Se connecterแกร๊ก!
เสียงเปิดประตูทำให้ทั้งสองคนหันไปมองที่ประตูพร้อมกัน
“เฮียอยู่นี่ไหม” ฟีน่าเจอกับภาพที่หญิงสาวที่เธอไม่รู้จักกำลังโน้มใบหน้าเข้าหาพี่ชายของเธอที่มีแฟนอยู่แล้ว
“กำลังทำอะไรกัน” สีหน้าของฟีน่าแสดงความไม่พอใจพร้อมกับน้ำเสียงที่เข้มขึ้น
เว็นดี้รีบผละออกจากฟีนิกซ์เดินออกมาห่างจากเขา หลุบใบหน้าลงไม่กล้าสบตาฟีน่า
“ไม่มีอะไร” ฟีนิกซ์ตอบ
“เฮีย” ว่ากดเสียงต่ำพร้อมกับสายตาคาดคั้น
“ก็มันไม่มีอะไร เมื่อกี้น้องเขาแค่เอาขนมมาให้”
ก่อนที่น้ำใสจะเดินตามเข้ามาทีหลัง เลยไม่ทันได้เห็นภาพดังกล่าว
“แกจะรีบเดินอะไรขนาดนั้น”
“ถ้าแกรีบเดินตามฉันเร็วกว่านี้หน่อยก็คง…” หันไปมองพี่ชายที่กำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาจริงจัง ฟีน่าเองก็รู้อยู่ว่าพี่ชายนั้นเคยผ่านผู้หญิงมามากมาย เธอกลัวว่าพี่ชายจะเป็นคนเจ้าชู้ตอนแรกเลยค้านหัวชนฝาไม่อยากให้พี่เธอคบกับน้ำใสด้วยซ้ำเธอไม่อยากให้น้ำใสต้องมาเสียใจอีก
ฟีน่าจำได้ดีในตอนที่น้ำใสผิดหวังและเสียใจจากรักครั้งแรกเธอเป็นคนที่อยู่ด้วยในทุกเหตุการณ์เห็นว่าน้ำใสเจ็บปวดและทรมาณมากแค่ไหนกับการถูกหักหลัง พอเห็นน้ำใสเจ็บในใจของฟีน่าเองก็เจ็บไม่ต่างกัน เธอชอบเห็นรอยยิ้มของเพื่อนมากกว่าที่จะเห็นน้ำตา
ฟีน่าคัดค้านการคบกันของทั้งคู่ในตอนแรกแต่ฟีนิกซ์เองก็ให้สัญญาว่าจะไม่ทำให้น้ำใสต้องเสียใจ ส่วนน้ำใสเองก็คงรักพี่ชายของเธอไปแล้วเธอจึงต้องปล่อยให้ทั้งคู่นั้นคบกัน โดยที่เธอเองก็สอดส่องเป็นหูเป็นตาดูพฤติกรรมพี่ชายตัวเองมาโดยตลอดเรื่องผู้หญิง แต่ก็ไม่เคยมีตลอดสามปีที่ผ่านมา จนกระทั่งตอนนี้…
“หมวย” พูดกดเสียงต่ำเป็นการหยุดน้องสาวตัวเองไม่ให้พูดไปมากกว่านี้
“แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใคร”
“เป็นน้องของคนรู้จัก ฝากเข้ามาทำงานด้วย ชื่อเว็นดี้” ตอบน้องสาวก่อนจะแนะนำให้อีกฝ่ายรู้จัก
“เว็นดี้นี่ฟีน่า น้องสาวพี่ แล้วก็เป็นเพื่อนของน้ำใส”
“สวัสดีค่ะ พี่ฟีน่า” เว็นดี้ยกมือไหว้ แต่ฟีน่ากลับมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่มีการรับไหว้จากเธอ ทำให้เว็นดี้หน้าเจื่อน น้ำใสรู้สึกถึงความตึงเครียดในห้องก็อยากจะถามออกไปว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไร แต่เว็นดี้ก็รีบเดินเข้ามากอดแขนเธออย่างสนิทสนม ยิ้มแย้มเช่นทุกครั้ง เหมือนว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
“พี่น้ำหนูไปย้อมผมมาพี่ว่าสวยไหม เข้ากับหน้าหนูหรือเปล่า”
