เข้าสู่ระบบในช่วงบ่ายที่หลายๆ บูธเริ่มทยอยเก็บของแล้ว เพราะงานจัดวันสุดท้ายเป็นวันนี้จางเหว่ยก็กลับมาที่บูธของบริษัทฟีรารีสอีกครั้ง
“สวัสดีค่ะคุณจางเหว่ย มีอะไรให้น้ำช่วยไหมคะ”
“ครับ พอดีว่าผมไปรับรถมือสองมาใหม่แต่พอลองขับแล้วเบรกมันมีปัญหาครับก็เลยกำลังหาซื้อเบรกตัวนี้อยู่ครับ” ยื่นรูปรถที่พึ่งซื้อมาให้น้ำใสดู และรูปของจานเบรกที่พัง
“รถคลาสสิค ปี 2000 สินะคะ”
“ครับ ทางบริษัทพอจะนำเข้ามาบ้างไหมครับ”
“รถคันนี้ซีเรียสว่าต้องเป็นอะไหล่แท้ไหมคะ หรืออะไหล่เทียบได้”
“ไม่ครับ ใช้เทียบได้ พอดีว่าผมจะเอามาใช้ขับไปเที่ยวช่วงวันหยุดนี้ครับ”
“งั้นเป็นตัวนี้เลยค่ะ เรามีของมาด้วยพอดี จะรับเลยไหมคะ”
“งั้นรับเลยครับ”
“ต้องการรับใบกำกับภาษีแบบเต็มไหมคะ”
“ไม่ต้องครับ”
“ได้ค่ะ”
น้ำใสจัดการเตรียมของให้เขา เธอยกกลองที่บรรจุจานเบรกที่เขาต้องการเอาวางไว้ให้บนโต๊ะ หลังจากรับบัตรเครดิตจากเขาเธอก็นำมาชำระเงิน
“ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอขอคุณพร้อมกับส่งรอยยิ้มสวยให้ตามมารยาท
“เช่นกันครับ” เขายิ้มให้พร้อมกับจ้องหน้าเธอไม่วางตาพักหนึ่งราวกับว่าตกอยู่ในภวังค์ ก่อนจะได้สติกลับคืน
“ผมไปก่อนนะครับ เอ่อ…อย่าลืมเรื่องที่ผมฝากนะครับ”
“ได้เลยค่ะ”
หลังจากเขากลับไปพวกเธอก็รีบเก็บของเพื่อจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เวลาผ่านไปกว่าสิบสองชั่วโมง ที่ต้องนั่งในรถทำให้เกิดความเมื่อยล้า เธอเดินทางมาถึงในเวลาช่วงเช้าที่บริษัทเปิดทำการพอดี
แต่ถึงอย่างั้นแล้ว งานของเธอก็ยังไม่เสร็จ ต้องรีบนำเอกสารการขายได้ไปส่งให้กับฝ่ายบัญชีก่อน พอเสร็จจากตรงนั้นก็เตรียมตัวกลับไปพักแล้วค่อยกลับมาทำงานอื่นต่อพรุ่งนี้
“น้ำจะกลับแล้วเหรอ” เจี๊ยบที่กำลังจะเอาเอกสารไปส่งให้ที่สโตร์เพื่อจัดของส่งลูกค้าเอ่ยถามน้ำใส
“ค่ะพี่เจี๊ยบปวดหลังไม่ไหวแล้ว”
“โอเค แยกย้ายไปพักผ่อนเจอกันพรุ่งนี้นะ” ถ้าเสร็จจากตรงนี้เจี๊ยบก็จะกลับบ้านแล้วเหมือนกัน
“บ๊ายบายค่ะพี่”
น้ำใสหลังจากที่มาถึงก็ไม่ลืมที่จะส่งข้อความไปบอกคนรัก พอลงมาถึงหน้าบริษัทก็ไมีใครบางคนมารอเธออยู่ก่อนแล้ว
“พี่คะเค้าเหนื่อยจังเลย ขอกำลังใจหน่อย”
เธอรีบเข้าไปสวมกอดคนรักที่อ้าแขนรอรับเธอ ก่อนจะเขาจะกดจมูกคมหอมลงกลางกระหม่อมเธอด้วยความคิดถึง
“เดี๋ยวพี่พาไปนวด”
“งั้นแวะไปที่ร้านพี่ก่อน เอาของฝากไปให้เด็กที่ร้านพี่ก่อน”
