LOGINคฤหาสน์ตระกูล อัครภูมิไพศาล
ในเย็นวันนั้นน้ำใสและฟีนิกซ์เดินทางไปที่บ้านของชายหนุ่ม เพื่อทานข้าวกับครอบครัว และเป็นการแนะนำตัวของน้ำใสอย่างเป็นทางการกับพ่อแม่ของฝ่ายชายด้วย เธอจึงเลือกชุดที่ดูเป็นกึ่งทางการ สีครีมเรียบร้อย รวบเป็นผมหางม้า แต่งหน้าเบาๆ ด้วยเครื่องสำอางโทนสีนูดหน่อยๆ
ส่วนฟีนิกซ์ก็ยังคงเป็นตัวเอง ที่ชอบใส่เสื้อยืดและกางเกงยีนเช่นเคย
“สวัสดีค่ะคุณฟีนิกซ์ คุณท่านรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้วค่ะ” แม่บ้านมารอต้อนรับพร้อมกับเดินนำทางไปยังโต๊ะทานอาหาร ที่ตอนนี้พ่อแม่ และน้องสาวของเขานั่งรออยู่ก่อนแล้ว น้ำใสนั้นยกมือไหว้พ่อและแม่ของเขาพร้อมกับรอยยิ้ม
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีจ้ะ นั่งสิลูก เดี๋ยวให้แม่บ้านตักข้าวให้ กินเยอะไหม เอากี่ทัพพีดี” แม่ตอบรับด้วยรอยยิ้ม และถามอย่างเอ็นดู
“กับข้าวน่ากินมากเลยค่ะ ขอข้าวเยอะ ๆ ได้ไหมคะคุณแม่”
“ได้สิจ๊ะ เต็มที่เลยนะหนูน้ำวันนี้อยากกินอะไรเพิ่มอีกก็บอกแม่ได้”
“คุณแม่น่ารักที่สุดเลยค่ะ” เพราะรู้จักและคุ้นเคยกับคุณแม่ของเขาอยู่แล้ว เธอจึงพูดคุยด้วยอย่างเป็นกันเอง
ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่ข้างแฟนหนุ่ม แต่ก่อนหน้านั้นเขาไม่ลืมที่จะลากเก้าอี้ให้แฟนสาวนั่งก่อน
“ขอบคุณค่ะ”
ตอนนี้ทั้งห้าคนได้ร่วมโต๊ะทานอาหารกันแล้ว ดูเหมือนว่าคนที่มีความสุขที่สุดคงจะหนีไม่พ้นแม่ของฟีนิกซ์ที่แววตาของเธอเปล่งประกายเมื่อมองไปรอบโต๊ะอาหาร
“วันนี้แม่ทำของโปรดของทุกคนมาให้หมดเลยนะ” น้ำใสมองดูจานอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ละจานอาหารถูกตกแต่งด้วยผักที่แกะสลักอย่างประณีตสวยงาม ซึ่งเธอไม่แปลกใจเลยในความจริงแล้วแม่ของฟีนิกซ์นั้นมีสืบเชื้อสายมาจากในวังคุณยายของฟีนิกซ์มียศเป็นหม่อมหลวงแต่ก็แต่งงานกับสามัญชน ทำให้แม่ของเขาเป็นเพียงสามัญชนธรรมดา แต่การเรียนรู้สูตรอาหารชาววังและกิริยามารยาทนั้นยังคงได้สืบทอดมา
แต่ดูเหมือนว่าจะจบที่รุ่นของแม่เพราะยัยฟีน่าดูเหมือนจะทำอาหารไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ และไม่ใช่คนที่เรียบร้อยละเอียดอ่อนสักเท่าไหร่ด้วย ในมื้ออาหารไม่ได้มีเพียงของโปรดคนในครอบครัวแต่รวมไปถึงเมนูโปรดของน้ำใสด้วย คุณแม่ของแฟนหนุ่มใส่ใจทุกคนมากจริงๆ
“ของโปรดทั้งนั้นเลยค่ะม้า” ฟีน่าว่า
