ หลังจากรับบัตรเครดิตจากเขาเธอก็นำมาชำระเงิน
“ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอขอคุณพร้อมกับส่งรอยยิ้มสวยให้ตามมารยาท
“เช่นกันครับ” เขายิ้มให้พร้อมกับจ้องหน้าเธอไม่วางตาพักหนึ่งราวกับว่าตกอยู่ในภวังค์ ก่อนจะได้สติกลับคืน
“ผมไปก่อนนะครับ เอ่อ…อย่าลืมเรื่องที่ผมฝากนะครับ”
“ได้เลยค่ะ”
หลังจากเขากลับไปพวกเธอก็รีบเก็บของเพื่อจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เวลาผ่านไปกว่าสิบสองชั่วโมง ที่ต้องนั่งในรถทำให้เกิดความเมื่อยล้า เธอเดินทางมาถึงในเวลาช่วงเช้าที่บริษัทเปิดทำการพอดี
แต่ถึงอย่างั้นแล้ว งานของเธอก็ยังไม่เสร็จ ต้องรีบนำเอกสารการขายได้ไปส่งให้กับฝ่ายบัญชีก่อน พอเสร็จจากตรงนั้นก็เตรียมตัวกลับไปพักแล้วค่อยกลับมาทำงานอื่นต่อพรุ่งนี้
“น้ำจะกลับแล้วเหรอ” เจี๊ยบที่กำลังจะเอาเอกสารไปส่งให้ที่สโตร์เพื่อจัดของส่งลูกค้าเอ่ยถามน้ำใส
“ค่ะพี่เจี๊ยบปวดหลังไม่ไหวแล้ว”
“โอเค แยกย้ายไปพักผ่อนเจอกันพรุ่งนี้นะ” ถ้าเสร็จจากตรงนี้เจี๊ยบก็จะกลับบ้านแล้วเหมือนกัน
“บ๊ายบายค่ะพี่”
น้ำใสหลังจากที่มาถึงก็ไม่ลืมที่จะส่งข้อความไปบอกคนรัก พอลงมาถึงหน้าบริษัทก็ไมีใครบางคนมารอเธออยู่ก่อนแล้ว
“พี่คะเค้าเหนื่อยจังเลย ขอกำลังใจหน่อย”
เธอรีบเข้าไปสวมกอดคนรักที่อ้าแขนรอรับเธอ ก่อนจะเขาจะกดจมูกคมหอมลงกลางกระหม่อมเธอด้วยความคิดถึง
“เดี๋ยวพี่พาไปนวด”
“งั้นแวะไปที่ร้านพี่ก่อน เอาของฝากไปให้เด็กที่ร้านพี่ก่อน”
ชายหนุ่มเปิดประตูรถให้คนรักเข้าไปในรถเสร็จแล้วก็ไปนั่งฝั่งคนขับ แล้วขับไปที่สนาม superior race
พอมาถึงน้ำใสก็เอาของมาฝากทุกคนเหมือนเช่นเคย คราวนี้เธอไม่ลืมที่จะซื้อของมาฝากพนักงานใหม่อย่างเว็นดี้ด้วย เพราะครั้งที่แล้วเคยพูดเอาไว้
วันนี้เว็นดี้แต่งหน้าทำผมดูน่ารักด้วยชุดกระโปรงสีหวาน ผมสีดำลอนสวยแถมติดกิ๊บรูปโบสีขาว ขับใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นให้ดูน่ารักขึ้นไปอีกราวกับตุ๊กตา
“เว็นดี้ ไหนบอกว่าลางานไง” ฟีนิกซ์พูดขึ้นทันทีเมื่อเจอเธออยู่ที่ร้าน
“พอดีลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ร้านเมื่อวานค่ะ ก็เลยมาเอา” เด็กสาวตอบพร้อมกับเดินมาหาทั้งสอง น้ำใสเลยถือโอกาสนี้เอาขนมที่ซื้อมาจากต่างจังหวัดยื่นให้
“ของฝากจ้ะ”