ชายหนุ่มเปิดประตูรถให้คนรักเข้าไปในรถเสร็จแล้วก็ไปนั่งฝั่งคนขับ แล้วขับไปที่สนาม superior race
พอมาถึงน้ำใสก็เอาของมาฝากทุกคนเหมือนเช่นเคย คราวนี้เธอไม่ลืมที่จะซื้อของมาฝากพนักงานใหม่อย่างเว็นดี้ด้วย เพราะครั้งที่แล้วเคยพูดเอาไว้
วันนี้เว็นดี้แต่งหน้าทำผมดูน่ารักด้วยชุดกระโปรงสีหวาน ผมสีดำลอนสวยแถมติดกิ๊บรูปโบสีขาว ขับใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นให้ดูน่ารักขึ้นไปอีกราวกับตุ๊กตา
“เว็นดี้ ไหนบอกว่าลางานไง” ฟีนิกซ์พูดขึ้นทันทีเมื่อเจอเธออยู่ที่ร้าน
“พอดีลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ร้านเมื่อวานค่ะ ก็เลยมาเอา” เด็กสาวตอบพร้อมกับเดินมาหาทั้งสอง น้ำใสเลยถือโอกาสนี้เอาขนมที่ซื้อมาจากต่างจังหวัดยื่นให้
“ของฝากจ้ะ”
“ขอบคุณมากค่ะพี่น้ำใส เยอะมากเลยจะกินคนเดียวหมดไหมเนี่ย” เธอยกถุงขึ้นมองของข้างในเต็มไปด้วยของกิน
“งั้นเอาไปแบ่งให้พี่วินกับไอ้วิคด้วยดิ” ฟีนิกซ์ว่า
“เรื่องอะไรจะแบ่ง พี่น้ำใสซื้อให้หนู หนูจะเก็บไว้กินเอง” เธอทำท่าทางหวงของกินที่น้ำใสซื้อมาให้ ทำให้คนที่มอบให้อดยิ้มดีใจไม่ได้ที่ดูเหมือนว่าคนรับจะชอบมัน
“พี่ฟีนิกซ์ว่าหนูใส่ชุดนี้แล้วดูเป็นไงบ้าง น่ารักไหม” เว็นดี้หมุนตัวซ้ายขวาตรงหน้าฟีนิกซ์ทำเอากระโปรงที่สวมปลิวไปมาจนแทบจะเห็นกางเกงซับใน
“อืม…น่ารักดี” พอได้ยินเขาชมผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าทำให้น้ำใสถึงกับหันไปมองคนรักของตัวเอง เธอรู้สึกหึงเขาอีกแล้ว
“แล้วพี่น้ำล่ะว่าไง” หันมาถามน้ำใสต่อ น้ำใสเงียบไปครู่หนึ่งก่อนรีบตอบ
“น่ารักจ้ะ แล้วแต่งตัวน่ารักขนาดนี้จะไปไหนเหรอ” น้ำใสเอ่ยถามกับเว็นดี้ หญิงสาวนั้นก็ตอบออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“หนูจะไปเซอร์ไพรส์แฟน วันนี้วันเกิดแฟนหนูค่ะ” น้ำใสได้สติมานิดหน่อยจากที่หึง เมื่อได้ยินว่าเว็นดี้นั้นมีแฟนอยู่แล้วทำให้เธอสบายใจเพราะเธอก็ดูรักแฟนเธอดี คงไม่ได้มาคิดอะไรกับฟีนิกซ์ แต่ว่ายังไงน้ำใสก็มีเรื่องต้องเคลียร์กับคนรักตัวเองสักหน่อยที่กล้าชมผู้หญิงอื่นต่อหน้าแฟนตัวเอง
“แฟนหนูชอบให้แต่งตัวน่ารัก หนูไม่มั่นใจว่าชุดนี้น่ารักพอไหม เลยถามพี่ๆ ดู” เธอดูนาฬิกาก่อนจะพูดต่อ
“หนูไปก่อนนะคะ ต้องไปเอาเค้กอีก” หญิงสาวยกมือไหว้ลาทั้งฟีนิกซ์และน้ำใส ก่อนจะยกมือขึ้นมาโบกลาอย่างรีบเร่งพร้อมกับรอยยิ้มอันสดใส