“เข้ากับเว็นดี้มาก”
“ใช่ไหม หนูเลือกตั้งนานกว่าจะได้สีที่ถูกใจ สีเดียวกันเลย” จับผมตัวเองขึ้นมาเทียบเพราะสีที่หญิงสาวทำมานั้นเหมือนกัน
สีหน้าของเว็นดี้ที่คุยกับน้ำใสยิ้มแย้มค่อยๆ จางหายไปเมื่อเห็นว่าฟีน่ามองอย่างไม่ชอบ เว็นดี้เห็นว่าฟีน่าดูจะไม่ชอบเธอจึงขอตัวออกไปก่อน
“หนูกลับไปทำงานก่อนนะคะ”
“อืม” เธอรีบถือถาดออกไปทันที ฟีน่าจึงเดินเข้าไปหาพี่ชาย
“เฮีย ป๊าให้ไปกินข้าวที่บ้านวันนี้”
“บอกป๊าไปแล้วว่าไม่ไป”
“แต่ป๊าม้าอยากเจอเฮีย อยากให้เฮียกลับไปกินข้าวที่บ้านบ้าง”
“ถ้าไปกินกับม้าได้ แต่ถ้ามีป๊าเฮียไม่ไป”
“แต่ป๊าอยากทำความรู้จักกับน้ำด้วยนะ”
“รู้แล้วได้อะไร เคยสนใจด้วย?”
“เพราะเฮียไม่เคยเล่าเรื่องคบกับน้ำให้ป๊าฟังไง ป๊าเลยคิดจะจับคู่เฮียกับลูกเพื่อน ๆ ป๊า หนูเลยรีบบอก ป๊าเลยอยากให้ไปเจอ ไปทำความรู้จัก” น้ำใสรู้สึกหน่วงในใจเล็กน้อยคบกันเกือบสี่ปีเขาไม่เคยแม้แต่จะพูดเรื่องความสัมพันธ์ของเราให้พ่อฟังเลยเหรอ
“ก็นึกว่ารู้อยู่แล้ว เฮียก็ไม่ได้ปิดบังนี่ ไปไหนมาไหนด้วยกันก็เปิดเผยตลอด ไปรับไปส่งที่บริษัทป๊าก็เคยเห็นผ่านตาบ้างล่ะมั้ง”
“แต่ป๊าคิดว่าเฮียไม่ได้…”
“ไม่ได้จริงจัง? จะบอกอย่างนั้นใช่ไหม?”
“ใช่ นี่คือเหตุผลที่เฮียต้องไปนะ”
“งั้นเดี๋ยวโทรไปบอกเดี๋ยวนี้เลย” หยิบมือถือขึ้นมากำลังจะกดโทรหาพ่อ แต่น้องสาวคว้ามือถือเอาไว้
“เรื่องสำคัญมันต้องคุยต่อหน้า เฮียควรให้เกียรติน้ำบ้างนะ คบกันมาก็หลายปีแล้วควรพาไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการบ้างได้แล้ว” ฟีนิกซ์นิ่งเงียบไปแต่สายตามองไปที่หน้าของน้ำใส
“น้ำแกช่วยพูดหน่อยสิ” ฟีน่าเอ่ยร้องขอน้ำใสตอนนี้เธอควรจะพูดอะไรสักอย่างใช่ไหม
น้ำใสเดินเข้าไปใกล้แฟนของเธอก่อนเอ่ยพูดกับเขาอย่างใจเย็น ไม่รู้ว่าการเกลี้ยกล่อมของเธอจะได้ผลไหม แต่หากเธอพูดไปแล้วเขาไม่อยากไปเธอก็จะไม่ฝืนพูดต่อ
“พี่คะ” กุมมือของเขาอย่างแผ่วเบา
“หนูไม่รู้หรอกนะว่าพี่ทะเลาะหรือมีปัญหาอะไรกับพ่อ แต่อย่างน้อยเราควรไปเจอพวกท่านนะคะ ยังไงซะพวกท่านก็คือพ่อกับแม่ คุณแม่จะต้องรอกินข้าวพร้อมหน้าอยู่แน่ๆ หนูรู้ว่าพี่รัก แม่มากอย่างน้อยก็เห็นแก่คุณแม่ได้ไหมคะ” น้ำใสรู้ดีว่าฟีนิกซ์นั้นเวลาคุยโทรศัพท์กับพ่อและแม่ มักจะให้อารมณ์ความรู้สึกที่ต่างกัน ฟีนิกซ์จะดูอ่อนโยนเวลาคุยกับแม่มาก เหมือนว่าจะแคร์ความรู้สึกของแม่มากกว่า แม่ของเขารู้ว่าน้ำใสและฟีนิกซ์คบกันเคยเจอกันและกินข้าวด้วยกันบ่อย ๆ แต่กับพ่อนั้นเขาไม่เคยพาไปเจอ ทำความรู้จัก แม้เธอเองจะทำงานที่บริษัทของเขา แต่พ่อของเขานั้นก็ไม่ได้มาสนใจเธอสักเท่าไหร่