“ขอบคุณมากค่ะพี่น้ำใส เยอะมากเลยจะกินคนเดียวหมดไหมเนี่ย” เธอยกถุงขึ้นมองของข้างในเต็มไปด้วยของกิน
“งั้นเอาไปแบ่งให้พี่วินกับไอ้วิคด้วยดิ” ฟีนิกซ์ว่า
“เรื่องอะไรจะแบ่ง พี่น้ำใสซื้อให้หนู หนูจะเก็บไว้กินเอง” เธอทำท่าทางหวงของกินที่น้ำใสซื้อมาให้ ทำให้คนที่มอบให้อดยิ้มดีใจไม่ได้ที่ดูเหมือนว่าคนรับจะชอบมัน
“พี่ฟีนิกซ์ว่าหนูใส่ชุดนี้แล้วดูเป็นไงบ้าง น่ารักไหม” เว็นดี้หมุนตัวซ้ายขวาตรงหน้าฟีนิกซ์ทำเอากระโปรงที่สวมปลิวไปมาจนแทบจะเห็นกางเกงซับใน
“อืม…น่ารักดี” พอได้ยินเขาชมผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าทำให้น้ำใสถึงกับหันไปมองคนรักของตัวเอง เธอรู้สึกหึงเขาอีกแล้ว
“แล้วพี่น้ำล่ะว่าไง” หันมาถามน้ำใสต่อ น้ำใสเงียบไปครู่หนึ่งก่อนรีบตอบ
“น่ารักจ้ะ แล้วแต่งตัวน่ารักขนาดนี้จะไปไหนเหรอ” น้ำใสเอ่ยถามกับเว็นดี้ หญิงสาวนั้นก็ตอบออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“หนูจะไปเซอร์ไพรส์แฟน วันนี้วันเกิดแฟนหนูค่ะ” น้ำใสได้สติมานิดหน่อยจากที่หึง เมื่อได้ยินว่าเว็นดี้นั้นมีแฟนอยู่แล้วทำให้เธอสบายใจเพราะเธอก็ดูรักแฟนเธอดี คงไม่ได้มาคิดอะไรกับฟีนิกซ์ แต่ว่ายังไงน้ำใสก็มีเรื่องต้องเคลียร์กับคนรักตัวเองสักหน่อยที่กล้าชมผู้หญิงอื่นต่อหน้าแฟนตัวเอง
“แฟนหนูชอบให้แต่งตัวน่ารัก หนูไม่มั่นใจว่าชุดนี้น่ารักพอไหม เลยถามพี่ๆ ดู” เธอดูนาฬิกาก่อนจะพูดต่อ
“หนูไปก่อนนะคะ ต้องไปเอาเค้กอีก” หญิงสาวยกมือไหว้ลาทั้งฟีนิกซ์และน้ำใส ก่อนจะยกมือขึ้นมาโบกลาอย่างรีบเร่งพร้อมกับรอยยิ้มอันสดใส
หลังจากเซ็นดี้ออกไปน้ำใสก็ได้ถามกับคนรักในสิ่งที่รู้สึกขุ่นข้องใจเมื่อครู่
“พี่คะ”
“หืม”
“พี่คิดว่าเว็นดี้เป็นยังไงเหรอ”
“แบบไหนล่ะ”
“ก็พี่บอกว่าเว็นดี้น่ารัก”
“ก็น้องมันถามจะให้พี่ตอบยังไง”
“ก็ตอบว่าดูโอเคก็ได้นี่” กอดอกทำหน้างอเง้าแก้มป่อง
“อย่าบอกนะว่าหึงพี่กับเว็นดี้”
“...” เธอไม่ตอบทำให้เขารู้ทันที ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดแล้วหอมแก้มซ้ายขวาเป็นการง้อ
“หายยัง”
“พี่ว่าเค้างี่เง่าหรือเปล่า”
“ไม่เลย” ก้มหน้ามองคนตัวเล็กในอ้อมกอดที่เธอมองมาด้วยใบหน้างอน
“ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเธอรักพี่ พี่จะบอกว่าเธองี่เง่าได้ยังไง” ลูบหัวเธอเบาๆ เพื่อให้เธอคลายความกังวล