หลังจากเซ็นดี้ออกไปน้ำใสก็ได้ถามกับคนรักในสิ่งที่รู้สึกขุ่นข้องใจเมื่อครู่
“พี่คะ”
“หืม”
“พี่คิดว่าเว็นดี้เป็นยังไงเหรอ”
“แบบไหนล่ะ”
“ก็พี่บอกว่าเว็นดี้น่ารัก”
“ก็น้องมันถามจะให้พี่ตอบยังไง”
“ก็ตอบว่าดูโอเคก็ได้นี่” กอดอกทำหน้างอเง้าแก้มป่อง
“อย่าบอกนะว่าหึงพี่กับเว็นดี้”
“...” เธอไม่ตอบทำให้เขารู้ทันที ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดแล้วหอมแก้มซ้ายขวาเป็นการง้อ
“หายยัง”
“พี่ว่าเค้างี่เง่าหรือเปล่า”
“ไม่เลย” ก้มหน้ามองคนตัวเล็กในอ้อมกอดที่เธอมองมาด้วยใบหน้างอน
“ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเธอรักพี่ พี่จะบอกว่าเธองี่เง่าได้ยังไง” ลูบหัวเธอเบาๆ เพื่อให้เธอคลายความกังวล
“ไม่ต้องคิดมาก พี่บอกแล้วว่าจะไม่ทำเธอเสียใจ โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง” เขาเคยสัญญาเอาไว้กับเธอในตอนที่ขอเธอเป็นแฟน ตอนนั้นน้ำใสยังคงกลัวว่าอาจจะเจอกับความผิดหวังเหมือนกับรักครั้งก่อน เธอจึงไม่ยอมรับรักเขาง่ายๆ ซึ่งเขารู้ดี
เธอเลยพูดกับเขาว่าหากจะคบกันต้องไม่มีผู้หญิงคนอื่น หรือหากนอกใจแม้แต่ครั้งเดียวเธอจะขอเลิกกับเขาทันที ไม่มีการให้โอกาส เพราะการไม่นอกใจมันเป็นเรื่องพื้นฐานของชีวิตคู่ เขาจึงตกลงทำตาม และแน่นอนว่าตั้งแต่ที่คบกันมาไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงเข้ามากวนใจเธอเลย
“พี่คะ”
“หืม”
“ของที่เค้าวานให้พี่ช่วยหาให้ได้หรือเปล่าคะ” เมื่อสบายใจแล้วเธอจึงเปลี่ยนเรื่องคุยจะได้ไม่จมอยู่กับเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจนาน
“ได้สิ ระดับนี้แล้ว”
“แล้วของอยู่ไหนคะ ราคาเท่าไหร่” มันคืออะไหล่ของรถที่จางเหว่ยวานให้เธอช่วยหา
“ราคาสามหมื่น ส่งจากต่างประเทศถ้าตกลงรับของก็น่าจะได้อาทิตย์หน้า”
“ขอบคุณนะคะ” ทำตาหวานใส่คนรัก
“แค่พูดว่าขอบคุณเองเหรอ จริง ๆ แล้วต้องมีอะไรอีกนะ” หรี่ตามองคนตัวเล็กกว่า เธอขบเม้มริมฝีปากขวยเขินก่อนเขย่งปลายเท้าตัวเองขึ้น แล้วใช้ริมฝีปากจูบแก้มซ้ายของชายหนุ่มที่ยืนรอให้เธอทำแบบนี้
“เพื่อเธอพี่จะหาให้ทุกอย่าง ต้องการอะไรขอแค่บอก” มือใหญ่ลูบศีรษะเธออย่างเอ็นดู สายตาของเขามองที่เธอหรี่ตาลงอย่างหวานเชื่อม หลงใหลในใบหน้าสวยนั้นที่มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ
