LOGINคฤหาสน์ตระกูล อัครภูมิไพศาล
ในเย็นวันนั้นน้ำใสและฟีนิกซ์เดินทางไปที่บ้านของชายหนุ่ม เพื่อทานข้าวกับครอบครัว และเป็นการแนะนำตัวของน้ำใสอย่างเป็นทางการกับพ่อแม่ของฝ่ายชายด้วย เธอจึงเลือกชุดที่ดูเป็นกึ่งทางการ สีครีมเรียบร้อย รวบเป็นผมหางม้า แต่งหน้าเบาๆ ด้วยเครื่องสำอางโทนสีนูดหน่อยๆ
ส่วนฟีนิกซ์ก็ยังคงเป็นตัวเอง ที่ชอบใส่เสื้อยืดและกางเกงยีนเช่นเคย
“สวัสดีค่ะคุณฟีนิกซ์ คุณท่านรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้วค่ะ” แม่บ้านมารอต้อนรับพร้อมกับเดินนำทางไปยังโต๊ะทานอาหาร ที่ตอนนี้พ่อแม่ และน้องสาวของเขานั่งรออยู่ก่อนแล้ว น้ำใสนั้นยกมือไหว้พ่อและแม่ของเขาพร้อมกับรอยยิ้ม
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีจ้ะ นั่งสิลูก เดี๋ยวให้แม่บ้านตักข้าวให้ กินเยอะไหม เอากี่ทัพพีดี” แม่ตอบรับด้วยรอยยิ้ม และถามอย่างเอ็นดู
“กับข้าวน่ากินมากเลยค่ะ ขอข้าวเยอะ ๆ ได้ไหมคะคุณแม่”
“ได้สิจ๊ะ เต็มที่เลยนะหนูน้ำวันนี้อยากกินอะไรเพิ่มอีกก็บอกแม่ได้”
“คุณแม่น่ารักที่สุดเลยค่ะ” เพราะรู้จักและคุ้นเคยกับคุณแม่ของเขาอยู่แล้ว เธอจึงพูดคุยด้วยอย่างเป็นกันเอง
ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่ข้างแฟนหนุ่ม แต่ก่อนหน้านั้นเขาไม่ลืมที่จะลากเก้าอี้ให้แฟนสาวนั่งก่อน
“ขอบคุณค่ะ”
ตอนนี้ทั้งห้าคนได้ร่วมโต๊ะทานอาหารกันแล้ว ดูเหมือนว่าคนที่มีความสุขที่สุดคงจะหนีไม่พ้นแม่ของฟีนิกซ์ที่แววตาของเธอเปล่งประกายเมื่อมองไปรอบโต๊ะอาหาร
“วันนี้แม่ทำของโปรดของทุกคนมาให้หมดเลยนะ” น้ำใสมองดูจานอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ละจานอาหารถูกตกแต่งด้วยผักที่แกะสลักอย่างประณีตสวยงาม ซึ่งเธอไม่แปลกใจเลยในความจริงแล้วแม่ของฟีนิกซ์นั้นมีสืบเชื้อสายมาจากในวังคุณยายของฟีนิกซ์มียศเป็นหม่อมหลวงแต่ก็แต่งงานกับสามัญชน ทำให้แม่ของเขาเป็นเพียงสามัญชนธรรมดา แต่การเรียนรู้สูตรอาหารชาววังและกิริยามารยาทนั้นยังคงได้สืบทอดมา
แต่ดูเหมือนว่าจะจบที่รุ่นของแม่เพราะยัยฟีน่าดูเหมือนจะทำอาหารไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ และไม่ใช่คนที่เรียบร้อยละเอียดอ่อนสักเท่าไหร่ด้วย ในมื้ออาหารไม่ได้มีเพียงของโปรดคนในครอบครัวแต่รวมไปถึงเมนูโปรดของน้ำใสด้วย คุณแม่ของแฟนหนุ่มใส่ใจทุกคนมากจริงๆ
“ของโปรดทั้งนั้นเลยค่ะม้า” ฟีน่าว่า