ฟีนิกซ์ถอนหายใจออกมาก่อนจะตอบตกลงด้วยการพยักหน้าเบาๆ กับคนรักเป็นการตกลง
หลังจากกลับมาที่กรุงเทพฯ เว็นดี้ก็เริ่มหางานใหม่เธอส่งใบสมัครไปหลายที่จนกระทั่งได้งานธุรการบัญชีที่บริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทไม่ใหญ่มากแต่เงินเดือนที่ให้ก็ทำให้เธอพอใจ เมื่อเธอมาเริ่มงานวันแรกรุ่นพี่บัญชีคนหนึ่งก็พาเธอเข้าไปแนะนำตัวกับทุกคน “ทุกคนฟังทางนี้นะ วันนี้เรามีน้องบัญชีคนใหม่มา ชื่อน้องเว็นดี้” แล้วรุ่นพี่ก็แนะนำให้เธอรู้จักคนในออฟฟิศประมาณสิบกว่าคน บรรยากาศในที่ทำงานค่อนข้างเป็นกันเอง และเพื่อนที่ทำงานก็อายุไม่ต่างจากเธอมาก “เดี๋ยวพี่พาไปแนะนำกับเจ้านายนะ เรียกเฮียตี๋ก็ได้ ทำงานที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัว เรียกกันเป็นพี่เป็นน้อง” เว็นดี้พยักหน้าเข้าใจ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน “เจ้านายคะ พอดีมีน้องพนักงานใหม่มาจะแนะนำให้รู้จักค่ะ” “อ่า พาเข้ามาสิ” พอข้างในตอบกลับมารุ่นพี่ก็เปิดประตูเข้าไป ภายในห้องทำงานไม่ได้กว้างมากแต่ก็ดูค่อนข้างทันสมัยข้างในมีชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบกลาง ๆ รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาดีผิวสีอ่อนกำลังยืนคุยเล่นกับหญิงสาวอีกคนที่ดูดีเช่นกัน “ซ้อถิงก็อยู่ด้วยพอดีเลย งั้นอิงจะแนะนำให้รู้จักน้องเว็นดี้นะคะ บัญชีคนใหม่ของเรา” “สวัสดีค่
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่เว็นดี้ออกจากร้านของฟีนิกซ์ในวันนั้นทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกแม้เธอจะโทรไปหาทางนั้นก็ไม่ได้รับสายเธอ มีเพียงจดหมายผ่านงานที่ถูกส่งกลับมาที่เธอเท่านั้นพี่ชายทั้งสองคนของเธอก็คอยสอดส่องจับตาดูเธอไม่ให้ออกไปไหนยังดีที่วันนี้เธอต้องกลับบ้าน เพื่อกลับไปทำเรื่องจบที่วิทยาลัยของตนเองรถสองแถวก็หยุดตรงที่หน้าบ้านใหญ่เว็นดี้ลงจากรถโดยสารเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะเจอกับป้าของเธอซึ่งเป็นแม่ของวินเนอร์และวิคเตอร์ที่กำลังนั่งดูข่าวประจำวันทั่วไปอยู่“ป้าวรรณาสวัสดี” เธอกล่าวทักทายป้าของตนพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยท่าทีอันเกรงใจ“ทำไมกลับมาคนเดียววินเนอร์กับวิคเตอร์ไม่มาด้วยล่ะ”“หนูกลับมาแค่สองสามวัน