“งั้นก็กินเยอะๆ นะลูกนะ นานแล้วนะที่ได้มานั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันแบบนี้” แม่ตักอาหารที่ลูกชอบใส่ในจานให้ทั้งสองคนไม่ลืมที่จะตักให้สามีและน้ำใสด้วย ก่อนจะตักลงจานของตัวเองเป็นคนสุดท้าย น้ำใสตักอาหารในจานทานด้วยความอร่อย
“คุณแม่รู้ได้ยังไงเหรอคะว่าหนูชอบกินเนื้อตุ๋น”
“ฟีน่าบอกแม่น่ะ”
“ใช่แกชอบกินเนื้อตุ๋น เนื้อย่าง แล้วก็เนื้อผัดเต้าหู้ แม่ฉันทำให้เป็นพิเศษเลยนะ”
“เกรงใจคุณแม่แย่เลยค่ะ”
“ไม่เป็นไร แม่ก็รู้จักหนูน้ำใสมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยฟีน่าชอบเล่าเรื่องหนูให้แม่ฟังบ่อยๆ”
“เล่าอะไรให้แม่ฟังเหรอ เรื่องดีหรือเปล่าเนี่ย” หันไปถามเพื่อน
“จะบ้าเหรอ ฉันไม่ขายแกหรอกน่า ไว้ใจได้”
“ไม่มีอะไรไม่ดีเลยจ้ะ ฟีน่ามักจะชมหนูให้แม่ฟังบ่อยเลยด้วยซ้ำ”
“เห็นไหมล่ะ”
“ทำดี ทำดี” กันไปพูดกระวิบกระซาบกันสองคน
“ตอนนี้หนูก็มาเป็นแฟนฟีนิกซ์อีก ก็เหมือนเป็นลูกแม่คนไปแล้ว อย่าคิดมากเรื่องนั้นเลยนะ”
“คุณแม่ใจดีที่สุดเลยค่ะ” แม่ของฟีนิกซ์เป็นคนที่ใจดี ทำให้เธอนึกถึงแม่ที่ต่างจังหวัด หากมีเวลาว่างเธอก็จะไปเยี่ยมแม่ และคอยส่งเงินไปให้ใช้ทุกเดือนโทรหาทุกวัน ตอนนี้แม่ยังคงเปิดร้านซ่อมผ้าอยู่เหมือนเดิมแม้เงินที่ส่งให้นั้นพอให้แม่อยู่ได้แต่แม่ไม่ชอบอยู่เฉย ๆ รอเงินจากลูก เธอหวังว่าวันหนึ่งเธอจะมีธุรกิจ มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง แม่จะได้ไม่ต้องลำบากอีกแล้ว
ขณะที่คุยกันเธอปรายหางตาสังเกตเห็นว่าแฟนหนุ่มวางช้อนส้อมบนจานแล้ว
“อิ่มแล้วเหรอลูก ทำไมไม่กินเยอะ ๆล่ะ มันไม่ถูกปากเหรอลูก” แม่ของชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยสีหน้ากังวล
“อาหารของแม่อร่อยมากครับแต่ผมไม่ค่อยหิว”
“กินเข้าไปเยอะๆ สิ อันนี้ก็ของโปรดแกไม่ใช่เหรอ หืม? ท่าทางของฤทธานั้นดูปกติออกไปทางห่วงใยลูกชายแถมยังพูดจาดี น้ำใสมองแบบนั้น ก็ได้แต่ตั้งคำถามในใจว่าทำไมฟีนิกซ์ถึงไม่ชอบพ่อตัวเอง
“ก็ผมบอกพ่อแล้วไงว่ากินไม่ลง”
“ม้าแกอุตส่าห์ตั้งใจทำกินสิ อันนี้ก็ของโปรดแกเลยนี่ งั้นเดี๋ยวป๊าตักให้…” ฟีนิกซ์ดันจานตัวเองออกไปด้านข้างเป็นการปฏิเสธว่าไม่รับ
“พ่อมีเรื่องอะไรก็พูดกับผมมาเลยเถอะ เข้าเรื่องเลย ผมจะได้รีบกลับ” ฤทธา พ่อของฟีนิกซ์วางช้อนส้อมลงเช่นกันมองหน้าลูกชายและเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทีสบายๆ เหมือนว่าเขาเองก็ไม่ได้มีความโกรธในท่าทางของฟีนิกซ์ที่มีต่อเขาเลย จนน้ำใสอดคิดไม่ได้ว่าอะไรที่ทำให้เขาโกรธพ่อได้
“แล้วไม่คิดจะแนะนำแฟนแกให้ป๊ารู้จักบ้างหรือไง”
“ชื่อน้ำใส” ตอบพ่อไปด้วยน้ำเสียงห้วน
“อ๋อ น้ำใสใช่ไหม” ฤทธาหันหน้าไปทาง