“งั้นก็กินเยอะๆ นะลูกนะ นานแล้วนะที่ได้มานั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันแบบนี้” แม่ตักอาหารที่ลูกชอบใส่ในจานให้ทั้งสองคนไม่ลืมที่จะตักให้สามีและน้ำใสด้วย ก่อนจะตักลงจานของตัวเองเป็นคนสุดท้าย น้ำใสตักอาหารในจานทานด้วยความอร่อย
“คุณแม่รู้ได้ยังไงเหรอคะว่าหนูชอบกินเนื้อตุ๋น”
“ฟีน่าบอกแม่น่ะ”
“ใช่แกชอบกินเนื้อตุ๋น เนื้อย่าง แล้วก็เนื้อผัดเต้าหู้ แม่ฉันทำให้เป็นพิเศษเลยนะ”
“เกรงใจคุณแม่แย่เลยค่ะ”
“ไม่เป็นไร แม่ก็รู้จักหนูน้ำใสมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยฟีน่าชอบเล่าเรื่องหนูให้แม่ฟังบ่อยๆ”
“เล่าอะไรให้แม่ฟังเหรอ เรื่องดีหรือเปล่าเนี่ย” หันไปถามเพื่อน
“จะบ้าเหรอ ฉันไม่ขายแกหรอกน่า ไว้ใจได้”
“ไม่มีอะไรไม่ดีเลยจ้ะ ฟีน่ามักจะชมหนูให้แม่ฟังบ่อยเลยด้วยซ้ำ”
“เห็นไหมล่ะ”
“ทำดี ทำดี” กันไปพูดกระวิบกระซาบกันสองคน
“ตอนนี้หนูก็มาเป็นแฟนฟีนิกซ์อีก ก็เหมือนเป็นลูกแม่คนไปแล้ว อย่าคิดมากเรื่องนั้นเลยนะ”
“คุณแม่ใจดีที่สุดเลยค่ะ” แม่ของฟีนิกซ์เป็นคนที่ใจดี ทำให้เธอนึกถึงแม่ที่ต่างจังหวัด หากมีเวลาว่างเธอก็จะไปเยี่ยมแม่ และคอยส่งเงินไปให้ใช้ทุกเดือนโทรหาทุกวัน ตอนนี้แม่ยังคงเปิดร้านซ่อมผ้าอยู่เหมือนเดิมแม้เงินที่ส่งให้นั้นพอให้แม่อยู่ได้แต่แม่ไม่ชอบอยู่เฉย ๆ รอเงินจากลูก เธอหวังว่าวันหนึ่งเธอจะมีธุรกิจ มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง แม่จะได้ไม่ต้องลำบากอีกแล้ว
ขณะที่คุยกันเธอปรายหางตาสังเกตเห็นว่าแฟนหนุ่มวางช้อนส้อมบนจานแล้ว
“อิ่มแล้วเหรอลูก ทำไมไม่กินเยอะ ๆล่ะ มันไม่ถูกปากเหรอลูก” แม่ของชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยสีหน้ากังวล
“อาหารของแม่อร่อยมากครับแต่ผมไม่ค่อยหิว”
“กินเข้าไปเยอะๆ สิ อันนี้ก็ของโปรดแกไม่ใช่เหรอ หืม? ท่าทางของฤทธานั้นดูปกติออกไปทางห่วงใยลูกชายแถมยังพูดจาดี น้ำใสมองแบบนั้น ก็ได้แต่ตั้งคำถามในใจว่าทำไมฟีนิกซ์ถึงไม่ชอบพ่อตัวเอง
“ก็ผมบอกพ่อแล้วไงว่ากินไม่ลง”
“ม้าแกอุตส่าห์ตั้งใจทำกินสิ อันนี้ก็ของโปรดแกเลยนี่ งั้นเดี๋ยวป๊าตักให้…” ฟีนิกซ์ดันจานตัวเองออกไปด้านข้างเป็นการปฏิเสธว่าไม่รับ
“พ่อมีเรื่องอะไรก็พูดกับผมมาเลยเถอะ เข้าเรื่องเลย ผมจะได้รีบกลับ” ฤทธา พ่อของฟีนิกซ์วางช้อนส้อมลงเช่นกันมองหน้าลูกชายและเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทีสบายๆ เหมือนว่าเขาเองก็ไม่ได้มีความโกรธในท่าทางของฟีนิกซ์ที่มีต่อเขาเลย จนน้ำใสอดคิดไม่ได้ว่าอะไรที่ทำให้เขาโกรธพ่อได้
“แล้วไม่คิดจะแนะนำแฟนแกให้ป๊ารู้จักบ้างหรือไง”
“ชื่อน้ำใส” ตอบพ่อไปด้วยน้ำเสียงห้วน
“อ๋อ น้ำใสใช่ไหม” ฤทธาหันหน้าไปทาง