มาทำเรื่องจบที่วิทยาลัยค่ะ”“แล้วแวะมาที่นี่ทำไม”“หนูจะมาเอาเอกสารสำคัญที่บ้านค่ะ”“อืม จบแล้วก็รีบไปหางานทำแม่แกจะได้เลิกไปยืมเงินคนนั้นคนนี้สักทีฉันล่ะเบื่อที่พวกนั้นมาตามเอาที่ฉัน” “ขอโทษค่ะ”“กับข้าวอยู่ในตู้หิวก็ไปตักกิน ตักกลับบ้านไปให้วิไลมันด้วย ไม่รู้ว่ามันกินข้าวบ้างหรือยังวัน ๆ เอาแต่กินเหล้า นี่ไม่เห็นมันมาสองสามวันละ”“ค่ะป้า” แม้จะดูเหมือนวรรณาจะไม่ได้เอ็นดูเว็นดี้มา
“เหนื่อยแล้วค่ะ อยากนอน” พอได้ยินคำพูดของเธอทำเอาเขาถึงกับชักสีหน้า“ได้ยังไง พี่อดทนรอวันนี้มาตั้งเท่าไหร่รู้ไหม” “เท่าไหร่คะ”“เกือบแปดปีเลยนะ”“ก็วันนี้เค้าเหนื่อยนี่ เอาไว้วันพรุ่งนี้นะ” เธอยิ้มระรื่นทำหน้าตาไม่สะทกสะท้านก่อนจะเดินไปยังหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วบรรจงถอดเครื่องประดับที่สวมใส่อยู่ออกทีละชิ้นชายหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนเธอแกล้ง ตั้งแต่ที่กลับมาคบกันเราก็ยังไม่มีอะไรกัน เพราะเธอบอกว่าให้รอหลังแต่งงานเพื่อจะได้พิสูจน์ว่าเขานั้นจริงจังกับความสัมพันธ์นี้แค่ไหนแต่ความอดทนคนเรามันก็มีขีดจำกัด เกือบแปดทีที่ขาดเรื่องอย่างนั้นมาเขาก็ไม่เคยรู้สึกต้องการเท่ากับวันนี้เลย คงเพราะว่าเป็นเธอเขาถึงต้องการ และมีแค่เธอคนเดียวที่ทำให้เขามีความรู้สึกเช่นนั้นชายหนุ่มเดินเข้าไปหาภรรยาจอมดื้อของจะอุ้มเธอขึ้นมาในท่าเจ้าสาว สองเท้าของเธอลอยขึ้นจากพื้นทำเอาเธอใจหายวูบรีบคว้ากอดเข้าไปที่คอของสามีทันควัน“จะทำอะไร”“คนเป็นผัวเป็นเมียกันเขาต้องทำอะไรกันล่ะ เวลานี้” เขาวางเธอลงไปที่เตียงก่อนรีบขึ้นไปคร่อมเธอเอาไว้ กักขังให้เธอไร้ซึ่งทางหนีสายตาของฟีนิกซ์นั้นไม่ธรรมดาเลย เขามองมาที่เธออ
ณ สวนด้านหลังของคฤหาสน์ตระกูลอัครภูมิไพศาลตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยทีมออแกไนซ์ที่รีบตรวจเช็กความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานแต่งงานกันอีกรอบก่อนจะถึงเวลาที่งานจริงจะเริ่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าช่วงเช้าพิธีหมั้นและแต่งแบบไทยที่เชิญแขกคนสำคัญ แขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วในช่วงเย็นเป็นพิธีฉลองมงคลสมรส ที่น้ำใสและฟีนิกซ์ต้องการให้เป็นงานเล็ก ๆ ที่เชิญมาแค่คนที่รู้จักและสนิทกัน เพียงไม่กี่สิบคน อยากให้งานมีความเป็นกันเอง จะได้สนุกกันอย่างเต็มที่ในตอนนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต่างแยกห้องแต่งตัวแต่งหน้าทางน้ำใสแม้จะผ่านพิธีในช่วงเช้ามาแล้ว