“ไม่ต้องคิดมาก พี่บอกแล้วว่าจะไม่ทำเธอเสียใจ โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง” เขาเคยสัญญาเอาไว้กับเธอในตอนที่ขอเธอเป็นแฟน ตอนนั้นน้ำใสยังคงกลัวว่าอาจจะเจอกับความผิดหวังเหมือนกับรักครั้งก่อน เธอจึงไม่ยอมรับรักเขาง่ายๆ ซึ่งเขารู้ดี
เธอเลยพูดกับเขาว่าหากจะคบกันต้องไม่มีผู้หญิงคนอื่น หรือหากนอกใจแม้แต่ครั้งเดียวเธอจะขอเลิกกับเขาทันที ไม่มีการให้โอกาส เพราะการไม่นอกใจมันเป็นเรื่องพื้นฐานของชีวิตคู่ เขาจึงตกลงทำตาม และแน่นอนว่าตั้งแต่ที่คบกันมาไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงเข้ามากวนใจเธอเลย
“พี่คะ”
“หืม”
“ของที่เค้าวานให้พี่ช่วยหาให้ได้หรือเปล่าคะ” เมื่อสบายใจแล้วเธอจึงเปลี่ยนเรื่องคุยจะได้ไม่จมอยู่กับเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจนาน
“ได้สิ ระดับนี้แล้ว”
“แล้วของอยู่ไหนคะ ราคาเท่าไหร่” มันคืออะไหล่ของรถที่จางเหว่ยวานให้เธอช่วยหา
“ราคาสามหมื่น ส่งจากต่างประเทศถ้าตกลงรับของก็น่าจะได้อาทิตย์หน้า”
“ขอบคุณนะคะ” ทำตาหวานใส่คนรัก
“แค่พูดว่าขอบคุณเองเหรอ จริง ๆ แล้วต้องมีอะไรอีกนะ” หรี่ตามองคนตัวเล็กกว่า เธอขบเม้มริมฝีปากขวยเขินก่อนเขย่งปลายเท้าตัวเองขึ้น แล้วใช้ริมฝีปากจูบแก้มซ้ายของชายหนุ่มที่ยืนรอให้เธอทำแบบนี้
“เพื่อเธอพี่จะหาให้ทุกอย่าง ต้องการอะไรขอแค่บอก” มือใหญ่ลูบศีรษะเธออย่างเอ็นดู สายตาของเขามองที่เธอหรี่ตาลงอย่างหวานเชื่อม หลงใหลในใบหน้าสวยนั้นที่มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ
หลายวันต่อมาถึงเวลาที่น้ำใสต้องออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดอีกแล้ว ฟีนิกซ์จึงขับรถมาส่งเธอที่หน้าบริษัท“พี่คะเค้าไปก่อนนะ”“เจอกันอาทิตย์หน้า ถึงที่พักแล้วโทรหาด้วย”“อืม” กอดเธอก่อนที่จะแยกกัน ส่วนเขาเองก็ขับรถไปที่ร้าน แม้จะผ่านมาหบายวันแล้วแต่เรื่องที่ทะเลาะกับพ่อยังคงวนเวียนมากวนใจเขาไม่หายพอไปถึงก็เห็นว่าลูกน้องอย่างบอลกำลังเดินออกมาสูบบุหรี่อยู่ใต้ต้นไม้ด้านอกอู่ตามปกติ ฟีนิกซ์เห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับขอบุหรี่ลูกน้อง“ขอตัวหนึ่งดิ” บอลยื่นซองบุหรี่พร้อมกับไฟแช็ก สำหรับจุดไฟให้กับเจ้านายของตน“ซ้อไม่ชอบให้สูบไม่ใช่เหรอเฮีย”“มึงก็อย่าให้เมียกูรู้ดิ มึงไม่บอกกูไม่บอก