“ค่ะ” เธอพยักหน้าตอบ
“หนูทำยอดได้เยอะมาก ป๊าขอบใจมากนะ”
“หนูแค่ทำตามหน้าที่ค่ะ”
“ป๊าว่าความสามารถหนูจะพาไปได้ไกลกว่านี้ อยากลองทำงานที่ใหญ่ขึ้นดูไหม”
“ไม่ แค่นี้ก็พอแล้ว” ฟีนิกซ์ตอบแทน
“ไม่รู้หรอกนะว่าป๊าคิดจะทำอะไร แต่อย่ายุ่งกับน้ำใสอย่าดึงเธอไปเกี่ยว”
“ป๊าก็แค่อยากให้แฟนแกทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้น แกอยากให้แฟนแกอยู่แค่ตำแหน่งเซลล์ขายของตามต่างจังหวัดตลอดไปเลยหรือไง”
“เดี๋ยวน้ำก็จะมาช่วยงานผมที่ร้านแล้ว ไม่จำเป็นต้องปรับอะไรในบริษัท”
“ร้านแกเป็นยังไงบ้างล่ะ ผลประกอบการดีไหม”
“ทำไมจะไม่ดีล่ะ”
“คิดวางแผนขยายสาขาหรือเปล่า”
“แค่ร้านเดียวก็งานเยอะจนจะไม่มีเวลาว่างอยู่แล้ว”
“นั่นแหละดี ถ้าลูกค้าเยอะถือเป็นโอกาสดีเลยนะรู้ไหม แกควรคิดขยายสาขา จะได้รองรับคนมากขึ้นไง เรื่องเงินทุนไม่ต้องห่วงป๊าช่วยแกได้”
“ผมไม่เอาเงินของป๊าหรอก ไม่อยากได้” เขาเริ่มทำอยู่แล้ว ที่ตอบไปแบบนั้นแค่ไม่อยากให้พ่อต้องมาสนใจเรื่องของเขา
“...” เขามองหน้าลูกชายโดยไม่มีทีท่าโกรธ
“ทำแค่ร้านเล็กๆ ไปสิบปียี่สิบปีมันก็ไม่รวยขึ้นหรอก”
“ป๊าเป็นหมอดูเหรอถึงได้รู้อนาคตร้านผมได้”
“ป๊าอาบน้ำร้อนมาก่อนทำไมจะไม่รู้ล่ะ ทำแค่นั้นมันก็ได้แค่นั้น คิดให้ใหญ่คิดให้ไกล แล้วถ้าแกแต่งงานมีลูกแกจะเลี้ยงดูครอบครัวให้สุขสบายได้เหรอเงินจากร้านแค่นั้น”
“สุขสบายแบบที่ป๊าทำน่ะเหรอ ต้องแลกกับอะไรไปบ้างล่ะ ผมต้องทำแบบที่ป๊าทำด้วยไหม ถึงจะเจริญ ให้ผมพูดให้ฟังไหม” เขามองหน้าพ่อก่อนหยัดยิ้ม เพราะเขารู้ว่าพ่อนั้นพยายามปกปิดเรื่องที่ทำกับครอบครัว สิ่งที่เขาต้องแลกมาเพื่อให้ธุรกิจไปได้สวย ซึ่งฟีนิกซ์เองก็ไปรู้ความลับนี้เข้าโดยบังเอิญ ทำให้เขาเกลียดพ่อมาจนถึงทุกวันนี้ แต่เขาเองก็ไม่กล้าบอกแม่หรือน้องสาว กลัวว่าทั้งสองคนจะเสียใจ
“ฟีนิกซ์” ฤทธาดูจะจริงจังมากขึ้นจนบรรยากาศรอบข้างเริ่มไม่สู้ดี
“งั้นป๊าพูดมาเลยดีกว่า ว่าที่เรียกมาต้องการอะไร เอาให้จบๆ ไป ผมอยากกลับแล้ว เหนื่อย”
“ป๊าอยากให้แกมาช่วยงานที่บริษัท เหมือนกับฟีน่า ร้านของแกน่ะจะทำต่อก็ได้ ป๊าไม่ได้ห้าม หรือจะเอาเข้ามาอยู่ในบริษัทก็ได้ จะได้บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น”
“เอาจริงไหม ผมไม่อยากข้องเกี่ยวกับธุรกิจของป๊า ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากข้องเกี่ยวกับป๊าด้วย ถึงขั้นไม่อยากเรียกว่าป๊าว่าป๊า ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากเกิดเป็นลูกป๊าด้วยซ้ำ”
“ไอ้ฟีนิกซ์!”