หลังจากกลับมาที่กรุงเทพฯ เว็นดี้ก็เริ่มหางานใหม่เธอส่งใบสมัครไปหลายที่จนกระทั่งได้งานธุรการบัญชีที่บริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทไม่ใหญ่มากแต่เงินเดือนที่ให้ก็ทำให้เธอพอใจ เมื่อเธอมาเริ่มงานวันแรกรุ่นพี่บัญชีคนหนึ่งก็พาเธอเข้าไปแนะนำตัวกับทุกคน “ทุกคนฟังทางนี้นะ วันนี้เรามีน้องบัญชีคนใหม่มา ชื่อน้องเว็นดี้” แล้วรุ่นพี่ก็แนะนำให้เธอรู้จักคนในออฟฟิศประมาณสิบกว่าคน บรรยากาศในที่ทำงานค่อนข้างเป็นกันเอง และเพื่อนที่ทำงานก็อายุไม่ต่างจากเธอมาก “เดี๋ยวพี่พาไปแนะนำกับเจ้านายนะ เรียกเฮียตี๋ก็ได้ ทำงานที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัว เรียกกันเป็นพี่เป็นน้อง” เว็นดี้พยักหน้าเข้าใจ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน “เจ้านายคะ พอดีมีน้องพนักงานใหม่มาจะแนะนำให้รู้จักค่ะ” “อ่า พาเข้ามาสิ” พอข้างในตอบกลับมารุ่นพี่ก็เปิดประตูเข้าไป ภายในห้องทำงานไม่ได้กว้างมากแต่ก็ดูค่อนข้างทันสมัยข้างในมีชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบกลาง ๆ รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาดีผิวสีอ่อนกำลังยืนคุยเล่นกับหญิงสาวอีกคนที่ดูดีเช่นกัน “ซ้อถิงก็อยู่ด้วยพอดีเลย งั้นอิงจะแนะนำให้รู้จักน้องเว็นดี้นะคะ บัญชีคนใหม่ของเรา” “สวัสดีค่
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่เว็นดี้ออกจากร้านของฟีนิกซ์ในวันนั้นทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกแม้เธอจะโทรไปหาทางนั้นก็ไม่ได้รับสายเธอ มีเพียงจดหมายผ่านงานที่ถูกส่งกลับมาที่เธอเท่านั้นพี่ชายทั้งสองคนของเธอก็คอยสอดส่องจับตาดูเธอไม่ให้ออกไปไหนยังดีที่วันนี้เธอต้องกลับบ้าน เพื่อกลับไปทำเรื่องจบที่วิทยาลัยของตนเองรถสองแถวก็หยุดตรงที่หน้าบ้านใหญ่เว็นดี้ลงจากรถโดยสารเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะเจอกับป้าของเธอซึ่งเป็นแม่ของวินเนอร์และวิคเตอร์ที่กำลังนั่งดูข่าวประจำวันทั่วไปอยู่“ป้าวรรณาสวัสดี” เธอกล่าวทักทายป้าของตนพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยท่าทีอันเกรงใจ“ทำไมกลับมาคนเดียววินเนอร์กับวิคเตอร์ไม่มาด้วยล่ะ”“หนูกลับมาแค่สองสามวัน มาทำเรื่องจบที่วิทยาลัยค่ะ”“แล้วแวะมาที่นี่ทำไม”“หนูจะมาเอาเอกสารสำคัญที่บ้านค่ะ”“อืม จบแล้วก็รีบไปหางานทำแม่แกจะได้เลิกไปยืมเงินคนนั้นคนนี้สักทีฉันล่ะเบื่อที่พวกนั้นมาตามเอาที่ฉัน” “ขอโทษค่ะ”“กับข้าวอยู่ในตู้หิวก็ไปตักกิน ตักกลับบ้านไปให้วิไลมันด้วย ไม่รู้ว่ามันกินข้าวบ้างหรือยังวัน ๆ เอาแต่กินเหล้า นี่ไม่เห็นมันมาสองสามวันละ”“ค่ะป้า” แม้จะดูเหมือนวรรณาจะไม่ได้เอ็นดูเว็นดี้มา