“ค่ะ” เธอพยักหน้าตอบ
“หนูทำยอดได้เยอะมาก ป๊าขอบใจมากนะ”
“หนูแค่ทำตามหน้าที่ค่ะ”
“ป๊าว่าความสามารถหนูจะพาไปได้ไกลกว่านี้ อยากลองทำงานที่ใหญ่ขึ้นดูไหม”
“ไม่ แค่นี้ก็พอแล้ว” ฟีนิกซ์ตอบแทน
“ไม่รู้หรอกนะว่าป๊าคิดจะทำอะไร แต่อย่ายุ่งกับน้ำใสอย่าดึงเธอไปเกี่ยว”
“ป๊าก็แค่อยากให้แฟนแกทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้น แกอยากให้แฟนแกอยู่แค่ตำแหน่งเซลล์ขายของตามต่างจังหวัดตลอดไปเลยหรือไง”
“เดี๋ยวน้ำก็จะมาช่วยงานผมที่ร้านแล้ว ไม่จำเป็นต้องปรับอะไรในบริษัท”
“ร้านแกเป็นยังไงบ้างล่ะ ผลประกอบการดีไหม”
“ทำไมจะไม่ดีล่ะ”
“คิดวางแผนขยายสาขาหรือเปล่า”
“แค่ร้านเดียวก็งานเยอะจนจะไม่มีเวลาว่างอยู่แล้ว”
“นั่นแหละดี ถ้าลูกค้าเยอะถือเป็นโอกาสดีเลยนะรู้ไหม แกควรคิดขยายสาขา จะได้รองรับคนมากขึ้นไง เรื่องเงินทุนไม่ต้องห่วงป๊าช่วยแกได้”
“ผมไม่เอาเงินของป๊าหรอก ไม่อยากได้” เขาเริ่มทำอยู่แล้ว ที่ตอบไปแบบนั้นแค่ไม่อยากให้พ่อต้องมาสนใจเรื่องของเขา
“...” เขามองหน้าลูกชายโดยไม่มีทีท่าโกรธ
“ทำแค่ร้านเล็กๆ ไปสิบปียี่สิบปีมันก็ไม่รวยขึ้นหรอก”
“ป๊าเป็นหมอดูเหรอถึงได้รู้อนาคตร้านผมได้”
“ป๊าอาบน้ำร้อนมาก่อนทำไมจะไม่รู้ล่ะ ทำแค่นั้นมันก็ได้แค่นั้น คิดให้ใหญ่คิดให้ไกล แล้วถ้าแกแต่งงานมีลูกแกจะเลี้ยงดูครอบครัวให้สุขสบายได้เหรอเงินจากร้านแค่นั้น”
“สุขสบายแบบที่ป๊าทำน่ะเหรอ ต้องแลกกับอะไรไปบ้างล่ะ ผมต้องทำแบบที่ป๊าทำด้วยไหม ถึงจะเจริญ ให้ผมพูดให้ฟังไหม” เขามองหน้าพ่อก่อนหยัดยิ้ม เพราะเขารู้ว่าพ่อนั้นพยายามปกปิดเรื่องที่ทำกับครอบครัว สิ่งที่เขาต้องแลกมาเพื่อให้ธุรกิจไปได้สวย ซึ่งฟีนิกซ์เองก็ไปรู้ความลับนี้เข้าโดยบังเอิญ ทำให้เขาเกลียดพ่อมาจนถึงทุกวันนี้ แต่เขาเองก็ไม่กล้าบอกแม่หรือน้องสาว กลัวว่าทั้งสองคนจะเสียใจ
“ฟีนิกซ์” ฤทธาดูจะจริงจังมากขึ้นจนบรรยากาศรอบข้างเริ่มไม่สู้ดี
“งั้นป๊าพูดมาเลยดีกว่า ว่าที่เรียกมาต้องการอะไร เอาให้จบๆ ไป ผมอยากกลับแล้ว เหนื่อย”
“ป๊าอยากให้แกมาช่วยงานที่บริษัท เหมือนกับฟีน่า ร้านของแกน่ะจะทำต่อก็ได้ ป๊าไม่ได้ห้าม หรือจะเอาเข้ามาอยู่ในบริษัทก็ได้ จะได้บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น”
“เอาจริงไหม ผมไม่อยากข้องเกี่ยวกับธุรกิจของป๊า ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากข้องเกี่ยวกับป๊าด้วย ถึงขั้นไม่อยากเรียกว่าป๊าว่าป๊า ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากเกิดเป็นลูกป๊าด้วยซ้ำ”
“ไอ้ฟีนิกซ์!”