หลังจากกลับมาที่กรุงเทพฯ เว็นดี้ก็เริ่มหางานใหม่เธอส่งใบสมัครไปหลายที่จนกระทั่งได้งานธุรการบัญชีที่บริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทไม่ใหญ่มากแต่เงินเดือนที่ให้ก็ทำให้เธอพอใจ เมื่อเธอมาเริ่มงานวันแรกรุ่นพี่บัญชีคนหนึ่งก็พาเธอเข้าไปแนะนำตัวกับทุกคน “ทุกคนฟังทางนี้นะ วันนี้เรามีน้องบัญชีคนใหม่มา ชื่อน้องเว็นดี้” แล้วรุ่นพี่ก็แนะนำให้เธอรู้จักคนในออฟฟิศประมาณสิบกว่าคน บรรยากาศในที่ทำงานค่อนข้างเป็นกันเอง และเพื่อนที่ทำงานก็อายุไม่ต่างจากเธอมาก “เดี๋ยวพี่พาไปแนะนำกับเจ้านายนะ เรียกเฮียตี๋ก็ได้ ทำงานที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัว เรียกกันเป็นพี่เป็นน้อง” เว็นดี้พยักหน้าเข้าใจ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน “เจ้านายคะ พอดีมีน้องพนักงานใหม่มาจะแนะนำให้รู้จักค่ะ” “อ่า พาเข้ามาสิ” พอข้างในตอบกลับมารุ่นพี่ก็เปิดประตูเข้าไป ภายในห้องทำงานไม่ได้กว้างมากแต่ก็ดูค่อนข้างทันสมัยข้างในมีชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบกลาง ๆ รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาดีผิวสีอ่อนกำลังยืนคุยเล่นกับหญิงสาวอีกคนที่ดูดีเช่นกัน “ซ้อถิงก็อยู่ด้วยพอดีเลย งั้นอิงจะแนะนำให้รู้จักน้องเว็นดี้นะคะ บัญชีคนใหม่ของเรา” “สวัสดีค่
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่เว็นดี้ออกจากร้านของฟีนิกซ์ในวันนั้นทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกแม้เธอจะโทรไปหาทางนั้นก็ไม่ได้รับสายเธอ มีเพียงจดหมายผ่านงานที่ถูกส่งกลับมาที่เธอเท่านั้นพี่ชายทั้งสองคนของเธอก็คอยสอดส่องจับตาดูเธอไม่ให้ออกไปไหนยังดีที่วันนี้เธอต้องกลับบ้าน เพื่อกลับไปทำเรื่องจบที่วิทยาลัยของตนเองรถสองแถวก็หยุดตรงที่หน้าบ้านใหญ่เว็นดี้ลงจากรถโดยสารเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะเจอกับป้าของเธอซึ่งเป็นแม่ของวินเนอร์และวิคเตอร์ที่กำลังนั่งดูข่าวประจำวันทั่วไปอยู่“ป้าวรรณาสวัสดี” เธอกล่าวทักทายป้าของตนพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยท่าทีอันเกรงใจ“ทำไมกลับมาคนเดียววินเนอร์กับวิคเตอร์ไม่มาด้วยล่ะ”“หนูกลับมาแค่สองสามวัน มาทำเรื่องจบที่วิทยาลัยค่ะ”“แล้วแวะมาที่นี่ทำไม”“หนูจะมาเอาเอกสารสำคัญที่บ้านค่ะ”“อืม จบแล้วก็รีบไปหางานทำแม่แกจะได้เลิกไปยืมเงินคนนั้นคนนี้สักทีฉันล่ะเบื่อที่พวกนั้นมาตามเอาที่ฉัน” “ขอโทษค่ะ”“กับข้าวอยู่ในตู้หิวก็ไปตักกิน ตักกลับบ้านไปให้วิไลมันด้วย ไม่รู้ว่ามันกินข้าวบ้างหรือยังวัน ๆ เอาแต่กินเหล้า นี่ไม่เห็นมันมาสองสามวันละ”“ค่ะป้า” แม้จะดูเหมือนวรรณาจะไม่ได้เอ็นดูเว็นดี้มา