“เหนื่อยแล้วค่ะ อยากนอน” พอได้ยินคำพูดของเธอทำเอาเขาถึงกับชักสีหน้า“ได้ยังไง พี่อดทนรอวันนี้มาตั้งเท่าไหร่รู้ไหม” “เท่าไหร่คะ”“เกือบแปดปีเลยนะ”“ก็วันนี้เค้าเหนื่อยนี่ เอาไว้วันพรุ่งนี้นะ” เธอยิ้มระรื่นทำหน้าตาไม่สะทกสะท้านก่อนจะเดินไปยังหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วบรรจงถอดเครื่องประดับที่สวมใส่อยู่ออกทีละชิ้นชายหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนเธอแกล้ง ตั้งแต่ที่กลับมาคบกันเราก็ยังไม่มีอะไรกัน เพราะเธอบอกว่าให้รอหลังแต่งงานเพื่อจะได้พิสูจน์ว่าเขานั้นจริงจังกับความสัมพันธ์นี้แค่ไหนแต่ความอดทนคนเรามันก็มีขีดจำกัด เกือบแปดทีที่ขาดเรื่องอย่างนั้นมาเขาก็ไม่เคยรู้สึกต้องการเท่ากับวันนี้เลย คงเพราะว่าเป็นเธอเขาถึงต้องการ และมีแค่เธอคนเดียวที่ทำให้เขามีความรู้สึกเช่นนั้นชายหนุ่มเดินเข้าไปหาภรรยาจอมดื้อของจะอุ้มเธอขึ้นมาในท่าเจ้าสาว สองเท้าของเธอลอยขึ้นจากพื้นทำเอาเธอใจหายวูบรีบคว้ากอดเข้าไปที่คอของสามีทันควัน“จะทำอะไร”“คนเป็นผัวเป็นเมียกันเขาต้องทำอะไรกันล่ะ เวลานี้” เขาวางเธอลงไปที่เตียงก่อนรีบขึ้นไปคร่อมเธอเอาไว้ กักขังให้เธอไร้ซึ่งทางหนีสายตาของฟีนิกซ์นั้นไม่ธรรมดาเลย เขามองมาที่เธออ
ณ สวนด้านหลังของคฤหาสน์ตระกูลอัครภูมิไพศาลตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยทีมออแกไนซ์ที่รีบตรวจเช็กความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานแต่งงานกันอีกรอบก่อนจะถึงเวลาที่งานจริงจะเริ่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าช่วงเช้าพิธีหมั้นและแต่งแบบไทยที่เชิญแขกคนสำคัญ แขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วในช่วงเย็นเป็นพิธีฉลองมงคลสมรส ที่น้ำใสและฟีนิกซ์ต้องการให้เป็นงานเล็ก ๆ ที่เชิญมาแค่คนที่รู้จักและสนิทกัน เพียงไม่กี่สิบคน อยากให้งานมีความเป็นกันเอง จะได้สนุกกันอย่างเต็มที่ในตอนนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต่างแยกห้องแต่งตัวแต่งหน้าทางน้ำใสแม้จะผ่านพิธีในช่วงเช้ามาแล้ว แต่เธอก็ยังคงรู้สึกประหม่ากับการเป็นเจ้าสาวในวันนี้อยู่ดีทีมช่างแต่งหน้า