หลายวันต่อมาถึงเวลาที่น้ำใสต้องออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดอีกแล้ว ฟีนิกซ์จึงขับรถมาส่งเธอที่หน้าบริษัท“พี่คะเค้าไปก่อนนะ”“เจอกันอาทิตย์หน้า ถึงที่พักแล้วโทรหาด้วย”“อืม” กอดเธอก่อนที่จะแยกกัน ส่วนเขาเองก็ขับรถไปที่ร้าน แม้จะผ่านมาหบายวันแล้วแต่เรื่องที่ทะเลาะกับพ่อยังคงวนเวียนมากวนใจเขาไม่หายพอไปถึงก็เห็นว่าลูกน้องอย่างบอลกำลังเดินออกมาสูบบุหรี่อยู่ใต้ต้นไม้ด้านอกอู่ตามปกติ ฟีนิกซ์เห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับขอบุหรี่ลูกน้อง“ขอตัวหนึ่งดิ” บอลยื่นซองบุหรี่พร้อมกับไฟแช็ก สำหรับจุดไฟให้กับเจ้านายของตน“ซ้อไม่ชอบให้สูบไม่ใช่เหรอเฮีย”“มึงก็อย่าให้เมียกูรู้ดิ มึงไม่บอกกูไม่บอก เมียกูก็ไม่รู้” ปากคาบบุหรี่พร้อมกับจุดไฟที่ส่วนปลายมวน พอมันติดไฟก็รีบสูดควันเข้าไปเต็มปอดก่อนพ่นออกไปบนอากาศ“แค่ได้กลิ่นติดเสื้อผ้าก็รู้แล้วหรือเปล่า”“เมียกูไปต่างจังหวัดอาทิตย์หนึ่ง สูบวันนี้คงไม่ติดไปทั้งเจ็ดวันหรอกมั้ง”“ก็จริงเฮีย” ลูกน้องก็เห็นด้วยพอสูบบุหรี่ก็ทำให้ดีขึ้นมาบ้าง แต่ว่ามันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นเขานั้นอยากดื่มแก้เครียดด้วย“เดี๋ยวมึงไปบอกทุกคนนะว่าเย็นนี้กูเลี้ยงเหล้าที
“ไอ้ฟีนิกซ์!” ชายหนุ่มยิ้มอย่างสะใจเมื่อเห็นสีหน้าของพ่อกำลังโมโหก่อนหยัดกายขึ้นจากเก้าอี้ก้าวถอยออกมาจากโต๊ะอาหาร“ผมไม่อยากพูดมากหรอกนะเรื่องของป๊า แต่ผมขอล่ะ อย่ามายุ่งวุ่นวายกับผมอีก ผมจะทำอะไรที่ไหนก็เรื่องของผม”“แต่แกเป็นลูกป๊า ป๊าไม่อยากให้แกเป็นแค่ไอ้เศษสวะที่ไร้อนาคต ฉันสร้างทุกอย่างเพื่อให้แกกับน้องแกจะได้ไม่ต้องลำบาก พอฉันตายไปบริษัทก็เป็นของพวกแก แค่ขอให้มาช่วยงานทำให้ไม่ได้หรือไง”“งั้นรอป๊าตายก่อนดิ ผมจะมาช่วย”“ไอ้ฟีนิกซ์”ปึ้ง!! เสียงฝ่ามือหยาบตบลงบนโต๊ะด้วยความไม่พอใจอย่างสุดขีดก่อนจะลุกพรวดขึ้นตบหน้าลูกชายอย่างแรงจนหน้าหันตอนนี้ทุกคนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ฟีน่ารีบเข้าไปดึงแขนพ่อของตัวเองส่วน ภิรดา ก็เข้าไปดูใบหน้าของลูกชายมุมปากของเขามีเลือดซึมออกมามือและดวงตาของเธอสั่นเครือ“มันต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือกันเลยหรือไง ลูกอุตส่าห์กลับบ้านมากินข้าวพร้อมหน้ากัน ทำไมต้องทำร้ายกันด้วย” ภริดาหันไปตวาดใส่สามีที่ใช้ความรุนแรงกับลูก“ก็ดูมันพูดกับผมสิดา ดูมันพูดกับพ่อตัวเองสิ ตบแค่นี้ยังถือว่าปรานีมากแล้ว ทำตัวห่าเหว ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ฉันอุตส่าห์จะทำให้มันมีอนาคตที่ดี แล้วดูมั