“เหนื่อยแล้วค่ะ อยากนอน” พอได้ยินคำพูดของเธอทำเอาเขาถึงกับชักสีหน้า“ได้ยังไง พี่อดทนรอวันนี้มาตั้งเท่าไหร่รู้ไหม” “เท่าไหร่คะ”“เกือบแปดปีเลยนะ”“ก็วันนี้เค้าเหนื่อยนี่ เอาไว้วันพรุ่งนี้นะ” เธอยิ้มระรื่นทำหน้าตาไม่สะทกสะท้านก่อนจะเดินไปยังหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วบรรจงถอดเครื่องประดับที่สวมใส่อยู่ออกทีละชิ้นชายหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนเธอแกล้ง ตั้งแต่ที่กลับมาคบกันเราก็ยังไม่มีอะไรกัน เพราะเธอบอกว่าให้รอหลังแต่งงานเพื่อจะได้พิสูจน์ว่าเขานั้นจริงจังกับความสัมพันธ์นี้แค่ไหนแต่ความอดทนคนเรามันก็มีขีดจำกัด เกือบแปดทีที่ขาดเรื่องอย่างนั้นมาเขาก็ไม่เคยรู้สึกต้องการเท่ากับวันนี้เลย คงเพราะว่าเป็นเธอเขาถึงต้องการ และมีแค่เธอคนเดียวที่ทำให้เขามีความรู้สึกเช่นนั้นชายหนุ่มเดินเข้าไปหาภรรยาจอมดื้อของจะอุ้มเธอขึ้นมาในท่าเจ้าสาว สองเท้าของเธอลอยขึ้นจากพื้นทำเอาเธอใจหายวูบรีบคว้ากอดเข้าไปที่คอของสามีทันควัน“จะทำอะไร”“คนเป็นผัวเป็นเมียกันเขาต้องทำอะไรกันล่ะ เวลานี้” เขาวางเธอลงไปที่เตียงก่อนรีบขึ้นไปคร่อมเธอเอาไว้ กักขังให้เธอไร้ซึ่งทางหนีสายตาของฟีนิกซ์นั้นไม่ธรรมดาเลย เขามองมาที่เธออ
ณ สวนด้านหลังของคฤหาสน์ตระกูลอัครภูมิไพศาลตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยทีมออแกไนซ์ที่รีบตรวจเช็กความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานแต่งงานกันอีกรอบก่อนจะถึงเวลาที่งานจริงจะเริ่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าช่วงเช้าพิธีหมั้นและแต่งแบบไทยที่เชิญแขกคนสำคัญ แขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วในช่วงเย็นเป็นพิธีฉลองมงคลสมรส ที่น้ำใสและฟีนิกซ์ต้องการให้เป็นงานเล็ก ๆ ที่เชิญมาแค่คนที่รู้จักและสนิทกัน เพียงไม่กี่สิบคน อยากให้งานมีความเป็นกันเอง จะได้สนุกกันอย่างเต็มที่ในตอนนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต่างแยกห้องแต่งตัวแต่งหน้าทางน้ำใสแม้จะผ่านพิธีในช่วงเช้ามาแล้ว แต่เธอก็ยังคงรู้สึกประหม่ากับการเป็นเจ้าสาวในวันนี้อยู่ดีทีมช่างแต่งหน้า ทำผม และน้ำอ้อยคอยช่วยแต่งสวยให้น้ำใส เพื่อให้เธอออกมาสวยที่สุดในงานสำคัญของเธอในค่ำคืนนี้ชุดแต่งงานทรงบอลกาวน์เกาะอกสีขาวปักลายลูกไม้อย่างประณีต พร้อมกับประดับด้วยมุก และเม็ดคริสตัลเล็ก ๆ หลายร้อยหลายพันเม็ดทุกขั้นตอนล้วนทำด้วยมืออย่างตั้งใจน้ำอ้อยนั้นอยากให้หลานสาวสวยที่สุดเธอจึงตั้งใจทำชุดออกมาด้วยความใส่ใจ แม้จุดเล็กน้อยเธอก็เก็บรายละเอียดหมดไม่ปล่อยให้พลาด จนออกมา