ทำผม และน้ำอ้อยคอยช่วยแต่งสวยให้น้ำใส เพื่อให้เธอออกมาสวยที่สุดในงานสำคัญของเธอในค่ำคืนนี้ชุดแต่งงานทรงบอลกาวน์เกาะอกสีขาวปักลายลูกไม้อย่างประณีต พร้อมกับประดับด้วยมุก และเม็ดคริสตัลเล็ก ๆ หลายร้อยหลายพันเม็ดทุกขั้นตอนล้วนทำด้วยมืออย่างตั้งใจน้ำอ้อยนั้นอยากให้หลานสาวสวยที่สุดเธอจึงตั้งใจทำชุดออกมาด้วยความใส่ใจ แม้จุดเล็กน้อยเธอก็เก็บรายละเอียดหมดไม่ปล่อยให้พลาด จนออกมา
ริมฝีปากหยักถอนจูบออกก่อนที่จะลงไปจูบส่วนอื่นต่อแต่ทว่าถูกมือเรียวเล็กห้ามปรามไว้ก่อน“มีอะไร”“เค้าเป็นเมน” ประโยคนี้ทำเอาเขารู้สึกว่าเวลามันหยุดหมุนไปทันที“...” ใบหน้าหล่อหงอยลงไปอย่างเห็นได้ชัด รู้เลยว่าเขากำลังเสียดายที่ไม่ได้ทำต่อ“ฝ่าไฟแดงได้นะ พี่ไม่ติด” “แต่เค้าติด”“งั้นถ้าหายแล้วก็ทำได้ใช่ไหม” ถามเธอด้วยแววตาที่เป็นประกายเพราะเขาเองก็ไม่ได้มีเรื่องแบบนี้มานานมากแล้ว แน่นอนว่ามันก็ต้องมีความอยากบ้างเป็นเรื่องปกติ“อืม…อาจจะยังนะ~” แต่คำตอบของเธอก็ทำเอาใจแป้วไปครั้งแล้วครั้งเล่า นี่เธอกำลังจะแกล้งเขาให้คลั่งตายใช่ไหม“ยังติดอะไรอีก”“เราพึ่งกลับมาคบกันเอง เค้าว่ามันเร็วไป”“แต่เรามีลูกสองคนแล้วนะ มันไม่เร็วไปหรอก”“รอให้เค้ามั่นใจอีกนิดหนึ่งได้ไหม” “เมื่อไหร่ล่ะ”“ก็หลังแต่งงาน”“งั้นแต่งเลย พรุ่งนี้แต่งเลย จะโทรไปจองโรงแรมเดี๋ยวนี้เลย” ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาด้วยท่าทีจริงจังถ้าเธอจะพร้อมตอนแต่งงานงั้นเขาก็จะจัดงานแต่งให้เลยทันที เขาเตรียมกดโทรหาเลขาของตนในเวลานี้เพื่อให้ช่วยจัดการธุระด่วนให้ แต่น้ำใสก็รีบเข้ามาห้ามเอาไว้เสียก่อน“ใจเย็น ๆ สิ”“จะใจเย็นอะไรได้อีก ถ้าเธอไม่
ในคืนเดียวกันนั้นเฟลิกซ์และเฟรย่าก็ขอให้ผู้เป็นพ่ออย่างฟีนิกซ์นั้นค้างคืนที่บ้านเพื่อเป็นการยืนยันว่าพ่อจะไม่จากพวกเขาไปไหนอีกน้ำใสกับฟีนิกซ์ก็ไม่ได้ติดขัดอะไรทั้งคู่ก็ยอมให้กับคำขอของลูกทั้งสองขณะที่กำลังนั่งเล่นพูดคุยกันอยู่ที่โซฟารับแขกของบ้าน เด็กน้อย ด้วยความอ่อนเพลียจากการที่เดินไกลมาทั้งวันก็ผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของพ่อและแม่น้ำอ้อยกับภิรดามองเห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร ความคิดเด็กที่ยังไร้เดียงสารู้สึกกลัวว่าพ่อจะทิ้งพวกเขาไปและแค่อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบจึงต้องเดินออกไปตามพ่อกลับมา“น้ำใสจ๊ะ” ภิรดาเอ่ยเรียกชื่อของน้ำใส“คะ?”