แต่เธอก็ยังคงรู้สึกประหม่ากับการเป็นเจ้าสาวในวันนี้อยู่ดีทีมช่างแต่งหน้า ทำผม และน้ำอ้อยคอยช่วยแต่งสวยให้น้ำใส เพื่อให้เธอออกมาสวยที่สุดในงานสำคัญของเธอในค่ำคืนนี้ชุดแต่งงานทรงบอลกาวน์เกาะอกสีขาวปักลายลูกไม้อย่างประณีต พร้อมกับประดับด้วยมุก และเม็ดคริสตัลเล็ก ๆ หลายร้อยหลายพันเม็ดทุกขั้นตอนล้วนทำด้วยมืออย่างตั้งใจน้ำอ้อยนั้นอยากให้หลานสาวสวยที่สุดเธอจึงตั้งใจทำชุดออกมาด้วยความใส่ใจ แม้จุดเล็กน้อยเธอก็เก็บรายละเอียดหมดไม่ปล่อยให้พลาด จนออกมา
ริมฝีปากหยักถอนจูบออกก่อนที่จะลงไปจูบส่วนอื่นต่อแต่ทว่าถูกมือเรียวเล็กห้ามปรามไว้ก่อน“มีอะไร”“เค้าเป็นเมน” ประโยคนี้ทำเอาเขารู้สึกว่าเวลามันหยุดหมุนไปทันที“...” ใบหน้าหล่อหงอยลงไปอย่างเห็นได้ชัด รู้เลยว่าเขากำลังเสียดายที่ไม่ได้ทำต่อ“ฝ่าไฟแดงได้นะ พี่ไม่ติด” “แต่เค้าติด”“งั้นถ้าหายแล้วก็ทำได้ใช่ไหม” ถามเธอด้วยแววตาที่เป็นประกายเพราะเขาเองก็ไม่ได้มีเรื่องแบบนี้มานานมากแล้ว แน่นอนว่ามันก็ต้องมีความอยากบ้างเป็นเรื่องปกติ“อืม…อาจจะยังนะ~” แต่คำตอบของเธอก็ทำเอาใจแป้วไปครั้งแล้วครั้งเล่า นี่เธอกำลังจะแกล้งเขาให้คลั่งตายใช่ไหม“ยังติดอะไรอีก”“เราพึ่งกลับมาคบกันเอง เค้าว่ามันเร็วไป”“แต่เรามีลูกสองคนแล้วนะ มันไม่เร็วไปหรอก”“รอให้เค้ามั่นใจอีกนิดหนึ่งได้ไหม” “เมื่อไหร่ล่ะ”“ก็หลังแต่งงาน”“งั้นแต่งเลย พรุ่งนี้แต่งเลย จะโทรไปจองโรงแรมเดี๋ยวนี้เลย” ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาด้วยท่าทีจริงจังถ้าเธอจะพร้อมตอนแต่งงานงั้นเขาก็จะจัดงานแต่งให้เลยทันที เขาเตรียมกดโทรหาเลขาของตนในเวลานี้เพื่อให้ช่วยจัดการธุระด่วนให้ แต่น้ำใสก็รีบเข้ามาห้ามเอาไว้เสียก่อน“ใจเย็น ๆ สิ”“จะใจเย็นอะไรได้อีก ถ้าเธอไม่
ในคืนเดียวกันนั้นเฟลิกซ์และเฟรย่าก็ขอให้ผู้เป็นพ่ออย่างฟีนิกซ์นั้นค้างคืนที่บ้านเพื่อเป็นการยืนยันว่าพ่อจะไม่จากพวกเขาไปไหนอีกน้ำใสกับฟีนิกซ์ก็ไม่ได้ติดขัดอะไรทั้งคู่ก็ยอมให้กับคำขอของลูกทั้งสองขณะที่กำลังนั่งเล่นพูดคุยกันอยู่ที่โซฟารับแขกของบ้าน เด็กน้อย ด้วยความอ่อนเพลียจากการที่เดินไกลมาทั้งวันก็ผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของพ่อและแม่น้ำอ้อยกับภิรดามองเห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร ความคิดเด็กที่ยังไร้เดียงสารู้สึกกลัวว่าพ่อจะทิ้งพวกเขาไปและแค่อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบจึงต้องเดินออกไปตามพ่อกลับมา“น้ำใสจ๊ะ” ภิรดาเอ่ยเรียกชื่อของน้ำใส“คะ?”