ริมฝีปากหยักถอนจูบออกก่อนที่จะลงไปจูบส่วนอื่นต่อแต่ทว่าถูกมือเรียวเล็กห้ามปรามไว้ก่อน“มีอะไร”“เค้าเป็นเมน” ประโยคนี้ทำเอาเขารู้สึกว่าเวลามันหยุดหมุนไปทันที“...” ใบหน้าหล่อหงอยลงไปอย่างเห็นได้ชัด รู้เลยว่าเขากำลังเสียดายที่ไม่ได้ทำต่อ“ฝ่าไฟแดงได้นะ พี่ไม่ติด” “แต่เค้าติด”“งั้นถ้าหายแล้วก็ทำได้ใช่ไหม” ถามเธอด้วยแววตาที่เป็นประกายเพราะเขาเองก็ไม่ได้มีเรื่องแบบนี้มานานมากแล้ว แน่นอนว่ามันก็ต้องมีความอยากบ้างเป็นเรื่องปกติ“อืม…อาจจะยังนะ~” แต่คำตอบของเธอก็ทำเอาใจแป้วไปครั้งแล้วครั้งเล่า นี่เธอกำลังจะแกล้งเขาให้คลั่งตายใช่ไหม“ยังติดอะไรอีก”“เราพึ่งกลับมาคบกันเอง เค้าว่ามันเร็วไป”“แต่เรามีลูกสองคนแล้วนะ มันไม่เร็วไปหรอก”“รอให้เค้ามั่นใจอีกนิดหนึ่งได้ไหม” “เมื่อไหร่ล่ะ”“ก็หลังแต่งงาน”“งั้นแต่งเลย พรุ่งนี้แต่งเลย จะโทรไปจองโรงแรมเดี๋ยวนี้เลย” ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาด้วยท่าทีจริงจังถ้าเธอจะพร้อมตอนแต่งงานงั้นเขาก็จะจัดงานแต่งให้เลยทันที เขาเตรียมกดโทรหาเลขาของตนในเวลานี้เพื่อให้ช่วยจัดการธุระด่วนให้ แต่น้ำใสก็รีบเข้ามาห้ามเอาไว้เสียก่อน“ใจเย็น ๆ สิ”“จะใจเย็นอะไรได้อีก ถ้าเธอไม่
ในคืนเดียวกันนั้นเฟลิกซ์และเฟรย่าก็ขอให้ผู้เป็นพ่ออย่างฟีนิกซ์นั้นค้างคืนที่บ้านเพื่อเป็นการยืนยันว่าพ่อจะไม่จากพวกเขาไปไหนอีกน้ำใสกับฟีนิกซ์ก็ไม่ได้ติดขัดอะไรทั้งคู่ก็ยอมให้กับคำขอของลูกทั้งสองขณะที่กำลังนั่งเล่นพูดคุยกันอยู่ที่โซฟารับแขกของบ้าน เด็กน้อย ด้วยความอ่อนเพลียจากการที่เดินไกลมาทั้งวันก็ผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของพ่อและแม่น้ำอ้อยกับภิรดามองเห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร ความคิดเด็กที่ยังไร้เดียงสารู้สึกกลัวว่าพ่อจะทิ้งพวกเขาไปและแค่อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบจึงต้องเดินออกไปตามพ่อกลับมา“น้ำใสจ๊ะ” ภิรดาเอ่ยเรียกชื่อของน้ำใส“คะ?”“แม่ขอคุยกับหนูตามลำพังได้ไหม”“ได้ค่ะ” น้ำใสค่อย ๆ อุ้มลูกฝากเอาไว้ในอ้อมกอดของฟีนิกซ์ก่อนจะพาภิรดาเดินไปคุยเป็นการส่วนตัวที่ห้องกินข้าว“คุณแม่มีอะไรจะคุยกับน้ำเหรอคะ” ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะ“แม่ไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหม”“คุณแม่พูดมาได้เลยค่ะ”“ฟีนิกซ์ลูกชายแม่เขารักหนูมากนะ ถึงในอดีตที่ผ่านมาเขาจะทำผิดกับหนูจนหนูไม่สามารถให้อภัยได้ แต่ความผิดนั้นพ่อของเขาก็เป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น และแม่ก็ผิดด้วยที่บกพร่องที่ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของฟีนิกซ์ให้มากพอหากแม่รู้แม่ก
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