“แม่ขอคุยกับหนูตามลำพังได้ไหม”“ได้ค่ะ” น้ำใสค่อย ๆ อุ้มลูกฝากเอาไว้ในอ้อมกอดของฟีนิกซ์ก่อนจะพาภิรดาเดินไปคุยเป็นการส่วนตัวที่ห้องกินข้าว“คุณแม่มีอะไรจะคุยกับน้ำเหรอคะ” ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะ“แม่ไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหม”“คุณแม่พูดมาได้เลยค่ะ”“ฟีนิกซ์ลูกชายแม่เขารักหนูมากนะ ถึงในอดีตที่ผ่านมาเขาจะทำผิดกับหนูจนหนูไม่สามารถให้อภัยได้ แต่ความผิดนั้นพ่อของเขาก็เป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น และแม่ก็ผิดด้วยที่บกพร่องที่ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของฟีนิกซ์ให้มากพอหากแม่รู้แม่ก
สองวันต่อมาจากวันครบรอบน้ำใสก็ต้องเดินทางออกต่างจังหวัดไปทำงานเซลล์ของเธอ หลังจากไปเจอลูกค้าและส่งของเสร็จน้ำใสก็ฝากงานไปกับเจี๊ยบเพราะเธอขอลาต่ออีกสี่วันเพื่อที่จะไปเยี่ยมแม่ ไหน ๆ ก็ผ่านบ้านเกิดเธอพอดี รถยนต์ของบริษัทฟีรารีสขับเข้าไปในซอยที่มีบ้านเช่าหลังสีขาว เป็นบ้านสองชั้น ในรั้วไม้ทาสีขาว ภา
ในที่สุดก็ถึงวันครบรอบสี่ปีแล้วหลังเลิกงานน้ำใสเดินทางมารับของขวัญที่สั่งทำให้ฟีนิกซ์ก่อนจะเดินทางไปต่อที่ร้านอาหารสุดหรูที่เราจะไปด้วยกันในวันครบรอบทุกปีเธอจองโต๊ะเอาไว้และไปนั่งรอเขาที่ภัตตาคารหรูที่ตั้งอยู่บนโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง โต๊ะถูกคลุมด้วยผ้าปูสีขาวตรงกลางวางเชิงเทียนเอาไว้พร้อมกับ
หลังจากที่ฟีนิกซ์เดินออกจากห้องไปน้ำใสก็รีบตามไปทันทีเพราะเธอมัวแต่โกรธจนลืมไปว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดคือลูกที่อยู่ในท้องตอนนี้ ทว่าฟีนิกซ์กลับขับรถออกไปด้วยความรวดเร็ว เธอไม่รู้เลยว่าเขาไปที่ไหนในเวลานี้ น้ำใสลองตามไปดูที่อู่ของเขาก็พบว่าปิดไฟมืดสนิท เขาไม่ได้อยู่ที่นั่นส่วนคนอื่น ๆ ก็กลับกันไปหมดแ
Superior raceเวลา 19.25 น.คืนนี้ที่อู่คึกคักเป็นพิเศษเพราะฟีนิกซ์จัดงานเลี้ยงฉลองวันสิ้นปีล่วงหน้าให้กับพนักงาน น้ำใสขอตามมาด้วยซึ่งเขาก็ไม่ได้ห้าม ทว่าทันทีที่เธอเดินเข้ามาในร้าน บรรยากาศกลับเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด พนักงานแต่ละคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะต่างก็รู้ดีว่าช่วงนี้ฟีนิกซ