คฤหาสน์ตระกูล อัครภูมิไพศาลในเย็นวันนั้นน้ำใสและฟีนิกซ์เดินทางไปที่บ้านของชายหนุ่ม เพื่อทานข้าวกับครอบครัว และเป็นการแนะนำตัวของน้ำใสอย่างเป็นทางการกับพ่อแม่ของฝ่ายชายด้วย เธอจึงเลือกชุดที่ดูเป็นกึ่งทางการ สีครีมเรียบร้อย รวบเป็นผมหางม้า แต่งหน้าเบาๆ ด้วยเครื่องสำอางโทนสีนูดหน่อยๆส่วนฟีนิกซ์ก็ยังคงเป็นตัวเอง ที่ชอบใส่เสื้อยืดและกางเกงยีนเช่นเคย“สวัสดีค่ะคุณฟีนิกซ์ คุณท่านรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้วค่ะ” แม่บ้านมารอต้อนรับพร้อมกับเดินนำทางไปยังโต๊ะทานอาหาร ที่ตอนนี้พ่อแม่ และน้องสาวของเขานั่งรออยู่ก่อนแล้ว น้ำใสนั้นยกมือไหว้พ่อและแม่ของเขาพร้อมกับรอยยิ้ม“สวัสดีค่ะ”“สวัสดีจ้ะ นั่งสิลูก เดี๋ยวให้แม่บ้านตักข้าวให้ กินเยอะไหม เอากี่ทัพพีดี” แม่ตอบรับด้วยรอยยิ้ม และถามอย่างเอ็นดู“กับข้าวน่ากินมากเลยค่ะ ขอข้าวเยอะ ๆ ได้ไหมคะคุณแม่” “ได้สิจ๊ะ เต็มที่เลยนะหนูน้ำวันนี้อยากกินอะไรเพิ่มอีกก็บอกแม่ได้”“คุณแม่น่ารักที่สุดเลยค่ะ” เพราะรู้จักและคุ้นเคยกับคุณแม่ของเขาอยู่แล้ว เธอจึงพูดคุยด้วยอย่างเป็นกันเองก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่ข้างแฟนหนุ่ม แต่ก่อนหน้านั้นเขาไม่ลืมที่จะลากเก้าอี้ให้แฟนสาวนั่งก่อน
แกร๊ก! เสียงเปิดประตูทำให้ทั้งสองคนหันไปมองที่ประตูพร้อมกัน“เฮียอยู่นี่ไหม” ฟีน่าเจอกับภาพที่หญิงสาวที่เธอไม่รู้จักกำลังโน้มใบหน้าเข้าหาพี่ชายของเธอที่มีแฟนอยู่แล้ว“กำลังทำอะไรกัน” สีหน้าของฟีน่าแสดงความไม่พอใจพร้อมกับน้ำเสียงที่เข้มขึ้น เว็นดี้รีบผละออกจากฟีนิกซ์เดินออกมาห่างจากเขา หลุบใบหน้าลงไม่กล้าสบตาฟีน่า“ไม่มีอะไร” ฟีนิกซ์ตอบ“เฮีย” ว่ากดเสียงต่ำพร้อมกับสายตาคาดคั้น“ก็มันไม่มีอะไร เมื่อกี้น้องเขาแค่เอาขนมมาให้” ก่อนที่น้ำใสจะเดินตามเข้ามาทีหลัง เลยไม่ทันได้เห็นภาพดังกล่าว“แกจะรีบเดินอะไรขนาดนั้น”“ถ้าแกรีบเดินตามฉันเร็วกว่านี้หน่อยก็คง…” หันไปมองพี่ชายที่กำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาจริงจัง ฟีน่าเองก็รู้อยู่ว่าพี่ชายนั้นเคยผ่านผู้หญิงมามากมาย เธอกลัวว่าพี่ชายจะเป็นคนเจ้าชู้ตอนแรกเลยค้านหัวชนฝาไม่อยากให้พี่เธอคบกับน้ำใสด้วยซ้ำเธอไม่อยากให้น้ำใสต้องมาเสียใจอีกฟีน่าจำได้ดีในตอนที่น้ำใสผิดหวังและเสียใจจากรักครั้งแรกเธอเป็นคนที่อยู่ด้วยในทุกเหตุการณ์เห็นว่าน้ำใสเจ็บปวดและทรมาณมากแค่ไหนกับการถูกหักหลัง พอเห็นน้ำใสเจ็บในใจของฟีน่าเองก็เจ็บไม่ต่างกัน เธอชอบเห็นรอยยิ้มของเพื่อนมากก