เมียกูก็ไม่รู้” ปากคาบบุหรี่พร้อมกับจุดไฟที่ส่วนปลายมวน พอมันติดไฟก็รีบสูดควันเข้าไปเต็มปอดก่อนพ่นออกไปบนอากาศ“แค่ได้กลิ่นติดเสื้อผ้าก็รู้แล้วหรือเปล่า”“เมียกูไปต่างจังหวัดอาทิตย์หนึ่ง สูบวันนี้คงไม่ติดไปทั้งเจ็ดวันหรอกมั้ง”“ก็จริงเฮีย” ลูกน้องก็เห็นด้วยพอสูบบุหรี่ก็ทำให้ดีขึ้นมาบ้าง แต่ว่ามันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นเขานั้นอยากดื่มแก้เครียดด้วย“เดี๋ยวมึงไปบอกทุกคนนะว่าเย็นนี้กูเลี้ยงเหล้าที
“ไอ้ฟีนิกซ์!” ชายหนุ่มยิ้มอย่างสะใจเมื่อเห็นสีหน้าของพ่อกำลังโมโหก่อนหยัดกายขึ้นจากเก้าอี้ก้าวถอยออกมาจากโต๊ะอาหาร“ผมไม่อยากพูดมากหรอกนะเรื่องของป๊า แต่ผมขอล่ะ อย่ามายุ่งวุ่นวายกับผมอีก ผมจะทำอะไรที่ไหนก็เรื่องของผม”“แต่แกเป็นลูกป๊า ป๊าไม่อยากให้แกเป็นแค่ไอ้เศษสวะที่ไร้อนาคต ฉันสร้างทุกอย่างเพื่อให้แกกับน้องแกจะได้ไม่ต้องลำบาก พอฉันตายไปบริษัทก็เป็นของพวกแก แค่ขอให้มาช่วยงานทำให้ไม่ได้หรือไง”“งั้นรอป๊าตายก่อนดิ ผมจะมาช่วย”“ไอ้ฟีนิกซ์”ปึ้ง!! เสียงฝ่ามือหยาบตบลงบนโต๊ะด้วยความไม่พอใจอย่างสุดขีดก่อนจะลุกพรวดขึ้นตบหน้าลูกชายอย่างแรงจนหน้าหันตอนนี้ทุกคนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ฟีน่ารีบเข้าไปดึงแขนพ่อของตัวเองส่วน ภิรดา ก็เข้าไปดูใบหน้าของลูกชายมุมปากของเขามีเลือดซึมออกมามือและดวงตาของเธอสั่นเครือ“มันต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือกันเลยหรือไง ลูกอุตส่าห์กลับบ้านมากินข้าวพร้อมหน้ากัน ทำไมต้องทำร้ายกันด้วย” ภริดาหันไปตวาดใส่สามีที่ใช้ความรุนแรงกับลูก“ก็ดูมันพูดกับผมสิดา ดูมันพูดกับพ่อตัวเองสิ ตบแค่นี้ยังถือว่าปรานีมากแล้ว ทำตัวห่าเหว ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ฉันอุตส่าห์จะทำให้มันมีอนาคตที่ดี แล้วดูมั
คฤหาสน์ตระกูล อัครภูมิไพศาลในเย็นวันนั้นน้ำใสและฟีนิกซ์เดินทางไปที่บ้านของชายหนุ่ม เพื่อทานข้าวกับครอบครัว และเป็นการแนะนำตัวของน้ำใสอย่างเป็นทางการกับพ่อแม่ของฝ่ายชายด้วย เธอจึงเลือกชุดที่ดูเป็นกึ่งทางการ สีครีมเรียบร้อย รวบเป็นผมหางม้า แต่งหน้าเบาๆ ด้วยเครื่องสำอางโทนสีนูดหน่อยๆส่วนฟีนิกซ์ก็ยังคงเป็นตัวเอง ที่ชอบใส่เสื้อยืดและกางเกงยีนเช่นเคย“สวัสดีค่ะคุณฟีนิกซ์ คุณท่านรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้วค่ะ” แม่บ้านมารอต้อนรับพร้อมกับเดินนำทางไปยังโต๊ะทานอาหาร ที่ตอนนี้พ่อแม่ และน้องสาวของเขานั่งรออยู่ก่อนแล้ว น้ำใสนั้นยกมือไหว้พ่อและแม่ของเขาพร้อมกับรอยยิ้ม“สวัสดีค่ะ”“สวัสดีจ้ะ นั่งสิลูก เดี๋ยวให้แม่บ้านตักข้าวให้ กินเยอะไหม เอากี่ทัพพีดี” แม่ตอบรับด้วยรอยยิ้ม และถามอย่างเอ็นดู“กับข้าวน่ากินมากเลยค่ะ ขอข้าวเยอะ ๆ ได้ไหมคะคุณแม่” “ได้สิจ๊ะ เต็มที่เลยนะหนูน้ำวันนี้อยากกินอะไรเพิ่มอีกก็บอกแม่ได้”“คุณแม่น่ารักที่สุดเลยค่ะ” เพราะรู้จักและคุ้นเคยกับคุณแม่ของเขาอยู่แล้ว เธอจึงพูดคุยด้วยอย่างเป็นกันเองก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่ข้างแฟนหนุ่ม แต่ก่อนหน้านั้นเขาไม่ลืมที่จะลากเก้าอี้ให้แฟนสาวนั่งก่อน
แกร๊ก! เสียงเปิดประตูทำให้ทั้งสองคนหันไปมองที่ประตูพร้อมกัน“เฮียอยู่นี่ไหม” ฟีน่าเจอกับภาพที่หญิงสาวที่เธอไม่รู้จักกำลังโน้มใบหน้าเข้าหาพี่ชายของเธอที่มีแฟนอยู่แล้ว“กำลังทำอะไรกัน” สีหน้าของฟีน่าแสดงความไม่พอใจพร้อมกับน้ำเสียงที่เข้มขึ้น เว็นดี้รีบผละออกจากฟีนิกซ์เดินออกมาห่างจากเขา หลุบใบหน้าลงไม่กล้าสบตาฟีน่า“ไม่มีอะไร” ฟีนิกซ์ตอบ“เฮีย” ว่ากดเสียงต่ำพร้อมกับสายตาคาดคั้น“ก็มันไม่มีอะไร เมื่อกี้น้องเขาแค่เอาขนมมาให้” ก่อนที่น้ำใสจะเดินตามเข้ามาทีหลัง เลยไม่ทันได้เห็นภาพดังกล่าว“แกจะรีบเดินอะไรขนาดนั้น”“ถ้าแกรีบเดินตามฉันเร็วกว่านี้หน่อยก็คง…” หันไปมองพี่ชายที่กำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาจริงจัง ฟีน่าเองก็รู้อยู่ว่าพี่ชายนั้นเคยผ่านผู้หญิงมามากมาย เธอกลัวว่าพี่ชายจะเป็นคนเจ้าชู้ตอนแรกเลยค้านหัวชนฝาไม่อยากให้พี่เธอคบกับน้ำใสด้วยซ้ำเธอไม่อยากให้น้ำใสต้องมาเสียใจอีกฟีน่าจำได้ดีในตอนที่น้ำใสผิดหวังและเสียใจจากรักครั้งแรกเธอเป็นคนที่อยู่ด้วยในทุกเหตุการณ์เห็นว่าน้ำใสเจ็บปวดและทรมาณมากแค่ไหนกับการถูกหักหลัง พอเห็นน้ำใสเจ็บในใจของฟีน่าเองก็เจ็บไม่ต่างกัน เธอชอบเห็นรอยยิ้มของเพื่อนมากก