“แม่ขอคุยกับหนูตามลำพังได้ไหม”“ได้ค่ะ” น้ำใสค่อย ๆ อุ้มลูกฝากเอาไว้ในอ้อมกอดของฟีนิกซ์ก่อนจะพาภิรดาเดินไปคุยเป็นการส่วนตัวที่ห้องกินข้าว“คุณแม่มีอะไรจะคุยกับน้ำเหรอคะ” ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะ“แม่ไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหม”“คุณแม่พูดมาได้เลยค่ะ”“ฟีนิกซ์ลูกชายแม่เขารักหนูมากนะ ถึงในอดีตที่ผ่านมาเขาจะทำผิดกับหนูจนหนูไม่สามารถให้อภัยได้ แต่ความผิดนั้นพ่อของเขาก็เป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น และแม่ก็ผิดด้วยที่บกพร่องที่ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของฟีนิกซ์ให้มากพอหากแม่รู้แม่ก
สองวันต่อมาจากวันครบรอบน้ำใสก็ต้องเดินทางออกต่างจังหวัดไปทำงานเซลล์ของเธอ หลังจากไปเจอลูกค้าและส่งของเสร็จน้ำใสก็ฝากงานไปกับเจี๊ยบเพราะเธอขอลาต่ออีกสี่วันเพื่อที่จะไปเยี่ยมแม่ ไหน ๆ ก็ผ่านบ้านเกิดเธอพอดี รถยนต์ของบริษัทฟีรารีสขับเข้าไปในซอยที่มีบ้านเช่าหลังสีขาว เป็นบ้านสองชั้น ในรั้วไม้ทาสีขาว ภา
ในที่สุดก็ถึงวันครบรอบสี่ปีแล้วหลังเลิกงานน้ำใสเดินทางมารับของขวัญที่สั่งทำให้ฟีนิกซ์ก่อนจะเดินทางไปต่อที่ร้านอาหารสุดหรูที่เราจะไปด้วยกันในวันครบรอบทุกปีเธอจองโต๊ะเอาไว้และไปนั่งรอเขาที่ภัตตาคารหรูที่ตั้งอยู่บนโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง โต๊ะถูกคลุมด้วยผ้าปูสีขาวตรงกลางวางเชิงเทียนเอาไว้พร้อมกับ
หลังจากที่ฟีนิกซ์เดินออกจากห้องไปน้ำใสก็รีบตามไปทันทีเพราะเธอมัวแต่โกรธจนลืมไปว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดคือลูกที่อยู่ในท้องตอนนี้ ทว่าฟีนิกซ์กลับขับรถออกไปด้วยความรวดเร็ว เธอไม่รู้เลยว่าเขาไปที่ไหนในเวลานี้ น้ำใสลองตามไปดูที่อู่ของเขาก็พบว่าปิดไฟมืดสนิท เขาไม่ได้อยู่ที่นั่นส่วนคนอื่น ๆ ก็กลับกันไปหมดแ
Superior raceเวลา 19.25 น.คืนนี้ที่อู่คึกคักเป็นพิเศษเพราะฟีนิกซ์จัดงานเลี้ยงฉลองวันสิ้นปีล่วงหน้าให้กับพนักงาน น้ำใสขอตามมาด้วยซึ่งเขาก็ไม่ได้ห้าม ทว่าทันทีที่เธอเดินเข้ามาในร้าน บรรยากาศกลับเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด พนักงานแต่ละคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะต่างก็รู้ดีว่าช่วงนี้ฟีนิกซ





![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