วันต่อมาที่ Firaris Industry Co., Ltd. (บริษัท ฟีราริส อินดัสทรี จำกัด) ปึ้ง!!!มือคู่สวยตบลงบนโต๊ะทำทำงานของน้ำใสทำเอาเธอสะดุ้งโหยง จนต้องรีบเงยหน้ามองเจ้าของมือนั้นทันที“เป็นอะไรของแกเนี่ย จู่ๆ ก็มาตบโต๊ะ ใจหายใจคว่ำหมด”“ไปกับฉันหน่อย ตอนนี้!” ฟีน่าดึงแขนเพื่อนสนิทให้ลุกขึ้นตามเธอไป“ไปไหน ตอนนี้ฉันทำงานอยู่”“วางงานอื่นก่อน นี่เป็นคำสั่งซีอีโอเลยนะ” ก่อนจะหันไปบอกหัวหน้างานของน้ำใส“คุณเจี๊ยบคะ ฉันขอยืมตัวของน้ำใสไปหนึ่งวันได้ไหมคะ” “ได้ค่ะคุณ อภิชยา เชิญตามสบายเลยค่ะ” เจี๊ยบไม่ขัดอยู่แล้วเพราะฟีน่าเป็นถึงลูกของเจ้าของบริษัทแถมยังนั่งแท่นกรรมการบริหารด้วยพอลากน้ำใสขึ้นรถมาด้วยแล้วฟีน่าก็ขับรถตรงไปยังร้านของพี่ชาย “มีเรื่องอะไร ถึงลากฉันมาด้วยแบบนี้”“ไปช่วยกันเกลี้ยกล่อมเฮียหน่อย ป๊าโมโหที่เฮียไม่ยอมไปกินข้าวด้วย แถมเฮียน่าจะพูดอะไรที่ทำให้ป๊าไม่พอใจอีกน่ะ ถ้าไม่ไปวันนี้ป๊าคงสั่งคนไปพังร้านเฮียแน่”“มันต้องขนาดนั้นเลยเหรอ”“อืม ป๊ากับเฮียไม่ค่อยลงรอยกันน่ะ ตั้งแต่ขึ้นมัธยมปลายแล้ว เฮียมักจะหลีกเลี่ยงป๊าตลอด เจอหน้ากันก็ทะเลาะกันทุกที”“มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า” “คงงั้นแหละ
หลังจากวางสายฟีนิกซ์ก็ขับรถกลับคอนโดเขาแวะไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตก่อนเพื่อซื้อของตามรายการที่แฟนสาวส่งให้และไม่ลืมที่จะซื้อเนื้อส่วนที่น้ำใสชอบทานมาด้วยพอเสร็จก็กลับไปรอที่คอนโด ฟีนิกซ์เอาของที่ซื้อมาไปวางไว้ในครัวก่อนที่ตัวเขาเองจะเข้าไปอาบน้ำเพื่อล้างตัวจากการทำงานหนักวันนี้ ทั้งกลิ่นเหงื่อและกลิ่นน้ำมันเครื่องติดตัวมาก็ต้องล้างออกให้หมดพออาบน้ำเสร็จก็จับมือถือมานั่งเล่นรอคนรักที่โซฟาหน้าทีวีมีสายเรียกเข้าบนมือถือของเขาสีหน้าอารมณ์ดีกลับแปลเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งทันทีเมื่อรู้ว่าใครโทรมาก่อนกดรับสายพร้อมกับน้ำเสียงไม่สบอารมณ์“ป๊ามีอะไร” (พรุ่งนี้กลับมาทานข้าวที่บ้านหน่อย ป๊ามีเรื่องจะคุยด้วย) “เรื่องอะไรสำคัญมากไหม คุยตอนนี้ก็ได้ ฟังอยู่” (มากินข้าวที่บ้านอยากคุยต่อหน้า) “กินไม่ลง มันอยากจะอ้วก” (ป๊าพยายามพูดดี ๆ กับแกแล้วนะ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้อย่าทำให้มันยาก พรุ่งนี้มาทานข้าวที่บ้านด้วย) “ไม่ไป ถ้าอยากให้ผมไปมากป๊าก็ขับรถมาขอร้องอ้อนวอนผมสิ บางทีผมอาจจะคิดทบทวนอีกที” (อย่าให้ความอดทนป๊าหมดนะฟีนิกซ์) “หมดแล้วไง? ก็หมดไปสิ ใครสน” (แกน่าจะรู้ว่าป๊าทำอะไรได้บ้าง ถ้ายังอยาก