วันต่อมาที่ Firaris Industry Co., Ltd. (บริษัท ฟีราริส อินดัสทรี จำกัด) ปึ้ง!!!มือคู่สวยตบลงบนโต๊ะทำทำงานของน้ำใสทำเอาเธอสะดุ้งโหยง จนต้องรีบเงยหน้ามองเจ้าของมือนั้นทันที“เป็นอะไรของแกเนี่ย จู่ๆ ก็มาตบโต๊ะ ใจหายใจคว่ำหมด”“ไปกับฉันหน่อย ตอนนี้!” ฟีน่าดึงแขนเพื่อนสนิทให้ลุกขึ้นตามเธอไป“ไปไหน ตอนนี้ฉันทำงานอยู่”“วางงานอื่นก่อน นี่เป็นคำสั่งซีอีโอเลยนะ” ก่อนจะหันไปบอกหัวหน้างานของน้ำใส“คุณเจี๊ยบคะ ฉันขอยืมตัวของน้ำใสไปหนึ่งวันได้ไหมคะ” “ได้ค่ะคุณ อภิชยา เชิญตามสบายเลยค่ะ” เจี๊ยบไม่ขัดอยู่แล้วเพราะฟีน่าเป็นถึงลูกของเจ้าของบริษัทแถมยังนั่งแท่นกรรมการบริหารด้วยพอลากน้ำใสขึ้นรถมาด้วยแล้วฟีน่าก็ขับรถตรงไปยังร้านของพี่ชาย “มีเรื่องอะไร ถึงลากฉันมาด้วยแบบนี้”“ไปช่วยกันเกลี้ยกล่อมเฮียหน่อย ป๊าโมโหที่เฮียไม่ยอมไปกินข้าวด้วย แถมเฮียน่าจะพูดอะไรที่ทำให้ป๊าไม่พอใจอีกน่ะ ถ้าไม่ไปวันนี้ป๊าคงสั่งคนไปพังร้านเฮียแน่”“มันต้องขนาดนั้นเลยเหรอ”“อืม ป๊ากับเฮียไม่ค่อยลงรอยกันน่ะ ตั้งแต่ขึ้นมัธยมปลายแล้ว เฮียมักจะหลีกเลี่ยงป๊าตลอด เจอหน้ากันก็ทะเลาะกันทุกที”“มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า” “คงงั้นแหละ
หลังจากวางสายฟีนิกซ์ก็ขับรถกลับคอนโดเขาแวะไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตก่อนเพื่อซื้อของตามรายการที่แฟนสาวส่งให้และไม่ลืมที่จะซื้อเนื้อส่วนที่น้ำใสชอบทานมาด้วยพอเสร็จก็กลับไปรอที่คอนโด ฟีนิกซ์เอาของที่ซื้อมาไปวางไว้ในครัวก่อนที่ตัวเขาเองจะเข้าไปอาบน้ำเพื่อล้างตัวจากการทำงานหนักวันนี้ ทั้งกลิ่นเหงื่อและกลิ่นน้ำมันเครื่องติดตัวมาก็ต้องล้างออกให้หมดพออาบน้ำเสร็จก็จับมือถือมานั่งเล่นรอคนรักที่โซฟาหน้าทีวีมีสายเรียกเข้าบนมือถือของเขาสีหน้าอารมณ์ดีกลับแปลเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งทันทีเมื่อรู้ว่าใครโทรมาก่อนกดรับสายพร้อมกับน้ำเสียงไม่สบอารมณ์“ป๊ามีอะไร” (พรุ่งนี้กลับมาทานข้าวที่บ้านหน่อย ป๊ามีเรื่องจะคุยด้วย) “เรื่องอะไรสำคัญมากไหม คุยตอนนี้ก็ได้ ฟังอยู่” (มากินข้าวที่บ้านอยากคุยต่อหน้า) “กินไม่ลง มันอยากจะอ้วก” (ป๊าพยายามพูดดี ๆ กับแกแล้วนะ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้อย่าทำให้มันยาก พรุ่งนี้มาทานข้าวที่บ้านด้วย) “ไม่ไป ถ้าอยากให้ผมไปมากป๊าก็ขับรถมาขอร้องอ้อนวอนผมสิ บางทีผมอาจจะคิดทบทวนอีกที” (อย่าให้ความอดทนป๊าหมดนะฟีนิกซ์) “หมดแล้วไง? ก็หมดไปสิ ใครสน” (แกน่าจะรู้ว่าป๊าทำอะไรได้บ้าง ถ้ายังอยาก





![คลั่งรักสาวขัด[ดอ]ดอก](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

